เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก (Pre-order!)

ตอนที่ 26 : 24 : เชียร์อยู่นะเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    31 ธ.ค. 62



24

 

 

Super special KONG’s Part

 

 

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาทำอะไรตรงนี้ แต่บทนี้ทั้งบท ผมจะขอดำเนินเรื่องจนถึงบรรทัดสุดท้ายเลยแล้วกันนะครับ

 

ก่อนอื่นจะบอกก่อนเลยว่าอย่างที่ไอ้ทันมันชอบพูดบ่อยๆ ว่าผมกับข้าวกิ๊กกัน ก็โอเค มันเป็นเรื่องจริง ผมแมนพอที่จะยอมรับว่าอะไรเป็นอะไรอย่างไม่อาย และข้าวก็ดูโอเคกับการกระทำของผมทุกอย่างและผม...ก็ให้เกียรติเธอทุกอย่างเช่นกัน

 

แต่ผมว่านั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร ที่สำคัญกว่านั้นหรืออาจจะสำคัญกว่าเรื่องเพลงที่เราต้องทำในช่วงปิดเทอม และมันจะหนีไปไหนพ้นถ้าไม่ใช่เรื่องพี่เคกับไอ้ทันเพื่อนผม

 

“เธอ แล้วเธอจะไปอยากรู้อะไรเรื่องเพื่อนเราเนี่ย” ผมนอนอยู่บนเตียงกะพริบตาปริบ โดยมีข้าวนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน และไอ้ปาล์ม ไอ้เจ๋ง และน้องพายที่วันนี้คุณแม่น้องอนุญาตให้มานั่งกินสุกี้ที่ห้องผมได้

 

“พี่ข้าว แต่หนูอยากรู้นะ”

 

“พาย...มันก็ชัดอยู่แล้วว่าสองคนนั้นคบกัน”

 

“แต่ไอ้ทันมันไม่บอกเราตรงๆ” ผมว่าก่อนจะดีดตัวขึ้นมาจ้องหน้าผู้หญิงที่ตอนนี้ผมกำลังหลงจนโงหัวไม่ขึ้น “มันแค่อ้ำๆ อึ้งๆ ที่มองแล้วโคตรขัดใจเหมือนคนไม่กล้ายอมรับความจริง”

 

“มึง แต่วันนั้นกูได้ยินพี่เคกับไอ้ทันคุยกันนะ” เจ๋งเอ่ยขึ้นก่อนจะคว้าหมอนหนุนของผมไปกอดที่โซฟา

 

“วันไหน”

 

“วันที่นั่งรถไปประชุมเรื่องทำเพลง”

 

“เชี่ย...ไรวะ” หูผึ่งตาโตยิ่งกว่าไข่ห่านอีกตอนนี้เมื่อได้ยินมือกลองตัวใหญ่เอ่ยขึ้น “ไมกูไม่รู้เรื่อง”

 

“ก็มึงเสร่อไปนั่งกับลุงคนขับรถข้างหน้าไง กูกับไอ้ปาล์มนี่หน้าร้อนไปหมด...ไอ้เหี้ยเอ๊ย นึกถึงแล้วขนลุกฉิบหาย”

 

“มึงเล่า!” อีกนิดผมคงลุกไปกระชากคอเสื้อไอ้เพื่อนให้คายความจริงออกมา

 

“คือวันนั้นกูนั่งหน้าไอ้ทันใช่ไหม แล้วสองคนนั้นเขาก็นั่งข้างหลังสุด แล้วเขาก็กระซิบกระซาบกันสองคนไง แต่กูหูดี ได้ยินมาเยอะเลย”

 

“ได้ยินว่า”

 

“พี่เคถามประมาณว่า ยังไม่หายเหรอ เสียงแบบกระซิบๆ กันอะมึง”

 

“เออแล้วไอ้ทันว่าไง”

 

