รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 31 : สีที่ 29 : เพื่อเคิร์ด ดีเซลทนได้ (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 308 ครั้ง
    24 ก.ย. 60



สีที่ 29


ตอนนี้คณะผู้นำเชียร์ คฑากร และนักศึกษาอีกหลายชีวิตที่ร่วมอยู่ในขบวนพาเหรดเมื่อสักครู่ ได้เคลื่อนย้ายเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนชุด และล้างหน้าล้างตา เว้นก็แต่บางคนที่แต่งองค์ทรงเครื่องจนดูดีกว่าเวลาปกติที่ต้องอยู่ให้เป็นแบบให้ตากล้องคอยถ่ายรูป ทั้งตากล้องของมหาลัยที่ได้รับหน้าที่มาอย่างเป็นทางการ และตากล้องทั่วไปที่อยากพัฒนาฝีมือถ่ายภาพของตัวเอง

 

“เฮ้ย มึงเป็นไรป้ะเนี่ย ทำหน้าอย่างกับตูดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

 

วันนี้เบสได้รับหน้าที่ให้ถือพระบรมฉายาลักษณ์ในขบวนเทิดพระเกียรติ การแต่งการของมันนั้นง่ายมาก แค่ใส่ชุดนักศึกษาเต็มยศ และทำผมแต่งหน้านิดหน่อยก็ดูดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

 

“เปล่า”

 

“จริงหรา... แต่ที่เห็นนี่หน้ามึงไม่โอเคเลยนะ ตั้งแต่อยู่บนขบวนแห่ละ”

 

ก็ใช่น่ะสิ จะไปโอเคได้ยังไงกัน ในเมื่อคนที่นัดไว้ดิบดีไม่ยอมโผล่หน้ามาให้เห็นเลย ตั้งแต่ขบวนเริ่มจนขบวนเลิกก็ยังไม่เห้นแม้แต่เงา  แต่เรื่องนี้จะให้บอกเบสไปก็ใช่ที่

 

“กูแค่อารมณ์ไม่ดี ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ” พอช่างภาพเริ่มซา พวกนักศึกษาผู้หญิงก็เข้ามาแทนที่ แล้วถามว่าพวกเธอสนใจผมมั้ย ไม่ครับ...โน่นไอ้เบสโน่น

 

ผมหยิบโฟมล้างหน้ามาจากกระเป๋าเบส แล้วรีบไปจัดการตัวเองให้เสร็จ เพราะหลังจากนี้ต้องไปเตรียมตัวอยู่กับหลีด อ้อ...ที่ผมล้างหน้าได้ เพราะเจ๊บิ้กอนุญาตแล้วครับ ตอนโชว์หลีดก็ออกแค่สั้น ๆ แป้บเดียว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าเรื่องผมเท่าไร

 

คิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด อุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตารอใครบางคน แต่เขาดันไม่มาเสียนี่

 

“หือม์?” พอเดินออกมาจากใต้อัฒจรรย์ก็เจอกับที่ไม่คิดว่าจะเจอ... พี่ตู้

 

พี่ตู้สะพายกล้องสองตัวไว้ที่คอกำลังคุยกับใครไม่รู้อีกสองคนแบบรีบร้อนทำให้ผมลังเลว่าควรจะเข้าไปทักดีมั้ย แต่ด้วยความที่อยากรู้ว่าดีเซลไปไหน เลยทำให้เท้ามันก้าวไปไวกว่ามารยาท ก่อนที่ผมจะยกมือไหว้พี่ตู้แบบรวดเร็ว

 

“หวะ...หวัดดีครับ” พี่ตู้รับไหว้แบบงง ๆ

 

“ผมเคิร์ดไงพี่ ที่ดีเซลเคยให้ไปถ่ายงานโปรโมทมหาลัยอ่ะ”

 

“อ๋ออออ... ว่าไงครับ”

 

อ๋อยาวขนาดนี้ ผมว่าไม่ใช่เพราะพี่เขาจำได้จากงานโปรโมทมหาลัยหรอก น่าจะจำได้จากวีรกรรมในร้านเหล้ามากกว่า

 

“พี่เห็นดีเซลมั้ยครับ”

 

“อ้อ ไอ้เซลอ่ะเหรอ” พี่ตู้ยกแขนขึ้นเกาท้ายทอยเล็กน้อย สีหน้าดูลำบากใจ “ไอ้เซลมันตกบันไดน่ะ”

 

“ฮะ !!!

