The Knife ภารกิจทำลายมีดอาถรรพ์

ตอนที่ 14 : บทที่13 บดทดสอบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 57


บทที่13

บททดสอบ

ครืน~!

โฮก~!

เสียงสั่นสะเทือนและเสียงคำรามดังมาจากเกาะที่กำลังจะระเบิด เกาะอสูรแห่งนี้กำลังจะถูกทำลายด้วยพลังของหัวใจอสูรที่ถูกขโมยไป

“ท่านคุโร พวกข้าตามหาจนทั่วเกาะแล้ว แต่ก็หาคนที่ใช้พลังจากหัวใจอสูรไม่เจอ” ทหารวิญญาณเข้ามารายงาน น้ำเสียงของเขาร้อนรน

“หาไม่เจองั้นรึ” คุโรตวาดใส่เขาอย่างคุมอารมณ์ไม่อยู่

ครืน~!

“เกาะกำลังจะระเบิดแล้วครับ” ทหารวิญญาณพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรนอีกครั้ง

ตูม!!!!!

เกาะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

“อ๊ากกก...”

คุโรร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เขาคงจะไม่อยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าเกาะแห่งนี้ถูกทำลาย หัวใจอสูรที่กำลังถูกใช้งานกำลังจะสลายไป หัวใจอสูรนั่นเป็นที่สิงสถิตของเขา

“ท่านคุโร”

“อ๊ากกก...” ร่างใสๆของเขาจางหายไป

คุโรเป็นวิญญาณดวงเดียวที่มีชีวิตเกี่ยวพันกับเกาะแห่งนี้ เขาเป็นผู้ถูกเลือกให้ดูแลเกาะอสูร ถ้าไม่มีที่นี่แล้ว เขาก็ต้องดับสูญไปเช่นกัน...

ส่วนวิญญาณดวงอื่นๆก็จะได้รับการปลดปล่อย...

พวกเขาก็คือผู้เคราะห์ร้ายที่ตกเป็นเหยื่อของเกาะแห่งนี้...

........................................................................................................................

 

“สำเร็จแล้วสินะ เกาะนั่นสลายไปแล้ว” คอร์เนียพูดพลางมองเกาะมหึมาที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ตอนนี้เฟอร์ลีสและเมลล์ รวมถึงซิลเวียนั่งอยู่บนหลังของเจ้ามังกร ส่วนคอร์เนียก็ลอยคว้างอยู่กลางอากาศตามประสาของวิญญาณ พวกเขามองลงที่พื้นทะเลเบื้องล่างที่ตอนนี้สงบนิ่งและไร้ซึ่งเสียงอึกทึกใดๆ

ร่างใสๆของวิญญาณมากมายปรากฏขึ้นรอบๆ

“ซิลเวีย” พวกเขาเรียกหญิงสาวเส้นผมสีเหลืองนวล

“ทุกคน...” หญิงสาวเอ่ย น้ำตาไหลออกมา เธอดีใจที่พวกเขาได้เป็นอิสระ ตั้งแต่ถูกบูชายัญ พวกเขาก็คงได้รับความทรมานมากมาย

“ขอบคุณพวกท่านมากนะ เจ้าคุโรมันดับสูญไปแล้ว ส่วนพวกข้าก็ได้รับการปลดปล่อย” ชายผู้หนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง

“พะ...พวกท่านคือ...” เด็กหญิงถามพลางมองวิญญาณกลุ่มนั้น

“พวกข้าก็เป็นคนที่หลงเข้ามาที่นี่เหมือนพวกท่าน แต่พวกข้าไม่มีความสามารถพอที่จะทำลายเกาะนี้ได้ คุโรผู้เป็นคนดูแลเกาะนี้จึงจับพวกข้าบูชายัญ ทำให้วิญญาณของพวกข้าต้องติดอยู่ที่นี่และต้องรับใช้คุโรอย่างไม่มีทางที่จะขัดขืน หลังจากที่ถูกบูชายัญพวกข้าก็สูญเสียจิตใจของตัวเองไป” ชายคนเดิมกล่าว

“ซิลเวีย เธอคงไม่ได้เป็นนางไม้ธรรมดาสินะ” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ 

คอร์เนียและเมลล์มองหน้ากัน เหตุใดเด็กหนุ่มถึงถามซิลเวียแบบนี้

“...” หญิงสาวนิ่งเงียบ เธอไม่ตอบคำถามของเด็กหนุ่ม ได้แต่จ้องเขาตาถลน เธอไม่ชอบเด็กหนุ่มคนนี้เลย

“พี่ชาย ไปหาพี่มีดเถอะค่ะ” เมลล์พูดขึ้น เธอมองเจ้ามังกรที่ยังฝืนทนความเจ็บปวดด้วยความเป็นห่วง

