รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 23 : สีที่ 21 : โลกรู้ (Rewrie)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    24 ก.ย. 60





บทที่ 21

 

เมื่อช่วง Final crisis ได้ผ่านพ้นไป สภาพผมมันก็ยับเยินไม่เหลือชิ้นดี

 

อันนี้เรื่องจริงครับ ผมอยากให้ทุกคนได้มาเห็นสภาพของผมตอนนี้มาก ๆ มันเหมือนคนกำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องดีเซล และล่าสุดก็เรื่องเบส

 

หลังจากที่โดนเพื่อนสนิทตัวเองสารภาพรักทางโทรศัพท์เมื่อหลายวันก่อน ผมก็ไม่เหลือสมาธิให้อ่านหนังสือได้อีกต่อไป ก็อยากจะคิดว่าอยู่เหมือนกันว่าเป็นแค่การที่เพื่อนแกล้งกันเล่น ๆ เพราะผมไปเซ้าซี้ถามมันไม่หยุด แต่เพราะน้ำเสียงที่ดูจริงจังเกินไปผมเลยทำได้แค่เงียบก่อนที่จะตอบไปแบบพระเอกสัส ๆ ว่า

 

มึงเป็นเพื่อนกูไม่ใช่เหรอวะ กูอยากให้มึงเป็นเพื่อนกับกูแบบนี้ตลอดไปนะเว้ย

 

แล้วเป็นไงล่ะ...ก็มานั่งกลุ้มใจอยู่นี่ไง คือถึงผมจะตอบแบบนั้นไปแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่เป็นห่วงมันนะ

 

ตั้งแต่วันนั้นเบสก็พยายามทำตัวเหมือนเดิมและทักทายผมเหมือนปกติ จนบางทีผมก็แอบคิดนะว่ามันชอบผมจริง ๆ หรือเปล่าทำไมถึงดูไม่เสียใจเลย แต่พอคิดดูดี ๆ ถึงได้เข้าใจว่ามันก็คงเหมือนผมนั่นแหละ ที่ไม่ได้หวังอะไรมากและไม่ได้คิดว่าอีกคนต้องรักตอบ เพียงแค่อยากบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกเท่านั้นเอง

 

และเพราะผมรู้อย่างนี้ ผมถึงยิ่งเป็นห่วงว่าสภาพจิตใจของมันยังโอเคอยู่หรือเปล่า

 

ไอ้เคิร์ดมึงจะเอาคะแนนท็อปเหรอวะ ถ้ามึงทำไม่ได้นั่งอยู่ไปก็ใช่ว่าความรู้ในหัวมึงมันจะผุดขึ้นมาหรอกนะ

 

นี่ไงล่ะ พอเดินออกจากห้องสอบมามันก็เล่นผมเลย ดั้งนั้นเก็บความห่วงใยใส่กระเป๋ากลับบ้านดีกว่า บางทีผมอาจจะคิดมากเกินไปเพราะนอกจากเบสจะไม่รู้สึกอะไร เดี๋ยวนี้ยังปากร้ายขึ้นเยอะเลย

 

นี่มึง ทำเสร็จมันก็ต้องมีการทวนกันบ้างสิวะ

 

ทุกข้อเลยรึไง

 

เออ ! ใครมันจะไปเหมือนมึง

 

เออ ๆ แล้วนี่มึงจะไปไหนต่อป้ะวะ กูจะชวนมึงออกอ่ะ

 

มาแล้วประโยคประจำหลังสอบเสร็จ ชวนออก ที่ว่านี่ไม่ได้ออกไปไหนหรอก ก็อยู่มันแถว ๆ นี้นี่แหละ แถว ๆ หลังมอช่วงสองทุ่มสามทุ่มไรงี้ แล้วมีเหรอที่ผมจะพลาด

 

เออ เอาสิ

 

ถึงจะไม่ใช่คอทองแดง แต่บรรยากาศในร้านเหล้ามันช่างเย้ายวนดีนะ หากได้ออกไปผ่อนคลายบ้าง ปัญหาที่ยังสะสางไม่ได้อาจจะเจอทางออกตอนเมาก็ได้ใครจะรู้

