รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 32 : สีที่ 30 : ช่วงเวลาเล็กๆ (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 293 ครั้ง
    24 ก.ย. 60



สีที่ 30


“งั้นเปลี่ยนเป็นไปส่งผมถึงห้องแทนได้มั้ย”

 

ป๊าดดดดด ! ไอ้คนขี้อ่อย ! อ่อยชิบหาย อ่อยแบบวัวตายควายล้ม

 

นี่ถ้าไม่ได้ตัวร้อนจริง ๆ ผมจะไม่เชื่อเลยว่าผู้ชายคนนี้กำลังไม่สบายอยู่ โอเค...สีหน้าเขาอาจจะฟ้องว่าตอนนี้ไม่ไหวแล้ว แต่การกระทำนี่มันใช่เหรอวะ ถ้ายังมีแรงหยอดแบบนี้ ก็ไม่น่าจะเป็นคนป่วยหรอกมั้ง

 

ไม่ใช่อะไรหรอก ผมก็แค่กลัวใจตัวเองเท่านั้นเอง ดูสิ ขนาดวันนั้นดีเซลแค่ขับรถของเขาอยู่ดี ๆ ผมยังคิดอกุศลกับเขาได้ แล้วนี่เข้ามาถึงในห้อง รูมเมทก็ไม่อยู่ ผมจะอดใจไม่งาบหัวเขาไหวเหรอ

 

เออ...แต่สรุปตอนนี้ผมก็เข้ามาอยู่ในห้องดีเซลแล้วแหละ

 

“กินยาแล้วนอนนะ เดี๋ยวฉันกลับละ” ไม่อยากอยู่นานเพราะมันอาจจะเป็นภัยแก่ตัวผมเองและดีเซล

 

“ผมไปส่ง”

 

“ไม่ต้องอ่ะ นายนอนไปเถอะเดี๋ยวฉันลงไปเองได้”

 

“เคิร์ดจะไปได้ยังไง มันเป็นคีย์การ์ดนะ”

 

“เออว่ะ”

 

คือตอนที่เดินขึ้นมามานี่ก็ไม่ได้รู้สึกตัวเลยไง เดี๋ยวนี้หอพักเขาเป็นระบบนี้กันหมดแล้วนี่หว่า

 

“แล้วนายต้องขึ้น ๆ ลง ๆ แบบนี้น่ะนะ?

 

“ไม่เห็นเป็นไร ผมไม่ได้เป็นมากขนาดนั้นนี่”

 

เหรออออ แล้วที่หลับคาแท็กซี่ตอนขากลับทั้งที่ระยะทางไม่ถึงกิโลนี่คืออะไร

 

“เอางี้มั้ย นายให้คีย์การ์ดฉันไว้แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเอามาคืน ยังไงฉันก็ต้องไปนอนหอเบสมันอยู่แล้ว”

 

“ก็ต้องไป ๆ มา ๆ อยู่ดีอ่ะ”

 

“เอ้า ! ก็ยังดีกว่าให้นายเดินขึ้นเดินลง”

 

“มันไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้นซะหน่อย” ตอนนี้ดีเซลตาปรือเหมือนคนเมายายังไงไม่รู้ ยังดีที่พอมีรอยยิ้มอยู่บ้าง “ทำไมอ่ะ อยากมาหาผมหลาย ๆ รอบเหรอ”

 

เอาอีกละ พูดให้ใจสั่นแล้วก็ยิ้มหว่านเสน่ห์ น่าหมั่นไส้ชะมัด

 

“ไม่ใช่ ! นายนี่มันขี้ตู่จังวะ ฉันก็แค่ไม่อยากให้นายเดินไปเดินมา แค่เดินขึ้นมาถึงห้องก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว จะสร้างความลำบากให้ตัวเองอีกทำไมเล่า”

 

“อ้าวเหรอ”

 

“เออน่ะสิ !”

