รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 14 : สีที่ 13 : หยุดโทษตัวเอง (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 350 ครั้ง
    15 พ.ย. 62



สีที่ 13



ทันทีที่เห็นพี่เบนซินกับเพื่อนเดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ สมองของผมก็ยิ่งตีบตัน ได้แต่หวังให้พี่เขาจะไม่เห็นผมตอนที่เดินวนเวียนอยู่หน้าร้าน ขอให้เดินผ่านร้านไปแล้วก็ผ่านไปเลย อย่าได้มีใครคิดอยากจะซื้อของอะไรในร้านนี้ แต่ถ้าเดิน ๆ ไปแล้วไปเจอกับไอ้เบสขึ้นมาจะทำไงดีวะ ทางนี้ก็วิกฤติระดับสีแดง ทางนั้นก็ไล่เลี่ยกัน เหมือนจะแดงกว่าด้วยเพราะเพิ่งซัดกันมาหยก ๆ

 

ไม่ได้... จะปล่อยให้มีเรื่องกันไม่ได้เพราะวันนี้ใส่ชุดนักศึกษากันมาทุกคน แถมพวกพี่เบนซินใส่ช็อปปักตรามหา’ลัยหราซะขนาดนั้น ใครเห็นก็รู้ว่ามาจากไหนขืนชกต่อยกันในนี้คงได้เจอทัณฑ์บนกันหมดแน่ ๆ

 

ชิบหาย ! ดีเซลกำลังจะจ่ายเงิน ไม่มีทางเลือกแล้วครับ ผมรีบยกหูโทรหาเบสทันทีเลย ขอให้มันหลบทันเถอะวะ  แม่งจะมาเดินเที่ยวให้สบายใจสักหน่อยทำไมกูต้องมาเป็นบอดี้การ์ดให้ชาวบ้านเขาด้วยเนี่ย

 

“ฮัลโหลมึง”

 

“ว่าไง เสร็จแล้วเหรอ”

 

“ไอ้เบส พี่ซินมา”

 

“ฮะ ! มันอยู่ไหน ?

 

“สัสนี้ กูไม่ได้จะให้มึงไปต่อยเขา กูให้มึงหลบก่อน”

 

“เออกูรู้ มึงก็บอกมาดิมันอยู่ไหน กูจะได้หลบให้ ...สัสนี่”

 

“ก็...” ผมค่อย ๆ หันหน้าออกไปมองด้านนอกร้านผ่านกระจกใส โชคดีที่ยังพอมีตัวสินค้าบัง ๆ ไว้บ้าง “กำลังเดินลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่าง”

 

“เอ้า ! นี่มันชั้นที่กูอยู่”

 

“เออ เขาคงไม่ไปซื้อเครื่องสำอางให้แม่เหมือนมึงหรอก มึงก็ดูดี ๆ เดินมาก็มองซ้ายมองขวาด้วยละกัน ระวัง ๆ”

 

“เออ ๆ ขอบใจมาก”

 

เบสวางสายไปแล้วแต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่าสถานการณ์มันยังไม่น่าไว้วางใจอยู่ดี ผมล่ะกลัวจริง ๆ ว่าถ้าสองคนนี้มาเจอกันไอ้กายที่อยู่ตรงนั้นคนเดียวจะรับมือไหวมั้ย เพราะเพื่อนพี่เบนซินคงไม่ห้ามเพื่อนตัวเองแน่ ๆ

 

“ไอ้ซินมาเหรอ”

 

“ห๊ะ !” 

 

ไม่รู้ว่าดีเซลมายืนใกล้ผมตั้งแต่เมื่อไหร่และทันได้ยินอะไรไปบ้าง แต่ที่รู้แน่นอนคือ เขารู้แล้วว่าพี่เบนซินอยู่ในห้างนี้

 

“แล้วทำไมต้องโทรหาเบส”

 

“อะ...เอ่อ...”

 

“สองคนนี้รู้จักกันเหรอ”

 

ผมถูกดีเซลคาดคั้นเอาคำตอบอย่างหนัก หน้าตาดูจริงจังกว่าครั้งไหน ๆ และเหมือนจะโกรธมากด้วยที่ผมทำตัวแบบมีลับลมคมใน ส่วนสภาพของผมตอนนี้คือ จะหนีก็หนีไม่ได้ ถอยไปก็หลังชนชั้นวางของ แต่จะให้ผมพูดยังไงล่ะ จะให้บอกตรง ๆ ว่า ‘รู้จักสิ ก็เพื่อนฉันไปต่อยกับญาตินายมาไง’ แบบนี้เหรอ

 

