รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 28 : สีที่ 26 : ผู้ชายตอนขับรถ (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 317 ครั้ง
    24 ก.ย. 60



สีที่ 26

“โอ๊ยอีเคิร์ด ! นี่กูจะเลิกเรียกมึงว่าน้องแล้วนะถ้ามึงยังทำไม่ได้เนี่ย...นอกจากจะถ่ายรูปกากแล้วยังทรงตัวอยู่บนที่สูง ๆ ไม่ได้อีกเหรอ”

 

“โอ๊ยอีเจ๊ ! มายืนเองมั้ยล่ะ แม่งสูงอย่างกับหน้าผา !”

 

ผมกับเจ๊บิ๊กผลัดกันตะโกนแหกปาก ถามว่าทำไมต้องเสียงดังจนคนข้าง ๆ หัวเราะ แหม...ก็วันนี้มันเป็นวันที่ผมต้องซ้อมรับบทเป็นพันท้ายนรสิงห์ยืนบนท้ายเรือน่ะสิ แล้วเรือปลอมที่ทำขึ้นมานะ คนทำมันก็ทำสูงเหลือเกิน บ้ารึไงทำหางเรือสูงตั้งสองเมตร ดังนั้นหัวเรือนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย เวลาคนลากทีหน้าผมนี่แทบคว่ำลงมาอยู่แล้ว

 

“แล้วอย่ามาว่าผมว่าถ่ายรูปกากด้วย”

 

“เหรอ ! มึงอย่าเพิ่งโม้ ยืนยังไม่ได้เลย แล้วแสดงคู่กับหลีดมึงจะไหวมั้ยเนี่ย”

 

“แล้วใครให้เจ๊มาเลือกผมเล่า”

 

“อย่าบ่นได้มั้ย ก็มันไม่มีคนแล้ว !”

 

“งั้นเจ๊ก็อย่าบ่น ถ้าผมเหนื่อย ผมร้อน ผมก็จะไม่ทำ !”

 

“อีเคิร์ดดด !”

 

“พอแล้วเจ๊ ผมแสบคอไปหมดแล้วเนี่ย” เป็นเรื่องจริงครับ วันนี้เราไม่ได้งานอะไรกันเลย เพราะเจ๊บิ๊กมัวแต่มาคุมท่ายืนของผมนี่แหละ

 

นี่ผมก็สงสารคนลากอยู่เหมือนกันนะ ซ้อมที่คณะเงียบ ๆ อยู่ดี ๆ ก็ต้องมาเจอพวกผมว้ากใส่กัน แล้วส่วนใหญ่ก็มีแต่เด็กปีหนึ่งทั้งนั้น

 

ถามว่าอายเด็กมั้ย บอกเลยว่าอายมาก  ไอ้ที่ขู่ ๆ ว่าจะขอถอนตัวนั่นน่ะ ปากดีไปอย่างนั้นเองแหละ เรื่องจริงใครจะกล้า ขืนทำนะ โดนด่ายันปู่ย่าตายายแน่

 

“น้อง ๆ ไหวมั้ย” ผมค่อย ๆ ย่อตัวไปหาน้องผู้ชายหน้าโหดที่เรียนอยู่ปีหนึ่ง เขามีหน้าที่คอยดันเรือลำนี้ให้เคลื่อนไปข้างหน้า ในใจก็กลัวพลาดตกเหมือนกัน

 

“ไม่เป็นไรครับ พี่นั่นแหละไหวมั้ย”

 

“ขาพี่จะเป็นตะคริวแล้ว...ทำยังไงดีอ่ะ”

 

“งั้นผมลากให้มันลื่นกว่านี้มั้ย จะได้ไม่สะดุด”

 

“แค่นี้ก็ดีแล้วน้อง...พี่มันกากเอง แค่ยืนยังทำไม่ได้เลย”

 

“คุยอะไรเคิร์ด ! ยืนสิยืน !”

 

นั่นไง พักนิดพักหน่อยก็แว้ดใส่เลย ผมนี่ต้องค่อย ๆ ยืนขึ้นบนท่อนไม้ที่ทำเป็นโครงท้ายเรือเอาไว้เหยียบได้

“ขาน่ะอย่าสั่นสิคะ เป็นพากินสันเหรอ ยืนดี ๆ เดี๋ยวแม่ตีขาลายเลยนี่”

 

โอ๊ยยย อย่ามาคาดหวังอะไรกับไอ้เคิร์ดเลย เก๊กท่าหล่อ ๆ ถ่ายภาพได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว แล้วดูท่าว่าปิดเทอมเล็กของผมจะไม่ได้สบายอีกต่อไปแล้วมั้ง เพราะเสาร์แรกของเปิดเทอมสองก็ประเดิมด้วยกีฬามหาลัยเลย แล้วไอ้การแสดงที่ผมจะต้องไปโชว์ตัวทั้งเช้าทั้งเย็นนี่อีก  นี่ขนาดยังไม่ได้ไปโชว์กับหลีดเลยนะ ฮือออ...

 

“เอ้าพอ ๆ” เออ สั่งพอได้ซะที ไม่สงสารผมก็สงสารน้อง ๆ คนลากเรือด้วยเถอะเจ๊บิ๊ก “ลงมาแล้วมาหาเจ๊นะคะลูก เดี๋ยวเรามานัดคิวกันว่าช่วงที่ต้องโชว์กับหลีดต้องทำอะไรบ้าง”

 

แหม...พอได้ดั่งใจแล้วก็กลับมาเรียกลูกเลยนะเจ๊  แค่นี้ยังเห็นผมตายไม่พออีกเหรอครับ แต่ก็เอาเถอะ เพราะตอนนี้บ่นไปก็ใช่ว่าอะไรจะดีขึ้น  ยิ่งพาให้เสียแรงไปเปล่า ๆ แค่นี้ก็เหนื่อยกับการทรงตัวจะแย่แล้ว...

