รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 7 : สีที่ 6 : บทหนัก (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 397 ครั้ง
    2 ส.ค. 60

 


สีที่ 6




ตึ้ง !!!

 

 

“เฮ้ย !!! มึงว่าใครวะ ?

 

ฉิบหายแล้วมั้ยล่ะ... หนึ่งในกลุ่มพี่เบนซินทุบโต๊ะเหล็กดังปัง  ก่อนจะลุกขึ้นชี้หน้าพวกเรา  พี่เบนซินเองก็เงยหน้ามาเห็นผมพอดี  ตาประสานตากันแบบนี้เทียบเท่าภาพคมชัดระดับ HD เลยทีเดียว

 

พอเถอะครับพี่น้องคร้าบบ... นี่ใจคอจะให้ผมโดนแบลคลิสต์ร้านข้าวไปอีกสักกี่ร้านถึงจะพอใจ  ร้านอาหารญี่ปุ่นเมื่อวานก็ไม่น่าจะไปได้แล้ว  นี่จะให้ติดร้านส้มตำข้างทางอีกเหรอ  กูไปกินที่ไหนก็มีแต่จะทำร้านเขาพังเหรอวะเนี่ย

 

“อ้าว... นั่นไอ้น้อง อก.เพื่อนไอ้ดีเซลไม่ใช่เหรอ”

 

ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็มีแต่ต้องเผชิญหน้า  ผมเงยหน้าขึ้นไปมองพี่เบนซินแต่โดยดี  และการกระทำนี้ก็สร้างความสงสัยให้กับไอ้กายและไอ้เบสมากขึ้น  เพราะพวกมันต่างทำหน้าสงสัยว่าทำไมพี่เบนซินถึงจำหน้าผมได้  ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเคยเจอกันผ่าน ๆ ที่โรงอาหารวันนั้นแค่ครั้งเดียว

 

ชักเสียว ๆ ว่าความจริงแม่งจะแตกก็ตอนนี้แหละ

 

“ปากยังไม่หายดีอีกเหรอ  หรือวันนี้อยากโดนแทนเพื่อนอีก”

 

“มึงทำอะไรไอ้เคิร์ด !”  ไอ้เบสลุกขึ้นพรวด  แป้บเดียวก็ไปยืนประจันหน้ากับพี่เบนซินแล้ว  เร็วขนาดไอ้กายยังจับเอาไว้ไม่ทัน  ผมได้แต่ตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ

 

พวกมึงดึงสติกันหน่อยเฮ้ย  เขายังไม่ได้พูดเลยว่าเขาทำอะไรกู  และถึงความจริงเขาจะทำก็เถอะแต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจ  กูไปเสนอหน้าเอง

 

 

“มีคนปกป้องกันด้วยเว้ย... น้องเคิร์ดครับ  พี่ว่ารอบนี้น้องไม่ต้องเจ็บตัวซ้ำแล้วนะ  เพราะใครบางคนคงอยากเจ็บแทน”  พี่เบนซินชำเลืองมองเบสก่อนจะหันมาแซ็วผม

 

“มึงตอบกูมาสิวะว่ามึงทำอะไรไอ้เคิร์ด !”

 

“เฮ้ย ! มึงจะทำเหี้ยไรวะ ?

 

แค่ไอ้เบสตวาดลั่นซอยและเข้าไปกระชากคอเสื้อรุ่นพี่ที่ตัวสูงกว่า  ไอ้พวกลูกกระจ๊อกข้าง ๆ ก็พร้อมใจกันลุกฮือขึ้นมาป้องป้องนาย

 

“มึงไม่เห็นแผลที่ปากเพื่อนมึงรึไง  ถ้าไม่โง่ก็น่าจะรู้นะว่ากูทำอะไรมัน”

 

ไอ้เบสหันขวับมามองผมทั้งที่มือก็ยังไม่ปล่อยจากคอเสื้อพี่เบนซิน  ส่งสายตาทิ่มแทงมาจนจะทะลุเบ้าอยู่แล้ว  ผมได้แต่ยิ้มแหยและขอโทษมันในใจ  ใครจะไปรู้ว่าความจะแตกได้ง่ายขนาดนี้

 

“กูว่ากูไม่ได้พาดพิงมึงนะ จริง ๆ ก็ไม่ต้องร้อนตัวแทนใครก็ได้นี่”  พี่เบนซินพูดพร้อมกระชากมือไอ้เบสออกจากคอเสื้อตัวเอง

