The Knife ภารกิจทำลายมีดอาถรรพ์

ตอนที่ 10 : บทที่9 การต้อนรับที่น่าสงสัย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 57


บทที่9

 

การต้อนรับที่น่าสงสัย

 

 

                เด็กหนุ่มได้สติตื่นขึ้น เขามองสิ่งต่างรอบๆตัวที่กลายเป็นเศษซาก ต้นไม้ล้มระเนระนาด พื้นดินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะหันไปมองร่างเล็กๆที่นอนอยู่ข้างๆด้วยความเป็นเป็นห่วง

                เฟอร์ลีสรู้สึกโล่งอกที่พวกเขาไม่ได้หลงกัน แต่เขาก็ยังรู้สึกกังวลกับอาการบาดเจ็บของเด็กหญิง เธอเป็นเพียงสาวน้อยชาวมนุษย์ที่แสนบอบบาง ไม่รู้ว่าจะสามารถอดทนได้มากเท่าใด

                เด็กหนุ่มช้อนร่างของเด็กหญิงขึ้น และตรวจดูอาการของเธอ บาดแผลของเด็กหญิงไม่ค่อยรุนแรง เป็นแค่รอยฟกช้ำธรรมดาเท่านั้น เด็กหญิงแค่หมดสติไปเพราะความเหนื่อยอ่อน เธอคงจะฝืนใช้พลังเวทมากเกินไป

                “เฮ้อออ...” เด็กหนุ่มถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้น

                เขามองไปรอบๆ ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามา

                “จับมัน” เสียงของชายวัยกลางคนคนหนึ่งดังขึ้น ตามด้วยเสียงของผู้คนมากมาย

               

                วิญญาณ ! !

 

                “อย่าขัดขืน พวกข้าล้อมไว้หมดแล้ว” ชายวัยกลางคนคนเดิมพูดก่อนแสยะยิ้ม เขาเป็นหัวหน้าของวิญญาณพวกนี้

                เด็กหนุ่มไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร ลำแสงสีน้ำตาลเข้มของเขาพุ่งใส่วิญญาณของพวกนั้น เป็นไปตามที่คาดไว้ มันทะลุผ่านร่างใสๆเหล่านั้นไป

                “เวทของเจ้าทำอะไรวิญญาณอย่างพวกข้าไม่ได้หรอก ฮ่าๆๆๆๆ” ชายวัยกลางคนพูด ก่อนจะหัวเราะอย่างสะใจ

    หอกแหลมใสมากมายถูกขว้างใส่เด็กหนุ่ม เขากระโดดหลบอย่างคล่องแคล่ว

                “จับมันให้ได้”

                เชือกสีใสพุ่งมาจากทุกทิศ เด็กหนุ่มที่อุ้มร่างเล็กๆของเด็กหญิงมองพวกมันอย่างเยือกเย็น คงต้องยอมให้วิญญาณพวกนี้จับตัวไปก่อน แล้วค่อยหาทางหนีก็ยังไม่สาย เพราะอย่างไรเขาก็คงจะหนีจากเชือกพวกนี้ไม่ได้ ตอนนี้เขาควรรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน ที่สำคัญ ถ้ายอมให้วิญญาณพวกนี้จับไป พวกเขาอาจจะได้พบเด็กสาวก็เป็นได้

                เชือกสีใสพุ่งเข้ามารัดร่างเขาและเด็กหญิง เด็กหนุ่มหันไปมองหน้าชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ออกคำสั่งเมื่อสักครู่ด้วยสายตาเรียบเฉย ถ้าเทียบแล้ว สายตาของเด็กหนุ่มดูไร้ชีวิตจิตใจมากกว่าวิญญาณเหล่านี้หลายเท่า 

                “ฉันจะไปกับพวกฉัน แต่ฉันจะเดินไปเอง ปล่อยเดี๋ยวนี้เฟอร์ลีสพูดเสียงเรียบ เขาจะไม่ยอมให้ใครมาใช้เชือกลากร่างของเขา เด็กหนุ่มไม่มีทางยอมตกอยู่สภาพอันน่าอับอายเช่นนั้น