 

ฮือ...เคิร์ดอยากจิคราย ใครก็ได้ลากผมออกไปจากตรงนี้ที นี่แค่ซ้อมวันแรกเท่านั้นนะ โดนลากยาวตั้งแต่เช้ายันห้าโมงเย็น

 

ตอนซ้อมยืนทรงตัวไม่ให้หน้าคว่ำบนหางเรือว่ายากแล้วใช่มั้ยครับ แต่นี่ต้องมาซ้อมกับหลีดสาว ๆ สวย ๆ อีก 9 คน ต้องคอยเดินสลับกับคนนั้นคนนี้ วุ่นไปหมด น้องชื่ออะไรผมก็ยังจำไม่ได้ แล้วก็ไม่ใช่เดินเฉย ๆ นะ ผมต้องแกล้งทำสีหน้าแบบว่ากำลังมีความสุขมาก เศร้ามาก รู้สึกผิดมาก คือแบบต้องสื่ออารมณ์จัดเต็มอ่ะ

 

รู้ซึ้งตอนนี้แหละ ว่าการถ่ายรูปมันง่ายกว่ากันเป็นไหน ๆ

 

“พรุ่งนี้ซ้อมอีกนะเคิร์ด ห้ามเลท ห้ามสาย ห้ามลืมคิวด้วย”

 

“จ้ะแม่”

 

“กวนตีนกูอีก เดี๋ยวกูตีตาบอดเลยนี่  ไปไป๊...กลับบ้านไปได้แล้ว”

 

เกือบตายแล้วมั้ยล่ะสำหรับวันนี้ หลังจากไปซ้อมแกะท่าเดินไปเดินมากับหลีดแค่ครึ่งเดียว เจ๊แกก็เกิดความสงสาร คือมันไม่ไหวจริง ๆ ครับ ถ้าแกะท่าทีเดียวทั้งเพลงเนี่ย จากที่เกือบตายคงกลายเป็นได้ตายก่อนงานเริ่มจริง ๆ

 

อา...รู้สึกเหมือนร่างกายได้เผาผลาญพลังงานไปเยอะเลย กล้ามเนื้อขานี่เกร็งไปหมด

 

 

ตอนนี้ผมกลับมาเก็บข้าวของในล้อคเกอร์ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพราะหลังจากกินข้าวเที่ยงก็ไม่ได้จับมันอีกเลย 

 

หือม์?...มีไลน์เข้าด้วยว่ะ

 

 

ดีเซล : มาทำไรที่ม.เหรอ

 

เห็นด้วยเหรอ

 

ดีเซล : อืม มาถ่ายรูปที่คณะน่ะ แล้วกลับยัง

 

ยังอ่ะ เพิ่งเลิก นายอยู่ไหน

 

ดีเซล : ผมออกมาอยู่ที่สตูฯ แล้ว

 

เสียใจ T^T

 

กะว่าจะชวนไปหาข้าวกินสักหน่อย นี่ผมหิวจนจะกินขาพี่บิ๊กได้ทั้งน่องอยู่แล้ว แต่ก็เอาเหอะ...ดีเซลอยู่สตูฯ ก็คงไปทำงานนั่นแหละ งั้นปล่อยให้อยู่ในโลกของเขาไปแล้วกัน ตอนนี้ผมเองก็ยังไม่พร้อมเจอหน้าเขาด้วย สัมผัสจากเมื่อวานยังอุ่นมืออยู่เลย  แบบว่าเขินน่ะไม่ใช่อะไรหรอก

 

Rrrrrrrr !

 

แต่พอกำลังจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า เสียงเรียกเข้ามันก็ดังขึ้นพร้อมแรงสั่นสะเทือนไปถึงหัวไหล่เลยทีเดียว

 

“ฮัลโหล ว่าไง...”

 

“กลับยัง”

 

“ยัง ว่าจะไปหาข้าวกินก่อน”

 

“ไปด้วยดิ”

 

“แล้วอยู่สตูฯ ทำไรอ่ะ ทำงานให้เสร็จก่อนก็ได้”

 

“นี่ไงเสร็จพอดี”

 

อะไรจะเหมาะเจาะเบอร์นั้นครับทูนหัว เหมือนเขากำลังพยายามเอาใจผมยังไงยังงั้นเลยเนอะ แต่ผมก็โอเคนะ ฮ่า... ก็คนที่แอบชอบมาเซอร์วิสขนาดนี้ใครจะไม่โอเคล่ะจริงมั้ย ให้เขาทำมากกว่านี้ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก อยากจะรุกหนัก ๆ ก็เอาเลย ผมไม่ถือ...

