เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก (Pre-order!)

ตอนที่ 23 : 21 : คนที่แคร์มาตลอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,094
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62


21

คนที่แคร์มาตลอด

 

 

 

 

Special K’s part

 

 

“ไหนมึงบอกจะกินแค่ไม่กี่แก้วไง ตายอดตายอยากมาจากไหนฮะ”

 

เป็นไงล่ะ ฉลองหลังได้รางวัลชุดใหญ่ด้วยร้านเหล้า กินแก้คอแห้งกันไป แล้วเป็นไง เมาหมาไม่แลแต่ผมต้องมาแบกทันกลับห้องเพราะแค่จะทรงตัวยังทรงตัวไม่อยู่เลย

 

“อย่าดุสิ...”

 

“กูจะดุ ดุจนกว่ามึงจะเลิกกินเหล้าแทนน้ำเปล่าได้ซะที”

 

“ผมก็ไม่ได้กินผสมกันแล้วนะ”

 

“แต่มึงจะหลับหูหลับตากินขนาดนี้ไม่ได้ถ้ารู้ว่าคออ่อน”

 

 ดูมัน กระฟัดกระเฟียดทำหน้างอไม่พอใจ พลางดิ้นขลุกขลักตอนที่ผมพยายามหากุญแจจะไขประตูห้อง

 

กริ๊ง...

 

“โอ้ย อย่าดิ้นได้ไหม เดี๋ยวกูโยนออกไปนอกระเบียงซะนี่” พอทันดิ้นตอนที่ผมกำลังควานหากุญแจ กุญแจก็กลิ้งตกไปที่พื้นสร้างความทุลักทุเลขึ้นไปอีก

 

แล้วกว่าจะพามันเข้าห้องได้ เหมือนโดนดูดพลังงานไปจนหมด ถ้าเมาแล้วไม่ทำตัวดื้อก็พอได้อยู่ แต่นี่เมาแล้วงอแงฉิบหาย

 

“พี่เค...” ดูๆ ไม่ให้ผมได้หยุดพักให้หายหอบยังจะยกแขนทั้งๆ ที่หลังก็จมเตียงแบบนั้นอีก “กอด”

 

“เหม็นเหล้า”

 

“พี่ก็กินนนน”

 

“กูไม่ได้กระเหี้ยนกระหือรือกินแบบมึง”

 

“บ่น” ไม่ให้บ่นเหรอ? สภาพแบบนี้ไม่ให้บ่นเหรอ “อยากกอดดด”

 

“โอ้ย...”

 

ถ้าเป็นมันแบบสติร้อยเปอร์เซ็นต์ผมคงจะเต็มใจกอดอยู่หรอก แต่นี่อะไร ทำตาเยิ้ม หน้าแดงเพราะฤทธิ์เหล้า อ้าแขนออกกว้างเหมือนรอผมให้เข้าไปกอดมันเต็มที

 

แต่อย่างว่า ผมยอมมันมาตลอด ครั้งนี้ก็คงต้องยอมอีกตามเคย

 

ผมช้อนหลังทันให้ลุกขึ้นมานั่งกอดกันดีๆ เพราะยากเหลือเกินที่ผมจะล้มตัวไปทับมันได้ กลัวว่าจะเผลอหลับไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำทั้งคู่

 

ผมจับทันให้นั่งคร่อมตักกันดีๆ ซึ่งเวลาเมาของอีกคนนี่แหละที่ทำให้เขายอมทำตามอย่างไม่ขัดขืน ไม่ขัดขืนไม่ว่า รีบจัดท่านั่งของตัวเองด้วยซ้ำ

 

ท่าล่อแหลมขนาดนี้ บอกเลยถ้าไม่เมา ทันก็คงไม่ทำ

 

“ดีใจอะพี่เค” คนที่กอดผมเอาหน้าซุกต้นคอผมอยู่ส่งเสียงอู้อี้ที่ข้างหู

 

“ดีใจอะไร”

 

“ได้ทำเพลงด้วย”

 

“ก็แน่ล่ะ โชคดีแล้วที่เขาให้”

 

“เกินคาดสุดๆ” อีกคนยิ้มตาหยี เห็นฟันแทบทุกซี่

 

แทบไม่อยากจะเชื่อว่าทัน ผู้ชายที่หน้าตาดีจัดไปทางหล่อเหลา นักร้องลุคเท่ๆ ที่หลายคนชื่นชอบ เบื้องหลังของเขาจะเป็นผู้ชายธรรมดาๆ ที่ขี้อ้อนขนาดนี้

