The Knife ภารกิจทำลายมีดอาถรรพ์

ตอนที่ 11 : บทที่10 ร่วมมือกัน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 57


บทที่10

ร่วมมือกัน

หญิงสาวเส้นผมสีเหลืองนวลมองร่างของเด็กสาวที่ถูกตรึงอยู่ข้างๆด้วยสายตาซาบซึ้ง เหตุใดเด็กสาวคนนี้ถึงช่วยเธอให้รอดพ้นจากความตาย ทั้งๆที่พวกเธอก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ที่สำคัญหญิงสาวก็เป็นคนล่อให้เธอมาติดกับของเจ้าพวกวิญญาณไร้หัวใจพวกนั้น...

“ทำไมเจ้าต้องช่วยข้า ขะ...ข้าถูกบังคับให้ตะโกนให้คนช่วยเพื่อล่อเจ้า เป็นเพราะข้า...เจ้าถึงโดนจับ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างอ่อนแรง น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม

“...”

ตอนนี้เด็กสาวยังคงถูกผ้าสีใสปิดปาก เธอพยายามขยับริมฝีปากไปมาเพื่อให้มันหลุดออก และในสุดมันก็หลุดออกไปได้สักที

“ฉันช่วยเธอเพราะว่า ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ เท่าที่เห็น คนที่นี่ไม่ยอมฟังอะไรเลย” เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ “ส่วนเรื่องที่พวกมันให้เธอเป็นตัวล่อฉัน ก็อย่าคิดมากเลย ถ้ามันจะจับฉัน มันก็คงจับได้สบายๆอยู่แล้ว เรื่องนี้เธอไม่ผิดหรอก”

“ขอบใจเจ้ามาก...” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง น้ำตาของเธอยังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย ตอนนี้เธอทั้งหวาดกลัวและรู้สึกผิดต่อเด็กสาวคนนี้จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

คอร์เนียมองหญิงสาวด้วยสายตาไม่ค่อยสบายใจ หญิงสาวคนนี้ช่างน่าสงสารเสียจริง แต่ตอนนี้คงทำได้แต่ปลอบใจเธอเท่านั้น

“หยุดร้องไห้เถอะนะ น้ำตามันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอก” คอร์เนียกล่าว คงมีเพียงคำพูดนี้ที่ดีที่สุด

“อะ...อืม...” หญิงสาวรับคำและพยายามกลั้นน้ำตาสุดกำลัง แต่มันก็ไม่เป็นผล

“หนีออกไปจากที่นี่กันเถอะ” คอร์เนียพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น หวังให้หญิงสาวฮึดสู้ขึ้นมาบ้าง ตอนนี้เด็กสาวต้องพยายามดึงโซ่ที่ล่ามอยู่ให้ขาด ด้วยแรงช้างสารของเธอคงไม่ยากเท่าใดนัก นอกจากนั้น อารมณ์ของเธอก็เริ่มเดือดแล้วด้วย เวลาอารมณ์เสีย แรงก็จะมีมากขึ้นเป็นเท่าตัว

กึก~โครม~ตุบ~!

คอร์เนียออกแรงดึงมากเกินไป นอกจากจะทำให้โซ่หลุดออก เด็กสาวยังหน้าทิ่มและกลิ้งไปตามแรงของตน โซ่เส้นนี้เปราะกว่าที่คิด ตอนแรกเธอคิดว่ามันจะแข็งแรงมากกว่านี้ จึงออกแรงดึงเต็มที่

โชคดีที่เด็กสาวยังเป็นวิญญาณไม่เช่นนั้นเธอก็คงจะต้องเจ็บตัวอีก

“จับนาง” เสียงของทหารยามที่เฝ้าเธอดังมา ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งกรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว

เด็กสาวยันตัวลุกขึ้นก่อนจะแจกลูกถีบให้พวกเขาคนละครั้งสองครั้ง เพราะตอนนี้เธอเป็นวิญญาณ จึงสามารถต่อสู้กับพวกเขาได้

“ช่วยด้วย...” หญิงสาวร้อง ตอนนี้ดาบแหลมกำลังจะปักลงที่ร่างของเธอ “กรี๊ดดด...”

หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียง คอร์เนียกระโดดเข้าไปเตะดาบจนกระเด็นไป ก่อนจะปล่อยลูกถีบใส่ทหารที่ถลาเข้ามาจนล้มทับกันไปเป็นแถบๆ

“เอามา” คอร์เนียแย่งดาบของพวกเขามาได้ เธอใช้มันตัดโซ่ที่ล่ามหญิงสาว “มาเร็ว” คอร์เนียฉุดร่างของหญิงสาวขึ้น ก่อนจะรับดาบที่พุ่งเข้ามา

เคร้ง~!

ทหารวิญญาณบุกเข้ามาไม่ขาดสาย พวกเธอจึงวิ่งหาที่หลบ แถวนี้มีช่องเล็กๆพอสำหรับจะซ่อนตัวได้ พวกเธอรีบเข้าไปแอบในนั้น โชคดีที่วิญญาณพวกนี้ไม่ทันได้สังเกตเห็น

“ข้าไม่ไหวแล้ว”

หลังจากที่หลบจากวิญญาณพวกนั้นได้ หญิงสาวเส้นผมสีเหลืองนวลก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง คอร์เนียหันหลังไปดูอาการของเธอด้วยความเป็นห่วง

“ถ้าวิ่งไม่ไหว ก็ขึ้นมาขี่หลังฉันละกัน” เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ ตอนนี้เธอเตรียมพร้อมที่จะออกไปลุยต่อแล้ว หลบอยู่อย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

“เจ้าไปเถอะ ถ้าข้าไปด้วย เราจะไม่รอดทั้งคู่” หญิงสาวทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะหอบหายใจ

คอร์เนียขมวดคิ้วแน่น เหตุใดหญิงสาวคนนี้ถึงได้ถอดใจง่ายเช่นนี้ ยังไม่ทันจะลองสู้ก็ยอมแพ้เสียแล้ว ถึงเด็กสาวจะไม่ได้เป็นคนที่มีฝีมืออะไร แต่เธอก็ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถึงผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ขอแค่พยายามให้เต็มที่ ก็ไม่มีอะไรจะต้องมาเสียใจภายหลัง

“ฉันไม่ทิ้งเธอหรอก ขึ้นมาเร็ว” คอร์เนียพูดพลางย่อตัวลงนั่ง ถึงหญิงสาวจะพูดแบบนั้น แต่เด็กสาวก็ทิ้งเธอไม่ได้

เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนใจเด็กสาวคนนี้ไม่ได้ หญิงสาวก็จำใจทำตามคำพูดของเธอ

“พอจะรู้ทางออกใช่มั้ย” คอร์เนียถามหญิงสาวที่อยู่บนหลัง

หญิงสาวขมวดคิ้ว เธอรู้ดีว่าพวกเธอไม่มีทางจะรอดออกไปจากที่นี่ได้ ที่นี่มีวิญญาณเฝ้าอยู่มากมาย  ถึงจะดิ้นรนไป ก็เปล่าประโยชน์ อย่างไรผลสุดท้ายพวกเธอก็ต้องโดนจับได้อยู่ดี

“ไม่ไหวหรอก ทางออกมีแต่ทหารเฝ้าเต็มไปหมด แล้วข้าก็ยังจะเป็นตัวถ่วงของเจ้าอีก” หญิงสาวพูดอย่างนึกสมเพชตัวเอง จริงๆแล้วเธอก็มีเวทมนตร์ แต่ไม่กล้าจะสู้กับวิญญาณมากมายขนาดนี้

คอร์เนียรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของหญิงสาวเป็นอย่างมาก หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิม  เธอกำดาบในมือแน่นด้วยความโกรธ

“พวกเราจะไม่รอดก็เพราะเธอไม่ยอมช่วยฉัน อย่าเพิ่งยอมแพ้ก่อนจะลงมือทำสิ บอกทางออกมา” เด็กสาวที่พยายามปรับอารมณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

 

พูดเข้าท่าก็เป็นด้วย...

