The Knife ภารกิจทำลายมีดอาถรรพ์

ตอนที่ 5 : บทที่4 การแก้แค้น ! 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 57

 
บทที่4

การแก้แค้น !

                “พี่คะ เมื่อไหร่พวกเราจะได้ไปจัดการกับมันซะที” ผู้เป็นน้องเอ่ยถามพี่ชายของตนด้วยท่าทางกระตือรือร้น เธอกำหมัดแน่นพลางเงยหน้าขึ้นมามองพี่ชายสุดที่รักด้วยสายตามุ่งมั่น

                เด็กสาวคนนี้มีนามว่า เนลีน ฮาร์เด็น เธอมีเส้นผมสีเงินเป็นประกาย ดวงตาสีดำกลมโต ดูน่ารัก เธอเป็นคนมีความมุ่งมั่นสูง ฉลาดหลักแหลมและมีความรับผิดชอบมากกว่าเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน สิ่งที่ชอบเธอทำมากที่สุดคือ เชื่อฟังคำสั่งของพี่ชายสุดที่รัก

                “ใจเย็น เนลีนน้องรัก พี่สัญญาว่าจะให้น้องเป็นคนจัดการมัน มันจะต้องได้รับความทุกข์ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่มันก่อ” ชายหนุ่มพูดพลางยิ้มอ่อนโยนให้เด็กสาว

                ชายหนุ่มคนนี้คือ เนเจอร์ ฮาร์เด็น ผู้มีเส้นผมสีทองราวกับแสงอาทิตย์ ดวงตามีสีดำเช่นเดียวกับน้องสาว สิ่งที่เขาชอบทำที่สุดก็คือ ดูแลและปกป้องเนลีน ตอนนี้เธอเป็นน้องสาวเพียงคนเดียว และเป็นคนในสายเลือดเดียวกับเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ 

                “ขอบคุณมากค่ะ” เด็กสาวกล่าวขอบคุณพี่ชายของเธอ แววตาแสดงความมุ่งมั่นจนทำให้พี่ชายต้องหลุดยิ้ม

                “ไปกันเถอะ เนลีน” เนเจอร์กล่าวก่อนจะลูบศีรษะของน้องสาวอย่างเอ็นดู

                “ค่ะ” เนลีนรับคำ รอยยิ้มแจ่มใสปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากได้รูป

                พวกเขาเดินทางออกจากที่พัก และตรงไปหาสายเลือดคู่แค้นอย่างไม่รอช้า ใบหน้าสดใส ดูมีความสุขเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น

                ถึงเวลาปิดบัญชีเสียที...

_________________________________________________________________________________
 

                “ในที่สุดพวกเราก็ต้องมานอนกลางป่าอยู่ดี” เด็กสาวบ่น ทั้งๆที่ได้ห้องพักสบายๆแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมานอนกลางป่าแบบนี้ 

    คอร์เนียขมวดคิ้วมุ่น นอกจากจะรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรงแล้ว เด็กสาวยังรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านอีกด้วย เป็นเพราะเธอเป็นต้นเหตุ ถ้าไม่เข้าไปพักที่นั่นตั้งแต่แรก ชาวบ้านพวกนั้นก็คงไม่ต้องมาสังเวยชีวิตแบบนี้

                “ปกติเจ้าก็นอนกลางป่าไม่ใช่เหรอ” ฟินท์พูดเมื่อเห็นท่าทีไม่พอใจของเด็กสาว เธอชักจะจุกจิกมากเกินไป

    “ไม่ต้องมายุ่งเลย” เด็กสาวตวาดใส่เจ้ามีด

                “รีบๆนอน พรุ่งนี้ต้องรีบออกเดินทางแต่เช้า” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนจะเอนกายนอนลงบนพื้นหญ้า วันนี้เขาเองก็เหน็ดเหนื่อยมาไม่น้อยเช่นกัน

