รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 22 : สีที่ 20 : ดีต่อใจใครๆก็ชอบ (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 347 ครั้ง
    24 ก.ย. 60



สีที่ 20 

เคิร์ด...

 

เคิร์ดทำไมมานอนตรงนี้

 

เคิร์ด !

 

“หือ?

 

แอบนั่งงีบอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีใครมาเขย่าตัว ตอนแรกคิดว่าเป็นนายสถานี แต่พอขยี้ตาจนหายเบลอถึงรู้ว่าเป็นใครบางคน

 

เชรี่ย ! ว่าจะตื่นทุกห้านาที รู้ตัวอีกทียุงกัดเต็มแขนแล้วอ่ะ

 

“มานอนตรงนี้นานหรือยัง”

 

“เอ่อ ก็สักพักอ่ะ”

 

“นี่มันสามทุ่มแล้วนะ แล้วจะกลับยังไง”

 

“ห๊ะ นี่มันสามทุ่มแล้วเหรอ” ผมเด้งตัวขึ้นจากที่นั่งไปมองนาฬิกาแขวนตรงชานชาลา สามทุ่มกว่าแล้วจริง ๆ ด้วยอ่ะ หลับไปนานขนาดนี้มึงควรลาโลกได้แล้วนะเคิร์ด

 

เอ่อ... พอหันกลับมาเจอดีเซลที่มองอยู่ก่อนแล้วก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

 

ทำไมถึงยังไม่กลับบ้านอีกล่ะ

 

เอ่อ...

 

จะให้บอกว่าเผลอหลับก็ดูจะตรงเกินไป น่าอายชะมัด !

 

“เดี๋ยวผมไปส่งขึ้นรถไฟฟ้านะ เคิร์ดยิ่งไม่สบายอยู่ด้วย

 

ไม่ต้องหรอก

 

ถึงก่อนหน้านี้ผมจะดี๊ด๊าดีใจเวลาที่ได้ไปไหนมาไหนกับเขา แต่ด้วยสถานภาพของเราสองคนตอนนี้ ต่อให้ร่างจะพังยังไงผมก็ต้องกลับด้วยตัวเองให้ได้

 

ฉันกลับเองได้ พอได้หลับไปหลายชั่วโมงร่างกายมันก็เริ่มกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง

 

อย่าดื้อเลย ถ้าเป็นอะไรไประหว่างทางจะทำยังไง

 

ฉันแค่เป็นหวัดนะไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย” ผมเถียง “ขอบใจมากที่เป็นห่วงแต่ว่าเราแยกกันตรงนี้ดีกว่า ผมเดินออกมาโดยไม่รอให้เขาตอบ

 

ถ้ายังขืนต่อปากต่อคำมากกว่านี้ ผมคงเป็นบ้าเพราะนิสัยขี้เป็นห่วงของเขาแน่ ๆ

 

หมับ !

 

วันนี้ผมยืมมอเตอร์ไซค์เพื่อนมา เดี๋ยวไปส่ง”

 

โอ๊ย ! นี่จะให้ความหวังผมไปถึงไหนกันวะ

 

เอะอะก็บอกว่าเพื่อน เอะอะก็บอกว่าไม่ได้คิดอะไร แต่การกระทำแม่งโคตรสวนทาง ชักทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย

ผมดึงผ้าปิดปากออกจากหน้าตัวเอง พอเหอะดีเซล นายจะมาทำดีกับฉันเพื่ออะไรวะ รู้มั้ยว่ายิ่งนายทำดีกับฉันมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งคิดเข้าข้างตัวเองไปเรื่อย ๆ เข้าใจกันบ้างสิวะ”

 

แล้วผมเป็นห่วงเพื่อนตัวเองไม่ได้เหรอ ดีเซลเสียงอ่อยลง แต่คำว่า เพื่อนกลับดังชัดเจน

 

ได้ ! แต่มันจะต้องไม่มากเกินไปจนทำให้เพื่อนนายเข้าใจผิด” ผมหยุดกลืนน้ำลายสักพัก “จนเผลอคิดกับนายมากกว่าที่นายคิดกับเขา

 

