รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 33 : สีที่ 31 : ก็ไม่เลวนะ (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 302 ครั้ง
    25 ก.ย. 60



บทที่ 31

 

หลังจากที่ผ่านงานกีฬามหาลัยมาได้ก็หลายเดือน ผมก็กลับมาพร้อมกับ...เอ่อ จะบอกว่าความสัมพันธ์ใหม่ก็ดูจะยังไง ๆ อยู่ เพราะคนตัวสูงข้าง ๆ ผมตอนนี้ยังไม่มีทีท่าจะเดินหน้ารุกอะไรเลย ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติมากกกก...

 

นี่ก็รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ รอจนแผลที่ดีเซลตกบันไดวันนั้นตัดไหมไปเรียบร้อย เขายังไม่มีท่าทีอะไรเลยสักนิด เอาเถอะ ผมรู้ว่าเขาไม่เคย...ผมรอได้

 

“งอแงจะกลับแต่บ้านอ่ะ ทำไม? ไม่อยากอยู่กับผมแล้วรึไง”

 

“โห...คำพูดคำจาเดี๋ยวนี้นี่พัฒนานะ แต่อย่าไปพูดกับใครแบบนี้นะรู้เปล่า เดี๋ยวเขาหาว่าไปอ่อย”

 

ตอนนี้ผมกับดีเซลมาเดินเล่นกันที่ตลาดในมหาลัย ดีเซลคนเดิมเพิ่มเติมคือความอ่อยและอ้อนขึ้นเป็นเท่าตัว เรื่องทั้งหมดมันก็เริ่มตั้งแต่วันที่ผมไปนอนเฝ้าเขานั่นแหละ นี่ก็ผ่านมาอาทิตย์กว่าละ ผมกับเขาก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อย ๆ หาเวลามาคุยกันมากขึ้น ชนิดที่ว่าถ้าว่างตรงกันเมื่อไรเป็นต้องชวนกันออกอ่ะ

 

แต่วันนี้ก็รู้อยู่หรอกว่ามันเป็นวันที่มีตลาดนัดในมอ ก็ไม่ต้องชวนกันมาเดินก็ได้ป้ะ ไปที่อื่นก็ได้ไม่ใช่เหรอ...

 

อย่า ๆ อย่าคิดเชียวว่าผมเป็นพวกเรื่องมาก ตลาดนัดแค่นี้เดินไม่ได้ โน ๆ พวกคุณคิดผิดแล้วครับ ที่ผมไม่อยากเดินก็เพราะว่ามันมีความหลังฝังใจนิดหน่อยแค่นั้นเอง จำไม่ได้เหรอครับ ว่าสมัยที่ยังต้องถ่ายงานวิชาเสรีนั่นน่ะผมเคยเห็นดีเซลอยู่กับใครที่ตลาดนัด

 

โหย...ช่วยกันตั้งร้านงุ้งงิ้ง ๆ เหมือนกิจการครอบครัวยังไงไม่รู้ ก็นั่นแหละแบบว่าภาพมันติดตาไง เลยไม่อยากมาเดิน

 

“ว่าแต่นายเหอะ ไม่กลับไปสตูไปทำงงทำงานแล้วเหรอ”

 

“หมดแล้ว”

 

“อะไร เขาเลิกจ้างแล้วรึไง”

 

“อืม”

 

เออ จะตอบแค่นั้นก็ตามใจ ตอนนี้ดีเซลดึงแขนผมให้เซไปพร้อมกับเขาตรงดิ่งเข้าไปในร้านขายสร้อยร้านหนึ่ง

 

“จะดูร้านนี้เหรอ” ปกติผมไม่เคยเห็นดีเซลใส่เครื่องประดับอะไรสักอย่าง พินิจพิจารณาดี ๆ แล้วตัวเขานี่โล่งมาก ๆ มีแค่นาฬิกาเรือนเดียวก็เก๋ไก๋พอแล้ว

 

“อืม”

 

“ชอบอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ”

 

“ผมเจาะหู”

 

“ฮะ !”

