เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก (Pre-order!)

ตอนที่ 22 : 20 : คนที่ตามใจเก่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    17 ธ.ค. 62



20

คนที่ตามใจเก่ง

 

 

 

 

บางที ความสุขที่มีอยู่อาจจะไม่ต้องตั้งชื่อให้มันเสมอไป ไม่จำเป็นต้องชัดเจนขนาดที่ว่าสิ่งเหล่านี้ควรเรียกว่าอะไรเราถึงจะพอใจ ขอแค่เรารู้ดีแก่ใจว่าเรารู้สึกกับคนคนนี้ยังไง และเขารู้สึกกับเราแบบไหนน่าจะสำคัญกว่า

 

เพราะการที่จะต้องมานั่งปวดหัวว่าการที่เรารู้สึกแบบนี้กับเขามันเรียกว่าอะไรนั้นผมว่ามันเสียเวลา แค่รู้ว่ามีใครบางคนรักเรา และเราเข้าใจความรู้สึกตัวเองดีพอแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว

 

แต่บางทีคนที่สวมกอดผมอยู่ด้านหลังก็พยายามที่จะตั้งชื่อความสัมพันธ์นี้ให้แตกต่างจากที่คนอื่นใช้มัน

 

“ไหนพี่ไม่อยากให้คนอื่นเขามาตั้งชื่อให้ไง พี่จะสนใจทำไมเนี่ย ผมไม่ได้คิดมากแล้วนะ” เพราะนอนหันหลังให้แผ่นหลังติดหน้าอกของอีกคนผมเลยจับมือเขามาเล่นได้ตามใจชอบ

 

“ตั้งชื่อเล่นไง”

 

“เข้าใจว่าเรียกอาการแบบนี้ว่าเห่อ”

 

“ไม่นะ ถ้าเห่อคงยิ่งกว่านี้” แค่นี้ก็โดนกอดจนตัวจะสึกอยู่แล้ว ยังจะมีมากกว่านี้อีกเหรอ “สถานะคนรักกัน...ฟังดูดีไหม”

 

“โหย...เลี่ยน” แต่ก็แอบอมยิ้มอยู่นะผมน่ะ “ไม่เคยเห็นพี่หยอดเลย จีบใครเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้”

 

“ไม่ได้โดนจีบอยู่หรอกเหรอตอนนี้”

 

“นี่พี่จีบผมอยู่เหรอ” ไม่บอกก็ไม่รู้อะเอาจริง “เป็นการจีบที่ไม่รู้ตัวมากๆ ถ้าไม่ใช่ผมพี่คงแห้วแดกไปแล้ว”

 

“เพราะเป็นมึงไง เลยไม่แห้ว”

 

ผมดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนพี่เคที่เขาพยายามจะจักจี้ผม ความจริงก็ไม่ได้บ้าจี้อะไรขนาดนั้นหรอก แต่พี่แกเล่นทั้งมือทั้งเอาคางมาถูคอผม ไหนจะจมูกที่คลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้ม โอเค รอบด้านแบบนี้ให้อยู่เฉยได้ไงวะ

 

สุดท้ายผมก็หันไปจุ๊บปากอีกคนที่ไม่คิดจะเลิกเล่นกับแก้มผมสักทีด้วยความมันเขี้ยว

 

เหอะ...คนแบบนี้หยุดได้ด้วยการทำแบบนี้ด้วยเหรอ จะว่าน่ารักก็น่ารักอยู่แหละน้า...

 

 

 

 

 

 

และเมื่อวันแห่งความเป็นความตายมาถึง...

