รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 12 : สีที่ 11 : ข้อดีที่มีอยู่ทุกคน (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,045
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 334 ครั้ง
    31 ส.ค. 60



สีที่ 11

 

ตอนนี้ผมอยากรู้มากว่าจิตใจดีเซลทำด้วยอะไร  เมื่อกี้เขาบอกใช่มั้ยว่าถ้าผมนึกท่าโพสไม่ออกก็ให้เรียนรู้จากลูกค้าสาวสองคนนี้ได้

 

มึงจะบ้าเหรอครับ เขามาถ่ายภาพนิ่งโฆษณาเครื่องสำอางโว้ย !! 

 

มือไม้นี่เอามาวางแหมะไว้ที่หัว บางทีก็ที่ไหล่ แถมยังจือปากโชว์ลิปสติกสีแดงเพลิงแล้วทำตาเยิ้ม ๆ ใส่กล้องอีก  มึงจะให้กูเรียนรู้ทำซากอะไร๊ !?

 

กูต้องไปถ่ายโปรโมทมหา’ลัยนะเว้ย จะให้มาเลียนแบบท่าโพสแบบนี้ได้ไง ที่พูดนี่เอาตลกเอาฮาใช่มั้ย ไม่ได้เอาจริงจังใช่มั้ย ไหนตอบซิ ...ตอบบบบบ !

 

หลังจากที่แอบค้อนใส่ตากล้องไปหลายที ผมก็เริ่มเบื่อ ๆ เลยขยับหนีมานั่งรอตรงโต๊ะทำงานของดีเซล บนโต๊ะมีแม็คบุ๊ควางอยู่เครื่องหนึ่งและเปิดโปรแกรมอะไรสักอย่างที่ผมไม่รู้จัก ผมนั่งดูสักพักถึงได้เข้าใจว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้มันเชื่อมกับกล้องของเขา  เวลาที่เขากดชัตเตอร์รูปมันจะมาแสดงบนหน้าจอทันที ซึ่งดูแล้วก็สวยเลยนะ ทั้งแสงและสีที่ส่องไฟเข้าไปมันช่วยขับให้นางแบบดูดีแต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้กลบความเด่นของตัวสินค้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเอาไปใช้ไม่ได้อยู่ดีเพราะมันติดส่วนเกินของฉากหลังมาด้วย น่าจะต้องเอาไปรีทัชอีกรอบแน่

 

เพราะขนาดพวกมืออาชีพยังใช้โฟโต้ช็อป ผมว่าดีเซลก็ต้องใช้บ้างแหละ รับเงินเขามาทั้งที งานก็ต้องออกมาดีสิจริงมั้ย

 

“โอเคครับ คนต่อไปเลย”

 

ผ่านมาชั่วโมงนึงแล้วเพิ่งจะเสร็จไปแค่คนเดียวเอง ไม่รู้ว่าคอนเซ็ปในการถ่ายรูปมันคืออะไร แต่จากที่ดูเมื่อกี้นางแบบใส่แค่เกาะอกกับกางเกงยีนส์ธรรมดา จริง ๆ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่อะไรเยอะแยะ แค่แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ตัวเองแบบจัดหนักแล้วก็ทำท่าถือสินค้าใกล้ ๆ กับจุดที่ใช้ก็พอแล้ว 

 

อย่างช่วงแรก ๆ ผมเห็นดีเซลเน้นถ่ายที่หน้าอย่างเดียว แล้วหลังจากนั้นก็ให้นางแบบหยิบสินค้าของตัวเองขึ้นมาโชว์ตรงจุดที่ใช้  อย่างเช่นลิปสติกก็ให้เอาไปชี้มุมปาก หรืออย่างมาสคาร่ากับอายไลน์เนอร์ เขาก็ให้นางแบบหลับตาข้าง-หนึ่งแล้วถือสินค้าสองตัวไว้ในมือ และให้เอาวางทาบแบบเอียง ๆ ที่หางตา 

 