 

หลังจากวางสายไปได้ไม่นาน ผมก็เดินมาถึงคณะวิศวะเพราะต้องมารอดีเซลที่นี่ แต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปในตึกเพื่อหาที่นั่ง ก็เห็นเขาขับรถกระบะสี่ประตูสีขาวคันสูงมาจอดไว้ข้าง ๆ ตึกภาค แล้วตอนเขาเดินลงมาจากรถนะ โคตรเท่เลยอ่ะ ผู้ชายตัวสูงๆ กับรถคันใหญ่ ๆ ...ผมให้สามผ่านไปเลยครับ

 

“ดีเซล...ทางนี้” ผมตะโกนเรียกให้เขาเห็นว่าอยู่ตรงนี้

 

“รอนานมั้ย”

 

“ไม่อ่ะ นายจะไปกินที่ไหนเหรอ”

 

“ไม่รู้ดิ เคิร์ดอยากกินไรอ่ะ”

 

“ถามฉันอีกละ นายเลือกบางดิ ครั้งนี้ตามใจนายเลย”

 

“ผมก็ไม่รู้ว่าจะกินอะไร”

 

เรื่องนี้นี่เป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติเลยแฮะ

 

“งั้น...นายอยากไปกินที่ไหนล่ะ”

 

อยากบอกไปว่า ตอนนี้กูหิวมาก จะเลือกร้านไหนก็ได้ทั้งนั้น เพราะไม่ว่าจะเข้าร้านไหนก็มีเมนูที่จะสั่งคิดไว้ในใจอยู่แล้ว

 

“อืม...”

 

สุดท้าย ด้วยความที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกินอะไรดี เราเลยพากันมาที่ห้าง เพราะดีเซลก็จะได้มาซื้อของที่ร้านกล้องเจ้าประจำเขาด้วย ซึ่งเขาบอกจะซื้ออะไรสักอย่างนี่แหละผมก็จำไม่ได้แล้ว และเนื่องจากผมเป็นคนออกปากเองว่ารอบนี้จะตามใจเขา ดังนั้นการที่ต้องถ่อสังขารขับรถในช่วงเวลาเร่งรีบอย่างตอน 5 - 6 โมงเนี่ย ผมต้อง ห้ามบ่น ! 

 

ไม่ว่าจะรถติดนรกแตกแค่ไหน ติดแล้วติดอีกยังไงก็ห้ามบ่น แล้วฝีมือการขับรถของเขาก็นิ่มมาก นิ่งชนิดที่ว่านั่งหลับได้สบาย ๆ ซึ่งต่างจากผมลิบลับ เวลาผมขับให้พ่อกับแม่นั่งทีไร จะต้องโดนบ่นตลอดว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาเหรอ

 

ล่าสุดก็เมื่อเร็ว ๆ นี้เลย ผมขับรถพาแม่ไปทำธุระ แต่ว่าขากลับผมต้องรีบไปดูรายการทีวีที่ดูประจำเลยเหยียบไป 140 แล้วคิดว่าจะเหลือมั้ย?

 

หึ ๆ โดนด่าหูชา แถมแม่ยังยึดกุญแจไปจนถึงทุกวันนี้

 

“หิวมั้ยอ่ะ” ดีเซลคงเริ่มเป็นห่วงเพราะติดไฟแดงสองรอบแล้วก็ยังไม่หลุดสักที

 

“ก็...ยังไหวอยู่”

 

“มีขนมอยู่เบาะหลังนะ ลูกค้าเขาให้มา เอามากินก่อนก็ได้”

 

โหยยย...ทำไมไม่บอกให้มันเร็วกว่านี้วะ ผมหันไปมองถุงกระดาษที่วางอยู่อย่างโดดเดี่ยวตรงเบาะหลัง เอ๋...ทำไมถุงมันคุ้นตาจังวะ คุ้นมากเหมือนเพิ่งเคยผ่านตาเลยอ่ะ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน คิดสิคิด...

 

เดี๋ยวนะ ! ถุงแบบนี้นี่มัน....

 

“เหมือนถุงของร้านที่เราไปกินกันวันนั้นเลยอ่ะ” ผมหันไปบอกดีเซลที่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถทั้งที่ขยับได้ทีละนิด

 

“ไม่เหมือนหรอก” เขาละสายตามาทางผม “ก็มาจากร้านเดียวกันนั่นแหละ”

 

“อ่า...งั้นไม่เป็นไรฉันรอได้”

 

“ทำไมล่ะ”

 

“เอ่อ...”

 

ก็จะให้บอกได้ไงล่ะ ว่าคุกกี้ห่อนั้นน่ะรสชาติ หมาไม่รับทานเลย ขนาดพ่อผมที่ไม่ใช่คนเรื่องมาก ขนมปังปี้บกินกับกาแฟแกยังไม่บ่น แต่พอได้กัดคุกกี้อันนี้คำแรก พ่อถึงกับพยักหน้าเห็นด้วยทันทีเลยว่าที่ผมพูดน่ะ ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย

 

คือมันเหมือนเขาไม่ได้ใส่น้ำตาลลงไปเลย รสชาติมีแต่แป้งล้วน ๆ นมเนยอะไรไม่เห็นได้กลิ่นเลยสักนิด กัดทีเศษแป้งนี่ร่วงกราวเต็มตัก มิน่าล่ะถึงแถมได้แถมดี

 

“ทำหน้าแบบนี้ คือไม่อร่อยอ่ะดิ”

 

“เหอะ ๆ”

 

“แล้วหลอกให้ผมกินแก้วนั้นทำไมเนี่ย !”

 

ฮืออ...โกรธแค้นอะไรก็มาลงที่ฉันได้นะดีเซล กราบล่ะกูไม่รู้จริง ๆ ว่ามันจะแย่อะไรปานนั้น คุ้กกี้ตักชั่งตามห้างยังอร่อยกว่าอีก โฮรวววว...

