The Knife ภารกิจทำลายมีดอาถรรพ์

ตอนที่ 3 : บทที่2 ผู้ร่วมเดินทาง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ต.ค. 57


บทที่ 2

 

ผู้ร่วมเดินทาง

 

 

    “ฟินท์ เราจะไปไหนกัน” เด็กสาวถามขึ้น

                ตอนนี้ฟินท์อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอ มันใช้เวทอำพรางปกปิดตนเองจากโลกภายนอก ถ้าไม่ใช่คนที่รู้เรื่องมันโดยเฉพาะ ก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันคือมีดปริศนาที่ถูกทิ้งลงที่หุบเขาสะกดวิญญาณ

                “ข้าจะพาเจ้าไปที่สถานที่แห่งหนึ่ง ข้าต้องการทำลายมีดเล่มนี้”

                “แล้วนายจะไม่ตายเหรอ” เด็กสาวพูดพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ จะมีใครในโลกที่อยากตาย ถ้าไม่บ้า หรือไม่เหลืออะไรจริงๆ

                “ถึงข้าจะเป็นอมตะ แต่ข้าไม่อยากติดอยู่ในมีดเล่มนี้”

    เจ้ามีดอธิบาย ทำให้คอร์เนียแสดงสีกน้าไม่เข้าใจมากขึ้น

                “แล้วที่นายบอกว่าไม่มีใครสามารถทำลายมีดเล่มนี้ได้ล่ะ” คอร์เนียถามเจ้ามีด หัวคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันจนเป็นปม มีดเล่มนี้มันจะมีลับลมคมในอะไรนักหนา

                “ทำลายแบบปกติไม่มีทางทำได้ จะเอามีดไปหลอม หรือใช้พลังเวทกล้าแกร่งใดๆ ก็ไม่มีทางทำลายได้ วิธีทำลายมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น” เจ้ามีดกล่าว

                “อืม...แล้วต้องทำยังไงบ้างล่ะ”

                “ถ้าจะทำลายมีดที่เทพแห่งความชั่วร้ายสร้างขึ้นจะต้องไปที่หุบเขาแห่งความชั่วร้าย ซึ่งเป็นสถานที่ที่สร้างมันขึ้นมา โดยเราจะต้องหาสิ่งที่เทพแห่งความชั่วร้ายสร้างนับพันๆชิ้น แล้วนำมารวมกันที่ก้นบึ้งของหุบเขาสะกดวิญญาณ แล้วให้เด็กสาวที่มีสายเลือดเดียวกับเจ้าของมีดมาอธิษฐานให้หุบเขานั้นเปิดออก” เจ้ามีดอธิบาย

                “ยุ่งยากจังแฮะ” หลังจากที่ฟังฟินท์พูดจบ เด็กสาวก็เบะปาก ถ้าจะให้หาสิ่งของเป็นพันๆชิ้น มันจะต้องใช้เวลากี่ชาติกัน

                “อย่าเพิ่งตกใจไป เราแค่ต้องเดินทางไปทั่วทั้งสี่อาณาจักร มีสถานที่เพียงห้าแห่งเท่านั้น”

                “หา!” เด็กสาวอุทานพลางทำตาโต

                พูดแบบนี้ยิ่งน่าตกใจเข้าไปใหญ่ เดินทางทั่วทั้งสี่อาณาจักรก็คือเดินทางทั่วโลก ที่สำคัญอย่างเดินทางไปแค่ห้าที่ แสดงว่าแต่ละที่ต้องอยู่ไกลกันมากๆ

                เด็กสาวเหม่อมองออกไป เธอกำลังใช้ความคิดว่า ถ้าต้องเดินทางทั่วโลกจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ อาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิต เพระชีวิตมนุษย์สั้นมาก เธอจึงอาจจะทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ

                “แล้วเราจะเริ่มหากันจากที่ไหน ถึงฉันจะมีเวลาช่วยนายตามหาสิ่งของพวกนั้น แต่ก็ใช่ว่าฉันอยากช่วย ฉันก็มีเรื่องต้องทำ”  คอร์เนียพูดอย่างไม่ใส่ใจ เธออยากจะปัดความรับผิดชอบนี้ทิ้ง ลำพังเธอคนเดียวคงไม่มีทางทำสำเร็จอยู่แล้ว 

                เธอเป็นเพียงเด็กสาวชาวมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่เวทมนตร์หรือความสามารถอะไรเลย...