 

“แต่กูรำคาญ  มึงมีอะไรมั้ย”

 

“แล้วมึงจะเอาไง  กูไม่ชอบขี้หน้าเพื่อนมันกูก็ต้องด่าสิวะ  อ๋อ...หรือมึงเองก็รักและเทิดทูลไอ้เซลมันเหมือนกับที่เพื่อนมึงทำ  ขนาดว่าโดนต่อยแทนกันมึงก็ไม่โกรธ”

 

“แล้วมึงมีสิทธิ์อะไรมาต่อยหน้าเพื่อนกู”

 

“กูไม่ได้อยากจะต่อยแต่เพื่อนมึงแส่เข้ามาเอง  ทำตัวเป็นฮีโร่ออกโรงปกป้องคนอื่น  ฮึ !

 

“แต่เพื่อนกูไม่เกี่ยว !”

 

“ไอ้เบสพอเหอะ... พี่ซินครับผมขอโทษแทนเพื่อนผมได้มั้ย  เพื่อนผมมันอารมณ์ร้อนน่ะ” ไอ้กายเข้าไปห้ามหวังให้เรื่องมันจบเร็ว ๆ แต่อย่างไอ้เบสน่ะเหรอ คนหล่อใจร้อนอย่างมันพอขึ้นทีก็ลงยากเหมือนกันนะ

 

“แต่เพื่อนมึงโดนมันต่อยนะเว้ย !”

 

“เออน่า ! พี่ซิน...ขอโทษจริง ๆ นะครับ”

 

“ฮึ ! กูถือว่าครั้งนี้เพื่อนมึงขอไว้แล้วกัน... ไอ้หน้าจืด”

 

แล้วพายุก็สงบลงได้เมื่อพวกพี่เบนซินเป็นฝ่ายเดินออกไปจากร้านเอง  ไม่เหมือนเมื่อวานที่ต่างคนต่างต้องออกจากร้านเพราะเกือบจะโดนเจ้าของร้านไล่พร้อมแจ้งตำรวจจับ  แต่ถ้าจะถามหาความเหมือน  ก็คงจะเป็นอารมณ์ที่ปะทุถึงขีดสุดของคนเป็นเพื่อนนี่แหละ  เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วพวกเราก็เลยตัดสินใจเช็คบิลและขอให้ลุงเจ้าของร้านห่อของกินที่เหลือให้ด้วยความเสียดาย  เอาไว้กินกันต่อที่หอไอ้กายแล้วกัน

 

 

 

 





 

 

“มึงเล่ามาเดี๋ยวเลย  ไปทำอีท่าไหนให้ไอ้เหี้ยนั่นต่อยเอาได้”

 

พอถึงหอไอ้กายผมนี่อย่างกับนักโทษรอทัณฑ์ประหารอะไรทำนองนั้นเลย  นั่งอยู่ที่พื้นกลางห้องโดยมีไอ้เบสเป็นคนสอบสวน  ส่วนไอ้กายก็เป็นคนซัพพอร์ตไอ้เบสอีกที

 

ผมยอมเล่าตั้งแต่ตอนเจอดีเซลที่สถานีรถไฟจนถึงตอนที่ไปกินข้าวด้วยกัน  ไม่ได้เล่าคร่าว ๆ นะ แต่เล่าแบบละเอียดเลย  ...เจ็บเอง เล่าเอง นักเลงพอ

 

“นี่ยังไม่นับรวมที่มึงโกหกกูอีกนะ  โถ... กัดปากตัวเอง  สัสเอ๊ย...”

 

“เออกูขอโทษ  แต่กูก็ไม่ตายปะวะ  แผลแค่นี้หยอดยาสองทีก็หาย”

 

“เอาเหอะ  ทำอะไรก็ระวังไว้แล้วกัน  ตอนนี้กูไม่รู้จะสงสารใครแล้วระหว่างมึงกับดีเซล”

 

สงสารกูสิวะ  ...นี่เพื่อนมึงนะ

 

“เออ... มึงได้หัวข้อวิชาเสรีเรื่องเพศทางเลือกเหรอวะ”  จู่ ๆ ไอ้กายก็เปลี่ยนหัวข้อการสนทนามาเป็นเรื่องนี้เฉยเลย

 

