รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 19 : สีที่ 18 : ละครฉากสุดท้าย (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 317 ครั้ง
    14 พ.ย. 62




สีที่ 18

 

“ไอ้เบส มึงไปทำเหี้ยไรมาแล้วปิดบังกูป้ะ”

 

“เปล่านี่”

 

“เปล่าเหี้ยไรวะ ก็เห็นอยู่ว่ามึงไม่อยากคุยกับกูอ่ะ”

 

วันนี้เบสมันแปลกจริง ๆ นะ ชวนคุยยังไงก็ไม่ยอมคุยด้วยได้แต่พยักหน้า

 

“ทีไอ้กายถามมึงคำเดียวมึงยังตอบยาวได้ แต่พอกูถามมั่ง มึงตอบ อืม ๆ แค่นั้น แล้วจะให้กูคิดไง”

 

“กูไม่ได้เป็นไรมึงแม่งคิดไปเอง เดี๋ยวกูกลับก่อนนะมีนัดกับพี่บิ๊ก”

 

“นัดยิ้มเหรอ” ไอ้กายถาม

 

“ยิ้มบ้านมึงสิ เขาจะให้กูไปเดินขบวนกีฬามหาลัยเว้ย”

 

“อ้าวพี่บิ๊กก็นัดมึงเหรอ”

 

“อืม” นั่นไง ตอบสั้น ๆ อีกแล้วเห็นมั้ย “กูไปก่อนนะ เดี๋ยวสาย”

 

“เฮ้ย !”

 

อะไรวะพูดแค่นั้นแล้วก็เดินหนีไปเฉยเลย พอจะเรียกก็เรียกไม่ทัน เลยได้แต่หันไปมองไอ้กายที่ยืนยักไหล่ให้ทำนองว่า ‘กูก็ไม่รู้’

 

“แม่งเป็นอะไรวะเนี่ย”

 

“มึงไปทำอะไรให้มันโกรธป้ะล่ะ”

 

“จะโกรธอะไรกูวะ เมื่อวันศุกร์ยังดี ๆ อยู่เลย”

 

“หรือมึงแอบชอบคนเดียวกันกับมัน”

 

“คนเดียวกันเหี้ยไร มันชอบใครกูยังไม่รู้เลยเนี่ย”

 

โอ๊ยยย ! ทำแบบนี้แม่งสองมาตรฐานชัด ๆ คุยกับกายแต่ไม่คุยกับกู

 

“เคิร์ด ไหนมึงบอกว่าวันนี้มีถ่ายซีนสุดท้ายไง แล้วไม่รีบไปล่ะ”

 

“เออว่ะ สี่โมงกว่าแล้วด้วย งั้นเดี๋ยวกูไปก่อนนะ”

 

ผมรีบเอาช็อปกรมออกจากกระเป๋ามาเปลี่ยนใส่แทนช็อปแดงของตัวเองก่อนจะรีบบึ่งไปคณะวิศวะ งานนี้ต้องขอบคุณมะนาวจริง ๆ ที่ทำให้ผมเนียนไปกับเด็กคณะนั้นได้ แต่พอเดินออกมาจากตึกได้ไม่ไกลฟ้าก็เริ่มมืดเหมือนฝนกำลังจะตั้งเค้า แถมยังมีลมเย็น ๆ มาปะทะที่หน้าอย่างจัง อีกไม่นานฝนต้องตกหนักแน่ ๆ เพราะงั้นก็วิ่งสิครับจะรออะไร คณะอยู่ตรงข้ามกันแค่นี้ อีกอึดใจเดียวก็ถ่ายฉากสุดท้ายเสร็จละ เราต้องไปให้ทันให้ได้....เพื่อนรออยู่ !

 

 

 

 

 

……………………………………………………………………………

 

 

 

 

“ห๊ะ เปลี่ยนบท?

 

“ช่ายยย เปลี่ยนนิดหน่อยตรงก่อนที่จะถึงฉากจูจุ๊บกันที่ห้องน่ะ” พิมรับหน้าที่เป็นคนอธิบายแทนเป๊ก “คือบทเดิมเนี่ยจะมีแค่ตอนที่ดีเซลกับเคิร์ดไปติวหนังสือที่ห้องใช่มั้ยล่ะ ทีนี้พอเห็นบรรยากาศวันนี้แล้วเราก็เลยเกิดปิ๊งฉากใหม่ขึ้นมาได้”

 

บอกตรง ๆ ว่าผมไม่ไว้ใจแววตาวิบวับของพิมเลย แต่ก็ยอมให้เธอพูดไปเรื่อย ๆ ไม่ขัด

 