    ฟินท์สังเกตท่าทางของคอร์เนีย และถอนหายใจออกมา ท่าทางของเธอทำให้มันรู้สึกไม่สบายใจ ถ้าทำลายมีดเล่มนี้ไม่ได้ เรื่องเลวร้ายต่างๆก็อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งมันอาจเชื่อมโยงมาถึงตัวเธอ เพราะเธอเป็นคนทำให้มีดเล่มนี้ตื่นขึ้นมาน่ะสิ!!!

                “คอร์เนีย” ฟินท์เรียกเด็กสาว มันตัดสินใจบอกความจริงกับเธอ การบอกความจริงกับเด็กสาวขี้โวยวายคนนี้คงเป็นสิ่งที่มันลำบากใจที่สุด

                “หือ?”

                “ถ้าเจ้าไม่อยากช่วยข้าก็ไม่เป็นไร ข้าก็แค่อาจถูกพวกเลวๆจับไปเท่านั้น แต่เจ้า...” มันเงียบไปอย่างชั่งใจ ถ้าบอกความจริง เด็กสาวจะโวยวายอะไรบ้างก็ไม่รู้

                “แต่ฉันอะไร” หลังจากที่เงียบกันอยู่พักใหญ่ เด็กสาวก็ถามขึ้น เธอรู้สึกไม่พอใจ มีอะไรก็รีบๆพูดออกมาเลย อ้ำๆอึ้งๆอยู่ได้ น่ารำคาญเสียจริง

                “แต่เจ้า...อาจจะถูกทางการจับไปประหาร...เนื่องจากเป็นทายาท ที่หลงเหลือจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์  สายเลือดบาร์ล็อก...”

                “หาาา! ฉันจะถูกประหาร ฉันยังไม่อยากตายนะโว้ย”

                เป็นไปตามคาด เด็กสาวโวยวายเสียงดัง โชคดีที่แถวนี้ยังเป็นป่า จึงไม่มีผู้คน ไม่เช่นนั้น เธอคงจะกลายเป็นจุดเด่น และถ้ามีคนเอะใจ ความปลอดภัยของพวกเขาก็จะยิ่งลดลง

                “นายเคยบอกว่า จะไม่มีใครมาทำอันตรายฉันได้ไง” คอร์เนียตวาด

                “ขะ...ข้า”

                “ไม่มั่นใจแล้วพูดออกมาทำไม จริงๆแล้วนายคงไม่มีฝีมือล่ะสิ ฉันจะเอามีดไปโยนทิ้งที่หุบเขาสะกดวิญญาณให้หลับไปอีกสัก 3,000 ปีดีมั้ย” เด็กสาวตะโกนอย่างเหลืออด เธอคงจะคิดผิดไปว่าเจ้ามีดที่พูดภาษามนุษย์และขยับไปไหนมาไหนเองได้ จะช่วยป้องกันอันตรายให้เธอ ที่แท้มันก็ทำเพื่อตัวเอง แล้วเอาเธอมาอ้าง

    เด็กสาวขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ ความจริงเธออาจไม่ใช่คนในสายเลือดบาร์ล็อกก็ได้ เธออาจถูกมันหลอกใช้ เพระเมื่อคิดดูให้รอบคอบแล้ว ตระกูลที่ถูกล้างเผ่าพันธุ์เมื่อเกือบ 3,000 ปีก่อน อยู่ดีๆจะปรากฏตัวออกมาได้อย่างไร ที่สำคัญยังถูกจับถ่วงน้ำในหุบเขาที่ไม่ค่อยจะมีใครลงไป และยังเป็นสายเลือดเดียวกับเจ้าของมีดอะไรนั่นอีก

    แม้แต่พ่อแม่เป็นใคร เธอก็ยังไม่รู้ อยู่ดีๆมีคนมาบอกว่าเธอเป็นลูกหลานของเขา เรื่องราวเหล่านี้มันจะไม่บังเอิญเกินไปหรือ

                “...”

