Draconic Chronicle

ตอนที่ 54 : IV-10 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    27 ธ.ค. 60




10


            แอเรนยืนท่ามกลางความมืด และหรี่ตามองเข้าไปในกลุ่มผู้คนซึ่งคราคร่ำท่าเรือ บ้านเรือนแต่ละหลังปรากฎแสงไฟสีส้มตรงหน้าต่าง หลายครั้งที่สติของเขาจะเคลื่อนตัวเข้าหาความอบอุ่นของเตาผิงไฟในบ้านเหล่านั้น แต่เมื่อลมหนาวพัดมากระทบใบหน้า กัดจนริมฝีปากของเขาแตกไปหมด เขาก็พลันได้ยินคำสั่งอีกครั้ง

            “ตามหาความเย็นเยือกผิดปกติ”

            เขาพยายามสุดฤทธิ์ แม้จะไม่รู้ว่าเขาจะหามันเจอได้อย่างไร และทำไมต้องเป็นเขา

            มาร์ควิสแห่งคาลีซช์ยืนอยู่ข้างหลังไม่ไกล ร่างของเขาสูงจนกลายเป็นเงาน่ากลัว แทบกลืนหายไปกับกำแพงเก่าแก่มีไม้เลื้อยฝังรากที่เขาพิงอยู่ - ไม่มีทางดูออกว่ากำลังกอดอกหรือทำท่าอะไรอยู่ - เขามองเข้าไปในกลุ่มคนที่ปะปนกับลูกเรือตรงท่าเรือ แอเรนกอดตัวเอง และเพ่งสมาธิมากกว่าเดิม

            อากาศหนาวเย็น แต่ไม่มีอะไรแปลกประหลาด

            กำลังตามหาคนอยู่หรือ

            “ไม่…” เขาสั่นศีรษะยอมแพ้ ฟันกระทบกันกึก ๆ “มะ-ไม่มี”

            “ลองอีกครั้ง”

            น้ำเสียงของมาร์ควิสไร้ความเมตตา แอเรนเริ่มทนอากาศยามดึกดื่นไม่ไหว ทั้งสับสนและไม่เข้าใจ - หากอยู่ที่บ้าน แม่ของเขาคงอุ้มไปนอนใต้ผ้าห่มหนาเตอะ และคงเล่านิทานเกี่ยวกับผู้กล้าและมังกรให้ฟังแล้ว – ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเขม่นหัวคิ้วทำตามคำสั่งไร้แก่นสาร หากตามหาสิ่งที่มาร์ควิสต้องการเจอ เขาจะได้เข้านอนเสียที พวกผู้ใหญ่ชอบลงโทษให้ทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบอย่างเรียนหนังสือ แต่ครั้งนี้เขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไรผิด

            และเขากลัว - เขากลัวว่าแม่มดคนนั้นจะปรากฎตัวอีกครั้ง

            บทสนทนาจอแจของผู้คนดังหึ่ง ๆ มาร์ควิสสั่งให้ลองใหม่ - สองครั้ง ห้าครั้ง สิบครั้ง - ยิ่งนานเข้าก็น้ำเสียงก็ยิ่งเจือปนความไม่พอใจลึก ๆ ทว่าจนแล้วจดรอด แอเรนก็หมดหนทาง ต้องยกมือปิดปากไอโขลก ๆ น้ำมูกไหลเปื้อนมือ เขาหันไปทำหน้าอยากร้องไห้

            “ข้า-ข้าไม่เจอ... มันว่างเปล่า...”

            อีกฝ่ายไม่ตอบ ยังเหม่อมองผู้คนบนท่าเรือ แล้วจู่ ๆ เถาวัลย์บนกำแพงเบื้องหลังเขาก็ลุกไหม้เป็นวงกว้าง มันเป็นช่วงเวลาอึดใจหนึ่งที่แอเรนหยุดสั่น เพลิงพาความอบอุ่นมาให้ “ไม่ใช่นาง” มาร์ควิสบอกกัปตันคลาร์กที่ปรี่เข้ามาคลุมเสื้อขนสัตว์ให้แอเรน แล้วจึงค่อยเดินจากไปอย่างรวดเร็ว สะเก็ดไฟสีส้มอมฟ้าบดบังแผ่นหลัง