 

ทุกวันนี้เรื่องของดีเซลทำเอาผมแทบประสาทจะกิน ไม่ว่าจะพยายามลบออกจากหัวยังไงก็ลบไม่ออก ก็ลองคิดดูเถอะตั้งแต่เดินเข้าคณะมาผมก็ต้องเห็นรูปตัวเองที่สกรีนติดอยู่ที่หน้าลิฟต์ แล้วรูปนั้นใครถ่าย?

 

ก็ดีเซลไง ...จะใครล่ะ

 

แถมวันก่อนตอนเดินผ่านตึกเรียนรวมก็ดันหันไปเห็นเขาถ่ายรูปอะไรไม่รู้ให้ไอติมอยู่ที่หน้าตึก ผมต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วเดินผ่านไปเร็ว ๆ แต่ก็นะถึงจะวิ่งหนีเขาได้แต่ความจริงในใจเป็นยังไงผมรู้ดี

 

ไม่ว่ายังไงผมก็คงวิ่งหนีความรู้สึกที่ผมมีให้เขาไม่ได้

 

 

 

 

“เอ้า...ชน”

 

“เบส เอาอีก ๆ”

 

“พอแล้วมึงอ่ะ”

 

“ชิส์...”

 

ด้วยความที่หลายวันมานี้ผมเครียดมากกับเรื่องที่ดีเซลเขาขอเวลา คือผมก็ไม่รู้ไงว่าเขาต้องการเวลามากน้อยแค่ไหน แล้วป่านนี้จะได้คำตอบหรือยัง ถ้าจะให้ถามตรง ๆ ก็ดูจะกดดันเกินไป แต่ถ้าให้รอต่อไปมันก็ดูเลื่อนลอย ทุกอย่างมันบีบรัดหัวใจไปหมด เลยได้แต่ปล่อยให้เขาใช้เวลาทบทวนให้เต็มที่แล้วก็รออยู่เงียบ ๆ

 

เฮ้ย ๆ ชนเว้ยยย !

 

อ้าวไอ้เคิร์ด ลมอะไรหอบมึงมาเนี่ย

 

หึ...ในเมื่อไอ้เบสไม่ยอมให้ผมกิน ผมร่อนของผมเองก็ได้

 

ทันทีที่ผมร่อนไปโต๊ะนั้นโต๊ะนี้เพื่อชนแก้วกับเพื่อน ๆ ภาคเดียวกันอย่างโต๊ะไอ้ผิง ผู้หญิงร่างถึกเจ้าแม่กิจกรรมตัวยงที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปก็ทำให้นางตกใจไม่น้อย

 

กูมาของกูเอง แต่ว่าตอนกลับเพื่อนกูอาจจะต้องแบกกูกลับแทน ฮ่า...เอ้าชนนน !

 

จ้า...คออ่อนแล้วยังเสือกมาอีก

 

ชนกับผิงเสร็จผมก็กระดกรวดเดียวหมด ไอ้ผิงก็เช่นกัน คอมันเคลือบด้วยทองแดงหรือไงก็ไม่รู้กินได้กินดีสีเข้มอีกต่างหาก ของผมแค่เบียร์ไม่กี่แก้วก็จะไม่ไหวละ

 

ฉันมันผิด ที่คิดไปไกลลลล หวั่นไหวไปเองงงงง รักมากไปเอง ไม่เผื่อใจเอาไว้ก็เลยต้องเจ็บ ต้องเสียน้ำตาให้ความรักที่มันลวงตา มันไม่มีจริง ทุกสิ่งแค่ฝันไปปปปป...

