รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 6 : สีที่ 5 : เพศทางเลือก (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,698
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 397 ครั้ง
    29 ก.ค. 60


สีที่ 5


 

“เคิร์ด... มึงไปทำไรมาวะ”

 

“ฮะ ?” ผมพยายามก้มหน้าอ่านชีทเรียนในมือ

 

“ไม่ต้องก้มเลยมึง  บอกมาซะดี ๆ ว่าปากไปโดนไรมา” ไอ้กายถามจี้

 

ลืมไปเลยว่าต้องหาข้ออ้างให้ไอ้พวกนี้เลิกสงสัย  เกิดบอกความจริงว่าไปเป็นไม้กันหมาให้คนอื่นเลยถูกซัดปากแตก  ไอ้พวกนี้คงไม่ปล่อยตัวต้นเหตุไว้แน่  แล้วด้วยความที่ไม่เคยโดนต่อยมาก่อน  ใครจะไปรู้ล่ะว่าเช้ามามันจะทั้งระบมทั้งช้ำจนม่วงจนสะดุดตาแบบนี้

 

“อ๋อ... ฮะ ๆ คือกูเผลอกัดปากตัวไง”

 

“โง่เหรอ ?

 

เออเบส  มึงไม่โง่หรอก  กูเนี่ยโง่เองแหละแม่ง

 

“แหม... ทำเหมือนพวกมึงไม่เคยแดกข้าวแล้วเผลอกัดปากตัวเองเนอะ”

 

“ไม่เว้ย  ถึงกูจะเคยกัดปากตัวเองแต่มันก็ไม่เป็นแบบมึง  อย่างมึงนี่เหมือนโดนต่อยปากมามากกว่า”

 

สะดุ้งเลยสิครับ  บอกแล้วว่าพวกนี้มันฉลาดมีแค่ผมเนี่ยที่โง่อยู่คนเดียว  เข้าไปขวางเขาไม่ดูสี่ดูแปด  เป็นไงล่ะ...  แต่เอาเถอะวันนี้กูให้พวกมึงวันนึงแล้วกัน  อยากด่าอะไรก็ด่าซะให้พอ  ขี้เกียจเถียงด้วยละ  ...เจ็บปาก

 

“ตั้งใจฟังให้ดีนะคะนักศึกษา  อาจารย์จะอธิบายแค่รอบเดียวนะ”

 

หลังจากที่ทำข้อสอบย่อยเรื่องที่เรียนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเสร็จ  อาจารย์ชิดชนกก็หยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นนึง  พร้อมเปิดสไลด์เปล่า ๆ บนจอด้านหลัง

 

“สำหรับโปรเจ็คถัดไปนะคะ  อาจารย์จะให้พวกเราทำวิดีโอหนังสั้นเกี่ยวกับสังคมไทย  ความยาวไม่เกินหนึ่งชั่วโมง  เดี๋ยวอาจารย์จะเขียนหัวข้อของแต่ละเรื่องลงในกระดาษใบนี้  แล้วให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาจับฉลากว่ากลุ่มไหนจะได้หัวข้ออะไรบ้าง  และจากที่อาจารย์สังเกตเห็นมาเกือบทั้งเทอมเนี่ยอาจารย์คิดว่าพวกเรายังไม่สนิทกันเท่าไร  ทำงานกลุ่มใครกลุ่มมัน...”

 

ก็แหงล่ะครับ... มีงานกลุ่มทีไรก็ต้องเลือกจับกลุ่มกับคนคณะเดียวกันไว้ก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการทำงานอยู่แล้ว

 

“เพราะฉะนั้นรอบนี้อาจารย์จะเป็นคนจับกลุ่มให้เราเองนะคะ  อย่าเพิ่งโวยวายค่ะ”  เสียงนักศึกษาในห้องเริ่มโอดโอยเพราะอยากจับกลุ่มกันเองมากกว่า

 

“นี่อาจารย์หวังดีนะ  นักศึกษาจะได้มีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น  เดี๋ยวอาจารย์จะขึ้นรายชื่อให้ดูบนจอ  ใครที่มีชื่ออยู่ด้วยกันก็ไปนั่งจับกลุ่มกันตรงที่ที่อาจารย์ชี้ไปนะคะ”

 

“เหี้ย...นี่กูต้องแยกกับพวกมึงเหรอวะ”  

 

ไอ้กายครวญครางใหญ่เลยครับ  ขนาดมันมีเพื่อนต่างคณะเยอะมากยังอดงอแงไม่ได้  เขย่าแขนผมจนแทบหลุด

 

“กูจะไปอยู่ไหนวะเนี่ย”  ไอ้เบสเองก็ไม่ต่างกัน

 