                ชายวัยกลางคนมองมาที่เด็กหนุ่มจอมโอหังด้วยสายตาไม่พอใจ ทั้งๆที่เขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่สามารถต่อรองได้ แต่ยังจะกล้ามาพูดจาอวดดีอีก ช่างน่าสั่งสอนให้รู้จักหลาบจำเสียบ้าง

                “ถ้าปล่อยเจ้า เจ้าก็หนีได้น่ะสิชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

                “ถ้าฉันจะหนี ถึงนายจะมัดข้าไว้ ฉันก็หนีได้ ทำตามที่ฉันบอกเด็กหนุ่มพูดต่อ ถ้าวิญญาณพวกนี้ไม่ยอมทำตามที่บอก เขาก็คงจะต้องงัดอาคมประจำตัวออกมาใช้ อาคมสำหรับหลบหนีที่นานๆจะเอาออกมาใช้ที โดยปกติแล้ว เขาไม่ชอบหันหลังให้แก่ศัตรู แต่ถ้าสถานการณ์จำเป็นจริงๆ ก็ต้องใช้เป็นบางครา

                “ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าเล่นตุกติกอะไร ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งชายวัยกลางคนกล่าว เขาไม่อยากที่เถียงอะไรกับเด็กหนุ่มคนนี้มากนัก ตอนนี้จะยอมทำตามที่เด็กหนุ่มพูดไปก่อน แต่พอกลับไปถึงที่มั่นเมื่อไร เขาจะสั่งสอนเด็กหนุ่มคนนี้ให้สาสม

                ชายวันกลางคนพยักหน้าให้ลูกน้องของเขา เชือกสีใสถูกดึงออกจากร่างของเด็กหนุ่ม

                “ตามมาเขาพูดต่อ ก่อนที่กองทัพวิญญาณจะเริ่มเคลื่อน

                เด็กหนุ่มอุ้มเด็กหญิงเดินตามกองทัพวิญญาณพวกนั้น เขามองสิ่งรอบข้างอย่างระแวดระวัง ในหัวก็คิดแผนการต่างๆเตรียมไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

    กองทัพวิญญาณพาพวกเขามาที่ถ้ำแห่งหนึ่ง...

    เด็กหนุ่มมองไปรอบๆ ที่นี่ดูเหมือนกำลังจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการบูชายัญอะไรบางอย่าง อาหารมากมายถูกยกออกมาวางเรียงกันราวกับจะบูชาเทพเจ้า เทียนไขถูกจุดวางเรียงกันเป็นแนวยาวตามกำแพงถ้ำ นอกจากนั้นยังมีดอกไม้สีสดใสโปรยเป็นทางเดิน ทำให้ที่นี่ดูสวยงามและน่าหลงใหลไปอีกแบบ

    “ยินดีต้อนรับนะ ท่านคงจะเหนื่อยมาก ข้าเตรียมห้องพักเอาไว้ให้ท่านแล้ว” ชายวัยกลางคนคนเดิมหันมาพูดกับเด็กหนุ่ม น้ำเสียงของเขาต่างไปจากเมื่อครู่

    ถึงจะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น แต่เด็กหนุ่มยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากรู้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น...

    “แล้วเด็กสาวคนนั้น ท่านก็ไม่ต้องเป็นห่วง นางพักอยู่ที่นี่กับพวกเราแล้ว” ชายวัยกลางคนพูดต่ออย่างกับอ่านความคิดของเด็กหนุ่มออก “เมื่อกี๊ต้องขอโทษที่เสียมารยาท ข้ากลัวว่าท่านจะไม่ยอมตามมาที่นี่” เขาพูดพลางก้มศีรษะให้เด็กหนุ่ม

    เฟอร์ลีสพยักหน้ารับอย่างงงๆ นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันนี่?