    “รู้แล้วน่า” เด็กสาวตะโกนเสียงดังอย่างรำคาญพลางล้มตัวลงนอนบ้าง หวังว่าคืนนี้จะไม่มีอะไรมากวนใจอีกนะ

    ในวันรุ่งขึ้น พวกเธอจะได้พบเจอกับเรื่องอะไรก็คงจะไม่มีทางรู้ได้ พวกเธออาจจะได้พบกับอันตรายแสนสาหัส และความเหน็ดเหนื่อยอีกมากมาย แต่ในเมื่อได้รับหน้าที่นี้มาแล้ว ก็คงจะต้องพยายามให้ถึงที่สุด ถึงแม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม...

 

    วันที่ 12 เดือน 7 ปีที่51 ยุคอโครนายด์ที่ 29

                วันนี้พวกเธอถูกปลุกด้วยแสงอาทิตย์ที่จ้าผิดปกติ

                “ทำไมวันนี้แดดแรงจัง” เด็กสาวจอมโวยวายบ่นตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เธอไม่เคยรู้สึกร้อนเท่านี้มาก่อน วันนี้ดวงอาทิตย์เกิดความผิดปกติอะไรขึ้นมา ถึงได้เปล่งแสงแรงถึงเพียงนี้

                “หยุดบ่นสักทีได้มั้ย” เฟอร์ลีสพูดเสียงเรียบ เขาเองก็ร้อนไม่แพ้คอร์เนีย ถ้ายังได้ยินเสียงบ่นน่ารำคาญของเธออีก เขาจะต้องระเบิดเป็นจุลแน่ๆ

                “โอ้ย ร้อนโว้ยยย...” คอร์เนียตะโกนลั่น ตอนนี้ผิวของเธอแทบจะไหม้อยู่แล้ว จะไม่ให้โวยวายได้อย่างไร เธอไม่ใช่คนที่มีความอดทนมากขนาดนั้น ที่สำคัญร่างกายก็ยังไม่หายเป็นปกติ ทั่งเจ็บระบม ทั้งร้อน และยังต้องพยายามก้าวเท้าเดินต่อไปอีก ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

                “อย่าบ่นเลย” ฟินท์พูดอย่างเอือมระอา

                “หึๆๆๆ” เสียงหัวเราะน่ากลัวของชายหนุ่มผู้หนึ่งดังมา

                เด็กสาวมองไปรอบๆอย่างไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่เธอเริ่มต้นทำภารกิจนี้ ก็มีแต่เรื่องแปลกๆเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผิดไปจากชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของเธอโดยสิ้นเชิง 

    “สวัสดี เฟอร์ลีส แชโดวล์ ไม่ได้เจอกันนานเลย” เสียงของเด็กสาวอีกคนดังตามมา

                “เนเจอร์ เนลีน” เด็กหนุ่มพูดพลางกัดฟันกรอด คนพวกนี้รับมือยากมาก ที่สำคัญเขายังมีตัวถ่วงอีกด้วย เด็กสาวผมสีเขียวที่ขี่ม้าอยู่ข้างหลังเขานั่นไง

                “เสียงใครอีกฟะ” คอร์เนียตะโกนอย่างไม่สบอารมณ์ หัวคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันจนแน่นเป็นปม

                “หึๆๆๆ”

                เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้น ร่างของชายหญิงคู่หนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน ทำให้พวกเขาแทบจะหยุดม้าไม่ทัน

    ชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีทอง...

    และเด็กสาวผู้มีเส้นผมสีเงินเปล่งประกาย...