ส่วนผมไม่มีปัญหาครับยังไงก็ได้  บอกแล้วไงผมมันคนอัธยาศัยดีขี้เสือก

 

“กลุ่มที่ 5 ไปนั่งแถวกลางด้านซ้ายมือเลยค่ะ  มีนายคิดชอบ อุตสาหกรรมเกษตร / ดุลยทรรศน์ วิศวกรรมศาสตร์ / มนิตา ครุศาสตร์อุตสาหกรรม / ปรัชญา เทคโนโลยีสารสนเทศ และพิมมาดา บริหารและการจัดการ  เชิญค่ะ”

 

เชรี่ยย ! 5 คนไม่ซ้ำคณะเลยครับ  แล้วใครเป็นใครบ้างก็ไม่รู้  บางคนผมก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อเนี่ย  คุ้นอยู่คนเดียว  ...ดุลยทรรศน์ !

 

“ลาก่อนเพื่อนฝูง  แล้วกูจะคิดถึงมึง  ฮ่า ๆ ๆ”

 

ผมส่งจูบงาม ๆ ให้เบสกับกายที่ตอนนี้กำลังมึน ๆ งง ๆ ไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปทางไหนต่อ  ส่วนผมสบายใจละ  ตั้งแต่เห็นชื่อ ดุลยทรรศน์ ผมก็รู้แล้วว่าตัวเองจะไม่เคว้งแน่นอน 

 

“ชื่อจริง คิดชอบใช่มั้ย”  แล้วเขาก็เดินมาทักผมก่อน

 

“อ่าฮะ...นายคือ ดุลยทรรศน์ สินะ”  ผมถามดีเซลทั้ง ๆ ที่จำได้ว่าเป็นชื่อเขาแน่นอน 

 

อ๊ะ ๆ คุณจำไม่ได้เหรอ  ลองกลับไปอ่านตอนอาจารย์เรียกชื่อเราหลังติดลิฟต์สิครับ  ผมนี่จำได้แม่นเลยแหละ

 

“คนอื่นล่ะ”

 

“ไปนั่งกันตรงโน้นแล้ว”  ผมชี้ไปที่แถวกลางห้องที่อาจารย์บอกให้ไปรวมกันตรงนั้น  แล้วเดินนำไป

 

 

“ส่งตัวแทนออกมาจับหัวข้อได้แล้วค่ะ”

 

หลังจากที่นั่งคุยและทำความรู้จักกันได้สักพัก  อาจารย์ก็เรียกให้ออกไปจับหัวข้อเรื่องสั้น  ผมอาสาเพื่อน ๆ เดินไปจับเอง  เรื่องดวงเนี่ยผมไม่เคยพลาดนะ  ไม่งั้นจะดวงสมพงษ์กับดีเซลแบบนี้บ่อย ๆ เหรอ

 

“จับเร็ว ๆ เถอะลูก คนอื่นรออยู่”

 

“ครับ ๆ” 

 

ตอนนี้ผมยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ได้หัวข้อง่าย ๆ เอาแบบเทคเดียวผ่าน  ตอนเอามือล้วงลงไปในกระป๋องเล็ก ๆ มือผมสั่นมาก ขนแขนก็ลุกซู่เลย  หวังว่าแต้มบุญของลูกช้างคงจะพอมีเหลือให้ท่านเมตตาบ้างนะครับ  ...สาธุ

 

อาจารย์คลี่กระดาษที่ม้วนไว้อย่างรวดเร็ว  ก่อนจะประกาศว่า

 

“กลุ่มที่ 5 ได้หัวข้อเพศทางเลือกค่ะ”

 

“ฮะ !”

 

“วู้วววววว !”

 

วู้พ่อง ! 

 

พวกเพื่อน ๆ ในห้องพากันแซ็วอย่างกับเป็นเรื่องสนุก  แต่กลุ่มผมนี่นั่งเงียบหน้าซีดกันทุกคนเลยครับ  เรื่องเพศทางเลือกไม่ใช่เรื่องตลก  มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก  เราจะสื่อยังไงให้คนเข้าใจและยอมรับ  หัวข้อนี้งานหนักตกไปอยู่ที่คนเขียนบทเต็ม ๆ และที่สำคัญ... ใครจะยอมเป็นนักแสดงวะ

 

 