ส่วนคนที่สองนี่มาแนวใส ๆ แบ๊ว ๆ ดูน่ารักมุ้งมิ้ง ด้วยความที่สีผมเธอเป็นสีบลอนด์ยิ่งกว่าสีรถอยู่แล้ว แค่แต่งหน้าให้ออกชมพู ๆ แต่งตัวด้วยชุดน่ารัก ๆประหนึ่งว่าเป็นโลลิต้าจากโลกคลอสเพลย์มาเอง แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ 

 

ดูเหมือนว่าคอนเซปต์วันนี้จะเน้นไปที่เครื่องสำอางสำหรับสาวเปรี้ยวและสาวหวานสินะ

 

 

เมื่อถ่ายภาพกันเสร็จแล้ว ลูกค้าทั้งสองคนก็ขอตัวไปเปลี่ยนชุดที่ตู้ข้าง ๆ ทิ้งไว้ก็แต่ชุดเครื่องสำอางที่เอามาประกอบการถ่ายทำไว้ที่นี่ ผมเห็นดีเซลหยิบมันขึ้นมาถ่ายทีละตัว ๆ อย่างใจเย็น แต่อย่าถามผมนะว่าไอ้ที่ถูกเทออกมาน่ะเรียกว่าอะไรบ้าง แม่ง ! เรียกไม่ถูกสักอย่างอ่ะ  

 

นี่นอกจากมาสคาร่า ลิปสติก อายไลเนอร์ที่พูดมาด้านบน ผมก็ไม่รู้จักอะไรเลย ไม่รู้ด้วยว่าการเป็นสาวเป็นนางมันจะลำบากขนาดนี้ นี่กว่าจะออกบ้านได้คงจะลำบากกันมากสินะ ต้องโบกกันไม่รู้กี่อย่างต่อกี่อย่างทั้งแบบกระปุก แบบหลอด แบบแท่ง แม่งมาทุกรูปแบบเลยเนี่ย

 

“ต้องถ่ายหมดนี่เลยเหรอ” บางทีก็สงสารนะครับ ก้ม ๆ เงย ๆ กว่าจะถ่ายได้แต่ละชิ้นแต่ละอัน ผมนี่อดไม่ได้เลยไปช่วยหยิบส่งให้เขาบ้าง

 

“อืม  เขาเพิ่งเปิดร้านน่ะ เลยไม่มีรูปของ”

 

“เหนื่อยมั้ยเนี่ย” ทั้ง ๆ ที่ในห้องนี้เปิดแอร์เย็นฉ่ำแต่เหงื่อเขาก็ยังไหลซึมตามหน้าผาก

 

“ก็นิดหน่อย”

 

“แต่นายชอบนี่ เหนื่อยกว่านี้ก็น่าจะโอเคใช่มั้ยล่ะ”

 

“หิวรึเปล่า”

 

“หือม์ ?” จู่ ๆ ดีเซลก็เปลี่ยนเรื่อง “ก็...อืม” ผมตอบกลับไปพร้อมส่งตลับแป้งในมือให้เขารับไปถ่ายต่อ

 

“ก่อนกลับไปหาอะไรกินกันมั้ย”

 

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้านก็ได้”

 

“ไหนบอกว่าอยากไปกินข้าวกับผมไง”

 

“..........”

 

ก็ไม่ได้คิดหรอกนะว่าเขาจะจำคำพูดนั้นได้ เลยรู้สึกแปลกใจนิด ๆ

 

“แต่ถ้าไม่ไป ผมจะได้ไปส่งที่สถา...”

 

“ไปสิ” ผมรีบพูดแทรก จนเขาละจากกล้องแล้วหันมามอง “ก็นายอุตส่าห์ชวนทั้งที จะไม่ไปได้ไงล่ะ” ผมยิ้มตาหยีใส่อีกฝ่าย 

 

แหม... โอกาสลอยมาเองแบบนี้ ขืนปฏิเสธไปผมก็บ้าแล้วสิจริงม๊ะ ? แล้วอีกอย่างนะวันนี้พี่ซินก็ไม่อยู่ด้วย รับรองผ่านฉลุยทุกร้านแน่นอน

 

 