“มันบอกประมาณ ไม่ขนาดนั้น รำคาญๆ ห่าไรไม่รู้ แต่มันมีอันนึงเด็ดสุด กูฟังแล้วโคตรอยากหันไปมองหน้ากับไอ้ปาล์มอะ กูยกมือขึ้นลูบหน้าเลยมึงเอ๊ย”

 

“อะไรรรรรร”

 

“ทันมันบอกว่า...ก็ยอมทั้งนั้นแหละ”

 

“กรี๊ดดดดดด”

 

ผมนิ่งไปก่อนจะรู้สึกร้อนๆ ที่หน้า รู้สึกอยากหัวเราะออกมาเพราะความจักจี้ที่อยู่ในใจ แต่ข้าวที่นั่งกอดตุ๊กตาผมอยู่ตอนนี้เธอกำลังงับหูตุ๊กตาพลางดีดดิ้นเหมือนคนไร้สติ

 

“เธอออ อย่ากัดตุ๊กตาเรา”

 

“เธอ! เราเขินนนน”

 

“เขินห่าอะไรรร” ไม่ควรเขิน ควรจักจี้ ซึ่งตอนนี้ผมไม่สามารถคิดอะไรดีๆ ได้นอกจาก... “ได้กันแล้วเหรอวะ”

 

“กรี๊ดดดดด”

 

“หยุดร้องได้แล้ว!” ถึงจะบอกว่าเป็นผู้หญิงที่ผมหลงอยู่ตอนนี้ แต่อย่ามาหน้าแดงเพราะผู้ชายคนอื่นให้มากนักได้ไหม ไม่ชอบ! “เชี่ย แล้ววันนี้ไม่มากินกับเราด้วยนะมึง ไปไหนกันวะ”

 

“ไปกินกันเองไงไอ้สัด ถามแปลก”

 

ผมทำหน้าเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อนึกถึงภาพจินตนาการที่ผู้ชายสองคนกำลังจะมีอะไรกัน แต่ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ได้มีความคิดหรือจิตใจเหยียดเพศสภาพอะไรแบบนี้นะ แค่รู้สึกว่าไอ้ทันมันจะรู้สึกยังไงวะถ้าต้องสัมผัสกับผู้ชายด้วยกันแบบเนื้อแนบเนื้อขนาดนั้น

 

ไม่กล้าหน้าแดงเลยแม่ง กลัวเผลอเปลี่ยนรสนิยม

 

“โห พี่ทันกับพี่เคไปถึงขั้นนั้นแล้วเหรอคะ” น้องพายถามตาใส

 

“ไปมากกว่านั้นอีกค่ะน้องพาย” ข้าวว่า “ก่อนหน้านี้ปิดพี่เป็นว่าเล่น ถามไปไหนก็บอกไปซ้อม ไปกับพี่เคบ้างไรบ้าง เพื่อนอย่างพี่นี่กำลังจะหางงอกพร้อมกระดิกดิ๊กๆ”

 

“หูย แต่เอาความจริง พี่สองคนเขาดูไม่น่าคบกันได้เลยนะคะ ดูต่างกันมากเลย”

 

“ความแตกต่างที่ลงตัว หนูไม่เคยได้ยินคำนี้เหรอคะ” เจ๋งพูด ซึ่งคนหน้าโหดอย่างมันพูดคะพูดค่ะ ก็ดูแปลกไปอีกแบบ

 

“จริงเหรอ”

 

“คนนึงด่ายับ คนนึงง้องแง้งเหมือนชอบให้เขาด่า แต่พอเขาจริงจังขึ้นมาก็ไม่กล้าออกเสียงหรือเถียงอะไรเขาอีก...” เจ๋งทำหน้าครุ่นคิด ซึ่งนั่นทำให้ผมเหล่ตาไปมองมัน “ตอนนี้กูอยากรู้อย่างเดียว...ใครเป็นผัวใครเป็นเมีย”

 

“เชื่อชิปเปอร์อย่างเราไหมเจ๋ง”

 