 

แต่จริง ๆ แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าผมเองเป็นห่วงมากเหมือนกัน ถ้าไม่ติดว่าเขาอยู่ห้องนี้กับรูมเมท ผมอาจจะเสนอตัวอยู่เป็นเพื่อนเพื่อดูแลเขาทั้งคืนก็ได้ คือผมไม่รู้ว่าตอนดีเซลป่วยเขาเป็นยังไง ไอ้ทรมาน รู้สึกรำคาญน่ะมันก็น่าจะมีอยู่นั่นแหละ เพราะอย่างเวลาผมไข้ขึ้นก็นอนกระสับกระส่ายไม่สบายตัวเหมือนกัน แล้วอีกอย่าง...ตอนผมไม่สบาย ผมไม่อยากอยู่คนเดียวเลย

 

“วันนี้เคิร์ดไปนอนกับเบสเหรอ”

 

“อืม ตอนนี้มันยังไม่กลับหอเลย”

 

“แล้วจะรีบกลับทำไมอ่ะ”

 

“อยากให้นายนอนพักไง พอฉันออกไปแล้วนายก็จะได้พักผ่อน”

 

“ออกไปเบสก็ยังไม่กลับอยู่ดี จะไปรออยู่ไหน”

 

“ก็...คงอยู่แถว ๆ นี้นั่นแหละ”

 

ก็จริงของอย่างที่ดีเซลว่านั่นแหละ วันนี้วันเสาร์ ร้านค้าให้นั่งรอก็ไม่ค่อยจะเปิดกันเท่าไร แล้วอีกอย่างผมก็ไม่อยากไปนั่งรอร้านพวกนั้นด้วย เพราะมันต้องสั่งอาหารมากิน บอกตรง ๆ ว่าตอนนี้ข้าวกล่องที่ทางองค์การนักศึกษาเลี้ยงมันยังไม่ย่อยเลย

 

“งั้นก็อยู่ห้องผมก่อนก็ได้”

 

“ไม่เป็นไร ถ้าเกิดนายหลับไปก่อนแล้วฉันจะลงไปยังไงล่ะ”

 

“ก็ไม่ต้องลงไง”

 

“หือม์? เอาใหม่นะ ให้โอกาสพูดอีกที

 

“คืนนี้ก็ค้างห้องผมไปเลยสิ”

 

อื้ม... ไม่รู้ว่าตั้งใจชวนจริง ๆ หรือว่าพูดเพราะว่าเพ้อจากพิษไข้ แต่ถ้าฉวยโอกาสตอนนี้เอาไว้ ผมจะผิดมั้ยเนี่ย

 

อันที่จริงผมก็ไม่คิดว่าหลังจากวันที่เราจูบกันที่สตูฯ วันนั้น เขาจะยังไว้ใจผมอยู่หรอกนะ ก็แบบ... วันนั้นน่ะ ทุกคนเข้าใจว่าจูบกันแล้วก็จบใช่มั้ยล่ะ แต่จริง ๆ แล้วหลังจากนั้น ผมรั้งคอเขาลงมาอีกรอบแล้วก็...หอมแก้มแรง ๆ ไปอีกฟอดหนึ่งด้วย ตอนนั้นน่ะดีเซลถึงกับอึ้งไปเลยนะ

 

“นะ...”

 

อย่ามาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน แล้วช้อนตามองกันแบบนี้นะ ไม่รู้หรือไงว่ามันจะทำให้คนอย่างผมตบะแตก

 

ไม่ทันไร ดีเซลก็ดึงให้ผมไปยืนอยู่ข้างเตียง แล้วเอาหน้ามาซุกตรงหน้าท้อง

 

“เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิ นายจะนอนท่านี้ไม่ได้นะ”

 

อย่าให้ดีเซลได้ยินเชียวนะ ว่าตอนนี้หัวใจผมมันเต้นแรงแค่ไหน ถึงจะบอกว่าเจอเหตุการณ์แบบนี้มาเยอะแล้วก็เถอะ แต่ผมก็ยังไม่ชินสักที แล้วยิ่งครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายเข้าหาผมก่อนด้วย

 

“ดีเซล โอเคมั้ยเนี่ย”

 

คนตัวสูงที่กอดผมอยู่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ส่วนผมเองก็ยังยืนนิ่ง ๆ ให้เขากอดอยู่อย่างนั้น ก่อนจะค่อย ๆ กอดเข้าที่ไหล่และลูบไล้เรือนผมสีดำสนิทเบา ๆ

 

ผมไม่กล้าทำอะไรมากกว่าไปกว่านี้ ไม่กล้าเอ่ยคำพูดใด ๆ ทั้งนั้น เพราะไม่รู้ว่าเจตนาที่อีกฝ่ายทำเป็นเพราะต้องการให้ผมอยู่จริง ๆ หรือแค่อยากอ้อนตามประสาคนป่วยที่ต้องการกำลังใจกันแน่

 

แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ตบะผมมันแตกไปแล้วครับ ฮืออออ...