 

ผมยังนั่งอยู่ที่โต๊ะผิงและผองเพื่อน และพอได้จังหวะเราทั้งโต๊ะก็ร้องตะโกนท่อนฮุกตามที่พี่นักร้องบนเวทีกำลังร้องอยู่ แต่ร้องไปร้องมาน้ำตาจะไหลซะงั้น

 

กูไปละนะ อยู่ไม่ไหวจริง ๆ เพลงมันบิ้วต์เกินไป

 

เออ ๆ เดินดี ๆ ระวังล้ม

 

แหม่...ทำเป็นพูดไปนะไอ้ผิง มึงเคยเห็นกูสภาพนั้นเหรอครับ

 

แต่ก็อย่างที่ผมเคยพูดนั่นแหละครับ ผมมันเป็นพวกคออ่อนนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไปแล้ว นี่ยังพูดไม่ทันขาดคำนะ พอลุกจากที่นั่งหัวมันก็หมุนจนจะเซเลยเนี่ย ผมต้องใช้สติอย่างหนักในการพยายามก้าวขาแต่ละข้างเพื่อไม่ให้ล้มไปชนโต๊ะอื่น และทรงตัวให้อยู่ในแรงโน้มถ่วงของโลกให้มากที่สุด

 

เฮ้ย !

 

ใครก็ไม่รู้เข้ามาจับแขนผมไว้เลยสะบัดออกอย่างแรงจนตัวเซ

 

“ไหวมั้ย?” เป็นดีเซลนั่นเองที่เข้ามาช่วย

 

แต่เผลอสบตาไปแล้วง่ะ จะหลบตอนนี้ก็คงไม่ทัน

 

มาด้วยเหรอถือซะว่าเมื่อกี้เพลงมันดังเลยไม่ได้ยินคำถามละกัน

 

อืม แล้วเคิร์ดจะกลับบ้านยังไงล่ะ

 

เอ่อ...” นั่นสิจะกลับยังไงวะ “อะ.. อ๋อนอนหอเพื่อนน่ะ”

 

ดีเซลไม่ได้ว่าอะไรต่อ เขาแค่พยักหน้าให้เป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว และปล่อยให้ผมกลับโต๊ะไปคนเดียว...แล้วมึงจะเข้ามาทักกูทำไมวะเนี่ย? ระหว่างที่กำลังจะเดินออกไปสายตาเจ้ากรรมก็มองไปเห็นพี่ตู้และสาวสวยอีกคนพอดี

 

เหอะ...มันช่างเหมาะเจาะเกินไปแล้ว

 

ไอติมมองหน้าผมแป๊บนึงก่อนจะลุกเดินมาหาแล้วเอามือน้อย ๆ ของเธอวางบนไหล่ดีเซล ดีเซลไปห้องน้ำเป็นเพื่อนเราหน่อยสิ

 

หญิงสาวร่างบางหน้าเหมือนตุ๊กตา (ผี) ที่วันนี้แต่งตัวแต่งหน้าแบบจัดเต็ม ท่อนบนเป็นเสื้อเกาะอก ท่อนล่างใส่กางเกงยีนขาเดฟ ส่วนหนังหน้านั้นดูก็รู้ว่าผ่านการโบกมาไม่น้อยกว่าสามชั้น

 

 

โอ้โหแม่เจ้าประคุณรุนช่องเอ๋ย นี่จะมาแดกเหล้าหรือจะมาอ่อยผู้ชายกันแน่ครับ

 

ผมนี่หันไปมองไอ้ผิงเลยว่าวันนี้มันใส่อะไรมา เสื้อยืดกางเกงบอลกับรองเท้าแตะ ผมเผ้ารุงรังอย่างกับคนป่า นี่มันต้องชุดแบบนี้สิถึงจะเหมาะกับร้านเหล้าหลังมอ

 

แต่ก็เอาเถอะ ไอ้เรื่องการแต่งตัวอะไรนั่นมันไม่ใช่ประเด็นใหญ่โตจนผมต้องเก็บมาหมั่นไส้หรอกครับ เพราะประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือ...

 

หล่อนใช้ท่อเดียวกันกับดีเซลเหรอครับคุณผู้หญิง !