 

“แต่เห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกนะ”

 

“แล้วตอนนี้อยู่ไหนเหรอครับ เจ็บตรงไหน เป็นอะไรมากมั้ย”

 

“ใจเย็น ๆ น้องใจเย็น ๆ” พี่ตู้ยกมือขึ้นเหมือนปางค์ห้ามญาติเป็นเชิงให้ผมสงบสติลงก่อน “เมื่อกี้ไอ้เซลมันโทรมาบอกพี่เองว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ตอนนี้เพิ่งออกมาจากโรง’บาล อีกสักพักก็น่าจะถึงมอแล้ว ไม่ต้องห่วงมันหรอก”

 

จะไม่ให้ห่วงได้ไง ไม่รู้ว่าตกอิท่าไหน แรงมั้ย เอาอะไรลง โกรธตัวเองชะมัดที่เอาแต่กล่าวโทษว่าอีกฝ่ายผิดนัดแทนที่จะโทรหา ไม่งั้นป่านนี้คงไม่ต้องพะวักพะวนแบบนี้หรอก

 

“เคิร์ด...”

 

“นี่ไงไอ้เซล” พี่ตู้ชี้ไปข้างหลัง พร้อม ๆ กับที่ผมได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อตัวเอง

 

“ดีเซลเป็นไงบ้างอ่ะ พี่ตู้บอกว่านายตกบันได ตกตอนไหนทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ แล้วนี่มีตรงไหนหักบ้างมั้ย หัวล่ะ? หัวนายกระทบกระเทือนบ้างหรือเปล่า”

 

ผมเกือบจะถลาเข้าใส่แล้วถ้าไม่สังเกตเห็นผ้าที่พันมือ และแผลที่หน้าผาก

 

“เอ่อ...”

 

“เอ้านี่...กล้องมึง ส่งศูนย์อย่างเดียวเลยนะ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

พี่ตู้ยื่นกล้องที่ดูจะพังจนเกินเยียวยาให้ดีเซล ทั้งรอยขีดข่วน ทั้งเลนส์ที่ฝาครอบหลุดหรือน่าจะหักด้วยซ้ำ ผมเห็นเขาพยายามเปิดอยู่นานแต่ก็ไม่ติด เห็นแล้วก็สงสารจนน้ำตาจะไหล

 

“เคิร์ดหาผมอยู่เหรอ” พอพยายามอยู่หลายครั้งก็ยังไม่ได้ อีกฝ่ายเลยยอมเก็บลงกระเป๋ากล้องไป

 

“แผลเต็มตัวเลย เจ็บมากมั้ยอ่ะ” แทนที่เขาจะตอบคำถามแต่ดันยิ้มให้แทน “สมองนายต้องไปแล้วแน่ ๆ เลย ยืนยิ้มคนเดียวเนี่ย”

 

“ไม่ใช่สักหน่อย ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก จิ้บ ๆ แค่นี้เอง” เขาชูแขนให้ดูว่าไม่ได้เป็นอะไรมากจริง ๆ

 

“ดีแล้ว”

 

“ขอโทษนะ”

 

“ขอโทษเรื่องอะไรอ่ะ”

 

“ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูเคิร์ดเดินขบวนอย่างที่คุยกันไว้”

 

“นี่นายยังจะห่วงฉันอีกเหรอ” ทั้งที่เมื่อกี้โกรธลมแทบออกหู แต่ตอนนี้นี่อยากจะเข้าไปกอดแรง ๆ ให้สาใจ “ช่างมันเถอะ นายค่อยไปดูจากรูปในเพจก็ได้”

