เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก (Pre-order!)

ตอนที่ 4 : 2 : คนที่ใครก็รู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    15 ต.ค. 62



 

2

 

คนที่ใครก็รู้จัก

 

ก่อนถึงเวลาเรียนบ่าย ผมที่มาเร็วกว่าคลาสเป็นเรื่องปกติก็มานั่งอยู่ร้านกาแฟข้างสนามบาสที่อยู่ข้างภาคโยธาของตัวเองอีกทีนึง ส่วนไอ้ข้าวนี่ก็เร็วไม่แพ้ผม มาถึงสั่งนมปั่นนั่งแช่แอร์กับโทรศัพท์อีกหนึ่งเครื่อง เฮลโหล เพื่อนอยู่ตรงนี้ คุยกันบ้างก็ได้

 

ส่วนผมพอเห็นว่าเพื่อนไม่อยากคุยด้วยก็เปิดเข้าไลน์กลุ่มฟีนอมมินอลของตัวเองเพื่อดูความเคลื่อนไหวว่ามีใครว่าอะไรบ้างไหม หรือว่ามีงานที่ให้พวกผมไปออกบ้างหรือเปล่า

 

Phenomenal group

Kong ö : กูหางานมาให้นะจ๊ะ

            เสาร์ที่ 25 เปิดหมวกกับครุฯ

            เย็นพุธที่ 29 อคลูสติกร้านบ้านสวน

            เสาร์ที่ 8 มีงานที่เซ็นทรัล

            เสาร์ที่ 15 มีงานที่ตลาดนัด

            เอาไม่เอาแล้วแต่จะโปรด

 

 

ไอ้ก้องมือกีตาร์หน้าหล่อเอางานมาเผยแพร่ ไอ้นี่จะมีคอนเน็คชั่นคนในวงการคนจัดงานเยอะมาก ชอบนักคลุกวงในคนในวงการเนี่ย แล้วก็จะหาเวทีมาให้วงได้ปล่อยของตลอด

 

 

Jeng Jittarin : ทำไมงานรัดตัวจังเลย

Pie apple : ไม่มีเวลาไปเดตกับแฟนล่ะสิพี่เจ๋ง

 

น้องพาย น้องปี 1 มือคีย์บอร์ด หวานหยดย้อยเรียบร้อยเหมาะกับงานร้อยมาลัยมากกว่ามาโดดเหยงๆ อยู่บนเวที

 

 

 Jeng Jittarin : ใช่จ้ะน้องพาย

                        คนไม่มีแฟนจะไม่เข้าใจพี่หรอกค่ะ

 

 

แหม...ขนาดอ่านอยู่นอกจอยังอยากจะยัดมือลงจอไปตบหัวมัน เกลียดจริงๆ ไอ้พวกมีแฟนเนี่ย หากันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือไงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคู่ชีวิตเนี่ยฮะ

 

“โห...คนอะไรหล่อฉิบหายเลยว่ะ” หลังจากที่ผมก้มหน้าคุยเรื่องงานโชว์ของวง อยู่ดีๆ ข้าวมันก็เอ่ยขึ้น

 

“ใครอีกอะ อปป้าของมึงอีกเหรอ”

 

“โอ๊ย อันนั้นเขาหล่อเป็นอมตะ...นี่ๆ พี่เคเดือนปีก่อนเราอะ มึงดูดิ” ข้าวยื่นมือถือมาให้ผม

 

“เค?”

 

“เออ คนอันเชิญคนสุดท้ายเมื่อศุกร์ที่แล้วไง ที่เขาขับเสภาละครถาปัตย์ด้วยอะ”

 

อ๋อ...

 

พี่เคที่ผมอยากให้เขามาฟีเจอร์ริงด้วยอะนะ หล่อขนาดนั้นเลยเหรอ

 

รูปที่ข้าวส่งให้ผมดูคือรูปคนที่ชื่อเคอะไรนั่นอยู่ในเพจคิวท์บอยที่ผมเคยได้ลงมาครั้งนึงนั่นแหละ เป็นรูปที่พี่เขาใส่ชุดขาวราชปะแตนกำลังอันเชิญสัญลักษณ์ของมหาลัยขึ้นที่ประทับ และอีกรูปคือรูปที่เขานั่งอยู่หน้าไมโครโฟนคิ้วขมวดเล็กน้อย ถ้าเดาไม่ผิดรูปที่สองน่าจะเป็นตอนที่ขับเสภาอยู่วันนั้น

