Draconic Chronicle

ตอนที่ 7 : I-7: A Test of Faith

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 ก.พ. 60




7



เมื่อจัดการอาหารมื้อเช้า (ในตอนสาย) ของวันใหม่เสร็จเรียบร้อย อากาเบลก็ดึงก้านดอกไม้แห้งกรังสามก้านในแจกันทิ้ง จากนั้นจึงอุ้มแจกันอย่างระมัดระวัง มันเบากว่าที่คิดเสียอีก แม้ภายนอกจะดูหนักอึ้งจนไม่น่าจะยกขึ้นก็ตาม เธอสะบัดเส้นผมให้พ้นหน้า คุกเข่าหนึ่งข้าง แล้วค่อย ๆ ทุบแจกันกับพื้นให้เสียงเบาที่สุด แต่ไม่มีเกิดอะไรขึ้น เธอเลยลุกขึ้นมาแทน แม้จะไม่รู้สถานที่ปัจจุบันของอัศวินตาฟ้า ถ้าเธอจะทุบแจกัน ไม่ก็ทุ่มมันใส่กำแพงเสียหน่อย เสียงก็คงไม่ดังจนคนแตกตื่นนักหรอก


            ทันทีที่แจกันโดนเขวี้ยงใส่กำแพงจนแตกกระจาย อากาเบลถึงกลอกตาเบื่อหน่ายกับเสียงดังสนั่น ใครที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงคงสะดุ้งกันเป็นแถบ ยังดีที่อย่างน้อยมันก็ช่วยระบายโทสะที่เก็บกดไว้บ้าง ไม่ลงมือกับแจกันก็คงเป็นเครื่องใช้อย่างอื่นนั่นแหละ เธอยื่นปากขณะก้มเลือกเศษแจกันเป็นรูปสามเหลี่ยมพอดีมือที่ดูมีประสิทธิภาพที่สุด จากนั้นเธอก็ฉีกเสื้อตัวเก่ามาพันรอบเป็นด้ามจับ เหลือแค่ส่วนแหลมโผล่มา เพราะมัวแต่ละเมียดละไม เธอรู้ตัวอีกทีก็ตอนมีเสียงทุบประตูดังโครม ๆ


            “เสียงอะไร?


            อัศวินตาฟ้าเท้าเบาจัดจนเธอจับไม่ได้เลยรึไงกัน อากาเบลคิด แล้วตอบเสียงยานคางระหว่างใช้เสื้อกวาดเศษแจกันที่เหลือไปไว้ใต้เตียง แค่หาอะไรปลดปล่อยความเครียดเท่านั้น ใจคอจะให้ข้าเฉาตายรึไงวะ


            เงียบ... มันไม่เชื่ออย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้มันก็เห็นเธอปาจานทิ้งเล่นในคอกม้ามาแล้ว


“ไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น” อากาเบลเสริม พลางปัดเศษฝุ่นตามตัวทิ้งแล้วหยัดกายขึ้นมา เธอซ่อนมีดทำมือไว้ใต้หมอนเสร็จเรียบร้อยก็เดินเตะชุดตัวเก่าลากไปตามพื้น แล้วแง้มประตูเล็กน้อย ระหว่างที่เขี่ยชุดให้พ้นธรณีประตูโดยไม่แยแสว่ามันจะเกยรองเท้าบูทของอัศวินตาฟ้าหรือเปล่า เธอก็เหลือบเห็นชุดคล้ายเดิม แต่คนล่ะเนื้อผ้า (และสีดำไม่เปลี่ยนแปลง)


            “เจ้าทำอะไรแตก?


อากาเบลเอะอะโวยวายเมื่ออัศวินตาฟ้าทำท่าจะดันประตูเข้ามาดู แต่อยู่ ๆ มันก็รีบดึงประตูปิดเองเสียก่อน


            “เป็นบ้าหรือไงเนี่ย!