 

“มันก็ไม่เหมือนกับเห็นด้วยตาตัวเองนี่นา”

 

“ช่างมันเถอะ นายจะกลับไปพักผ่อนเลยมั้ย เริ่ม ๆ จะปวดแล้วใช่มั้ยล่ะ” ผมพอจะเดาได้ว่าอีกคนต้องเริ่มปวดแล้วแน่ ๆ แต่ไม่ยอมบอก

 

“ยังไม่เท่าไหร่ ยาชามันยังออกฤทธิ์อยู่ แล้วเคิร์ดจะกลับเลยมั้ย”

 

“อ๋อ...” ผมยิ้มแห้ง ๆ ทันทีที่นึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้บอกว่าจะมีการโชว์อีกชุดรออยู่ “คือตอนทุ่มนึงฉันมีโชว์กับหลีดต่อน่ะ นายกลับไปก่อนเถอะ”

 

“ไม่เห็นบอกผมเลย”

 

“ก็ฉันคิดว่านายอยู่ไม่นานไง”

 

“งั้นเดี๋ยวผมกลับพร้อมเคิร์ดแล้วกัน”

 

“โห...ไหวเหรอ ตอนนี้แผลนายยังไม่เจ็บเท่าไร แต่ถ้ายาชาหมดฤทธิ์มันจะปวดมากนะ กลับไปนอนที่หอก็ได้ เดี๋ยวฉันไปส่งก่อนมั้ย” ผมพูด และเอื้อมไปจับมือข้างที่ไม่ได้เป็นอะไร

 

“ไม่เอา” อีกคนกลับรั้งมือไว้ ไม่ยอมเดิน

 

“อย่าดื้อดิ”

 

“ดื้ออะไร เมื่อกี้ผมก็พลาดของเคิร์ดไปแล้วนะ ไม่เป็นไรหรอก เจ็บนิดเจ็บหน่อยเอง”

 

“แน่นะ”

 

“อืม” ไม่เพียงแต่ตอบรับอย่างเดียว นี่เล่นพยักหน้าก่อนจะยิ้มหวานให้ด้วย แบบนี้ผมก็ไปไม่เป็นสิครับ

 

 

 

 

Diesel' s Part

 

สรุปแล้วผมกับเคิร์ดก็ต้องแยกกันสักพัก เพราะเคิร์ดต้องไปซ้อมคิวหลีดอีกรอบก่อนจะแสดงจริง ส่วนผมก็ต้องเดินไปที่หน่วยสวัสดิการเพื่อเข้าไปบอกเด็ก ๆ พวกนั้นว่าปลอดภัยดีแล้ว จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนถึงทุ่มตรง...

 

“เฮ้ย นี่มึงรอดูหลีดกับเขาเหมือนกันเหรอวะ” เอฟถามขึ้นเมื่อเห็นผมเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ กันตรงข้างสนาม

 

“เออ”

 

ตอนนี้เหมือนยาชาเริ่มหมดฤทธิ์แล้วจริง ๆ เพราะอาการปวดหัวมันเริ่มเล่นงานผมมาพักใหญ่ กินยาไปแล้วก็ยังไม่หาย แถมมือที่ปวดก็ยังเจ็บหนักขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเผลอลืมตัวใช้ยันพื้นเพื่อลุกเมื่อกี้นี้

 

“รู้มั้ยว่าข่าวมึงตกบันไดแม่งดังมากอ่ะ รู้งี้กูอยู่ติดมึงก็น่าจะดี เผื่อมีไรจะได้ช่วยทัน”

 

“แล้วมึงไปไหนมา”

 

“ไปดูน้องซ้อมสแตนด์มาอ่ะดิ นี่กูก็รอโชว์สแตนด์คู่กับหลีดของคณะเราเหมือนกันนะเว้ย”

 

“อืม”

 

“มึงอยากดูของคณะไหนเป็นพิเศษบ้างมะ”

 

“อ.ก.”