 

เออว่ะ เครื่องหน้าทุกอย่างดูเข้ากับใบหน้าเขาเป็นอย่างดี ตาคม จมูกเป็นสัน แถมเซ็ตผมเปิดหน้าผากโคตรผู้ใหญ่และผู้ดี

 

ไม่แปลกใจว่าทำไมมีคนรู้จักเยอะ

 

“เออ ก็หล่อดี”

 

“เห็นมะ มึงเป็นผู้ชายมึงยังบอกเขาหล่อเลย” เอ้า ก็กูพูดความจริง “ไปตามไอจีพี่เขาดีกว่า”

 

“อะไรอะ ผู้ชายในเซ็คมึงยังไม่เยอะพออีกเหรอ”

 

“โอ๊ย สามเซ็ครวมกันยังไม่ได้เท่าพี่เคคนนึงเลย” อื้อหือ จ้า หมดประโยชน์แล้วผู้ชายคณะนี้ “เขาไม่ได้ล็อกไอจีด้วย ขอส่องแป๊บนึงนะ”

 

“นมมึงละลายหมดแล้ว”

 

“เดี๋ยวกิน”

 

นี่แหละ คณะที่ผู้ชายเยอะแต่ผู้หญิงในคณะก็ดูจะไม่พอใจกับผู้ชายคณะตัวเองเท่าไหร่ อย่างเช่นข้าว ตอนนี้มันก็กำลังเลื่อนรูปในไอจีพี่เคของมันไปเรื่อยๆ ก่อนจะกดติดตามเขาในที่สุด

 

“เขาอยู่คณะไรอะ”

 

“ครุ”

 

“ครุไรวะ”

 

“เกษตร”

 

“เกษตรไรอะ”

 

“สัตว์”

 

“ถามแค่นี้มึงด่ากูเลยเหรอ” หยอกมันเล่น พอจะรู้อยู่ว่ามันหมายถึงสัตวศาสตร์ “มีอะไรบ้างที่มึงไม่รู้เกี่ยวกับเขา”

 

“กูรู้ทุกเรื่องของคนหล่อ” โอเคจบนะ ไม่ต้องสงสัยแล้วนะ

 

พอเห็นแบบนี้ ไอ้ผมที่สนใจพี่เคอยากให้มาร่วมวงแต่หาโอกาสให้พี่แกไม่ได้เลยรู้สึกว่าวิธีนี้มันเข้าทาง “เขาอยู่ชมรมไรอะ”

 

“ร้องประสานเสียง” ร้องประสานเสียงก็ได้ ขับเสภาก็เพราะ เชรดเข้

 

“มึงเป็นอะไรกับแอดมินเคเลิฟเวอร์ปะ”

 

“เฮ้ย กูยังไม่เห็นมีใครเปิดเพจพี่เคเลย เออน่าสนนะ ขอบคุณนะมึงที่ชี้แสงสว่างให้กู” เนี่ย มันเริ่มจะออกทะเลไปไกลแล้วผมว่า “แล้วมึงอยากรู้เรื่องเขาทำไมอะ อย่าบอกนะว่าจะจีบพี่เคเขาอีก”

 

“มึงจะบ้าไง”

 

“มึงนี่นะ นกจากผู้หญิงมาเยอะแล้วนกตัวต่อไปจะมาเป็นพี่เคเหรอ ไม่กลัว brother zone หรือไง”

 

“ฟังกูหน่อยอีห่านี่” ถึงผมจะนกมานับไม่ถ้วน แต่คนต่อไปที่ผมจะนกมันต้องไม่เป็นผู้ชายปะ “มึงก็รู้ใช่มะว่ากูทำวงอะ แล้วอยู่ดีๆ เว้ยวันนั้นที่มีละครสถาปัตย์กูฟังเสียงเขาแล้วแม่งจับใจโคตรๆ อยากให้เขามาขับเสภาให้วงกูบ้าง”

 

“วงมึงทำปี่พาทย์เหรอ”

 

“ไม่ใช่” ฟังกูสิฟังกูววว “กูหมายถึงอยากผสมผสานระหว่างร็อคของกูกับกลอนกับทำนองเสนาะอะไรพวกนี้อะ มึงไม่เก็ทเหรอ”

 

“ไม่อะ ทำร็อคของมึงต่อไปก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ จะให้เขาไปออกงานคู่กับวงมึงน่ะนะ?”