            “ชุดใหม่” มันทบทวน และไม่มีคำตอบอีก


            สักพักก็มีสาวใช้เอาเสื้อผ้ามาวางไว้หน้าห้อง อากาเบลทำเหมือนเดิมทุกครั้งเวลาจะเปิดประตู เธอต้องรอจนกว่าห้องโถงจะเงียบสนิทไร้เสียงฝีเท้า และต้องเงี่ยหูฟังอีกนานทีเดียวเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบยืนหลบมุมรอจังหวะอยู่ เมื่อมั่นใจ เธอก็รีบยื่นมือออกไปคว้าเสื้อผ้าเข้ามา แล้วปิดประตูอย่างรวดเร็ว


เธอแง้มผ้าม่านให้แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาพอประมาณ แต่ก็ไม่มากจนคนข้างนอกสามารถเห็นห้องนอนขนาดเล็กนี้ได้ มันมีพื้นที่ให้เดินไม่มาก เพราะเตียงนอนสำหรับหนึ่งคนก็กินด้านซ้ายมือสุดไปแล้ว ตรงปลายเตียงคือตู้เสื้อผ้าไม้ ทางขวามือเป็นโต๊ะเครื่องแป้งกับกระจกฝุ่นเขรอะ และประตูบานเล็กเชื่อมห้องน้ำ (ที่เธอเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทางออกลับ) ทุกมุมห้องมีแต่หยากไย่กับซากลูกแมงมุมตาย เธอโยนเสื้อผ้าบนเตียงแล้วนอนทับ พลางแหงนมองโคมไฟเทียนซึ่งไม่เหลือเทียนให้จุดไฟอีกบนโต๊ะกลมข้าง ๆ พอตกกลางคืน ทั้งห้องก็จะตกอยู่ในความมืดไม่ต่างไปจากยามดึกที่สเนียเซนี่


            อากาเบลผล็อยหลับไปและตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว จากนั้นก็เป็นกิจวัตรเดิม เธอเปิดประตูออกไปลากถาดอาหารเข้ามากิน เสร็จแล้วก็นอนต่อจนถึงยามสายของอีกวัน พอรู้สึกเหนียวตัวก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาบ จากนั้นก็ออกมานอนต่ออีกประมาณสองถึงสามชั่วโมง


กระทั่งตอนบ่ายมาถึง เธอได้ยินเสียงมนุษย์พูดคุยจากชั้นล่าง


            เป็นเสียงของผู้ชายวัยชราสองสามคนกำลังสนทนา ใช้แต่คำศัพท์ยาก ๆ ไม่คุ้นหู สลับกับเสียงสะบัดไสวของเสื้อผ้า (ไม่น่าจะใช่ผ้าม่านแน่ ๆ) ที่มาของเสียงอยู่ตรงปลายห้องโถงชั้นสอง อากาเบลกลิ้งตัวลงจากเตียงไปฟังเสียงจนเผลอชนประตู แล้วเธอก็ตัวแข็งทื่อเมื่อรองเท้าหลายคู่ข้างนอกห้องขยับเดินเข้ามาใกล้ ก่อนทั้งหมดจะหยุดชะงัก


            “เกรงว่าข้าจะให้พวกท่านเข้าไปอวยพรข้างในแต่ล่ะห้องไม่ได้ พวกคนใช้เพิ่งเว้นว่างจากการทำความสะอาดงานเลี้ยงฉลองเมื่อไม่นานมานี้เอง ห้องพวกนี้จึงกลายเป็นห้องเก็บของชั่วคราวแทนอัศวินตาฟ้ารั้งไว้ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ


            “วางใจเถิด ความสกปรกไม่ใช่ปัญหาของดูซปัซเตรสซ์”


            อาคันตุกะเดินต่อ


            “อย่าจะดีกว่า”


            เสียงส้นรองเท้าเสียดสีกับพื้นขณะที่กลุ่มอาคันตุกะหมุนตัวไปจากทิศทางของอากาเบล


            “เจ้าช่วยอธิบายให้พวกข้าเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งได้หรือไม่ ว่าเหตุใดเจ้าถึงมีความปรารถนาที่จะขัดขวางการเผยแพร่ความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าถึงเพียงนี้?” หนึ่งในนั้นถามอย่างไม่พอใจ แต่ก็ยังคงความสุขุมไว้ได้อยู่ “หรือความรักโอบอ้อมอารีของพระเจ้าส่งไปไม่ถึงจิตใจอันดำมืดของเจ้า?”


            อากาเบลกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น หากเป็นไปได้ เธอก็อยากเดินออกไปเขย่ามืออาคันตุกะข้างนอกห้องเหลือเกินที่ช่างสรรหาคำมาสร้างประโยคด่าอัศวินตาฟ้าจนมันเงียบไปเลย เธออยากเห็นสีหน้ามันด้วยว่าเป็นอย่างไรตอนนี้


            “งั้นหรือ” อัศวินตาฟ้าพึมพำ “พวกท่านกำลังหมายถึงเจ้าชายลำดับที่สองแห่งอาณาจักรแอเธลวินซึ่งให้คำสั่งแก่ข้า – ว่าไม่ต้องการให้ใครเห็นสภาพห้องเก็บของสกปรกเลอะเทอะ – อยู่ในกลุ่มชั้นบัพพาชนียกรรม?”


สิ้นสุดประโยคนั้น เหล่าอาคันตุกะก็ทำตามที่อัศวินตาฟ้าบอกทันที อากาเบลอุทานงุนงง เจ้าชาย? กลุ่มชั้นบัพพาชนียกรรม? พวกมันเริ่มเคลื่อนตัวไปหยุดอยู่หน้าประตูทีล่ะห้อง กล่าวถ้อยคำ “ด้วยพรจากพระเจ้าผู้มีเมตตาแก่เรา” ซ้ำ ๆ เธอรีบคว้ามีดทำมือมาถือรอ แล้วแนบหลังชิดกับประตู พอดีกับที่อาคันตุกะทั้งหมดเดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าห้องเธอ เสียงของมนุษย์แปลกหน้านั้นใกล้มากจนเธอตื่นตระหนก ขนแขนลุกชัน ต้องหายใจทางปากให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ คำอวยพรไร้สาระนานเหลือเกินกว่าจะจบ เธอจึงค่อย ๆ คลายแรงที่กำมีดทำมือไว้แน่น


            “เมื่อหลายวันก่อนมีข่าวลือหนาหูว่าเจ้าจับกุมเด็กคนหนึ่งได้ ชาวบ้านลงความเห็นไว้ว่านั่นน่าจะเป็นบุคคลอันตรายที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ในคืนงานเลี้ยงเฉลิมฉลองของเจ้าชาย” หนึ่งในอาคันตุกะเอ่ยขึ้น


            “เป็นความจริงหรือไม่ และตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหนกัน?” อีกคนแทรกเสียงดุ ๆ


            อากาเบลเกร็งไหล่เมื่อรู้ว่าพวกมันกำลังพูดถึงใคร อัศวินตาฟ้าตอบว่าเธอ (มันใช้สรรพนามเพศกลาง เพราะภาษามนุษย์มีถึงสามเพศด้วยกัน) กำลังนอนพักฟื้นอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้นี่แหละ และเจ้าชายลำดับที่สอง (อีกแล้ว) ออกคำสั่งว่าต้องการรอให้แน่ใจก่อนว่าเธอไม่เป็นอันตรายแล้ว จึงจะให้พบปะกับผู้คนได้ตามปกติ


            “เจ้าทราบใช่ไหมว่าพรุ่งนี้เป็นคืนอะไร” อาคันตุกะพูด “หากเจ้าชายมีประสงค์จะให้เด็กคนนั้นพักผ่อนต่อไป ทางเลือกที่สามของการแสดงตนคงจะต้องถูกตัดทิ้ง ซึ่งข้าคิดว่า อย่างไรเสีย เจ้าชายก็จะเลือกทางเลือกแรก ไม่ใช่ทางเลือกที่สาม ซึ่งเป็นการแสดงความกล้าหาญของผู้ที่ไร้ทรัพย์...”