“เคิร์ด... ตอบผมมาสิ”

 

“อะ...อืม”

 

ผมมองตาเขาที่อยู่ใกล้เพียงแค่คืบเดียว ดูก็รู้ว่าโดนเขาคาดโทษเอาไว้ในใจแล้ว โทษฐานที่ปิดบังเรื่องของสองคนนั้น และเขาน่าจะเดาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ออกด้วย

 

“ทำไมไม่บอกผมว่าเพื่อนเคิร์ดรู้จักกับไอ้ซินด้วย”

 

 

“ใครจะบอก ถ้าบอกนายก็คิดมากอีกสิ”

 

“แล้วทำไมผมต้องคิดมาก”

 

อ้าวชิบหาย ! เสือกเดินตกหลุมพรางซะเอง

 

ดีเซลขมวดคิ้วแล้วก้มหน้าลงมาต่ำกว่าเดิม ผมถอยจนหลังไปชนชั้นวางของ เขาก็ยังจ้องมองตาไม่กระพริบ

 

“คะ... คือสองคนนี้เคยมีเรื่องกัน แล้วเคย... เคยต่อยกันที่ร้านเหล้า”

 

ผมตัดสินใจเล่าแค่เรื่องนั้นเพราะถ้าเล่าเรื่องที่ร้านส้มตำด้วยมันจะต้องพาดพิงถึงดีเซลแน่นอน ผมไม่อยากให้เขาคิดมากและคิดว่าตัวเองเป็นตัวสร้างปัญหาให้คนอื่น

 

“ผมรู้แค่ว่าไอ้ซินกับกายรู้จักกัน แต่เบส...”

 

 

“ก็ใช่ไง ตะ... แต่กับเบสคือมันมีเรื่องกับพี่เขาไง” อีกฝ่ายยังส่งรังสีอำมหิตออกมาเรื่อย ๆ “ก็วันนั้นพี่ซินเขาพูดเรื่องนา...”

 

“ไอ้เซล !”

 

ผมสะดุ้งเฮือกทันทีที่เสียงของใครคนหนึ่งดังแทรกเข้ามา และดีเซลก็รีบผละออกไปเหมือนกัน 

 

“บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะมึง” พี่เบนซินหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มนิด ๆ “ว่าแต่เมื่อกี้นี้... มึงจะจูบกันในร้านเหรอวะ”

 

พอพี่เขาพูดจบผมก็รีบคว้าแขนคนข้างตัวเอาไว้อย่างรวดเร็ว คนอะไรคิดแต่จะพุ่งอย่างเดียวเลย รู้อยู่ว่าเขาตั้งใจพูดกวนประสาทก็ยังจะดิ้นไปตามเกมเขา ไอ้รุ่นพี่นั่นก็เหมือนกัน... ทักคำอื่นไม่เป็นรึไงวะ เจอทีไรบอก ‘บังเอิญ’ ทุกที ผมจะเริ่มไม่เชื่อพี่ก็ตรงนี้แหละ

 

“อย่ามีเรื่องกันในร้านเลยพี่”  ผมละคำว่า ‘ผมขอ’ เอาไว้ในใจเพราะกลัวจะมีคนเข้าใจไปอีกทาง และเลี่ยงไม่ตอบคำถามว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกับผมและดีเซล

 

“ไอ้เซล ซื้อของเสร็จแล้วใช่มั้ย กูว่ากลับเลยเถอะ” เอเอ่ย

 

ผมรู้ว่าเอก็คงรู้สึกไม่ต่างจากผมสักเท่าไรหรอก เดินหนีคือทางออกที่ดีที่สุด

 

วันนี้ดีเซลดูไม่หุนหันเท่าที่คิดและเหมือนจะฟังพวกเราสองคนอยู่บ้างจึงเดินไปตามแรงดึงของเอ โชคดีที่พี่เบนซินเดินเข้ามาในร้านคนเดียวทิ้งให้เพื่อน ๆ ของแกรออยู่ที่ด้านนอกเลยพอมีพื้นที่ให้เดินแทรกออกไป ผมดันหลังดีเซลไว้เพราะกลัวอีกฝ่ายจะกระชากตัวเขากลับไป แต่ผิดคาด... ยังไม่ทันก้าวออกนอกร้าน คนที่โดนดึงให้หันกลับคือผมเอง

 

“น้องเคิร์ดครับ”

 

เชรี่ย ! พูดเพราะจนขนคอลุกเกรียว ใจนี่หายวาบรู้สึกเหมือนหนอนมันกำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่ที่ท้องเต็มไปหมด 

 

“ฝากบอกเพื่อนน้องด้วยนะครับ ว่าให้ระวังตัวเองให้ดี”

 

“มึงจะทำอะไร”

 

หมับ ! 