หลังจากที่ทะเลาะเรื่องหาสถานที่กินกันอยู่สักพัก สุดท้ายดีเซลก็เป็นฝ่ายแพ้และพาผมกลับมากินแถว ๆ ตลาดนัดใกล้มหา’ลัย ตอนแรกดีเซลเถียงผมคอเป็นเอ็นว่าให้หาร้านกินแถวนั้นเพราะไม่อยากย้อนไปย้อนมา แต่ผมอ้างว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้านประจำ และยังไง ๆ ก็ต้องมาขึ้นรถไฟที่นี่กลับบ้านอยู่ดี

 

“เอาบะหมี่ต้มยำน้ำข้นพิเศษ” พอได้ที่นั่งผมก็รีบสั่งด้วยความหิวโหย ดีเซลเลยหยิบปากกากับกระดาษไปจดให้แทน “นายกินไรเหรอ”

 

“เล็กน้ำตก” ดีเซลเขียนหวัด ๆ ก่อนจะส่งให้ลูกจ้าง AEC ของร้าน

 

“นี่ดีเซล ปกตินายรับงานประมาณไหนเหรอ”

 

“หลายอย่างน่ะ งานรับปริญญา งานถ่ายสินค้า ไม่ก็ถ่ายแบบทั่ว ๆ ไป ถ้าเห็นว่าทำได้ผมก็รับหมดอ่ะ”

 

“เหรอ ดีเหมือนกันแฮะ แล้วคิดไงถึงถ่ายรูปอ่ะ”

 

ดีเซลเหลือบมามองทั้งที่ยังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม “อยากถ่ายเหรอ”

 

“เปล่า ก็แค่อยากรู้ คนถ่ายรูปไม่เป็นอย่างฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปถ่าย ทุกวันนี้มีตัวตนไปลงโซเชี่ยลให้เขารู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ก็ดีแค่ไหนแล้ว”

 

“ผมแค่ชอบดูรูปถ่ายที่แม่เคยถ่ายไว้ ถึงจะเป็นภาพเก่า ๆ แต่มันก็สวยดี เลยอยาก... ทำได้เหมือนแม่บ้าง”

 

การที่เห็นพ่อแม่ตัวเองเป็นไอดอล ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ

 

“เครียดไรป้ะเนี่ย” ดีเซลกัดหลอดน้ำไม่ยอมปล่อย ทั้งยังหลบสายตาตอนที่ตอบเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง

 

“อ่อ เปล่าหรอก”

 

ผมรู้ว่าเขากำลังโกหก ปกติดีเซลจะแค่ทำหน้านิ่ง ๆ และไม่หลบสายตาผมแบบนี้ แต่เพราะคิดว่าตัวเองก็มีส่วนทำให้เขาคิดมากตั้งแต่ตอนเผลอถามเรื่องพ่อกับแม่เขาเมื่อเย็น ผมก็เลยไม่กล้าเซ้าซี้อะไรอีก

 

“เคิร์ด ของที่สั่งได้แล้วนะ”

 

“อ้ะ... โอเค ๆ”

 

มัวแต่เหม่อไปหน่อย รู้ตัวอีกทีกลิ่นหอม ๆ ของต้มยำที่สั่งไปก็ลอยขึ้นมาเตะจมูกจนแทบจะลืมความรู้สึกอย่างอื่นไปหมด ผมไม่รอช้ารีบตักน้ำซุปมาซดแล้วตามด้วยเส้นเหนียวนุ่มกำลังดี ร้านนี้เครื่องปรุงไม่ต้องใส่ครับ ฝีมือป้าอร่อยตั้งแต่ตั้งเตาแล้ว

 

“เฮ้ย เดี๋ยว ๆ ใส่เยอะขนาดนี้ระวังไส้ขาดนะ” ผมร้องห้ามทั้งที่เส้นยังคาอยู่เต็มปาก 

 

ไอ้เหี้ย ! ใส่พริกเยอะชิบหาย ทั้งพริกป่น พริกน้ำส้ม เทใส่เป็นช้อน ๆ จนผมต้องยกมือบอกให้พอ 