“ถ้าหากเราให้เคิร์ดกับดีเซลวิ่งฝ่าสายฝนกลับไปที่หอพักด้วยกัน มันก็คงจะโรแมนติกมากเลยเนอะว่ามั้ย”

 

ผมไม่คิดเลยว่าลัทธิสาววายจะส่งผลกับพิมได้ถึงขนาดที่ขอให้เปลี่ยนบทกะทันหัน แถมเป๊กยังเห็นชอบให้ผ่านมติอีกด้วย

 

“แล้วจะถ่ายกันยังไงล่ะ” ดีเซลเป็นคนถาม

 

แน่นอนว่าเราไม่ใช่มืออาชีพถึงขั้นจะไปถ่ายกลางฝนกันได้ และกว่าจะวิ่งไปถึงหอ ถ้าไม่โดนฟ้าฝ่าตายก็คงวิ่งลื่นล้มหัวฟาดฟื้นตายก่อน

 

“เอาแค่พากันวิ่งตากฝนจากตรงนี้ไปถึงตรงโน้นก็พอ เดี๋ยวเราไปยืนถ่ายตรงนั้นแล้วใช้วิธีซูมเอา” เป๊กพูดอย่างเชี่ยวชาญพลางชี้นิ้วไปตามจุดต่าง ๆ

 

อ๋อ...ต่อบทกันไม่สะดุดขนาดนี้แสดงว่าเตรียมกันมาแล้วสินะ

 

แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้อยู่ดี “เป๊กมีแผนสำรองมั้ย ถ้าหากฝนไม่ตกจะทำยังไง เราไม่ต้องเสียเวลาฟรีไปหนึ่งวันเหรอ”

 

“เชื่อเราดิ อีกไม่นานก็ตกหนักแน่นอน” เป๊กพูดด้วยความมั่นใจก่อนจะลุกขึ้นไปเตรียมอุปกรณ์ “เออ...งั้นเดี๋ยวเราบรีฟให้พวกนายก่อนเลยดีกว่า ตอนฝนตกจะได้ไม่เสียเวลา”

 

ในเมื่อขัดอะไรไม่ได้ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย ผมกับดีเซลเดินตามเป๊กไปยังจุดแรก

 

“เดี๋ยวเราจะเริ่มกันจากตรงนี้ เคิร์ดกับดีเซลต้องวิ่งไปจนถึงทางเดินของภาควัดคุม แล้วเราจะไปรอถ่ายอยู่ตรงนั้น อ้อ ! ย้ำนะว่าพอฝนเริ่มตกก็วิ่งไปได้เลย และขอเทคเดียวผ่านนะ”

 

“จ้ะ”

 

แม่งสั่งยิ่งกว่าแม่อีก กูล่ะอ่อนใจจริง ๆ

 

หลังจากบรีฟทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทั้งเป๊ก พิม มะนาวก็พากันเดินไปที่จุดสแตนด์บายพร้อมถ่ายทำ ทิ้งให้ผมกับดีเซลนั่งอยู่ที่โรงอาหารสองคน

 

“ฝนจะตกแบบนี้คงไปกินข้าวไม่ได้แน่ ๆ เลยอ่ะ”

 

ลมด้านนอกเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ อีกไม่นานฝนคงจะตกอย่างที่เป๊กว่าจริง ๆ

 

“ไว้วันอื่นก็ได้”

 

“เฮ้อ อุตส่าห์ตั้งใจไว้แล้วแท้ ๆ คิดว่าจะได้ปิดกล้องอย่างพวกดาราเขาบ้าง ฮ่า ฮ่า”

 

อย่าด่าผมเลยครับ กำลังมโนสุดฤทธิ์เลยนะเนี่ย

 

“หึ หึ...เออแล้วเรื่องรูปที่ส่งให้อ่ะเป็นไง ชอบมั้ย”

 

“ชอบดิ ชอบมากกกก คือรูปในเฟสนายที่ฉันเคยไปส่องฉันว่ามันก็สวยมากแล้วนะ แต่พอมาเจอรูปที่นายส่งให้นี่แบบ...โคตรสวยเลยอ่ะ”

 

ผมเน้นชัด ๆ เพื่อให้เขารู้ว่าผมชอบมากขนาดไหน อย่าให้ต้องพรรณนาถึงความงามในภาพถ่าย by ดีเซลเลยครับ คือทุกรูปมันสวยจนเลือกยากไปหมด เวลาเกือบทั้งวันหมดไปกับการนั่งเลือกรูปที่จะเอาไปตั้งโปรไฟล์ รูปนั้นก็ดีรูปนี้ก็สวย ต่อให้การโพสท่าของผมมันจะกากเข้าขั้นวิกฤตแค่ไหน แต่ดูรวม ๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกินนนน...