 

ไม่ฟังครับ ตอนนี้ดีเซลไม่ฟังผมเลย เขาก้มหน้าก้มตาเลือกต่างหูที่วางขายอยู่แบบหน้าตาเฉย ไอ้ผมที่อยู่ข้าง ๆ นี่ถึงกับยืนกะพริบตาปริบ ๆ ไม่คิดว่าดีเซลจะมีรสนิยมแบบนี้ด้วย ไม่ใช่ว่าผมมองว่ามันไม่ดีนะ เพราะผู้ชายหลายคนเขาก็ทำกัน แต่กับดีเซลนี่คือผิดคาดสุด ๆ ไปเลย

 

“เออ เจาะจริงด้วยว่ะ” ผมยืนด้านซ้ายของเขาพอดีเลยมองเห็น แม่งมีรูเจาะอยู่จริง ๆ ด้วย

 

“เจาะมาตั้งแต่ปิดเทอมจะเข้าปี 1 แล้ว แค่ไม่ค่อยได้ใส่” พูดไปก็เลือกต่างหูไป

 

“แล้วมันไม่ตันเหรอ”

 

“ไม่อ่ะ ผมใส่ ๆ ถอด ๆ”

 

“แล้วทำไมฉันไม่เคยเห็นนายใส่เลยอ่ะ”

 

“มาเรียนผมไม่ค่อยใส่หรอก เพื่อนมันชอบล้อกัน...อันนี้เท่าไรครับ”

 

“เอาอันนี้ ๆ” ผมจับอีกอันยัดใส่มือเขาไปด้วยเลย

 

มันเป็นต่างหูแบบห่วงสีดำที่ใส่แล้วผมก็จินตนาการไม่ถูกหรอกว่าเขาจะเป็นยังไง แค่เห็นว่ามันมีให้เลือกเยอะกว่าแบบอื่น ๆ เลยคิดเองเออเองว่าน่าจะกำลังฮิต

 

“อันนี้ด้วยเหรอ...”

 

“อื้ม ไม่ชอบเหรอ”

 

“เปล่า ๆ...เอาอันนี้ด้วยครับ”

 

ช็อปปิ้งในส่วนของดีเซลเสร็จแล้ว เจ้าตัวก็แลดูจะเห่อของใหม่มาก เลยลากผมให้มาหยุดอยู่ตรงที่ที่คนเดินน้อย ๆ เพื่อที่จะได้ใส่ต่างหูได้ถนัดมือหน่อย

 

“เฮ้ย นี่เจาะสองรูเลยเหรอ”

 

“ใช่ แต่เจาะข้างเดียว...โอ๊ย”

 

ผมเลิกคิ้วขึ้นทันทีที่เห็นดีเซลเบ้หน้าร้องออกมา ก่อนที่จะสังเกตดูคู่ที่ดีเซลกำลังใส่ดี ๆ มันคือคู่ที่ผมเลือกให้เขานั่นแหละ

 

“ใส่ได้มั้ย”

 

“ไม่ได้อ่ะ ผมไม่อยากเลือกแบบนี้เพราะมันใส่ยาก”

 

“อ้าว...ขอโทษ”

 

“แต่มันก็ไม่ใช่ว่าใส่ไม่ได้นะ”

 

“ใส่ให้มั้ย”

 

ถามว่าไปเอาความมั่นหน้ามาจากไหนถึงคิดว่าตัวเองจะใส่ต่างหูให้คนอื่นเป็น เจาะหูหรือก็เปล่า โธ่เอ๊ยไอ้เคิร์ด...

