Draconic Chronicle

ตอนที่ 6 : I-6: Like a Snarled Animal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 ก.พ. 60




6



            อากาเบลหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อได้ยินคำตอบ โทสะเรียกร้องให้เธอพุ่งไปหักลำคอแกร่งให้เป็นสองท่อนเต็มทน ทว่าอวัยวะทุกส่วนเหมือนถูกด้ายที่มองไม่เห็นตรึงจากทุกทิศอีกครั้ง พันธสัญญาชีวิตขัดขวางไว้? เธอขู่อย่างกับหมาบ้า หน้าอกขยับขึ้นลงหนักหน่วง ความกระหายจะปลิดชีวิตคนตรงหน้าปรากฎที่มือและขาซึ่งสั่นไม่หยุด


ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว


            “เจ้าวางแผนเรื่องนี้!” อากาเบลกระเด้งถอยออกมาชี้หน้าอัศวินตาฟ้า เจ้าให้ข้าชิงสร้อยกลับมาง่าย ๆ เพราะเจ้ารู้! รู้ว่า...” เธอหยุดคิดเพื่อหาเหตุผลต่อ เมื่อนึกอะไรไม่ออกก็ตวาดด่าแทน พวกมนุษย์เจ้าเล่ห์ต่ำตม!”


            “ข้ารู้ได้อย่างไรน่ะหรือมันทวนคำถาม ไม่ใช่เพราะข้าวางแผนแล้วกัน


            เธอด่าว่าโกหกด้วยคำที่หยาบคายกว่าอีกหลายเท่า


            “ไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องเก็บสร้อยนั้นไว้อีกอัศวินตาฟ้าอธิบาย ไม่สนใจท่าทางหัวเสียของเธอเลยแม้แต่น้อย


            “ทำไมเจ้าไม่โยนให้ข้าตั้งแต่เจอหน้าซะล่ะ?!” อากาเบลตวาดไปเตะกองฟางข้างหลังระบายอารมณ์ไป มือทั้งสองกึ่งปิดหน้ากึ่งกำผมไว้แน่น ยืนเงียบทำบ้าอะไรล่ะ? แล้วจะให้ข้าเชื่อเรื่องทั้งหมดนี้รึไง ไม่มีทาง!”


            อัศวินตาฟ้านิ่งไปครู่หนึ่ง


เวลาต่อสู้ ข้าจะเงียบเพื่อให้มีสมาธิมากที่สุด


            อากาเบลคิ้วกระตุก มันแอบแขวะเธอแน่นอน ในเมื่อการปะทะคืนนั้นมีแค่เธอคนเดียวที่พูดมาก


“เรื่องมีแค่นี้ใช่ไหม คุ้มใช้ได้เลยที่ข้าต้องทนนอนอยู่ในคอกม้าโง่ ๆ นี่ตั้งหลายคืนแน่ะ เธอแดกดัน


            “นั่นไม่ใช่ความปรารถนาของเจ้า?อัศวินตาฟ้าโต้


            มันยังวางมือไว้ที่ด้ามดาบตลอด ไม่มีใครไว้ใจกัน แน่ล่ะ ถ้าไม่มีพันธสัญญาชีวิตระยำตำบอนนั่นเป็นกำแพงกั้น เธอมั่นใจว่าตัวเองจะลงมือทันทีหากเจออาวุธ


            “เจ้าหาข้าเจอได้อย่างไรอากาเบลถามเสียงต่ำ “ใครไปบอก?”


            อาจจะเป็นยายเด็กสาวผมน้ำตาลคนนั้น—


            “ไม่มีใครบอก พันธสัญญาชีวิตทำให้ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่ไหนตลอดเวลาอัศวินตาฟ้าตอบอย่างง่ายดาย พันธสัญญายังเรียกร้องให้เรา...” มันขมวดคิ้วไม่พอใจที่ต้องใช้สรรพนามเหมือนเป็นสหายกัน ต้องอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเสมอ หากเจ้าไม่อยากเจอบทลงโทษของพันธสัญญา และข้าขอแนะนำว่าเราไม่ควรลองดีกับมัน


            “หา? บทลงโทษ?