“ชิปเปอร์? คืออะไรอะข้าว ที่เอาไว้ขี่ปะ”

 

“นั่นชอปเปอร์ ไอ้สัด เล่นมุกไม่ดูไทม์มิ่งเลยไอ้นี่” ไอ้ปาล์มว่า “มันเป็นตัวละครในวันพีซต่างหาก”

 

“นั่นก็ชอปเปอร์ ไอ้เหี้ย” ผมยกขาถีบไอ้คนที่พูดเหมือนรู้ ปวดหัวกับพวกมันเหลือเกิน ตกลงจะตั้งวงดนตรีหรือตั้งคณะตลก “สรุปคือยังไงข้าว”

 

“ชิปเปอร์ก็คือคนที่ศรัทธาในโมเมนต์ของไอดอลสองคนที่เรากำลังชิปอยู่ ไม่ว่าโมเมนต์จะหายากขนาดไหน ถ้าชิปเปอร์ยังคงมีความหวัง เราก็เชื่อว่าโมเมนต์นั้นจะเกิดขึ้นกับเราสักวัน”

 

“มึง...แฟนมึงกำลังพูดในสิ่งที่พวกกูไม่เข้าใจ”

 

“กูก็ไม่เข้าใจ...แต่กูยังไม่ได้คบกันเลยมึง” เขินเลยผม

 

“โหย มันก็คือคนที่ชอบให้ไอดอลสองคนในวงเดียวกันชอบอยู่ด้วยกัน มโนว่าเป็นแฟนกันนั่นแหละ” แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องไอ้ทันยังไง “คือคนพวกนี้เขาจะมีความสามารถดูว่าใครเป็นโพไหน โพผัว หรือโพน้อง หรือโพอะไรก็แล้วแต่ ใครจะเป็นเมะ ใครจะเป็นเคะ...”

 

“มึง เซอร์ราวเดดบายเทคนิคอลโวแคบ...เฮลป์มีพลีส” ผมฟังแล้วเหนื่อยมากเลย จะครึ่งหน้าแล้วยังไม่รู้เรื่องสักที “ขอตรงๆ เลยข้าว”

 

“เราดูออกว่าใครผัวใครเมีย...จงเชื่อในพลังชิปเปอร์อย่างเรา ว่าเราให้พี่เคเป็นผัวและทันเป็นเมีย”

 

“ดูจาก?”

 

“ไปนอนอยู่ใต้เตียงเขา”

 

“อีเหี้ย” นี่ไม่ใช่คำด่า แต่นี่คือคำอุทาน ใครอยู่ล่างใครอยู่บนงี้เหรอ

 

“เราว่าเซนส์มันบอก พี่เคอาจจะขี้บ่นเหมือนคนเป็นเมีย จู้จี้จุกจิกไปนิด แต่เราอะในฐานะคนที่กรี๊ดพี่เคมาก่อนเราเห็นออร่าความอ่อนโยนของเขาแผ่ออกมานะ นั่งด้วยกันรู้สึกความเท่มันออกมา ดูปกป้องทันได้”

 

“แล้วไอ้ทันคือมีออร่าอะไรออกมาบ้าง”

 

“ความน้อง”

 

“เชี่ยทันเนี่ยนะน้อง อ้อนตีนล่ะสิไม่ว่า” ปาล์มว่า ซึ่งมันก็จริงเสียจนน้องพายหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

“จริงๆ เราสังเกตตอนสองคนนี้อยู่ด้วยกัน พี่เคบ่นทัน ไอ้นี่จะทำหน้างอเหมือนโดนขัดใจตลอดเลย จะออกแนวดื้อๆ ด้วย...ดูจากที่โดนอีนังมายด์ทำใส่สิ ทันไม่คิดจะบอกเราก่อนแต่เลือกที่จะบอกพี่เคก่อน ขนาดเรารออยู่นอกห้องทันยังไม่เล่าให้ฟังเดี๋ยวนั้นเลย”