 

“พอออกจากตรงนี้ก็เลี้ยวซ้ายข้างหน้า” หญิงสาวกล่าว คำพูดของเด็กสาวช่วยเตือนสติเธอ จริงสินะ ขอแค่ไม่ยอมแพ้ ทุกสิ่งก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้

หลังจากที่พวกเธอออกมาจากที่ซ่อน หญิงสาวก็ชี้ไปที่ทางเล็กๆที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย คอร์เนียรีบวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันที่ทหารวิญญาณจะสังเกตเห็น

“นี่มันอะไรกัน” เด็กสาวพูดพลางมองกองทัพวิญญาณที่ยืนอออยู่ข้างหน้า พวกเขาไม่เห็นเธอก็จริง แต่เธอจะฝ่าออกไปได้อย่างไร

พวกวิญญาณยืนอยู่หน้าห้องๆหนึ่ง เหมือนกับพวกเขากำลังต่อสู้อยู่กับใครสักคน แล้วคนๆนั้นคือใคร?

คอร์เนียวิ่งกลับไปซ่อนที่เดิม เธอต้องเข้าไปดูว่าคนที่ต่อสู้อยู่กับวิญญาณพวกนั้นคือใคร แต่ต้องหาที่หลบให้หญิงสาวคนนี้ก่อน พาเธอเข้าไปด้วยคงไม่ไหวแน่

“หลบอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ฉันจะเข้าไปในห้องนั้น” เด็กสาวกล่าว ก่อนจะรีบวิ่งออกไป

หญิงสาวมองตามร่างใสๆของคอร์เนีย เธอคิดว่าคนในห้องนั้นคงจะเป็นเพื่อนของเด็กสาวแน่นอน

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ในที่ซ่อน ได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้ไม่มีใครเห็นเธอ และขอให้ทุกคนสามารถรอดออกไปจากที่ได้ เธอไม่อยากให้พวกเขาต้องตกเป็นเหยื่อของเกาะอสูรลวงตาอีก ที่ผ่านมามีคนมากมายถูกสังเวย พวกเขากลายเป็นวิญญาณที่ต้องทำตามคำสั่งของชายวัยกลางคนๆนั้น และต้องสูญเสียจิตใจของตนเองไปจนกว่าจะได้รับการปลดปล่อย

.............................................................................

 

คอร์เนียมองไปรอบๆ การที่จะเข้าไปในห้องนั้นได้ จำเป็นต้องมีตัวช่วย เด็กสาวจะต้องหาอะไรสักอย่างมาพรางตัว ไม่อย่างนั้น วิญญาณพวกนี้จะต้องเห็นเธออย่างแน่นอน

เด็กสาวเหลือบไปเห็นเสื้อคลุมที่มีหมวกคลุมศีรษะตัวหนึ่งแขวนอยู่ที่โคมไฟใกล้ๆ เธอจึงรีบวิ่งไปหยิบมันมาใส่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะย่องตามวิญญาณพวกนั้นเพื่อเบียดเข้าไปในห้อง

“แฮ่ก...”

เสียงหอบหายใจของเด็กหญิงดังมา เด็กสาวมองร่างเล็กๆที่ยืนหอบอยู่กลางห้อง เธอกำลังใช้เคียวเล็กๆที่มีด้ามจับยาวฟันร่างใสๆของวิญญาณพวกนั้น

 

นั่นมัน...