ถ้าทั้งหมดเป็นอย่างที่มันบอกจริง นั่นหมายความว่าเธอต้องทนติดแหง็กอยู่ที่นี่แทน กลับไปสเนียเซนี่ไม่ได้ หรือแม้แต่จะเดินทางข้ามอาณาจักรมนุษย์ก็ตาม คืนต่อสู้ที่เธอในร่างมังกรพยายามบินกลับสเนียเซนี่แล้วดันหมดสติกลางทางเป็นเพราะเหตุผลนี้หรือเปล่า แถมพันธสัญญาชีวิตยังมีอายุเท่าไรอีกไม่รู้


หนึ่งปี? ห้าปี? สิบปี?


หรือชั่วชีวิต?


จบแล้ว อากาเบลหายใจเร็วขึ้น มันจบแล้ว เธอหันไปมองรอบ ๆ เจอแต่เศษจานที่ตรงจุดประสงค์ จึงพุ่งตัวไปคว้าชิ้นที่คมที่สุดมา หัวใจของเธอเต้นแรงจัดจนแทบจะทะลุหน้าอก ทว่าอัศวินตาฟ้ารู้ทัน มันตรงมากระชากเศษจานออกจากมือเธอภายในพริบตา ก่อนจะกดไหล่เธอให้นั่งคุกเข่ากับพื้น


            “เอาคืนมา!” เธอร้องลั่น แล้วจิกเล็บกับแขนมัน ระยำเอ๊ย ให้ข้าตายยังจะดีกว่าต้องมาทนพันธสัญญาโง่เง่านี่!”


            “ถ้าการทำลายพันธสัญญาชีวิตง่ายขนาดนั้น ข้าคงตัดหัวเจ้าตั้งแต่เห็นหน้าแล้ว ลุกขึ้นอัศวินตาฟ้าพูดแกมบังคับ พลางกระชับคอเสื้อเธอที่ดีดดิ้นไม่หยุดให้ยืนขึ้นอย่างใจเย็น


อากาเบลหลับตาหลบแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์หลังจากถูกพาออกมานอกคอกม้าทันที ในหัวเริ่มประมวลวันเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ออกเดินทางจากสเนียเซนี่ สามวัน? สี่วัน? เมื่ออาการแสบตาหายไป เธอจึงลืมตาดูท่อนล่างของตัวเองซึ่งเลอะเทอะเปื้อนทั้งดินทั้งโคลน หญ้าเขียวชอุ่มใต้ฝ่าเท้าบูท เธอแหงนมองท้องฟ้าคราม เห็นว่าอีกไม่นานพระอาทิตย์กำลังจะเวียนมาอยู่เหนือศีรษะ ราวกับความอลหม่านในใจถูกแช่แข็งไปฉับพลัน


            ถึงเวลาสักการะราชามังกรแล้ว เธอสูดลมหายใจลึก รู้สึกปลอดโล่งปราศจากปัญหาเมื่อครู่ยามได้คิดถึงสิ่งเดียวที่สามารถยึดเหนี่ยวจิตใจได้ เธอจึงหยุดดิ้นในที่สุด และยอมเดินตามอัศวินตาฟ้าที่หรี่ตาสำรวจเธออย่างเคลือบแคลงใจแต่โดยดี


            “ข้าจะทำพิธีกรรมอากาเบลประกาศ “ปล่อยสิวะไอ้โง่”


            ไม่รู้ว่าอัศวินตาฟ้าเข้าใจหรือเปล่าว่าพิธีกรรมของเธอคืออะไร แต่มันก็เลือกที่จะยืนเฝ้าด้วยความสนใจ มองเธอที่ค่อย ๆ คุกเข่า ยืดตัวตรง และกางแขนทั้งสองข้างออก ไม่สนด้วยซ้ำว่าเธอจะมีท่าทีเงอะงะไม่พอใจแค่ไหน เธอไม่เคยสักการะราชามังกรโดยมีมนุษย์สำรวจอยู่ข้าง ๆ มาก่อน จึงขมุบขมิบปากด่า แต่ถึงมันจะเห็น ก็ยังยืนกรานดูต่อไปจนพิธีเสร็จอยู่ดี