                “ไม่ได้เจอกันนาน ยังสบายดีอยู่ใช่มั้ย”

    น้ำเสียงเย็นของชายหนุ่ม ทำให้คอร์เนียรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ส่วนเฟอร์ลีสก็มีท่าทางแปลกไป ปกติเขาจะนิ่งและเย็นชา แต่ตอนนี้กลับแสดงสีหน้าเป็นกังวล สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดก็คือ เขาจะสามารถรักษาชีวิตของเด็กสาวจอมเฉิ่มคนนี้ไว้ได้หรือไม่ ถ้าเธอเป็นอะไรไป ภารกิจที่พวกเขาต้องแบกรับก็คงไม่มีทางสำเร็จ

                “แล้วนั่นใคร” เนลีนพูดพลางชี้มาที่คอร์เนีย  “เดี๋ยวนี้มีหญิงนะ เมื่อก่อนนายไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ใช่เหรอ” เด็กสาวพูดพลางแสยะยิ้มเย็น ดวงตาของเธอแฝงไปด้วยความแปลกใจ “ฉันชื่อเนลีน ส่วนนี่ก็พี่ชายสุดที่รัก เนเจอร์” เนลีนหันมาพูดกับคอร์เนีย

                “ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะ ฉันชื่อเนเจอร์ ฮาร์เด็น” ชายหนุ่มผมสีทองกล่าว ก่อนจะยิ้มให้คอร์เนีย

                ถึงรอยยิ้มนั้นจะงดงามและดูมีเสน่ห์มาก แต่มันกลับทำให้เด็กสาวรู้สึกไม่สบอารมณ์ สำหรับเธอรอยยิ้มแบบนี้ช่างกวนประสาทเสียจริง

                “ฉันเนลีน ฮาร์เด็น” เด็กสาวเส้นผมสีเงินแนะนำตัว

                “น่ารำคาญจริง” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ และพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาต้องไม่ทำให้สองพี่น้องคู่นี้รู้ว่าเขากำลังรู้สึกกังวลอยู่

                “นายหายหัวไปตั้งนาน ไม่คิดถึงพวกเราบ้างเหรอ” เนลีนพูดพลางทำหน้าเศร้า เธอส่งรอยยิ้มกวนๆให้เด็กหนุ่ม

                “เรามาเริ่มระลึกความหลังกันดีกว่า” เนเจอร์พูดและแสยะยิ้มน่ากลัว 

    แสงแดดที่เคยแรงอยู่แล้วแรงขึ้นอีก เพราะพลังบางอย่างของชายหนุ่ม

                “โอ้ย ร้อนโว้ย” คอร์เนียโวยวาย “เนเจอร์ นายทำให้มันเย็นลงเดี๋ยวนี้” เมื่อรู้ว่าตัวการที่ทำให้แดดร้อนคือเขา เด็กสาวก็ตวาดใส่อย่างไม่เกรงใจ

                “จัดการมันน้องรัก” เนเจอร์ไม่สนใจเด็กสาวที่กำลังร้องโวยวาย เขาสั่งเนลีน ทำให้เธอยิ้มหวานอย่างพอใจ ถึงรอยยิ้มนั่นจะงดงามแต่มันกลับดูน่ากลัวพิลึก

                “ได้ค่ะ พี่ชายสุดที่รัก”

                กึกๆ~ แกรก~!

                เด็กสาวแสยะยิ้ม พื้นดินกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

                “เหวอออ...” คอร์เนียร้องเสียงหลง ม้าที่ตกใจสะบัดเธอตกลงมา  “โอ้ยยย...” เด็กสาวร้อง เธอตกม้าไปหลายรอบ เกรงว่าหลังจะหักเอา

                เด็กหนุ่มผู้ชำนาญไม่ได้ตกลงจากม้าเหมือนเด็กสาว เขาร่ายเวทใส่ม้าของคอร์เนียที่วิ่งเตลิดไป ทำให้มันสลบอีกครั้ง

                “ยัยบ้าเนลีน หยุดเดี๋ยวนี้” คอร์เนียตะโกนลั่นขณะที่พยายามยันตัวลุกขึ้น ถึงจะรู้สึกเจ็ดปวดจนแทบไม่อยากขยับตัว แต่ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทำให้เธอลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ

                “ลงไปชดใช้กรรมในนรกเถอะ เจ้าคนบาป” เนลีนตะโกนด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น ฉับพลันพื้นดินที่กำลังสั่นไหวก็เกิดรอยแยกเป็นวงกว้าง คอร์เนียที่ชักฟินท์ขึ้นมากระโดดหลบได้ทัน ส่วนเฟอร์ลีสก็ลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็ว เจ้าม้าผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองตกลงไปในรอยแยกที่เนลีนสร้างขึ้น

                “พาหนะของพวกนายตกลงไปแล้ว ไม่ตามลงไปเก็บล่ะ” เนเจอร์พูดก่อนจะยิ้มเย้ยหยัน

                คอร์เนียกัดฟันกรอด เธอคงต้องจัดการเจ้าพวกนี้ให้รู้ว่าใครเป็นใครเสียบ้าง แต่ตอนนี้ขอให้เธอเข้าใจเหตุการณ์ในตอนนี้ก่อน ท่าทางสองพี่น้องคู่นี้คงจะเป็นคู่แค้นของเฟอร์ลีส แต่นั่นไม่เกี่ยวกับเธอ แล้วพวกเขาเข้ามาโจมตีเธอด้วยเหตุใด จะฆ่าเธอด้วยอย่างนั้นหรือ

                “พวกนายมาทำร้ายฉันด้วยทำไม” เด็กสาวที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ตะโกนถามบุคคลทั้งสอง

                “อธิบายให้สาวน้อยคนนั้นฟังหน่อยสิ น้องรัก” เนเจอร์พูดกับเนลีน เด็กสาวจึงพยักหน้ารับ

                “ก็สายเลือดของคนรักเธอฆ่าคนในสายเลือดของฉันไปหลายร้อยคนน่ะสิ เมื่อเป็นคนรักกันก็ต้องตายไปด้วยกัน” เนลีนอธิบายพลางแสดงสีหน้าเคียดแค้น เธอมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ สีหน้าและแววตาแบบนี้ช่างไม่เหมาะกับเด็กสาวหน้าตาน่ารักอย่างเธอเลย

                “แล้วฉันไปเป็นคนรักของคนพรรค์นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” คอร์เนียตวาดใส่เนลีนอย่างไม่สบอารมณ์ ตอนนี้ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดงเพราะความโกรธและความเขินอายเมื่อเธอนึกถึงภาพตอนที่เด็กหนุ่มนั่งซ้อนท้ายตอนที่สอนเธอขี่ม้า

                “ฉันก็ไม่ใช่คนรักของผู้หญิงเฟอะฟะพรรค์นั้น” เสียงเรียบของเด็กหนุ่มดังขึ้นมาบ้าง ท่าทางเขาจะไม่พอใจมากๆ เขาไม่มีทางเอาผู้หญิงแบบคอร์เนียมาเป็นคนรักหรอก ไม่สิ เขาไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น

                “หึ”

    สองพี่น้องแสยะยิ้ม ดาบยาวเปล่งแสงสีทองเจิดจ้าปรากฏขึ้นที่มือทั้งสองข้างของเนเจอร์ ธนูสีเงินสะท้อนแสงปรากฏขึ้นที่มือของเนลีน ลูกธนูสีเงินถูกปล่อยออกมาเมื่อเด็กสาวดึงสายคันธนู เธอเล็งไปที่เด็กสาวอีกคนที่กำลังถือมีดอยู่

                “ย้ากกก...” เด็กสาวพยายามหลบลูกธนูทีมีพลังมหาศาลนั่น แต่ลูกธนูกลับเลี้ยวตามเธอได้

                “เป็นไงล่ะ ธนูที่ยิงยังไงก็ไม่พลาดเป้า” เนลีนพูดพลางยิ้มอย่างพอใจ เมื่อเห็นเด็กสาวกระโดดหลบลูกธนูไปมา “จัดการมันเลยค่ะ”

                “น้องอยากจัดการมันไม่ใช่เหรอ ตามสบายเลยน้องรัก”