“อืม...” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ

“งั้นพวกเราขอตัวนะคะ ลาก่อนค่ะ” เด็กหญิงกล่าวลาพวกวิญญาณ

“ลาก่อน ขอบคุณพวกเจ้ามาก รักษาตัวด้วย” หญิงสาวเส้นผมสีเหลืองนวลลงจากหลังของเจ้ามังกร ก่อนจะโบกมืออำลา

เด็กหญิงโบกมือตอบ ก่อนที่เจ้ามังกรจะบินออกไปอย่างรวดเร็ว ถึงเมลล์จะยังไม่อยากจากซิลเวีย เธอยังมีเรื่องที่อยากจะถามหญิงสาว แต่จะทำอย่างไรได้ ตอนนี้เวลาไม่คอยท่าแล้ว เธอไม่อยากจะรบกวนเวลาของเฟอร์ลีสและคอร์เนียมากไปกว่านี้ พวกเขาคงจะมีเรื่องต้องไปทำต่อ หลังจากที่พวกเธอออกเดินทางมา ก็กินเวลาไปหลายวันแล้ว ที่สำคัญ ตอนนี้เจ้าโรฮอร์นก็บาดเจ็บหนัก เธอต้องรีบหาจุดนัดพบแห่งสามดินแดนให้พบ แล้วจะได้พามันกลับไปรักษาเสียที

“พี่มีดคะ...” เมลล์ตะโกนเรียกเจ้ามีด เธอไม่เห็นวี่แววของมันเลย รอบๆนี่มีแต่พื้นน้ำที่เงียบสงบ

“เฮ้ ฟินท์ ออกมาเดี๋ยวนี้” คอร์เนียโวยวายอย่างไม่สบอารมณ์

“ยังแหกปากเก่งเหมือนเดิม เจ้ามีดอยู่ในกระเป๋าของฉันแล้ว” เสียงเรียบของเด็กหนุ่มดังมา

“เชอะ” เด็กสาวหันหน้าหนีพลางแสดงสีหน้าไม่พอใจ เด็กหนุ่มคนนี้ชอบหาเรื่องเธอจริงๆ ถ้าเจอฟินท์แล้วก็บอกดีๆก็ได้ ไม่เห็นจะต้องว่ากันเลย เธอไม่ได้มีตาทิพย์ หูทิพย์สักหน่อย จะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาเจอเจ้ามีดแล้ว

คอร์เนียขึ้นมาบนหลังของโรฮอร์น เธอนั่งหันหน้าไปด้านหลังของเจ้ามังกร ตอนนี้เป็นยามเย็นที่มีแสงแดดอ่อนๆ และมีลมพัดเย็นสบาย แต่เธอไม่รู้สึกถึงสิ่งเหล่านี้ เพราะพวกมันได้ทะลุผ่านร่างใสๆของเธอไป เด็กสาวได้แต่เหม่อมองออกไป นั่นสินะ ตอนนี้เธอเป็นวิญญาณ ถึงจะทำอะไรได้สะดวกสบาย แต่ก็อยากกลับเข้าร่างเต็มทนแล้ว

 

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ อีกวันหนึ่งผ่านพ้นไป...

 

วันที่ 17 เดือน7 ปีที่51 ยุคอโครนายด์ที่129

นับจากวันที่รอดออกมาจากเกาะอสูรลวงตาก็เกือบสองวันแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของจุดนัดพบแห่งสามดินแดนที่เด็กหญิงตามหาเลย พวกเขาเดินทางมาเสียเที่ยวหรือไม่นะ

ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าเด็กหญิงก็ร่ายเวทรักษาเจ้ามังกรจนหายเป็นปกติ เหมือนเธอจะดูสบายใจขึ้นมากหลังจากที่รักษาเจ้ามังกรจนหาย บางครั้งเธอก็แอบนั่งน้ำตาซึมอยู่คนเดียว เพราะรู้สึกผิดที่จับเจ้ามังกรมาทรมานแบบนี้ มันควรจะได้เป็นอิสระและกลับไปยู่กับครอบครัวของมัน

“ไหนล่ะ จุดนัดพบแห่งสามดินแดน ไม่เห็นจะมีเลย” เด็กสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

“...” เด็กหญิงนั่งก้มหน้านิ่ง น้ำตาใสๆของเธอไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “หนะ...หนูเชื่อ...ฮึก...หนูเชื่อว่า...มะ...มันต้องมีอยู่จริง...ฮึก...” เธอเอ่ยเสียงสั่น

ความฝันของเธอจะไม่มีทางเป็นจริงอย่างนั้นหรือ อุตส่าห์พยายามจนมาถึงขั้นนี้แล้วแท้ๆ แต่เธอกลับไม่ได้อะไรเลย มีเพียงแต่ความว่างเปล่าและคราบน้ำตาเป็นสิ่งตอบแทนเท่านั้นหรือ...