            “พระเจ้าช่วยอะไรบ้างล่ะ?อัศวินตาฟ้าพึมพำระหว่างรออากาเบลลุกขึ้น เธอเกือบจะสบถและเตะเข่ามันเต็มแรงแล้วหากมันไม่พูดถึงเรื่องที่เธอสนใจเสียก่อน อีกข้อนึงที่เจ้าควรรู้ไว้เกี่ยวกับพันธสัญญาชีวิต เจ้าฆ่าตัวตายไม่ได้


            “ต่อไปข้าจะหายใจไม่ได้ด้วยเลยไหม” อากาเบลประชดชันเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดหวั่นภายใน


อัศวินตาฟ้าเลิกคิ้วแล้วเปลี่ยนเรื่อง ไม่นึกว่ามังกรจะมีศาสนาด้วย


            เธอทำหน้าบึ้ง ไม่ตอบ เอาแต่จ้ำอ้าวเดินตาม


            “เจ้าอายุเท่าไรมันถาม


            “อย่ายุ่ง


            บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันควัน


ข้าให้อนุญาตเจ้าได้อัศวินตาฟ้าเอ่ย จนตอนนี้มันก็ยังพูดช้า ๆ ชวนโมโหอยู่ดี หากเจ้าตอบคำถามข้ามาทั้งหมด ข้าจะให้เจ้ากลับไปหาครอบครัวหนึ่งสัปดาห์เต็ม ไม่มีบทลงโทษ ไปถามพวกมังกรถึงวิธีทำลายพันธสัญญาชีวิต


            “ไหนว่าไม่มีวิธีทำลายไงวะ”


            “ความรู้ของข้าอาจจะผิดพลาดได้”


            อากาเบลชั่งใจ งั้นจะรู้เกี่ยวกับข้าไปเพื่อ...


            เธอหยุดชะงักกลางทาง ดวงตาเบิ่งมองสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อย่างเดียวบนเนินดินตัดกับท้องฟ้ากว้างขวาง มันไม่เหมือนกระท่อมของชาวบ้านทั่วไป คำศัพท์ผุดขึ้นมา มันคือคฤหาสน์สองชั้นทรงสี่เหลี่ยมซ้อน สร้างจากหินและอิฐสีเทา หลังคาแบนราบและตัดขอบมน ประตูไม้ทางเข้าหลักทำจากไม้สนซึ่งขอบบนโค้งลง พื้นต่อกับระเบียงและบันไดสั้น ๆ ลงมาบรรจบกับทางเดินหิน เธอจ้องหน้าต่างทรงยาวรายเรียงสองชั้นซึ่งหลายห้องเปิดรับลมไว้อยู่ ผ้าม่านสีอ่อนแทบจะกลืนไปกับสีเทาของคฤหาสน์ปลิวไสว ที่นี่น่าจะเป็นบ้านหลังใหญ่หลังนั้นที่สว่างไสวที่สุดในคืนปะทะ


            สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่พรรคนี้คือฝีมือมนุษย์?


            “ว่าอย่างไง” อัศวินตาฟ้าถามขึ้น


            อากาเบลหลุดจากภวังค์ แล้วหันไปเห็นอีกฝ่ายยืนมองเธออ้าปากหวอมาสักพักแล้ว “อะไรนะ?”


            “ตอบคำถามข้ามาทั้งหมด – เจ้าได้กลับไปหาครอบครัวหนึ่งสัปดาห์”


            เธอยังไม่อยากเชื่อคำพูดของศัตรูนัก ที่ว่ามันจะปล่อยเธอกลับสเนียเซนี่ โดยเฉพาะให้ตามหาวิธีทำลายพันธสัญญาชีวิต มันเป็นคนวางแผนให้เกิดพันธสัญญาเวรนี่ขึ้นมาไม่ใช่รึไง! แต่เมื่อจู่ ๆ อัศวินตาฟ้าเริ่มนับเลขถอยหลัง เธอจึงรีบโพล่งออกไปอย่างหมดหนทาง ห้าสิบปี หกสิบปี โอ๊ย ไม่รู้ จำอายุไม่ได้


            “อธิบายได้เยอะว่าทำไมเจ้าถึงนิสัยเด็กขนาดนี้


            “ข้าอายุมากกว่าเผ่าพันธุ์ไร้ประโยชน์ของเจ้าตั้งหลายเท่า! หัดเลิกโง่ซะบ้าง


            “ร่างมนุษย์?