 

“แต่ผมชอบรูปนี้มากเลยนะ” ดีเซลล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าด้านในของช็อปก่อนจะเปิดให้ผมดู “นี่ ๆ รูปนี้”

มันคือรูปเซ็ตเดียวกับที่ถ่ายโปรโมทคณะนั่นแหละครับ เป็นรูปที่ผมใส่ช็อปสีแดงเลือดนก ดูจากในรูปแล้วน่าจะเป็นตอนที่ยืนอยู่บนเรือนกลางสระน้ำเพราะพื้นหลังของภาพมีแค่อาคารที่เป็นหอประชุมใหญ่ที่อยู่ติดกับคณะผม และท้องฟ้าสีส้มไล่เฉดกันสวยมาก ส่วนผมน่ะเหรอ ไอ้เหี้ยยย...หล่อออ หล่อจนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย คือองค์ประกอบทุกอย่างในรูปมันทำให้ผมดูดีมากจริง ๆ อันนี้ไม่ได้อวยตัวเอง

 

ท่าที่ผมโพสมันก็เป็นท่าง่าย ๆ อย่างการยืนโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยและเท้าแขนไว้ที่ระเบียงของเรือน สายตาคมมองทอดยาวออกไปยังวิวทิวทัศน์ เท่าที่จำได้ตอนนั้นผมมโนว่าข้างหน้าเป็นทุ่งลาเวนเดอร์กว้าง ผมยิ้มแบบที่ผมชอบทำให้กับภาพมโนนั้น ยิ้มจนตาเกือบหยีเหมือนยิ้มให้เพื่อน ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วในตอนนั้นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นตัวเงินตัวทองที่คลานอยู่แถวนั้นต่างหาก

 

โอ้พระเจ้า เพอร์เฟกต์ขนาดนี้ทำไมดีเซลไม่ส่งรูปนี้ให้ผมวะ

 

“ไม่เห็นส่งรูปนี้ให้เลยอ่ะ”

 

“มันเป็นความลับ”

 

“ความลับอะไร”

 

“เวลาส่งให้ส่วนกลาง จะต้องมีหนึ่งรูปที่ห้ามให้ใครเห็นเพราะต้องเอาไปสกรีนรวมกับข้อคิดที่ผมเคยให้เคิร์ดเขียนลงกระดาษในวันที่ถ่ายเสร็จวันนั้นแหละ”

 

“อ๋อ...” มีงี้ด้วยเว้ย “แล้วส่วนกลางเขาเป็นคนเลือกเหรอว่าจะเอารูปไหน”

 

“เปล่า”

 

“อ้าว”

 

“ก็ถ้าผมชอบผมก็เลือก”

 

ซู่ !!!

 

จบประโยคนั้นฝนก็เทลงมาอย่างหนักพร้อมเสียงฝนที่กระทบกับหลังคาโรงอาหารดังกลบเสียงทุกอย่างรอบตัว แต่เสียงของดีเซลเมื่อกี้มันยังก้องอยู่ในหัวผม

 

 

ถ้าชอบก็เลือกงั้นเหรอ

 

ทำไมถึงเป็นคนชอบพูดจากำกวมขนาดนี้นะ ไอ้เราก็ยิ่งเป็นคนชอบคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ด้วย งั้นขอคิดได้มั้ยว่าเขาพูดเป็นนัย ๆ ว่า...เขาเลือกผม

 

 

“เคิร์ด ! ไปเร็วฝนตกแล้ว”

 

“ห๊ะ อ๋อ ๆ โอเค”

 

แม่งเอ้ย ! มัวแต่คิดอะไรอยู่วะ เขาเลือกรูปเอาไปทำงานเขาไม่ได้เลือกมึง จำใส่หัวของมึงไว้ แล้วเรื่องถ่ายหนังนี่ก็เหมือนกัน มันก็แค่หนังสั้นที่อาจารย์สั่งให้ถ่ายเพื่อเป็นงานเอาไว้ส่งเก็บคะแนน และทุกอย่างที่มันทำให้มีวันนี้ได้ก็เป็นเพราะเพื่อนทั้งสามคนเขียนบทนี้ขึ้นมา มันไม่ใช่ความเป็นจริงอะไรทั้งนั้น

 