 

“พี่เค”

 

“อะไรอีก”

 

“อยากจูบ”

 

“เหอะ” เหอะ ไม่ได้แปลว่าปฏิเสธ แต่หมายความว่าผมอยากจะหัวร่อให้กับความใจกล้าของทันที่มีมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะเวลาที่เมาแบบนี้ “เหม็นเหล้า ไปอาบน้ำแปรงฟันก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

 

“อือออ”

 

“อยากเหรอถึงอยากจูบ”

 

“อยากอะไร ก็แค่อยากขอบคุณ”

 

“หือ?” ผมเลิกคิ้วขึ้นเพราะคิดว่าทันอาจจะพูดไปเพราะอาการจากแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้สติ แต่เพราะคำที่บอกว่าขอบคุณจากเขานั้น ทำให้ผมเผลอลูบแผ่นหลังเขาด้วยมือทั้งสองข้าง

 

“พี่เคทำให้วงผมมายืนถึงจุดนี้”

 

“เพ้อเจ้อ สปิริตวงมึงเองทั้งนั้น”

 

แต่อีกคนก็ได้แต่ส่ายหน้า ดวงตาของคนที่เริ่มไม่ได้สตินั้นหายไป “แต่ก่อนผมไม่ได้คิดจะซ้อมจริงจังอะไรขนาดนี้ แต่พอมีพี่เข้ามาฟีทด้วย พี่ก็เหมือนเป็นคนช่วยกระตุ้นให้พวกผมมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอะ”

 

“ลืมแล้วเหรอ กูไม่ค่อยได้เข้าซ้อมกับพวกมึงนะ”

 

“ไม่ลืม แต่เพราะพี่ไม่ค่อยได้มาซ้อมแต่ดันทำได้ดี จำคิวเร็ว ผมเลยเอามาคิดไม่ได้ว่าขนาดพี่ไม่ค่อยได้มายังทำได้ดี แล้วคนที่ซ้อมกันเกือบทุกวันอย่างพวกผมมันก็ต้องทำได้ดีเหมือนกันด้วย”

 

“หึ...” โอย อยากจะพ่นลมหัวเราะออกมาแต่ก็เกรงใจคนที่อยู่ในโหมดผู้ใหญ่อยู่ “ความจริงเรื่องพวกนี้มันอยู่ที่พวกมึงเองทั้งนั้น ถ้าตัวมึงไม่มีความคิดอยากให้กูมาฟีทด้วย ไม่มีความคิดที่จะทำเพลงแบบใหม่ ไม่คิดโชว์ที่แปลกตากว่าคนอื่น...มึงคิดเหรอว่าฟินอมมินอลจะมาถึงจุดนี้”

 

“...........”

 

“คนที่มึงควรขอบคุณมันไม่ใช่กู แต่เป็นเพื่อนในวงมึงทุกคนที่พากันมาให้ถึงจุดนี้ได้”

 

“พี่เค...”

 

“ถ้าทำเพลงจริงๆ แล้วอย่าทะเลาะกันนะ รับฟังความคิดกันให้เหมือนกับครั้งนี้ด้วยล่ะ”

 

“อืออ”

 

ผมรับอ้อมกอดจากอีกคนที่โน้มลงมากอดรัดด้วยแขนทั้งสองข้างเขาไว้ ก่อนที่ตัวเองจะใช้คางเกยกับลาดไหล่ที่เริ่มแน่นเพราะเจ้าตัวออกกำลังกายอย่างหนักไม่แพ้ซ้อมร้องเพลง ก่อนจะใช้จมูกดุนคอเสื้อกว้างของอีกคนและกดริมฝีปากลงบนไหล่นั้นเบาๆ ผละออกจนเกิดเสียงเบา

 

“ทัน” เพราะรู้ดีว่าท่านั่งที่ล่อแหลมให้ผมท่องยุบหนอพองหนออีกต่อไปไม่ไหว บวกกับมือที่เริ่มซนของตัวเองที่ลามล้วงเข้าไปใต้เสื้อยืดของทันทำให้ผมต้องเชยใบหน้าเขาให้ผละออกจากกอด “จำได้ไหมว่ากูจะขอคิดบัญชีชุดใหญ่หลังที่แข่งเสร็จแล้ว”

 

“อะ...อืม”

 

“กูคิดคืนนี้เลยนะ”

 