            “ไม่-รู้”


อัศวินตาฟ้าเอียงคอมอง ก่อนจะสรุปด้วยตัวเอง เจ้าน่าจะอายุประมาณสิบเจ็ดปี ชื่อล่ะ?”


            บอกชื่อให้มนุษย์? อากาเบลแกล้งเงียบไปหลายนาทีเพื่อคิดหาข้ออ้างไม่ตอบกับจินตนาการนานาวิธีฆ่าคนถาม เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตได้กลายมาเป็นแบบนี้ มันไปคนล่ะทิศกับที่เธอวางแผนมาตลอดด้วยซ้ำ เธอควรจะเสวยสุขอยู่ที่สเนียเซนี่ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของพ่อ ชีวิตต่อจากนั้นก็คงเป็นแม่หาเพทราดีตัวผู้ชั้นสูงซึ่งกว่าเธอจะจำชื่อได้ก็คงอีกหลายวันมาอยู่ด้วย แล้วก็มีลูกไว้สืบทอดตระกูลต่อไป...


            ถ้าเธอกลับสเนียเซนี่ไปแล้วพบหนทางทำลายพันธสัญญาชีวิตได้ ฝันร้ายพวกนี้น่าจะเป็นแค่อดีตในไม่ช้า


อากาเบลจงใจพ่นลมออกจมูกเสียงดัง ข้าชื่อโซโกลอฟ


โซโกลอฟ? ลูกคนหัดเหยี่ยว?”


เออ มีปัญหากับคำแปลเหรอ ข้าตอบแล้วไง เจ้าต้องหาอาหารมาให้ข้า แบบที่ให้กินเมื่อกี้นั่นแหละ ห้ามมีผัก หาที่นอนดี ๆ ให้ด้วย อ้อ ข้าไม่ต้องการเห็นมนุษย์หน้าไหนอยู่แถวที่นอนข้าเด็ดขาด รวมถึงเจ้าด้วยเธอสั่งฉอด ๆ เหมือนได้เปรียบเต็มประดา ห้ามสั่งข้าทำงานอะไรด้วย ข้าจะอยู่เฉย ๆ พร้อมแล้วจะกลับเอง


            อัศวินตาฟ้าเดาะลิ้นกับข้อแม้ยาวเหยียด ทำไม?


            “ก็พักผ่อน เตรียมตัว มนุษย์ทุกคนโง่อย่างนี้เหมือนกันหมดรึไงวะ


            “นานแค่ไหน?


            “ข้าจะรีบกลับตอนนี้เลยล่ะถ้าทำได้ ไม่ต้องไล่ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่นักหรอก อากาเบลส่งเสียงฮึในลำคอ


            “นานแค่ไหน?


            เธอกระทืบเท้า ไม่รู้ ภายในสัปดาห์นี้แหละ


            บทสนทนาจบลง เธอเองก็ตัดสินใจล้มแผนวิ่งหนีเมื่อรู้ว่ามีอาหารกับที่นอนดี ๆ รออยู่ (รวมถึงเวลาทำใจก่อนจะกลับไปเผชิญหน้ามังกรตัวอื่นในสเนียเซนี่ด้วย) จึงหันไปชมวิวทุ่งกว้างยาวจรดขอบฟ้าจากจุดที่ยืนอยู่ คอกม้าบนเนินต่ำกว่าที่เธอนอนมาสองคืนดูเหมือนกระท่อมไกล ๆ ที่ราบลุ่มข้างล่างมีแม่น้ำสายเล็กประมาณสามสายลัดเลาะแยกหายเข้าไปในม่านไม้หนาทึบ ไม่รู้ว่าป่าที่เธอร่วงใส่คือส่วนไหนในเมื่อทุกด้านมีแต่ป่ากับภูเขาสีขาวล้อมรอบ