จำไว้นะไอ้เคิร์ด...หมดฉากนี้ทุกอย่างต้องจบรวมถึงความรู้สึกของมึงด้วย ต่อให้ไม่อยากมึงก็ต้องทำ

 

หลังจากยืนรอใต้ตึกมาได้สักพัก ฝนที่ตกลงมาห่าใหญ่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลย ผมกับดีเซลจึงจัดสินใจกางร่มแล้ววิ่งฝ่าฝนออกจากตัวโรงอาหารหน้าภาคโทรคมไปยังภาควัดคุม แม่งเอ๊ย ! ทีแรกก็คิดว่าจะไม่เปียกอะไรมากมาย แต่ฝนที่สาดแรงเข้ามาใต้ร่มก็ทำให้เปียกจนเสื้อชุ่มไปข้างนึงได้เหมือนกัน

 

“แม่งเปียกหมดเลยอ่ะ” ผมสะบัดหัวแรง ๆ ให้น้ำมันออกจากเส้นผม

 

“อย่าสะบัดอย่างนั้นเดี๋ยวเวียนหัว เอานี่”

 

ดีเซลยื่นผ้าเช็ดหน้าตัวเองมาให้ แต่ยังไม่ทันได้รับไว้เขาก็มาวางแปะบนหัวแล้วถูให้เบา ๆ ผมที่อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

 

 

 

 

“คัต !”

 

“เยี่ยมมากเลยทั้งสองคน ที่เหลือก็รอให้ฝนหยุดตกแล้วไปถ่ายที่หอเราต่อนะ”

 

“เฮ้อ...” สรุปว่าผมเนี่ยเปียกจริงไม่อิงนิยาย เปียกทั้งตัวตั้งแต่หัวยันเท้า ถ้าเกิดว่าไม่สบายขึ้นมา จะมีใครรับผิดชอบมั้ยเนี่ย

 

“เดี๋ยวก่อนสิ” ผมเอ่ยรั้งเพื่อน ๆ ที่กำลังจะเดินเข้าไปหาที่หลบไอฝนในตึกภาควัดคุมที่ดีเซลเรียนอยู่เอาไว้ก่อน “คือเปียกแบบนี้เรากลัวเป็นหวัดน่ะ”

 

“งั้นไปล้างหัวที่ห้องน้ำก่อนก็ได้ ส่วนช็อปนั่นก็ถอดก่อน” ดีเซลว่าพลางชี้ไปที่บนตึกภาค

 

“ขอโทษทีนะที่ทำให้ลำบาก” เป๊กยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะเดินตามดีเซลที่สภาพเปียกปอนไม่ต่างกันเข้าไปในอาคาร

หัวเราะไปสิ มึงไม่ได้มาถ่ายกับพวกกูนี่จะไปเข้าใจอะไร

 

ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนประเภทที่เป็นหวัดง่ายมาแต่เด็ก แค่โดนฝนนิดหน่อยก็เอาละทั้งจามทั้งน้ำมูก เลยทำตามที่ดีเซลแนะนำอย่างว่าง่ายคือวิ่งไปห้องน้ำแล้วเปิดก๊อกเอาหัวจุ่มอ่างล้างหน้าให้น้ำมันไหลผ่านหัวก่อนจะยีผมของตัวเองซะจนมันเปียกชุ่มกว่าตอนที่ตากฝนมาอีก

 

ชิบหายละ ผ้าเช็ดผมก็ไม่มีแล้วล้างหัวแบบนี้ก็ใช่ว่าหวัดจะไม่แดกนะเคิร์ด

 

แหมะ

 

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ ๆ ก็มีผ้าขนหนูผืนเล็กมาวางแปะไว้บนไหล่ตอนกำลังบิดผมบนหัวตัวเอง พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นดีเซลยืนทำหน้านิ่ง ๆ อยู่ข้าง ๆ

 

“มีผืนเดียวนะ ใช้ไปก่อนละกัน”

 

“เอามาจากไหนน่ะ”

 

“ผมพกผ้าอยู่แล้ว”

 

“พกทำไมอ่ะ”

 

สงสัยเหมือนกันมั้ยครับว่าทำไมผู้ชายอกสามศอกอย่างดีเซลถึงได้พกผ้าขนหนูแบบที่ร้านเสริมสวยเขาชอบใช้กันเป็นประจำ

 

“เวลาถ่ายรูปกลางแดดผมต้องเอามาเผื่อนางแบบผู้หญิงน่ะ ใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อมันจะดีกว่าใช้ทิชชู่”

 