                “เราแยกทางกันตรงนี้” เด็กสาวกล่าวเสียงแข็ง แล้วล้วงมันที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาโยนทิ้ง

                “คอร์เนีย...” เจ้ามีดตะโกนเรียกเด็กสาว เมื่อเห็นว่าตนกำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ

                “ไม่ต้องตามมานะ” เธอตะโกน และเร่งฝีเท้าหนี มีดผีนั่นลอยตามเธอมาอีกแล้ว

                “ถ้าเจ้าไปคนเดียวจะยิ่งอันตรายกว่านะ อาจจะมีคนรู้เรื่องที่เจ้าเป็นคนทำให้ข้าตื่นขึ้นมาแล้วก็ได้” เจ้ามีดพยามยามพูดด้วยเหตุผล แต่มีหรือที่เด็กสาวจะฟัง

                “ไม่ต้องมาพูด นายก็แค่บังเอิญตื่นขึ้นมาตอนที่ฉันลงไปเท่านั้น” เด็กสาวเถียง เธอวิ่งเต็มฝีเท้าโดยไม่คิดจะหันกลับไปมอง

 

                เด็กคนนี้ ช่างไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ

 

                “แต่ถ้าข้าไม่ตื่นขึ้นมา ป่านนี้เจ้าจะเป็นยังไงคงจะรู้ใช่มั้ย”

                 เธอชะงัก ถ้าเจ้ามีดผีเล่มนี้ไม่ตื่นขึ้นมา ตอนนี้เธอก็คงกลายเป็นผีเฝ้าหุบเขาไปแล้ว

                “เจ้าจะมากกลัวตายทำไมตอนนี้ อันที่จริงเจ้าควรจะตายไปตั้งนานแล้ว”

                “แต่ที่นายช่วยฉัน เพราะต้องการช่วยตัวเอง และถ้าฉันไม่ถูกถ่วงน้ำลงไป นายก็ยังหลับใหล ไม่ได้มาทำลอยหน้าลอยตาอยู่อย่างนี้แน่” เด็กสาวเถียงกลับ และรีบวิ่งต่อไป

                “ก็เพราะอย่างนี้ไง พวกเราจึงต้องร่วมมือกัน พวกเราเป็นหนี้บุญคุณซึ่งกันและกัน” ฟินท์พยายามเกลี้ยกล่อมเธอ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล

                “เราไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณซึ่งกันและกัน เราหายกันแล้ว” เธอจะเชื่อใจคนแปลกหน้าคนนี้ได้อย่างไร ขนาดเพื่อนที่รู้จักกันมานานอย่าง เชมส์ ดาเคนส์ ยังทรยศเธอเลย เด็กสาวสะบัดศรีษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน

                ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!~

                เสียงฝีเท้าดังมาแต่ไกล

                “หนีเร็ว คอร์เนีย”

    เสียงที่ไล่หลังมา ทำให้ฝีเท้าของเด็กสาวหยุดลง เบื้องหน้าปรากฏร่างใหญ่สีเทา มันจ้องเธอด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ

    ‘ตัวอะไรอีกเนี่ย คอร์เนียคิด หมูป่า หมูป่าสีเทา!

 

                “เกรวิชฮอก” ฟินท์ร้อง

    เกรวิชฮอกเป็นหมูป่าตัวใหญ่มหึมา ผิวของมันเป็นสีเทาค่อนข้างเข้ม สัตว์ชนิดนี้อันตรายและหายากมาก หนังของเกรวิชฮอก แข็งแกร่งจนสามารถนำมาทำโล่และเครื่องป้องกันได้ดี มันมีความเร็วมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว ที่สำคัญในเวลาต่อสู้ยังสามารถหายตัวได้อีกด้วย

                “เหวอออ...”