 

สายตาของคอร์เนียหยุดลงที่ร่างของเด็กหนุ่ม ไม่จริงน่า คนอย่างเขาคงไม่มีทางเสียท่าให้เจ้าพวกนี้ เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ถึงได้มีสภาพย่ำแย่เช่นนี้

“ท่านคุโรมาตอนไหนครับ” ทหารวิญญาณคนหนึ่งหันมาพูดกับเด็กสาว “ท่านมาดูเหตุการณ์ที่นี่เหรอครับ”

 

กำลังพูดกับเรางั้นเหรอเด็กสาวคิด แบบนี้ก็ดีสิ

 

“เจ้าถอนกำลังก่อน ข้อต้องการคุยกับแม่หนูนั่น” เด็กสาวเลียนเสียงและวิธีพูดจาของชายวัยกลางคนคนนั้น

“ขอรับ ท่านคุโรบอกให้ถอนกำลัง” ทหารคนนั้นตะโกนบอกคนอื่นๆ พวกเขาจึงรีบวิ่งมาเข้าแถวเบื้องหน้าเธอทันที

“ไปพักผ่อนเถอะ” เด็กสาวกล่าวต่อ โชคดีที่วิญญาณพวกนี้เข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นหัวหน้าของพวกเขา ถ้าเป็นอย่างนี้จะทำอะไรก็คงจะสะดวกสบายมากขึ้น

“ท่านต้องระวังยัยเด็กนั่นด้วย นางเก่งมาก” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “พวกข้าขอตัวก่อน”

พวกเขาออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เชื่อฟังคำสั่งหัวหน้าดีแท้ ไปกันจนหมดเลย

“นายเป็นใคร” เด็กหญิงตะโกนถามเด็กสาวที่เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะเหวี่ยงเคียวใส่เธออย่างไม่รอช้า

เคร้ง~!

คอร์เนียใช้ดาบรับเคียวของเมลล์ได้ทัน เด็กหญิงคนนี้ยังดุเหมือนเดิม ยังไม่ทันจะพูดจาอะไร ก็รีบโจมตีใส่เสียแล้ว โชคดีที่เด็กสาวยังไม่ได้ทิ้งดาบไป ไม่อย่างนั้น ตอนนี้วิญญาณของเธอคงขาดเป็นสองท่อนด้วยเคียวยาวที่เมลล์เหวี่ยงใส่เมื่อครู่แล้วเป็นแน่

“ฉันคอร์เนียเอง” เด็กสาวพูดพลางถอดหมวกออก

“พี่สาว”

“เราไปจากที่นี่กันเถอะ” คอร์เนียกล่าวพลางเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่ด้านหลังของเมลล์ ก่อนจะขมวดคิ้ว เธอจะพาเขาออกไปได้อย่างไรกัน

“หายาแก้พิษมาให้พี่ชายหน่อยสิคะ พี่ชายแย่แล้ว” เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน ใบหน้าของเธอตึงเครียด น้ำตาเอ่อขึ้นมาที่ดวงตาทั้งสองข้าง ตอนนี้เธอรู้สึกเป็นห่วงเด็กหนุ่มจนแทบอยากจะร้องไห้อยู่แล้ว

คอร์เนียมองเด็กหญิงด้วยสายตาไม่สบายใจ เธอคงต้องออกไปหายาแก้พิษให้เด็กหนุ่ม จริงสิ จะต้องกลับไปหาหญิงสาวเส้นผมสีเหลืองนวลคนนั้นด้วย ไม่รู่ว่าเธอจะโดนจับได้แล้วหรือไม่

“เดี๋ยวข้ามา” คอร์เนียเอ่ย

 เด็กสาวสวมหมวกแล้วรีบเดินออกไปจากห้องและตรงไปที่ที่ซ่อนตัวของหญิงสาว ต้องพาเธอไปที่อยู่กับเมลล์ก่อน แล้วเรื่องหายาแก้พิษให้เด็กหนุ่มค่อยว่ากันทีหลัง คนอย่างเขาคงจะไม่ตายง่ายๆอยู่แล้ว

.......................................................................