“ฮึ ที่แท้เธอก็เป็นเพียงเด็กน้อยจอมขี้แยเท่านั้นเอง” คอร์เนียพูดอย่างไม่ใส่ใจ พวกเธอมาเสียเที่ยวจริงๆ เวลาก็เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่สำคัญ พวกเธอก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดด้วย

“ฮึก...พะ...พี่ไม่มีทางเข้าใจหรอก...ฮึก...” เด็กหญิงกล่าวพลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามรุ่งสาง เบื้องหน้าของเธอคือดวงอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า มันสวยงามเกินบรรยาย ทำให้เด็กหญิงตกอยู่ในภวังค์อยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าก็เชื่อนะ” เสียงของฟินท์ดังออกมาจากกระเป๋าของเด็กหนุ่ม “ข้าเชื่อว่า ถ้าไม่ย่อท้อ สักวันสิ่งที่ต้องการก็ต้องเป็นจริงได้อย่างแน่นอน” เจ้ามีดพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มันอยากให้กำลังใจเด็กหญิง มันรู้ดีว่าเด็กหญิงคนนี้มีความมุ่งมั่น เพียงแต่เธออาจจะรู้สึกท้อใจไปบ้างเท่านั้น

“พะ...พี่มีด...”

“จงเชื่อมั่นในทางที่เลือกเดินเถอะ สักวันเจ้าต้องได้พบมัน”

คำพูดของเจ้ามีดทำให้เด็กหญิงหยุดร้องไห้ จริงสินะ เธอจะต้องไม่ยอมแพ้และต้องก้าวเดินต่อไปด้วยความมุ่งมั่น ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีอุปสรรคเป็นธรรมดา อยู่ที่ใครจะไม่ยอมแพ้และก้าวข้ามมันได้หรือไม่เท่านั้น ถ้าคราวนี้ไม่พบจุดนัดพบแห่งสามดินแดน เธอก็ต้องไปหาวิธีการอื่น เธอจะต้องไม่หมดหวัง

“ค่ะ...หนูจะเชื่อมั่นใจสิ่งที่เลือกค่ะ” เมลล์พูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น เธอกำหมัดเล็กๆแน่น

พริ้ง~!

แสงสว่างวูบขึ้นเบื้องหน้าของเจ้ามังกร ทำให้ทุกคนต้องหยีตา

เมื่อแสงสว่างจางลง เกาะเล็กๆเกาะหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

“นั่นไง” เมลล์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น นัยน์ตาของเธอทอประกาย

“ถึงแล้วสินะ” เฟอร์ลีสเอ่ยเสียงเรียบเช่นเคย

เจ้ามังกรร่อนลงที่เกาะแห่งนั้นทันที ที่นี่เป็นเกาะที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทึบสีเขียวขจีดูงดงามและน่าค้นหา ใต้ผืนป่ามีแสงอาทิตย์ลอดผ่านเข้ามาเป็นสายดูน่าหลงใหล

“ของต้อนรับทุกท่านค่ะ” น้ำเสียงคุ้นเคยของหญิงสาวคนหนึ่งดังมา ลำแสงสีเหลืองนวลปรากฏขึ้นก่อนที่มันจะกลายเป็นร่างของหญิงสาวรูปงามที่ทุกคนจดจำได้ดี

“พี่ซิลเวีย” เมลล์มองร่างบางของหญิงสาว หัวคิ้วของเธอขมวดเข้ากันเล็กน้อย เด็กหญิงรู้สึกแปลกใจ เหตุใดหญิงสาวคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้

“ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ข้าเป็นผู้พิทักษ์ของจุดนัดพบแห่งสามดินแดน ต้องขอบคุณพวกท่านอีกครั้งที่ทำให้ข้าเป็นอิสระ และปลดปล่อยวิญญาณพวกนั้น” หญิงสาวกล่าวพลางก้มศีรษะให้พวกเขา

“ธะ...เธอ” คอร์เนียหันขวับมามองหญิงสาว เด็กสาวจ้องซิลเวียตาไม่กระพริบ ใช่หญิงสาวคนนั้นจริงๆ ตอนนี้ซิลเวียอยู่ในชุดลูกไม้สีเขียวดูหรูหรา มันช่วยเพิ่มความงดงามให้แก่เธอมากทีเดียว

“ข้าถูกวิญญาณชั่วร้ายนั่นจับตัวไป ข้าสู้พวกมันไม่ได้ เพราะถูกเกาะอสูรลวงตาดูดพลังไป พลังของหัวใจอสูรที่เจ้ามีดใช้ เป็นพลังที่เกาะนั้นได้ไปจากข้า” หญิงสาวกล่าวต่อ