ใช่เรื่องมั้ยที่คนเป็นไข้ต้องมาตะเบ็งเสียงกลางสถานีรถไฟปาว ๆ เจ็บคอก็เจ็บ แต่ถ้าไม่พูดให้ชัดเจนดีเซลก็คงไม่เข้าใจ

 

ผม...ไม่ได้ตั้งใจ

 

นายไม่ผิดหรอก แต่ในเมื่อรู้อย่างนี้ก็หยุดเถอะ ฉันจะได้ไม่เข้าใจผิดไปมากกว่านี้ เสียงของผมอ่อนลงกว่าเดิมเยอะ

 

ดีเซลไม่ได้เอ่ยปากว่าจะทำหรือไม่ทำให้ เขาได้ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนผมเหนื่อยใจ

 

กลับแล้วนะ

 

เคิร์ด...

 

อะไรอีกล่ะ

 

ให้เวลาผมหน่อยไม่ได้เหรอ

 

ในขณะที่ผมเกือบจะเหวี่ยงใส่แต่ประโยคถัดมาก็ทำเอาใจสั่นแรง หัวใจดวงน้อย ๆ ของผมมันกำลังจะพองโต แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเข้าข้างตัวเองมากเกินไป ผมเลยหรี่ตามองคนข้างหน้าอีกครั้ง

 

ฮะ...เมื่อกี้นี้นายว่าไงนะ

 

ผมขอเวลาหน่อยได้มั้ย ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไง นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนทำแบบนี้กับผม

 

จริง ๆ ผมว่าน่าจะมีคนทำแบบนี้กับเขาแล้วนะ แต่มันไม่ได้ชัดเจนเท่าผมไง อย่าลืมนะว่าผมดึงเขาไปจูบเลย คนอื่นคงไม่กล้าทำแบบผมแน่ ๆ

 

ผมไม่รู้จะทำยังไงเพื่อตอบแทนสิ่งที่เคิร์ดให้มา

 

อ่ะหือ...พอได้ยินแบบนี้สมองฝั่งตัวร้ายก็บอกว่า มันจะไปยากอะไรก็แค่รับผิดชอบความรู้สึกของผมไง ส่วนสมองฝั่งเทวดากลับบอกว่า การที่เขาต้องมารับผิดชอบความรู้สึกของผมเพียงเพราะผมทำดีกับเขา มันจะเป็นการฝืนใจกันซะเปล่า ๆ เกิดวันนึงทนไม่ได้ขึ้นมา มันจะยิ่งเจ็บไปมากกว่านี้

 

 ไม่ต้องหรอก นายไม่ต้องฝืนใจทำอะไรทั้งนั้นถ้านายไม่ได้คิดอะไร ปล่อยมันไปแบบนั้นอ่ะดีแล้ว กับคนที่เข้าใจยากอย่างดีเซล การปล่อยให้เขาได้ทำตามใจตัวเองจะดีมากกว่าการถูกบังคับหรือจำใจทำ

 

เพราะถ้าหากวันนึงนายมาคิดได้ว่า จริง ๆ แล้วนายไม่ได้คิดแบบที่ฉันคิด สุดท้าย...ก็เป็นแค่ฉันคนเดียวอยู่ดีที่ต้องเสียใจ

 

เคิร์ด...ผมไม่อยากให้เคิร์ดต้องเป็นแบบนี้นะ

 

แบบไหนอ่ะ

 

ดีเซลเงียบไปสักพักเหมือนกำลังพยายามหาคำตอบให้ตัวเอง

 

“ถ้าตอบไม่ได้ก็อย่าให้ความหวังกันดีกว่า”

 

 

Rrrr !

 

ความเงียบระหว่างเราถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ผมเอง พอหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบสที่โทรมาตามสัญญา

 

ฮัลโหลเบส...กูยังไม่ถึงบ้านเลยว่ะ” โดนดุจริง ๆ ด้วย “เผลอหลับไปดิ...เออเดี๋ยวกูกลับรถไฟฟ้า...เออ ๆ ไหวดิวะ ถึงบ้านแล้วเดี๋ยวกูโทรกลับอีกที...มึงจะมาทำไมเล่ากูจะกลับละเนี่ย

 

หลังจากที่ได้บ่นไปชุดใหญ่เบสถึงยอมวางสาย และผมก็ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับคนหน้านิ่งอีกครั้ง