 

“ฮะ ทำไมอยากดูอ.ก.วะ เฮ้ย ! อย่าบอกนะว่าไปปิ๊งสาวที่นั่นมา”

 

จะสาวไม่สาวเดี๋ยวคอยดูเอาเองเถอะ แต่ตอนนี้เริ่มจะไม่ไหวแล้วจริง ๆ จึงเอนหัวลงบนไหล่เอฟเพื่อหาหลักยึด ก่อนจะหลับตาลง

 

“ไหวป้ะมึง ให้กูไปส่งกลับหอก่อนมะ”

 

“ไม่ต้องหรอก แต่ถ้าอ.ก.ขึ้นแล้วเรียกกูด้วยนะ”

 

“เออ ๆ”

 

ผมไม่พูดอะไรต่อและปล่อยให้ตัวเองนั่งหลับคาไหล่เอฟ จริง ๆ ก็อยากจะนอนดี ๆ เหมือนกันแต่ว่าพอเอนหัวลงต่ำ ความปวดตรงแผลมันก็เต้นตุบ ๆ จนต้องเด้งตัวขึ้นมาคืน เอาเป็นนั่งพักท่านี้แหละ สบายที่สุดละ

 

 

“พบกับคณะต่อไป...คณะอุตสาหกรรมเกษตรค่า !!!”

 

“เฮ้ย ตื่น ๆ คณะมึงอ่ะ” เอฟเขย่าตัวผมแรงจนสะดุ้งตื่น

 

ความอลังการของคณะอุตสาหกรรมเกษตรที่ปีนี้ดูพร้อมกว่าปีอื่น ๆ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมของผู้นำเชียร์ที่มาในชุดไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยใส่ผ้าคาดอกเปิดเอว และโจงกระเบนที่พอดีเข่า มีผ้าคลุมไหล่บาง ๆ ยาวลากพื้น

 

การแสดงเน้นไปที่การออกท่าทางอย่างอ่อนช้อยในเพลงประกอบการพายเรือ ก่อนไฟทั้งสนามจะดับลงและตัวละครหลักคือพันท้ายนรสิงห์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับสปอร์ตไลท์ที่สาดส่อง

 

กาพย์เห่เรือดังขึ้นโดยการร้องสดของนักศึกษาภายในคณะ ช่วยสร้างความขนหัวลุกให้กับคนดูได้เป็นระลอก ๆ ท่าทางการแสดงและสีหน้าของคนที่รับบทหลักในการโชว์ครั้งนี้ อาจจะไม่มีอะไรมากถ้าเทียบกับผู้นำเชียร์ทั้ง 9 คน แต่สำหรับผมแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเคิร์ดแสดงฝีมืออย่างเต็มที่และตั้งใจ ผิดกับตอนที่ชอบทำอะไรทีเล่นทีจริงเวลาอยู่ด้วยกัน

 

ฉากจบของโชว์กล่าวไว้ว่าพระเจ้าเสือยอมยกโทษให้กับพันท้ายฯ หากแต่พันท้ายฯ ไม่ยอมทั้งยังขอยืนยันให้ตนเองรับโทษให้ได้ เพลงที่คลอตามไปพร้อม ๆกับการแสดงจนถึงตอนที่เพชฌฆาตต้องออกมาประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ร่วมกับผู้นำเชียร์ที่ออกท่วงท่าที่แข็งแรง แต่ก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวด สุดท้ายเมื่อเพชฌฆาตแสร้งลงดาบไปบนคอของพันท้ายนรสิงห์ ไฟในสนามทั้งหมดก็ดับลง

 

“วู้วววว !”