            “เจ้าชายเลือกทางเลือกที่สาม” อัศวินตาฟ้าพูด แล้วเมินเสียงอุทานตกใจไป “เชิญพวกท่านลงไปพักผ่อนข้างล่าง”


            เมื่อข้างนอกห้องไร้การเคลื่อนไหวหลังจากอาคันตุกะถูกต้อนให้ลงบันไดไป อากาเบลก็เปิดประตู เธอเห็นอัศวินตาฟ้ายืนหันหลังให้อยู่กลางห้องโถง มันได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดก็หันใบหน้าใต้ฮู้ดมามอง ทั้ง ๆ ที่มันดูจะเบื่อหน่ายไร้อารมณ์กับบทสนทนาเมื่อครู่นี้ แต่ตอนนี้มันกลับมีแววตาพึงพอใจอยู่ เรียกความฉุนเฉียวของเธอขึ้นมาแทน


            “ทำอย่างกับหิมะตกในบ้านตลอดเวลา” เธอว่า “เป็นบ้าเหรอ”


            อัศวินตาฟ้ากระชับฮู้ด “คืนวันพรุ่งนี้เป็นวันแห่งการกำเนิด ในขณะที่คนอื่นเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน เจ้าจะได้ไปนอนในป่าหนึ่งคืนเต็ม ๆ คนเดียว และฆ่าสัตว์ป่าตัวไหนก็ตามที่เจ้าเจอ เพื่อแสดงตนว่าเป็นศาสนิกชนเต็มตัว”


            “ข้าไม่ทำของบ้า ๆ เพื่ออะไรก็ไม่รู้หรอก!


            “น่าเสียดาย” มันส่ายหน้า “ถ้าจะอยู่ในแอเธลวิน เจ้าต้องเป็นผู้ศรัทธาศาสนาอาซีมุสอย่างแรงกล้า”


            “เฮ้!” อากาเบลเรียก แล้วก้าวขาออกไปหนึ่งข้างเพื่อเตรียมจะเดินตาม อัศวินตาฟ้ารีบหันหน้าหนีไปอีกทาง ทำให้เธอจำได้ว่าตัวเองยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ “ข้าจะกลับบ้าน! ถ้าเจ้าไม่ไปยกเลิกไอ้กิจกรรมห่าเหวนี่ งั้นข้าก็จะทำให้มันล่มเอง!


            “การที่งานล่มไม่ใช่ปัญหาของข้า”


            อากาเบลเริ่มวางแผนว่าจะกลายร่างกลับไปเป็นมังกรและบินกลับสเนียเซนี่เวลาไหนดีทันที เธอควรจะแปลงกายให้พวกมนุษย์เห็นและกรีดร้องลั่น อย่างนั้นก็ยิ่งน่าสนุกและตื่นเต้น—


            “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าล้มงานตามอำเภอใจ” อัศวินตาฟ้าเสริมประโยคที่เหลือ


            ความสุขที่กำลังก่อตัวสลายไปโดยพลัน


            “ไม่รู้ล่ะ ข้าจะกลับบ้าน ข้าไม่สนใจเรื่องของพวกชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าหรอก และเจ้าก็พูดเองด้วยว่าจะให้ข้ากลับหนึ่งสัปดาห์ หรือมนุษย์โง่จัดซะจนลืมเรื่องที่ตัวเองเคยพูด?” อากาเบลกระแทกเสียงใส่


            มุมปากของอัศวินตาฟ้าขยับยิ้มเยาะ


“อ่อนต่อโลกอะไรขนาดนี้ โซโกลอฟ”



***



นับตั้งแต่อากาเบลหลับไปเมื่อสี่ปีก่อน บรรดามังกรกีออสที่ปกติจะถูกกำจัดศพโดยการโยนทิ้งในหุบเหวหรือมหาสมุทรได้รับการสวดมนตร์และฝังดินอย่างมีเกียรติเป็นครั้งแรก มันเป็นพิธีกรรมสำหรับมังกรเพทราดี แต่เมื่อไม่มีทั้งเขาและอากาเบลคอยขัดขวางอีก เอเมอร์รัลด์จึงตัดสินใจขอความร่วมมือจากมังกรทั้งสองสายพันธุ์ในการสร้างความกลมกลืน