 

“ผมกินเผ็ด”

 

“แต่นี่มันเยอะไป ตักไปขนาดนี้มันไม่กลบรสชาติเดิมหมดเหรอ”

 

“ไม่นะ แต่ถ้าอยากให้พอ ผมพอก็ได้” เขาวางช้อนลงไปในโถใส่พริกป่นเหมือนเดิม

 

“ถ้าใส่น้อยจะไม่อร่อยเหรอ”

 

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะ”

 

“แล้วใส่ทำไมตั้งเยอะ นี่แค่เห็นนายกิน ยังจะเหงื่อออกแทนเลย”

 

ดีเซลก้มหน้าก้มตาคนก๋วยเตี๋ยวในชามเพื่อให้เครื่องปรุงเข้ากันที่ ตอนนี้น้ำซุปเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้ม ๆเป็น สีออกแดง ๆ แล้ว

 

“คงเป็นเพราะชอบด้วยมั้ง มันเลยอร่อยขึ้น”

 

เขาตอบอย่างไม่ยี่หระก่อนจะคีบเส้นขึ้นมากิน ผมรู้สึกแสบไส้แทนจนถึงกับทำหน้าแหยกับภาพที่เห็น  ...อร่อยปาก  ลำบากตูด  ดีเซลคงไม่เคยได้ยินคำนี้สินะ

 

“อร่อยมั้ยอ่ะ”

 

“อืม”

 

“ถึงจะใส่พริกน้อยกว่าปกติอ่ะนะ”

 

“อืม แต่ผมว่ามันอร่อยกว่าทุกวันนะ”

 

“ทำไมอ่ะ” ป้าแกก็ไม่ได้เปลี่ยนคนทำนี่หว่า หรือเขาใส่ผงอูมามิมากเกินไป พอดีเซลพูดงี้ผมเลยตักน้ำซุปเข้าปากตัวเองอีกรอบ

 

“ก็เป็นมื้อแรกที่ได้มากินด้วยกันซะที”

 

อึก !...

 

เดี๋ยวนะ... ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นสาวน้อยวัยใสที่กำลังถูกชายฉกรรจ์จีบอยู่ยังไงยังงั้นเลยอ่ะ มือที่กำลังคีบเส้นใส่ปากถึงกับหยุดชะงักก่อนจะเหล่ตาไปมองคนตรงข้ามที่กินเอา ๆ อย่างไม่สนใจใคร

 

จริงอยู่ว่าก่อนหน้านี้เราเคยออกไปกินข้าวด้วยกัน แต่ยังไม่ทันได้ตักข้าวเข้าปากก็มักจะถูกพี่เบนซินเดินเข้ามาหาเรื่องทุกครั้ง นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เรามากินด้วยกันได้อย่างตลอดรอดฝั่ง 

 

แต่ยังไง ๆ มันก็ไม่ใช่ป้ะวะ เหมือนมันจะมีสักจุดที่ผมว่ามันไม่ถูกต้องอ่ะ

 

“เคิร์ดเป็นไร”

 

“เปล่า ๆ”

 

ระหว่างนี้เราต่างคนต่างกินกันไปเงียบ ๆ ไม่มีใครชวนคุยอะไรจนกระทั่งก๋วยเตี๋ยวใกล้จะหมดชาม ผมถึงเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาจนต้องหันซ้ายหันขวามองหาอะไรที่พอจะเอามาเป็นประเด็นชวนคุยได้

 

แต่แหม...บรรยากาศก็เป็นใจจริง ๆ ช่วงค่ำแบบนี้ใคร ๆ เขาก็มากินกันเป็นคู่ทั้งนั้น ทั้งซ้ายทั้งขวาด้านหน้า ด้านหลังแทบทุกโต๊ะมากันเป็นคู่หมดเลย  ถึงแม้จะมีบางโต๊ะที่มาเป็นกลุ่ม แต่ในกลุ่มนั้นก็มีคนที่เป็นแฟนกันมาด้วยอยู่ดี 

 

พอเห็นอย่างนี้แล้วมันก็รู้สึกเหงา ๆ เนอะ ยิ่งพอกลับมาเห็นคนตรงหน้า ก็ได้แต่สวดภาวนาแล้วไว้อาลัยให้ตัวเองสามนาที ก่อนจะ...