 “เออแม่ง ! เพื่อนผู้หญิงในกลุ่มกูบอกว่ากูกับดีเซลเคมีเข้ากันดี๊ดี  เลยจะให้ไปเล่นคู่กัน  เหี้ยเอ๊ย ! กูนี่นึกสภาพตัวเองไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไงเวลาอยู่กับผู้ชาย”  พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นก็เลยนึกขึ้นได้ว่าเป๊กจะส่งเนื้อเรื่องมาให้ดูคืนนี้นี่นา

 

“มึงจะคิดไรมาก  กูว่าดีเซลแม่งก็พระอิฐพระปูนดี ๆ นี่แหละ  คงเล่นด้วยกันไม่ยากหรอกมั้ง  ไม่งั้นมึงก็เลือกบทที่มันเหมาะ ๆ กับมึงหน่อยจะได้เล่นง่ายขึ้น”

 

“แล้วกูเลือกได้มั้ยล่ะเพื่อนกาย  หน้าที่นี้มันเป็นของผู้กำกับเว้ย  แล้วอีกอย่างนะมึงรู้ได้ไงว่าดีเซลเป็นพระอิฐพระปูน”  ไอ้พวกนี้เพิ่งจะบอกไปหยก ๆ ว่าดีเซลเคยซัดหน้าพี่เบนซินไม่ยั้งมาแล้ว

 

“ใคร ๆ เขาก็ดูออกป้ะวะว่าดีเซลเป็นยังไง  น่ากลัวชิบหาย  ยิ่งเวลาที่กูเห็นมึงอยู่กับเขานะ  กูแม่งกลัวมึงจะโดนแดกหัวชิบหาย”  ไอ้เบสเสริม แรก ๆ ผมก็มีความคิดแบบมันนั่นแหละ

 

“ไม่ ๆ มึงยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ดีพอ... เฮ้ย ! โทษทีว่ะมึง  กูต้องรีบกลับละ  ดึกมากเดี๋ยวพ่อกูโทรฯ จี้  รอบนั้นโทรศัพท์แทบระเบิด”  ผมพูดพลางเก็บของทุกอย่างที่เอาออกมาใส่กระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนจะลุกขึ้นพรวดพราดเตรียมตัวกลับ

 

“เออ ๆ กลับดี ๆ นะมึง  ระวังตัวด้วยล่ะ”

 

“แหมมึง  นี่คำอวยพรกูใช่มะ  ขอบใจละกันนะ”­

 

ล่ำลากันเรียบร้อยผมก็เดินออกมาจากหอกายคนเดียว  ทีแรกเบสจะเดินออกมาด้วยแต่พอเห็นไอ้กายแกะส้มตำไก่ย่างมานั่งกินต่อ  มันก็เปลี่ยนใจกะทันหัน  โถ... พ่อคนรักเพื่อน 

 

เดิน ๆ ไปก็คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย  ถ้าถิ่นนี้เป็นถิ่นพวกพี่เบนซิน  รอบนี้ผมจะเจออะไรบ้างวะเนี่ย

 

“กินข้าวเสร็จแล้วเหรอ”

 

“เฮ้ย !

 

“..................”

 

เชรี่ยเอ๊ย ! ตกใจหมด  เห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ด้านหน้า  ผมก็คิดว่าพวกพี่เบนซินแม่งยังไม่สลายตัวกันอีก  ที่ไหนได้เป็นดีเซลนี่เอง

 

“ตกใจเหรอ ? ขอโทษ”

 

“เฮ้ยไม่ ๆ เอ่อ...จริง ๆ ก็นิดหน่อยน่ะ”  ผมไม่ได้เมานะแต่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่รู้เรื่องละ  “เพิ่งกลับมาจากตึกกิจฯ เหรอ”

 

“อืม”

 

“กินข้าวยัง”

 

“กินมาแล้ว”

 

“อ่อ... อื้ม” 

 

ไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่อือออไปแล้วหลบสายตา  ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม  ช่วงนี้ผมรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ เวลาเจอเด็กคณะนี้ทุกที  ยิ่งถ้าใส่เสื้อช็อปจะยิ่งรู้สึกแปลก  หรือผมจะเป็นโรคผวาไปแล้ว

 

“เป็กส่งบทมาให้ดูแล้วนะ”  แล้วก็เป็นดีเซลที่เริ่มพูดก่อน

 

“อ้าวเหรอ... ได้ดูรึยังล่ะ  ฉันยังไม่เห็นเลย”

 