“เธอรู้เรื่องมีดนี่ด้วยเหรอ” เด็กสาวถามขึ้นอย่างตกใจ ความลับของเธอแตกเร็วจริงๆ

“วางใจได้ ข้าไม่นำเรื่องนี้ไปบอกใครหรอกค่ะ ถึงข้าจะอยากจะบอก ก็บอกไม่ได้อยู่ดี เพราะที่จุดนัดพบแห่งสามดินแดนนี้มีข้าอยู่เพียงคนเดียวและข้าก็ไม่ได้ไปที่ใดด้วย” หญิงสาวพูดพลางยิ้มอย่างนึกขำ

“พี่ซิลเวีย หนูอยากได้มุกแห่งแสงค่ะ” เมลล์กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม

“อืม...ตอนนี้เจ้าผ่านบททดสอบด้านจิตใจแล้ว เจ้ามีจิตใจที่เข้มแข็งและมุ่งมั่น นอกจากนั้น เจ้ายังมีความอ่อนโยน และเป็นคนดีมาก นี่เป็นคุณสมบัติแรกที่ผ่านการคัดเลือก” หญิงสาวกล่าว ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย “แต่บททดสอบต่อไป มันจะยากกว่านี้ เพื่อทดสอบว่าเจ้าควรได้รับสิ่งล้ำค่าและจะดูแลมันได้หรือเปล่า”

“บททดสอบอะไรเหรอคะ” หลังจากที่หญิงสาวพูดจบ เมลล์ก็รีบถามต่ออย่างกระตือรือร้น

ซิลเวียยิ้ม เธอพอใจในความมุ่งมั่นของเด็กหญิง ถึงเมลล์จะเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ แต่จิตใจของเธอช่างมุ่งมั่นและกล้าหาญจนอาจทำให้ผู้ใหญ่หลายๆคนต้องอายได้ไม่ยาก

“จงสู้กับตัวเอง” หญิงสาวตอบ

“สู้กับตัวเอง” เมลล์ทวนคำพูดของซิลเวีย ความหมายของมันจะเป็นอย่างที่เด็กหญิงคิดหรือไม่ ขอให้มันอย่าเป็นอย่างที่เธอคิดเลย

“จงจำไว้ว่าพลังที่แข็งแกร่งไม่ได้ทำให้เจ้าชนะ เจ้าจำเป็นต้องจะต้องมีไหวพริบด้วย ที่สำคัญถ้าจำเป็นจะต้องเสียสละ ก็อย่าได้รีรอ กติกาง่ายๆก็คือ พวกเจ้าต้องกำจัดร่างจำแลงของพวกเจ้าให้หมด”

เมื่อหญิงสาวพูดจบ ผู้คนมากมายที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนพวกเขาก็ปรากฏขึ้น

 

พวกเขาต้องสู้กับตัวเอง !!!!!

 

“ขอให้พวกเจ้าโชคดี” หญิงสาวกล่าว ก่อนจะหายตัวไป

โฮก~! โฮก~! โฮก~! โฮก~! โฮก~! โฮก~!

เจ้ามังกรจำนวนมหาศาลกำลังคำราม

 

ยากเอาการเลยนะงานนี้...

 

ทุกคนมองกองทัพจำนวนมหาศาลที่ทุกคนมีรูปร่างเหมือนพวกเขาทุกประการ ลำแสงสีน้ำตาลเข้มของเด็กหนุ่มพุ่งออกไปทุกสารทิศ แต่มันกลับถูกลำแสงสีน้ำตาลเข้มจากตัวเขาทุกคนทำลายอย่างง่ายดาย

“วงเวทศักดิ์สิทธิ์” เมลล์ร่ายเวท

“วงเวทศักดิ์สิทธิ์...วงเวทศักดิ์สิทธิ์...วงเวทศักดิ์สิทธิ์...วงเวทศักดิ์สิทธิ์...วงเวทศักดิ์สิทธิ์” เด็กหญิงคนอื่นร่ายตาม

 

ทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย !!!!

 

“น่ารำคาญโว้ยยย...” เด็กสาวโวยวายพลางพุ่งตัวออกไป โชคดีนะที่เธอหยิบดาบวิญญาณจากเกาะอสูรลวงตาติดมือมาด้วย ดาบนี่สามารถฟันใส่ได้ทั้งกายเนื้อและร่างวิญญาณ แต่เจ้าวิญญาณรูปร่างเดียวกับเธอก็มีดาบแบบนี้เหมือนกัน ตกลงนี่มันโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่

“น่ารำคาญโว้ย...น่ารำคาญโว้ย...น่ารำคาญโว้ย...น่ารำคาญโว้ย...น่ารำคาญโว้ยยย...”