 

เกือบแล้ว... เกือบจะไม่ทันอีกแล้ว ดีเซลทำท่าจะเดินปรี่เข้าไปหาพี่เบนซินอีกรอบ แต่ผมรั้งเขาไว้ทัน พี่เบนซินเองก็ได้แต่ยืนยิ้มกริ่มเหมือนสะใจที่ทำให้ผมลุกลี้ลุกลนได้

 

“กลับเถอะ”

 

สุดท้ายผมก็ลากดีเซลออกมาข้างนอกห้าง ย้ำ ! นอกห้างไม่ใช่แค่นอกร้าน

 

พอออกมาได้ดีเซลก็สะบัดแขนอย่างแรงจนมือผมหลุด “ตกลงไอ้ซินมันไปทำอะไรเบส” นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยนะที่เขาใส่อารมณ์กับผมแบบนี้

 

“ไม่มีอะไรหรอกน่า !”

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วมันพูดแบบนั้นทำไม” ดีเซลลดเสียงลง  ไม่ได้ตะคอกเหมือนเมื่อกี้แล้ว “เคิร์ด ! คุณก็รู้ใช่มั้ยว่าผมไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนแทนผม”

 

“แล้วฉันบอกนายรึยังว่ามันเป็นเพราะนาย สองคนนี้มันมีปัญหากันเอง”

 

“แล้วเรื่องอะไร ผมไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างเบสจะไปหาเรื่องไอ้ซินมันก่อน”

 

“มันก็ไม่ได้ไปหาเรื่องเขา เขาต่างหากที่มาหาเรื่องมัน คนมันไม่ถูกชะตากันก็งี้แหละ นายหยุดคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุสักทีได้มั้ย จะไปเดือดร้อนแทนคนอื่นทำไมนักหนา !”

 

อย่าเอาประเด็นนี้มาหาเรื่องทะเลาะกันอีกเลย ผมบอกแล้วว่าผมไม่ชอบเห็นใครโทษตัวเองซ้ำ ๆ แบบนี้ ถ้าไม่รู้จักปล่อยวางแล้วเมื่อไรชีวิตมันจะมีความสุข ผมเองก็ไม่อยากจะโกรธหรือโมโหกับเรื่องเดิม ๆ อีกแล้วด้วย มันเหนื่อย 

 

แต่ดูเหมือนตอนนี้มันจะไม่ทันแล้ว ผมเผลอขึ้นเสียงใส่คนข้างหน้าจนตอนนี้ทุกอย่างมันพังไปหมดแล้ว

 

“ฉันไม่รู้นะว่านายจะคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่ก็ยืนยันคำเดิมว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับนายจริง ๆ เลิกโทษตัวเองได้แล้ว สองคนนั้นเขาไปทะเลาะกันเอง ไม่ได้เกี่ยวกับนายเลยสักนิด”

 

ถึงแม้ชนวนที่เกิดขึ้นจะมาจากความปากหมาของพี่เบนซินที่เอาแต่ด่าดีเซลจนเบสมันรำคาญก็เถอะ แต่ยังไง ๆ ผมก็ยังยืนยันว่าการที่สองคนนั้นตีกันจะเป็น-จะตายไม่ได้เกิดจากผู้ชายข้างหน้าผมแน่นอน

 

พายุอารมณ์ของผมกับดีเซลจบไปแล้ว เหลือไว้แต่เพียงความเงียบ ในเมื่อเขาไม่พูดอะไร ผมก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่มเหมือนกัน

 

เอกำลังลนลานกับท่าทีของผมกับดีเซลที่เหมือนจะทะเลาะกันอย่างหนักและจะไม่กลับมาคุยกันเหมือนเดิมได้อีก  แต่ผมรู้ว่าไม่ใช่ ผมมั่นใจว่าถ้าเขาสงบสติอารมณ์ได้แล้วเขาจะกลับมาคุยกับผมเอง เพียงแต่ตอนนี้เราต้องให้เวลาเขาหน่อย

 

“ขอโทษ...” 