“ดูแล้ว  แต่...”  ดีเซลหยุดไว้แค่นั้นแล้วไม่ยอมพูดอะไรต่อ  ดูจากสีหน้าก็เดาไม่ค่อยออกเท่าไร  ผมเลยตัดปัญหาล้วงโทรศัพท์ออกมาดูเองซะเลย

 

“นี่เครียดปะเนี่ยที่ไม่ได้เป็นคนถ่าย”  เลื่อนหากลุ่มไลน์อยู่ก็ถามไปด้วย

 

“เปล่าหรอก”

 

“แล้ว... เป็นไรรึเปล่า ? ถึงฉันจะดูไม่ออกว่านายคิดอะไรอยู่  แต่ก็พอจะเดาได้นะว่าตอนนี้นายอารมณ์ไม่ค่อยดีแน่นอน”

 

“ไม่ใช่ไม่ดีหรอก... แต่ผมกังวลน่ะ”

 

“เรื่องแสดงน่ะเหรอ”

 

พอเห็นอีกคนพยักหน้าให้เท่านั้นแหละผมนี่รีบกดเข้าอ่านเลย  เมื่อตอนออกมาจากห้องกายก็เห็นมีการแจ้งเตือนอยู่นะว่าในกลุ่มมีการหารือกันเรื่องบท  แต่ยังไม่พร้อมเปิดอ่านเลยทิ้งข้อความเอาไว้อย่างนั้น

 

 

เป๊ก : ตอนนี้เราสรุปเนื้อเรื่องออกมาได้แล้วนะ  แต่ละคนจะใช้ชื่อจริง ๆ ไปเลย บทของดีเซลกับเคิร์ดจะเป็นเพื่อนสนิทที่ไปไหนมาไหนด้วยกันจนกระทั่งเกิดเป็นความรักของคนทั้งคู่

 

เป๊ก : โลเคชั่นที่ถ่ายก็จะมีห้องเรียน  หอ  หอนี่ใช้หอเราก็ได้  โรงอาหารที่ไหนก็ได้  ทั่ว ๆ ไปก็ได้  นิสัยตัวละครก็เอาแบบที่เป็นอยู่นั่นแหละครับ 

 

เป๊ก : ง่าย ๆ ครับไม่ต้องเล่นยาก แต่เราขอฉากมุ้งมิ้ง ๆ ในบางตอนนะ  แบบว่าอยากให้มันมีอะไรตื่นเต้นมากกว่าหนังสั้นธรรมดา ๆ อีกอย่างนึงคือ...

 

เป๊ก : เราขออนุญาตเอาไปลงในช่องยูทูปของเราด้วยนะ แล้วแบบว่าไหน ๆ ก็ทำแล้ว  เราก็ขอมีฉากหวิว ๆ อย่างเช่นฉากจูบกับฉากกอดด้วยนะ  พวกนายสองคนตกลงมั้ย

 

ไอ้เหี้ยเป๊ก ! มึงทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อนวะ  พิมพ์เอา ๆ แบบนี้เผด็จการจริง ๆ เลยมึงเนี่ย  แล้วคิดยังไงจะให้ไปจูบกับผู้ชาย  แค่กอดยังพอว่าเพราะกับไอ้เบสหรือไอ้กายผมก็ชอบกอดมันเล่น ๆ แต่จะให้ผมไปจูบเนี่ย... นึกภาพไม่ออก

 

แล้วอีกอย่างนะเป๊ก... มึงช่วยเช็คหน้าดีเซลด้วยสัส ! กูกลัวว่ายังไม่ทันจะได้จูบ  กูอาจจะโดนเสยปากซ้ำรอยแผลเก่าอีกรอบก็ได้

 

“ชิบหาย...” 

 

ไล่อ่านข้อความที่ทุกคนคุยกันจนจบแล้วแต่ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองคนข้างหน้าเลย  จะทำยังไงดีวะเนี่ยไม่อยากเล่นเท่าไรแต่คะแนนก็อยากได้  ถึงจะยังไม่รู้ว่าอาจารย์ให้กี่เปอร์เซ็นต์  แต่หากมันเยอะพอจะแทนคะแนนสอบปลายภาคได้  มันก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

 

“..................”