 

“ก็อยากให้ลองกินอะไรใหม่ ๆ ไง แต่เครื่องดื่มเขาก็อร่อยดีนะ” ยังแถได้อีก “เออ...แล้วนายบอกจะไปซื้ออะไรนะ”

 

“ไปซื้อกล้องโพลาลอยด์ พอดีพี่มะตอยอยากได้แต่ไม่มีเวลามาซื้อเอง”

 

“แต่พี่มะตอยก็ทำงานอยู่ในห้างไม่ใช่เหรอ”

 

“ใช่ แต่เลิกงานร้านก็ปิดหมดแล้ว”

 

“อ๋อ...แล้วเวลาพักเที่ยงอ่ะ” ทำไมถามแค่นี้ต้องมองมาเหมือนรำคาญด้วย

 

“เป็นเจ้าหนูจำไมเหรอ ผมก็แค่อยากซื้อให้น่ะ”

 

ดูเป็นน้องที่รักพี่ดีเหลือเกินแฮะ ถ้าผมมีน้องหรือพี่บ้างนะ บอกเลย...ให้มันมาซื้อเองครับ เดี๋ยวได้ของไม่ถูกใจขึ้นมาก็มาด่ากันอีก แต่ดูจากท่าทางพี่มะตอยเมื่อวันที่ไปถ่ายแบบตอนนั้น พี่เขาน่าจะเป็นคนน่ารักกว่าที่คิดแน่ ๆ

 

...นี่มันพี่สาวในอุดมคติของผมชัดๆ

 

 

โครกกกก...

 

“เอ่อ...แหะ ๆ” หัวเราะกลบเกลื่อนไปก่อนครับ หลอกตัวเองไปก่อนว่ามันไม่ใช่เสียงท้องร้องของผม แต่แบบอยู่กันสองคนถ้าดีเซลไม่รู้ก็โง่ละ

 

ฮือ...ห้ามหันมาพูดอะไรนะ 

 

แล้วเขาก็ไม่ได้หันมาแซ็วหรือพูดอะไรตามที่ผมอธิษฐานไว้ แต่เขาหัวเราะครับ ถึงจะหัวเราะในลำคอ แต่มันก็หัวเราะอยู่ดี แม่ง ! รู้งี้ขึ้นรถมาก็เปิดเพลงดัง ๆ ไว้เลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงอะไร

 

“เดี๋ยวผมไปซื้อกล้องวันอื่นก็ได้ ไปหาข้าวกินกันก่อนดีกว่า”

 

“ไม่ ๆ ฉันทนได้ นี่เราก็ออกมาตั้งนานแล้วเดี๋ยวก็ถึง”

 

คือเขาทำท่าจะตบไฟเลี้ยวเตรียมหาช่องเปลี่ยนเลนเพื่อจะกลับรถไปทางเดิมซึ่งถนนมันโล่งกว่ากันเยอะ ผมเลยรีบหันไปจับต้นแขนเขาเอาไว้

 

“ไม่ถึง 5 โล เนี่ยนะ”

 

“ไม่เป็นไร มันคงติดอีกแป้บเดียวมั้ง” ด้วยความที่รถมันติดบนถนนนานมาก ผมเลยเข้าใจว่าเราออกมากันไกลแล้ว

 

“ติดแบบนี้ น่าจะเกือบสองทุ่มเลยนะ”

 

โครกกกก...

 

ฮือออ....ได้ยินแบบนั้น ลำไส้ก็ประท้วงรอบสองเลย

 

สุดท้ายก็เลยต้องยอมแพ้ดีเซลเพราะไอ้ท้องบ้ามันคอยแต่จะคำรามออกมารอบแล้วรอบเล่า

 

“จะไปยังไงอ่ะ รถเยอะนะ” คือรถเราอยู่เลนกลางไงครับ ไม่ได้อยู่ตรงเลนที่จะกลับรถได้

 

“ผมไปได้”

 

“ฮะ”

 

“เดี๋ยวหักหัวเข้าก่อน”

 

เขร้ ! ก็รู้อยู่หรอกว่าขับรถเก่ง แต่นี่มันรถใหญ่นะเว้ยไม่ใช่มอ’ไซต์ ขนาดผมที่ชอบขับรถเร็ว ๆ แล้วน่าจะขับเป็นพอ ๆ กับเขา ก็ยังไม่เคยใช้วิธีแทรกกลางเลนแบบนี้เลย

 

ผมมองไปที่หน้ารถขณะที่ดีเซลพยายามจะแทรกเข้าไประหว่างรถ 2 คันแต่ก็ยังไม่มีจังหวะให้เข้าได้ ในใจก็คิดว่าจะหาคำไหนมาขอโทษดี หากอีกฝ่ายโมโหแล้วลงมาด่า จนเมื่อดีเซลเห็นช่องว่างที่มีอยู่เพียงนิดเดียว เขาก็รีบหมุนพวงมาลัยเอาหน้าเข้าไปแทรกทันที แต่...มันแทรกได้แค่ครึ่งคัน ! เพราะช่องว่างมันไม่มากพอเลยทำให้รถแทรกได้แค่นั้น ตอนนี้คันหลังที่มาต่อก็เริ่มติดกันยาว โชคดีที่รถคันหน้าขยับขึ้นไปได้อีก รถเราถึงแทรกเข้าได้เต็มคันพอดี  และพอถึงจุดกลับรถที่ไม่มีสัญญาณไฟ เขาก็หันดูทางซ้ายจนแน่ใจว่าปลอดภัยจึงเหยียบคันเร่งออกไปพร้อมควงพวงมาลัยอย่างรวดเร็ว

 

ฟู่ววว...นี่ถ้ารู้ว่าความหิวของผมจะทำให้อีกคนลำบาก ผมจะยอมนั่งยัดคุกกี้แป้งเข้าปากเป็นกำ ๆ เลย 