ผมเดินกลับโต๊ะโดยไม่ลืมเอาฉลากที่จับได้มาด้วย  และนั่งลงข้าง ๆ ดีเซลที่เหลือที่นั่งอยู่ที่หนึ่ง  ถัดไปทางซ้ายมือเขาเป็นผู้หญิงสองคนชื่อมะนาวกับพิม ส่วนผู้ชายที่นั่งติดกันชื่อเป๊ก  หนุ่มแว่นท่าทางเรียบร้อยจากคณะไอที  เราต่างคนต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อนยกเว้นผมกับดีเซล

 

หลังจากที่จับฉลากกันครบทุกกลุ่ม  อาจารย์ก็ขอตัวกลับก่อนแล้วปล่อยให้พวกเรานั่งทำงานกันต่อในคาบ  เท่าที่สังเกตทุกกลุ่มดูเหมือนจะไม่มีสมาชิกคนไหนกล้ากลับก่อน  สงสัยกลัวจะโดนให้ทำอะไรแปลก ๆ แล้วขัดไม่ได้

 

“แก...เราจะเอาเรื่องประมาณไหนกันดีอ่ะ  เพศทางเลือกมันก็เยอะอยู่นะ แล้วต้องเล่นกันทุกคนเลยปะ”  พิม หรือพิมมาดาถามขึ้นหลังจากที่เราหันโต๊ะเข้าหากันเพื่อที่จะได้คุยง่ายขึ้น

 

“เราเลือกเอาได้มั้ยล่ะ  แบบว่ายกมาสักอันสองอันก็พอ  ถ้าเยอะไปถ่ายยากแน่เลย”  มะนาวตัวแทนจากคณะครุศาสตร์เกษตรออกความเห็น

 

“แต่ประเด็นมันอยู่ที่เนื้อเรื่องอ่ะดิ  เรายังไม่รู้เลยนะว่าจะเดินเรื่องกันยังไง  ใครจะแสดง  หรือว่าต้องแสดงทั้งหมด”  ผมพูดต่อบ้าง

 

“เมื่อกี้เราถามอาจารย์มาแล้ว  จารย์บอกว่าต้องแสดงทุกคนยกเว้นคนนึง”

 

“ใคร ???”  ทุกคนพร้อมใจกันถามขึ้นมา

 

 

“...ตากล้อง”

 

ฟึ้บ !!!

 

เหี้ย ! ทำไมทุกคนดูพร้อมใจกันหนีกล้องขนาดนั้น  สุดท้ายก็เหลือคนที่พอเป็นงานจริง ๆ แค่สองคนคือ  ดีเซลกับเป๊ก  แต่เมื่อตะกี้ก็ดูไม่ทันด้วยสิว่าใครเป็นยกมือก่อน

 

“เอ่อ... อาจารย์ให้แค่คนเดียวไม่ใช่เหรอ”  มะนาวมองไปที่สองคนนั้นอย่างเลิกลั่ก

 

เป่ายิ้งฉุบกันมั้ย”  วิธีโง่ ๆ ก็มีแค่ผมนี่แหละที่คิดได้

 

“เราเคยทำหนังสั้นประกวด”  เป๊กรีบพูดตัดโอกาสก่อนจะยิ้มให้ดีเซล  ทีนี้ก็เหลือแต่อีกคนแล้วว่าจะงัดอะไรมาสู้

 

“นายเคยถ่ายหนังสั้นปะ”  ผมถามคนนั่งข้าง ๆ

 

“ไม่” 

 

“ถ่ายเป็นแต่ภาพนิ่งใช่มั้ย”

 

“.................”

 

เงียบ  ท่าทางดูจะเสียดายตำแหน่งนี้ไม่ใช่น้อยเลย 

 

“งั้นให้เป๊กถ่ายไปเถอะ”

 

ดีเซลพยักหน้ารับอย่างเซ็ง ๆ

 

“เราคิดเนื้อเรื่องออกแล้วแหละ  แต่ไม่รู้มันจะโอเคมั้ย  เดี๋ยวเราส่งให้เป๊กไปอ่านก่อนแล้วกันนะ”  พิมหันไปคุยกับเป๊กสองคนสีหน้ามีพิรุธทั้งคู่

 

“เดี๋ยว ๆ คิดออกก็บอกตรงนี้ก็ได้”

 

“แต่เราไม่รู้ว่าพวกนายจะโอเครึเปล่านะ”

 

“บอกรวม ๆ ก่อนก็ได้นะ  เผื่อมีอะไรแก้ไขจะได้แก้ในคาบนี้ให้เสร็จเลยไง”  ผมไม่ปล่อยไปง่าย ๆ หรอกครับ  หางตามันกระตุกรัว ๆ เลยตอนนี้

 

"คือตอนที่จับได้หัวข้อนี้เราก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้เป๊กเป็นคนถ่าย  แล้วพวกเราแสดงกันเอง”  พิมพูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

 

“ใช่ ๆ ให้ผมถ่ายเถอะ  เมื่อกี้ตอนที่ดีเซลหันไปคุยกับเคิร์ด  ผมว่าเคมีมันเข้ากันมากเลยอ่ะ  ถ้านายสองได้เล่นคู่กัน...”