 

“แป๊บนึงนะ  ขอทำใจกับบทก่อนได้มั้ย”

 

“เป๊กบอกว่าจะส่งบทมาให้ภายในอาทิตย์นี้  แล้วจะนัดอ่านบทพร้อมกัน”

 

“เฮ้ย ! ขอปรับบทได้มั้ยอ่ะ  คือเล่นไม่ได้แน่เลยว่ะ  แล้ว...นายเคยแสดงอะไรแบบนี้มาก่อนมั้ยอ่ะ”

ดีเซลส่ายหน้าเบา ๆ ไม่น่าถามเลยจริง ๆ  ควรจะเดาคำตอบได้ตั้งแต่นึกคำถามแล้วล่ะ  ตั้งแต่เห็นกันมาเขาก็อยู่หลังกล้องตลอด  ไม่เคยอยู่หน้ากล้องเลยสักครั้ง

 

“อ๊ากกกก !!!” 

 

ผมนี่แหละที่เป็นคนแหกปากออกมาเอง  แล้วไม่ได้แหกปากธรรมดาด้วย  แหกดังลั่นจนดีเซลสะดุ้งเลยล่ะ

“เฮ้อ... แต่มันเป็นงานนี่นะ  กว่าจะถึงฉากนั้นฉันว่าเราคงปรับตัวได้อยู่แล้วเนอะ”  ระเบิดอารมณ์เสร็จก็ได้แต่พูดให้กำลังใจตัวเองไปก่อน

 

เพราะมัวกังวลไปเองเลยไม่สังเกตท่าทางของอีกคนเลยว่าเขาโอเคมั้ย  พอหันไปอีกทีก็เห็นเขายังนิ่งมาก  นิ่งฉิบหาย  นิ่งจนคิดว่ายืนตายไปแล้วถ้าเขาไม่พูดอะไรขึ้นมาซะก่อน

 

“ถ้ามันเป็นงาน  ก็คงเลี่ยงไม่ได้หรอก”

 

“ใช่มั้ยล่ะ ?

 

“..................”  เขาเงียบ

 

“..................”  ผมก็เงียบเช่นกัน

 

ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะเงียบกริบเหมือนเดิม  เรายังคงยืนมองหน้ากันท่ามกลางหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ติด ๆ ดับ ๆ อยู่บนเสาไฟข้างทาง  และรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งผ่านไปมา

 

“พรุ่งนี้ว่างบ่ายใช่มั้ย”  หลังจากยืนให้ยุงกัดอยู่นานเขาก็ถามผมก่อน

 

“อ่าฮะ”

 

“จะถ่ายเลยมั้ย  งานของชมรมถ่ายภาพน่ะ”

 

“อ๋อ...ยังไงก็ได้นะ  ว่าแต่นายว่างรึเปล่าล่ะ  ไหนวันนั้นบอกว่าว่างแค่วันอังคารวันเดียว”

 

“ไม่เป็นไร  ตอนเย็น ๆ แสงมันจะสวยกว่า  ถ้าถ่ายตอนนั้นมันน่าจะดี”

 

“เอางั้นเหรอ...”

 

คือจริง ๆ จะให้ถ่ายตอนไหนก็ได้นะเพราะผมไม่มีปัญหาเรื่องเวลาอยู่แล้ว  ถึงกลับรถไฟไม่ทันก็ยังกลับทางอื่นได้  แต่เห็นตอนแรกเขาบอกว่าไม่สะดวกวันนั้น  ก็เลยไม่อยากรบกวน

 

“งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่คณะคุณแล้วกันนะ  เดี๋ยวผมไปหา”

 

“อืม...”

 

 

 

 




 

กลับมาถึงบ้านผมก็โยนกระเป๋าเป้ลงบนที่นอน  ถอดช็อปสีแดงพาดไว้บนพนักเก้าอี้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแล้วเปิดคอมเพื่อหาข้อมูลที่คาใจผมมาตลอดระหว่างทางที่นั่งรถไฟกลับบ้าน

 

 

‘ประสบการณ์จูบกับผู้ชาย’

 

 

ไอ้เหี้ย ! นี่ไอ้เป๊กจะรู้บ้างมั้ยว่าผมคิดมากขนาดไหนเรื่องบทที่มันยัดเยียดมาให้เนี่ย  เกิดมาจนอายุยี่สิบแล้วยังไม่เคยจูบกับผู้ชายเลย  ถึงผมเองจะเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงแล้วเคยมีอารมณ์แบบอยู่ด้วยกันสองต่อสองก็เถอะ  แต่เฮ้ย ! นี่มันผู้ชายนะเว้ย  ยังไง ๆ ความรู้สึกก็ต่างกัน  แล้วนี่อะไรเนี่ยพิมพ์ถามไปสั้น ๆ แต่กูเกิ้ลขึ้นสารพัดผลลัพธ์เลย  18+ เต็มหน้าจอไปหมด