#


มิคาอิล เปโตรวิชขอเวลาพิจารณาข้อเสนอ แต่เขายังทิ้งให้พวกเธออยู่ในถ้ำ มีอาหารและผ้าห่มบริการ ไม่มีโซ่ตรวนข้อมือหรือข้อเท้าก็จริง แต่มีอัศวินเฝ้าถึงห้าคน สับเปลี่ยนตลอดทั้งคืน สองคนเฝ้าทางเข้าถ้ำคับแคบ หนึ่งคนเป็นหัวหน้า คอยตรวจตราไปรอบ ๆ และอีกสองคนนั่งเฝ้าข้าง ๆ เวลาอากาเบลจะพูดคุยอะไรกับกิลเบิร์ต - จะทำภาษามือแบบไหน - พวกเขาจะหันมาฟังด้วย ไม่มีการหลบ แต่จ้องตาตรง ๆ เลย

อาวุธและสัมภาระกองไว้ตรงกลางถ้ำ ไกลพอที่แค่คิดจะออกตัววิ่ง ก็โดนขัดขาล้มแล้ว

หรือจะใช้เวทมนตร์หายตัว เธอคิด พลางเหล่มองกิลเบิร์ตที่สัปหงกข้างกาย ความเหนื่อยล้าปรากฏชัดเจนบนใบหน้าของเขา หน้าผากยังอุ่น ๆ เขาไม่พร้อมจะวิ่งหัวซุกหัวซุน และที่สำคัญ ตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ เธอรู้สึกถึงความกดดันอันหนักอึ้งบางอย่าง ราวกับอากาศเข้มข้นเสียจนมันตรึงเธอได้

บางทีพวกอัศวินที่ตั้งใจสวมเกราะเต็มยศรู้ว่าเธอเป็นอะไร และถ้ำนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อควบคุมคนอย่างเธอ

“ให้ตาย” เธอสบถ อัศวินที่นั่งเฝ้าหันขวับ

หลังจากพ้นปราสาทหลังนี้ไปได้ อากาเบลวางแผนไว้ว่าเธอจะหาโอกาสแปลงเป็นมังกร แล้วโฉบพากิลเบิร์ตบินตรงไปยังดินแดนใหม่ที่เขาต้องการทันที ราคาที่เสนอกลุ่มของมิคาอิล? เธอไม่สนใจหรอก พวกเขาตั้งใจจะสร้างความขัดแย้งเพื่อให้เกิดสงคราม ใคร ๆ ก็คงพูดว่าเธอคิดลบเกินไป แต่เธอจะไม่เสี่ยงเอ้อระเหยรอตัวเองพัวพันกับปัญหาจนตัดไม่ออกอย่างแน่นอน ทำไมเธอต้องเข้าไปหาแผนสร้างอาวุธที่จะต้องได้รับการป้องกันอย่างแน่นหนาของจักรวรรดิให้ด้วย?

กิลเบิร์ตอาจจะคิดเหมือนกัน เขาถึงเสนอสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ไป

ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ทั้งนี้ทั้งนั้นการมาติดกับที่นี่อาจไม่เกิดขึ้น ถ้ามาธิลด้าไม่ได้เขียนชื่อของอิลยูชินเอาไว้ในจดหมายก่อนตาย หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กิลเบิร์ต – แม้กระทั่งเธอ – ตัดสินใจมากับอิลยูชินเป็นเพราะจดหมายนั่น เธอคาดหวังว่ามันต้องมีเบื้องหลังอะไรที่สำคัญ อย่างหนทางหนีไปใช้ชีวิตในทวีปใหม่ มันไม่มี

ถ้าอิลยูชินพูดไอ้ประโยค ‘ไม่ใช่คำโกหก ต้องตีความอีกแบบ’ นั่นอีก สาบานได้ว่าเธอจะหักคอเขา