 

ขอบใจมากนะที่มา แต่เดี๋ยวฉันกลับเองดีกว่า

 

จะว่าไปผมก็ยังไม่รู้เลยนะว่าดึกป่านนี้แล้วเขามาทำอะไรที่สถานีรถไฟ

 

ให้ผมไปส่งไม่ได้เหรอ

 

ได้สิ...ผมยัดผ้าปิดปากที่ไม่ใช้แล้วลงกระเป๋าแล้วยิ้มให้อีกคน แต่ไม่ใช่วันนี้ เอาไว้คราวหน้าฉันจะให้นายไปส่งแล้วกันนะ

 

ผมไม่อยากให้ตัวเองและเขาต้องอึดอัดใจไปมากกว่านี้ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าถ้าดีเซลไม่ได้รู้สึกอะไรก็อย่าให้เขาต้องพยายามทำดีกับผมเลย เลือกเดินออกมาให้เขามีเวลาคิดทบทวนว่าจริง ๆ แล้วเขารู้สึกยังไงจะดีกว่า

 

แล้วอีกอย่างนะ...ดีเซลอาจจะไม่ได้เป็นแบบผม แบบที่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็คิดไปเองว่าเขาทำดีกับเราแค่คนเดียว ทั้งที่ความจริงเขาทำแบบนั้นกับทุกคนในฐานะเพื่อนอย่างเท่าเทียมกัน

 

ครั้งนี้ดีเซลปล่อยให้ผมเดินออกมาโดยไม่รั้งไว้ ถึงจะใจหายนิด ๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาควรทำแล้ว

 

 

 

 

 

 

Diesel' s Part

 

ผมได้แต่ยืนมองหลังคนที่เพิ่งเดินจากไป เมื่อวานนี้ผมเก็บเรื่องเขาไปคิดทั้งคืนและตัดสินใจว่าวันนี้จะพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเพื่อที่อีกคนจะได้ไม่ต้องคิดมาก แต่กลับเป็นเคิร์ดเสียเองที่เอาแต่หลบหน้าผม

 

ตอนที่เห็นเขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมผ้าปิดปาก ผมรู้สึกเป็นห่วงเขามากจริง ๆ นะ แต่ดูเหมือนว่าเขาพยายามจะปิดหูปิดตาไม่รับรู้ความรู้สึกอะไรจากผมเลย ถ้าเพียงเขาจะสังเกตผมสักนิดก็จะรู้ว่าวันนี้ผมเองก็สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเหมือนกัน ทั้งการถอนหายใจอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ทั้งการขยี้หัวระบายอารมณ์อย่างคนขี้โมโห เมื่อก่อนผมเคยเป็นแบบนี้ที่ไหนล่ะ

 

แต่ที่ผมเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เพราะการกระทำของเคิร์ดนะ แต่เป็นเพราะผมอธิบายความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ไม่ได้ต่างหาก ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรทำไมต้องรู้เจ็บปวดไปกับอีกฝ่ายตอนที่ผมบอกว่าคิดกับเขาแค่เพื่อน

 

บางทีผมอาจจะต้องกลับมาคิดใหม่ ว่าความรู้สึกนั้นมันถูกต้องหรือเปล่า หรือผมแค่อยากจะกลบเกลื่อนอะไรบางอย่างแค่นั้น

 

 

Rrrr !

 

ครับ...

 

เฮ้ย ! เสร็จยังวะ ไมมึงถ่ายนานจัง

 

กำลังจะกลับแล้ว

 

เออ ๆ รีบกลับมานะ แพรก็กลับไปแล้วมีกูอยู่คนเดียวแล้วเนี่ย

 

อืม

 

 

แวบแรกที่เห็นเคิร์ดหลับตรงเก้าอี้ที่สถานีรถไฟ ผมก็รีบวิ่งเข้าไปหาจนขาสองข้างแทบพันกันเพราะกลัวว่าพิษไข้ที่เป็นอยู่จะทำให้เขาเป็นอะไรไป โชคดีที่เขาดูดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายอย่างเห็นได้ชัด ไม่อย่างนั้นคงได้บังคับไปหาหมอจริง ๆ

 