 

พอเห็นเขาขับรถแบบนี้ก็รู้สึกเหนื่อยแทนเหมือนกันนะ ดูต้องใช้สมาธิเยอะมาก ผมเองก็ชอบขับรถเหมือนกัน แต่ขับได้เฉพาะทางโล่ง ๆ เท่านั้นแหละ ถ้าให้มาขับในเมืองที่ขยับได้ทีละนิดหน่อย ครั้งละสองนาทีขยับทีนึงแบบนี้คงไม่ไหว เหมือนโดนขังให้ทรมานยังไงไม่รู้

 

พอกลับรถมาแล้วถนนนี่โคตรโล่ง คนละเรื่องกับอีกฝั่งเลย

 

“ทนไหวมั้ย” ดีเซลถามทั้งที่ตายังมองถนนอยู่ “เดี๋ยวไปกินแถว ๆ สตูฯ ผมก็ได้ มีร้านข้าวมันไก่เปิดใหม่ ไปมั้...”

 

ดูเหมือนว่าผมจะต้องมนต์คนขับมากไปหน่อย เลยไม่ทันได้ฟังคำถาม เมื่อตอนสมัยที่ผมยังขับรถไม่เป็น ผมเคยไปอ่านกระทู้พันทิปที่มีคนตั้งคำถามว่า ผู้หญิงชอบผู้ชายเวลาไหนมากที่สุด แล้วคอมเมนท์ที่ถูกติดป้ายความคิดเห็นยอดนิยมคือ ชอบตอนที่ผู้ชายขับรถ เพราะดูมีสมาธิ ดูตั้งใจไม่วอกแวก

 

ตอนแรกก็ไม่เข้าใจนะว่าผู้ชายขับรถได้มันเท่ตรงไหน เพราะเวลาพ่อขับรถให้ แม่ก็ดูเฉย ๆ แต่ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วล่ะ ก็ผู้ชายที่กำลังขับรถให้ผมนั่งตอนนี้...

 

ยิ่งมอง...ยิ่งมีเสน่ห์ น่าหลงใหลสุด ๆ

 

“ถ้าไม่ตอบผมไปนะ”

 

“หา?

 

ตอนนี้ผมหันหน้ากลับมาแล้ว แบบว่าพอดีสติเพิ่งจะกลับเข้าร่าง ก็ใครใช้ให้เขาเสน่ห์แรงขนาดนี้กันเล่า มันก็ต้องเผลอบ้างเป็นธรรมดาสิจริงมั้ย

 

แล้วดูสิ...พอหันไปอีกรอบเขาก็ยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปาก เหมือนคนกำลังรู้ทัน เห็นแล้วหมั่นเขี้ยวชะมัด นี่ถ้าได้เป็นมากกว่าเพื่อนเมื่อไหร่นะ จะเข้าไปขย้ำ ๆ แล้วฝากรอยสักสองสามรอย ตรงมุมปากมั่ง ตรงลำคอขาวเนียนนั่นก็ด้วย ...

 

หึ ๆ เคิร์ด SM น่ะรู้จักมั้ย

 

“ใจเย็นนะเคิร์ด  ผมขับรถอยู่”

 

เชรี่ยเอ๊ย ! ได้ยินอย่างนี้ผมนี่ตื่นจากภวังค์เลยอ่ะ  ดีเซลนี่มันดีเซลจริง ๆ รู้ทันทุกอย่าง รู้แม้กระทั่งสิ่งที่ผมคิดอยู่  แถมยังหันหน้ามายิ้มแบบเมื่อกี้ใส่ผมอีก

 

ใครจะไปคิดว่าคนนิ่ง ๆ ดูตายด้านอย่างดีเซลจะเป็นแบบนี้ไปได้ พอรู้จักนิสัยเขาไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเผยตัวตนออกมาให้เห็นทีละนิด ๆ จนตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ดีเซลคนที่ผมเคยเห็นก่อนหน้านั่นมัน ... ดีเซลจอมลวงโลก ต่างหากเล่า

 

น้ำ ! น้ำอยู่ไหน ! ตอนนี้ผมอยากเอาน้ำมาราดหัวเหลือเกิน หน้าร้อนไปหมดแล้วเนี่ย

 

“หึ ๆ เร่งแอร์มั้ย”

 

“ไม่ต้อง !”

 

ผมตวาดนะ ตวาดจริงด้วย แต่ถามว่าดีเซลสะทกสะท้านอะไรมั้ย บอกเลยว่าไม่ ! แถมยังหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวอีก สนุกมากเหรอมีความสุขมากล่ะสิ

 

ดูหน้าผมด้วยนะดีเซล เอ้ะ...ทางที่ดีอย่าดูเลยดีกว่า แดงเป็นปื้นขนาดนี้

 

ดีเซลพาผมแวะซื้อข้าวมันไก่กลับไปกินที่สตูฯ แต่ไม่รู้ว่าเพราะหิวมากหรือยังไงถึงได้สั่งทั้งข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่กรอบ และก๋วยเตี๋ยวไก่ แต่ถึงสั่งมาขนาดนี้ก็กินหมดนะครับ แล้วพอผมอิ่มแปล้ หัวใจกับสมองก็เริ่มตีกัน หัวใจบอกว่าอยากอยู่ต่อ อยากอยู่ดูเขานั่งทำฉากถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ไม่อยากกวน แต่สมองบอกว่า ไม่ได้ นี่มันค่ำแล้ว ต้องกลับบ้านได้แล้ว พอตีกันหนัก ๆ เข้าก็เลยต้องหาทางจัดการ