                “ก็อยากอยู่นะคะ แต่หนูอยากให้ยัยผู้หญิงนั่นเห็นพลังที่แข็งแกร่งของพี่ค่ะ” เนลีนกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ก่อนจะยิ้มหวานให้พี่ชายของตน

                “งั้นก็ตามใจนะ”

    สิ้นเสียงของชามหนุ่ม ดาบทั้งสองเล่มก็เปล่งแสงแรงขึ้น เนเจอร์หลับตาลง ก่อนจะร่ายเวทอะไรบางอย่าง ฉับพลันสายฟ้ามากมายก็ฟาดลงมาที่พื้นดินอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้ลูกธนูสีเงินของเนลีนได้หายไปเพราะพลังของฟินท์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                “ว้ากกก...”

    คอร์เนียร้องโวยวาย ส่วนเฟอร์ลีสก็กระโดดหลบสายฟ้าพวกนั้นอย่างเยือกเย็น

    “ฟินท์ ทำไงดี” เด็กสาวกระซิบมีดในมือ

                “ไปทำลายการร่ายเวทของเนเจอร์ซะ” เฟอร์ลีสตะโกนมา

    ให้เธอไปทำลายการร่ายเวทของเนเจอร์อย่างนั้นหรือ งานนี้ยากเอาการ คิดว่าเด็กสาวคนนี้มีปัญญาขนาดนั้นเลยหรือ

                “ให้ฉันไปทำเนี่ยนะ” เด็กสาวตะโกนกลับไป เธอขมวดคิ้วแน่นอีกครั้ง

                “เดี๋ยวนี้เลย” เด็กหนุ่มตอบอย่างแยแส ก่อนจะกระโดดหลบสายฟ้าอีกสายอย่างคล่องแคล่ว

                “ข้าจัดการเอง เจ้าวิ่งตามแรงข้ามาแล้วก็จับด้ามมีดให้แน่นๆก็พอ” ฟินท์พูด ทำให้เด็กสาวสบายใจขึ้น จริงๆหน้าที่นี้ก็เป็นของเจ้ามีดอยู่แล้ว 

                “อืม...ว้ากกก...” สายฟ้าสายหนึ่งฟาดลงมาที่เด็กสาว ฟินท์กระชากตัวเธอหลบออกมาได้ทัน

                “ไปล่ะนะ” เจ้ามีดพูดและพุ่งตัวไปที่เนเจอร์ด้วยความเร็ว มันและเด็กสาวสามารถหลบสายฟ้าที่ฟาดลงมาได้อย่างคล่องแคล่ว เนลีนที่สังเกตเห็นรีบดึงสายคันธนู ลูกธนูนับสิบพุ่งเข้าใส่เด็กสาวเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของเธอ ลำแสงสีน้ำตาลเข้มพุ่งเข้าใส่ลูกธนูพวกนั้น ทำให้พวกมันสลายไป

                “แหม พลังยังรุนแรงเหมือนเดิมเลยนะ” เนลีนพูดกับเด็กหนุ่มพลางมองเด็กสาวที่พุ่งเข้ามา “แต่คราวนี้ไม่พลาดแน่”  เหมือนเด็กสาวจะจับพลังมหาศาลในมือของเด็กสาวอีกคนได้ สายลมพัดแรงบริเวณมือของคอร์เนียจนรู้สึกเจ็บ “ลมคมมีดของฉันเป็นยังไงบ้าง หึ” เนลีนพูดและแสยะยิ้มเหี้ยม ก่อนจะร่ายเวทให้สายลมพัดแรงทั่วร่างของคอร์เนีย

                “ฉันไม่ไหวแล้ว ฟินท์” คอร์เนียพูดขึ้น เธอทนพิษบาดแผลที่เกิดขึ้นทั่วร่างไม่ไหว ตอนนี้เธอรู้สึกเจ็บปวดราวกับผิวหนังจะฉีกขาด ร่างกายของเด็กสาวมีรอยแผลที่มีเลือดไหลซิบเกิดขึ้นมากมาย

                “คอร์เนีย ระวัง” ฟินท์ตะโกนขึ้นเมื่อเห็นลูกธนูสีเงินพุ่งเข้ามาที่เด็กสาว

                ฉึก!