 

วันที่ฟินอมมินอลและพี่เคได้ขึ้นเวทีการประกวดวงดนตรีมหาวิทยาลัยระดับประเทศ วันนี้เราเลยแต่งชุดนักศึกษากันเต็มยศ ผูกไท ใส่คัทชูถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า จากที่ผมเซอร์ๆ ก็ใส่มูสใส่เจลอะไรให้ดูเรียบร้อย แล้วยิ่งเรียบร้อย คนที่เหมาะกับลุคผู้ใหญ่อยู่แล้วอย่างพี่เคยิ่งดูดีขึ้นไปอีก

 

ดูดีจนน้องพายหลงหัวปักหัวปำ ยิ่งไอ้ข้าวนะ ลืมไอ้ก้องไปเลย

 

อ้อ! พูดถึงข้าว ผมกับพี่เคต้องขอบคุณมันมากๆ ที่มันตัดสินใจเป็นแอดมินแฟนเพจวงผม เพราะตั้งแต่ตอนที่แอดมินเพจคิวท์บอยเอารูปผมกับพี่เคไปลงจนได้คอมเมนต์วัดใจคนที่เขาเคยชื่นชอบเราไปตั้งแต่วันนั้น ข้าวก็เป็นคนที่อินบอกซ์ไปหาคิวท์บอยบอกให้ลบโพสต์นั้นทิ้งถึงแม้ว่ายอดไลค์ ยอดแชร์จะมากกว่าโพสต์ก่อนหน้าของเพจก็ตาม

 

ส่วนเพจวงผมก็ออกมาชี้แจงต่างๆ นานาโดยที่คนพิมพ์และคนโพสต์คือข้าวทั้งหมด แต่ก็ออกมาจากความคิดและคำพูดของผมกับพี่เค ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือตามที่หลายคนคอมเมนต์กันต่างๆ นานานั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละคนว่าใครอยากจะคิดหรือรู้สึกยังไง

 

เพราะการที่เราอยู่ในสถานะแบบนี้ มันก็เป็นสิ่งที่เราเลือกเอง ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน แต่แน่นอนว่ายังไงก็ต้องมีคนที่ผิดหวังกับการกระทำและผลลัพธ์ของผมกับพี่เคอยู่แล้ว แต่นั่นก็ถือว่าเป็นการวัดใจว่าใครรักเราหรือพร้อมที่จะอยู่ข้างเราจริงๆ

 

แต่โชคดีมากๆ ที่หลังจากข้าวโพสต์ลงเพจไปแล้ว คนที่รักในตัวผมและตัวพี่เคกลับมีมากเสียจนไอ้ข้าวเรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่า กลุ่มคนรักเคทัน

 

แล้วทำไมชื่อผมมันต้องอยู่หลังด้วยวะ ไม่เข้าใจ

 

ก่อนวงแรกขึ้นเวที เราต้องมาคุยกับช่างไฟก่อนว่าจะเอาไฟแบบไหน เสียงยังไง พูดง่ายๆ ก็คือซ้อมคิวนั่นแหละ แต่ระหว่างที่ยืนรอพี่ๆ ทีมงานเซ็ตทุกอย่างเรียบร้อย ผมกับพี่เคก็นั่งอยู่ที่ด้านหลังเวทีที่มีสารพัดสายไฟโยงกันมั่วจากอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

 

“ไม่ใส่ชุดนักศึกษาไม่กี่เดือน ทำไมไทมันชุ่ยแบบนี้วะ” แต่ตรงหลังเวทีก็มีผมกับพี่เคนี่แหละที่นั่งอยู่ แล้วเป็นไง โดนบ่นอีก

 

“มันไม่เคยเรียบร้อยมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วเหอะ”

 

“แล้วทำไมเพื่อนคนอื่นเขาผูกได้”

 

“ก็มันเก่ง”

 

“แค่ผูกไทมันต้องใช้สกิลอะไรเยอะแยะวะ ไม่ได้ตีลังกาผูกปะ...มานี่” บ่นอีกละ วันนึงเนี่ยบ่นผมกี่รอบ โดนผมทำหูทวนลมทุกรอบไม่เบื่อบ้างหรือไง

 

“โอ้ย...”