 

 

ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นพยาบาลส่วนตัวยังไงก็ไม่รู้ พอเช็ดตัวให้ดีเซลเสร็จก็ต้องไปรื้อถุงยาว่ามีอะไรที่ต้องกินบ้าง โชคดีที่ไม่มียาก่อนนอน ไม่งั้นคงต้องงัดกันขึ้นจากเตียงแน่ ๆ หลังจากจัดการธุระทุกอย่างจนเสร็จสรรพ ก็หยิบโทรศัพท์มาไลน์บอกเบสว่าวันนี้คงไม่ได้ไปนอนด้วยแล้ว โอ้โห... หลังจากนั้นมันก็ซักอย่างกับเป็นแม่ผมเลยครับ

 

 

มึง กูไม่ได้ไปนอนด้วยแล้วนะ

 

Base : ทำไม

 

กูมานอนหอเพื่อนอีกคนแทน

 

Base : ทำไม

 

เออ พอดีมีงานต้องคุยกันนิดหน่อย

 

Base : ใคร เพื่อนคนไหน

 

เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง แค่นี้นะ แบตจะหมดละ

 

 

ผมไม่ค่อยอยากให้เบสรู้เท่าไรว่าตอนนี้ผมกับดีเซลไปถึงไหนกันแล้ว เพราะไม่รู้ว่ามันทำใจได้หรือยัง เลยเลือกที่จะปิดไว้ก่อน เอาไว้ให้พร้อมและมีโอกาสดี ๆ ค่อยบอกทีหลังก็ได้ ยังไงซะเพื่อนผมก็ไม่ได้โง่ ผมเชื่อว่าการที่ตอบไปแบบนี้บวกกับข่าวที่ดีเซลตกบันได มันน่าจะผูกเรื่องต่อได้เอง

 

แล้วพอคุยกับไอ้เบสมันเสร็จ ผมก็เดินดูรอบ ๆ ห้องตามประสาคนขี้เสือก เผื่อว่าจะเจออะไรที่น่าสนใจ แล้วไปสะดุดอยู่กับโต๊ะ ๆ หนึ่งซึ่งไม่ใช่โต๊ะดีเซลนะ

 

ดู ๆ แล้วน่าจะเป็นโต๊ะของรูมเมทที่ชื่อว่าชีตาห์ที่เคยเจอมาครั้งหนึ่งมากกว่า ไอ้โต๊ะน่ะไม่น่าสะดุดตาหรอก แต่ไอ้รูปที่แปะอยู่ตรงกองหนังสือบนโต๊ะนั่นน่ะสิ เห็นแล้วตาผมนี่ร้อนแทบจะลุกเป็นไฟ

 

ภาพถ่ายโพลาลอยด์ที่มีผู้ชายสองคนยืนถ่ายอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งคือชีตาห์ แต่อีกคนเป็นพี่บัณฑิตที่ใส่ชุดครุยสีแดงสด ในมือมีดอกไม้ช่อใหญ่มาก เขายิ้มกว้างพร้อมเอียงคอลงไปหาชีตาห์ที่เตี้ยกว่าอยู่หลายส่วน แล้วที่ชัดเจนที่สุดคือตรงมือของคนทั้งสอง เขาจับมือแบบประสานมือกันด้วยจ้า...