 

สุดท้ายคนที่ยืนหันหลังให้ผมก็เอ่ยปากก่อนพร้อมถอนหายใจแรง ๆ

 

ถึงรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ไปขึ้นเสียงใส่ แต่ก็ช่วยไม่ได้  ผมไม่สามารถปล่อยผ่านได้เหมือนทุกครั้งจริง ๆ

 

“ฉันแค่ไม่อยากให้นายต้องคิดมาก ขอโทษด้วยละกัน”

 

“ช่างเถอะ ผมก็ห้ามตัวเองไม่ให้คิดมากไม่ได้อยู่แล้ว”

 

พอได้ยินแบบนี้ยิ่งรู้สึกผิดเลยอ่ะที่ยึดเอาความคิดตัวเองเป็นหลักโดยลืมนึกไปว่าอีกคนก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว  ผมควรจะนึกถึงใจเขาบ้างว่ามันไม่ได้เปลี่ยนกันได้ง่าย ๆ

 

ไม่นานนักเบสกับกายก็เดินออกมาหาพวกผมก่อนจะล่ำลากันกลับบ้านใครบ้านมันโดยมีเอที่ไปพร้อมกันด้วย  เหลือแค่ดีเซลที่ยืนกรานว่าไม่ว่ายังไงก็จะมาส่งผมขึ้นรถไฟกลับบ้านให้ได้

 

“ส่งแค่นี้แหละ นายกลับไปเถอะ” ผมบอกทันทีที่เห็นดีเซลนั่งลงข้าง ๆ กัน

 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมนั่งเป็นเพื่อน”

 

“ไม่ต้องหรอกน่า ฉันอยู่คนเดียวได้”

 

“เดี๋ยวนั่งด้วย”

 

เออ ๆ แล้วแต่เลยครับ เอาที่พี่สบายใจเลย ในเมื่อไล่ไม่ไปก็นั่งเป็นเพื่อนกันอย่างนี้แหละ ดีเหมือนกันไม่เหงาด้วย

 

ผ่านไปสักพักผมก็อดขำออกมาไม่ได้ ช่วงสองทุ่มกว่าเป็นช่วงที่ยุงที่นี่จะออกมากันเยอะมากและกัดเจ็บมากด้วย  บางตัวนี่กัดทะลุกางเกงยีนต์ได้ด้วยนะ ที่ผมไม่อยากให้เขาอยู่ก็เพราะแบบนี้แหละ ผมหันไปมองคนข้าง ๆ ที่นั่งเขย่าขาและเอามือมาปัดแขนปัดหน้าให้วุ่นไปหมด เห็นแล้วก็สงสารเบา ๆ

 

“อ้ะ...”  ผมยื่นขวดสเปรย์กันยุงสีชมพูให้คนที่กำลังปัดหูปัดคอยิก ๆ “ฉีดซะ เดี๋ยวเป็นไข้เลือดออก”

 

“ขอบคุณ”

 

ฉีดสเปรย์ไปแล้วก็ค่อยยังชั่วหน่อย ลดอาการตบอาการเกาของดีเซลลงไปได้บ้าง ส่วนผมน่ะเหรอ ผมรู้ว่าต้องเผชิญกับกองทัพยุงอยู่ทุกวันไงก็เลยฉีดตั้งแต่ขึ้นรถเมล์กลับมามหา’ลัยแล้ว

 

“ดีเซล” ผมรอให้อีกฝ่ายหันมาก่อนจะพูดต่อ “ขอโทษนะที่เผลอขึ้นเสียงใส่”

 

ดีเซลมองหน้าผมด้วยสีหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จริง ๆ ผมอยากจะขอโทษตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแต่มันไม่ได้จังหวะสักที อีกอย่างเขาก็กำลังหัวเสียกับพี่เบนซินมาสด ๆ ร้อน ๆ จะให้พูดไปตอนนั้นก็คงไม่เหมาะสักเท่าไร

 

“ไม่เป็นไรหรอก ก็ถือว่าเตือนสติผมด้วย”

 

“ไม่โกรธใช่มั้ย”

 

“ไม่โกรธหรอก”

 

แปะ !

 

ผมรวบรวมความกล้าแทบจะทั้งชีวิตในการยกมือขึ้นไปวางบนไหล่ของดีเซลจนเขาสะดุ้งเกือบสุดตัว

 

ขอโทษ ๆ ไม่คิดว่าจะขวัญอ่อนขนาดนี้

 

เราต่างคนก็ต่างมองหน้ากัน แต่สิ่งที่ต่างกันก็คงจะเป็นสีหน้า ผมรู้สึกเหมือนว่าหน้าตัวเองจะเห่อร้อนขึ้นมานิด ๆ แถมยิ้มกว้างเห็นฟัน 32 ซี่ด้วย แต่อีกคนยังหน้านิ่งไม่เปลี่ยนสีอยู่เหมือนเดิม

 

ผมตบบ่าเขาเบา ๆ “สัญญากับฉันได้มั้ย ว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก นายจะไม่เก็บมาคิดมากคนเดียว” พอเขาไม่ได้ดึงมือออก ผมก็เริ่มใจชื้นขึ้นเลยพูดต่อ “และจะไม่โทษตัวเองอีก”

 

“............”