 

เพื่อนชะนีที่นั่งโต๊ะเดียวกันก็มีเสือกไม่ชวนดันมาชวนผู้ชายซะงั้น แล้วไอ้ผู้ชายนี่ก็ใจง่ายเกิน เขาชวนไปไหนก็ไป เห็นแล้วหงุดหงิดโว้ย !!!

 

 

ผมเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยอารมณ์ขุ่นมัวและสร่างเมาไปซะ 80% แต่พอคิดได้ว่าไอติมก็อยู่ Friend Zone เหมือนกันอารมณ์ก็ค่อยดีขึ้นมาหน่อยนึง คอยดูเถอะอีกสักพักต้องโดนเหมือนกันแน่

 

ตอนนี้สายตาไอ้เบสที่มองมามันออกแนวเป็นห่วงผมมาก

 

ไปแล้วเหรอมึงอ่ะ แต่ปากยังหมาและชอบพูดจาถากถางเหมือนเดิม

 

ยังโว้ยยัง เออแล้วไอ้กายหายไปไหนวะ

 

แม่งแจ้นไปหาพวกชมรมซอฟต์บอลมันอ่ะดิ เหี้ยเอ๊ย...

 

อ้าว แล้วงี้พี่ซินเขาไม่มาเล่นมึงเหรอ

 

ไม่รู้แม่ง ! กูถึงอยากให้มึงกลับมาเร็ว ๆ นี่ไง

 

จะเอากูมากันหมาว่างั้น

 

เออ

 

ใครหมาเหรอครับน้องเคิร์ด?

 

เฮือก ! อาการเสียวสันหลังพร้อม ๆ กับความรู้สึกที่เหมือนฟ้าผ่ากลางหัวนี่มันคืออะไรกัน

 

เสียงที่ดังมาจากข้างหลังถึงมันจะไม่ได้ชัดเจนจนต้องหันไปมอง แต่คนที่เรียกผมด้วยคำนำหน้าว่า น้องมีคนเดียวแหละครับ แล้วยิ่งเห็นสีหน้าไอ้เบสที่ดูรำคาญเต็มที่ ไอ้สิ่งที่ผมภาวนาอยู่นี่พังทลายลงตรงหน้าเลย

 

เอ่อ...ติดอ่างขึ้นมาเฉยเลยกู

 

ว่าไง หายเศร้าแล้วเหรอมึงอ่ะ

 

หูย รอดตายแล้วกู อยู่ดี ๆ พี่เบนซินก็ข้ามหัวผมไปทักไอ้เบสก่อนจะนั่งลงแทนที่กาย

 

ว่าแต่อยู่ ๆ มาทักกันแบบนี้ มันแปลก ๆ มั้ยครับ

 

แต่ช่างเถอะ ขอแค่สองคนนี้ไม่มีเรื่องกันเหมือนครั้งนั้นอีกผมก็ดีใจแล้ว จะว่าไปผมก็เพิ่งเห็นว่าในมือพี่แกถือแก้วเหล้าของตัวเองมาด้วย ส่วนไอ้เบสก็ยกแก้วตัวเองขึ้นมาอย่างเซ็ง ๆ แต่มันก็ยังไม่ยอมยื่นไปชนแก้วกับพี่เขาสักที

 

เหยด...แบบนี้เขาเรียกว่าลองเชิงกันนี่หว่า ไม่ธรรมดาละนะคู่นี้

 

อยากจะชนกับกู ก็ต้องเข้าหากูก่อนสิวะ

 

WTF !!! สาบานว่านี่ออกมาจากปากไอ้เบส คือมึงจะเล่นตัวกับใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่พี่เบนซินเว้ย นี่ถ้าเขาไม่พอใจละเกิดฟาดงวงฟาดงาล้มโต๊ะขึ้นมากูจะทำยังไง คิดสิคิด คิดก่อนโว้ยย...

 

 

กริ๊ง...