                ลูกธนูสีเงินปักลงทีข้อมือขวาของคอร์เนีย ทำให้มีดหลุดออกจากมือของเธอ เด็กสาวทรุดฮวบลงไปที่พื้น เธอไม่มีแรงที่จะยืนต่อไปอีกแล้ว ความเจ็บปวดที่เกิดหนักหนาเกินกว่าจะรับไหว

                “พี่ให้เธอจัดการกับผู้หญิงคนนั้นละกัน” เนเจอร์พูดกับเนลีน ตอนนี้เขาเรียกสายฟ้าให้ฟาดลงมามากขึ้น

                “ได้ค่ะ” เนลีนพยักหน้ารับ และพุ่งเข้าไปหาคอร์เนียอย่างรวดเร็ว

                “ลมคมมีด เปลวเพลิงแห่งนรก” เนลีนร่ายเวท ลมแรงก่อตัวขึ้นบริเวณร่างกายของเด็กสาวอีกครั้ง เปลวไฟร้อนพุ่งออกมาจากมือของเนลีน สายลมทำให้เปลวไฟโหมแรงยิ่งขึ้น “จงทรมานให้ตายซะเถอะ” เนลีนพูดพลางยิ้มอย่างพอใจ เมื่อเห็นร่างของคอร์เนียถูกครอกไปด้วยเปลวเพลิง

                “ฮ่าๆๆๆ” เนเจอร์หัวเราะอย่างสะใจ ก่อนจะพุ่งเข้าไปประดาบกับเด็กหนุ่ม เสียงหัวเราะเย้ยหยัน ทำให้คนที่ได้ยินเลือดฉีดพล่านด้วยความโมโห

                “...” เฟอร์ลีสไม่ได้พูดอะไรได้แต่มองเด็กสาวที่จมกองเพลิงอย่างหมดอารมณ์ เหตุใดต้องมาเป็นห่วงผู้หญิงขี้บ่นพรรค์นั้นด้วย เขาควรมีสมาธิกับการต่อสู้มากกว่านี้

                ฟึบ!

                เนเจอร์ตีลังกากลับหลังอย่างสวยงาม

                “ปิดฉากการต่อสู้ยังไงดี เนลีน น้องรัก” เนเจอร์หันไปถามเนลีนที่กำลังยิ้มพอใจกับผลงานของตน

                “แช่แข่งค่ะ” เด็กสาวตอบ

                “เป็นความคิดที่ดีมาก” เนเจอร์หลับตาลงและเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง

                “คอร์เนีย” เฟอร์ลีสเรียกเด็กสาวและเข้าไปดูอาการของเธอ

                โชคดีที่พลังของเจ้ามีดช่วยปกป้องเธอเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเด็กสาวคงจะไม่รอดแน่ อาการของเธอน่าเป็นห่วงมาก เธอเป็นเพียงเด็กสาวชาวมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังเวทปกป้องร่างกาย บาดแผลพวกนี้คงจะทำให้เธอทรมานมากแน่นอน

                “ไอซ์ ฟรีส” เนเจอร์ร่ายเวท

    ความหนาวเย็นเริ่มคืบคลานเข้ามา  เฟอร์ลีสพยุงเด็กสาวที่ไม่ได้สติ แล้วฟินท์หายไปไหน  เมื่อสักครู่เด็กหนุ่มยังรู้สึกถึงพลังของมันรอบร่างเด็กสาวอยู่เลย เขาพยายามมองหามัน แต่ไม่พบ