 

ฮืออ... นี่เขาไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่าเนี่ย อย่าเอาแต่เงียบแล้วให้ฉันพูดคนเดียวสิฟระ ! นี่เกร็งจนมือค้างแล้วเอาลงไม่ได้ละเนี่ยไม่ได้จะคิดปีนเกลียวอะไรเลย 

 

“ไม่รู้สิ”

 

“เฮ้ย...ได้ไงอ่ะ  แต่เอ่อ นี่ฉันก็ไม่ได้คิดจะบังคับนายนะ”

 

“แล้วให้สัญญาทำไม”

 

“ก็...”  เออนั่นสิ  ไม่บังคับแล้วให้สัญญาทำไมวะ  “ก็แค่อยากจะขอร้อง”

 

ผมพูดแค่นั้นและลดแขนมาวางบนตักตัวเอง จนกระทั่งได้ยินเสียงหวูดรถไฟที่กำลังวิ่งเข้ามาเทียบชานชาลา

 

ไม่เป็นไร สำหรับผมแล้วความเงียบก็คือคำตอบอย่างหนึ่ง 

 

ผมยืนขึ้นเพื่อเตรียมตัวขึ้นรถไฟกลับบ้าน และก้าวเท้าขึ้นเป็นคนสุดท้ายของตู้ที่นั่ง พอหันกลับไปมองก็เห็นดีเซลยังยืนอยู่ตรงนั้น ในใจผมแอบหวังลึก ๆ ว่าเขาจะพูดอะไรออกมาในนาทีสุดท้ายบ้าง แต่เขาก็ยังเงียบจนรถไฟเริ่มออกตัว

 

“เคิร์ด...” เสียงทุ้มหนักของคนที่ยืนอยู่บนชานชาลาดังขึ้น “ถึงบ้านแล้วไลน์มาบอกด้วยนะ”

 

 

Diesel' s Part

 

 

รถไฟออกตัวไปไกลจนไม่เหลือเสียงล้อสัมผัสกับรางเหล็กแล้ว ตอนนี้ที่สถานีมีเพียงหลอดไฟดวงเล็ก ๆ ที่ให้แสงสว่าง ไม่มีแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่หรือผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา รอบด้านมืดสนิทมีเพียงไฟจากถนนที่คอยส่องแสงนำทางเป็นจุด ๆ

 

ผมยืนมองรถไฟที่ค่อย ๆ วิ่งหายไปจนลับตา และถอนหายใจออกมาดัง ๆ

 

 

คนที่คิดมากมาทั้งชีวิต  จู่ ๆ จะให้เลิกคิดไปเลยมันเป็นไปไม่ได้หรอก แต่เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ลองก็คงไม่รู้สินะ …ผมยิ้มให้กับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินหันหลังกลับไปอีกทาง

 

 

 

 

 


สถานที่จริงนะคะ อิอิ ใครคุ้นเราคือรุ่นพี่รุ่นน้องกัน

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 350 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #379 Rmuay Jirasatitkul (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 23:07
    พี่ซอยน่ารำคาญจริงๆ
    #379
    0
  2. #299 $iviα✻ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 16:13
    เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าดีเซลน่ารัก5555555 ไม่สัญญาแต่จะพยายาม ถึงบ้านแล้วไลน์บอกด้วยนะ ฮ่อลลล ส่วนเบนซินนี่บังเอิญจริงหรอ อะไรจะสมพงษ์กันปานนี้อ่ะ
    #299
    0
  3. #256 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 23:43
    พี่ซินกะจะหาเรื่องทุกครั้งที่เจอหน้าเลยหรอ รำคาญจริงไอ่คำว่าบังเอิญเนี่ย ตั้งใจก็บอกว่าตั้งใจสิ555555
    #256
    0
  4. #204 Rainie Fonnie (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 04:02
    ดีเซลกับเบนซินนี่ก็น่ารำคาญ
    #204
    0
  5. #171 Mistyblack (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 18:20
    เป็นผัวเมียกันเถอะลูก
    #171
    0
  6. #152 yoyo_vip (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 19:04
    เบนซินน่ารำคาน หาเรื่องคนอื่นอยู่นั้นมีปมหราเธอ เคิร์ดกับดีเซลน่ารักกกกก
    #152
    0
  7. #13 Pople (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 23:24
    โอ๊ย!!! น่ารักว่ะ ไม่สัญญา แต่จะพยายาม ><
    #13
    0