            ล้างบาป... จะเรียกว่านั่นเป็นหน้าที่ของเธอก็ได้


การหายตัวไปของอากาเบลสร้างความตื่นตระหนกให้แก่สเนียเซนี่เป็นอย่างมาก แต่เอเมอร์รัลด์ทราบดีว่าทุกมังกรออกจะดีใจมากกว่าซึมกะทือ เพทราดีวัยหนุ่มกลุ่มหนึ่งสัญญากับเธอว่าจะออกตามหาอากาเบลให้ทุกวัน พวกเขาขยันขันแข็งในวันแรก ๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความปกติ ต่างใช้ชีวิตเหมือนไม่เคยมีจ้าวมังกรที่ชื่ออากาเบลมาหลายปีก่อนหน้านี้


เอเมอร์รัลด์เก็บความโศกเศร้าไว้ในใจแต่ผู้เดียว แต่เธอก็ยังโดนทักว่าตัวเองมีแววตาว่างเปล่าเหมือนโลกทั้งใบแตกสลาย ความกลัวซึ่งเก็บงำไว้เนิ่นนานเริ่มโผล่พ้นรอยแตกออกมา ชื่อของเขาดังก้องในหัว และเธอก็พยายามปฏิเสธว่าเขาไม่อยู่อีกแล้ว เขาไม่สามารถยื่นมือเข้ามายุ่มย่ามชีวิตของตระกูลโซโกลอฟที่เหลือได้อีก เธอหันเหความสนใจโดยการผลักดันให้เหล่ามังกรอาวุโสจริงจังกับการตามหาอากาเบล ทว่าเมื่อจ้องมองดวงตาพร่าเลือนขุ่นขาวของพวกเขา เธอก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์


            “สเนียเซนี่ยังเหลือมังกรตระกูลโซโกลอฟอีกหนึ่งตัว เอเมอร์รัลด์ นั่นคือเจ้า” เวลช์พูด


            หรือในอีกความหมาย: เราไม่ต้องการอากาเบลอีกแล้ว นางไม่จำเป็นต่อที่นี่


            เอเมอร์รัลด์จำได้ว่าเธอกลับมาร้องไห้และครวญคราญเงียบ ๆ ในถ้ำ สเนียเซนี่เงียบเหงาไปถนัดตา ถ้ำซึ่งปกติใหญ่เพียงพอสำหรับมังกรตัวเต็มวัยสามตัวก็ดูกว้างเสียจนเธอคิดว่าตัวเองตัวเล็กกระจิริด ราวกับที่นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของสถานที่จากในความทรงจำ และทุกครั้งที่เธอตื่นขึ้นมาเห็นเพดานหิน การมีชีวิตอยู่ก็เป็นแค่เพียงคำอันห่างไกลและไร้ค่ายิ่งนัก


เธอไม่เหลืออะไรทั้งสิ้น ไม่มี


นอกจากความเจ็บปวด ซึ่งจะอยู่ตรงนี้ เคียงข้างเธอ ไม่ห่างกายไปไหน


มีคำถามและประโยคมากมายที่เอเมอร์รัลด์อยากพูดกับอากาเบล เจ้าทำให้ข้าโดนตำหนิ และต้องทรมานทุกวี่ทุกวัน เพราะเป็นห่วงเจ้าที่ไม่แยแสข้าเลยสักนิด! หัวใจของเธอปวดร้าวขึ้นมา ทั้งโกรธและเสียใจ เธออยากถามอากาเบลให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่านางสนุกสนานกับการที่อยู่ ๆ นึกจะไปไหนไกล ๆ ก็ไปมากเชียว? หรือนางคิดว่าเอเมอร์รัลด์ใช้ชีวิตอย่างผาสุขมาตลอดสี่ปีที่นางหลับไป? ความจริงคือ มันมีแต่ความกลัวในช่วงเวลานั้น กลัวจนแทบคุมสติไม่ได้