อากาเบลหลับไปพร้อมกับการย้ำคิดว่าเธออยากระบายอารมณ์ - อยากแปลงกายเป็นร่างเดิมแล้วฟาดป่าให้ราบ เธอนอนไม่ค่อยสบายนัก ต้องพิงศีรษะกับผนังหิน ดังนั้นพอตื่นขึ้นมาจึงอารมณ์เสียที่สุด อิลยูชินสวมผ้าพันคอสีแดงนั่งยอง ๆ คุยกับกิลเบิร์ตตรงหน้า เขาเห็นเธอ “อรุณสวัสดิ์ ปรีนเชสซ่า—“

ทว่าไม่ทันจะพูดจบ เธอก็ยกเท้าถีบซี่โครงอีกฝ่ายจนล้มเต็ม ๆ เธอรีบลุกขึ้น พร้อมหันหลังมือ ชูนิ้วชี้และนิ้วกลางให้ กิลเบิร์ตร้องเรียกชื่อเธออย่างตกตะลึง แต่เธอไม่สนใจ นอกจากย่างสามขุมไปหามิคาอิล เปโตรวิชที่สวมเกราะอัศวินครึ่งตัว เขานั่งทำความสะอาดถุงมือเหล็กอยู่คนเดียว

“ว่าอย่างไง” เธอถาม

“เจ้าจะเข้าถึงแผนการลับของจักรวรรดิอย่างไง”

“ข้ารู้จักตระกูลขุนนาง – คามินสกี้ พวกเขามีวิธี”

“ตระกูลใหญ่ของเฮเนวิง” มิคาอิลผงกหัว “ข้าจะส่งคนของข้าไปกับพวกเจ้าด้วย”

“ใคร?

“อิลยูชินกับนาตาลิย่า เจ้ายังไม่เจอนาง”

เด็กสาวหัวเราะขึ้นจมูก “ไม่กลัวข้าฆ่าหมอนั่น?

“ถ้าเจ้ารู้ว่ารุสลาน อิลยูชินเป็นใคร นังหนู เจ้าจะไม่อยากทำ”

ราชามังกรเธอก็แทงดาบทะลุมาแล้ว กับมนุษย์ธรรมดาแบบอิลยูชิน ต่อให้ความจริงแล้วเป็นถึงระดับเจ้าชาย เธอก็ไม่กลัว อากาเบลเมื่อหนึ่งปีก่อนคงอยากโต้เถียงไปแบบนั้น แต่ตอนนี้เธอคิดว่าประโยคมันฟังดูพยายามเข้มแข็งอย่างน่าสิ้นหวังอย่างไงอย่างงั้น มิคาอิลดูไม่ไว้ใจเธอ จะทำให้สถานการณ์มันแย่ลงไม่ใช่ความคิดที่ดี

“จะให้ข้าเริ่มวันนี้เลยไหม” เธอถาม

“แน่นอน” มิคาอิลลุกขึ้น “ตามข้ามา”

เขาผิวปากเรียกอัศวินคนอื่นให้มารวมกันตรงลานกลางถ้ำ อิลยูชินแสร้งลูบชายโครงและส่งเสียงโอดโอย อากาเบลเมินเขาไปเฉย ๆ แม้กิลเบิร์ตจะตรงมากระซิบต่อว่าที่ไปเตะคนเข้าก็ตาม อัศวินแจกเหล้าน้ำผึ้งให้คนละขวด เธอจึงถือโอกาสเปิดดื่มเพื่อหลีกเลี่ยงการขอโทษ

“ท่านเจ้าชาย ข้าจะให้คนของข้าติดตามท่านไปด้วย” มิคาอิลพูด

“อีกคนเป็นผู้หญิง อย่าเผลอไปจีบนางเชียวล่ะ” อิลยูชินแซว

“ข้าไม่คิดจะทำแบบนั้นสักหน่อย!” กิลเบิร์ตร้อง

“เจ้าไม่รำคาญเด็กคนนั้น?