“อะ...” ก่อนที่ทันจะหน้าแดง แน่นอนว่าเลือดมันจะไปกองกันอยู่ที่หน้าอกและคอก่อน

 

“ไม่ได้เมาจนไม่รู้เรื่องใช่ไหม”

 

“อืม...ครับ”

 

 

 

 

 

[CUT]

 

 

 

 

 

ตื่นมาอีกทีก็ตอนที่ห้องสว่างโล่จนไม่อยากหันไปมองนาฬิกาที่หัวเตียงเลยว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว ไอ้คนที่ผมนอนกอดอยู่ก็ดิ้นขลุกขลักส่งเสียงงัวเงียยามที่ผมขยับตัว

 

นอนภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน กับร่างกายที่ไม่มีอะไรปกคลุมนอกจากผ้าห่มผืนหนา ก็ไม่แปลกหรอกที่ทันจะเงยหน้ามองผมด้วยสายตาสะลึมสะลือ ยังตื่นไม่ดีด้วยความงุนงง

 

“พี่เค...” ตื่นมางัวเงียเรียกเลยนะ “ปวดหัว”

 

“กินขนาดนั้น”

 

“ฮึ?”

 

เหมือนอีกคนจะเพิ่งรู้ว่าตอนที่เขาซุกหน้าลงที่หน้าอกผม กะพริบตาถี่เหมือนพยายามไล่ความง่วงเมื่อเห็นถึงหน้าอกเปลือยเปล่าของผม ก่อนก้มหน้างุดลงไปมองที่ร่างกายตัวเองที่ไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ แต่ขอขี้โกงนิดนึงตรงที่ผมหนีไปอาบน้ำใส่กางเกงสบายๆ นอนเมื่อคืนแล้ว

 

“ทำไม จะบอกว่าจำไม่ได้?”

 

“เปล่า”

 

“ก็ลองบอกจำไม่ได้สิ กูจะได้บอกว่ามึงมันแอคติ้ง”

 

“โอ้ยยย ทำไมผมถึงเป็นคนแบบนี้เนี่ย” แล้วดูมันทำ โอดโอยที่ตัวเองทำไปเมื่อคืน ยังมีหน้ามาซุกหน้าลงที่หน้าอกผมอีก “ผมเสียตัวให้พี่แล้วใช่ไหม”

 

“ยัง หรืออยากเสียเลยล่ะ”

 

“ไม่เอา” ผลักอกผมยังไงก็ไม่เป็นผล ถ้าผมยังกอดร่างมันอยู่แบบนี้ “เขินว่ะ ไม่น่ากินเหล้าเยอะเลยกู”

 

“เขินอะไร ช้าไปไหม ทีเมื่อคืนนี่กระโดดขึ้นตัวกูไม่ให้ตั้งตัวเลย”

 

“อย่าพูดสิ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว” ไม่เป็นไรเดี๋ยวทำเองงั้นก็ “ไม่กินแล้วเหล้า ฮือ”

 

ตอนนั้นก็บอกว่าจะไม่กินแล้วเพราะเหล้ากับเบียร์ดันไปตีกันในกระเพาะ แต่รอบนี้จะไม่กินเพราะเมาจนห้ามอารมณ์ตัวเองไม่อยู่...

 

ไม่เป็นไร...ห้ามไม่อยู่ก็ไม่ต้องห้าม กระโดดขึ้นคร่อมผมเมื่อคืนก็น่ารักดีอีกแบบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

???? ????

 

 

 

 

 

 

 

แล้ววันนี้ทั้งวัน ผมก็ไม่ได้ให้ทันกลับบ้านเลยทันที แต่ชวนกันไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำในวันอาทิตย์ กลัวเหมือนกันว่าสระจะไม่เปิด แต่พอมาจริงๆ แล้วก็มีคนใช้สระโดดกันตูมๆ 

 

“พี่คิดไงอยากมา” เดินมาถึงหน้าสระแล้ว ไอ้คนที่โดนผมลากมาก็เพิ่งจะมาถาม

 

“ออกกำลังกายดิ”

 

“ปกติพี่ว่ายน้ำเหรอ”

 

“ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่”

 

“โม้” เอ๊ะไอ้นี่ ทุกวันนี่แบกของทำกิจกรรม ไปค่ายทีก็เรียกว่าออกกำลังกายแล้ว “แล้วทำไมตัวแน่น”

 

“ก็ธรรมชาติกูมันเป็นแบบนี้”