“เหย...จะครบวงจรไปมั้ยเนี่ย ทีฉันถ่ายนายไม่เห็นเอาออกมาให้เช็ดเลย” อย่างนี้เขาเรียกว่าสองมาตรฐานนี่หว่า

 

“ถ่ายผู้ชายเวลาเห็นเม็ดเหงื่อสะท้อนกับแสงมันจะดูดีกว่าไง”

 

“อ่อเหรอ” เพิ่งรู้นะว่ามีเทคนิคแบบนี้ด้วย “แล้วนายไม่ล้างหัวหน่อยเหรอ”

 

พอเห็นอีกฝ่ายกำลังจะเดินออกจากห้องน้ำผมเลยเดินตามออกมา

 

“ไม่ล่ะ”

 

“อืม งั้นก็ขอบใจนะ”

 

เพื่อตอบรับคำขอบคุณนั้น ดีเซลเลยหันมายิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน

 

โอ้ย...จะทำยังไงดี ผมจะผ่านวันนี้ไปได้มั้ยเนี่ย แค่นี้ก็จะบ้าตายอยู่แล้ว แล้วนั่น...นั่น ๆ นายจะทำอะไรของนายเนี่ย

คือดีเซลค่อย ๆ ถอดช็อปที่เปียกฝนขึ้นมาพาดไหล่เหลือไว้แต่เสื้อยืดสีขาวที่บางส่วนเปียกน้ำจนแนบเนื้อ ทำให้มองเห็นมวลกล้ามเนื้อที่อยู่ภายในเสื้อสีขาวตัวนั้น เท่านั้นยังไม่พอนะท่าทางตอนที่เขาเสยผมเปียกน้ำไม่ให้มันลงมาปรกตาตัวเองนั่นมันแบบว่า เหี้ยยยยยยย...ดาเมจโคตรรุนแรงเลยครับพี่น้อง

 

ถอดช็อปว่าใกล้ตายแล้ว เสยผมคือตายกว่า

 

ผมเป็นผู้ชายนะทำท่าแบบนี้ก็ออกจะบ่อยด้วย แต่ไม่เคยคิดเลยว่าพอได้มามองผู้ชายด้วยกันทำท่าทางแบบนั้นแล้วแม่ง...แบบว่าโคตรเซ็กซี่เลย

 

 

นี่ผมจะตื่นเพราะผู้ชายด้วยกันจริง ๆ เหรอวะเนี่ย

 

 

“โหดีเซล นี่ตั้งใจอ่อยกันป้ะเนี่ย มาเสยผงเสยผมอะไรตรงนี้” เป็นพิมที่นั่งอยู่ตรงบันไดหน้าห้องน้ำเงยหน้าขึ้นมองดีเซลแล้วทักขึ้นมา

 

เออใช่ ดีเซลมันอ่อยแน่ ๆ คงเห็นผู้หญิงอยู่เยอะล่ะสิ

 

ชิส์...ไม่น่าหลงเสน่ห์ไปด้วยเลย

 

“มันเปียกน้ำแล้วบังตานี่”

 

“ถามไรอย่างดิ”

 

“อืม”

 

“ถ่ายรูปให้คนอื่นตั้งเยอะ เคยคิดจะถ่ายตัวเองบ้างป้ะ”

 

“ไม่อ่ะ”

 

“ทำไมล่ะ เนี่ย...นั่งลง ๆ เราเมื่อยคอ”

 

พิมกระตุกขากางเกงให้คนตัวสูงนั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะพูดต่อ “ดีเซลถอดช็อปแล้วเราว่าดูดีมากเลยนะ เสื้อเปียก ๆ แนบเนื้อขนาดนี้ เอาไปเป็นแบบให้ช่างภาพคนอื่นนี่คงจะดีน่าดู”

 

“ไม่เห็นใครมาติดต่อเลย”

 

“ก็เอาแต่ถ่ายคนอื่นไม่ใช่เหรอไง”

 

“ส่วนใหญ่เขาก็รู้จักผมในฐานะช่างภาพอยู่แล้ว ไม่มีใครเรียกไปเป็นนายแบบหรอก”

 

“โอ้ยเสียดายอ่ะ เราเห็นในเพจที่รับถ่ายภาพนะ บางคนยังดูดีไม่เท่าดีเซลเลย เนี่ยนะถ้าลองไปรับเป็นแบบเราว่าเกิดแน่นอน”

 

ขณะที่ผมฟังพิมคุยเจื้อยแจ้วไปเรื่อยก็ต้องชะงักเมื่อเห็นดีเซลยิ้มให้พิม

 