            ความกดดันน่าอึดอัดลอยละล่องในอากาศเมื่ออัศวินตาฟ้าพาอากาเบลเดินเข้ามาในคฤหาสน์ เธอตั้งใจแสดงความไม่เป็นมิตรให้คนรับใช้ทุกคนที่ริมองเธอทันที โดยการขึงตาใส่ ไม่ก็เผลอเลียริมฝีปาก (เพื่อความชุ่มชื้น) ให้เห็น หลายคนพากันก้มหัวหลบ บ้างก็ฉายสีหน้าหวาด ๆ แล้วเดินหนีไปทางอื่น เธอรู้สึกสนุกจนเผลอยิ้มแยกเขี้ยวอย่างที่มักจะทำเวลาล่าสัตว์


            “โซโกลอฟอัศวินตาฟ้าเตือน เธอจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาจ้องมันอย่างฉุนเฉียวแทน


            ขึ้นบันไดมาชั้นสองฝั่งขวาปราศจากผู้คน อากาเบลก็พบห้องโถงยาวซึ่งปูพื้นด้วยพรมสีน้ำเงินเข้มแต้มลวดลายดอกไม้สีเหลือง ตัดกับพื้นหินสีเทากลมกลืนไปกับผนังคฤหาสน์มีรูปวาดธรรมชาติแขวนไว้ ทางขวามือคือหน้าต่างสองบาน หุ่นใส่ชุดเกราะส่องประกายวาววับตั้งประดับตามทาง และแจกันดอกไม้สูงเท่าเอวอากาเบล ผืนผ้าสีฟ้าปะสัญลักษณ์ที่เธอไม่เคยเห็นห้อยเคียงข้าง ส่วนฝั่งซ้ายมือมีประตูไม้หลายบาน ตรงปลายสุดห้องโถงมีอยู่ห้องหนึ่ง แจกันดอกไม้ตั้งขนาบประตูที่ถูกแสงอาทิตย์สาดใส่จนดูเหมือนมันเรืองแสงได้ – ห้องที่เธอจะได้พัก


อากาเบลยิ้มกริ่มแล้วก้าวฉับ ๆ ตรงไปจะเปิดประตูห้อง แต่อัศวินตาฟ้าคว้าคอเสื้อเธอให้หยุดเสียก่อน เธอเอี้ยวคอจะหันไปกัดแขน ก่อนจะหักห้ามใจไว้ได้เมื่อเห็นมันขยับมือไปแตะดาบ เธอส่งเสียงจิ๊จ๊ะใส่ เพิ่งสังเกตเห็นว่าตัวเองเตี้ยกว่าอีกฝ่ายมากโขเมื่อต้องยืนประจันหน้ากันแบบนี้ เธอสูงประมาณกระดูกไหปลาร้าของอัศวินตาฟ้าเองเท่านั้น ไม่ถึงไหล่ด้วยซ้ำ


            “ห้ามออกจากห้องจนกว่าจะพร้อม ห้ามทำพฤติกรรมไร้มารยาทใส่ใคร และห้ามคิดฆ่าเด็ดขาด มันพูด


            “อย่าให้พวกโง่ตัวไหนมาป้วนเปี้ยนแถวนี้แล้วกันเธอเชิดคางท้าทาย ถ้าไม่อยากให้ข้าเผลอน่ะ


            ต่างฝ่ายต่างมองถมึงใส่กันโดยไม่มีใครคิดจะยอมแพ้ และเพราะยืนใกล้กันมาก ใต้ฮู้ดสีดำที่อัศวินตาฟ้าไม่ยอมเลิกใส่สักที ทำเหมือนกับต้องเดินโทงเทงไปมาท่ามกลางแดดจัดหรือหิมะตกหนักอยู่ตลอดเวลา อากาเบลเห็นเส้นผมสีอ่อนจัดปรกหน้าผาก เธอย่นคิ้ว แล้วอัศวินตาฟ้าก็จ้องกลับ ก่อนจะเริ่มขยับตัวราวกับอึดอัดพิกล


            “ท่านอยู่ข้างบนหรือเปล่าขอรับ เซอร์? เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนขอรับไมลอร์ด!”