นางควรรู้ว่าตัวเองไม่ใช่แลนจ์


สิ่งเดียวที่ประคับประคองให้เอเมอร์รัลด์ไม่เก็บตัวโดดเดี่ยวทุก ๆ วันคือความพยายามในการไขปริศนาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอากาเบลเมื่อสี่ปีก่อน ตอนที่นางตื่นขึ้นมา นางเอ่ยถึงอัศวิน แต่ก่อนหน้านี้ นางบอกว่าพ่อมดต่างหากที่ทำร้ายนาง พ่อมดที่มนุษย์มองว่าเป็นตัวอันตราย และสองกลุ่มนี้น่ะหรือจะร่วมมือกันข้ามน้ำข้ามฟากมาล่ามังกร? จากข่าวคราวของมังกร ณ ขุนเขาสไวดีน การปฏิบัติของมนุษย์ต่อเวทมนตร์เลวร้ายเกินกว่าจะเกิดความร่วมมือระหว่างพ่อมดกับมนุษย์ได้


“เวทมนตร์ไม่เป็นที่ชื่นชอบของมนุษย์นัก” เวลช์เคยพูด “มีหลายหมู่บ้านสูญเสียประชากรไปอย่างรวดเร็ว ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง มังกรจากสไวดีนเคยประสบค่ำคืนที่มนุษย์จุดไฟเผาพวกพ่อมดแม่มดทั้งเป็นอย่างไร้อารยธรรม... อันที่จริง พวกที่โดนเผาไม่น่าจะเป็นพวกฝักใฝ่เวทมนตร์แท้ ๆ ด้วยซ้ำ คงถูกปรักปรำต่าง ๆ นานา เจ้าคงทราบดีว่าเวทมนตร์หายสาบสูญไปหมดแล้ว มันเป็นแค่ตำนานปรัมปราเท่านั้น พวกที่มีชีวิตรอดมาเล่าก็สติสตังไม่ค่อยดี ไม่น่าเชื่อถือ”


นั่นหมายความว่า อากาเบลอาจจะพลาดท่าให้กับอัศวินจริง ๆ ไม่ใช่พ่อมด และโดนอีกฝ่ายกระทำบางอย่างกับดวงตา (จากคำพูดแรก ๆ ของนาง) อาจจะถูกแทงเข้าตรงเบ้าตาพอดี หรือโดนฟันเป็นรอยเฉือน อย่างไรก็ตาม เอเมอร์รัลด์พบแต่เลือดเมื่อสี่ปีก่อนหน้า ไม่เจอรอยแผลเป็นบริเวณดวงตาทั้งสองข้างของอากาเบล ทว่าอย่างน้อย สีของนัยน์ตาได้เปลี่ยนไป เงินเป็นน้ำตาล แต่นั่นก็ทำให้เกิดข้อกังขาใหม่ขึ้นมา อาวุธของมนุษย์จะสามารถทำร้ายมังกรเพทราดีได้อย่างไร


ถึงกระนั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อมดหรืออัศวินธรรมดา อากาเบลต้องออกไปตามหาคน ๆ นั้นอย่างแน่นอน


และเพราะนางเปรียบเสมือนลูกมังกรตัวน้อยที่เพิ่งฟักไข่ออกมาดูโลก ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ไม่เคยมีประสบการณ์ชีวิต ไม่เคยออกไปนอกอาณาเขตของสเนียเซนี่ ไม่เคยพบเจอมังกรจากขุนเขาอื่น และแทบจะไม่เคยบินพ้นผืนป่าออกไปข้างนอกตัวเดียว มันทำให้เอเมอร์รัลด์ยิ่งกังวลจัด อากาเบลจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไรกัน?