 

โอ้ย ๆ เห็นแล้วไม่น่าเดาว่าเป็นพี่น้องกันอ่ะ

 

 

คืนนี้ผมตั้งใจแล้วว่าจะนอนเตียงชีตาห์แต่มันกระสับกระส่ายนอนไม่หลับ จนต้องลุกขึ้นมาดูคนเจ็บทุกชั่วโมง ผมเดินเข้ามานั่งตรงข้างเตียง และมองดีเซลที่กำลังหลับอยู่ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบเรือนผมนุ่ม ใบหน้าของผู้ชายคนนี้ไม่ว่าจะหลับตาอยู่หรือลืมตาก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ผมไล่ปลายนิ้วลงมาตามสันจมูกโด่งที่สวยได้รูป ก่อนจะเลื่อนลงมาลูบไล้ที่ริมฝีปากอย่างเบามือ

 

บอกฉันทีสิ...ตอนนี้นายคิดเหมือนอย่างที่ฉันคิดแล้วใช่มั้ย นายจะไม่ปล่อยให้ฉันต้องรอแล้วใช่มั้ย

 

พูดในใจกับคนหลับไปแล้วยังไงก็ไม่ประโยชน์ ผมเชื่อแล้วว่าดีเซลไม่ใช่คนพูดเก่ง ผมถึงต้องคอยสังเกตเอาเองจากการกระทำที่เขาตั้งใจสื่อออกมา ถึงมันจะดูซับซ้อนไปสักหน่อย แต่ผมว่าเราเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

 

ความรู้สึกที่ไม่ใช่แค่เพียงลมปาก แต่เป็นการกระทำที่สัมผัสได้

 

“ขอบคุณนะที่ยอมให้โอกาสกัน และไม่หนีไปไหน”

 

 

ตี 3

 

ผมยังนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่เหมือนเดิม จะว่าแปลกที่ก็ไม่ใช่ เพราะปกติผมก็นอนบ้านเพื่อนออกจะบ่อย พอหันไปมองคนข้างเตียงก็เหมือนจะนอนท่าเดิมอย่างนั้นมาตั้งแต่แรก ...บางทีก็หลับสนิทไปนะ

 

“เฮ้ย...” เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าหมอสั่งให้กินยาลดไข้ทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง แต่นี่มันเลยเวลามาแล้ว

 

ผมสะบัดผ้าห่มแล้วลุกขึ้นไปเปิดไฟหัวเตียงพอให้ห้องมันสว่างขึ้นมาหน่อยก่อนที่จะลุกเดินไปหาดีเซล เอามืออังตามหน้าผาก แก้ม รวมไปถึงแขนของดีเซลด้วย เพราะจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เวลาที่ผมป่วย แม่จะชอบเข้ามาเช็ดตัวให้ตอนกลางดึกแบบนี้นี่แหละ

 

เออแฮะ ตัวร้อนจริง ๆ ด้วย แล้วดูเอาเถอะขนาดจับยกแขนแล้วยังไม่ตื่นเลย ถ้าโจรมาผมว่าดีเซลรู้ตัวอีกทีก็คงตายห่าไปละ

 

“ดีเซล...” ผมพยายามเขย่าตัวอีกคนให้ตื่นขึ้นมา “ดีเซล”

 

แต่ดูท่าว่าคนที่หลับอยู่จะตื่นยากเหลือเกิน เรียกก็แล้วเขย่าก็แล้ว เหลือแค่เอาน้ำสาดอย่างเดียวแล้วเนี่ย

 

“ดีเซลลุกขึ้นมากินยาก่อน”

 

การเขย่าจนเตียงสะเทือนได้ผลในที่สุด ดีเซลค่อย ๆ ลืมตาแบบงง ๆ และหันไปทางนาฬิกา เหมือนกับจะสงสัยว่าทำไมต้องปลุกเขาตอนนี้ด้วย

 

“กินยาก่อนเร็ว ไข้นายไม่ลดเลยอ่ะ” ผมยื่นยาให้เขาไปสองเม็ด ก่อนจะตามด้วยแก้วน้ำที่ใส่จนเกือบเต็ม

 

ดีเซลก็รับไปกินก่อนจะส่งแก้วน้ำคืนให้ผม ได้ดูแลคนป่วยว่าง่ายแบบนี้ก็ดีหน่อย

 

“ยังไม่หลับเหรอ” เขาถามตอนยื่นแก้วน้ำคืนมาให้

 

“เปล่า ฉันนอนไปแล้วแต่ตื่นขึ้นมาดูนายน่ะ” คนบ้าอะไรจะนั่งแหกตาอยู่ได้จนถึงเวลานี้ “มาเช็ดตัวก่อนมา”

 