ผมหันกลับไปมองเก้าอี้ตัวที่เคิร์ดแอบหลับอีกครั้งแล้วถ่ายรูปไว้หนึ่งใบก่อนจะกลับไปห้องชมรม ที่ผมบังเอิญมาเจอเคิร์ดวันนี้เป็นเพราะได้รับมอบหมายงานด่วนให้มาถ่ายรูปสถานีรถไฟตอนกลางคืนซึ่งเป็นโปรเจ็คใหม่ที่ทางชมรมเพิ่งได้รับมา เลยเลือกถ่ายสถานีนี้เป็นที่ที่สอง ถ้ารู้ว่าจะมาเจอเคิร์ดหลับที่นี่ผมคงมาเป็นที่แรกแล้ว

 

 

ไม่กลับไปอ่านหนังสือเหรอวะ จะสอบแล้วนะ

 

“…”

 

เออกูลืมไป มึงจะอ่านหรือไม่อ่านเกรดมึงก็ไม่เคยต่ำกว่า B อยู่ละ

 

“...

 

แต่ถ้ามึงกลับไปจริง ๆ กูก็ต้องอยู่ท่ามกลางตึกที่น่ากลัวแบบนี้คนเดียวน่ะสิ จริงมั้...

 

โอ๊ยยย !

 

พี่ตู้ถึงกับชะงักไปทันทีที่ผมตะโกนใส่ ก็นะปกติผมเคยหืออือกับใครเขาที่ไหน แต่วันนี้มันอดไม่ไหวจริงมันรู้สึกอึดอัดยังไงไม่รู้

 

มึงเป็นอะไร โอเคมั้ยยย

 

ผมไม่ตอบเพราะไม่อยากเอาความหงุดหงิดไปลงที่พี่ตู้

 

ไอ้น้องเครียดไรบอกกูได้นะเว้ย เงียบ ๆ แบบนี้กูนี่เสียววาบเลย

 

ไม่มีไรหรอก

 

ตอแหล !

 

นี่ถ้าไม่ใช่พี่ตู้ ผมอาจจะด่ากลับไปแล้วก็ได้แต่พอดีเห็นเป็นพี่ไงเลยทำได้แค่ส่งสายตาค้อนหนัก ๆ ไปให้ก่อนจะหันกลับไปนั่งกุมขมับทั้ง ๆ ที่เปิดคอมเตรียมทำงานแล้วแท้ ๆ

 

เฮ้ยเซลถึงกูจะช่วยไรไม่ค่อยได้ แต่ก็ดีกว่าเก็บไว้คนเดียวนะ พี่ตู้ว่าพลางตบไหล่ผมเบา ๆ

 

ไม่ได้เป็นเรื่องอะไรใหญ่โตหรอก

 

แน่ใจ? โกหกให้หมาที่โรงอาหารฟังมันยังไม่เชื่อมึงเลย

 

ผมก้มลงมองมือตัวเองเพราะไม่กล้าสบตารุ่นพี่

 

ตกลงมีอะไรวะพี่ตู้จริงจังถึงขนาดเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ แทนการยืน และสวมบทบาทพี่ชายที่ดี ไหนเล่ามาซิว่าเป็นอะไร พี่ตู้จะได้ช่วยน้องได้ไงครับ

 

ถ้ามีคนมาชอบพี่ พี่จะทำยังไง

 

หา?

 

พี่ตู้หน้าตาเหยเกเพราะความสงสัยจากคำถามที่ผมยิงไป ส่วนผมก็นั่งกุมมือตัวเองอยู่แบบนั้น

 

โถ่ไอ้น้อง เรื่องแค่เนี้ย ! ทำไมต้องเครียดขนาดนั้นวะ

 

แค่นี้...เหรอ?