 

“ดีเซล ใกล้เสร็จยังอ่ะ จะกลับกี่โมง”

 

“ยัง ผมว่าจะนอนนี่เลย”

 

“โห...ดูลงทุนจังวะ”

 

“บอกแล้วไง ถ้าเคิร์ดอยู่อาจจะเบื่อ”

 

“ไม่อ่ะ งั้นเดี๋ยวสองทุ่มกว่า ๆ ฉันค่อยกลับก็ได้”

 

“อยากอยู่กับผมอ่ะดิ”

 

โฮยย...ดูมั่นใจจังนะ หลงตัวเองสุด ๆ แต่คนอย่างไอ้เคิร์ดซะอย่าง บอกได้คำเดียวเลยว่า

 

“เออ มีปัญหาเหรอ”

 

“เปล่า...อยากอยู่ก็อยู่ ผมก็ไม่อยากอยู่คนเดียวเหมือนกัน”

 

เออ ก็แค่นั้นแหละ อยากอยู่ด้วยกันก็ยอมรับมาตรง ๆ แค่นั้น ชอบปากแข็งอยู่ได้ ทีผมยังยอมรับต่อหน้าเลย ถึงอายแค่ไหนก็ทนเพราะคงไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว ยกเว้นตัว ฮ่า...

 

พอนั่งดูนาน ๆ ก็อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์กับเขาบ้าง เลยเข้าไปช่วยหยิบนั่นหยิบนี่ให้ บรรยากาศการมาครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนมาก มันดูเป็นกันเอง และรู้สึกว่ามีส่วนร่วมได้มากกว่าครั้งก่อน

 

“โทษทีนะ ห้องมันรกไปหน่อย”

 

“มันก็รกจริง ๆ นั่นแหละ ...ว่าแต่ไม้พวกนี้นายจะเอามาทำอะไรอ่ะ”

 

ผมหยิบไม้ที่ถูกตัดไว้หลาย ๆ ขนาดส่งให้เขา และปัดถุงใส่ดิน หิน และของอย่างอื่นออกไป ไม่ให้ขวางทางเดิน

 

“จะเอามาทำเป็นฉากถ่ายรูปน่ะ” เขาเอื้อมมือมารับไม้ไป “ตอนนี้ผมรับงานเพิ่ม เป็นงานโฆษณาเล็ก ๆ น้อย ๆ”

 

แล้วเขาก็เล่ารายละเอียดของงานใหม่ที่จะต้องถ่ายทำให้ผมฟัง เราคุยกันไปจัดฉากกันไปจนใกล้เวลาที่จะต้องกลับ

 

“ความชอบของนายนี่ดีจังนะ สร้างรายได้ได้ด้วย”

 

“อืม...จริง ๆ อยากลองทำวิดีโอดูบ้างเหมือนกันนะ” คนตัวสูงเปิดก๊อกน้ำล้างมือ ก่อนที่จะเบี่ยงตัวหลบให้ผมล้างบ้าง

 

“ก็โอเคอยู่นะ อย่างวิดีโอที่นายเปิดให้ฉันดูก็สวยดี ทำไมถึงบอกว่าถ่ายได้แต่ภาพนิ่งล่ะ”

 

“ก็เพิ่งมาฝึกเอาช่วงปิดเทอมนี่แหละ”

 

“โห...ต้องเป็นพรสวรรค์แน่ ๆ หัดทำแป้บเดียวก็ทำได้ละ”

 

“พรสวรรค์อะไร บอกแล้วว่าผมเห็นแม่ทำตอนเด็ก ๆ ก็เลยทำตามแค่นั้นแหละ”

 

“แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอ ทำแล้วพัฒนาก้าวกระโดดเลยอ่ะ”

 

นี่จริงจังมากเลยนะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเขาก็ทำออกมาได้ดีทุกครั้งเลย อย่างตอนที่ไปเป็นแบบถ่ายรูปให้ลุงชัยเหมือนกัน แรก ๆ ก็ดูไม่ได้แบบผมนี่แหละ แต่พอบรีฟไปรอบเดียวก็ผ่านฉลุย ผิดกับผมจริง ๆ เลย ฮือออ...

 

“ไม่ขนาดนั้นหรอก”

 

“จริง ๆ นะ มีเทคนิคอะไรป๊ะเนี่ย”

 

“ก็...” ดีเซลหยุดงานที่มือก่อนจะเงยหน้ามามองผมเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง “อย่างถ่ายภาพ ผมก็ชอบเอารูปเก่า ๆ ที่แม่เคยถ่ายมาดู แล้วก็พยายามหามุมให้ได้แบบนั้นบ้างน่ะ”

 

“อ่ออออ...” เข้าใจทำแฮะ เป็นผมนี่คงทำได้แค่ดูอ่ะ ทำตามอะไรนี่ ไม่มี้...

 

“เออ...พูดเรื่องแม่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้” พูดขึ้นมาแค่นั้นผมก็หันไปมอง และเขาก็มองหน้าผมอยู่เหมือนกัน “เหมือนผมไปเจออะไรบางอย่างที่ผมไม่เคยเห็นเข้าน่ะ”

 

“อะไรเหรอ” เกือบแล้ว เกือบใส่อินเนอร์ความอยากรู้อยากเห็นไปเต็มที่แล้ว แต่พอดีเป็นเรื่องแม่ เรื่องที่ดูบอบบางที่สุดสำหรับดีเซล ผมเลยยั้งปากไว้ทัน

 

“ผมไปเจอรูปสมัยที่ผมยังเด็ก กับจดหมายอะไรก็ไม่รู้ แต่หัวเรื่องเหมือนแม่ตั้งใจจะเขียนให้ผมมั้ง”

 

“เอ๋ ?”