 

แต่ดีเซลก็ไม่ได้ปฏิเสธนะ เขายื่นต่างหูเจ้าปัญหาที่ใส่ไม่ได้มาให้ผม ก่อนจะเอียงหัวให้เล็กน้อย

 

จริงอย่างที่เขาว่า ต่างหูแบบนี้ใส่ยากชะมัด สรุปว่าที่มันวางขายเยอะ ๆ เพราะขายไม่ออกสินะ เอ๋...หรือจะเป็นเพราะว่าผมใส่ไม่เป็นเองหว่า มันเลยดูทุลักทุเล เดี๋ยวหนีบหูมั่ง เดี๋ยวจิ้มไม่ถูกรูปมั่ง จนเขาสะดุ้งหลายรอบ

 

“ไม่เป็นไรเคิร์ด เดี๋ยวผมทำเองก็ได้”

 

“นี่ไง ๆ กำลังจะได้แล้วเนี่ย”

 

“ก็เคิร์ดทำหนีบหูอ่ะ”

 

สุดท้ายดีเซลก็ต้องจับมือผมให้ห่างจากใบหน้าและหูเขาก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาพร้อมหูแดง ๆ ข้างนั้น เห็นแล้วแม่งโคตรหน้าฟัดเลย แต่ติดตรงที่ว่าตรงนี้เป็นที่สาธารณะ ผมเลยปล่อยให้เขาจัดการชีวิตเขาเองไปก่อน

 

แต่จังหวะที่ดีเซลกำลังยืนใส่ต่างหูอยู่นั้น เขาไม่ได้หันหน้ามามองผมเลยแต่หันไปทางถนนคนเดินแทน ผมยืนมองอยู่สักพักจนเริ่มจับสีหน้าและแววตาแปลก ๆ ของเขาได้

 

“เชร้ดดดด...” ทันทีที่หันไปมองตามสายตาของดีเซล ก็พบกับคนสองคนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาด้วยกันได้ ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าใคร ก็พี่เบนซินกับเบสไง เดินคู่กันมาเลย

 

นี่มึงเอาจริงดิเบส คงไม่ได้อกหักจากกูแล้วไปซบอกคนที่มึงเกลียดขี้หน้าหรอกใช่มั้ย เอ๊ะ ! หรือว่าที่คนเก่าคนแก่เขาชอบพูดกันว่า...เกลียดอย่างไหนจะได้อย่างนั้น มันจะเป็นเรื่องจริง

 

“อ้าวไอ้เคิร์ด...”

 

ขณะที่ทำเป็นแกล้งมองไม่เห็นเพราะกลัวเพื่อนจะเขิน แต่มันกลับเดินเข้ามาทักเสียเอง

 

“มึงจะไปเดินตลาดเหรอวะ”

 

“ฮะ !” ด้วยความที่ตกใจอยู่ เลยได้แต่มองหน้าพวกเขาสองคนสลับกันไปมา อยากรู้ก็อยากแต่จะถามก็ไม่ได้ สุดท้ายเลยเลือกที่จะไม่พูดดีกว่า

 

“ว่าไง”

 

“เออดิ นี่กูมาถึงตลาดละจะให้ไปไหนได้” ไอ้นี่ก็ถามไม่คิดเลย

 

ผมไม่รู้ว่าเบสจะเข้ามาทักทำไม หรือบางทีมันอาจจะไม่ทันได้คิด แบบว่าพอเห็นเพื่อนมาเดินตลาดแล้วเจอกันก็ดีใจ จนลืมไปว่าพี่เบนซินกับดีเซลไม่ถูกกัน

 

แล้วดูดิ พอมองเลยไปข้างหลังก็เห็นพี่แกกำลังยกคิ้วข้างเดียวอยู่...กวนตีนชิบหายเลย แต่โชคดีที่พี่เขาไม่ได้มองมาทางผมไง นู่น...เขามองเลยไปตรงคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ผมต่างหาก

 

อย่าตีกันนะ...ญาติบ้านนี้อย่าเพิ่งตีกัน พลีสสส...