 

กล้าขอ...กูก็กล้าให้

 

 

เหยดดดด ! เพื่อนผมกับพี่เบนซินมันไปญาติดีกันตอนไหนวะ ทำไมพี่แกถึงได้อารมณ์ดีทำตามที่มันของ่าย ๆ ขนาดนี้

 

เลยกลายเป็นผมที่ต้องนั่งเงียบ ๆ อยู่ท่ามกลางคนสองคนที่กำลังกระดกแก้วแข่งกัน ตอนนี้คืออยากเสือกมากว่าเรื่องเป็นไงมาไงแต่ก็ต้องรอให้พี่ซินลุกออกไปก่อน ผมถึงจะปฏิบัติการตามแผนได้

 

แต่ผ่านไปแก้วแล้วแก้วเล่า แก้วที่สอง...สาม...สี่ พี่แม่งถึงจะยอมลุกกลับไป นี่แม่งกะมาหลอกแดกเหล้าฟรีที่โต๊ะกูป้ะเนี่ย

 

ไอ้เบส มึงไปสนิทกับเขาตั้งแต่ตอนไหนทำไมเขายอมมึงง่ายงั้นวะ

 

สนิทเหี้ยไร แม่งเดินมาเอง ขนาดกูยังงง ๆ เลย

 

อ้าว แต่ปกติมึงต้องเถียงเขาไม่ใช่เหรอ แบบมึงไม่พอใจเขาไรงี้อ่ะ

 

กูขี้เกียจมีเรื่องพูดจบมันก็ยกแก้วเบียร์กระดกอึก ๆ รวดเดียวจนหมดแก้ว

 

ผมไม่เชื่อมันหรอก เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำและผมต้องเสือกให้ได้

 

 

เพราะการเสือก...คือความใส่ใจ !!!

 

 

ผมกับเบสนั่งเงียบกันสักพักเพื่อฟังเพลงไปเรื่อยอะไรไปเรื่อย ไอ้กายก็ยังไม่มาสักทีสงสัยจะติดลมอยู่กับพี่ที่ชมรมแหง ๆ ตอนนี้ตัวผมน่ะหยุดกินแล้วเพราะเริ่มไม่ไหวแต่ไอ้เบสนี่สิดื่มหนักเลย มันเรียกเด็กเสิร์ฟต่อโปรกี่รอบแล้วก็ไม่รู้

 

มึงเป็นไรป้ะเนี่ย ผมดึงแก้วออกจากมือมันไม่ให้กินต่อ

 

ก็เพื่อนทั้งคนนะครับ มีอะไรผิดปกติทำไมผมจะไม่รู้

 

เป็นไรอ่ะ

 

กูถามมึงอยู่ไม่ใช่ให้มึงถามกลับ     

 

เปล่า

 

ตอแหลกูอีกแล้วววว อย่าให้กูเหวี่ยงครับเพื่อน

 

เป็นห่วงก็เป็นห่วง อยากรู้ก็อยากรู้ แต่แน่นอนว่าเพื่อนผมทั้งคนอย่างแรกมันก็ต้องมาก่อนอยู่แล้ว รอไม่นานเบสก็ทิ้งหลังพิงกับเก้าอี้แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมทำท่าเหมือนจะเริ่มเปิดปากเล่า แต่

 

เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแป๊บ

 

จะเปลี่ยนเรื่องป้ะเนี่ย

 

เปลี่ยนเรื่องไรอ่ะ ถึงเวลาเดี๋ยวมึงก็รู้

 

ทำไมทุกคนใจร้ายกับผมแบบนี้ แล้วดูไอ้เบสมันนะพอพูดจบก็สะบัดตูดลุกหนีผมไปเฉยเลย ทิ้งให้ผมเฝ้าโต๊ะแค่คนเดียว

 

แต่หงุดหงิดได้ไม่ถึงนาที ก็มีคนเอาแก้วเย็น ๆ มาสะกิดไหล่ นาย ๆ...