    ร่างใหญ่กระโจนเข้าใส่เธอ ทำให้เธอล้มกลิ้งไม่เป็นท่า

                “คอร์เนีย” ฟินท์สลัดปลอกมีดออก แล้วพุ่งเข้าใส่สิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่าเกรวิชฮอกทันที มันหายตัวโผล่มาที่ข้างหลังของเด็กสาว และตะปบเธอด้วยขาหน้าที่แข็งแรง

                “ว้ากกก...อั่ก...” คนถูกตะปบกระอักเลือดออกมา แรงตะปบที่มหาศาลนั่นคงทำให้เธอช้ำใน

                “ตายซะเถอะ” ฟินท์พุ่งเข้าหาสัตว์ร้ายอีกครั้งด้วยความเร็วที่มองไม่เห็น

                พรึบ~!

                มันหายไปอีกแล้ว เกรวิชฮอกไม่ใช่สัตว์ที่จะจัดการได้ง่ายๆ แค่เด็กสาวกับมีดเล่มเดียวจะไปสู้กับมันได้อย่างไร

    ‘มีสมาธิหน่อยสิ แค่เกรวิชฮอกตัวเดียวจะไปจัดการยากอะไร ฟินท์คิด และเพ่งสมาธิมองหาเจ้าสัตว์อันตรายตัวนั้น อยู่นั่นไงเจ้ามีดพุ่งเข้าไปหามันอีกครั้ง

                ฉึก!

                เสียงของมีคมแทงทะลุเนื้อ ฉับพลันร่างใหญ่ของเกรวิชฮอกก็ปรากฏขึ้น เลือดของมันพุ่งกระจายออกมาจากรอยมีดที่ทะลุผ่านลำตัวไป

                แอ๊กกก!

    มันร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลง

                “เป็นยังไงบ้าง คอร์เนีย” เจ้ามีดถามด้วยความเป็นห่วง

    ฟินท์ลอยเข้าไปหาคอร์เนียที่กำลังเช็ดคราบเลือดที่ริมฝีปาก เด็กสาวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เจ้ามีดช่วยเธอเอาไว้อีกแล้ว อย่างนี้เธอก็ติดหนี้บุญคุณมันเพิ่มขึ้นอีก แล้วจะปฏิเสธสิ่งที่มันขอร้องได้อย่างไร

                “อะ...โอย” คอร์เนียทรุดฮวบ ถึงบาดแผลภายนอกไม่สาหัสนัก แต่แรงกระแทกรุนแรงเมื่อครู่ทำให้เธอรู้สึกจุกจนยืนไม่อยู่ “ยะ...ยังไงก็...ขอบใจมากนะ...” เด็กสาวหมดสติลงตรงนั้น ถ้าไม่มีใครพาไปรักษา คราวนี้เธอคงได้ตายจริงๆ

                “คอร์เนีย” ฟินท์ใส่ตัวเองลงในปลอกมีดอีกครั้ง  ถึงจะสามารถแบกร่างเด็กสาวไปได้ แต่มันก็คงไม่ทำ อันตรายเกินไป ควรอย่าทำตัวให้เด่นเป็นดีที่สุด

                “...” ฟินท์สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง มีคนกำลังเดินมาทางนี้ เขาปล่อยตัวลงสู่พื้นข้างๆมือของเด็กสาว

……………………………………………………………………………………………………

 

    “เด็กผู้หญิงงั้นเหรอ จัดการกับเกรวิชฮอกตัวนี้” เด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง คงไม่มีเด็กผู้หญิงคนใดจะสามารถจัดการกับเจ้าสัตว์ร้ายที่แข็งแกรงเช่นนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว หมูป่าสีเทาที่อันตรายและดุร้ายจนต้องใช้จอมเวทที่มีความชำนาญมาจัดการกับมัน แต่นี่แค่เด็กสาวชาวมนุษย์ที่ท่าทางจะไม่มีเวทมนตร์หรือพลังอะไรเลย ใช้แค่มีดเล่มเดียว...