 

แล้วดูพี่เคทำ เขาดึงเนคไทผมจนร่างกายเซไปหาเขา นี่จะผูกให้จริงๆ ใช่ไหม ดึงขนาดนี้เกรงใจคอผมด้วย

 

พอได้มองพี่เคที่ทำหน้านิ่งไม่มีแม้กระทั่งรอยยิ้มที่มุมปากที่เมื่อก่อนเขาชอบทำ มือและสายตาก็จดจ่ออยู่กับเนคไทที่คอผม ถึงแม้ว่าจะต้องเงยหน้าเล็กน้อยเพื่อให้เขาจัดการผูกไทให้ลงตัวและเรียบร้อยที่สุด แต่ใบหน้าที่ใกล้กันขนาดนี้ ออร่าความใจดีจะไม่เข้าตาผมก็ยังไงอยู่

 

เหมือนมีเมียเลยว่ะ

 

“สายตามึงเหี้ยมาก ส่องกระจกหน่อยไหม” รู้ตัวอีกทีเขาก็ปล่อยมือออกจาเสื้อผมก่อนจะขยับไปนั่งที่เดิม

 

“มันไปเอง”

 

“ดีเนอะ ใส่ช็อปไปเรียนทุกวันไม่ต้องซักไม่ต้องรีดให้เหนื่อย”

 

“พี่ก็มีช็อปไม่ใช่เหรอ ใส่ทุกวันบ้างไม่ได้เหรอคณะพี่”

 

“เหอะ...ช็อปกูก็ซื้อเอาที่สโมด้วย ของมึงต้องสั่งตัดใช่ไหม”

 

“ใช่ๆ มันจะแพงกว่าซื้อเอง ผมอยากให้มันมีตัวอักษรข้างหลังอะ ดูเท่ดี”

 

“เออ ใส่สามปีตัวเท่านี้ก็คุ้มแล้ว” แล้วไม่รู้ว่าสามปีที่ใส่ผมจะได้ซักสักกี่รอบนะ ยิ่งภาคที่สมบุกสมบันอย่างโยธาด้วยแล้ว พวกเหงื่อเอยอะไรเอยมันทะลุเสื้อตัวในอยู่แล้วล่ะ “ผอมลงปะมึงน่ะ”

 

“เหรอ...วิ่งทุกวันมั้ง”

 

“ว่ายน้ำด้วยนี่”

 

“ใช่พี่ กล้ามงี้เป็นมัด” ผมว่าพลางตบที่แขนบนของตัวเองก่อนจะยักคิ้วให้พี่เคมาดีดหน้าผากผมหนึ่งรอบโทษฐานอะไรของเขาก็ไม่รู้

 

ก็โอเค อยู่ด้วยกันในสถานะที่ไม่ชัดเจนมันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ถ้าตอนนี้ยังไม่มีเรื่องที่ต้องให้คิดมากน่ะนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ในที่สุด วินาทีแห่งชีวิตก็ได้เริ่มขึ้น วันนี้จะว่าโชคดีก็ว่าดี จะว่าโชคร้ายก็ว่าร้ายที่จับฉลากได้วงแรกที่ต้องขึ้นเล่น ปกติวงผมมักจะมีเซอร์ไพรส์ให้กรรมการเสมอ แต่วันนี้เหมือนเรามาจุดสูงสุดของการแข่งขันประกวดอะไรแบบนี้กันแล้ว เซอร์ไพรส์อย่างทุกครั้งที่พี่เคออกมาร้องทำนองเสนาะ หรือขับเสภาจะไม่มีอีกแล้ว

 

จากวงป๊อปร็อคที่เล่นดนตรีหนักๆ โดดมันๆ ให้เวทีสะเทือน ลามไปถึงคนดูด้านล่างให้มันไปพร้อมกัน วันนี้ทุกอย่างดูแปลกตาและแปลกหูไปหมด เมื่ออินโทรขึ้นมากลับเป็นเสียงคีย์บอร์ดนุ่มๆ และเสียงกีตาร์โปร่งของก้องที่ดังขึ้นเบาๆ

 

 

“ฉันฝันถึงเธอคนที่อยู่ไกล แสนไกล
ช่างหวานละมุม อบอุ่นข้างในหัวใจ
แต่อายไม่กล้าแม้จะบอกกับใคร
จึงจูบผ่านสายลมให้พัดพาไป”

 

 

ยิ่งแสงไฟด้านบนสว่างขึ้นช้าๆ ก็ทำให้เห็นพวกผมทั้งหกคนรวมพี่เค นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สี่เหลี่ยมด้วยกันใกล้ๆ เหมือนเล่นอคูสติกที่มอ