                “หานี่อยู่เหรอจ๊ะ” เสียงหวานใสของเนลีนดังมา ในมือของเด็กสาวถือสิ่งที่คุ้นตา “ไหนๆก็จะตายอยู่แล้ว ฉันขอเอามีดเล่มนี้ไปใช้ละกันนะ ขอบใจจ๊ะ...มะ...มีดเล่มนี้มัน...” เมื่อพิจารณาดู เด็กสาวก็เบิกตาโพลง และขว้างมันไปให้พี่ชาย

                “มะ...มีดแห่งความชั่วร้าย” ชายหนุ่มมองมันด้วยความประหลาดใจ มีดเล่มนี้สูญหายไปนานแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้ “พวกนายเอามาจากไหน” เนเจอร์ถามเด็กหนุ่ม ซึ่งตอนนี้แทบจะกลายเป็นแท่งน้ำแข็ง

    สิ่งที่บรรพบุรุษของเขาตามหา บัดนี้มาอยู่ในมือของเขาแล้ว...

                “ทำไมฉันต้องบอกด้วย” เฟอร์ลีสตะโกน ทำให้สองพี่น้องตกตะลึง ท่าทีของเขาดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นท่าทางที่พวกเขาไม่เคยเห็นจากเด็กหนุ่มคนนี้แม้สักครั้งเดียว ปกติเขาเป็นคนที่เยือกเย็นมาก

                “ของคนรักนายล่ะสิ เธอคงจะเป็นลูกหลานของฟินท์ใช่มั้ยล่ะ” เนเจอร์พูดพลางมองมีดในมือ “มีเรื่องสนุกๆให้ทำแล้วล่ะน้องรัก” เขาพูดต่อ ก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่ม

                “อะไรเหรอคะ” เด็กสาวถามพลางแสดงสีหน้าสงสัย

                “พี่จะทำให้สองคนนี้หัวปั่นเล่นๆ ให้มันทรมานและตายไปอย่างช้าๆน่าจะสะใจกว่าใช่มั้ย” เนเจอร์ตอบ เนลีนจึงพยักหน้าเห็นด้วย

                แค่ความตายมันน้อยไปสำหรับคนพวกนี้...

                “พี่หมายความว่า พี่จะเอาเรื่องมีดแห่งความชั่วร้ายไปแพร่งพรายใช่มั้ยคะ” เนลีนกล่าวขึ้น ที่เธอคิดไว้มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว

                “เธอนี่รู้ใจพี่จริงๆ” เนเจอร์พูดและดึงร่างของน้องสาวเข้ามกอด ทำให้เธอหน้าแดงด้วยความเขินอาย เนเจอร์โยนมีดคืนให้เด็กหนุ่ม ก่อนที่ร่างของบุคคลทั่งสองจะสลายไปกับสายลม

    พวกเขายอมไปด้วยเรื่องแค่นี้อย่างนั้นหรือ ทั้งๆที่ตามหามานาน แต่กลับยอมทิ้งไปง่ายๆแบบนี้...

    เด็กหนุ่มส่ายหน้า เขาคิดไม่ออกเลยว่า สองพี่น้องฮาร์เด็นมีแผนอะไร พวกเขาคงไม่มีทางเอาเรื่องมีดแห่งความชั่วร้ายไปบอกกับใครแน่นอน พวกเขาอยากเก็บมันไว้เอง แล้วเหตุใดจะต้องบอกคนอื่นให้มาแย่งชิงมันด้วย

    ตอนนี้ทุกอย่างก็กลับสู่สภาพปกติ อากาศเริ่มรอบๆคลายความเย็นลง

    “คอร์เนีย” เด็กหนุ่มเรียกเด็กสาวและเขย่าร่างไม่ได้สติของเธอ

                “อะ...โอย” ผู้หญิงจอมถึกลืมตาขึ้น ดวงตาคมสีน้ำเงินเข้มของเด็กสาวประสานกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น เด็กสาวรีบลุกขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลนและไม่กล้าสบตาเขาอีก