 

“อะไรนะ !!!”  

 

เป๊กยังพูดไม่ทันจบ  ผมกับดีเซลก็อุทานขึ้นมาพร้อมกัน

 

ถึงทุกคนจะบอกว่าให้ทำเพื่อคะแนนและไม่ใช่เรื่องจริงไม่ต้องคิดมาก  แต่มันก็ออกจะทำใจยากอยู่สักหน่อย  เนื่องจากผมต้องสวมบทบาทเป็นคู่จิ้นกับดีเซล  ส่วนพิมและมะนาวจะรับบทเป็นคู่รักเพศเดียวกัน  เรื่องบทของสองสาวนั่นผมไม่ห่วงเลยเพราะดูเหมือนพวกเธอจะเข้ากันได้ดี  แต่บทของผมนี่สิ  ...น่าห่วง

 

“งั้นตกลงตามนี้นะ  เคิร์ดคู่กับเซล  พิมคู่กับมะนาว”  เป๊กสรุปปิดท้าย

 

“แล้วเรื่องโลเคชั่นล่ะ”  งานนี้ดีเซลมาแปลกมากครับ  นอกจากจะไม่ขัดข้องอะไรแล้วยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วย

 

“เดี๋ยวให้เรากับมะนาวไปเขียนบทมาก่อนมั้ย  แล้วค่อยมาดูกันว่าต้องไปถ่ายที่ไหนบ้าง”  สายตาพิมที่มองมาที่เราสองคนดูเป็นประกายน่าขนลุกมากครับ  ผมมั่นใจว่าเธอต้องเป็นหนึ่งในลัทธิสาววายแน่ ๆ

 

“ถ้าไม่มีใครขัดก็เอาตามนี้เลยนะ  เดี๋ยวเราสร้างกลุ่มไลน์แป๊บนึงจะได้ติดต่อกันง่าย ๆ หน่อย”  พิมหยิบไอโฟนรุ่นล่าสุดมากดเข้าแอปพลิเคชั่นสีเขียวยอดฮิตแล้วไล่ถามไอดีของแต่ละคน  “โอเค... แอดเข้ากลุ่มหมดแล้ว  อย่าลืมกดรับด้วยนะ”

 

“แล้วเป๊กต้องใช้เวลาถ่ายนานมั้ยอ่ะ  เราจะเริ่มเมื่อไรดี”

 

“เดี๋ยวรอดูบทที่พิมจะส่งมาให้ในไลน์ก่อนนะค่อยนัดกัน  เผื่อมีตรงไหนอยากแก้  แต่เนื้อเรื่องหลัก ๆ ก็เอาตามที่พิมพูดเลยก็ได้  เดินเรื่องผ่านตัวละครสองคู่  เคิร์ดกับดีเซล  มะนาวกับพิม  แล้วรายละเอียดค่อยมาลงกันอีกทีว่าจะผูกเรื่องยังไง  พวกนายโอเคปะ"

 

“อ่าฮะ...”  ผมตอบไปอย่างนั้นแหละ  เวลานี้ขัดใจคนเขียนบทได้ด้วยเหรอ  ส่วนดีเซลก็แค่พยักหน้าอย่างเดียว

 

 

ในเมื่อทุกคนเห็นด้วยก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปค้าน  ก็ได้แต่หวังว่าบทที่พิมเขียนมาจะไม่ทำให้เราทั้งคู่กระอักกระอ่วนใจกันทีหลัง  และก็หวังไว้อีกเช่นกันว่าคะแนนครั้งนี้จะมาออกดีให้สมกับที่เราทุ่มเท

 

…………………………………………….

 

 

 

เลิกเรียนก็เกือบทุ่มนึงแล้ว  หิวข้าวก็หิว  แต่ต้องมาคุยเรื่องงานถ่ายภาพโปรโมทให้คณะกับดีเซลต่อเลยยังหนีไม่ได้  ไม่รู้ว่าไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ทั้งงานราษฎร์งานหลวงถึงได้รัดตัวขนาดนี้  งานภาคตัวเองก็ยังไม่เสร็จ  งานวิชาเสรีก็ไม่ได้เริ่ม  ไหนจะงานที่ดองค้างไว้อีก

 