 

แต่เซอร์ไพรส์ชุดที่สองก็เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากคนด้านล่างและอาการเลิกคิ้วของกรรมการที่นั่งอยู่ด้านล่างเมื่อคนที่ถือไมค์ลอยอยู่ข้างๆ ผมยกมันขึ้นมาจรดปาก

 

 

 

“เพราะฝันและจริงยังไม่เคยพบกัน
เพราะหวานเกินไปไม่ว่าใครก็ต้องใจสั่น
เพราะอายเหลือเกินกว่าที่จะพูดคำนั้น
เพราะจูบของเธอยังไม่ใช่จูบของฉัน”

 

 

 

คนที่เหมาะกับเพลงช้าๆ ซึ้งๆ แบบนี้ ไม่ใช่นักร้องนำวงฟินอมมินอล แต่กลับคือผู้ชายที่เป็นที่รู้จักในมหาวิทยาลัย หนึ่งในสมาชิกชมรมนักร้องประสานเสียง ผู้ชายที่ไม่ได้มีดีแค่ขับเสภา แต่ยังร้องเสียงหลักได้นุ่มหูและเพราะที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอนักร้องสมัครเล่นมา

 

ความจริงไม่ได้อยากจะเซอร์ไพรส์ใคร แค่หากลอนไม่ได้และแต่งไม่ทันแค่นั้นเอง

 

 

“ความรักครั้งนี้จะเป็นอย่างไร
ฉันควรจะต้องทำใจรึเปล่า
จะเป็นได้แค่เพียงฝัน
ความรักครั้งนี้จะเป็นอย่างไร
สุขสมได้ดั่งใจหรือเป็นฝันชั่วคราว
อยู่ที่เธอรู้ไหม”

 

 

 

ดนตรีที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ผมอยากสร้างบรรยากาศที่ทุกคนเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและรอยยิ้ม ให้ทุกคนได้เห็นว่าฟินอมมินอลไม่จำเป็นต้องแหกปากกระโดดโลดเต้นอยู่บนเวที ให้คนด้านล่างเหงื่อออกกันอย่างเดียว

 

แต่ฟินอมมินอลสามารถทำให้ทุกคนในที่นี้ได้รู้สึกอบอุ่นใจในเสียงเพลงที่พวกเราอยากถ่ายทอดออกไป ก็เหมือนกับหัวใจของผมตอนนี้ที่ก่อนหน้านั้นมันหนาวเหน็บ แต่ก็อบอุ่นได้เพียงเพราะมีใครบางคนเดินเข้ามา            

 

 

 

“ฝากทุกข้อความส่งไปถึงเธอ
ที่ไม่อาจจะเอ่ยในยามที่พบเจอ
อาจมีสักวันเธอจะได้รับมัน
เธอจะรู้ว่าฉันนั้นคิดเช่นไร

ชีวิตของฉันเมื่อพบกับเธอ
นั้นจะเปลี่ยนแปลงหรือเป็นเหมือนเก่า
เป็นแค่ฝันไป
คือคำถามที่ฉันฝากไว้
ฉันวอนให้สายลมพัดลอยผ่านไป...ถึงเธอ”

 

 

 

โดยเฉพาะท่อนสุดท้ายที่ผมเป็นเสียงหลักและพี่เคเป็นคอรัส อาการล่องลอยในหัวใจเกิดขึ้นจนเผลอหันไปยิ้มให้กันบนเวทีอย่างไม่รู้ตัว นานๆ ทีจะได้มีบรรยากาศแบบนี้สักทีในเวทีของฟินอมมินอล

 

นานๆ ทีผมจะเห็นพี่คนนี้เขายิ้มแบบอบอุ่นอย่างที่ผมไม่เคยเห็นอีกด้วย

 

 

**ฝันหวานอายจูบ - ออกัส

 

 

 

 

 

 

 

และเมื่อถึงเวลาที่คณะกรรมการต้องคอมเมนต์ก่อนที่จะถึงวงต่อไปขึ้นเล่น

 