                สายตาของเขาหยุดลงที่มีดที่มีรูปร่างแปลกตาและมีอักขระโบราณเล่มนั้น ฟินท์ได้แต่ภาวนาอย่าให้เขาเอะใจเรื่องมีดเล่มนี้ ตอนนี้ต้องรีบช่วยคอร์เนียก่อน

                “คงต้องพาไปด้วยแล้ว” เขาพึมพำ พลางอุ้มร่างของเด็กสาวและหยิบเจ้ามีดขึ้นมา เด็กหนุ่มลึกลับคนนี้โผล่ขึ้นมาจากที่ใด ทั้งๆที่แถวนี้ยังเป็นป่าที่ไม่น่าจะมีคนอยู่แท้ๆ

    เด็กหนุ่มเก็บเจ้ามีดใส่กระเป๋า แล้วลากสัตว์อันตรายที่หนักเกือบตันได้ด้วยมือข้างเดียว เขาเป็นใครกันแน่ พวกเธอจะเชื่อใจเด็กหนุ่มคนนี้ได้มากแค่ไหนกัน

_________________________________________________________________________________

 

    วันที่ 11 เดือน 7 ปีที่ 51 ยุคอโครนายด์ที่ 29

                “โอย...” คอร์เนียครางเบาๆก่อนจะลืมตาขึ้น เธอมองรอบกายพบกระท่อมหลังเล็ก การตกแต่งเป็นแบบเรียบๆ ดูสบายตา “ทะ...ที่นี่...” เด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

                “ฟื้นแล้วเหรอ” น้ำเสียงเรียบดังแหวกอากาศมากระทบหูเธอ “ฉันนึกว่าเธอจะตายซะอีก”

                เมื่อคำพูดไม่พึงประสงค์ดังมาเข้าหู เด็กสาวก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เขาน่าพูดจาทักทายให้มันรื่นหูกว่านี้

                ‘ฟินท์ คอร์เนียลุกขึ้นนั่งและพยายามมองหามันแต่ไม่พบ เห็นแต่เด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลจากเตียงที่เธอนอนอยู่

 

                เด็กหนุ่มคนนี้มีเรือนผมและดวงตาสีน้ำตาลเข้ม เขามีท่าทางและน้ำเสียงที่เย็นชา...

 

                “กำลังมองหาไอ้นี่อยู่ใช่มั้ย” เขาโยนสิ่งคุ้นตาให้เด็กสาว

                ฟินท์เธอรับมันมา เหตุใดเจ้ามีดถึงดูแปลกไป เด็กหนุ่มคนนี้ทำอะไรกับมัน

                “แล้วนี่ก็เงินของเธอ”

    ถุงเงินใบใหญ่ถูกโยนมาอีก

                “ของฉัน?” คอร์เนียถามเขาอย่างไม่เข้าใจ เงินมหาศาลนี่เป็นของเธอตั้งแต่เมื่อไร

                “เงินที่ได้จากการขายหนังเกรวิชฮอกน่ะ” เด็กหนุ่มตอบโดยที่ไม่หันมามองเธอ

                “หนังเกรวิชฮอก ไอ้หมูป่าตัวยักษ์นั่น...” เด็กสาวขมวดคิ้วแน่นเป็นปม

                “อืม มันขายได้ราคาสูงมาก ไม่อยากทิ้งไว้ตรงนั้นให้เสียดายของ”

    ถึงเด็กสาวจะสงสัยว่าเด็กหนุ่มคนนี้แบกร่างยักษ์ของเจ้าหมูป่านั่นมาได้อย่างไร แต่เรื่องนี้คงไม่สำคัญนัก ที่เธอแปลกใจที่สุดคือ เหตุใดเขาถึงมาช่วยเธอได้ ทั้งๆที่อยู่กลางป่าแบบนั้น ที่สำคัญยังยกเงินมหาศาลนี่ให้อีก เขาควรจะเก็บมันไว้เองมากกว่า

                “เธอสลบไปตั้งสองวัน...ว่าแต่...เธอเป็นคนจัดการกับเกรวิชฮอกตัวนั้นงั้นเหรอ” เด็กหนุ่มหันมาถามเธอ แววตาของเขาเย็นชาจนทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวเล็กๆ

                “กะ...ก็คงเป็นอย่างนั้นล่ะมั้ง” เด็กสาวตอบตะกุกตะกัก หวังว่าเด็กหนุ่มคงจะไม่รู้เรื่องของเจ้ามีด สองวันมานี้ เขาอาจจะนั่งมองมัน แล้วจินตนาการเรื่องราวต่างๆมากมาย ถ้าเขารู้ความจริง เธอจะทำอย่างไร

                “...”