            “เขาอยู่ข้างบนใช่ไหม เจ้าช่วยตะโกนเรียกให้ดังกว่านี้หน่อยซิ


            มีเสียงผู้ชายสองคนจากชั้นล่างดังขัดเสียก่อน อัศวินตาฟ้าจึงปล่อยคอเสื้ออากาเบลเพื่อหันไปมองข้างหลัง เธอกำหมัดจะทุบขมับมัน พลางกระซิบขู่ว่า ข้าจะฆ่าเจ้าแล้วหันไปผลักประตูห้อง ทว่ากลับเปิดไม่ออก เธอหน้าเสียเพราะความอับอายเมื่อมันบอกว่าเธอลืมกุญแจห้อง เธอไม่ยอมหันไปมองตอนคว้ากุญแจจากมือมันมาไขเพื่อรีบผลุนผลันหนีไป


“นอนให้สบาย” อัศวินตาฟ้าพูดก่อนเธอจะปิดประตู “ในห้องเก็บของ”


            เธอหันไปเห็นมันเหยียดยิ้มเป็นนัยว่าสมน้ำหน้า


            อากาเบลอ้าปากพะงาบ ๆ ขณะมองแผ่นหลังของอัศวินตาฟ้าหายลับไปจากสายตา กระทั่งเสียงพูดคุยจากชั้นล่างดังขึ้นอีกครั้ง เธอก็ขบฟันจนปวดกรามด้วยความเคียดแค้น วินาทีนั้นเธออยากกลับไปเป็นมังกรเพื่อออกอาละวาดและพังคฤหาสน์นี่ให้ไม่เหลือซาก แต่สุดท้ายเธอก็กำมือแน่น หายใจออกมาเป็นไอเย็น แล้วกระแทกประตูเปิดเข้าไป


            ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจาย ไม่มีกลิ่นเหม็นอับในพื้นที่มืด ๆ หรือสภาพข้าวของเละเทะปรากฎแก่สายตา ในทางกลับกัน นี่เป็นห้องนอนที่อยู่ในสภาพพอใช้ได้ แค่มีเครื่องเรือนชิ้นเล็กชิ้นน้อยระเกะระกะไปทั่วและไม่ได้สะอาดสะอ้านเท่านั้น


            “อะไรของมันวะ?” อากาเบลพูดกับตัวเองงง ๆ แล้วเดินย่ำเท้าตึงตังไปมาในห้องเพื่อก่อกวนอัศวินตาฟ้าซึ่งอาจจะกำลังยืนอยู่ชั้นล่าง แต่จนแล้วจนเล่าเธอก็ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าบนชั้นสอง จึงหยุดเดินแล้วโถมตัวใส่เตียงที่นุ่มจนน่าตกใจ เธอหลับไปอย่างรวดเร็ว



***



            เสียงเคาะประตูปลุกอากาเบลให้สะดุ้งตื่นจนหัวโขกกับขอบหน้าต่าง


            “ตะ-ตอนเย็นแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ


            ไม่มีเสียงฝีเท้า? อากาเบลคิดขณะนวดกระหม่อมตัวเอง


            “มื้อเย็นอยู่ชั้นล่างเจ้าค่ะ ในห้องรับประทาน


            อากาเบลครางอย่างรำคาญใจ เอาอาหารขึ้นมาวางไว้หน้าประตูสิวะ


            สาวใช้ขานรับเสียงอ่อย มันแทบกระโดดเหย็ง ๆ ลงไปชั้นล่างหากฟังจากเสียงฝีเท้าเร่งรีบ สักพักหนึ่งมันก็กลับมาอีกรอบ ตามมาด้วยเสียงถาดวางกับพื้นหน้าห้อง อากาเบลนั่งกอดอกรอจนกระทั่งชั้นสองโล่ง เธอจึงแง้มประตูออกไปเล็กน้อย แล้วเอื้อมมือไปลากถาดอาหารส่งกลิ่นหอมกรุ่นเข้ามาในห้องเหมือนแมวที่กำลังแอบอยู่อย่างว่องไว