 

“เผื่อมันจะมีโอกาสอะไรที่วงกูจะได้ไปโชว์ของดีบ้างไง”

 

“ไม่น่ารอด”

 

“อย่ามาดูถูกมันสมองการคิดโชว์ของกูนะเว้ย”

 

“ไม่ใช่ กูหมายถึงมึงไม่น่าเกลี้ยกล่อมพี่เคได้อะ”

 

ผมกระตุกคิ้วให้กับไอ้ผู้หญิงตัวเท่าผมที่เริ่มจะเก็บโทรศัพท์ตัวเองเข้าช็อปไป “เท่าที่กูรู้มานะ พี่เคแกโลกส่วนตัวสูง ชอบทำกิจกรรมที่ตัวเองถนัดเท่านั้น”

 

“แล้วขับเสภาวงกูมันไม่ใช่งานถนัดเขายังไง”

 

“เขาถนัดในทางเขาเป๊ะๆ คอรัสก็คอรัสจ๋า เสภาก็คือไม่ร้องกับกรับก็ประกอบปี่พาทย์...”

 

“นี่มึงเป็นเมียเขาปะข้าว”

 

“โอ้ยฟังก่อนสิ...ถ้าเป็นได้ก็ดีนะ” อะจ้ะๆ “กูเคยได้ยินเขาพูดกันในทวิตเตอร์อะ แล้วมันก็มีคนหวีดพี่เคเหมือนกัน เขาบอกว่าพี่เคเข้าถึงยากแต่ก็ไม่ได้หยิ่งอะไร”

 

“กูไม่เข้าใจอะ ทำไมย้อนแย้ง”

 

“ก็แบบ...ไม่ได้ปฏิเสธตรงๆ แต่ถ้างานเขาไม่ถนัดเขาก็ไม่ช่วย”

 

“เหรอวะ”

 

“เออ ก็ทำใจนกไว้เลยนะ ยังไงภูมิคุ้มกันเรื่องนกๆ กับโดนเทมันก็เป็นของคู่กันกับมึงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ นกเรื่องพี่เคอีกคนก็คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ”

 

“ไอ้ข้าว!

 

“แฮ่”

 

ให้กำลังใจกันหน่อยไม่ได้หรือไงวะไอ้เพื่อนบ้านี่

 

 

 

 

 

 

 

 

???? ????

 

 

 

 

 

วันนี้ผมมีเรียนวิชาเสรีที่ตึกครุพอดี กว่าจะถึงเวลาเรียนก็นู่น สี่โมง วิ่งตาลีตาเหลือกข้ามฝั่งมาที่ครุ ไม่มีเวลาให้ได้พักกันหรอก เรียนจากภาคตัวเองเสร็จก็ต้องมาเรียนที่นี่ต่อ

 

แล้ววิชานี้ก็เป็นวิชายอดฮิตของเด็กทุกคณะ เต็มแล้วเต็มอีก เต็มกันเข้าไป แต่ผมโชคดีฮะ ลงทันกับไอ้ต้อมแล้วก็ไอ้ก้องวงเดียวกับผม

 

แต่ระหว่างที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินรีบกันสุดๆ แล้วเพราะตอนเดินอยู่คณะผมเอ้อละเหยกันพอตัว จังหวะที่ผมกำลังก้าวขาขึ้นบันไดที่ตึกครุนั้น...

 

ปึ้ก!

 

“เชี่ย!

 

“เฮ้ยไอ้ทัน!

 

ปลายรองเท้าผ้าใบไปสะกิดกับขั้นบันไดจนหน้าผมแทบคว่ำแถมแฟ้มที่ใส่ชีทสไลด์ไปบนพื้นเรียบร้อย

 

“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ไหมวะ” เข่าจิ้มกับพื้นดังปั้ก หักแล้วมั้งเนี่ย

 

“อ้าว แฟ้มกูหลุดมือไปไหนแล้ว”

 

ผมมองซ้ายมองขวาหาแฟ้มตัวเองพลางยันตัวเองลุกขึ้นมาก่อนจะเห็นผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าผมและในมือเขาถือแฟ้มสีฟ้าอ่อนไว้ด้วย

 

“เอ่อ...ขอบคุณครับ”

 