 

“ดีเซล...”

 

“.......”  อีกคนไม่ขานรับแค่เงยหน้ามามองเฉย ๆ แล้วหยิบแก้วน้ำมาดื่ม

 

“เคยมีแฟนป้ะ”

 

ผมคิดว่าถามตรงขนาดนี้แล้วจะทำให้เขาสำลักน้ำที่กำลังยกดื่มอยู่ซะอีก แต่มันกลับกันเลย ดีเซลมองหน้าผมกลับและเหมือนจะแปลกใจมากกว่าที่ผมถามอะไรแบบนี้ออกไป ผมไม่ได้หลบตาเพราะผมอยากรู้จริง ๆ ว่าถ้าเขาเคยมีแฟน  ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนแบบไหน ใครเข้าหาใครก่อน ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้รู้จักดีเซลจริง ๆ จะต้องรับรู้ได้แน่นอนว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่จิตใจดีแค่ไหน 

 

“ไม่เคยหรอก” หลังจากจ้องหน้ากันสักพักเขาก็ยอมตอบ

 

“โม้ ! ถ้าอย่างนายไม่เคยมี แล้วคนอื่นจะไปเหลืออะไร อย่างฉันนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยมั้ง"

 

“จริง ๆ นะ ผมยังไม่เคยมีแฟน”

 

“บ้าดิ” ผมว่าผมไม่น่าเดาคำตอบผิดนะ แต่เสือกผิดเฉยเลย

 

“อืม... ทำไมอ่ะ”

 

“ก็อย่างนายไม่น่าจะหาแฟนยากขนาดนั้น หน้าตาก็ดี นิสัยก็ไม่ได้แย่ด้วย กั๊กรึเปล่า”

 

“แต่ผมคบคนยากนะ”

 

“อืม  อันนั้นก็พอเข้าใจอยู่หรอก แล้วเคยมีความรู้สึกแบบว่าชอบ-รัก หรือแอบรัก-แอบชอบใครบ้างป้ะ หรือความรู้สึกที่อยากจะรู้จักใครสักคนอะไรแบบนี้อ่ะ เคยมีมั้ย”

 

“ก็ไม่นะ”

 

แบบนี้ก็ตายด้านเกินป๊ายยยย...

 

“แล้วไม่มีคนมาจีบบ้างเหรอ”

 

“มี แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรอยู่ดี”

 

“ใครอ่ะ”

 

“จำไม่ได้ ตั้งแต่สมัยม.ปลายน่ะ”

 

“แล้วทำไมถึงไม่รู้สึกอะไรอ่ะ”

 

“ก็เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผมเลยกลัวว่าถ้าเกิดมารู้จักกันจริง ๆ เขาอาจจะรับไม่ได้กับสิ่งที่ผมเป็น”

 

“งั้นแสดงว่าลึก ๆ ก็อยากทำความรู้จักเขาเหมือนกันน่ะสิ”

 

“แค่เพื่อนเท่านั้นแหละ”

 

โว้ยยย ! ผมเข้าใจแล้วว่าผู้ชายอย่างเขาถึงเข้ากับคนอื่นยากนัก แม่งปิดใจนี่เอง กลัวว่าเขาจะรับไม่ได้บ้างล่ะ คิดแค่เพื่อนบ้างล่ะ พี่ลองเปิดใจบ้างสิคร้าบ

 

“บางครั้งก็มีความรู้สึกว่าอยากมีแว้บเข้ามาในหัวเหมือนกันนะ”

 

ดีเซลพูดขึ้นตอนที่ผมที่กำลังหยิบกระเป๋าสตางค์ออกจากกางเกง ผมถึงกับมือค้างไปเลยทีเดียว “แต่ก็แค่บางครั้งน่ะ”

 

“ที่อยากมีเป็นเพราะเหงารึเปล่า”

 

“ไม่ใช่หรอก”