ผมหยิบผ้าขนหนูไปชุบน้ำที่อ่างล้างหน้า แล้วเดินกลับมาหาคนที่ลุกขึ้นนั่งขยี้ตาตัวเองเบา ๆ แถมยังใส่ชุดเดิมอยู่ทุกอย่าง ทั้งเสื้อยืดสีดำกางเกงยีน

 

รู้สึกลำบากใจเหมือนกันนะที่ต้องพยายามเช็ดตั้งแต่ไหปลาร้าเขาลงไปเนี่ย แต่นึกออกมั้ยครับว่าดีเซลใส่เสื้อคอกลมแขนสั้น มันเลยทำให้ผมเช็ดตัวเขาได้แค่ส่วนที่อยู่นอกร่มผ้า อย่างตรงหน้าอกหรือขานี่อย่าได้หวัง

 

มึงต้องเอาชนะความลำบากใจให้ได้นะเว้ยไอ้เคิร์ด อย่าคิดอะไรเยอะ ให้คิดแค่ว่าถ้าไม่เช็ดตัวให้เขามากกว่านี้ ไข้เขาอาจจะไม่ลดก็ได้

 

“โทษนะ...ถอดเสื้อได้มั้ยอ่ะ สรุปผมก็ต้องบอกให้ดีเซลทำแบบนั้น เพราะจะให้สอดมือเข้าไปแล้วเช็ด ๆ มันคงไม่ดีมั้ง ผมว่าอย่างนั้นน่ะแย่กว่าอีก

 

ดีเซลยอมทำตามที่ขอแต่โดยดี เขามองหน้าผมนิ่ง ๆ ก่อนจะถอดเสื้ออย่างช้า ๆ เผยกล้ามเนื้อทั้งหน้าอกและต้นแขนราวกับจะยั่วกัน  เอาความจริงมะ รอบนี้ไม่ได้ตื่นเต้นอย่างที่คิดแล้วเพราะว่าคนมันเคยเห็นมาก่อนแล้วอ่ะ มันก็ไม่แปลกที่จะชินแล้วใช่มั้ยล่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่ามัวโอ้เอ้อยู่เลย รีบ ๆ เช็ดให้เสร็จไปดีกว่า ประเดี๋ยวไข้กลับแล้วจะซวยเอา และผมก็จะได้นอนด้วย

 

กึก...

 

เราสะดุ้งพร้อมกันเพราะความไม่ตั้งใจของผมเอง

 

จะพูดยังไงให้ดูไม่น่าเกลียดดีอ่ะ แต่แบบว่าผมเผลอลากมือไวไปหน่อย เลยไปโดนติ่งเนื้อเล็ก ๆ บนหน้าอกของเขาเข้าให้ มันก็เลยตกใจนิดนึง แล้วดีเซลเองก็เหมือนกันจากที่เขากวาดตามองโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ แต่พอผมลากมือไปสะกิดเท่านั้นแหละ เขาเผลอสะดุ้งเบา ๆ พร้อมกันอีก

 

“ขะ...ขอโทษ” คือถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นผมอาจจะเล่นด้วยแบบไม่อายไปแล้ว แต่นี่ใคร...นี่ดีเซลคนที่ผมแอบชอบนะ เห็นแบบนี้ก็เขินเป็นนะเว้ย

 

“แค่นี้ก็พอแล้ว เคิร์ดไปนอนเถอะ”

 

ผมได้แต่ยิ้ม ก่อนจะนั่งมองอีกคนค่อย ๆ ใส่เสื้ออย่างช้า ๆ

 

แหม่...อ้อยอิ่งเหลือเกินนะพ่อคุณ  แต่เอาเถอะ เห็นว่าป่วยอยู่หรอกนะ จะให้อภัยก็ได้

 

“ขอบคุณครับ”

 

“นอน ๆ เช้ามาจะได้มีแรงนะ” เห็นเขายิ้มได้ ผมก็ดีใจ

 

ผมเลี่ยงเอาผ้าขนหนูไปบิดน้ำแล้วตากที่ราว เพราะทนเล่นเกมจ้องตากันไม่ไหวจริง ๆ  สมองมันหยุดคิดอกุศลกับเขาไม่ได้เลย ยิ่งเห็นใบหน้าเหนื่อย ๆ ดูอิดโรยหรือง่วงนอน ก็ยิ่งน่าแกล้งขึ้นเป็นเท่าตัว