แน่นอน นักร้องนำวงร็อคระดับประเทศที่เห็นทีไรใจผมสั่นกว่าอยู่กับพี่เคทุกทีก็จับไมค์ขึ้นจรดปาก “พี่ว่าพี่รอดูน้องตัวสูงขับเสภานะเนี่ย”

 

อ้าวฉิบหาย

 

“แต่เซอร์ไพรส์ว่ะ เสียงดีมาก นุ่มละมุน ไดนามิคชัดเจน...โดยรวม ชอบมากครับ”

 

พี่แกพูดแค่นั้นก่อนจะส่งไมค์ต่อให้โปรดิวเซอร์ระดับแถวหน้าของวงการไปพูดต่อ “พี่รู้สึกว่า บรรยากาศมันเหมือนงานแต่ง” ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะครืนเต็มห้องส่ง “พี่ว่าสาวๆ บางส่วนอาจจะชอบ เพราะพี่เป็นผู้ชายยังรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบนเวที ในช่วงที่น้องสองคนหันหน้าร้องเข้าหากัน มัน...เหมือนมีฟิลเตอร์สีชมพูมีกลีบซากุระร่วงบังตาพี่ไปหมด”

 

อย่าพูดเยอะพี่ ผมเขินนน

 

“แต่ไม่รู้เนอะว่า...ผลจะออกมาเป็นยังไง แต่ก็สู้ๆ นะครับ ยังไงพี่ว่าวงนี้ก็เป็นอีกวงนึงที่ไปได้ไกลแน่นอน”

 

“ขอบคุณครับ”

 

ผมเป็นตัวแทนการเอ่ยขอบคุณกรรมการทั้งสี่คนด้านล่างเวที ก่อนที่จะพากันเดินออกมานั่งรอที่ห้องรอเหมือนครั้งก่อนที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

“เออออ มันผ่านไปแล้วมึง ใจเย็นๆ ไอ้เหี้ยนี่” เป็นความกดดันมหาศาลจนผมต้องซบหน้าลงกับไหล่ปาล์มปล่อยน้ำตาออกมาไม่ต่างจากเด็กขี้แย ให้สมาชิกทุกคนยีหัวผมเล่นอย่างสนุก “มึงร้องมากเดี๋ยวกูร้องตามนะ”

 

“กูกลัวอะ แม่งผิดคอนเซ็ปต์หมดเลย”

 

“แต่มันก็ออกมาดีนะคะพี่ทัน”

 

“ฮืออออ”

 

“ไอ้เหย็ดแหม่” กูไม่ได้ตลกนะเนี่ย คนร้องไห้จริงๆ จังๆ แบบนี้ยังจะมาโยกหัวเล่นกันอีก “พี่เค ฝากปลอบหน่อยดิ ไหนๆ พี่ก็จำลองงานแต่งของพวกพี่ไว้บนเวทีแล้ว”

 

“เฮ้ย”

 

ไอ้เจ๋งมึง พูดมากเดี๋ยวไม่ได้กลับบ้านหรอกแม่ง

 

แล้วสุดท้ายพี่เคก็บ้าจี้ตามสมาชิกในวง โดยไล่ให้ทุกคนเข้าไปนั่งให้รอวงใครวงมัน ส่วนเขาก็เดินกอดคอผมลากกันออกมาที่หน้าทางเดิน

 

“มึงจะกลัวอะไรวะ เล่นเสร็จแล้วค่อยมาร้องไห้ บ้าปะเนี่ย”

 

“พี่ ใจผมแป้วเลยนะตอนที่เขาบอกว่าอยากฟังพี่ร้องเสภามากกว่าอะ”

 

“แต่เขาก็บอกว่ามันเซอร์ไพรส์ไม่ใช่เหรอ เครียดอะไร”

 

“ไม่รู้อะ พอมันผิดแผนก็รู้สึกเหมือนทำไม่ดี”

 

“มันผิดมาตั้งแต่ซ้อมสองอาทิตย์สุดท้ายแล้ว” พี่เคมันเขี้ยวผมจัดหรือยังไงไม่รู้ เขาจับหัวผมโยกจนหัวสั่นหัวคลอนก่อนจะลูบแก้มผมเบาๆ “ทำดีแล้ว ผลออกมายังไงก็เท่ากับว่าเราได้ทำเต็มที่แล้วน่า”

 

“อือ...”