ผมรับแฟ้มมาจากมือเขาพลางเอ่ยขอบคุณ และจังหวะที่เงยหน้าขึ้นไปมองผู้ชายใส่ชุดนักศึกษาถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็เป็นจังหวะที่เขาเดินผ่านหน้าผมไปพอดี

 

หน้าคุ้นๆ จนผมต้องเหลียวหลังมอง

 

“พี่เคนี่หว่า” ก้องว่าเสียงเบาเพราะมันเองก็มองตามเขาเหมือนกัน “เออ ไอ้ปาล์มบอกกูว่ามึงอยากฟีทกับพี่เคเหรอ”

 

“เออ”

 

“จริงเหรอวะ” ต้อมหันมาหาผมเพราะเรื่องนี้มันยังไม่รู้ “ต้องแนวไหนวะเนี่ย มึงต้องคิดโชว์เยอะเลยนะ”

 

“ก่อนคิดโชว์อะ หาโอกาสที่จะได้ทำโชว์แบบนี้ก่อน” ก้องว่า เพราะส่วนใหญ่คนที่หางานมาให้วงก็มันนั่นแหละ

 

“ไม่รู้อะ กูจองตัวเขาไว้ก่อน ได้งานมาเมื่อไหร่กูล็อกคิวเขาเลย”

 

“เป็นเมียเขาเหรอไปบงการชีวิตเขาน่ะฮะ”

 

“ไม่ได้บงการ แต่กูอยากได้ เข้าใจไหมว่ากูอยากได้น่ะ”

 

“จ้าๆ ไม่เถียงแล้วจ้า”

 

แล้วสุดท้ายผมก็ได้แต่มองเหลียวหลังทางที่พี่เคเดินหายไปแล้ว ก็ได้แต่มีความหวังเล็กๆ อยู่ในใจน่ะนะว่าหากผมซึ่งเป็นคนแปลกหน้าสำหรับพี่ไปขอร้องให้พี่ช่วย...

 

ผมก็คงจะไม่นกกลับมาหรอกเนอะ

 

 

 

สุดท้ายกลับมาถึงบ้านผมก็ต้องมาเปิดเพจคิวท์บอยที่ไม่เคยคิดจะเปิดเพราะมันมีแต่รูปผู้ชายซึ่งไม่ใช่วิสัยของผมสักนิด ก่อนจะเลื่อนมาเจอรูปพี่เคแบบไม่ตั้งใจ เลื่อนไปเรื่อยๆ ก็เจอพี่เคอีก อยากจะรู้จริงๆ เลยว่าเพจมึงมีคิวท์บอยอยู่คนเดียวเหรอวะ ลงแล้วลงอีกเนี่ย

 

พยายามอ่านแคปชั่นเผื่อว่าจะมีชื่อจริงของเขา แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะทุกโพสต์จะมีแค่ว่า...

 

มองหน้าอยากมีเรื่อง หรืออยากมีลูกพร้อมกับพี่เคทำหน้านิ่งใส่กล้อง

 

กินข้าวคนเดียวมันเหงา กินเราดีกว่า และรูปพี่เคที่โดนแอบถ่ายตอนนั่งขัดสมาธิกินข้าวกล่อง

 

คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบเราดิเราพาไปหาแม่ กับรูปพี่เคที่กำลังยิ้มให้กล้องใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อย

 

ห่าอะไรกันวะเนี่ย

 

สุดท้ายผมก็ยอมแพ้ให้กับเพจคิวท์บอยที่เริ่มไร้สาระขึ้นทุกครั้งที่เลื่อนดูโพสต์เก่าๆ เลยตัดสินใจสลับหน้าจอไปที่อินสตาแกรมที่แอบจำชื่อบัญชีเขามาจากโทรศัพท์ไอ้ข้าว และกดเข้าไปดูที่ไบโอของเขาที่ข้อความทุกอย่างเป็นภาษาไทย

 

คณินท์ วงศ์อุตสา

 

นั่นแหละ ไบโอเขามีแค่นั้นแหละ

 

แต่พอผมได้ชื่อจริงของเขามา ก็ลองเอาไปเสิร์ชหาในกูเกิ้ลดู และผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นที่น่าพอใจสำหรับผมมากทีเดียว

 

โทษทีนะพี่ พอดีอยากรู้จักพี่มากกว่านี้ ไหนๆ วันนี้พี่ก็เก็บของให้ผมแล้ว

 