“ว่างวันไหนบ้าง” พอออกมาจากห้องเรียนก็เจอดีเซลมารออยู่แล้ว  ผมเลยขอให้กายกับเบสไปรออยู่ที่ตรงหน้าบันไดเพราะมีนัดกินข้าวกันต่อ

 

“วันจันทร์ฉันเรียนแค่ตอนบ่าย  วันอังคารมีเรียนเสรีพร้อมนายตัวเดียว  ส่วนวันพุธเรียนเช้า  พฤหัสกับศุกร์เรียนเต็มวัน  จะเริ่มถ่ายแล้วเหรอ”

 

“อืม  เห็นว่ามีเวลาไม่มาก  ถ้าช้ากว่านี้กลัวจะไม่ทัน”

 

“อ่อ...แล้วนายว่างตอนไหนบ้าง”

 

“ผมว่างแค่วันอังคารวันเดียว”

 

“งั้นนัดกันอังคารเช้ามั้ยล่ะ  ก่อนเข้าเรียนเสรีก็มาถ่ายกัน  อาทิตย์หน้ายังทันอยู่ใช่มั้ย”

 

“ทัน  ถ่ายไม่เยอะหรอกแค่คณะเคิร์ดคณะเดียว”

 

“โอเคงั้นฉันไปกินข้าวกับเพื่อนละ  เอ้อ ! ไปกินด้วยกันมั้ย  หอนายก็อยู่แถว ๆ หอเพื่อนฉัน  ไปทางเดียวกันเลยก็ได้” 

 

รอบนี้เพื่อนเยอะกว่าเดิมดวงดีของเพื่อนน่าจะข่มดวงซวยของผมได้บ้าง  ฉะนั้นโอกาสโดนยำตีนน่าจะน้อยลง  หรือถ้าเจอกันไอ้กายน่าจะห้ามพี่มันได้อยู่

 

“เคิร์ดไปเถอะ  ผมต้องไปทำงานที่ตึกกิจฯ ต่อ”

 

“ไปด้วยกันก็ได้  ยังไงก็ทางผ่านอยู่แล้ว”

 

“ไม่เป็นไร  เพื่อนรอนานละ  รีบไปเถอะ”

 

“ไม่ไปด้วยกันจริงดิ”

 

“อืม”

 

ในเมื่อเขายืนกรานหนักแน่นขนาดนั้นผมก็ไม่ตื้อ  ไม่ว่าจะเพราะไม่อยากให้มีเรื่องทีหลังเผื่อฟลุกไปเจอพี่เบนซิน  หรือจะเพราะมีงานต้องทำจริง ๆ ผมก็ไม่เซ้าซี้ถามต่อแล้ว

 

“คุยไรกันวะ”  พอเดินลงมาจากตึก  ไอ้เบสก็เป็นฝ่ายถามก่อน

 

“งานน่ะ”

 

“งานกลุ่มน่ะเหรอ ? เออใช่...มึงอยู่กลุ่มเดียวกันนี่หว่า”

 

“อือ... แต่ไม่ใช่เรื่องงานกลุ่มหรอก”  งานกลุ่มของผมตอนนี้เป๊กกับพิมกำลังแก้บทและหาสถานที่ถ่ายทำกันอยู่ครับ  แก้กันหลายรอบแล้วไม่เสร็จสักที

 

“แล้วงานไรวะ”

 

“เออน่า...  เดี๋ยวมึงก็รู้เอง”

 

“ความลับเยอะนะมึง  แล้วนี่สนิทกันแล้วเหรอ”

 

“ห๊ะ ?       

 

“ก็มึงกับดีเซลไง”

 

“อะไรวะ  ไม่เห็นจะเกี่ยวกันตรงไหน”  ผมหันไปหาเบส  มันยักไหล่ทำไม่รู้-ไม่ชี้ เห็นแล้วก็หมั่นไส้เสียจริง

 

 

ตอนนี้ถนนที่เคยมีผู้คนและรถราขวักไขว่เมื่อตอนกลางวันเริ่มโล่งแล้ว  ริมฟุตบาทสองข้างทางต่างมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้ารถเข็นออกมาตั้งพื้นที่ทำกิน  ทั้งก๋วยเตี๋ยว  ข้าวมันไก่  ข้าวขาหมู  ส้มตำไก่ย่าง  เป็นที่พึ่งยามท้องว่างตอนดึกให้พวกผมได้ดีนักแล

 

“มึง ๆ  ส้มตำหน้าซอยกูดีมะ  อยากกินมานานละแต่ไม่มีเพื่อนกิน” ไอ้กายชี้ไปที่ร้านส้มตำหน้าปากทางเข้าซอยหนึ่ง

 

“เอาดิ  กูนี่โคตรอยากกินไก่ย่าง”