 

“เดี๋ยวกูไปทางนั้นนะ”

 

นี่ล่ะครับคือความฉลาดและรู้จักหาทางเอาตัวรอดของเพื่อนผม พอบรรยากาศมันเริ่มมาคุขึ้นเรื่อย เบสก็ชี้นิ้วไปอีกทางเหมือนจะบอกเป็นนัย ๆ ว่าจะไปทางนั้น ผมจึงพยักหน้าให้อย่างรู้ทัน ...กูจะไม่ไปทางนั้นเด็ดขาด ไว้ใจได้

 

“เคิร์ด”

 

 “ฮะ?” ตกใจหมด เรียกอย่างเดียวก็ได้ จะบีบแขนทำไม

 

“ทำไมเบสไปอยู่กับไอ้ซินล่ะ”

 

“เอ่อ...ไม่รู้ดิ”

 

“หือม์?

 

ไม่ต้องมาเลิกหน้าเลิกตาไม่เข้าใจ กูไม่รู้เรื่องจริง ๆ เว้ย ไอ้เบสก็เป็นประเภทไม่ค่อยเล่าอะไรให้ใครฟังอยู่แล้วถ้าไม่ถาม

 

“จริง ๆ นะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้ก็แต่ว่าก่อนหน้านี้สองคนนี้ไม่ถูกกันอย่างแรงอ่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาเดินด้วยกันได้”

 

“มันคงไม่ได้ไปทำอะไรแปลก ๆ ใส่เพื่อนเคิร์ดหรอกนะ”

 

“ฮะ? อะไรแปลก ๆ ที่ว่านี่คืออะไรอ่ะ”

 

“เปล่าหรอก ผมหิวแล้วอ่ะ เราไปหาอะไรกินกันปะ” พูดอย่างเดียวก็พอ ไม่ต้องพยักหน้าทำหน้าทำตาเหมือนอยากจะแบ๊วอะไรแบบนั้นหรอก

 

แบ๊วจริง...ไม่อิงนิยาย จะทำหน้าทำตาออดอ้อนแต่ละทีให้เกียรติต่างหูที่เพิ่งซื้อมาใส่ด้วยนะครับ

 

“ดีเซล...” ก่อนที่เขาจะเดินนำผมไป มือผมที่ไวก็เอื้อมไปจับชายเสื้อช็อปตัวใหญ่เพื่อให้เขาหันมา “ต่างหูอ่ะไม่ต้องใส่มาทุกวันนะ”

 

“ทำไมอ่ะ...ไม่ดีเหรอ”

 

“เปล่า...” ผมหยุดพูดก่อนจะกระดิกนิ้วให้เขาเขยิบหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะกระซิบข้างหูเบา ๆ “ใส่ให้ฉันดูแค่คนเดียวพอ”

 

โอ้ยย...พูดเองก็เขินเอง ไม่คิดด้วยว่าจะกล้าพูดออกไป มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบจริง ๆ นะ รู้อยู่ว่าทำตัวเหมือนเด็กหวงของ แต่มันห้ามไม่ได้ ผมรู้สึกว่าดีเซลในลุคนี้เขาดูแบดอ่ะ เหมือนกับว่าต่างหูสีดำสองอันที่ทิ่มอยู่ที่หูซ้ายของดีเซลมันขับให้หน้าขาวผ่องดูเด่นขึ้นมาอีก แบบจะแบดก็แบดไม่สุด แต่จะดูเรียบร้อยรึก็พูดได้ไม่เต็มปาก เอาง่าย ๆ ว่าผมอยากเก็บไว้มองคนเดียวอ่ะ

 

“แล้วผมจะรู้ได้ไงว่าจะใส่ให้เคิร์ดดูได้ตอนไหน”

 

“ไม่รู้...คิดเอาเองดิ”

 

“งั้นผมก็ต้องใส่ ๆ ถอด ๆ น่ะสิ” คนตัวสูงกว่าผมไม่พูดเปล่า แต่ยังยิ้มกรุ้มกริ้มให้ “ถ้าจะให้เคิร์ดเห็นทุกวัน เคิร์ดก็ย้ายมานอนห้องผมมั้ยล่...”

 

“หิวข้าว ! ไปได้แล้ว !”

 

ผมผลักหน้าเขาออกโดยไม่ต้องรอให้พูดจบ ก่อนจะเดินหน้าร้อนไปยังตลาดอีกฝั่ง บอกแล้วว่าอย่าอยู่นาน...