ผลลัพธ์ที่ออกมา อย่างแรกเลยคือบัญชีอินสตาแกรม บัญชีเฟซบุ๊ค ชื่อในตารางสอบของมหาลัย และอื่นๆ ที่ทำให้ผมต้องกดเข้าไปดูอย่างเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับภาษาไทย

 

รางวัลชนะเลิศขับเสภาประกอบปี่พาทย์วันงานสุนทรภู่ นายคณินท์ วงศ์อุตสา

 

โห...สมัยนั้นหัวยังเกรียนใส่ชุดม.ปลายอยู่เลย แต่เกรียนแล้วไงวะ สยบความหล่อไม่ได้สักนิด

 

ไหนดูเว็บอื่นซิ...อุ้ยๆ อันนี้มีคลิปในยูทูบจากรายการอะไรสักอย่างด้วย แล้วรายการก็ไม่ใช่รายการที่อนุรักษ์ความเป็นไทยจ๋าจนวัยรุ่นไม่อยากดู แต่เป็นรายการที่มีพิธีกรเป็นวัยรุ่น คุยกันสนุกสนานเหมือนเป็นแค่ช่วงหนึ่งของรายการบางรายการ

 

แล้วไงล่ะครับ จุดนี้ผมต้องกดเข้าไปดูแล้วไหม

 

“สวัสดีครับผม เอ้อ...เขาบอกว่าน้องขับเสภาได้อันดับต้นๆ ของประเทศเลย ไหนลองแนะนำตัวหน่อยได้ไหมครับ” พิธีกรว่าก่อนจะผายมือให้พี่เคที่ใส่ชุดนักศึกษาส่งยิ้มบางให้

 

“ครับ...ผมชื่อเค คณินท์ วงศ์อุตสา อยู่ปี 1 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีครับ”

 

“อยากลองฟังจัง โชว์ให้ฟังสักนิดได้ไหมครับ”

 

“ครับ” พี่เคยิ้มให้กล้องจนตาเกือบปิดก่อนที่ตัวเขาจะสูดลมหายใจเข้า “จะกล่าวถึงโฉมเจ้าเณรแก้ว พอแสงทองผ่องแผ้วพระเวหา คิดคะนึงถึงพิมนิ่มนวลตา ล้างหน้าแล้วก็นุ่งสบงพลัน...ห่มดองครองคาดราตคด พร้อมหมดแบกบาตรแล้วผายผัน ดูทุกตรอกซอกละเมาะเสาะสำคัญ เข้าในเมืองสุพรรณด้วยทันใด”

 

*เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนที่ 4 พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม

 

 

“เออออ อินเลิฟอยู่หรือเปล่าครับเนี่ยน้องเค เลือกบทได้น่ารักมากเลย”

 

ผมเผลอยิ้มตามตอนที่พี่เคแกยิ้มเขินๆ ให้พิธีกร นี่ขนาดคลิปเมื่อตอนปี 1 นะเนี่ย ยังเพราะขนาดนี้เลย แล้วถ้าเป็นตอนนี้...

 

อา จะบรรยายอะไรได้อีก ทั้งลูกเอื้อนทั้งน้ำเสียง โคตรขั้นครู

 

ยิ่งดูยิ่งอยากได้เขาขึ้นมาใหญ่เลยให้ตายสิ

 

 

 

 






 

 

#เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก


ทุกวันอังคารและศุกร์ 19.30 น.


 



TBC


………………………………………………..



ถ้าใครรู้สึกว่าเอ๊ะ สถานที่มันคุ้นๆ หรือเปล่าน้า ใช่หรือเปล่าน้า สำหรับใครที่คิดว่าใช่ก็คือใช่แหละค่ะ ฮ่า

โลเคชั่นเดียวกับ รักคนละสี ค่ะ

ฮืออออ ช่วงนี้ไม่มีเวลาเลย ทำงานไม่มีวันหยุดเลยสักกะวันมาหลายวันแล้ว อยากไปเที่ยวทะเล ไปช็อปปิ้ง งือ ;-;

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #54 lluv KAITO vull (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 00:57
    บทนี้ ทัน 'อยากได้' พี่เค้าเยอะเลยนะ 555+
    #54
    0
  2. #35 LitaP (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 21:31
    มีความรู้สึกอยากรู้จักพี่เค ฮ่าๆๆๆ
    #35
    0