                “ฉันคงรบกวนนายมามากแล้ว ขอตัวก่อนนะ ยังไงก็ต้องขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้ เงินถุงนี้นายเอาไปเถอะ ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่ช่วย ยังไงฉันก็คงไม่ต้องใช้...” เด็กสาวกล่าวพลางยิ้มแหยๆ ที่จริงเธอก็รู้สึกเสียดายเงินก้อนนั้นเหมือนกัน

                “แน่ใจนะ ว่าไม่ต้องการ” เด็กหนุ่มถามเธอ

                จริงๆแล้วเด็กสาวก็ต้องการมัน เพราะเธอคงจะต้องเดินทางไปตามหาสิ่งของตามที่เจ้ามีดขอร้อง เส้นทางนี้จะต้องยาวไกลมากแน่นอน จึงอาจจะต้องใช้เงินก้อนโตเลยก็เป็นได้

                “กะ...ก็...อันที่จริง...ฉันจำเป็นต้องใช้เงิน...แต่นายเอาไปเถอะ” หลังจากอ้ำๆอึ้งๆอยู่นาน คอร์เนียก็พูดขึ้น

                “ก็เอาไปสิ นั่นมันเงินของเธอ” เด็กหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เขาก็ไม่เคยสนใจของพวกนี้อยู่แล้ว มันไม่มีความจำเป็นสำหรับเขา

                “อะ...เอ่อ ละ...แล้วนายชื่ออะไร” เด็กสาวตัดสินใจถามออกไป เพราะคิดว่า อย่างไรเขาก็เป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้

                “เฟอร์ลีส แชโดวล์” เขาตอบสั้นๆ

                แชโดวล์ เมื่อฟินท์ได้ยิน มีดก็เกิดอาการสั่นไหว เป็นเชิงบอกเด็กสาวว่าเธอควรจะรีบไปจากที่นี่

                “ฉะ...ฉันชื่อ คอร์เนีย เอมเมอรี” เด็กสาวพูด แล้วลุกขึ้นหลังจากนั่งพักให้หายมึน “ขอบคุณมากนะ” คอร์เนียกำลังจะเดินออกจากกระท่อม แต่เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นขัดเสียก่อน

                “คอร์เนีย เอมเมอรี เธอเป็นใครมาจากไหน” เขาถามและมองหน้าเด็กสาว แววตาฉายแววครุ่นคิด

                “ฉะ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉะ...ฉันเป็นเด็กกำพร้า” น้ำตามันชักจะห้ามไม่อยู่อีกแล้ว เหตุใดถึงมีแต่คนชอบถามเรื่องนี้กับเธอจริงๆ คิดแล้วมันน่าเสียใจ เรื่องแบบนี้ไม่เจอกับตัวเองคงไม่มีทางเข้าใจ

    เด็กสาวรีบหันหน้าหนีเขา

                “ธะ...เธอ”

                เขารับรู้ว่าเธอกำลังร้องไห้ ร่างของเด็กสาวกำลังสั่นระริก

                “ฉันเข้าใจ...เพราะฉันก็เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน” ในเวลานี้ นัยน์ตาของเด็กหนุ่มดูหมองลงไปถนัดตา เขาเดินเข้ามาหาเด็กสาว ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนทำให้เด็กผู้หญิงคนนี้ร้องไห้ เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของผู้หญิง...

 

                น้ำตา...

                มันเป็นสิ่งที่ให้เขานึกถึงอดีต ยิ่งเป็นน้ำตาของเด็กสาวแล้ว มันมักทำให้เขานึกถึงคนๆหนึ่ง...