 

“โอ้ย... ไหนบอกว่าจะไปนอนไง”

 

เห็นหน้าแล้วอดไม่ไหว หมั่นเขี้ยวมาก ๆ ขอหยิกแก้มสักทีเถอะนะ

 

“ก็กำลังจะไปนอนแล้วนี่ไง แต่ขอแกล้งก่อน” ช่วยไม่ได้นี่ ตอนออกจากห้องน้ำก็คิดว่าจะนอนไปแล้ว ที่ไหนได้ยังนั่งมองตาแป๋วอยู่เลย

 

“ผมไม่เป็นอย่างนี้ ก็ให้มันรู้ไป”

 

“ถ้าหายแล้วจะทำไม นายจะทำอะไรฉัน” ผมยื่นหน้าไปกวนอารมณ์

 

“ไม่หายก็ทำได้”

 

จุ๊บ !

 

อร๊ากกกกกก !!! ดีเซลจุ๊บแก้มผมมมมม !

 

ไม่ใช่อะไรเว้ย...กูเขิน เขินด้วย ดีใจด้วย ตกใจด้วย หลายอารมณ์ปะปนกันไป เห็นในใจผมแหกปากแบบนี้ แต่เอาเข้าจริง ๆ ผมนี่นั่งนิ่งเลย ปกติจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนตลอดแล้วเขาถึงจะคล้อยตาม แต่ตอนนี้... ฮือออ...ดีเซลเป็นหนุ่มแล้ว

 

“นะ...นายทำไรอ่ะ”

 

“อ้าว ไม่รู้สึกเหรอ”

 

“เดี๋ยว !” ผมเอามือยันหน้าอีกคนเอาไว้ เพราะเหมือนเขาจะแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจความหมาย แล้วเหมือนจะทำแบบเดิมอีกรอบ

 

“ทำ...ทำไม”

 

ที่เว้นไว้คือกะจะถามว่า ทำแค่ทีเดียวจะทำทำไม? ผิดดดดด...

 

“ก็...” ดีเซลอึกอักก่อนจะเสมองไปทางอื่น “น่ารักดี”

 

เชรี่ยยย ! พูดอะไรรู้ตัวมั้ยนั่น แล้วท่าเขินแบบนั้นน่ะ ฮืออ...ดาเมจรุนแรงมากครับ

 

ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้ดีเซลนั่งมองหน้าผมที่กำลังแดงด้วยความอายอยู่อย่างนั้นแหละ แล้วจะลุกไปไหนก็ไปไม่ได้ด้วยเพราะดีเซลยังจับมือผมไว้อยู่อย่างนั้น

 

“อะ...อะไรของนายเนี่ย รู้ตัวบ้างมั้ยว่าเดี๋ยวนี้ทำให้ฉันเขินบ่อยขึ้นนะ”

 

“รู้ แฟร์ ๆ ไง”

 

“แฟร์ยังไง”

 

“เคิร์ดยังทำผมเขินบ่อย ๆ เลย”

 

“หา?

 

สาบานว่าพูดจริง ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมยังไม่เคยเห็นดีเซลออกอาการเขินเลยสักนิด หรือว่าสีหน้าเขินของเขาก็คือหน้านิ่ง ๆ อย่างนี้เหมือนกันเหรอ

 

เฮ้ย...มึงควรออกท่าทางบ้าง ไม่ใช่อะไร ๆ ก็มีแค่ทำหน้ามึน ๆ ไปวัน ๆ

 

“ก็ผมเป็นแบบนี้ เคิร์ดคงไม่รู้หรอก...ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ผมว่าจะออกจากหอสาย ๆ ด้วย”

 

“จะไปไหน ตอนนี้ไข้ยังไม่ลดเลย แล้วมั่นใจได้ยังไงว่าพรุ่งนี้จะหาย”

 

“ผมจะเอากล้องไปส่งศูนย์”

 

“ก่อนห่วงกล้องน่ะ ห่วงตัวเองก่อนมั้ย”

 

“อย่าดุสิ”

 