ถ้าย้ายไปอยู่ถาวร แล้วใครจะรับผิดชอบเล่า

 

 

 

 

ตลาดนัดมหาลัยผมนี่มีทุกอย่างอ่ะ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า โนเนมบ้าง แบรนด์เนม (ก๊อปเกรดเอ) บ้าง ของกินเอยอะไรเอยที่ทำเอาผมเสียตังไปไม่รู้เท่าไร แล้วยังมีที่ให้นั่งกินด้วยนะ

 

แต่ทานโทษ...มันไม่ใช่โต๊ะนั่งแบบลานเบียร์เหมือนอย่างที่คุณ ๆ ทุกคนจินตนาการ เพราะมันคือพื้นครับ...พื้นปูนร้อน ๆ นี่แหละครับ ตั้งวงกินกันไปเถอะ แต่เผอิญว่าวันนี้มากันแค่สองคนผมกับดีเซล ก็นั่งเลยเหงา ๆ กันไป นี่ผมก็ยังไม่เลิกมองหานะว่าพี่เบนซินกับไอ้เบสไปนั่งกันอยู่ตรงไหน

 

“เออนี่...เมื่อกี้นายบอกว่าพี่เบนซินจะทำอะไรแปลก ๆ กับไอ้เบสใช่มะ...ทำอะไรเหรอ” ในเมื่อผมอยากรู้เรื่องของไอ้เบสไม่ได้ เรื่องพี่เบนซินก็ต้องได้บ้างแหละ

 

“ไม่รู้นะว่ามันจะทำจริง ๆ หรือเปล่า...เคิร์ดไม่รู้ใช่มั้ย”

 

“รู้อะไรอ่ะ”

 

“ไอ้ซินมันเป็นไบ”

 

“หา?”

 

“จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องของมันหรอก แต่ตอนม.ปลายชอบมีคนมาเล่าให้ฟังบ่อย ๆ เวลาไอ้ซินมันไปก่อเรื่อง”

 

“เป็นไบ ? งั้นแสดงว่าพี่ซินเขาชอบไอ้เบสงั้นเหรอ”

 

“ดูจากเมื่อกี้แล้วไม่น่าจะใช่ไอ้ซินฝ่ายเดียวนะ”

 

โอ้มายก๊อด...เอามือทาบอกแป้บ คือเรื่องนี้มันเด็ดยิ่งกว่าผมชอบดีเซลอีก ต่อยกันอยู่หยก ๆ แค่คิดว่าอีกหน่อยสองคนนั้นอาจจะไม่ได้ต่อยกันด้วยมือ...แต่จะต่อยกันด้วย... พอ ๆ หยุดคิด

 

“จริงจังป้ะเนี่ย แต่ฉันว่าก็ดีแล้วนะ สองคนนั้นจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันอีกไง”

 

“ดีจริงเหรอ”

 

“อ้าว...ทำไมอ่ะ”

 

“ผมก็ไม่รู้ว่าจริงมั้ย แต่เท่าที่ฟังมาตั้งแต่ม.ปลายจนถึงทุกวันนี้ ไอ้ซินมันไม่ค่อยจริงจังกับใครนะ”

 

“จริงเหรอ?”

 

“อืม ถึงไม่แน่ใจไงว่าจะไปกันรอดมั้ย แต่เอาจริง ๆ ไอ้ซินมันก็ไม่ได้แย่อะไรหรอก แค่มันเกลียดผมแล้วก็หาเรื่องผมได้ทุกวันแค่นั้นเอง” ดีเซลพูดพลางยักไหล่ก่อนจะยกกล่องโฟมที่ใส่ข้าวหมกไก่ขึ้นมากิน

 

“สรุปมันดีหรือไม่ดีวะเนี่ย”

 

“เอาง่าย ๆ ว่าเรื่องอื่นมันดียกเว้นเรื่องนี้ แต่ก็อย่าเพิ่งเชื่อผมมาก เพราะส่วนใหญ่ก็ฟังจากคนอื่นมาเหมือนกัน”