วิญญาณรูปร่างเดียวกับเด็กสาวกำลังพูดตามเธอ ตอนนี้เด็กสาวถูกพวกมันล้อมเอาไว้

คอร์เนียเหวี่ยงดาบใส่พวกมันอย่างรวดเร็ว

เคร้ง~! เคร้ง~! เคร้ง~! เคร้ง~! เคร้ง~! เคร้ง~!

นี่ถ้าไม่เก่งจริงก็คงรับดาบพวกนี้ไม่ทัน เล่นโจมตีเข้ามาพร้อมกันแบบนี้

“เมลล์” คอร์เนียตะโกนเรียกเด็กหญิง

“เมลล์...เมลล์...เมลล์...เมลล์...เมลล์...เมลล์...เมลล์...”

เด็กหญิงมองร่างมากมายของเด็กสาว คนไหนคือตัวจริงละนี่

“โจมตีใส่ข้า” คอร์เนียตะโกนต่อ คงจะต้องลองวิธีนี้ดู มันอาจจะได้ผล แต่เธอคงต้องยอมเจ็บตัวสักเล็กน้อย

“โจมตีใส่ข้า...โจมตีใส่ข้า...โจมตีใส่ข้า...โจมตีใส่ข้า...โจมตีใส่ข้า...โจมตีใส่ข้า”

เด็กหญิงเข้าใจความคิดของคอร์เนียทันที นั่นสินะ พวกเธอต้องมีไหวพริบ และต้องเสียสละ เด็กสาวคนนั้นลงทุนยอมเจ็บตัวเพื่อเธอ

ขอโทษนะคะเด็กหญิงคิด

ฟึบ~!

หลังจากที่พิจารณาว่าใครเป็นตัวจริง ลูกไฟสีใสพุ่งใส่คอร์เนียทันที

เป็นไปตามคาด เด็กหญิงคนอื่นก็ร่ายเวทใส่ร่างใสๆของเด็กสาวคนอื่นเช่นกัน

“อ๊ากกก...” เด็กสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่เธอก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร

“อ๊ากกก...อ๊ากกก...อ๊ากกก...อ๊ากกก...อ๊ากกก...อ๊ากกก...”

พวกวิญญาณโดนลูกไฟสีใสจนร้องกันระงม

ฟึบ~! ฟึบ~! ฟึบ~!

เด็กหญิงยิงลูกไฟใส่คอร์เนียต่อกันด้วยพลังเต็มที่

“อ๊ากกก...” เด็กสาวร้อง ก่อนที่ร่างของเธอจะสลายไป

“อ๊ากกก...อ๊ากกก...อ๊ากกก...อ๊ากกก...อ๊ากกก...อ๊ากกก...” วิญญาณดวงอื่นๆก็สลายไปเช่นกัน

เมลล์ครุ่นคิด ตอนนี้คู่ต่อสู้ลดจำนวนลงไปแล้ว แต่จะทำอย่างไรต่อไป หรือพวกเธอจะต้องฆ่ากันเอง ถึงจะสามารถกำจัดพวกมันได้หมด

โฮก~! โฮก~! โฮก~! โฮก~! โฮก~! โฮก~!

เด็กหญิงมองร่างของเจ้ามังกรมากมายที่กำลังคำราม เธอร่ายเวทเก็บเจ้ามังกรเข้าไปในลูกแก้ว เด็กหญิงคนอื่นก็ทำตามเธอทันที

ตอนนี้ที่เธอทำได้คือ...

 

กำจัดเจ้าโรฮอร์น !!

 

“ขอโทษนะ โรฮอร์น” เด็กหญิงตะโกนทั้งน้ำตา เธอโยนลูกแก้วสีฟ้าในมือลงที่พื้น “ข้าสัญญาว่าข้าจะชดใช้ให้” เธอกล่าว ก่อนจะร่ายเวททำลายลูกแก้วทันที

เด็กหญิงคนอื่นๆก็ทำตามเธอ

ตอนนี้ก็เหลือเพียงเธอกับเด็กหนุ่มเท่านั้น

เมลล์มองร่างของพวกเขา เด็กหญิงกำหมัดเล็กๆของเธอแน่น หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน คงเหลือวิธีนี้วิธีเดียวแล้วสินะ...

“ของปลอมจะไปสู้ของจริงได้ยังไง” เด็กหญิงตะโกนลั่นเพื่อเรียกกำลังใจ เธอหันไปมองหน้าของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ สีหน้าและแววตาของเขายังคงเฉยชาและไร้ความหวดกลัวเช่นเดิม

“ของปลอมจะไปสู้ของจริงได้ยังไง...ของปลอมจะไปสู้ของจริงได้ยังไง...ของปลอมจะไปสู้ของจริงได้ยังไง...ของปลอมจะไปสู้ของจริงได้ยังไง...ของปลอมจะไปสู้ของจริงได้ยังไง...”