            มีเสียงกระพือปีกจากข้างนอกใกล้เข้ามา เรียกเธอให้หลุดจากภวังค์ทันควัน เป็นเวลช์นั่นเอง


            “เจ้าแน่ใจหรือ เขาเข้าเรื่องทันที


            “ข้าต้องการทราบชีวิตความเป็นอยู่ของมังกรจากขุนเขาอื่นเธอตอบ ท่านผู้ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะรีบกลับมา


            “แต่สายเลือดโซโกลอฟเหลือแค่เจ้าตัวเดียวแล้ว เอเมอร์รัลด์ ข้าอยากให้เจ้าใช้เวลาพิจารณาเรื่องนี้เพิ่ม


            เวลช์กับมังกรตัวอื่นต่างรู้เป้าหมายที่แท้จริงของเอเมอร์รัลด์ เธอไม่ได้จะไปสไวดีนเพียงเพื่อติดต่อกับมังกรขุนเขาอื่นเท่านั้น เธอจะตามหาอากาเบล ต่อให้ต้องเริ่มจากการไล่เลาะเบาะแสไปทีล่ะนิดล่ะน้อยก็ตาม บางที นี่อาจจะเรียกว่าความเห็นแก่ตัว เพราะเธออยากให้อากาเบลกลับมาในฐานะมังกรแสนจะสำคัญในชีวิต แต่สำหรับผู้อื่น นางอยู่ในฐานะจ้าวแห่งการกดขี่ นางหายไปนั่นแหละดีที่สุด และเอเมอร์รัลด์เองก็คิดว่าเธอควรจะหายไปด้วย อาจจะดีกว่าก็เป็นไปได้หากมังกรตัวอื่นขึ้นมาปกครองสเนียเซนี่แทนสายเลือดโซโกลอฟ รากฐานที่แลนจ์วางไว้จะได้ถูกทำลายไปโดยที่เธอไม่ต้องรู้สึกผิดเต็มประดาอีกต่อไป


            “หากเจ้ายังยืนกรานเช่นนั้น ข้าก็จะคอยดูแลสเนียเซนี่ให้ในระหว่างนี้ แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะรีบกลับมาเวลช์บอก


            เอเมอร์รัลด์ผงกศีรษะเป็นการตอบรับ พลางเดินไปยืนตรงปากถ้ำเคียงข้างเสาหิน สเนียเซนี่ไม่เคยดูกว้างขวางขนาดนี้มาก่อน เธอแหงนมองท้องฟ้าสีครามสดใสแตกต่างจากสภาพจิตใจดำมืดราวฟ้ากับเหว ได้ยินเวลช์พ่นลมหายใจผ่านจมูกตามประสามังกรวัยชราจากข้างหลัง เขาเคลื่อนตัวมานั่งข้าง ๆ


            “เจ้าจะไปพร้อมกับโรวีน่าใช่ไหม มีแต่นางที่คุ้นเคยเส้นทางระหว่างสเนียเซนี่กับสไวดีน


โรวีน่าเป็นมังกรกีออสสีแดงตัวใหญ่เทียบเท่าอากาเบล นางได้รับภารกิจเดินทางไปมาระหว่างสองขุนเขาหลังยุคของแลนจ์ เอเมอร์รัลด์รู้สึกโชคดีที่อากาเบลไม่รู้เรื่องนี้ เพราะนางคงโวยวายยกใหญ่ที่กีออสได้รับอภิสิทธิ์ทำงาน แทนที่จะมีชีวิตไปวัน ๆ รอความตาย ดีแล้วที่นางมัวแต่ล่าสัตว์กับนอน ไม่ค่อยสนใจความเป็นอยู่ของกีออสมากนัก


            “โรวีน่ากำลังรอข้าอยู่เอเมอร์รัลด์บอก พลางกางปีกกว้างเตรียมตัวบิน ข้าจะรีบจัดการธุระแล้วรีบกลับมา


บางทีมังกรที่สไวดีนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับอัศวินซึ่งเคยเหยียบย่างป่าลึกบริเวณนี้เมื่อสี่ปีก่อนก็เป็นได้




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #861 tingerbel (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 14:18
    รอคอยการเปลี่ยนแปลงของอากาเบล รอนางคิดถึงจิตใจคนอื่นอยู่นะ
    #861
    0
  2. #765 minggg- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 02:51
    บทนี้สงสารท่านแม่นะเนี่ย
    #765
    0
  3. #88 หมี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 08:00
    บรรยายดีมากเลย