ยิ้มแบบที่เขาชอบยิ้มให้ผม ยิ้มที่ดูอบอุ่นและจริงใจ

 

เป็นผมที่คิดไปเองคนเดียวอีกแล้วสินะ ถ้าวันนี้ไม่มาเห็นว่าเขาส่งยิ้มแบบนั้นให้พิมเหมือนกัน ผมก็คงเข้าข้างตัวเองไปอีกนานว่ารอยยิ้มนั้นมันเป็นของผมคนเดียว

 

 

ผมนี่มันบ้าจริง ๆ

 

 

“ไปเถอะทุกคน ฝนเริ่มซาแล้ว”

 

รอไม่นานจนเกินไป จากฝนที่ตกแรงจนน้ำเอ่อท่วมเนื่องจากระบายไม่ทันก็เริ่มซาลงกลายเป็นฝนปรอย ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการเดินมาหอพักหลังคณะวิศวะ เพราะสุดท้ายพวกเราทุกคนต่างก็พากันเดินลุยน้ำออกมาได้จนรอดปลอดภัย

 

คือเรื่องน้ำท่วมนี่แม่งเป็นเรื่องปกติมากครับ ถึงจะท่วมเร็วแต่ก็ยุบเร็วเช่นกัน นี่ดีแค่ไหนแล้วที่แถวหอไม่ได้ท่วมอะไรมากมาย

 

“เดี๋ยวถ่ายฉากนี้ก่อนนะ ถ่ายไปเรื่อย ๆ ถ้าเกิดเล่นฉากจูบไม่ได้ก็ให้หลุดเลย แล้วเดี๋ยวค่อยไปตัดเอา แต่ถ้าเกิดว่าเล่นได้ก็ไหลยาวเลยนะ เดี๋ยวเราถ่ายไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องเกร็ง”

 

มาละครับฉากที่ยากที่สุด

 

 

ด้วยความที่เราต่างก็เปียกปอนกันทั้งคู่ พอเข้ามาในห้องดีเซลจึงโยนเสื้อผ้าในตู้ให้ผมเปลี่ยน แต่มันจะไม่เป็นไรเลยถ้าเขาจะเดินไปเปลี่ยนในห้องน้ำไม่ใช่มายืนแก้ผ้าตรงหน้าผม

 

เอื้อก !

 

ถึงเราจะสนิทกันมากแค่ไหน แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเค้าเปลือยท่อนบน โอ้แม่เจ้า...ไม่อยากเชื่อเลยว่าผิวเขาจะขาวเนียนได้ขนาดนี้ แค่เห็นแผ่นหลังอย่างเดียวใจก็สั่นระรัวไปหมดจนต้องเลื่อนสายตาหนีไปมองอย่างอื่นแทน

 

“แล้วไม่เปลี่ยนล่ะ หรือจะรอให้กูถอดให้”

 

ผมตั้งใจจะหันไปมองหน้าคนถาม แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นซิกแพคแน่นตรงหน้าท้องขาวจั้วะ

 

เฮือก ! จะไม่ไหวแล้วโว้ย

 

“ไม่ ๆ กูถอดเองได้”

 

เป็นผมเสียเองที่ต้องหลบสายตา มึงไม่เขินแต่กูเขินเว้ย

 

“ช้าเดี๋ยวก็ไม่สบาย”

 

“เออน่า...”

 

“มึงอยากเป็นหวัดเหรอเคิร์ด...”

 

ฟึ่บ !!!

 

เหยดเขร้ !! ยังไม่ทันได้กะพริบตาดีเซลก็เดินเข้ามาประชิดตัวผมแล้ว

 

“หน้าแดง ๆ แบบนี้สงสัยจะเป็นไข้แล้วแน่เลย” ดีเซลยกมือขึ้นมาจับแก้มที่กำลังเห่อร้อนของผมเอาไว้ทั้งสองข้าง

 

ฮืออ...ถ้าหน้าผมเป็นภูเขาไฟ ป่านนี้คงระเบิดไปแล้วแน่ ๆ

 

และยังไม่ทันได้ตั้งตัวเขาก็เอามือลงไปจับชายเสื้อยืดของผมให้เลิกขึ้นมาจนเห็นหน้าท้องนิด ๆ ทำให้สติผมคืนกลับมาในทันใด

 

“เดี๋ยว ๆ มึงจะทำอะไรเนี่ย” ผมกดมือเขาลงก่อนที่มันจะขึ้นสูงไปมากกว่านี้

 

“ไม่ต้องมาเดี๋ยวแล้ว หน้าแดงขนาดนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วกินยาเลยนะ”

 

แดงเพราะไข้ที่ไหน แดงเพราะเขินมึงต่างหากเล่า !