                มารดาของเขา...

 

                “อยากจะไปด้วยกันมั้ยล่ะ” เด็กสาวพูดต่อ ถ้าเขาไม่มีพันธะอะไร ก็อยากชวนให้มาเดินทางด้วยกัน เธอไม่อยากเดินทางต่อไปเพียงคนเดียว

                “ไปไหน” เด็กหนุ่มถาม

    คอร์เนียเล่ารายละเอียดให้เขาฟัง โดยหารู้ไม่ว่าไอ้คนที่เงียบไปกำลังไม่พอใจอยู่ ถึงเด็กสาวจะไม่ไว้ค่อยใจเด็กหนุ่มคนนี้ แต่เธอก็ไม่ได้เสียหายอะไร และถึงเธอจะเข้าใจความรู้สึกของการถูกหักหลัง แต่เธอก็มั่นใจว่าเขาเป็นคนดี อย่างไรก็ตาม เธอก็รู้สึกดีกับเด็กหนุ่มคนนี้

....................................................................................................................................................

                “แล้วเราจะเริ่มหากันที่ไหน” เด็กสาวถามฟินท์ที่เงียบไปนาน

                “ทะเลสาบต้องสาป” เจ้ามีดเอ่ยขึ้น มันไม่พอใจกับการกระทำของคอร์เนียมากๆ มันรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ เป็นบุคคลอันตราย และอยากให้เธอไปให้ห่างจากเขา แต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเด็กสาวจอมบื้อดันเล่าความจริงให้เขาฟังจนหมดเปลือก ตอนนี้ก็คงต้องให้เขาตามไปด้วย เพื่อกันไม่ให้ความลับรั่วไหล ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป พวกเขาคงจะจบเห่แน่นอน








B B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น

  1. #94 Snook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 17:17
    เจ้ามีดดันไม่ชอบพระเอกซะได้ เฮ้อ~ // ว่าแต่พระเอกเป็นใครหว่า!?
    #94
    0
  2. #90 kokody (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 23:01
    ไว้ใจเร็วไปไหมเธอ o_O //พระเอกแสนดีจัง
    #90
    0
  3. #71 Pistachi O (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 / 19:12
    พิมพ์ตกหล่นนิดนึงจ้า
    "ไม่รู้ว่าภารกิจนี้เธอจะสามรถทำสำเร็จได้หรือไม่" สามารถ ตกสระอา
    "เจ้าจะมากกลัวตายทำไมตอนนี้" มากลัว
    "ป่านี้เจ้าก็ยังหลับใหล" ป่านนี้
    "เกรวิชฮอกไม่ใช้สัตว์" ไม่ใช่
    "ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เอก็รู้สึกดีกับเด็กหนุ่มคนนี้" เธอก็รู้สึก...
    "เด็กสาวถามฟินท์ที่ไม่เงียบไปนาน" น่าจะเป็น "ที่เงียบไปนาน" รึเปล่าคะ แหะๆ

    น่าจะหมดแล้วนะคะ อิอิ ช่วยไรท์เตอร์ได้แค่นี้ค่ะ ถ้าเจอคำผิดก็บอกกันไป แหะๆ
    การบรรยายไม่รู้จะติอะไรค่ะ ไม่ใช่มืออาชีพ เป็นแค่นักอ่านธรรมดาที่อ่านแล้วก็รู้สึกไหลลื่นดีนะคะ แถมสนุกซะด้วยซ้ำ
    แล้วก็ชอบคาแรกเตอร์ของเฟอร์ลีสนิดๆด้วยค่ะ หวังว่าคงเป็นพระเอกนะคะ 5555555
    อย่าหักหลังนางเอกอีกเล้ย แหม่ะ
    #71
    0
  4. #22 NiCho ' Gentle (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2555 / 21:32
    ถ้าบรรยายมากกว่านี้นิยายเรื่องนี้ก็ไม่แพ้เรื่องไหนๆอย่างแน่นอน - w - !! เอาใจช่วยน้อ !! 


    #22
    0