 

เออสิวะ กูก็คิดว่ามึงเป็นอะไรที่แท้ก็เรื่องหัวใจนี่เอง อิอิ

 

มาอีกแล้วครับ อิอิเนี่ย ผมส่ายหัวให้กับที่ปรึกษาที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว และหันกลับมาเซฟงานในคอมพิวเตอร์ลงแฟลชไดรฟ์

 

ทำไมวะ ใครมาบอกชอบมึงเหรอ พอเห็นผมไม่ตอบก็เร่งถามต่อ หรือว่าเขาหน้าตาไม่ดี หรือว่าเขาแอบสะกดรอยมึง

 

ไปกันใหญ่แล้วพี่ตู้

 

แล้วถ้างั้นมึงเป็นอะไร เวลามีคนมารักมาชอบมันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ เขาไม่ได้มาด่ามึงซะเมื่อไร

 

พี่ตู้... ผมผละออกจากงานตรงหน้าแล้วหันหน้าไปหาพี่ตู้เพื่อคุยกันอย่างจริงจัง ผมดูเป็นคนชอบให้ความหวังคนมากเลยเหรอ

 

ยังไงวะ คู่สนทนาทำหน้าสงสัย

 

ไม่รู้สิ แต่มีคนบอกว่าผมชอบทำเหมือนว่ากำลังคิดอะไรกับเขาอยู่

 

อย่างมึงเนี่ยนะ แล้วมึงไปทำอะไรเขามาล่ะ จับมือ? ลูบหัว? หรืออะไรแล้วนี่หมายถึงใครเนี่ย...ไอติมเหรอ?

 

เปล่า

 

อ้าว ! พี่ตู้ทำหน้าตกใจเหมือนไม่เชื่อที่ได้ยิน “แล้วใครวะ?

 

ผู้ชายน่ะ

 

เหี้ยยยย ! นี่มึงมีเสน่ห์กับพวกเดียวกันด้วยเหรอวะ...เกย์เหรอ

 

เขาไม่ใช่เกย์

 

ฮั่นแน่ ! แก้ตัวแทนเขาอีก งั้นแสดงว่าที่มึงเครียดก็เพราะว่าเขาเป็นผู้ชายด้วยกันใช่มั้ย

 

“อืม แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรด้วยจริง ๆ นี่ แค่เห็นว่าเป็นเพื่อนคนนึงแค่นั้น

 

ผมเปิดปากเล่าให้พี่ตู้ฟังหมดทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงานที่ต้องทำด้วยกัน หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัว เช่นเวลาไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างกินข้าว กินเหล้า รวมไปถึงท่าทีที่ผมมีต่ออีกฝ่าย เรียกได้ว่าเล่าจนหมดเปลือกยกเว้นก็แต่ชื่อที่ไม่ได้เอ่ยถึง

 

 อืม ฟังจากที่มึงเล่ามากูก็เริ่มเข้าใจหัวอกของคน ๆ นั้นแล้วแหละ มึงนี่ก็ใจดีกับเขาเหลือเกินเนาะ ถ้าหากเจอแบบนี้เข้าไปเป็นใครมันก็ต้องคิดบ้างแหละ และอีกอย่างนะ...

 

พี่ตู้เงียบไปสักพักอย่างชั่งใจแล้วก็พูดต่อ กูว่ามึง อ่อยเขาโดยที่มึงไม่รู้ตัวแล้วล่ะ

 

บ้าไปแล้ว อ่อยอะไร อ่อยที่ไหน ผมไม่เคยทำสักหน่อย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำลงไปมันก็เป็นแค่ความหวังดีที่มีให้กับเพื่อนคนนึงแค่นั้นเอง

 

ลองไปถามไอติม ถามชีตาห์ ถามเอฟ หรือถามเพื่อนคนไหนก็ได้ เพราะผมก็ทำแบบนี้หมดแหละ ถึงแม้ว่าตอนที่ทำให้เคิร์ดจะรู้สึกพิเศษกว่าก็เถอะ

 

 กูรู้ว่ามันยากแต่มึงลองทำตัวเหมือนปกติดูสิ ทำเหมือนว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่าให้ต้องเสียเพื่อนดี ๆ ไปคนนึงเลยนะ มันไม่คุ้มหรอกเชื่อกู

 

ผมกำลังคิดตามที่พี่ตู้แนะนำ ถ้าผมทำตัวปกติแล้วแต่อีกคนยังไม่ยอมกลับมาเป็นเหมือนเดิมล่ะ ถ้าเขายังเป็นอย่างวันนี้ล่ะ...ผมจะทำยังไงดี

 

เอ้า ! รีบเซฟแล้วก็รีบกลับหอไปเถอะมึงอ่ะ กูจะปิดห้องแล้ว

 