                “ไม่เป็นไรใช่มั้ย” เด็กหนุ่มถามคอร์เนียด้วยน้ำเสียงเรียบเช่นเคย

                “มะ..ไม่เป็นไร” เธอตอบตะกุกตะกัก โชคดีที่เจ้ามีดร่ายเวทมาป้องกันร่างกายเธอได้ทัน ไม่เช่นนั้นตอนนี้เธอคงจะได้ไปเกิดใหม่แล้ว แต่ถึงจะตอบไปอย่างนั้น ความรู้สึกเจ็บปวดก็ไม่ได้ลดลง การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้เด็กสาวได้แผลเพิ่มขึ้นมากมาย เลือดก็ยังไหลซิบออกมาไม่หยุด

                “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” เด็กหนุ่มพูดโดยไม่สนใจท่าทีของเด็กสาว เขาคงไม่ได้ใยดีกับอาการบาดเจ็บของเธอเลยแม้แต่น้อย

                “ฟินท์เป็นอะไรไป” เด็กสาวถามขึ้นพลางมองมีดในมือของเด็กหนุ่ม ถึงปกติมันจะอยู่นิ่งๆไม่ค่อยพูดอะไร แต่คราวนี้เหมือนกับมีอะไรแปลกไป

                “คงจะโดนพลังของเจ้าพวกนั้นมากไปหน่อย” เด็กหนุ่มตอบสั้นๆ ทำให้เด็กสาวทำหน้าไม่เข้าใจ

                “หมายความว่ายังไง” เด็กสาวขมวดคิ้วมุ่น

                “พลังของฟินท์อาจจะยังไม่ค่อยเข้าที่เนื่องจากมันหลับใหลไปหลายพันปี พอมาโดนพลังแห่งแสงของเนเจอร์ พลังของมันจึงอาจจะลดลง” เด็กหนุ่มอธิบาย

                พลังของฟินท์เป็นพลังแห่งความมืดซึ่งไม่ค่อยถูกกับแสงสว่างเท่าใดนัก เนื่องจากตอนนี้พลังของมันยังไม่ค่อยเข้าที่ เมื่อโดนพลังแห่งแสงมากไป จึงอาจจะทำให้มันหลับใหลไปชั่วคราว

                “แล้วจะทำไงดี” คอร์เนียถามอย่างร้อนใจ

                ถ้าเจ้ามีดเป็นแบบนี้ เธอจะเรียกใช้พลังจากมันได้หรือไม่ ถ้าเธอใช้พลังจากมันไม่ได้ การต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป จะทำอย่างไร

                “เมื่อเราไปถึงทะเลสาบต้องสาป แล้วเอาน้ำต้องสาปราดมัน มันก็คงจะกลับเป็นปกติ”

                “อีกไกลมั้ยกว่าจะถึง” คอร์เนียถามต่อ ถึงร่างกายจะเหนื่อยล้า และบาดแผลจะเจ็บปวดเพียงไร แต่เธอก็ไม่สนใจ ตอนนี้เธอควรจะทำตัวให้เข้มแข็ง และถือว่าการบาดเจ็บครั้งนี้คือการสอนให้เตรียมพร้อมที่จะรับความเจ็บปวดในครั้งต่อไป หลังจากนี้เธออาจจะต้องเจ็บปวดมากกว่านี้เป็นร้อยๆเท่า เพราะฉะนั้นเธอจะมาโอดโอยกับบาดแผลแค่นี้ไม่ได้

                “ต้องเดินไปอีกครึ่งวัน”

                “ครึ่งวัน!” เด็กสาวตะโกน รู้สึกเสียดายเจ้าม้าสองตัวนั้นจับใจ ถ้ายังมีม้าสองตัวนั้น พวกเธอคงจะไปถึงทะเลสาบต้องสาปได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

    “รีบไปกันเถอะ” เฟอร์ลีสพูดและเดินนำทางไป
 

                

 
B B

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น