 

“แต่ก็ไม่รู้ว่าเขียนอะไรนะ ว่าง ๆ ว่าจะเข้าไปดูใหม่”

 

เสี้ยววินาทีนั้น ผมแอบเห็นแววตาของดีเซลลดลงไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะมาจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า ความเหนื่อยล้าแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกสีหน้า ท่าทาง หรือคำพูดใด ๆ แต่ผมก็รับรู้ได้ว่าถ้าเป็นเรื่องครอบครัว  ใบหน้าของเขามันจะดูเหนื่อย ๆ ขึ้นมาทันที

 

พอเห็นแบบนี้แล้วไม่สบายใจเลย งั้นเราเปลี่ยนเรื่องดีกว่าเนอะ

 

“เออดีเซล ช่วงกีฬามหาลัยเทอมหน้าอ่ะ นายต้องไปทำอะไรป๊ะ” 

 

“อ้อ ผมเป็นช่างภาพในงาน”

 

“จริงเหรอ !? แล้วอย่างนี้จะได้เจอกันมั้ยอ่ะ”

 

“เคิร์ดทำไรเหรอ”

 

“ฮรี่ ๆ” กะจะเล่นตัวไม่บอก แต่ก็เก็บไว้ไม่อยู่ “อยู่ในขบวนพาเหรดน่ะ นายไปถ่ายตรงนั้นด้วยป้ะ”

 

“อืม ผมรับผิดชอบตรงขบวนพาเหรด  ทำไมอ่ะ จะให้ผมถ่ายรูปให้เหรอ”

 

“ก็ไม่เชิงหรอก แค่อยากให้นายไปดูขบวนด้วยเฉย ๆ”

 

นี่แหละความตั้งใจของผม เขาจะถ่ายหรือไม่ถ่ายเรื่องของเขา แต่ที่แน่ ๆ คือผมจะให้เขามาดูการแสดงให้ได้

 

“อ๋อ ผมดูทุกคณะนั่นแหละ วิ่งตามด้วย”

 

 “วิ่งถ่ายรูปหลีดอ่ะดิ”

 

“คฑากรต่างหาก...”

 

ป้าบ !

 

“ตีทำไมเนี่ย”

 

ดีเซลลูบแขนตัวเองป้อย ๆ หลังจากที่ถูกฝ่ามืออรหันต์ของผมป้าบเข้าให้ที่แขน จะบอกว่าตอนนี้ผมทำตัวเหมือนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเขายังไงไม่รู้เนอะ แต่ไม่ชอบนี่หว่าที่จะให้เขาไปมองใครนอกจากผมน่ะ บอกว่าจะใช้เวลาพิสูจน์ก็ต้องมองผมคนเดียวสิ

 

“หมั่นไส้...เออ กลับแล้วนะ”

 

“กลับไวจัง”

 

“พรุ่งนี้ฉันต้องมาซ้อมคิวต่อน่ะ บ้าชิบเป๋งเลยงานหนักที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาแล้วนะเนี่ย”

 

“อ่อ งั้นเดี๋ยวผมไปส่งที่สถานี”

 

“ไม่เป็นไร อยู่แค่นี้เอง ขากลับนายก็ต้องกลับมาคนเดียวอยู่ดี”

 

ผมพูดก่อนจะดันเขาให้เข้าไปข้างในตู้ เพราะไม่อยากให้เขาต้องมาเสียงานเพราะต้องเดินไปส่งถึงที่ แล้วแน่นอนล่ะคนอย่างดีเซลนอกจากจะไปส่งแล้วยังต้องไปนั่งรอรถไฟกับผมด้วยแน่ ๆ ยิ่งเสียเวลาใหญ่

 

“เอางั้นเหรอ งั้นกลับดี ๆ นะ”

 

“อืม” ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้เขาสักที

 

“ถึงแล้วโทรหาผมได้มั้ย”

 

“ได้สิ” ระหว่างที่ตอบผมก็เอาแต่มองหน้าเขาไม่วางตา ด้านมืดในใจผมมันโผล่ออกมาอีกแล้ว ไม่ได้ฟังหรอกว่าดีเซลถามว่าอะไร ผมสนใจอย่างเดียวคือ...

 

“ดีเซล”

 

“ครับ ?

 

“ตอนนี้...นายไม่ได้ขับรถ  ฉัน...ฉันทำได้ใช่มั้ย”

 

ไม่มีคำตอบจากร่างสูง เขาได้แต่ยืนนิ่ง สีหน้าเริ่มกลับมาไม่มีอารมณ์ร่วมใด ๆ เหมือนเคย

 

พูดสิ...พูดอะไรสักอย่างสิ ถ้ายังทำหน้าอย่างนี้อยู่ ผมจะถือว่าความนิ่งนั้นคือคำอนุญาตนะ

 

ผมขยับเข้าไปใกล้ดีเซลอีกนิดซึ่งเขาก็ไม่ได้ขัดขืนหรือหลบอะไร เพียงแค่นั้นมันก็ทำให้ผมได้ใจก่อนที่จะเป็นฝ่ายโน้มคอเขาลงมา ผมก็แค่ต้องการที่จะตีตราจองคน ๆ นี้ไว้ก่อน คิดได้อย่างนั้นก็ค่อยประทับริมฝีปากไปบนเรียวปากอิ่มของอีกคน เขาเองก็เผยอปากรับการกระทำของผมอย่างช้า ๆ