เมลล์ไม่สนใจสิ่งที่มาทำลายสมาธิของเธอ ตอนนี้จิตใจของเธอมั่นคงและแน่วแน่ เธอร่ายเวทประจำตัว ถ้าใช้เวทประเภทนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเลียนแบบเธอได้ ที่สำคัญร่างปลอมพวกนี้ก็ไม่มีพลังเพียงพอที่จะร่ายมันขึ้นมา

เวทที่เด็กหญิงกำลังร่ายเป็นเวทสำหรับสร้างพายุขนาดใหญ่  ตอนนี้ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้าสดใสเปลี่ยนเป็นสีดำมืด สายลมเริ่มพัดแรง

เด็กหญิงตัวปลอมได้แต่ยืนมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างงงๆ พวกเธอพยายามจะร่ายเวทตาม แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนเด็กหนุ่มคนอื่นก็ได้แต่ยืนนิ่ง เป็นเพราะตัวจริงของเขาไม่ค่อยจะแยแสอะไร ตัวปลอมจึงได้แต่ยืนเต๊ะท่า

พลังอันแข็งแกร่งของเด็กหญิง ทำให้สายลมพัดแรงขึ้น เกิดเป็นพายุหมุน ดึงร่างปลอมของพวกเขาขึ้นไป

“จงหายไปซะ เวทหลุมดำ” เด็กหญิงตะโกนลั่น

ร่างมากมายของพวกเขาถูกดูดเข้าไปในสายลมดำมืดที่เด็กหญิงสร้างขึ้น แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อร่างของเมลล์และแฟอร์ลีสก็ถูกดูดขึ้นไปด้วย มันคงเป็นเพราะอาคมอะไรบางอย่าง

เด็กหนุ่มไม่รอช้าที่จะแก้อาคมนั่น เขาคงไม่ปล่อยให้เด็กหญิงต้องเหนื่อยอยู่คนเดียวหรอก

อาคมนี่แก้ได้ไม่ยากเท่าไร ไม่นานนัก เด็กหนุ่มก็ทำลายมันได้ ร่างของเขาและเมลล์ตกลงสู่พื้นได้ทันเวลาก่อนที่พวกเขาจะถูกดูดเข้าไปในสายลมสีดำนั่น  เด็กหญิงที่สูญเสียพลังไปมากจึงทรุดตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน

“ในที่สุดก็ชนะแล้วค่ะ...” เมลล์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เด็กหนุ่มลูบศีรษะเล็กๆของเธอ ความอ่อนโยนถูกส่งผ่านมาทันทีที่เขาสัมผัส

“ซิลเวีย ออกมาได้แล้ว” เด็กหนุ่มตะโกนเรียกหญิงสาว

“เก่งมากจริงๆ” เสียงของหญิงสาวดังมา เธอรู้สึกทึ่งในความสามารถและไหวพริบของเมลล์ เด็กหญิงสามารถจบการต่อสู้นี่ได้อย่างรวดเร็วเกินคาด

ลำแสงสีเหลืองนวลปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ตามด้วยร่างของหญิงสาวคนเดิม เธอยิ้มอ่อนโยนให้เด็กหญิงที่นั่งอยู่ที่พื้น ได้เวลาสำหรับบททดสอบต่อไป

รอยยิ้มอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่มีเลศนัย หญิงสาวไม่มีทางยอมให้คนพวกนี้นำของล้ำค่าที่เธอปกปักษ์รักษาอยู่ไปได้ง่ายๆหรอก

“ต่อไป ก็บททดสอบสุดท้าย”

เมลล์เงยหน้าขึ้นมองร่างบางของหญิงสาวที่กำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ ตอนนี้เธอเหนื่อยจนแทบขาดใจแล้วนะ เวทที่เธอร่ายเมื่อครู่ ทำให้พลังของเธอหมดไปอย่างรวดเร็ว ถ้าจะให้ใช้เวทต่อไปอีก ร่างกายเล็กๆของเธอคงจะรับไม่ไหว

“ไม่อยากได้มุกแห่งแสงเหรอจ๊ะ สาวน้อย” ซิลเวียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าอ่อนแรงของเมลล์ ไม่ใช่เธอไม่รู้สึกสงสารเด็กหญิงหรอกนะ แต่เธอต้องแน่ใจก่อนว่าเด็กหญิงมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะนำมุกแห่งแสงออกไปจากที่นี่หรือไม่ เด็กหญิงจะต้องมีคุณสมบัติทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าเธอถอดใจตอนนี้ ทุกสิ่งที่ทำมาก็จะสูญเปล่า

หญิงสาวยิ้ม เธอดีดนิ้วครั้งหนึ่ง ร่างของคอร์เนียและเจ้ามังกรปรากฏขึ้น

“ข้าจะคืนเพื่อนของเจ้าหลังจากที่เจ้าเดินทางไปที่วังธรรมชาติแล้วนำมุกแห่งแสงออกมาได้”

 

วังธรรมชาติคือสถานที่เก็บมุกแห่งแสงและเป็นสถานที่ที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมธรรมชาติทั้งหมดในโลกใบนี้...