 

“อ้าว  กูนึกว่ามึงชอบไก่สด”

 

“ลากลงไปกินในน้ำด้วยมั้ยล่ะสัส”  ไอ้เบสช่วยตบมุกให้  รู้งานดีจริง ๆ

 

ผมปล่อยให้ไอ้สองคนนั้นยืนเลือกไก่หน้าเตากันไป  แล้วเดินมาหย่อนก้นลงที่โต๊ะตัวแรกสุดเพื่อความสะดวกของตัวเองในการเรียกป้าเจ้าของร้านมาสั่งอาหารเพิ่ม  สักพักสองคนนั้นก็เดินตามมานั่งด้วยกัน  แล้วคุณลุงเจ้าของร้านก็ตามมาจดออเดอร์ด้วย

 

“ผมเอาตำปูไม่ปลาร้า  ต้มแซ่บกระดูกอ่อน  คอหมูย่าง  เป้บซี่ขวดใหญ่  มึงเอาไร ?”  เบสสั่งก่อนแล้วถึงหันมาถามผม

 

“ตำไทยใส่พริกสามเม็ด  ลาบหมู  ปลาดุกย่าง  ส่วนนี้ของกูคนเดียว”

 

“นี่มึงแดกหรือยัดห่าวะเคิร์ด  ไปอดอยากปากมันมาจากไหน”  

 

ไอ้กายก็พูดซะผมเสียหายเลย  คนอดอยากที่ไหนจะปากมัน

 

“ปกติกูกินข้าวเย็นไม่เกินหกโมง  นี่เกือบสองทุ่มแล้วนะเว้ย มึงให้อภัยกระเพาะกูเถอะ  กูกะว่าแดกนี่เสร็จจะชวนไปกินชาชักต่อ  มีความอยากกินโรตี”

 

“กูขอให้มึงอ้วนตาย”

 

“เหมือนมึง ?

 

“สัส... อย่างกูนี่ออกกำลังกายเว้ย  ไม่กลัวอ้วนอยู่แล้ว”

 

“ถ้าไปกินต่อแล้วมึงจะกลับรถไฟเที่ยวสุดท้ายทันเหรอวะเคิร์ด”  เบสถาม

 

“ไม่ทันหรอก  กูกะว่าคืนนี้จะกลับรถไฟฟ้าเอา  ถึงบ้านชัวร์ ๆ ไม่ต้องห่วง”

 

รอไม่นานอาหารที่พวกผมสั่งไปก็ถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะเหล็ก   พอวางจานอาหารเยอะ ๆ แล้วโต๊ะมันดูแคบไปเลยครับ  ไหนจะส้มตำสองจาน  ไก่ย่างจานใหญ่  คอหมูย่าง  ข้าวเหนียวคนละกระติ๊บ  ปลาดุกย่างสองตัว  หม้อต้มแซ่บ  ลาบหมูของผมอีกหนึ่ง  เยอะจนโต๊ะข้าง ๆ หันมามองแล้วขำกันเลยทีเดียว

 

“เฮ้ย ๆ ร้านนี้ไงมึง  ที่เขาคุยกันว่าเด็ด”

 

“นาน ๆ ทีจะพาเพื่อนมา  จัดสักชุดใหญ่ ๆ ไปเลยสิวะ”

 

ผมจิ้มข้าวเหนียวใส่ปากตัวเองก่อนจะตามด้วยไก่ย่างแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ เสียงหน้าร้านเริ่มจ้อกแจ้กจอแจ  คงเพราะเป็นช่วงเวลาที่คนทำงานและนักศึกษาออกมาหาอะไรกินพร้อมกันพอดี  ถนนหนทางยามค่ำคืนมันก็มีเสน่ห์ของมันนะ  ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกฝรั่งถึงได้ชอบลองกิน Street Food กันนัก

 

หลังจากกวาดตามองดูคนที่มามุงหน้าร้านก็เจอบุคคลน่ารังเกียจอย่างพี่เบนซินและผองเพื่อนเข้าให้  โอเค... ผมอาจจะพูดไปว่าเขาน่ารังเกียจ  แต่บางทีก็แค่ไม่อยากอยู่ใกล้ ๆ เฉย ๆ  รู้สึกโชคดีชะมัดที่ดีเซลไม่ยอมมาด้วยกัน  ผมก้มหน้าก้มตาฉีกปลาดุกย่างกินต่อเพราะไม่ให้สะดุดตาใครในกลุ่มนั้น  แต่หูก็ยังแอบฟังอยู่ 

 

เรื่องเสือกเนี่ย... ขอให้บอก

 