 

“ก็เดี๋ยวกูไปเปลี่ยนในห้องน้ำไง จะได้...”

 

ผมรีบสะบัดมือดีเซลออกก่อนจะวิ่งไปเข้าห้องน้ำ แต่อีกคนยังตามมาคว้าแขนไว้ได้ทัน เท่ากับว่าตอนนี้ผมตกอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว

 

“กลัวเหรอ”

 

ลมหายใจอุ่นที่รดลงบนหน้าผากทำให้ผมสะท้านไปทั้งตัว เรี่ยวแรงที่มีมันหายไปหมดจนแทบจะยืนไม่อยู่ ขนาดมือของคนตัวสูงย้ายมาอยู่ที่สะโพกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ตัวเลย

 

ผมจ้องตาคนถามพลางคิดว่าควรจะตอบอย่างไรดี

 

กลัวเหรอ? กลัวสิ แต่ที่กลัวน่ะ กลัวใจตัวเองจะเก็บความลับไว้ไม่อยู่ต่างหาก

กลัวเหรอ? กลัวสิ กลัวว่าหลังจากวันนี้ไปทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม

กลัวเหรอ? กลัวสิ ถ้าเป็นเรื่องเขา อะไร ๆ ก็ทำให้กลัวได้ทั้งนั้น

 

สายตาของดีเซลดูมั่นคงและแน่แน่วมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะคิดไปว่าสายตานั้นมองมาที่ผมเพียงคนเดียว แต่สิ่งที่เห็นก่อนหน้านี้ทำให้ผมต้องคิดใหม่...เราไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดงละคร...จำไว้ !

 

แต่ถึงจะกลัวแค่ไหน ผมก็อดดีใจไม่ได้ที่ครั้งนึงเคยได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ คนแอบรักข้างเดียวอย่างเป็นบ้าเป็นหลังมาได้ไกลขนาดนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ที่ผ่านมาผมมักจะเป็นห่วงเขาอยู่ตลอด ไม่อยากให้เขาต้องคิดมาก ไม่อยากให้เขาคอยแต่โทษตัวเอง เพราะสิ่งเหล่านั้นมันคือโอกาสเดียวที่จะทำให้ได้ใกล้ชิดเขามากขึ้น

 

แต่วันนี้ผมเก็บความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว และต่อให้มันจะกลายเป็นวันสุดท้ายของมิตรภาพระหว่างเรา ผมก็จะยอม...

 

เมื่อร่างกายถูกสั่งให้ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ มือที่พยายามปัดป้องอีกฝ่ายจึงนิ่งไป และดีเซลเองก็ค่อย ๆ ก้มหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากเราห่างกันไม่ถึงคืบ

 

ถึงจะรู้ว่าทั้งหมดคือการแสดงแต่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ส่วนลึกของหัวใจบอกว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะตักตวงความสุขไว้ได้ จงทำไปโดยไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น เพราะไม่ว่ายังไงคนอื่น ๆ ก็จะคิดว่ามันคือการแสดงอยู่ดี

 

ผมเอื้อมมือไปรั้งท้ายทอยของดีเซลและยืดตัวขึ้นเล็กน้อยจนจมูกของเราชนกัน ถึงจะผิดหวังไปนิดที่ไม่ใช่ปากของเราชนกันในทันทีแต่มันก็แป๊บเดียวเท่านั้น

 

เพราะสุดท้ายคนที่เริ่มจูบก่อนคือดีเซล

 

เมื่อริมฝีปากของเราสัมผัสกัน ทั้งความสุขและรู้สึกผิดต่างก็ประดังประเดเข้ามา ผมรู้ว่าทำแบบนี้มันไม่ดีแต่ตอนนี้ทุกอย่างมันหยุดไม่ได้แล้ว เขาจูบผมอย่างอ่อนโยนก่อนที่ผมจะเริ่มขยับริมฝีปากให้รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะผสานเป็นเนื้อเดียวกัน

 

ผมรู้ว่ามันผิด รู้ว่ามันไม่ดีที่ลากให้คนที่ไม่รู้เรื่องอย่างดีเซลเข้ามาเป็นเหยื่อทางความรู้สึกของผม ผมเองนี่แหละที่เป็นคนตักตวงรสชาติที่อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของการสัมผัสในครั้งนี้ ความรู้สึกอายแบบเมื่อกี้มันไม่มีแล้วจริง ๆ

 

ให้ตายเถอะ ผมกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวตั้งแต่เมื่อไร

 

 

“คัต !”