 

เขร้ ! ถ้าผมไม่ค่อย ๆ หันไปมองคงได้สะดุ้งกันอีกแน่ ๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าจะมีสาวไหนมาขอชนแก้ว หรือขอเบอร์ เพราะมันพีคกว่านั้นครับ

 

นี่น่ะไอติมครับ ไอติมผู้น่ารักอย่างกับแคสเปอร์ไง

 

เอ่อ...ขอโทษนะครับ แบบว่ามายืนค้ำหัวผมแล้วไม่คิดจะพูดอะไรสักหน่อยเหรอ แล้วแก้วในมือน่ะจะแกว่งให้เหล้าหกเหรอครับ หรือผมต้องพูดแบบเบสมั้ย อย่างเช่น อยากจะชนกับกู ก็ต้องเข้าหากูก่อนสิวะ อะไรแบบนี้

 

ชื่อไรเหรอ

 

หึหึ...ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปากก่อนจนได้

 

เคิร์ด

 

เราชื่อ...

 

รู้จัก

 

ผมไม่ได้จะตั้งใจกวนตีนเธอนะครับ แต่เธอส่งสายตาหาเรื่องมาหาผมก่อนเอง ดูท่าว่าจะไปรู้อะไรดี ๆ มาแน่ ๆ และคงไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดีเซลแน่นอน ใครที่เคยบอกว่าไอติมน่ารักอย่างกับนางฟ้า ผมนี่อยากอัดวิดีโอให้ดูเลยครับว่าตอนนี้สีหน้าเธอเป็นยังไง จ้องจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อผมแล้วเนี่ย

 

“ขอชนแก้วหน่อยสิ” เธอพูดแล้วเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามผม

 

ทำไมดีเซลถึงปล่อยให้หลุดมาได้วะเนี่ย แต่ก็ตามคอนเซปต์พี่เบนซินเลยครับ

 

 

กริ๊ง...

 

กล้าขอ...ก็กล้าให้

 

 

ตั้งแต่นั่งกันมาตั้งแต่แก้วแรกจนแก้วที่สาม ผมก็ยังไม่รู้เลยครับว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมานั่งที่นี่คืออะไร เพราะเธอเอาแต่พูดเรื่องเก่า ๆ สมัยเรียนไปเรื่อย พูดอยู่นั่นว่าตอนนั้นเธอกับดีเซลสนิทกันแค่ไหน จนกระทั่ง...

 

 

เพล้ง !

 

“มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ !” พูดจบเธอก็ปัดแก้วเหล้าในมือผมหล่นกระจาย

 

โธ่...กูยังไม่ทันได้กินเลย

 

ไอติมกลับเถอะ ไม่ไหวแล้วนะ

 

เห๊อะ...ต้องรอให้มีเรื่องก่อนถึงจะมาตามกันกลับไปได้สินะ แค่คิดว่าดีเซลต้องพาไอติมไปส่งที่บ้านเหมือนเมื่อครั้งที่เคยไปส่งผมคราวก่อน ความหงุดหงิดมันก็ยิ่งทวีคูณกว่าเก่า

 

ไม่ปายยย ! เรายังคุยกับเคิร์ดไม่รู้เรื่องเลยน้า

 

ถามผมยังว่าอยากรู้เรื่องด้วยหรือเปล่า โธ่...ทำไมจะไม่รู้ทันว่ากะมาพูดให้อิจฉาเรื่องเมื่อตอนสมัยเรียนใช่มั้ยล่ะ แต่นั่นน่ะมันเป็นอดีตไปแล้ว ชิส์...

 

คุยวันอื่นก็ได้ พี่ตู้ก็จะกลับแล้วด้วย

 

แต่เรายังไม่อยากกลับนะ !

 

งั้นจะอยู่ที่นี่คนเดียวมั้ย

 

ดีเซล !