“ทำไมวันนี้ไม่เห็นคู่อริมึงเลยวะซิน”

 

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่เพราะพวกนั้นดันเลือกมานั่งที่โต๊ะข้าง ๆ ทั้งยังคุยโหวกเหวกเสียงดังจนน่ารำคาญ  และแค่ไอ้กายได้ยินชื่อคู่อริมันก็หูผึ่งขึ้นมาทันที  แต่ก่อนที่มันจะได้ทันหันไปผมที่รู้ทันเลยจัดการจิ้มหมูจิ้มไก่แล้วยัดใส่ปากมันก่อนเลย

 

“จะไปรู้มันเหรอวะ”

 

“กูเห็นมึงเจอมันทีไรก็ทะเลาะกันทุกที  ไปจงเกลียดจงชังอะไรกันนักหนาวะ”  ดีมากครับพี่  เสือกแบบมีคุณภาพต้องแบบนี้  เสือกทั้งทีต้องรู้ลึกรู้จริง

 

“มึงคิดว่ากูเกลียดมันเหรอวะ ? กูก็แค่กวนตีนมันเล่น  เห็นหน้ามันแล้วหงุดหงิด” 

 

ได้ยินแบบนี้แล้วให้มีคนมาหงุดหงิดแล้วกวนตีนพี่เล่นบ้างจังครับ

 

“มึงจะไปหงุดหงิดมันทำไมวะ  กูไม่เคยเห็นมันมายุ่งกับมึงก่อนสักครั้ง”

 

“หึ ! คนเหี้ย ๆ อย่างมันก็ดีแต่สร้างภาพไปวัน ๆ เท่านั้นแหละ”

 

คำพูดคำจาแต่ละอย่างที่พี่เบนซินพ่นออกมามันยิ่งทำให้ผมรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงหนักขึ้นไปอีก  ผมเข้าใจดีเซลแล้วล่ะว่าทำไมถึงไม่อยากมองหน้าลูกพี่ลูกน้องตัวเอง  นิสัยเหี้ยขนาดนี้แปลกดีที่ยังมีคนคบ  ตอนนี้ความอยากอาหารที่มีมาตั้งแต่หัวค่ำมันหายไปหมดแล้ว  และสองคนนั้นก็น่าจะคิดเหมือนกัน

 

“มึงพูดซะขนาดนี้  แม่งจะมีใครคบมันวะ”

 

“วันนั้นมึงไม่เห็นเหรอ  เพื่อนมันแม่งก็มีแค่ไอ้ต้ากะไอ้เอฟ  กูอยากรู้นักนอกจากสองคนนี้มันจะมีปัญญาหาเพื่อนใหม่มั้ย  เห็นแก่ตัวแล้วยังเสือกหยิ่งอีก”

 

คำก็เหี้ย  สองคำก็เห็นแก่ตัว 

 

 

ผมกำช้อนในมือแน่นจนแทบหัก  ไม่ได้อยากจะออกโรงปกป้องใคร แต่ที่เขาพูดมามันไม่ได้มีความจริงเลยแม้แต่น้อย  ดีเซลไม่ใช่คนไม่มีเพื่อน  นอกจากสองคนนั้น  เขาก็ยังมีพี่ตู้  มีไอติม  มีเพื่อนในชมรม  แล้วก็มีผมด้วย  และผมรู้ดีว่าดีเซลไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว  เพราะถ้าเขาเป็นอย่างนั้นจริงตอนที่ติดลิฟต์ด้วยกันเขาคงไม่สนใจผมและให้เอเช็คชื่อเขาแค่คนเดียวแล้ว  และเขาคงไม่มีน้ำใจเดินมาส่งผมที่สถานีรถไฟเหมือนเมื่อวันก่อนหรอก

 

แต่ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นไปเถียง  ก็มีมือมาดึงแขนผมไว้แล้วกดให้นั่งลงต่อ

 

“ไอ้กาย  นั่นใช่พี่ชมรมมึงปะ”  ไอ้เบสหันหน้าไปดูแล้วหันกลับมาถามกายที่เคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ

 

“เออ  พี่ซินไง”  มันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วจ้วงกินอยู่คนเดียว

 

“... กูรำคาญว่ะ !”