 

“อี๋...หมั่นไส้ว่ะ” ได้ยินแบบนั้นผมอยากจะเข้าไปดีดหน้าผากมันสักรอบแต่ทันมันเร็วกว่ายกมือขึ้นมาปิดหน้าผากทัน “ทำไมไม่ออกกำลังกายแล้วตัวแน่นได้ด้วย ของอย่างนี้มันต้องมีสักอย่างบ้างแหละ”

 

“ถ้ามีเวลาก็มาฟิตเนสข้างบนยิมนั่นไง แต่หลังๆ ไม่มีเวลาแล้ว” เมื่อเดินเข้ามาถึงห้องล็อกเกอร์ผมก็จัดการถอดเสื้อโยนเข้าล็อกไปก่อนจะหันมาหาอีกคน “เดี๋ยวปิดเทอมก็ต้องไปค่ายอีก”

 

“ค่ายอะไรเหรอ”

 

“ครุศาสตร์ปาดปูนน่ะ ชื่อค่ายครุ”

 

“อ่อ...ไปด้วยได้ไหม”

 

“ไปดิ คณะอื่นก็ไปกันเยอะแยะ วิศวะ เกษตร ก็มีหลายคณะนะ”

 

“จองไว้ก่อนนะ เผื่อไปได้”

 

“แล้วเขาให้ทำเพลงเมื่อไหร่ล่ะ” ลางสังหรณ์ว่าเขาจะให้พวกนี้ทำเพลงกันในตอนที่ไม่กระทบการเรียนที่สุด

 

“เขาบอกว่าจะเรียกคุยเรื่องเพลงกันอีกทีหลังสอบไฟนอลเสร็จอะ”

 

นั่นไง ซื้อหวยถูกที่ไหน

 

“ถ้างั้นก็เก็บตัวไว้ทำเพลงดีกว่า ค่ายไว้ไปปีไหนก็ได้ ไหนๆ ก็จะเป็นพี่ทันของน้องๆ แล้ว” ผมพูดพลางเอื้อมมือไปขยี้หัวทันเบาๆ ส่วนคนเด็กกว่าหนึ่งปีพอถูกเล่นหัวก็ทำหน้างอไม่พอใจอีกครั้ง

 

แต่ก็ไม่เห็นจะหลบมือผมสักนิด ทำหน้างออมลมอยู่ในปากแต่ก็ให้ผมยีหัวเล่นอย่างมันเขี้ยว

 

เสียดายคืนนี้ไม่ได้นอนด้วยกัน เดี๋ยวจะฟัดให้จมเตียงกว่าเดิมเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

“โอ้ย เอาห่วงยางไหมครับน้อง”

 

“เดี๋ยวเหอะพี่เค เห็นผมอย่างนี้ไปกลับได้เป็นสิบรอบเลยนะ”

 

พออบอุ่นร่างกายและลงสระกันเรียบร้อย เราสองคนก็แยกกันว่ายน้ำไปกลับสวนกันไปมาเหมือนคนไม่รู้จักกัน แน่นอนแหละว่าหนึ่งแล้ว ผมไม่อยากให้ทันโดนโจมตีมากกว่าเดิมจนวงดนตรีของเขาถูกลดความเชื่อมั่นลงไป ต่อให้คนที่สระจะไม่ได้มากเหมือนวันธรรมดาก็ตาม  

 

“อย่าคิดจะทำเชียวนะ กูขี้เกียจมานวดมึงตอนเป็นตะคริว”

 

“ตะคงตะคริวอะไรพี่ พูดดีๆ”

 

ทำดุๆ แต่ถ้าคิดจะดุมันก็บอกได้เลยว่าคงโดนเถียงใส่แน่ๆ 

 

“อะ...”

 

แต่ระหว่างที่ผมกับทันลอยตัวตีขาเพื่อจะเข้ามาหากัน สายตาของทันที่มองไปยังขอบสระดูแปลกไป รวมทั้งการที่ทันมุดหัวลงน้ำว่ายสวนผมไป ทำให้ผมต้องลอยเข้าหาขอบสระเพื่อมองตามสิ่งที่ทำให้ทันเป็นแบบนั้น

 

ผู้หญิงที่อยู่ในชุดว่ายน้ำคนหนึ่ง แน่นอนว่ารูปร่างเธอสวยจนคนอย่างผมอดละสายตาไม่ได้ แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผมยังมองเธออยู่แบบนั้นคือผมคุ้นหน้าเธอ

 

ฟึ่บ!