 

“อันนี้คือเชื่อได้ใช่มะ”

 

“ก็เจ๋งบอกไม่ใช่เหรอว่าไอ้ทันมันพูดออกมาเองว่า ยอมทั้งนั้น...เราเคยไปอ่านมานะว่าครั้งแรกของผู้ชายจะเจ็บมาก ถ้ามันไม่ยอมก็คงไม่พูดออกมาแบบนั้นหรอก จริงไหมล่ะ”

 

ผมเชื่อแล้วครับว่าพระเจ้าสร้างผู้หญิงให้มีทักษะความเป็นนักสืบที่สูงจริงๆ หรือบางทีอาจจะไม่ได้สูงขนาดนั้น แต่อย่างน้อยความขี้สงสัยและการเชื่อมโยงอาจจะดีกว่าเพศที่ใช้ตรรกะเป็นส่วนใหญ่อย่างผู้ชายอีก โอเคๆ อึ้งยันน้องพายอะเอาจริง

 

 

 

 

และเมื่อเพื่อนๆ กลับห้องกลับที่อยู่ของแต่ละคนกันไปแล้ว ผมก็เดินออกมาส่งข้าวที่อยู่หอซอยที่สาม แต่ในระหว่างนั้นเราก็เดินไปคุยไป แต่ถ้าถามว่าเรื่องใครก็คงหนีไม่พ้นไอ้คนที่ถูกจับตามองไปทั่วมหาลัยอย่างคู่รักเพศเดียวกันในตอนนี้

 

“แล้วแฟนคลับลดลงบ้างไหม” ผมหันไปถามคนที่เป็นแอดมินเพจวงผมที่เดินอยู่ข้างๆ

 

“คนกดอันไลค์เพจก็เยอะอยู่ แต่ก็เทียบไม่ได้กับคนที่มาให้กำลังใจเลยล่ะ”

 

“ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี”

 

“กลัวแฟนคลับวงตัวเองหายล่ะสิ”

 

“หึ...” ผมเค่นหัวเราะออกมานิดหน่อย ซึ่งความจริงผมก็มีความคิดตำหนิไอ้ทันไปไม่น้อยเหมือนกันว่าทำไมทำอะไรไม่คิด แต่สุดท้ายแล้วเรื่องหัวใจมันไม่ได้ห้ามกันได้ง่ายขนาดนั้น บวกกับนักร้องนำวงผมมันดื้อด้านขนาดนั้น จะห้ามยังไงไหว “แต่พอประกวดวันสุดท้ายแล้วเห็นคนที่มาเชียร์เยอะกว่าปกติก็ดีใจจะแย่”

 

“แน่อยู่แล้ว เพราะว่าเขาไม่ได้ชอบที่ทันหล่อหรือชอบที่ตัวทันหรือตัวพี่เค แต่เขาชอบแล้วก็รับได้ในสิ่งที่สองคนนี้เป็น ต่อให้มันขัดใจใคร แฟนคลับนี่แหละที่จะคอยประคับประคองให้สองคนนี้ไปถึงฝั่ง แล้วอีกอย่างนะ...” ข้าวสูดลมหายใจก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าซอยหอตัวเอง “แฟนคลับไม่ได้ชื่นชอบแค่ทัน แต่ชื่นชอบวงเธอทั้งวง”

 

“อืม”

 

“รู้จักปะ คีพวงไม่ได้คีพเมน”

 

“ไม่อะ...เนี่ย ชอบเล่นคำยากอีกแล้วนะ” หรือมันถึงเวลาแล้วที่นอกจากผมจะรู้จักตัวเธอ ผมยังต้องทำความรู้จักวงที่เธอชอบด้วย “แต่ก็ยอมรับแหละว่าครั้งแรกไม่ค่อยชอบพี่เคเลย คนห่าอะไรหน้าตาก็ดี มาถึงซัดมึงกูใส่กันเลย สนิทกันขนาดนั้น?”