 

โอ๊ย ๆ อยากให้เห็นหน้าไอติมจังเลย ท่าทางเพิ่งจะเคยโดนโหมดดาร์กของดีเซลเป็นครั้งแรกสินะ มิน่าล่ะดูไปไม่เป็นเลย นี่อีกนิดเดียวก็จะเบะปากร้องไห้เป็นเด็ก ๆ แล้วเนี่ย

 

ถ้าไม่อยากอยู่คนเดียวก็กลับสิ

 

ก็เรายังคุยไม่รู้เรื่องนี่

 

แล้วจะคุยเรื่องอะไร

 

เออแม่ง ผมก็สงสัยเหมือนกัน ตั้งแต่ไอติมมาที่โต๊ะเธอพูดพล่ามอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมดแต่ไม่ยอมเข้าเรื่องหลักสักที

 

ก็เรื่องที่เคิร์ดแอบชอบดีเซลไง !!!”

 

เชรี่ยยย ! แม่งมาพูดอะไรตอนนี้วะ ทำไมตอนที่คุยกันสองคนถึงไม่ยอมพูด  แล้วแม่งจังหวะโครตดีอ่ะ ดันมาพูดตอนที่ดนตรีจบแล้วด้วยนะ ถึงมันอาจจะไม่ได้ยินกันทั้งร้านเพราะคนเยอะ แต่ที่แน่ ๆ คือไอ้เบส ไอ้กาย และพี่ตู้ที่กำลังเดินมาที่โต๊ะอ่ะได้ยินแน่นอน อ้อ...ยังมีโต๊ะไอ้ผิงที่อยู่ข้าง ๆ ทั้งโต๊ะด้วย โฮรวววว...

 

ถ้าถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม ตอนนี้ทุกสายตาก็พุ่งมาที่ไอ้เคิร์ดนี่แหละครับ

 

ได้ยินมั้ยว่าเคิร์ดชอบดีเซล ได้ยินมั้ยเล่า ฮือออ...”

 

หมดกัน...ผมนี่กุมขมับเลยครับ พอทุกคนเงียบไอติมก็ยิ่งโวยวายและร้องฟูมฟายหนักขึ้นกว่าเดิมโดยไม่มีใครคิดจะเข้าไปห้ามสักคน

 

 

แม่งป่านนี้คงรู้กันหมดทั้งร้านแล้วมั้ง

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #317 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 20:32
    หนุ่มๆในร้านใครอยากปลอบนุ้งเคิร์ดของเราบ้างน้อออออออออออ
    เพื่อมี จะได้เป็นตัวกระตุ้น55555
    #317
    0
  2. #273 นุ๊ก ไนท์กี้. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 01:48
    -ติมหน้าเคสเปอร์ไงค่ะ55555
    #273
    0
  3. #268 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 01:10
    ตลกความเคิร์ดล้อประโยคที่ซินเบสพูด 55555555555 ว่าแต่คู่ซินเบสนี่ยังไงคร๊พี่ ว่าไงพี่ซิน แหม่ะๆ
    #268
    0
  4. #223 K-NaThan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 02:22
    ทอแหลมากค่ะ
    #223
    0
  5. #180 Mistyblack (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 20:27
    เกลียดแม่นาง
    #180
    0
  6. #131 R_T_K07 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 21:06
    โอ้ยยเข้ากับชื่อตอนจิงๆ
    #131
    0
  7. #93 ๏เต้าหู้ขาว๏ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 08:31
    ทำไมทุกคนเศร้าแคต่กุขำ
    #93
    0
  8. #49 Ichasep9 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 06:55
    หน่วงๆในใจ ฮือออ
    #49
    0
  9. #48 Priyapond (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 23:51
    รู้สึกเจ็บแทนเคิร์ดเลยย TUT
    #48
    0
  10. #47 FahSida (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 23:29
    ไอติมเปิดเผยเท่ากับเปิดทางให้เลยนะเธอ หึหึ เมาแล้วๆ
    #47
    0
  11. #46 28256 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 23:27
    เอิ่ม...ดีเซลทำร้ายจิตใจนุงเคิดมากก
    #46
    0
  12. #45 noonpanchanok (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 22:30
    ปล่อยดีเซลไปเหอะ เราไม่ชอบพระเอกเลย อยากให้เคริด์คู่กับใครก็ได้ที่ไม่ใช่ดีเซลอ่ะ
    #45
    0