 

 

 

Bases Part

หลังจากที่รู้ว่าเคิร์ดเผลอหลับในสถานีรถไฟจนดึก ผมก็รู้สึกเป็นห่วงจนไม่เป็นอันทำอะไร จะออกไปหาก็ไม่ให้ไป จะไปรับมานอนด้วยกันก็ไม่มา แล้วนี่ไลน์ไปก็ไม่ตอบสักที ไม่รู้ว่าป่านนี้จะกลับถึงบ้านหรือยัง

 

ตื้ดด...ตื้ดด

 

เฮ้อ...สุดท้ายก็ห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนกดเบอร์โทรออกอีกรอบจนได้

 

 

ว่าไงมึง?

 

มึงถึงบ้านยังเนี่ย

 

ถึงแล้ว ๆ เออโทษทีกูลืมโทรหาอ่ะ

 

เออไม่เป็นไร แล้ว...มึงจะนอนยัง

 

ยังว่ะ เดี๋ยวอ่านหนังสือสักวิชาแล้วค่อยไปนอน”

 

“แต่มึงไม่สบายอยู่นะ”

 

“เออกูรู้ ว่าแต่มึงอ่ะ ไหนบอกว่ามีอะไรจะคุยกับกูไม่ใช่เหรอวะ

 

อ๋อ...เออ...

 

อุตส่าห์เตรียมคำพูดมาซะดิบดี แต่พอได้ยินเสียงปลายสายเท่านั้นแหละ ไอ้ที่ท่อง ๆ มาแม่งหายเกลี้ยงเลย

 

ไอ้เคิร์ด กูถามไรมึงอย่างดิ หลังจากที่เงียบไปอึดใจผมก็ยอมเอ่ยปาก

 

ว่ามาโลด

 

ถ้ามีคนมาบอกว่าชอบมึง มึงจะทำยังไงวะ

 

เหยด ! วันนี้มาแปลกนะไอ้เบส ทำไมวะหรือว่ามึงชอบใคร

 

เออน่า บอกกูมาก่อน

 

เอ๊า ! ไอ้นี่ เออ ๆ ก็คงต้องดูก่อนแหละว่าเขาเป็นคนยังไง เคยรู้จักกันมาก่อนรึเปล่า

 

แล้วถ้าเคยล่ะวะ แบบ...แบบเป็นเพื่อนกันมาก่อนไรงี้

 

ก็...ถ้าเป็นแบบนั้นกูคงคิดนานอ่ะ อาจจะแบบว่าขอบคุณเขา แต่ก็คงไม่ได้พูดความรู้สึกที่มีต่อเขาไปหรอก เพราะถ้าเป็นเพื่อนกันกูก็กลัวว่าจะเสียเขาไป กูว่าถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วมันยั่งยืนกว่าก็ให้เป็นเพื่อนกันต่อไปอ่ะดีแล้ว”

 

“มึงคิดงั้นเหรอ”

 

“อืม แต่ถึงพูดแบบนี้ก็เถอะ พอเอาเข้าจริง ๆ กูก็คงขอเวลาเขาสักหน่อยแหละ กูคงกลับมาคิดทบทวนแบบคิดแล้วคิดอีก ถ้าหากผลลัพธ์มันออกมาว่าอยากจะสานสัมพันธ์ต่อไปในสถานะที่มากกว่าความเป็นเพื่อน กูก็คงจะตอบรับเขาไปนั่นแหละ แล้วนี่มึงจะบอกกูได้รึยังว่ามึงชอบใคร กูรู้จักมั้ย ไปเจอกันตั้งแต่เมื่อไรทำไมกูไม่เคยรู้เลย

 

มึงไม่รู้เหรอวะ

 

เออดิ มึงเคยพาใครมาให้เพื่อนเห็นหน้าเห็นตาบ้างมั้ยล่ะ เอาแต่เรียนกับนั่งหล่อไปวัน ๆ ไม่ก็นั่งคุยกับแม่

 

มึงสังเกตกูขนาดนั้นเลยเหรอ

 

ก็มึงทำให้กูเห็นรึเปล่าล่ะ ไอ้สัสหนิไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลย บอกมาเดี๋ยวนี้มึงชอบใคร

 

เป็นคนที่มึงรู้จักอ่ะ

 

สาสสสส อย่ามาลีลาสิฟระ ! ถ้ามึงช้าอีกนิดกูจะวางสายแล้ว แล้วกูจะไม่คุยกับมึงอีก ต่อให้ตายไปชาติหน้ากูก็จะไม่คุยกับมึง มึงก็รู้นี่ว่ากูอยากรู้เรื่องเพื่อนขนาดไหน เรื่องเพื่อนก็เหมือนเรื่องของกู กูเคยบอกไปแล้...