 

“อือก็เลิกร้องได้แล้ว”

 

“แงงงงงงง”

 

“ไม่เลิกแหกปากกูจะจูบปิดปากมึง” เงียบแทบไม่ทัน ถึงความจริงผมอยากจะแหกปากต่อไปก็ตาม แต่อย่าลืมนะว่าตรงนี้ไม่ใช่ที่รโหฐาน “ทำตัวเหมือนเด็ก โตเป็นควายแล้ว”

 

“หยุดด่าได้แล้ว พี่ด่าทีผมก็เลิกเครียดแล้วเนี่ย”

 

“เออ กูบอกแล้วไงว่าอย่าไปยึดติดกับผลที่จะออกมา” พี่เคไหวไหล่ “เพราะยังไง จะแพ้หรือชนะ ตกรอบหรือเข้ารอบ ยังไงมึงก็ต้องจ่ายกูเต็มแม็กอยู่ดี”

 

“ถามจริง จะให้จ่ายด้วยอะไร” จูบเหรอ ให้ไปแล้วนะ ลิ้นเลิ้น มือเมอ ลูบเอาๆ มาพักใหญ่แล้วนะ

 

“เฮอะ มึงเซอร์ไพรส์กูด้วยเรื่องแย่ๆ มาเยอะแล้ว กูจะเซอร์ไพรส์บ้างจะเป็นไรไป”

 

“โห...ไม่ได้ดิ กับพี่อะ มันต้องเตรียมตัวทุกอย่างปะ ผมหัวใจวายตายขึ้นมาทำไง มีลูกให้พ่อให้แม่ผมได้ไหม”

 

“เงียบไป มันไม่ทำให้มึงถึงตายหรอก”

 

“จริงเหรอ”

 

“ถ้าไม่จริงเอาตีนมาถีบหน้ากูเลย”

 

“หูย อย่าท้านะพี่ ผมกล้านะเว้ย” พี่เคเปิดให้ขนาดนี้ ไม่รีบตอบรับก็บ้าแล้วครับ

 

 

 

 

 

และแล้วก็ถึงเวลาประกาศผล...

 

ลอยไปแล้วครับ ลอยหายไปแล้ว สติผมเนี่ย ไปเรื่อยแล้วครับ มือสองข้างก็บีบมือพี่เคกับไอ้ก้องแน่นเลย ยิ่งดนตรีดังขึ้นเพื่อบิวท์อารมณ์ ก็ยิ่งจะเป็นบ้าเข้าไปใหญ่ จับมือพี่เคกับไอ้ก้องทีกระดูกแตกหมดแล้วมั้ง

 

“รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองคือ!

 

ตือดือดึง! ตือดือดึง! ตือดือดึง!  

 

กูเกลียดซาวด์ประกอบ!

 

“วงบ้านทรายทองครับ!

 

ในช่วงจังหวะนั้น ผมปล่อยมือคนทั้งสองข้างก่อนจะปรบมือให้วงดนตรีที่มาเพราะจุดประสงค์เดียวกันด้วยความยินดี ความจริงอยากจะเดินเข้าไปกอดให้เป็นธรรมเนียม ถ้าไม่ติดว่าวงนั้นเขาหญิงล้วน

 

“และรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งคือ!” แล้วก็ตามมาด้วยซาวด์ประกอบอีกเช่นเคย “วงพระรามแปดครับ!

 

คราวนี้ผมแทบจะโดดเข้าไปหานักร้องนำตัวสูงใหญ่ที่เขาเองก็เดินเข้ามาหาวงผมเช่นเดียวกัน ด้วยความที่แนวเพลงเราค่อนข้างเหมือนกันคือพยายามคงความเป็นไทยเอาไว้ แต่วงเขาดีหน่อยคือคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

 

เอาแล้ว เหลืออีกที่ก็คือที่หนึ่งแล้วไหม งานนี้พวกผมไม่หวังอะไรแล้วล่ะ

 

“และวงที่ชนะเลิศการแข่งขันไทยแลนด์คอลลีกมิวสิคอวอร์ดครั้งที่หนึ่งคือ...วงสปีชีส์ออฟมิวสิคคัลครับ!