“ขอโทษ ๆ ลืมตัวไปหน่อย”

 

อินเนอร์มาเต็มมากตั้งแต่ซ้อมกับอีเจ๊บิ๊กมาเดือนนึงเนี่ย แต่ผมไม่อยากให้เขาโหมงานหนักนี่ เกิดหมดเรี่ยวหมดแรงตกบันไดหัวฟาดพื้นเป็นเจ้าชายนิทราตื่นมาจำผมไม่ได้ขึ้นมาทำไง ไม่เท่ากับว่าผมต้องพลาดโอกาสทองไปเลยเหรอ

 

“เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะ ถ้าไม่มีไข้แล้วถึงจะอนุญาตให้ไปได้...เข้าใจ๊?

 

ดูทำหน้าเข้า ไม่พอใจให้ทำปากจู๋ไรงี้อ่ะเหรอ ประเดี๋ยวก็จุ๊บซะเลยนี่

 

หึ่ยยย...ยิ่งเห็นมันยิ่งน่าแกล้งชะมัด ผมนี่อดเอามือไปขยี้ผมนิ่ม ๆ ของเขาไม่ได้ แล้วดูสิ่งที่เขาทำกลับมาด้วยนะ โอ้ยยย...เหมือนเด็กอ้อนแม่ชิบเป๋งเลย

 

ก็จะอะไรซะอีกล่ะ พอผมขยี้หัว เขาก็เข้ามากอดผมจนหัวเขาอยู่ตรงหน้าอกผมพอดีน่ะสิ

 

 

ให้ตายเถอะ อย่างนี้ก็ได้ยินหมดน่ะสิว่าหัวใจผมมันเต้นแรงแค่ไหน

  


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 293 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #434 - WiSH - (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 02:24
    ตายๆ เขินมากไม่ไหวแล้วแม่เอ้ยยยย >< ขำความเคิร์ดอ่ะ อ้อนขนาดนี้ระวังนะ ไอ่เคิร์ดจะไม่ทน555555555
    #434
    0
  2. #414 forgetmenot224 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 12:16
    เก็บกู้รถขนอ้อยด้วยจ้าาาา ตอนนี้มันตกลงไปในทะเลน้ำอ้อยหมดแล้วจ้าาาา
    #414
    0
  3. #405 🐥อาซายะ_มิกิจัง🐥 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 15:19
    อ่านตรงไปรื้อถุงยา เป็นไปรื้อถุงยาง เราขอโทษ เรามันบาปหนา
    #405
    0
  4. #350 IntheName_in (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 15:15
    เขินอะฮือออ
    #350
    0
  5. #340 phong_go (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:03
    ดีเซล!!เบาๆหน่อยลูก
    #340
    0
  6. #331 AdiOzTHELF (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:54
    รถอ้อยคว่ำค่ะ แจ้งกู้ภัยด้วย -.,-
    #331
    0
  7. #327 มุนเซเฮียยยยย (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:00
    เขาขายอ้อยหลายสวนแล้วววว งือออออ
    #327
    0
  8. #280 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 02:51
    ฮือตลก ดีเซลเป็นหนุ่มแล้ววววว55555555555 น่ารักกกกกกกกก
    #280
    0
  9. #190 Mistyblack (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 00:15
    หวานใหญ่
    #190
    0
  10. #145 Rattanapadanon (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 15:31
    ดีเซลๆๆๆ  ดีต่อใจอ่ะ
    #145
    0
  11. #94 ๏เต้าหู้ขาว๏ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 12:06
    หวานนนนนน
    #94
    0
  12. #80 Sehun40610 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 23:07
    ทัมมาเปงงง เเหมมมมมมมเเซวววววววๆ
    #80
    0
  13. #79 FahSida (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 22:52
    ดีเซลน่ารัก อ้อนขนาดนี้ระวังเคิร์ดทนไม่ไหวจับปล้ำนะตัว...
    #79
    0
  14. #78 lxw_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 22:32
    โอ้ยยยยยย*^#^%*+^#>*^ อ้อนไรขนาดเนนนนนน้ น่ารักมากเลยอะะะะTT
    #78
    0
  15. #77 ซีโร่บาย (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 21:26
    โอ๊ยย น่ารักเขินแทน>///<
    #77
    0