 

 

กูชอบ...มึงนั่นแหละ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 347 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #441 Tk0954519300 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 15:04
    อ่ะ สามเส้าไปอี้กกกกกกกกกก
    #441
    0
  2. #439 swnntg (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 18:44
    อ่ะ ทีมเบส +1
    #439
    0
  3. #393 ilee2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 13:08
    ทีมเบสได้ป่ะ 555
    #393
    0
  4. #382 Khunkhaoz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 20:49
    ฉันชอบใครเขาก็ไม่ชอบฉัน พอเขามาชอบเราเราก็ไม่ชอบเขาเหมือนกัน เพลงพี่สแตมป์มาค่ะ ฮ่าๆๆ
    #382
    0
  5. #316 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 20:24
    มาตอนที่เคิร์ดอยากทำใจกับเรื่องดีเซลพอดี ต้มน้ำแปป เดี๋ยวรอลวกเส้น55
    #316
    0
  6. #266 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 01:01
    เอาละ .. บรรยากาศเริ่มขุ่นมัวไปหมดแล้วจุ้ย เราว่าอย่างดีเซลต้องมีตัวกระตุ้นหน่อยละม้างงง
    #266
    0
  7. #238 toeisptry (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 19:47
    ครับ ไม่ดีต่อใตเลยย
    #238
    0
  8. #179 Mistyblack (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 20:16
    อ่าวเฮ้ย แจ๊คพอต
    #179
    0
  9. #130 R_T_K07 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 20:58
    อ่าวเฮ้ยไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา #พีคมั๊กๆ0_o
    #130
    0
  10. #44 04042545 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 00:46
    โอ้วพีค! สตั้นแดกจุดเลยสิคะ555
    #44
    0
  11. #43 Pople (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 12:08
    เบสมาช่วงที่ใจอ่อนแอว่ะ ดีเซลรีบๆรู้ตัวเดี๋ยวนี้นะ
    #43
    0
  12. #42 noonpanchanok (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 08:10
    เราเชียร์เบสได้ไหมอ่ะ อยากให้คู่กับเคริด์
    #42
    0
  13. #41 lee nijinki (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 01:47
    โอ๊ย ไม่ๆๆๆๆ ต้องไม่เป็นอย่างนี้นะ ยังไม่ทันรู้เนื้อเรื่องต่อเลย 5555
    เคิร์ดลูก ให้เวลาดีเซลหน่อยนะ ถึงแม้ว่านางจะยังไงก็ตาม
    ส่วนเบส หลบไปไกลๆค่ะ ความสัมพันของเขายังไม่มั่นคงอยู่ อย่ามายุ่ง เชิญทางอื่นค่ะ
    #41
    0
  14. #40 Rósè Äpplë (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 01:15
    ...อยากได้ดราม่า...แต่ก็ไม่อยากได้...เอ๊ะยังไงกันแน่...อยากให้หวานจนยิ้มแก้มปลิ...แต่ก็อยากร้องไห้จนตาบวม...โอ๊ยยงงกับตัวเองละพอๆ////เอาเป็นว่าข้ามเม้นนีไปคนพิมมันบ้า
    #40
    0
  15. #39 Sehun40610 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 23:37
    ไรท์ไม่ขอดราม่านะะะะะะะ ฮื่ออออ
    #39
    0
  16. #38 FahSida (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 23:08
    รักสามเส้าเราสามคนมาก นี่กว่าดีเซลจะรู้ตัวเคิร์ดคงไม่คบกับเบสไปแล้วหรอกนะ ภาวนาให้เบนซินจับเบสเขมือบ
    #38
    0
  17. #37 28256 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 22:51
    มีความดราม่าT^T
    #37
    0