 

เสียงปรบมือดังเกรียวกราวของคนทั่วทั้งสนาม และเมื่อไฟทุกดวงเปิดขึ้นให้เห็นภาพพันท้ายนรสิงห์นอนจมกองเลือดที่คออยู่

 

“หูยย...นี่มึงรู้มาก่อนหรือเปล่าวะ ว่า อ.ก. จะเด็ดดวงขนาดนี้” เอฟถามทั้งที่สายตายังไม่ละไปจากการแสดงโชว์

 

“ไม่นี่”

 

“ปีนี้ต้องยกรางวัลให้เขาเลยว่ะ”

 

เอฟหันมาหาผมที่กำลังปรือตาพร้อมภาพตัดเต็มที “กลับหอมั้ยมึง”

 

“ไม่เป็นไร”

 

“แน่นะ กูไปส่งก่อนได้นะ”

 

“เออน่า...เดี๋ยวกูไปหาเพื่อนก่อนนะ” ผมยันตัวขึ้นมาโดยใช้มืออีกข้างที่ไม่เป็นอะไร

 

เมื่อเห็นว่าผู้นำเชียร์ของคณะอุตสาหกรรมเกษตรกลับเข้าไปใต้สแตนด์กันหมดแล้ว ผมก็เดินตามเข้าไปบ้าง

 

“ดีเซลลลล !”

 

“เป็นไงบ้าง” กำลังจะมองหาเลยแต่เป็นเคิร์ดที่เห็นผมก่อน และกึ่งเดินกึ่งวิ่งในสภาพที่ใส่แค่โจงกระเบนตัวเดียวเปลือยท่อนบนขาวจั๊วะ แถมที่คอนี่มีแต่น้ำแดงที่ทำเป็นเลือดปลอมราดเต็มไปหมด

 

“นายได้ดูป้ะ ฉันเป็นไงบ้างอ่ะ”

 

“ผมว่านะ...” ผมแกล้งหยุดแค่นั้นให้อีกคนรอลุ้น “ลาออกจาก อ.ก. แล้วไปเรียนนิเทศดีกว่า”

 

“ก็พูดป๊ายยย ฮ่า ๆ เออ แล้วนี่นายโอเคยังอ่ะ เจ็บแผลป้ะ”

 

“ไม่ค่อยน่...”

 

“เฮ้ย ! ตัวร้อนนี่ จะบ้ารึไงถ้าไม่ไหวแล้วจะฝืนทำไมเนี่ย” เคิร์ดเอื้อมมือมาจับแขนของผม ก่อนจะหันรีหันขวางว่าจะทำยังไงต่อดี “กลับหอเหอะ เดี๋ยวฉันกลับเลยก็ได้”

 

“กลับได้ไงตัวเหนียวน้ำแดงขนาดนี้”

 

“งั้นรอแป้บนึง เดี๋ยวฉันไปล้างตัวก่อนแล้วจะรีบออกมา”

 

“แล้วไม่รอประกาศผลเหรอ”

 

“ไม่รอแล้วขี้เกียจ รอฉันแป๊บนึงนะ แต่นั่งรอไหนดีอ่ะ”

 

ท่าทางร้อนรนของอีกฝ่าย ทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้จริง ๆ พอเห็นความเขาเป็นห่วง ความเจ็บก็เหมือนจะลดลงไปครึ่งนึงเลย

 

“เดี๋ยวผมไปนั่งรอแถว ๆ ม้าหินอ่อนตรงทางออกก็ได้”

 

“โอเค ๆ เดี๋ยวฉันรีบไป”

 

สักพักเคิร์ดก็สะพายกระเป๋าวิ่งมาทางผมอย่างรีบร้อน เหมือนเขาจะใช้เวลาไปไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ

 

“นี่นายจะกลับยังไงอ่ะ”

 

ผมส่ายหัวเพราะยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับยังไง

 

“เรียกแท็กซี่มั้ย เดินไปไม่น่าไหว”

 

“ผมไหวนะ”

 

“อย่าฝืนน่า เดี๋ยวฉันไปส่งนายก่อนดีกว่า”

 

“ไม่เป็นไร ส่งกันไปส่งกันมา เคิร์ดก็กลับดึกสิ”