            อาหารมนุษย์อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่เธอทำใจชอบได้ ด้วยกรรมาวิธีการปรุง รสชาติจึงออกมาดีกว่าเนื้อที่ล่าเองอย่างน่าประหลาด แต่ความสนุกอันเป็นเอกลักษณ์ดันหายไปแทน พอคิดถึงชีวิตมังกร เธอก็นึกถึงพ่อต่อ ท่านคงเฉ่งเธอออกจากสเนียเซนี่แหง ท่านไม่ยอมรับวิธีปัจจุบันของเธอหรอก แม้จริง ๆ แล้วการรับความช่วยเหลือจากมนุษย์ก็ไม่ได้แย่ ในเมื่อเธอเองก็ไม่ได้คิดจะตอบแทนบุญคุณกลับอยู่แล้ว พอเธอแข็งแรง มีอำนาจดังเดิมเมื่อไร พวกมันนั่นแหละที่จะต้องเสียใจที่ให้ความช่วยเหลือ พ่ออาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ถ้าเธออธิบายดี ๆ


            หลังจากจัดการอาหารเย็นเสร็จ อากาเบลก็เสือกถาดออกไปนอกห้องโดยไม่สนว่าแก้วจะกลิ้งหลุน ๆ ไปชนแจกัน คฤหาสน์เงียบสงบ ที่นี่อาจจะมีคนอยู่น้อยกว่าที่คิด ทั้ง ๆ ที่ก็หลังใหญ่โตกว่ากระท่อมชาวไร่ชาวนาเยอะแยะ ก็ดี เธอยักไหล่ พลางถอดชุดที่ส่งกลิ่นเหม็นและเต็มไปด้วยเหงื่อกองไว้ข้างตู้เสื้อผ้า จากนั้นก็เดินไปยืนมองประตูไม้เก่า ๆ มีเก้าอี้วางขวางในห้อง เธอตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปสำรวจทันที เห็นกำแพงและบันไดหินขมุกขมัวยาวหายไปในความมืดข้างล่าง เธอค้อมตัวลงตามสัญชาตญาณ รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาว่าตัวเองอาจจะเจอทางออกลับ


แต่เมื่อเท้าเปล่าเหยียบพื้นเย็นลื่นของบันไดขั้นสุดท้าย เธอก็เจอห้องเพดานต่ำร้อนอบอ้าว มีคบเพลิงติดอยู่ที่มุมเสา และมีโอ่งไม้ขนาดใหญ่วางไว้อยู่หนึ่งใบ ห้องน้ำชัด ๆ! เธอทึ้งผมตัวเอง ก่อนจะย่ำเท้าไปตักน้ำราดทั้งตัวแก้เก้อ พลางควานหาอะไรก็ตามที่สามารถใช้ทำความสะอาดได้มาขัดถูคราบสกปรกตามตัว หลังจากร่างกายสะอาดสะอ้านและโปร่งสบาย เธอก็กระทืบเท้าขึ้นบันไดกลับไปโผล่ที่ห้องตัวเอง แล้วล้มตัวนอนทั้ง ๆ ที่ยังเปลือยเปล่าทั้งร่าง


            ความหงุดหงิดทำให้เธอพาลไปสาปแช่งอัศวินตาฟ้าต่อ พันธสัญญาชีวิตเวรตะไล! มีขึ้นเพื่อกดขี่เธอชัด ๆ แถมยังมีบทลงโทษอีกหากเธอจะหนีไปไกล ๆ เธอจะทำอะไรได้? มันส่งผลกับตัวอัศวินตาฟ้าด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันตาย เธอก็ตาย ทำอย่างกับเธอเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ที่จะตรอมใจตายตามเจ้านาย ไม่เอาหรอก ที่สำคัญ เธอยังไม่เชื่อเรื่องที่ต้องอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันตลอดเวลาเต็มที่ ถ้าบทลงโทษเป็นเหมือนคืนที่ปะทะกันล่ะ? เธอแค่หมดสติ ตื่นมาอีกทีก็ยังวิ่งหนีได้อยู่ อัศวินตาฟ้าอาจจะรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนตลอดเวลาก็จริง แต่ถ้าสถานที่ที่ว่าคือแผ่นดินไกลโพ้นล่ะ?