คอร์เนียเดินกลับไปหาหญิงสาว ตอนนี้ในบริเวณถ้ำไม่มีใครเลย วิญญาณพวกนั้นถอนกำลังออกไปหมด

“เธอไปอยู่กับเพื่อนฉันก่อนดีกว่า” หลังจากที่คอร์เนียมาถึงที่ซ่อน เธอก็พูดกับหญิงสาว ก่อนจะฉุดให้เธอยืนขึ้น

“อืม...” หญิงสาวพยักหน้ารับ

คอร์เนียพยุงหญิงสาวเดินกลับไปหาทุกคน

“พี่สาว” เสียงของเด็กหญิงดังขึ้นทันทีที่เห็นร่างคุ้นเคยของหญิงสาวเส้นผมสีเหลืองนวล หญิงสาวคนนี้เป็นคนแนะนำให้พวกเธอทำลายเกาะแห่งนี้

เด็กสาวมองท่าทีของเด็กหญิงด้วยสายตาแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะนึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้ พวกเธอคงจะต้องเคยพบกันอยู่แล้ว ตอนที่เธอถูกจับ เหมือนจะเคยได้ยินหัวหน้าวิญญาณพวกนั้นพูดถึงเรื่องที่หญิงสาวเคยบอกให้ผู้บุกรุกทำลายเกาะแห่งนี้ ผู้บุกรุกที่พวกเขาหมายถึงก็คือเด็กหนุ่มและเด็กหญิงสินะ

 “ฉันจะออกไปหายาแก้พิษให้เฟอร์ลีส” คอร์เนียกล่าว ตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรให้เป็นห่วงนอกจากอาการบาดเจ็บของเด็กหนุ่มแล้วก็เรื่องที่พวกเธอจะออกไปจากที่ได้หรือไม่ แต่อย่างหลัง เด็กสาวไม่ค่อยคิดมาก ขอแค่เด็กหนุ่มฟื้นขึ้นมา เรื่องนี้ก็คงจะหายห่วงได้

แม้แต่ทะเลสาบต้องสาป ยังเอาตัวรอดออกมาได้ แค่เกาะอสูรที่มีแต่พวกไร้น้ำยา พวกเธอก็ต้องรอดไปได้เช่นกัน

เด็กสาวเดินออกไปจากห้องอีกครั้ง...

...............................................................................

คอร์เนียเดินไปเดินมา ไม่พบใครอยู่แถวนี้เลย พอไม่อยากเจอ ก็มีเต็มไปหมด แต่พอต้องการหาตัว ก็หายากเหลือเกิน แม้แต่เงาของวิญญาณพวกนั้น เธอก็ยังไม่พบ แล้วจะไปหาตัวของพวกเขาได้จากที่ไหนกัน

หลังจากเดินหาไปได้สักพักใหญ่ๆ เด็กสาวก็พบทหารวิญญาณคนหนึ่ง ทันทีที่เห็นเธอ เขาก็รีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคุกเข่าลงเตรียมรับคำสั่ง

 

หัวหน้าวิญญาณคนนี้มีอำนาจมากขนาดนี้เชียว? หรือทหารวิญญาณพวกนี้มันซื่อบื้อกันแน่?

 

“เจ้าไปเรียกหมอมาให้ข้าหน่อยสิ” เด็กสาวพูดกับเขา

“ขอรับ” เขารับคำสั่ง ก่อนจะรีบไปตามหมอให้เด็กสาวทันที

 

พวกเขาไม่เอะใจเลยหรือว่าหัวหน้าของพวกเขาแปลกไป แล้วหัวหน้าตัวจริงของพวกเขาอยู่ที่ไหน เหตุใดถึงปล่อยให้ลูกน้องถูกหลอกใช้อยู่เช่นนี้

 

ไม่นานนัก ชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเด็กสาว เขาคงจะเป็นหมอที่เธอสั่งให้ไปตาม