 

“อุ๊บ!

 

ผมกลั้นหายใจและหลับตาเกือบไม่ทันเมื่อรู้สึกโดนกดลงใต้น้ำ ดีดดิ้นอยู่พักนึงก็โดนลากขึ้นฮุบอากาศด้านบนอีกครั้ง

 

“ทำเชี่ยไรเนี่ย” ผมหันไปเอ็ดตัวการที่มันลากผมมาอยู่ขอบสระด้วยความหอบ ไม่หอบไงไหว เกือบตายแล้วแม่ง คิดว่าผีดึงขา

 

“แป๊บนึงพี่ อยู่ตรงนี้ก่อน”

 

“อะไรอีก”

 

“มายด์”

 

“ไม่อยากเจอก็ขึ้น ไม่ต้องทนเจอ” ผมว่าก่อนจะเอื้อมมือไปหาบันไดเหล็ก แต่ก็ไม่วายโดนกอดจากด้านหลังลากลงมาในน้ำอีกรอบ

 

“เพิ่งว่ายได้สามรอบเอง ท่าอื่นยังไม่ได้ว่ายเลย”

 

“งั้นก็ไม่ต้องสนใจเขา เขาเดินลอยหน้าลอยตาได้ก็เพราะมึงนะ กลัวห่าไร”

 

“แต่แบบ...” ทันชายตาหันไปมองอีกฝั่งของสระว่ายน้ำ ที่ผู้หญิงอดีตคู่กรณีกำลังเดินลงสระพร้อมผู้ชายอีกคน

 

“ไอ้ที่มาด้วยใช่คนที่กระทืบมึงปะ”

 

“ไม่ใช่อะ เห็นว่าโดนไล่ออกไปแล้ว”

 

“มึงอยากรู้เหรอว่าคนนั้นเป็นใคร”

 

“ไม่อยากหรอกพี่ ผมจะไปอยากรู้ทำไม” แล้วไอ้อาการที่ขมวดคิ้วแน่นแบบนั้นคืออะไรไหนบอกซิ “แค่ผมอยากรู้ว่าต่อไปเขาจะเป็นยังไง แต่อีกใจก็ไม่ได้อยากไปยุ่งกับชีวิตเขาแล้ว”

 

“ไม่ต้องไปยุ่งน่ะดีแล้ว เอาชีวิตมึงให้รอดก็พอ” น่าหงุดหงิดนิดหน่อยนะ เวลาที่เห็นคนที่เราแคร์อยู่ตลอด ไปแคร์คนที่ไม่สมควรจะแคร์แบบนี้ “เพราะถ้ามึงร้องไห้มาอีก ก็อย่าหวังเลยว่าคนที่ทำมึงร้องไห้มันจะรอด”

 

“พี่เค...”

 

“ผู้หญิงก็ผู้หญิงเถอะ จะเอาตัวรอดด้วยวิธีสกปรกแบบนี้แม่งไม่ใช่ละ” ผมว่าพลางเกาะบันไดเหล็กพยุงตัวเองขึ้นจากสระแบบที่ทันก็คว้าร่างผมไว้ไม่ทัน

 

“พี่เค งอนเหรอ”

 

“งอนห่าไร จะไปอาบน้ำแล้ว”

 

“ไปด้วย”

 

“อยู่ต่อไปสิ ไหนว่าว่ายได้แค่ไม่กี่รอบ”

 

“ไม่เอา ไม่มีเพื่อน ไม่อยากอยู่คนเดียว”

 

ง้องแง้งเป็นเด็กไปเลย แต่อย่างว่าแหละ ถ้าผมหนีแล้วปล่อยให้ทันอยู่คนเดียวในสระ ที่มีผู้หญิงอดีตคู่กรณีอยู่ร่วมสระกันแบบนี้ ก็เข้าใจได้ว่ามันคงไม่มีความสุขแน่นอน

 

อยู่กับผมมีความสุขกว่าเยอะ ไม่เชื่อไปลองถามมันดูสิ

 

 

 

 

Special K’s part end    

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก

TBC

ทุกวันอังคารและศุกร์ 

.............................................................

นานๆ ทีจะได้พาร์ทพี่เคนะคะ ความจริงพี่มันก็เขินนั่นแหหละ แต่มันไม่กล้าพูดเยอะ

สำหรับตอนที่โดนตัดไป สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ fictionlog และ readawrite ได้เลยค่า

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น