 

“แล้วเพราะอะไรอ่ะ”

 

คนที่วางทุกคนรอบตัวไว้ในตำแหน่งเพื่อนหมด แถมปากยังพร่ำบอกว่าไม่มีทางคิดอะไรมากไปกว่านั้น ซ้ำยังไม่เคยรู้สึกว่าชอบหรือรักใครมาก่อน ถ้าหากไม่ใช่เพราะความเหงา แล้วจะอยากมีแฟนไปทำไม

 

“ผมแค่อยากรู้ว่าจะมีใครจริงใจกับคนอย่างผมบ้าง แต่พอคิดไปคิดมา คนอย่างผมมันไม่ควรมีแฟนหรอก”

 

“มีอยู่แล้วล่ะคนแบบนั้นน่ะ แค่อาจจะต้องรอเวลาเท่านั้นเอง แล้วทำไมถึงคิดว่าตัวเองไม่ควรมีล่ะ”

 

“ผมไม่ค่อยมีเวลาน่ะ ถ้าเป็นแฟนกันก็ต้องมีเวลาให้กันใช่มั้ยล่ะ”

 

“ถ้าหากคนนั้นเขาจริงใจกับนายจริง ๆ ต่อให้นายไม่มีเวลาให้ ยังไง ๆ เขาก็เข้าใจนายอยู่ดี เชื่อฉันสิฉันมีประสบการณ์”

 

เออ อันนี้เรื่องจริงจากตัวผมเองแหละ รักเขาจนหน้ามืดตามัวไปหน่อย เขาบอกว่าเรียนหนัก ยุ่งมาก ไม่มีเวลาให้  ไอ้เราก็เชื่อใจไม่เคยไปกวน ที่ไหนได้  แม่งจริง ๆ คือคิดตีตัวออกห่างเพื่อไปเอาคนอื่น ผมนี่แค้นยันทุกวันนี้ !

 

แต่ของดีเซลมันคนละเรื่องกันไงครับ เท่าที่สังเกตมาวันทั้งวันของเขาจะหมดไปกับเรื่องถ่ายรูปและเรื่องทำมาหากินเสียเป็นส่วนใหญ่  ไม่มีเวลาไปนอกใจใครเขาหรอก

 

“ถ้ามีคนแบบเคิร์ดก็คงจะดี”

 

อึก !...

 

ผมรู้สึกกลืนน้ำลายลงคอลำบากทุกครั้งเวลาที่ได้ยินอะไรแบบนี้ ไม่ใช่เพราะเขาพูดอะไรไม่เข้าหู แต่ผมรู้สึกเหมือนกำลัง... สำคัญตัวเอง โดยไม่รู้ว่าที่คิดอยู่นั้น  ...มันถูกหรือผิด

 

“ทำไมอ่ะ นายชอบผู้ชายเหรอ” เหมือนผีเจาะปากมาพูดยังไงยังงั้น คิดแล้วอยากจะร้องไห้ให้ความปากไวของตัวเอง

 

“เปล่าหรอก แค่คิดว่าถ้ามีใครสักคนที่เขาจริงใจกับผมจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชาย ผมก็เปิดใจรับได้ทั้งนั้นแหละ”

 

“แล้วทำไมถึงต้องเป็นฉันด้วยล่ะ”

 

“ไม่ได้เหรอ”

 

“อึก... อึก...”

 

คราวนี้ไม่ใช่แค่กลืนน้ำลายลำบากแล้วครับ แต่ผมสะอึกซะเสียงดังจนต้องรีบคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วในคราวเดียวเลย พอวางแก้วได้สติถึงกลับมา คราวนี้ผมตั้งใจมองตาเขาให้ชัด เอาให้รู้ไปเลยว่าที่พูดมานั่นเขามีความหมายอะไรแอบแฝงอยู่หรือ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนหน้านิ่งหน้าเดียว และแววตาก็ยังดูสับสน ผมเลยยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

 