“มีอะไรให้ข้ารับใช้” ชายชราพูดกับเด็กสาว

“ข้าต้องการยาแก้พิษ เดี๋ยวเด็กหนุ่มคนนั้นจะตายซะก่อน” เด็กสาวกล่าว

แม้จะไม่คิดอะไร แต่เธอเองก็ยังแปลกใจ ถึงจะพยายามเลียนเสียง แต่เสียงของเธอกับชายวัยกลางคนผู้นั้นก็ยังต่างกันมาก วิญญาณพวกนี้จำไม่ได้แม้กระทั่งน้ำเสียงของผู้เป็นหัวหน้าเลยหรือ

แต่ก็ดีแล้ว พวกเธอจะได้ออกไปจากที่นี่ได้สะดวกขึ้น แต่ตอนนี้ก็คงต้องรีบหน่อย ไม่รู้ว่าชายวัยกลางคนคนนั้นจะรู้ตัวเมื่อไร

“แต่ท่านสั่งว่าต้องทำให้มันตายก่อนการบูชายัญไม่ใช่หรือ ให้จับเป็นเฉพาะเด็กหญิงคนเดียว” ชายชราถามพลางแสดงสีหน้าประหลาดใจ ปกติหัวหน้าของเขาจะไม่เปลี่ยนคำสั่งที่สั่งไปแล้ว

“ข้าเปลี่ยนแผนนิดหน่อยน่ะ” เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอพยายามทำตัวให้ไม่มีพิรุธที่สุด ชายชราคนนี้กำลังมองเธอด้วยสีหน้าแปลกๆ

“ถ้าเช่นนั้น เดี๋ยวข้าไปเอามาให้”

 ชายชราเดินไปเอากล่องยาของเขา ก่อนจะเดินกลับมาหาเด็กสาว

“ดื่มให้หมดเลย” เขาพูดหลังจากเปิดกล่องยาและหยิบขวดยาแก้พิษสีใสยื่นให้เด็กสาว

“อืม...” เด็กสาวพยักหน้ารับ

“ข้าขอตัวนะ” ชายชราพูดก่อนจะเดินจากไป

คอร์เนียเดินกลับมาที่ห้อง

“เอาไป” เด็กสาวส่งยาแก้พิษให้เมลล์

เด็กหญิงตรวจดูว่าน้ำสีใสนั่นเป็นยาแก้พิษจริงหรือไม่ เมื่อแน่ใจว่ายาที่ถืออยู่เป็นยาแก้พิษจริง เธอก็รีบป้อนใส่ปากของเด็กหนุ่มอย่างไม่รอช้า

หลังจากที่ป้อนยาหมดขวด เด็กหนุ่มก็ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้น ยาแก้พิษนี่ดีจริงๆ แค่ดื่มเข้าไป พิษในร่างก็สลายไปทันที

“พี่ชายฟื้นแล้ว” เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ

“ฟื้นแล้วก็รีบไปจากที่นี่กันเถอะ” เด็กสาวพูด ก่อนจะฉุดร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆให้ลุกขึ้น “ทนอีกนิดนะ แล้วเธอชื่ออะไร”

 

ตั้งนานเพิ่งจะมาถาม...

 

“ข้าชื่อซิลเวีย” หญิงสาวตอบ

“จะรีบไปไหน”

ขณะที่พวกเธอกำลังจะเดินออกไปจากห้อง เสียงใหญ่ของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ดังขั้น ก่อนที่ร่างของเขาจะปรากฏ

“เอาเสื้อคลุมของข้าไปใส่เล่นอย่างนั้นหรือ เข้าใจคิดจริงนะ” ชายวัยกลางคนกล่าว

คอร์เนียรู้สึกเหมือนลางไม่ค่อยดี จึงรีบถอดเสื้อคลุมและโยนมันคืนให้ชายวัยกลางคนทันที เขาคือคนที่จะจับเธอบูชายัญในวันพรุ่งนี้

“จับพวกมัน” เขาเอ่ยเสียงเย็น

 

 ทหารวิญญาณกรูเข้ามาอีกแล้ว ! !