 

น้ำตาเกือบไหลเมื่อเห็นวงชนะเลิศยกมือไหว้ขอบคุณคนดูเบื้องล่างและกรรมการที่ขึ้นมายืนอยู่บนเวทีด้วยกัน ก่อนจะเข้ากอดกันทั้งน้ำตา

 

แน่นอนว่าวงนี้เขาเด็ดเรื่องโชว์ความเป็นไทยแบบสนุกสนาน ย้อนยุค และดนตรีที่เต้นได้ตั้งแต่ต้นจนจบ นักร้องเรนจ์ดี ไดนามิคเลิศ ก็สมแล้วที่ระดับประเทศจริงๆ จะเป็นแบบนี้

 

พอรู้ว่าวงตัวเองกับวงดนตรีที่เหลือไปไม่ถึงฝั่ง เราก็เข้ากอดกัน ขอบคุณกันในช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา

 

“แต่การประกาศรางวัลยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ครับ” แต่ท่ามกลางเสียงพูดคุยและเสียงร้องของความดีใจ เสียงพิธีกรชื่อดังก็ดังขึ้นสร้างความเงียบให้บริเวณนี้อีกครั้ง “อย่างที่รู้ๆ กันนะครับว่าสามวงที่ได้รางวัลไปจะได้ทำเพลงกับค่ายออดินารี่ เรคคอร์ด คนละเพลง”

 

เอาจริงปะ ใจเต้นอีกแล้วเนี่ย จะพูดอะไรเอาให้จบทีเดียวได้ไหมครับ

 

“แต่จะมีอีกวงนึงนะครับ ที่ได้ทำเพลงร่วมกับค่ายนี้อีกหนึ่งวง” พิธีกรหนุ่มพูดพลางยิ้มจางสร้างความหวังให้วงดนตรีที่เหลือที่ไม่ได้ไปถึงฝั่งฝัน “ซึ่งคะแนนของวงนี้จะเป็นรองคะแนนของสามวงที่ได้รับรางวัลเพียงศูนย์จุดสองคะแนนเท่านั้นครับ”

 

เป็นอีกครั้งที่สมาชิกของทุกวงที่ไม่ได้ไปต่อหันมามองหน้ากัน รวมไปถึงวงผมก็เช่นกันที่ตอนนี้หัวใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

 

“และวงที่จะได้ทำเพลงกับออดินารี่ เรคคอร์ด วงสุดท้ายนะครับ คือ!” บอกเลยว่าตอนนี้พวกผมคว้ามือกันมาจับไม่ทันเลยต้องปล่อยให้เลยตามเลยเมื่ออยู่ๆ พิธีกรก็คิดจะประกาศก็ประกาศ “คือ!

 

“ไอ้เหี้ยยย กูเครียด”

 

“วงฟินอมมินอลครับ!

 

แสงไฟสว่างวาบขึ้นตรงจุดที่ผมยืนอยู่ พร้อมกับม่านตาที่หดแคบลงกับอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วและรัวจนเจ็บหน้าอก

 

เพราะสติที่หลุดลอยเหมือนโดนกระชากไป ทำให้ผมโดนทั้งพี่เค ทั้งสมาชิกในวงพากันลากไปรับรางวัลที่ประธานค่ายเพลงอย่างทุลักทุเล เพราะตอนนี้เหมือนร่างกายผมกำลังจะหมดเรี่ยวแรงเสียตรงนี้

 

ไม่ได้ฝันไปใช่ปะ ไม่ได้รางวัลอะไรสักอย่างแต่กลับได้ออกเพลงกับค่ายเขาด้วย

 

น้ำตาจะไหลอีกแล้ว ใครจะไปคิดวะว่าวงดนตรีที่วันๆ เล่นเพราะอุดมการณ์จะได้มีโอกาสมีชื่ออยู่ในค่ายเพลงระดับประเทศกับเขาด้วย

 

ตั้งแต่ตอนนั้นถึงตอนนี้ ต่อให้ระยะทางจะไม่ได้สวยหรูเรียบง่ายนัก แต่ความเหนื่อยล้า หยาดเหงื่อและหยดน้ำตา ก็สอนให้เรารู้ว่าการที่จะโลดแล่นในวงการนี้อย่างสวยงามนั้นไม่ง่ายเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

???? ????