 

เฮ้ย !!!  ใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้วครับ

 

จู่ ๆ ไอ้เบสก็โพล่งขึ้นมา  ไอ้กายทำหน้าเลิ่กลั่กจะบอกให้มันเงียบปากก็คงไม่ทันแล้วเพราะตอนนี้พี่เบนซินเขาหันมาที่โต๊ะพวกผมและทำหน้าโหดมาก  แต่ไอ้เบสตัวต้นเรื่องกลับทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดูดต่ออย่างหน้าตาเฉย  ไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้มันตกเป็นเป้าสายตาของเด็กวิศวฯ  ประมาณห้าหกคนไปเรียบร้อย

 

 

มึงควรได้รางวัลตุ๊กตาทองว่ะเบส

 

“มึงรำคาญพวกกูเหรอเบส  เดี๋ยวกูเช็คบิลเลยก็ได้นะ  มึงจะได้รีบกลับไปทำงานต่อ”  เป็นการแก้สถานการณ์แบบน้ำขุ่นคลั่กมากเลยครับ

 

เนียนไม่เนียนไม่รู้  แต่กูกลัวโดนซ้ำแผลเก่า

 

“เพื่อนกู  กูไม่รำคาญหรอกเคิร์ด  แต่กูรำคาญพวกปากหมาแถวนี้นี่แหละ”

 

ไอ้เบส !!! ทำไมเวลาแบบนี้มึงไม่รับมุกกูวะสัส  มึงอยากเห็นเพื่อนมึงเลือดกลบปากเหรอ

 

“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบ  แม่งคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนถึงได้คอยแต่ปากดีหาเรื่องระรานคนอื่นไปวัน ๆ” 

 

ยัง ๆ ... ยังไม่หยุด

 

“คนแบบนี้แม่งเหี้ย !

 

เหี้ยเบส !!!  มึงจะขยี้ทำไมเนี่ย

 

 

ตึ้ง !!!

 

 

“เฮ้ย !!! มึงด่าใครวะ ???

 

 

 

 

 


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 397 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #442 lluv KAITO vull (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 14:10
    เดี๋ยวเบส~~~~ ตอนแรกไม่นึกว่าจะเฟี้ยวขนาดนี้นะเนี่ยยยย 555+
    #442
    0
  2. #407 Hummai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 00:49
    เบนซิน ชื่อไปคล้องกะอีกเรื่องที่เป็นนายเอกเเต่นิสัยต่างกะซินคนนี้เหลือเกิน...ฮรือออออ!!!
    #407
    0
  3. #406 nanthanatw2519 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 20:08
    คู่กันชัวร์ กวนเบื้องล่างกันไปมาเดี๋ยวก็จิจ๊ะกัน 5555 จัดำปเบสลูก
    #406
    0
  4. #376 TRJKZ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 06:58
    เบสสสสส5555555
    #376
    0
  5. #361 แกงส้มไข่เจียว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:41
    ขอร่วมด้วยได้ม่ะ หมั่นไส้เบนซิน
    #361
    0
  6. #359 JMpalmy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 07:48
    แม่งเง้ยยย ขอเบสซิน เก่งๆแบบซินนี่อยากให้โดนปราบบนเตียงมาก
    #359
    0
  7. #312 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 18:33
    นี่ไงๆ ซินเบสมาแล้วเหว๋ยยยยยย เนี่ยซินต้องเจอคนคุมโหดๆแบเนรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร้
    #312
    0
  8. #246 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 00:39
    มันต้องอย่างงี้ค่ะคุนนนน พี่เบสทำดีมาก! ละที่พี่ซินพูดมานี่รู้จักเขาดีละหรอถึงไปว่าเขาอย่างงู้นอย่างงี้ ไม่รู้อะไรก็อย่าไปกล่าวหาดีกว่ามั้ย
    #246
    0
  9. #232 Chopoom94 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 22:26
    โอ้ยสะใจมาก ยังไม่รู้หรอห๊ะว่าหมายถึงใคร โถ
    #232
    0
  10. #222 K-NaThan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 23:16
    ...ขอบคุณค่ะหนูที่พูดแทนให้
    #222
    0
  11. #200 ningthanaporn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 19:30
    ดีมากเบส สะใจมากกกกก
    #200
    0
  12. #162 Mistyblack (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 06:16
    เริ่ดค่ะลูก
    #162
    0
  13. #126 R_T_K07 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 16:53
    เบสช้านนจัดชุดใหญ่เลยลูก555
    #126
    0
  14. #122 NNobelprize (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 13:13
    เบสขึ้นแล้ววว
    #122
    0
  15. #108 MIND&KEY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 21:33
    เบนซินต้องเจอกับเบสนี่
    #108
    0
  16. #5 Pople (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 12:50
    เบสแม่งเด็ด ฝีมือมันใช่ 5555 ชอบๆๆๆ รอคะรอ
    #5
    0
  17. #4 FahSida (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 00:07
    เห็นด้วยกับเบสเลย ว่าแต่เบนซินกับเบสหรอ?
    #4
    0