    “เชิญท่านพักผ่อนให้สบาย แล้วข้าจะตามนางไปพบ” ชายวัยกลางคนกล่าว ก่อนจะเรียกให้หญิงสาวคนหนึ่งนำทางเด็กหนุ่มไปที่ห้องพัก

    เด็กหนุ่มถูกพามาที่ห้องเล็กๆห้องหนึ่ง ที่นี่ไม่ได้เป็นถ้ำที่กว้างขวางมากนัก ห้องนี้จึงถือว่าเป็นห้องใหญ่ห้องหนึ่งเมื่อเทียบกับห้องอื่นๆ

    “เชิญพวกท่านพักผ่อนตามสบายนะคะ” หญิงสาวที่นำทางมากล่าวกับเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงหวานใส “มีอะไรก็เรียกข้าได้ ข้าอยู่ข้างหน้าห้องนี่เองค่ะ” เธอพูดต่อก่อนจะยิ้มบางๆให้เด็กหนุ่ม

    “ตามหมอมาให้หน่อย” เฟอร์ลีสเอ่ยเสียงเรียบ ถึงเขาจะไม่ไว้ใจคนที่นี่เท่าใดนัก แต่เขาก็อดเป็นห่วงเด็กหญิงคนนี้ไม่ได้

    “ทางเรากำลังตามให้ค่ะ ขอตัวนะคะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากห้อง

    เฟอร์ลีสวางร่างเล็กๆของเมลล์ลงที่เตียงสีน้ำตาลภายในห้อง เด็กหญิงยังคงนอนแน่นิ่งเช่นเดิม ลมหายใจของเธอแผ่วเบา พลังเวทก็เหลือน้อยมากจนเด็กหนุ่มแทบจะไม่รู้สึกถึงพลังเวทในร่างของเธอ

    “หมอมาแล้วค่ะ”

    เสียงของหญิงสาวคนเดิมดังมา ก่อนที่ร่างของชายชราคนหนึ่งจะเดินเข้ามาภายในห้อง

    ชายชรายิ้มอบอุ่น ก่อนจะนั่งลงที่ข้างเตียงที่เด็กหญิงนอนอยู่ เขาเริ่มตรวจอาการของเธอ เด็กหนุ่มยืนมองเขาโดยไม่ละสายตา ถึงรอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่จะดูจริงใจ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกวางใจได้เลย

    “บาดแผลภายนอกไม่น่าเป็นห่วง นางแค่ช้ำในเล็กน้อยเท่านั้น แค่กินยาสูตรพิเศษของข้า นางก็จะหายเป็นปกติ” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนจะหยิบกระดาษห่อที่ภายในบรรจุด้วยผงยาสีน้ำตาลออกมา หญิงสาวคนเดิมเดินเข้ามายื่นแก้วน้ำให้เขา ชายชราละลายผงยาสีน้ำตาล แล้วช้อนร่างของเด็กหญิงขึ้น เขาบรรจงป้อนยาใส่ปากของเธอ

    “เดี๋ยวก่อน” เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นหยุดมือของชายชราก่อนที่ยาสีน้ำตาลจะไหลเข้าปากของเด็กหญิง “ผมจะป้อนยาเธอเอง คุณไปทำงานของคุณต่อเถอะ”

    ชายชราพยักหน้ารับ ก่อนจะยื่นแก้วยาให้เด็กหนุ่ม

    “แล้วบาดแผลของท่านล่ะ” ชายชราถามด้วยเป็นห่วง อาการของเขาน่าเป็นห่วงกว่าบาดแผลของเด็กหญิงคนนี้อีก

    “ผมไม่เป็นไร” เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ

    “อืม...” ชายชราพยักหน้ารับอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

    เฟอร์ลีสมองน้ำสีน้ำตาลภายในแก้ว กลิ่นแบบนี้...

 

    ยาพิษ ! !

 

    เป็นอย่างที่คิดไว้ ทั้งหมดเป็นแผนของพวกเขา ที่พวกเขาพยายามทำให้เด็กหนุ่มวางใจ ก็เพราะก็ต้องการวางยาเด็กหญิง ทำอย่างไรดี ที่นี่ไม่มีที่ให้เทยาทิ้งด้วย ถ้าชายชราคนนั้นกลับมาตรวจ ก็จะรู้ทันทีว่าเด็กหนุ่มรู้ตัวแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องเจอกับอะไร

    “พ่อหนุ่ม” เสียงของชายชราดังมา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของเขา

    เด็กหนุ่มมองน้ำสีน้ำตาลในแก้วอีกครั้ง คงมีเพียงวิธีนี้วิธีเดียว...