            อากาเบลยิ้มกว้าง หนึ่งสัปดาห์ที่อัศวินตาฟ้าให้เธอกลับสเนียเซนี่คือโอกาสพิสูจน์ ถ้าบทลงโทษมันเล็กกระจ้อยร่อยเพียงนั้น เธอก็ยินดีที่จะหมดสติเรื่อย ๆ แต่อยู่ที่สเนียเซนี่จะดีกว่า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #860 tingerbel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 14:06
    รีไรต์แล้วลื่นขึ้นมากเลย
    #860
    0
  2. #763 minggg- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 02:45
    สนุกค่ะ
    แอบขำที่บอกว่าไม่กินผัก
    คงเพราะนางเป็นมังกร ชอบเนื้อมากกว่า
    แต่พออยู่แบนี้หลังบอกอายุฟังดูเด็กมาก ๆ 
    55555
    #763
    0
  3. #212 tingerbel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 22:51
    รอตอนต่อไปนะคะ คิดว่าแก้แล้วต้องดีขึ้นเยอะแน่ๆ เสียดาย มาเจอเรื่องนี้ช้าไป รออ่าน เข้าใจนิสัยนางเอกนะ นางแค้นมากและรู้สึกโดนหยามมาก บวกกับนิสัยเดิมนางด้วย เลยคลั่งเข้าไปใหญ่ แต่บอกตามตรงว่าเราแอบเอฟซีอัศวินตาสีฟ้าอ่ะ รออ่าน น่าสนใจเรื่องนี้ สู้ๆ
    #212
    1
    • #212-1 kachelya(จากตอนที่ 6)
      11 ธันวาคม 2558 / 00:02
      ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่เข้ามาอ่าน >_< จะรีบแก้ไขให้ครบทุกตอนไว ๆ ค่ะ
      #212-1
  4. #54 Mini_day (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 13:53
    จากตอนที่แล้วนึกว่า อากาเบลวิ่งมาทั้งๆที่ไม่มีเสื้อผ้าซะอีก โล่งอกไปที 555

    เจอคู่รักเก่า เอ้ย คู่แค้นเก่าแล้ว ประโยคสุดท้ายนี่เหมือนแฟนเก่าไม่ได้เจอหน้ากันนานจริงๆเลยนะคะ555
    #54
    0
  5. #28 disastrechalala (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 16:42
    บทนี้กดดันตั้งแต่ต้นยันจบเลยทีเดียว ตั้งแต่ทำท่าจะชักมีดใส่ลิลลี่จนประโยคสุดท้าย "เจ้าคิดถึงข้าไหม" สุดยอดครับ ตื่นเต้นและน่าติดตามอย่างแรง (-..-b)
    #28
    1
    • #28-1 kachelya(จากตอนที่ 6)
      14 พฤษภาคม 2558 / 16:07
      ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ >_<
      #28-1
  6. #21 madara-13-12-39 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 15:24
    ค้างงง
    #21
    1
    • #21-1 kachelya(จากตอนที่ 6)
      14 พฤษภาคม 2558 / 16:05
      รีบมาต่อแล้วค่า XD
      #21-1
  7. #20 ผ่านมา K (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 14:38
    ค้างสิครับท่าน
    #20
    1
    • #20-1 kachelya(จากตอนที่ 6)
      14 พฤษภาคม 2558 / 16:04
      ขอบคุณมาก ๆ ค่ะที่ติดตาม จะรีบมาอัพต่อให้เร็วที่สุดค่า
      #20-1
  8. #18 ttoo1515 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 14:20
    ชอบๆ รอครับ
    #18
    1
    • #18-1 kachelya(จากตอนที่ 6)
      14 พฤษภาคม 2558 / 16:04
      ดีใจที่ชอบค่า >_<
      #18-1
  9. #17 satanmoe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 14:14
    โฮกกกก ค้างงงง!!=[]=;;
    รอตอนต่อไปเช่นเดิมค่ะ=w=
    ปล.อากาเบลคะ? ประโยคสุดท้ายนี่เหมือนพูดกับแฟนเก่าที่ทิ้งเจ้าไปเลยนะ!//โดนอากาเบลในร่างมังกรไล่กระทืบ
    #17
    1
    • #17-1 kachelya(จากตอนที่ 6)
      14 พฤษภาคม 2558 / 16:04
      ต้องห้ามอากาเบลไว้ก่อน (ฮา)
      แต่ประโยคก็ฟังเหมือนอย่างที่ว่าจริงค่ะ XD
      #17-1