 

เมื่อหญิงสาวพูดจบ เกาะเล็กๆก็ขยายใหญ่ขึ้น ไม่สิ ร่างกายของพวกเขากำลังเล็กลง ถ้าเป็นอย่างนี้เส้นทางมันก็ยาวไกลขึ้นมาก

“เมื่อพวกเจาถึงวังธรรมชาติ พวกเจ้าจะตัวใหญ่ขึ้นเอง” หญิงสาวกล่าวก่อนจะหายตัวไป

“ไปกันเถอะพี่ชาย” เด็กหญิงกล่าวก่อนจะยันตัวลุกขึ้น

การเดินทางครั้งนี้คงไม่ยากเท่าไหร่ เพียงแต่ตอนนี้ร่างกายของเธอกับเด็กหนุ่มหดเล็กลงจนมีขนาดเท่ามด กว่าพวกเธอจะเดินไปถึงวังธรรมชาติ ก็คงจะใช้เวลานานน่าดู

............................................................................

 

เดินมาหลายชั่วโมงแล้ว เด็กหญิงมองเห็นวังธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ความฝันของเธออยู่ไม่ไกลแล้ว แต่ตอนนี้ร่างกายของเธออ่อนแรงจนแทบจะก้าวเดินต่อไปไม่ไหว ที่ทำมาทั้งหมดมันเกินกำลังของเด็กหญิงตัวเล็กๆอย่างเธอมากเกินไปจริงๆ

“แฮ่ก...” เด็กหญิงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง

“นั่งพักที่นี่ก่อนละกัน” เด็กหนุ่มเอ่ย และนั่งลงข้างๆเด็กหญิง

“ขอบคุณค่ะพี่ชาย”

เด็กหญิงเอนตัวลงนอนบนพื้นหญ้าอันอ่อนนุ่ม เธอคงจะต้องพักเสียบ้าง ขืนเดินต่อไปโดยไม่พัก ร่างกายอาจจะรับไม่ไหว และอาจจะหมดสติไปอีกก็ได้

เด็กหญิงหลับตาลง ขอหลับเอาแรงสักพัก แล้วเธอจะได้ลุยต่อได้อย่างเต็มที่เสียที

“ฟินท์” เด็กหนุ่มเรียกเจ้ามีดที่อยู่ในกระเป๋าของเขา มันเงียบไปจนเขาคิดว่ามันหายไปอีก

“หือ?” เจ้ามีดขานรับอย่างงงๆ “มีอะไร” มันถามห้วนๆ

“เห็นเงียบไป เลยคิดว่าจะหายไปอีกรอบ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบตามแบบฉบับ

 

ก่อนจะว่าคนอื่น หัดดูตัวเองก่อนก็ดีนะ ปกติ เด็กหนุ่มคนนี้พูดน้อยกว่าฟินท์เสียอีก...

 

เฟอร์ลีสมองร่างของเด็กหญิงที่ผล็อยหลับไป ก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามา ให้ตายเถอะ จะให้เมลล์พักผ่อนบ้างไม่ได้เลยอย่างนั้นหรือ

ฟึบ~! ฟึบ~! ฟึบ~! ฟึบ~! ฟึบ~!

“มีตัวอะไรกำลังมาทางนี้” ฟินท์พูดขึ้น

เด็กหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะรีบปลุกเด็กหญิงทันที

“งืมมม...” เด็กหญิงงัวเงีย เธอลืมตาขึ้นช้าๆ ยังไม่ได้นอนเลย ต้องเดินทางต่ออีกแล้วหรือ

หลังจากตาจับภาพได้ชัดเจน เด็กหญิงก็เห็นสิ่งมีชีวิตนับร้อยกำลังล้อมพวกเธออยู่ พวกมันล้อมเข้ามาอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

“กองทัพมด” เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก กองทัพมดมากมายกำลังจะตรงเข้ามาเขมือบพวกเธอ

ลำแสงสีน้ำตาลพุ่งใส่พวกมันอย่างไม่รีรอ

“วงเวท...”

เมลล์พยายามร่านเวทแต่ถูกเด็กหนุ่มห้ามไว้

“ฉันจัดการเอง” เขาเอ่ยเสียงเรียบ

เมลล์พลักหน้ารับ เฟอร์ลีสอุ้มร่างเล็กๆของเธอขึ้น ก่อนจะวิ่งฝ่าฝูงมดออกไป

ฉึก~!