    เฟอร์ลีสกลั้นใจ ก่อนจะกระดกแก้วยาขึ้น เขาคงจะต้องดื่มมันเอง เด็กหนุ่มคิดว่าคงจะสามารถอดทนรับความเจ็บปวดจากยาพิษนี่ได้ อย่างน้อยก็ต้องช่วยชีวิตของเด็กหญิงเอาไว้ก่อน ถ้าเธอดื่มยาพิษแก้วนี้ เธอจะต้องตายอย่างแน่นอน

    “ข้ามาเก็บแก้วน่ะ” ชายชราที่เดินเข้ามาพูดกับเด็กหนุ่ม เฟอร์ลีสจึงยื่นแก้วยาคืนให้เขา “ถ้ามีอาการอะไรแทรกซ้อน ก็เรียกข้าได้นะ”

    น้ำเสียงของชายชรายังคงฟังดูเยือกเย็นและอบอุ่นเช่นเดิม...

    เด็กหนุ่มพยักหน้า ชายชรายิ้มอย่างใจดี ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้องอีกครั้ง

    “อึก...”

    เฟอร์ลีสรู้สึกมึนศีรษะอย่างรุนแรง ตาเริ่มจับภาพไม่ชัด เขาทรุดลงกับพื้น ยาพิษนี่แรงกว่าที่คิดไว้ มันทำให้รู้สึกทรมานมาก เหมือนยาพิษได้ทำลายอวัยวะภายในของเขา

    “มะ...เมลล์”

    เด็กหนุ่มเขย่าร่างเล็กๆของเมลล์ ฟื้นขึ้นมาสักที ตอนนี้เขาไม่สามารถร่ายอาคมที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ ยาพิษนี่ทำให้เขาไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้...

    “มะ...เมลล์”

    เด็กหนุ่มหมดสติไป ถ้าเป็นแบบนี้ เขาต้องแย่แน่ๆ

    “อะ..” เด็กหญิงรู้สึกตัวตื่นขึ้น ตอนนี้เธอยังรู้สึกอ่อนเพลีย นอกจากนั้น อาการจุกภายในร่างกายก็รุนแรงพอสมควร ทั้งยังจะมีแผลฟกช้ำภายนอกอีก เธอเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ อาการบาดเจ็บพวกนี้ต้องทำให้เธอรู้สึกทรมานมากแน่นอน

    เด็กหญิงมองไปรอบๆ เธอพบร่างของเด็กหนุ่มนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น

    “พะ...พี่ชาย”

    ถึงจะรู้สึกเจ็บปวด แต่เด็กหญิงก็ลงจากเตียงมาดูอาการของเด็กหนุ่ม

    ‘ยาพิษ

    เด็กหญิงคิด หัวคิ้วขมวดมุ่น ตอนนี้เธอไม่มีพลังเหลือพอที่จะรักษาเด็กหนุ่ม การที่จะรักษาอาการบาดเจ็บที่รุนแรงแบบนี้ คงจะต้องใช้พลังเวทเยอะน่าดู

    “เป็นไปตามที่ข้าคิดไว้ เจ้าหนุ่มนี่ต้องกินยาพิษแทนเจ้า” เสียงของชายชราดังมา

    เด็กหญิงหันไปมองชายชราที่เดินเข้ามาในห้อง หัวคิ้วที่ขมวดอยู่พันกันแน่นกว่าเดิม ตอนนี้เธอยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง แล้วเธอหมดสติไปนานเท่าใด

    “ช่างเป็นคนดีอะไรอย่างนี้” ชายชราพูดพลางยิ้มเจ้าเล่ห์

    “คุณเป็นใคร ทำอะไรพี่ชาย” เด็กหญิงถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

    “ข้าเป็นใครเจ้าไม่ต้องสนใจหรอก ส่วนเด็กหนุ่มนั่น เจ้าก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเดี๋ยวมันก็ได้ไปสบายแล้ว” ชายชราตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน

 

    ชายชราคนนี้เป็นวิญญาณ...