“มะ... ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่ฉันแค่นึกไม่ออกน่ะว่าตัวเองมีดีอะไร แล้วทำไมนายถึงต้องเอาฉันไปเป็นเกณฑ์ ฉะ... ฉันอยากรู้แค่นั้นแหละ”

 

“ไม่รู้เหรอว่าข้อดีของตัวเองคืออะไร”

 

“ถ้ารู้จะถามเหรอ” เหมือนกำลังโดนอีกคนกวนตีนใส่เลยแฮะ

 

“ผมว่ามันเยอะมากเลยล่ะ... พี่ครับ  เก็บเงินเลย”

 

“เฮ้ยย !! ทำไมไม่บอกก่อนอ่ะ” เขาตอบสั้น ๆ แล้วรีบเรียกเชคบิล ผมเลยลุกขึ้นไปกดไหล่ให้เขานั่งลงอีกรอบ “ถ้าไม่บอกก็ไม่ให้ไป”

 

“มันดึกแล้วนะ กลับเถอะ”

 

“ไม่ !”

 

“เดี๋ยวไม่มีรถกลับ”

 

“ช่างมัน เดี๋ยวไปนอนหอไอ้เบสก็ได้” เอาสิให้มันรู้กันไปว่าจะหนีพ้น

 

“พรุ่งนี้มีถ่ายส่วนที่เหลือให้เสร็จด้วยนะ”

 

พอดีเซลพูดจบ เขาก็จับมือผมออกจากไหล่ตัวเองแล้วลุกขึ้นไปจ่ายเงินโดยไม่รอพนักงาน เชรี่ยยย... สรุปว่ามึงจะไม่บอกกูจริง ๆ ใช่ป้ะ 

 

 

ถ้าจะทิ้งระเบิดไว้ขนาดนี้ คืนนี้กูจะนอนหลับมั้ยครับมึง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 334 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

443 ความคิดเห็น

  1. #437 swnntg (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 15:58
    แหม่ ดีเซลแหมมมมมมมมมมม 5555555555
    #437
    0
  2. #422 - WiSH - (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 20:05
    อื้อหืออออ ดีเซลเอ้ย พูดขนาดนี้เอาเคิร์ดเป็นแฟนเลย!
    #422
    0
  3. #383 thisis_iiam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 00:37
    ทำไมวิดวะที่ฉันเจอมันช่างแตกต่างจัง ขอวิดวะแบบนี้ได้ไหม
    #383
    0
  4. #378 Rmuay Jirasatitkul (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 22:51
    ทำไมร้ายๆ
    #378
    0
  5. #364 แกงส้มไข่เจียว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 05:48
    ดีเซลนี่กำลังรุกใล่มั้ย ทำมึนนะเราน่ะ
    #364
    0
  6. #362 JMpalmy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 15:23
    ดีเซลซึนมากกก
    #362
    0
  7. #260 นุ๊ก ไนท์กี้. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 00:15
    เรายังว่างนะดีเซล55555
    #260
    0
  8. #253 paechpeach♡、 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 23:04
    ไม่ต้องหาคนแบบเคิร์ดหรอกค่ะ เอาเคิร์ดเลยเนี่ยแหละ
    #253
    0
  9. #208 GottomonEye (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 00:57
    อ่อยนะเนี่ยย
    #208
    0
  10. #169 Mistyblack (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 17:48
    อ๊อยยยย เขิล. ดูมุ้งมิ้ง
    #169
    0
  11. #123 NNobelprize (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 18:43
    อ่อยนิ่งๆ แต่ดาเมจแรงมากกกกก
    #123
    0
  12. #23 mook2328 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 14:02
    โอ้โหดีเซล...งานอ้อยก้อมา
    #23
    0
  13. #10 Pople (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 23:56
    ดีเซลอ่อยขนาดนี้จีบเลยค่าาาาา เชียร์เต็มที่ 5555 ขำเคิร์ดอ่ะ ถ้าเป็นเคิร์ดเราก็เค้นคอถามอ่ะ ความอยากรู้ไม่เข้าใครออกใคร
    #10
    0
  14. #9 FahSida (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 01:06
    คงค้างคามากใช่มั้ยเคิร์ด 555+
    #9
    0