ดาบยาวสีเงินของเขาปรากฏขึ้น ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเหวี่ยงมันใส่ร่างของเจ้ามดจนขาดออกเป็นสองท่อน ลำแสงสีน้ำตาลเข้มหลายเส้นพุ่งออกไปใส่เจ้ามดที่อยู่ในระยะที่เด็กหนุ่มสามารถโจมตีได้

เฟอร์ลีสร่ายเวท หอกแหลมมากมายปรากฏขึ้น มันพุ่งเข้าใส่ร่างของเจ้ามดที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

“วง...” เด็กหญิงที่ทนดูสถานการณ์ต่อไปไม่ไหวพยายามร่ายเวทอีกครั้ง แต่ก็ถูกสายตาเย็นชาของเด็กหนุ่มจ้องมาจนต้องเงียบไป เขาไม่ยอมให้เธอร่ายเวทเลย

เด็กหนุ่มปักดาบลงที่พื้น ถึงเวลาเผด็จศึกสักที

ครืน~!

พื้นดินรอบๆทรุดตัวลง ทำให้มดกว่าครึ่งตกลงไป ส่วนตัวอื่นๆก็วิ่งหนีตายกันจ้าระหวั่น

ไม่นานนัก พวกมดที่ยังมีชีวิตรอดก็ถอยกลับไปจนหมด

“พะ...พี่ชาย” เด็กหญิงเอ่ยเสียงสั่น ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังยืนอยู่บนแท่งดินกลมๆที่สามารถยืนอยู่ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

เฟอร์ลีสร่ายเวทอีกครั้ง ม่านพลังของเขาปรากฏขึ้นพาร่างของพวกเขาลอยข้ามหุบเหวที่กินพื้นที่เป็นวงกว้างนั่น ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงแผ่นดินอีกฝั่ง

“นอนพักสักหน่อยเถอะ พอถึงวังธรรมชาติ ฉันจะปลุกเธอเอง” เฟอร์ลีสพูดกับเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ขอบคุณค่ะพี่ชาย”

ถ้าเด็กหญิงไม่ได้ตาฝาดไป ริมฝีปากได้รูปของเด็กหนุ่มกำลังปรากฏรอยยิ้มบางๆที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น จริงๆแล้วเขาอาจจะไม่ได้เป็นคนเย็นชาอย่างที่เธอคิดก็ได้ เขาเป็นคนที่อ่อนโยนมากคนหนึ่ง เพียงแต่คงจะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถแสดงมันออกมาก็เป็นได้

เมลล์หลับตาลง ความทรงจำรางๆผุดขึ้นในสมองของเธอ จริงๆ มันไม่ใช่ความทรงจำอะไร มันเป็นเพียงการจินตนาการของเด็กหญิง เธอเพียงแค่คิดถึงพ่อแม่เท่านั้น เธอไม่เคยพบพวกเขาเลย สิ่งที่อยากจะขอจากมุกแห่งแสง ก็คือ ขอให้เธอได้พบพวกท่าน เด็กหญิงอยากจะตอบแทนบุญคุณที่พวกท่านมอบชีวิตนี้แก่เธอ

“อุ่นจังเลย...” เด็กหญิงละเมอพูดออกมาเบาๆ ทำให้เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มเล็กที่มุมปาก

“อะ...แฮ่ม” ของในกระเป๋าส่งเสียงออกมา มันคงจะสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่มจอมเย็นชาคนนี้ เหตุใดการแสดงออกของเขาถึงเปลี่ยนไป

“ไปกันเถอะ” เฟอร์ลีสปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ เขาเอ่ยเสียงเรียบเช่นทุกครั้ง

 

อย่างนี่ค่อยชินหน่อย เจ้ามีดคิดและนึกขำอยู่ในใจ

 

“คุณพ่อ...คุณแม่...” เสียงใสๆของเมลล์ดังขึ้น

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว เหตุใดพวกเขาถึงไม่เคยเอะใจเรื่องนี้ ตั้งแต่ที่พบเด็กหญิงคนนี้ เธอก็อยู่ตัวคนเดียว ตอนนั้นเมลล์ไม่ได้ขออนุญาตพ่อแม่ว่าจะออกเดินทางมากับพวกเขา เธอไม่มีพ่อแม่อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้น เธอก็อยู่ด้วยตัวเองมาตลอดน่ะสิ เป็นไปได้อย่างไร ทั้งๆที่ปีนี้เธอเพิ่งมีอายุแค่สิบขวบเองนะ

 

จะสุดยอดเกินไปแล้ว เด็กหญิงคนนี้...

เธอเป็นใครกันแน่...







 

STORM' SURGE

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น