 

    “เอายาแก้พิษมาให้พี่ชายเดี๋ยวนี้” เมลล์ขึ้นเสียง ก่อนจะลุกขึ้นมาชี้หน้าชายชรา ถึงจะบาดเจ็บ แต่ตอนนี้อารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้ความเจ็บปวดของเธอทุเลาลง เด็กหญิงยอมไม่ได้ที่เห็นเพื่อนของตนถูกทำร้าย ที่สำคัญที่เด็กหนุ่มเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอ เขาช่วยเธอเอาไว้ เขายอมดื่มยาพิษแทนเธอ

    ลูกไฟสีใสของเด็กหญิงพุ่งเข้าใส่ชายชรา ตอนนี้คงไม่ต้องนึกถึงเรื่องสัมมาคารวะอีกแล้ว ในเมื่อทำกันอย่างนี้ เธอก็ต้องเอาคืนเหมือนกัน

    ลูกไฟของเด็กหญิงจางหายไป พลังเวทของเธอยังไม้ฟื้นฟู ตอนนี้เธอยังไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้

    “พลังเวทของเจ้าถึงขีดจำกัดแล้ว” ชายชราพูดพลางยิ้มเยาะ “อย่าขัดขืนเลย แม่หนูน้อย”

    “อย่ามาเรียกหนูอย่างนั้นนะ” เมลล์ตะโกนอย่างไม่พอใจ เธอเรียกอาวุธปลุกเสกขึ้นมา มันเป็นเคียวเล็กๆที่มีด้ามจับยาวจนสามารถโจมจีใส่ศัตรูที่เข้ามาในระยะสองเมตรได้ “แน่จริงก็เข้ามาสิ”

    เด็กหญิงยืนประจันหน้ากับชายชรา ถึงจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมแพ้ เด็กหญิงจะใช้แรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกับอาวุธปลุกเสกที่ใช้สำหรับต่อสู้กับวิญญาณเป่าคนที่มาทำร้ายเพื่อนที่เธอรักให้ปลิว

    “ทหาร” ชายชราตะโกนเรียกพวกพ้องของเขา

    ทันทีที่สิ้นเสียงของชายชรา วิญญาณมากมายวิ่งกรูกันเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว พวกเขาถืออาวุธครบมือ เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้

    ชายชรายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะส่งสัญญาณให้กองทัพวิญญาณเข้าโจมตี

    เด็กหญิงเหวี่ยงอาวุธของเธอใส่วิญญาณพวกนั้น ร่างใสๆของพวกเขาสลายหายไปเป็นแถบๆ แค่วิญญาณกระจอกๆแบบนี้ทำอะไรเธอไม่ได้หรอก

    “ถึงเจ้าจะอึดและเก่งขนาดไหน แต่เจ้าก็ต่อสู้คนเดียวไม่ไหวหรอก กองทัพวิญญาณของข้ามีมหาศาล ฮ่าๆๆๆ” ชายชราพูดก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ “จับเป็นนาง ท่านหัวหน้าจะจับนางบูชายัญพร้อมกับเด็กสาวคนนั้น”

 

    เด็กสาวคนนั้น คอร์เนียอย่างนั้นหรือ...

 

    ชายชราแสยะยิ้ม ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้ทหารของตนบุกเข้าไปหาเด็กหญิงที่เหวี่ยงเคียวไปมาจนมือไม้พันกัน ตอนนี้เธอเริ่มหอบแล้ว อีกไม่นานการต่อสู้ก็จะจบลง โดยที่พวกเขาจะเป็นฝ่ายชนะ ถึงเธอจะพยายามขัดขืนมากเท่าใด แต่ผลสุดท้าย ก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่พวกเขา การต่อสู้ครั้งนี้รู้ผลตั้งแต่แรกแล้ว...



 

STORM' SURGE

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น