“แล้วถ้าเรื่องที่นายมั่นใจนี่มีอะไรบ้างอ่ะ” ผมคีบเส้นบะหมี่ผัดเข้าปากบ้าง

 

“มันเกลียดผมแล้วก็บ้านผม” โอเค อันนี้ไม่เถียง “เอาเรื่องดีหรือไม่ดีล่ะ”

 

“เอาเรื่องดีก่อนก็ได้”

 

“มันรักเพื่อน รักรุ่นน้อง รุ่นพี่ รักพวกพ้องตัวเอง ไม่สนหรอกว่าจะผิดหรือถูก เรื่องเรียน...ก็ได้อยู่นะ รู้สึกจะสามกว่าทุกเทอมเห็นพี่มะตอยเคยพูด แล้วก็...สปอร์ตพอตัวเลย จ่ายได้หมดถ้ามันอยากจ่าย”

 

เหยดดดด ชอบข้อหลังสุดแล้ว

 

“แล้วเรื่องไม่ดีล่ะ”

 

“ก็...ชอบพาคนที่มันคบเข้าบ้าน”

 

“อ้าว แล้วไม่ดีตรงไหนอ่ะ”

 

“ตรงที่ตอนที่มันพาเข้า พ่อแม่มันไม่เคยอยู่บ้านไง”

 

อุ๊ปส์ หรู่เรื้อง...บันเทิงเริงรมย์เลยทีนี้ ไปหาหมอบ้างนะพี่

 

“เท่าที่ผมเคยเห็นเองก็น่าจะเป็นตอนปี 1 มีผู้ชายมาร้องไห้อยู่ที่หน้าบ้าน แล้วไอ้ซินก็ดูไม่ใยดีเลย ผมก็ไม่ได้อยากรู้หรอกแต่มันดันไปเสียงดังใส่เขาไง  คนข้างบ้านก็ได้ยินกันหมดแหละ”

 

“โห...เออ แล้วล่าสุดนายรู้อีกป้ะ”

 

“ไม่รู้แล้ว ปีที่แล้วนั่นแหละล่าสุดของผม”

 

อะไรว้า...ทีแรกก็ว่าดีใจนั่นแหละที่จะเห็นเพื่อนเจอคนที่รักมันสักที แต่พอมาได้ยินแบบนี้เข้า ผมก็ยังไม่วางใจอยู่ดีอ่ะ จะให้ดีเซลไปช่วยเป็นหูเป็นตาก็กลัวว่าจะทำผิดศีลขอที่ 1 อีก ไปเบียดเบียนยัดเยียดหน้าที่ที่ไม่ชอบให้เขา

 

“แต่เคิร์ดก็ลองไปถามเบสดูก็ได้ เผื่อถ้าไอ้ซินมันจริงใจ เบสอาจจะรอด”

 

“อะไรคือรอด...ว้อทอีสรอดดด”

 

Survive

 

“ไม่ได้ให้พูดคำแปล...โอ๊ย...กล้าเล่นได้ยังไงวะมุกนี้” กุมขมับแป๊บ ประเด็นคือสำเนียงอย่างกับเจ้าของภาษามาเอง แถมพูดจบแล้วก็นั่งหัวเราะอยู่คนเดียวอีก

 

“เบสอาจจะโชคดีก็ได้”

 

ก็ถ้าโชคดีอย่างนั้นก็ดีไป แต่ถ้าไม่...ผมคงรู้สึกผิดบ้างแหละ

 

“ก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่หรอก...เดี๋ยวพรุ่งนี้ลองไปถาม ๆ ไอ้กายดูก่อนก็ได้วะ เผื่อมันจะรู้อะไรบ้าง”

 

“อยากรู้ขนาดนั้นเลย?

 

“ก็ใช่สิ อยากให้เพื่อนเจอคนดี ๆ นี่”

 

“เหมือนตัวเองใช่มั้ย”

 

“หา?