    แต่ไม่ค่อยชอบนิสัยนางเอกอะ

    อายุก็เกินร้อยละ สมองมีบ้างมั้ยเนี่ย
    #88
    1
    • #88-1 kachelya(จากตอนที่ 7)
      7 มิถุนายน 2558 / 23:17
      ขอบคุณมาก ๆ ค่าที่เข้ามาอ่าน >_< สำหรับนิสัยของอากาเบลนี่... เราก็ไม่ชอบเหมือนกันค่ะ ฮาาา แต่นางจะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องอายุ เป็นร้อยปีแล้วก็ยังไม่มีสมองนี่จริงค่ะ แฮ่
      #88-1
  4. #56 Mini_day (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 14:13
    ท่านอัศวินนี่เงียบเกิ๊นนนน

    อากาเบลก็ยังนิสัยคงเดิม 5555
    #56
    0
  5. #42 disastrechalala (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 02:44
    อากาเบลท่าจะคลั่งไปแล้วนะนี่ 55 ไปลุยกับเขาทั้ง ๆ ที่เพิ่งเป็นคนได้ไม่นานเอง ยังไงตอนต่อไปคงได้ตีกันมันส์กว่านี้อีก ชอบความเกลียดชังความแค้นของอากาเบลดี โหดร้ายและน่ารังเกียจ 55 ตื่นเต้นมาก ๆ เลย ติดตามครับ
    #42
    1
    • #42-1 kachelya(จากตอนที่ 7)
      20 พฤษภาคม 2558 / 12:03
      แหม น่ารังเกียจเลยเหรอคะ :>
      #42-1
  6. #33 rrow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 16:33
    อัศวินจะเงียบไปไหน? พูดอะไรบ้างสิเจ้าคะ!!!!
    #33
    1
    • #33-1 kachelya(จากตอนที่ 7)
      16 พฤษภาคม 2558 / 13:20
      เดี๋ยวฮีก็พูดค่า (ฮา)
      #33-1
  7. #32 pokoopong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 07:08
    สรุป เอาดวงตานางเอกไปทำไมตั้งแต่แรก
    #32
    1
    • #32-1 kachelya(จากตอนที่ 7)
      16 พฤษภาคม 2558 / 13:20
      ต้องลุ้นต่อไปค่า XD
      #32-1
  8. #31 ttoo1515 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 00:31
    อากาเบลนี่ค่อนข้างมโนเก่งนะเรา
    #31
    1
    • #31-1 kachelya(จากตอนที่ 7)
      16 พฤษภาคม 2558 / 13:19
      ใช่แล้วค่ะ (ฮา)
      #31-1
  9. #30 satanmoe (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 20:24
    ท่านอัศวินคะ...เงียบไปไหน เป็นพวกคูลเดเระเรอะ!=[]=//ผิดไปไกลโข
    อยากอ่านต่ออ่าาา พรุ่งนี้เค้าจะไม่อยู่แย้วว เสียดายยยยTT_TT
    #30
    1
    • #30-1 kachelya(จากตอนที่ 7)
      16 พฤษภาคม 2558 / 13:19
      เปิดเรียนแล้วเหรอคะนี่ ;w;)
      เสียดายแทน ไปอยู่โรงเรียนประจำหรือเปล่าคะ
      ช่วงที่ไม่อยู่จะอัพให้เยอะ ๆ ตอนมีเวลาอ่านจะได้อ่านเต็มที่นะคะ XD
      #30-1
  10. #29 monacellist (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 18:41
    กรี๊ดดดด ค้างมากกกกก เราว่าอัศวินคงจงใจให้สร้อยไปมากกว่ามั้ง?? ส่งสัยจุงงง
    #29
    1
    • #29-1 kachelya(จากตอนที่ 7)
      16 พฤษภาคม 2558 / 13:18
      ต้องรอลุ้นกันต่อไปค่า XD
      #29-1