 

“คืนนี้จะไปนอนหอไอ้เบส บอกมันแล้วด้วย เพราะฉะนั้นให้ฉันไปส่งนายก่อนนั่นแหละดีแล้ว ...อย่าดื้อ”

 

“ผมไม่เป็นไรจริง ๆ”

 

“ไม่เป็นอะไรได้ไง ตัวร้อนจนจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว”

 

เคิร์ดไม่พูดเปล่า แต่ยังเอาหลังมืออังกับหน้าผากที่มีผ้าก๊อซแปะไว้อีกต่างหากก่อนที่จะลากลงมาที่ข้างแก้ม และลำคอ

 

“ห่วงตัวเองบ้างสิ นายอ่ะชอบตามใจฉันอยู่เรื่อย แล้วนี่เมทอยู่มั้ย”

 

ผมส่ายหน้า ก่อนจะจับมืออุ่นของเคิร์ดมากุมไว้

 

“น่ะ...เห็นมั้ย ให้ฉันไปส่งเถอะ...นะ”

 

“ไปส่งถึงหอเลยเหรอ”

 

“ใช่ ถ้ายังไม่เห็นนายขึ้นห้อง ฉันก็ไม่บอกให้โชเฟอร์ออกรถแน่”

 

“จริงนะ”

 

“จริงสิ”

 

อีกฝ่ายยิ้มกว้างเหมือนรู้ว่า ยังไง ๆ ผมก็ไม่ขัดใจเขาแน่ ถ้าอย่างนั้น...

 

 

“งั้นเปลี่ยนเป็นไปส่งผมถึงห้องแทนได้มั้ย”

  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 308 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #433 - WiSH - (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 02:11
    อื้อหือออ รออะไรล่ะเคิร์ด! ดีเซลอ่อยขนาดนี้แล้วก็จัดสิคร้าบ!
    #433
    0
  2. #410 Hummai (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 18:40
    จ่ายค่าสินสอดมาก่อนสิก่อนจะเข้าเรือนห----- เเค่กๆๆๆ
    #410
    0
  3. #342 Chutima Sae-Lu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 17:28
    อ่อยแรงงงงอ่ะแกรีรร รักสุด ❤
    #342
    0
  4. #292 Yanapat. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 16:09
    เกิดเหตุด่วนเหตุร้าย! รถอ้อยคว่ำ!!
    #292
    0
  5. #279 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 02:40
    โอ๊ยอ่อยแรงเว่อร์ เขินอ่ะ น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกก
    #279
    0
  6. #239 toeisptry (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 21:43
    รถขนอ้อยคว่ำแล้วจาาา
    #239
    0
  7. #189 Mistyblack (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 21:44
    อ้อยล้ม
    #189
    0
  8. #150 Nhangkai-sama (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 00:11
    ตู้วหูยยยย มีความอ่อยสูง555
    #150
    0
  9. #76 Priyapond (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 14:26
    อ้อยแรงอ้ะดีเซลลลล 555555555
    #76
    0
  10. #75 TNK03 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 09:31
    ดีเซลนี่ค่อยๆเผยตัวตน 55555555 อ่อยเเรงมว๊าก
    #75
    0
  11. #74 tenkujang (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 08:08
    แหมะ...รู้ตัวแล้วอ่อยแรงเชียวนะจ๊ะดีเซล แค่นี้เคิร์ดก็หลงจนไปไหนไม่ได้แล้ววววว
    #74
    0
  12. #73 artthit (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 07:27
    ดีเซลลลลลลลลล ทำไมขี้อ่อย อ้าาาา
    #73
    0
  13. #72 FahSida (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 01:36
    ดีเซลลล ตกบันไดจริงๆ สมองกระเทือนใช่มั้ย มีอ่อยเคิร์ดก่อนด้วยอ่ะ
    #72
    0
  14. #71 lee nijinki (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 23:50
    ดีเซลขี้อ่อยว่ะ 55555 ชอบๆ
    #71
    0