 

ดูหน้าผมสิ ดูหน้าโผมมม...ดีเซลมั่นหน้าอีกแล้ววว

 

ขอบอกเลยครับ ว่าเดี๋ยวนี้ดีเซลคนนิ่ง คนหยิ่ง คนที่ไม่พูดไม่จา นอกจากคำว่า อืม...อืม...มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว มันจะมีก็แต่คำพูดและสีหน้าที่ทำให้ผมใจสั่นได้ทุกนาทีนี่แหละ

 

นี่ก็โดนมาหลายดอกแล้วนะ ทำไมไม่ชินสักทีวะเนี่ย

 

“เออ ดีเซล” ไหน ๆ ก็พูดเรื่องพี่เบนซินแล้ว ผมเลยอยากถามอะไรบางอย่างกับคนข้าง ๆ

 

“หือม์?”

 

“แล้วตอนนี้นายกับพี่เบนซินเลิกทะเลาะกันยังอ่ะ”

 

“ทำไมเหรอ”

 

ถามไม่ได้เลยเหรอ คือจริง ๆ ก็ไม่ได้อะไรหรอก ผมนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านั้นซึ่งนานมากแล้ว ผมเคยถามเขาประมาณว่าจะมีวันไหนมั้ยที่เขาสองคนจะญาติดีกัน แต่รู้สึกว่าคำตอบวันนั้นไม่ค่อยน่าพึงพอใจสักเท่าไร

 

“ก็เหมือนเดิมอ่ะ เมื่อกี้เคิร์ดก็เห็นนี่”

 

“แย่จัง...อุตส่าห์เป็นญาติกันทำไมต้องตีกันด้วยก็ไม่รู้”

 

“ไม่รู้มันเหมือนกัน แต่พ่อผมก็บ่น ๆ อยู่นะ ว่าไม่อยากจะอะไรกับบ้านนั้นแล้ว ถ้าเขาอยากได้อะไร ก็ให้เขาเอาไปเถอะ แต่เหลือไว้ให้กันบ้างก็ดี”

 

“โห...แต่พินัยกรรมเขาก็เขียนเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ”

 

“คงขี้เกียจมีเรื่องกันแล้วมั้ง พ่อผมบอกว่า ให้ ๆ เขาไปเถอะ จะได้จบ ๆ กันไป ตอนนี้ฝั่งบ้านผมก็เหมือนตัดขาดกับบ้านนั้นไปแล้วเหมือนกัน”

 

เหยดเข้...เด็ดขาดเวอร์ แต่ถ้ามองอีกมุมผมก็คิดนะว่า เอ้า ! ปู่ย่าตาทวดก็ยกให้กูเหมือนกัน ไมมึงต้องเอาไปฝั่งเดียวด้วย อะไรแบบนี้

 

แต่ก็นะ...ถ้าไม่อยากมีปัญหาสู้ตัดไฟเสียแต่ต้นลม ก็น่าจะดีกว่าเหมือนกัน

 

 

“วันนี้ไม่ต้องไปส่งนะ เดี๋ยวฉันกลับรถไฟฟ้าเอา” คือนั่งเพลินไปหน่อยรถไฟแม่งหมดแล้ว

 

“ไปส่งที่สถานีก็ได้”

 

“โหย...จะไป ๆ กลับ ๆ ทำไม ไกลจะตาย”

 

“ไม่ต้องเสียค่ารถโดยสารไปสถานีไง”

 

7 บาทเนี่ยนะ ให้ฉันเสียเถอะ”

 

ปากก็บอกว่าไม่ได้ต้องไปส่งหรอก แต่ที่ไหนได้ ผมกับดีเซลเดินออกมาฝ่าความมืดจนเกือบจะถึงหน้าถนนใหญ่อยู่แล้ว

 

“ตามใจ...แล้วพรุ่งนี้ไปไหนมั้ย”

 

“พรุ่งนี้วันไรอ่ะ ศุกร์เหรอ...นายไม่กลับบ้านเหรอ”

 

“ถ้าเคิร์ดไม่ไปไหน ผมก็ไม่กลับ”