 

ดีนะที่ผมไม่หาข้อมูลพวกนี้ตั้งแต่อยู่บนรถไฟ  ถ้าคนอื่นมาเห็นว่าผมดูอะไรอยู่คงโดนกาหัวว่าเป็นไอ้หื่นแน่ ๆ

 

ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องชายรักชายอยู่นาน  หาสารพัดอย่างที่พอเสริมสร้างประสบการณ์ทางทฤษฎีให้ผมได้  แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์จริง ๆ เพราะแต่ละเว็บไซต์มันสุดโต่งทั้งนั้น  บางเว็บไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมากมายไปกว่าการลิ้งก์ไปยังอีกเว็บเพื่อดูวิดีโออย่างว่า  บางเว็บก็โลกสวยไปเลยวิ่งกันสนุกสนานในทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์  แต่บางเว็บนี่สอนกันเป็นข้อ ๆ เลยครับว่าต้องทำยังไงบ้าง เริ่มกันตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านไปรบเลย  แหม่..ก็ไม่ได้จะเตรียมตัวขนาดนั้นป้ะวะ

 

นั่งหามาก็หลายแหล่งแต่ไม่ได้อะไรเป็นแก่นสารสักนิด  แถมสมองเล็ก ๆ เท่าขี้มดเริ่มล้าแล้วด้วย  เลยเปิดเฟซบุ๊คเลื่อนหน้าไทม์ไลน์ลงมาเรื่อย ๆ เผื่อสาว คิ้วท์เกิลที่กดติดตามไว้จะอัปเดตอะไรบ้าง

 

หืมมมม !

 

กำลังเลื่อนดูเรื่อย ๆ เมาส์ก็มาหยุดตรงแนะนำเพื่อนซะงั้น  ผมเลยถือโอกาสกดดูสักนิดเผื่อว่าจะมีคนรู้จักแล้วยังไม่ได้แอดกัน  และก็เจอกับ...

 

 

Dulyatat Pattanapiboon

 

 

นามสกุลภาษาอังกฤษยาวใช่เล่นอยู่เหมือนกัน  ผมมองอยู่นานก่อนจะตัดสินใจกดคลิ้กเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น  หวังว่าเขาจะไม่ได้ตั้งค่าแบบเห็นเฉพาะเพื่อนหรอกนะ

 

 

“โห...”

 

ถึงกับอ้าปากค้างเลย  ตอนที่เห็นรูปโปรไฟล์เล็ก ๆ จากปุ่มแนะนำเพื่อนก็ดูเฉย ๆ เห็นหน้าไม่ชัดด้วยเพราะถ่ายแบบย้อนแสง  ย้อนถึงขนาดเจ้าตัวมืดสนิทแล้วเห็นเป็นแค่เงาดำ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังจำหุ่นเขาได้  ฉากหลังเป็นทะเลยามเย็นสีส้มอ่อนมองแล้วสบายตาจริง ๆ อย่างที่เขาว่า 

 

พอกดเข้ามาดูผมถึงรู้ว่าเขาฮอตไม่ใช่เล่น  มีคนติดตามเป็นพันคน  แต่พอมาดูจำนวนเพื่อนกลับมีแค่หลักร้อย  ส่วนเพื่อนที่มีร่วมกันก็มีแค่ประมาณห้าคน เล่นเอาผมสงสัยเลยว่าทำไมถึงได้มีคนกดติดตามมากมายขนาดนี้ 

 

ผมเลื่อนหน้าไทม์ไลน์ลงมาเรื่อย ๆ เห็นอัลบั้มรูปถ่ายมีเป็นร้อย ๆ อัลบั้ม ยังไม่รวมเพจที่เขาเปิดด้วยนะ  ผมกดลิ้งค์เพจที่เขาโพสไว้ในเฟสบุ๊ค  แหม... ถ้าไม่เสือกก็ไม่ใช่คิดชอบแล้ว

 