เสียงทุ้มหนักดังขึ้นจนผมสะดุ้งปล่อยมือออกจากท้ายทอยคนตรงหน้าก่อนที่จะถอยหลังจนหลุดออกจากการกอบกุมของสองมือนั้น

 

ชิบหายละ...นี่ผมทำอะไรลงไปวะเนี่ย แล้วไหนบอกว่าแค่ยื่นหน้าเข้ามาแล้วเป๊กจะสั่งคัตไง แล้วทำไมเป๊กถึงปล่อยให้มันเลยเถิดขนาดนี้ได้ล่ะ

 

ทำไมเป๊กไม่สั่งคัต?

 

ทำไมพิมกับมะนาวต้องตาค้างกันขนาดนั้น?

 

ทำไมทุกคนต้องแกล้งผมด้วย?

 

“เคิร์ด”

 

“เคิร์ดไปไหนอ่ะ”

 

เพื่อน ๆ ทุกคนต่างเรียกชื่อและเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกัน แต่ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะตอนนี้หน้าผมมันร้อนจนแทบจะไหม้ ขืนยังอยู่ตรงนี้ต่อไปก็ไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหนแล้ว

 

ตอนซ้อมก่อนหน้าก็บอกว่าอายอย่างนั้นอายอย่างนี้ บอกว่าเล่นไม่ได้แน่ ๆ แล้วเป็นไงล่ะ แม่งเล่นจูบเขาซะดูดดื่มขนาดนั้นใครมันจะโง่ทนอยู่ต่อได้

 

 

เล่นใหญ่เบอร์นี้ก็ต้องวิ่งหนีออกมาตั้งหลักก่อนสิ จริงมั้ยครับ?









                     


                                      เอาสถานที่จริงมาให้ดูกันค่ะ ^ ^

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 317 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #425 - WiSH - (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:32
    แหน๊!!!! เพลินเลยล่ะสิไอ่เคิร์ด หึ่ยยยย หมั่นไส้
    #425
    0
  2. #400 Angely sugar (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 14:08
    โอ้ยอ่านกี่ทีก็ฟินนนเเต่งดีเกิ๊นนนอร้ายยยยยย
    #400
    0
  3. #365 JMpalmy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 06:00
    โอ๊ยเคิร์ดเอ๊ยยยยย ดูเซลก่อนนนนนน คนไม่เคยมีแฟนอะ ดูเขาด้วยยย ช็อกไปยัง
    #365
    0
  4. #341 kkaii (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 16:30
    กรี้ดดดดดดดดดมือหงิกไปหมดแล้วว
    #341
    0
  5. #324 bire0032 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 15:42
    เขิล ไม่กล้าอ่าตอนต่อไปเลย5555
    #324
    0
  6. #302 $iviα✻ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 16:49
    มีความจูบกันต่อหน้าทุกคนนนน /////////
    #302
    0
  7. #290 Yanapat. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 15:13
    โอ้ยยยยย ทำไมมันฟินขนาดนี้!-////-
    #290
    0
  8. #263 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 00:42
    กรี๊ดดดดดดจูบจริงไม่อิงมุมกล้องด้วยข่าาา
    #263
    0
  9. #213 Whatever it is (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 08:12
    โหวว แล้วต้องไปให้คนอื่นดูด้วยยนยย ตายๆ อายแทน 555
    #213
    0
  10. #176 Mistyblack (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 19:36
    น่อววว มีความหวาดเสียว
    #176
    0
  11. #26 Ichasep9 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 07:02
    จูบกันแล้วววววววว~
    #26
    0
  12. #25 สกาย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 23:45
    กรี้ดดดดดดดดดดด ดีมากค่ะลูกแม่ รุกดีเซลหนักๆเลยค่ะ
    #25
    0
  13. #24 mook2328 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 18:09
    โอ้ยเขินแรงมากกกกกก
    #24
    0
  14. #22 Pople (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 23:54
    เคิร์ดแม่งใจร้ายจูบแล้วชิ่งดูดีเซลสิใจจริงดีใจแล้วมั้ง งงเลยทำอะไรผิดเป็นคนโดนจูบแท้ๆ สรุปยังไงเคิร์ดก็เป็นหวัดดีเซลไปดูแลส่วนเบสก็ให้พี่เบนซินดูแลไปแล้วกันเนอะ อิอิ
    #22
    1