 

“แล้วจะอยู่ทำไรครับ”

 

“ไปสตูไง จะได้ไปค้างที่นั่นเลย”

 

“สตูฯ เหรอ ไหนบอกเขาเลิกจ้างแล้วอ่ะ”

 

“ไปเก็บของเฉย ๆ เก็บเป็นซีซั่นไป” อย่างนี้ก็ได้เหรอวะ “รถมาแล้วนะ”

 

“งั้นฉันกลับก่อนนะ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วบอกอีกทีว่าจะไปไหนมั้ย”

 

“โอเค...กลับดี ๆ”

 

“อื้ม”

 

ในขณะที่รถกำลังจะออก ผมคิดว่าดีเซลจะหันหลังเดินกลับไปทันที แต่เปล่าเลย เขากำลังยืนยิ้มให้ในแบบที่เขาชอบทำให้ผมอยู่ตรงที่เดิม รอยยิ้มที่ไม่ได้ดูเยอะเกินไปเหมือนรอยยิ้มที่ผมชอบทำ  มีเพียงแค่ริมฝีปากหยักที่ยกขึ้นเล็กน้อยกับแววตาที่ผมเห็นได้ไกล ๆ ว่านี่แหละคือเอกลักษณ์ของเขาที่ไม่มีใครเหมือน

 

 

จริง ๆ ต่อให้เป็นอย่างนี้ต่อไป มันก็ไม่ได้แย่นะ

 

  

  

 

 

 

 

 

 


  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 302 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #397 yuy (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 15:30

    ตอนเริ่มเรื่องบอกว่า ผ่านงานกีฬามาหลายเดือนแล้ว พอตอนเดินตลาด บอกว่า ผ่านวันที่ไปนอนเฝ้าไข้ (ดีเซลตกบันไดวันงานกีฬา) มาอาทิตย์กว่าๆ เวลามันขัดแย้งกันอีกแล้วค่ะ ฝากผู้แต่งเช็คด้วยนะคะ

    #397
    2
    • #397-1 senzerr(จากตอนที่ 33)
      8 กันยายน 2562 / 00:10
      สตั้นเหมือนกันน555 เลือกอินไม่ถูกกก
      #397-1
    • #397-2 SevenCats(จากตอนที่ 33)
      8 กันยายน 2562 / 18:38
      ขอบคุณสำหรับการติชมนะคะ คราวหลังจะระวังให้มากค่ะ T^T
      #397-2
  2. #285 Nookzx (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 13:23
    โอ้ ขุ่นพระะนังซินอีเบส
    #285
    0
  3. #281 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 03:04
    ซินเบสนี่ขอจริงๆจังๆกันเลยนะ ภาวนาให้พี่ซินจริงจังกับเบส โหยแต่สองคนนี้คิดว่าถ้าทะเลาะกันทีต้องมีเลือดสาดแน่นวล5555555
    #281
    1
    • #281-1 Hummai(จากตอนที่ 33)
      4 ธันวาคม 2561 / 19:06
      เตรียมค้อนกับตะปูไว้ด้วยนะคะ บ้านต้องพังแน่ๆ555
      #281-1
  4. #191 Mistyblack (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 00:23
    งืออออออ ไม่ขอเป็นเมียซะที ลูกสาวแม่เสียหาย
    #191
    0
  5. #82 artthit (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:14
    เราเชียร์ซินเบสอ่ะ ฟังจากที่เซลเล่า ทำไมพี่ซินเ-้_ยจัง อย่าทำร้ายจิตใจเบสนะ ก็อย่างที้เซลว่าฟังมาจากคนอื่น รอดูพฤติกรรมของพี่ซินรัวๆ บางทีเซลก็อ่อยไป!!
    งื้อเขิลลลลลล >\\\\\<
    #82
    0
  6. #81 tenkujang (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:47
    งุ้ยดีเซล! จะรุกก็เอาให้สุดไปเลย เคิร์ดเขารอจนรากจะงอกแล้วน้า555
    #81
    0