นั่งดูอัลบั้มรูปที่เขาลงในเพจจนเพลิน  ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงติดตามดีเซลมากถึงขนาดนี้  ในเพจนั้นมีทั้งรูปบรรยากาศในมหาลัย รูปกิจกรรมโน่นนี่มากมายไปหมด  รวมทั้งรูปที่เหมือนถ่ายแบบให้เพื่อนทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย  ซึ่งส่วนมากแล้วบรรยากาศในรูปทั้งหมดที่ผมเห็นมักจะเป็นตอนเย็น  หรือไม่ก็เป็นรูปสถานที่ท่องเที่ยวทั้งเมืองไทยและเมืองนอก  นอกจากนี้ยังมีรูปที่เขาโดนแอบถ่ายจากเพื่อนบ้างจากครอบครัวบ้างที่พากันแท้กมา  บางรูปก็ไม่ยิ้ม  บางรูปก็ยิ้มจนสาว ๆ แทบใจละลายเลย

 

ผมเคยคิดว่ารูปที่ถ่ายตอนเย็นมักจะออกมาไม่สวย  ภาพไม่คมชัดเพราะแสงไม่พอหรือแสงไม่สวย  แต่พอดูรูปของดีเซลแล้วบรรยากาศตอนเย็นก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ถ่ายออกมาแล้วสวยจนหยุดดูไม่ได้เลยจริง ๆ

 

ให้ตายเถอะ  ถ้าวันที่ถ่ายรูปให้พี่บัณฑิตวันนั้นผมจ้างช่างภาพอย่างดีเซลไปถ่ายรูปให้พี่สายรหัสผม  พี่เขาคงรักผมตายเลยมั้งเนี่ย

 

หลังจากที่อิ่มเอมกับการนั่งส่องเฟสบุ๊คของเขาจนมีความสุขมากพอแล้ว  มือก็เลื่อนเม้าส์ไปยังปุ่มสี่เหลี่ยมด้านบนรูปหน้าปกเฟสบุ๊คที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อให้เรากด

 

‘เพิ่มเป็นเพื่อน’

 

คลิก !

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 397 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #443 PraeChayanin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:53
    เกลียดเบนซินอะ ถ้ามีคู่นะจะหยุดอ่านทันที
    #443
    0
  2. #313 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 18:40
    เคิร์ดแอดไปแล้วดีเซลจะรับไหมน้ออออออออออออ
    #313
    0
  3. #309 N เอ็น (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 12:09
    ลูกเอ๊ยย มุมกล้องก็ได้ลูกกก นี่แสดงว่าคิดจะเล่นจริงจูบจริงใช่มะ
    #309
    0
  4. #247 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 21:54
    ไม่ต้องกังวลลูก ใช้ความรู้สึกที่ว่าใจสั่งมาก็น่าจะใช้ได้นะ5555555
    #247
    0
  5. #233 Chopoom94 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 22:44
    เบนซินนี่เจ้าคิดเจ้าแค้นเน้อ ใครกันแน่ที่มากวนกันก่อน
    #233
    0
  6. #195 6002thecey (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 03:00
    เบนซินนี่นอกจาก-แล้วยังใจหมาด้วยนะ กร่างอ่ะอยากตบให้หัวทิ่มสักสองที ดูเป็นอันธพาล ไม่มีอะไรในหัวเลยหรือโดนฝังมาแบบนันก็จริงนะ แต่โตแล้วจะไม่คิดหน่อยเหรอ เบสจัดการมันเลยค่ะ!
    #195
    2
    • #195-1 6002thecey(จากตอนที่ 7)
      7 กันยายน 2560 / 03:00
      -
      #195-1
    • #195-2 6002thecey(จากตอนที่ 7)
      7 กันยายน 2560 / 03:01
      แค่คำว่า. ป. า. ก. ห. ม. า. ยังไม่ให้ลงเลย -^- ทำในสิ่งที่ควรบ้างเถอะเด็กดี
      #195-2
  7. #163 Mistyblack (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 06:25
    เรื่องนี้ดีเซลจัดการได้ แค่หนูคล้อยตาม
    #163
    0
  8. #109 MIND&KEY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 21:52
    ถึงกับต้องค้นกูเกิ้ลเลยสินะ 555555
    #109
    0
  9. #6 FahSida (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 22:23
    เบนซินก็งี่เง่า หัวร้อนไปนะ จริงๆ ที่เบสพูดมันก็ถูกทุกอย่างอ่ะ จริงอยู่ทุกอย่างมักมีเหตุผล แต่เบนซินนี่ติดลบสำหรับเรามาก ดูเป็นอันธพาล อย่างกร่างอ่ะ
    #6
    0