 

“ตอนแรกเราก็ตกใจเหมือนเธอนั่นแหละ แต่พอได้ฟังทันเล่าเรื่อยๆ แล้วรู้สึกตงิดๆ อะไรขึ้นมาไม่รู้...แล้วเธอไม่ชอบพี่เคแค่นั้นน่ะเหรอ”

 

“พี่เขาดูลึกลับอะ ตอนเราขอคุยเรื่องให้พี่เขามาช่วยฟีทนั่นแหละ พี่เขาไล่ปาล์มกับน้องพายกลับ แต่ให้ไอ้ทันขึ้นไปคุยที่ห้องกันแค่สองคน...แบบ ดูเป็นคนเข้าใจยากอะ แต่พอได้รู้จักกันเรื่อยๆ แล้วเราก็รู้ว่าเออ พี่เคโคตรใจดี”

 

“ใช่ไหมล่ะ ของอย่างนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ”

 

“มึงกูกับไอ้ทันคนเดียว แต่พูดกับคนอื่นแทนตัวเองว่าพี่หมด...โคตรงง”

 

“อาจจะอยากตีซี้กับเพื่อนเราก่อนก็ได้ จะได้เข้าหาง่ายๆ หน่อย”

 

หลังจากนั้นผมกับข้าวก็หันมาหัวเราะพร้อมกัน ก่อนที่จะมาส่งเธอถึงหน้าหอหญิงที่ผู้ชายอย่างผมไม่สามารถย่างกรายเข้าไปได้เลยแม้แต่ปลายเท้า

 

“ฝันดีนะ อย่าลืมเช็ดเครื่องสำอางล่ะ” มานั่งห้องผมซะหน้ามันแผลบเลย

 

“รู้แล้วน่า...ฝันดีเหมือนกันนะ”

 

ผมพยักหน้ารับก่อนจะหันหลังทำท่าจะเดินออกมา แต่เหมือนผีผลักก็ไม่ปาน ความรู้สึกในใจบางอย่างทำให้ผมต้องหันกลับไปหาผู้หญิงที่กำลังหยิบคีย์การ์ดเตรียมแตะมันเข้ากับแผงเซนเซอร์ที่ประตูทางเข้าหอพัก

 

“ข้าว”

 

เธอหันหน้ามาหาผมก่อนจะกะพริบตาจนแพขนตายาวหน้าขยับขึ้นลงถี่ๆ

 

“คบกันไหม”

 

“.........”

 

แน่นอน ว่าจังหวะมันดีมาก เพราะหลังจากที่ผมโพล่งบางอย่างออกไปเหมือนไม่ได้คิดหน้าคิดหลังออกมา หากแต่ทุกอย่างไม่ได้ออกมาจากสมอง มันออกมาจากความรู้สึกในหัวใจที่กำลังพองโตเหมือนจะระเบิดออกมาให้เป็นคำพูดที่ชัดเจน

 

ผมทำเพื่อฝ่ายหญิงจะได้ไม่ต้องเสียหายเวลาที่เดินไปไหนมาไหนกับผมแล้วเธอจะได้พูดได้อย่างเต็มปากว่าเธอเป็นอะไรกับผม

 

“โทษทีนะ ไม่โรแมนติกเลย” ความจริงเป็นนักดนตรีมันอาจจะต้องมีกีตาร์สักตัว หรือเพลงสักเพลงเล่นให้พอเป็นพิธีสำหรับผู้หญิงช่างฝันอย่างข้าว

 

แต่อะไรมันจะเรียลได้เท่าการขอเป็นแฟนหน้าหอหญิงแบบนี้

 

“เอ่อ...” ประตูเข้าหอล็อกอีกครั้งเมื่อไม่มีการเปิดหลังจากเซนเซอร์ทำงาน ข้าวหันมามองหน้าผมงงๆ ก่อนจะพยายามคลี่ยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก

 