 

 

 

 

 

 

 

 

“แปลกอะ ไมมึงไม่ร้องไห้วะ” ขนาดเดินทางมาถึงมหาลัยพร้อมกลุ่มแฟนคลับแล้ว เจ๋งก็ยังไม่เลิกแซวผมอีก

 

ถามจริง น้ำตากูต้องแตกง่ายเหมือนน้ำอย่างอื่นตลอดเหรอ ผมหมายถึงน้ำทะลักจากเขื่อนเวลาน้ำท่วมไรงี้ “กูก็ดีใจไง แต่ไม่อยากแสดงอาการมาก เดี๋ยวหาว่าเห่อ”

 

“ถามจริง ใครมันจะไม่เห่อวะได้ทำเพลงเลยนะมึง” ปาล์มว่า เพราะไอ้นี้ดูตื่นเต้นกว่าใครเพื่อน

 

“กลัวเห่อแล้วคนรอดูไม่เยอะไง”

 

“มีอยู่แล้วคนรอดูมึงน่ะ”

 

“แต่มีไม่มีเราก็ต้องทำให้ดีที่สุดปะวะ ให้สมกับที่เขาอุตส่าห์ให้รางวัลหน่อย” 

 

“เชรดเข้ อีทันเปลี่ยนไป ไม่เจอกันชั่วโมงเดียว อายุสมองก้าวกระโดดไปขนาดนั้นแล้วเหรอ”

 

“ไอ้ข้าว” ดูมันทำ กระโดดหลบไปอยู่หลังพี่เคแล้ว “ฝากบอกในเพจด้วยละกันว่าวันนี้เป็นไงบ้าง แล้วเดี๋ยวว่างๆ น่าจะไปเล่นอคูสติกที่ตลาดนัดอีก”

 

“แต่ก่อนจะจัดอคลูสติกอะ วันนี้ขอวันนึงได้ปะเพื่อน” ก้องว่าพลางเลียริมฝีปากตัวเองหนักๆ “กูคอแห้งยังไงไม่รู้ว่ะช่วงนี้”

 

“แดกน้ำดิ” ปาล์มว่า

 

“หึ้ย น้ำอย่างเดียวมันไม่ชื่นใจ มันต้องใส่น้ำแข็ง...กริ๊ก” ดูมันๆ ทำเสียงซะรู้เลยว่าน้ำอะไร “เทจ๊อกกกก ตามด้วยโซดา ที่คีบคนแกร๊กๆๆๆ”

 

“เกลียดท่ามึงอะ” ทำไมต้องทำท่าชงขนาดนั้นวะ ทำซะพี่เคหลุดหัวเราะเลย

 

“เออๆ ไปดิ ปล่อยผีวันนึง”

 

“ไปนะพี่” ผมหันไปหาพี่เคที่เหลือบตามองผมอยู่ รู้น่าว่ากลัวจะอ้วกแตกเหมือนวันนั้น แต่คราวนี้จะกินอย่างใดอย่างหนึ่งแค่อย่างเดียวแล้ว

 

“เออ ตามใจมึง แต่อย่ากินเยอะมากนะ”

 

ยิปปี้! เตรียมตัวเก็บอ้วกผมเลยนะฮะคืนนี้  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก

TBC

ทุกวันอังคารและศุกร์

..........................................................

จำลองงานแต่งน่ะค่ะ คิดภาพตอนขึ้นไปบนแบ็กดรอปงานแต่งก็ให้สองคนนี้มาร้องเพลงเอง ดนตรีไม่ต้อง จ้างเพื่อน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #15 KM_Tookta (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 23:58
    ฮึฮึ ยิ้มไม่หุบเลย
    #15
    0