 

“ซิลเวียไปหลบอยู่ด้านหลังก่อน เมลล์ร่ายเวทใส่พวกมัน” คอร์เนียสั่ง เธอกระชับดาบในมือ เตรียมพร้อมจะต่อสู้

“ไม่ไหวค่ะ พลังเวทของหนูยังไม่ฟื้นฟูเลย”

เคร้ง~!

เด็กสาวรับดาบที่พุ่งเข้ามา ส่วนเมลล์ก็ใช้เคียวของเธอฟันร่างใสๆของวิญญาณพวกนั้น

“สู้กันให้สนุกนะ ข้าไปเตรียมของบูชายัญก่อน” ชายวัยกลางคนแสยะยิ้มก่อนจะเดินออกไป

 

ชื่อที่พวกวิญญาณเรียกเขาคือ คุโรสินะ...

 

“เฟอร์ลีส ฟินท์ล่ะ” คอร์เนียตะโกนถามเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังเมลล์

“หายไปแล้ว” เขาตอบเสียงเรียบ

“โอ๊ย น่ารำคาญจริง” คอร์เนียโวยวายใส่พวกวิญญาณ ทำให้พวกเขาหน้าถอดสีไปตามๆกัน

เคร้ง~! เคร้ง~! เคร้ง~!

กำจัดไปเท่าไร ก็ไม่ลดลงเลย ตอนนี้พวกเธอเริ่มเหนื่อยแล้ว

“น่ารำคาญโว้ยยยยยยยยยย”

_____________________________________________________________________________

 

“แย่จริงๆนะ เจ้าบ้านั่น” ชายหนุ่มเส้นผมสีทองเอ่ยเสียงเย็น เขาแสยะยิ้มชั่วร้าย สีหน้าแสดงความสะใจ

“น่าสมเพชที่สุด หนูว่าพวกเราควรไว้ชีวิตมัน หนูไม่อยากลดตัวลงไปกำจัดคนไร้น้ำยาแบบนั้น พวกมันไม่มีค่าพอที่จะให้สองพี่น้องสายเลือดฮาร์เด็นผู้ยิ่งใหญ่สังหาร ปล่อยให้วิญญาณชั้นต่ำฆ่าตายให้เสียชาติเกิดไปเถอะ” เด็กสาวเส้นผมสีเงินพูดพลางแสดงสีหน้าเหยียดหยาม ถ้าจะให้ธนูแสนรักต้องเปื้อนเลือดคนแบบนั้น  เธอก็คงไม่มีหน้าไปพบบิดาที่ชมว่าเธอเก่งนักเก่งหนา ถ้าเธอฆ่าคู่แค้นของครอบครัวที่พ่ายแพ้ได้แม้กระทั่งวิญญาณกระจอกๆ ก็คงจะเป็นเรื่องน่าอับอายน่าดู

“ผิดแล้ว เนลีน มันจะเก่งหรือไม่เก่ง มันก็ต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือของพวกเราเท่านั้น เราจะไม่ทำให้ความตั้งใจของพ่อต้องสูญเปล่า” ชายหนุ่มขึ้นเสียงและทำหน้าดุใส่น้องสาว

“พี่พูดถูก ถ้าเราใช้โอกาสนี้ฆ่ามันได้ พ่อก็คงจะตายตาหลับเสียที” เด็กสาวกล่าวพลางกำมือเล็กๆของเธอ

 

ไม่ว่าเมื่อไร ความมุ่งมั่นของเด็กสาวก็ทำให้ชายหนุ่มต้องหลุดยิ้มเสมอ...

 

“ไปกันเถอะ” ชายหนุ่มพูดกับน้องสาวของเขา

“ค่ะ” เด็กสาวรับคำด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

“พ่อคงจะดีใจที่มีลูกสาวน่ารัก ว่านอนสอนง่ายอย่างเธอ” ชายหนุ่มกล่าวและยิ้มบางให้น้องสาวของเขา  ทำให้เด็กสาวฉีกยิ้มกว้าง

 

ถ้าชายหนุ่มไม่มีน้องสาวคนนี้ เขาก็คงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป...
 


 

quality

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น