อย่าบอกนะว่าการที่ผมพยายามทำทุกอย่างมาตั้งแต่ปีหนึ่งที่ผมรู้จักกับข้าวมันจะมาพังเอาวันนี้

 

“อยากได้คำตอบแบบไหนเหรอ”

 

“คบสิ เอาสิ เป็นแฟนกันนั่นแหละดีแล้ว”

 

“แล้วถ้ามันไม่ใช่คำตอบแบบนั้นล่ะ”

 

หน้าซีดเลยผม อีกนิดน่าจะร้องไห้แล้ว

 

“แต่ถ้ามันเป็นคำถามว่า เราเป็นติ่งหนักมาก บ้าผู้ชายหนักมาก...ก้องจะทนเราได้ใช่ไหม”

 

ผมกะพริบตาปริบ ความจริงตั้งแต่รู้จักกับข้าวมา ผมก็เห็นเธอบ้าผู้ชายไม่เว้นชั่วโมงอยู่แล้ว คบกันไปอาจจะมีมากกว่านั้น แต่ผมคิดว่าน่าจะรับมือได้นะ 

 

ให้ติ่งด้วยก็ทำได้นะ”

 

ข้าวคว่ำปากเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “อืม”

 

“อืมไร”

 

“ก็ถามอะไรล่ะเมื่อกี้”

 

เชี่ยๆๆๆๆๆๆ ในใจผมมีแต่คำนี้เต็มไปหมด หัวใจสั่นไหวให้มือสองข้างสั่นเทา แล้วลามขึ้นมาเป็นน้ำเสียงอีกแล้วเนี่ย

 

“คือ...คบใช่ไหม”

 

“โอย...ถามเยอะ เดี๋ยวก็ไม่คบซะนี่”

 

“เฮ้ยยย จริงปะเนี่ย คบกับเราแล้วนะ เป็นแฟนเราแล้วนะ”

 

ใครที่บอกผมเท่ ใครที่บอกผมหล่อหรือโซผัวบนเวทีอะไรนั่นน่ะ บอกเลย ว่าผมพร้อมก้มหัวให้ผู้หญิงคนนี้แล้วง้องแง้งกับเธอเพียงคนเดียว

 

“ค่ะ สถานะเปลี่ยนแล้วนะ”

 

“เยส!

 

“แต่ไม่รับปากนะว่าเธอกับเมนเรา เราจะรักใครมากกว่ากัน”

 

“ในจินตนาการเธอก็รักเมนเธอไป แต่อยู่ด้วยกันจริงๆ เธอต้องรักเรานะ”

 

เป็นอีกครั้งที่ข้าวคว่ำปาก แต่นั่นก็เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เพราะผมเริ่มเห็นรอยยิ้มจนตาปิดกับใบหน้าที่ขึ้นสีดูน่ารักอีกแล้ว

 

พรุ่งนี้ตอนไปประชุมเรื่องทำเพลง เอาไปอวดกับไอ้ทันดีกว่าว่าเพื่อนมึงเป็นของกูแล้วจ้า...

 

อ้ะไม่สิ...

 

ผมต่างหากที่เป็นของเขา

 

 

 

 

 

 

จบ Kong’s part 

 

 

#เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก

TBC

ทุกวันอังคารและศุกร์

...........................................................

วันนี้มาแปลกตาหน่อยนะคะ ก้องคือผู้ชายที่น่ารักมากคนนึงเลยอยากให้เห็นมุมของนางกับแฟนหมาดๆ ของนางบ้าง ฮี่

Happy new year นะคะทุกคนนน มีความสุขกันถ้วนหน้า ขอให้ปี 2020 นี้เป็นปีที่มีแต่รอยยิ้มนะคะ 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #46 mo2ksrwi3_thawe2.ng (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 21:14
    ผช.ของเขา ขี้อ้อนน่ารักจัง
    #46
    0
  2. #29 Mutchayanee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 13:11
    ก้องน่าร๊ากกกกกอ่าาาา
    #29
    0