 

ก็จูบเหมือนกัน แต่ความรู้สึกมันต่างกัน

 

มันไม่เหมือนกับครั้งแรกที่ผมทำลงไป ครั้งนั้นถือว่าไม่มีสติ ไม่ได้ตั้งใจ ฉะนั้นผมจะนับว่าเป็นโมฆะ แต่ครั้งนี้...ผมตั้งใจทำลงไปเพื่อเป็นการตอกย้ำความรู้สึกว่าผมยังไม่เปลี่ยนแปลง ตอนนั้นผมยังคิดกับเขายังไง ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ ถ้าจะมีบางอย่างที่มันคล้ายกัน คงเป็นที่ผมเป็นคนเริ่มก่อนทั้งสองครั้งนั่นล่ะ และครั้งนี้ดีเซลก็ให้ความร่วมมือดีกว่าครั้งที่แล้วด้วย


ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาเอามือมารั้งท้ายทอยผมไว้ให้แหงนสูงขึ้นเพื่อให้ได้องศาที่ดีกว่าเดิม แถมยังดูดึงริมฝีปากล่างของผมอีกต่างหาก มืออีกข้างที่ว่างก็เริ่มไม่อยู่สุก มันดันเอวผมให้เข้าไปชิดกับตัวเขาจนเหมือนจะสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ซ่อนอยู่ กว่าจะผละออกมาได้ ผมเกือบจะหมดลมหายใจตายอยู่ตรงนั้น

 

“ก็เป็นซะอย่างนี้  แล้วยังจะบอกว่าไม่หวังอะไรอีกเหรอ”

 

ตอนนี้พูดอะไรไม่ออกหรอก สองมือลดลงมาตรงหน้าอกเขาแทน ส่วนดีเซลก็โอบเอวไว้เช่นกัน

 

“จะกลับแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย”

 

“ยะ...ยังก็ได้”

 

“งั้นดึก ๆ ผมไปส่งบ้านนะ”

 

ขอโทษนะดีเซล สุดท้ายก็ทำให้นายเสียงานจนได้

 

 


 

 

 

  

 

 

 

      

  

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 317 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #440 swnntg (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 19:52
    น่ารักจังเลยค่ะไรท์~
    #440
    0
  2. #430 - WiSH - (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:35
    กรี้ดดดดดด ฟินมาก เขินไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยย อยากจะแหม่เคิร์ดจริงจริ๊งงงง ไม่เท่าไหร่เล๊ยยย ส่วนเซลก็รีบๆชัดเจนหน่อยละกันนะพ่อคนหล่อ
    #430
    0
  3. #369 020540 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:05
    อื่ม......แรดทั้งคู่5555
    #369
    0
  4. #349 IntheName_in (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 14:21
    แต่อยากรู้เหมือนกันนะว่าเค้าสูงห่างกันเท่าไหร่
    #349
    0
  5. #348 IntheName_in (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 14:20
    เขินโว้ยยยยย ขออนุญาตโวยวาย
    #348
    0
  6. #276 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 02:12
    อย่าหาว่าอยากรู้อยากเห็นเลยนะคะ เราก็อยากรู้เหมือนกันว่าจดหมายนั่นเขียนว่าอะไร ค้่างคามาก คงไม่ใช่อะไรที่มาม่าใช่ไหม5555555 แต่กรี๊ดดดดดด ดีต่อใจมากค่ะ เขาคิสกันอีกแล้ว แล้วนี่เมื่อไหร่ดีเซลจะพูดอะไรสักทีล่ะคะ
    #276
    0
  7. #212 GottomonEye (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 00:11
    อยากให้ดีเซลชัดเจนไม่ใช่แค่รุก แค่หวาน จูบกัน แต่สถานะ ความรุ้สึกของเคิร์ดก็สำคัญนะ เพราะสิ่งที่กำลังทำนี้มันก้มีความสุขแค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เดี๋ยวก็คิดมากอีก ว่าคิดครงกันมั้ย ทั้งที่แมร้ง จูบกันไปแระข่า พี่วิน ดีเซล เอ้ยย 555 อย่าเพลย์บอดี้มากสิ ขอร้อง เคิร์ดก็คีพลุคบ้างไรบ้าง 55
    #212
    0
  8. #186 Mistyblack (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 21:19
    เริ่ดคร้าาาา
    #186
    0
  9. #147 blackdeelo (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 17:44
    หว่ายยยย
    #147
    0
  10. #117 Boonchit Chai Silachai (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:34
    #117
    0
  11. #90 aommyjung2521 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:11
    ฟินสุดด
    #90
    0
  12. #66 Ichasep9 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 14:19
    ย้ากกกกก อมก จิกหมอนไปอีก ฮือออ แพ้!! แพ้ทางดีเซลที่นางเปนยังงี้ แงงงงงงงงง
    #66
    0
  13. #65 lxw_ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 08:32
    เราชอบดีเซลด้านมืด???? ขออีกๆ555555555
    #65
    0
  14. #64 Priyapond (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 00:05
    รุกเลยค้ะลูกสับสนกังวลอะไรอี๊กกกกก
    #64
    0
  15. #63 FahSida (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 22:42
    ไรอ่ะดีเซล ทำไมต้องไปส่งดึกๆ ด้วย
    #63
    0
  16. #62 noonpanchanok (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 22:22
    ดีเซลเริ่มซักทีเหอะ ก่อนที่ฉันจะไม่ชอบเทอมากไปกว่านี้ อย่าเล่นตัวให้มากเลย รำๆๆๆๆ
    #62
    0