อากาเบลเผลอสะดุ้งเล็กน้อย ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นภาพหลอนของฟอร์เซเคนที่ชอบมายืนพูดข้างหู เธอคงหันไปซัดหน้าคว่ำแล้ว มันทำเหมือนมันเป็นผีที่คิดจะโผล่ตอนไหนก็โผล่ ทว่าลมหายใจ กลิ่นกาย และความรู้สึกราวกับอีกฝ่ายยืนประชิดแผ่นหลัง - ทุกอย่างทำให้มันเหมือนมีร่างเนื้อจริง ๆ

“หมายถึงอิลยูชิน?” เธอขมุบขมิบถามไม่มีเสียงกลับ “ทำไมจะไม่รำคาญ”

กิลเบิร์ตรับสัมภาระไปสะพาย ส่วนเธอห้อยดาบและหน้าไม้ มิคาอิลยังคงให้คำแนะนำและสั่งบางอย่างอยู่ เธอฟังบ้างไม่ฟังบ้าง สุดท้ายแล้วหากมีโอกาสเหมาะเจาะให้หนี คำพูดของเขาก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว

“งั้นกลับมาหาข้า”

อากาเบลกลอกตา กะไว้แล้วว่ามันต้องพูดแบบนี้ เธอยักไหล่ ไม่โต้ตอบอีก ครู่เดียวความรู้สึกว่ามีคนยืนอยู่ข้างหลังก็มลายหายไป ร่างกายของเธอคลายความตึงเครียดลงโดยไม่รู้ตัว เธอเพิ่งจะสูดลมหายใจลึกด้วยความโล่งอกตอนที่มิคาอิลมองเธอสลับกับกิลเบิร์ต แล้วชี้นิ้วโป้งไปยังทางออกถ้ำ

“ถึงเวลาแล้ว”


#


ช่วงแรก ๆ ตั้งแต่เดินทางออกจากปราสาทผ่านอุโมงค์ใต้ดินเดิม อิลยูชินจับตามองอย่างใกล้ชิด เขาคงยึดหลักความเป็นไปได้ว่าอากาเบลจะหนี

มิคาอิลต้องการให้คนของเขาอีกคนมาร่วมเดินทางด้วยก่อน ผู้หญิงที่ชื่อนาตาลิย่าอะไรสักอย่าง ซึ่งหากอากาเบลคิดจะลงมือ ก็ต้องทำในเร็ววันก่อนที่จะมีคนในกลุ่มเพิ่ม ความจริงแล้วจะซัดให้สองคนสลบเมือดก็ทำได้ แต่จะเพิ่มงานให้ตัวเองทำไมหากมันจะก่อความยุ่งยากกว่าเก่า?

ในระยะทางหลายไร่ มีกลุ่มอัศวินติดตามมาด้วย แล้วพวกเขาจะเริ่มถอยกลับไปปราสาททีละคู่ อากาเบลเดินเข้าป่าอย่างทรหดอดทน แต่ก็แสร้งทำเป็นบ่นอย่างเบื่อหน่าย เผื่อว่าอีกฝ่ายแอบสังเกตท่าทางพิรุธ ทว่าอัศวินคู่สุดท้ายกลับเดินทางมาด้วยต่อ ไม่มีการอธิบาย และเธอก็ทำเป็นไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงฉับพลันตรงนั้น

อัศวินคู่ดังกล่าวเดินทางกลับปราสาทตอนที่มาถึงเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งตรงชายแดนเฮเนวิง

“นางอยู่ที่นี่แหละ” อิลยูชินบอก

อากาเบลรอให้เขาพูดว่า “ไปพักผ่อนในโรงแรมก่อนจะดีกว่า” แต่ไม่ เขาให้ตามไป เพื่อที่เจอคนชื่อนาตาลิย่าแล้วจะได้รีบเดินทางต่อเลย นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มรู้สึกวิตกกังวลขึ้นมา มันสุมอยู่ในอก ทำให้เธออยากอาเจียน

เมืองนี้มีคนเดินพลุกพล่าน ตลอดเส้นทางไปยังสถานที่จุดหมายก็เต็มไปด้วยผู้คน อากาเบลเริ่มกลืนน้ำลายลำบาก เธอตรึกตรองคิดจนปวดหัว และทันใดนั้นก็หยุดนิ่งยืนมองเข้าไปในหมู่ชาวบ้านทางซ้ายมือ เธอเขม่นหัวคิ้วเหมือนกำลังเพ่งพิจารณาอะไรบางอย่าง อิลยูชินที่มักหันมามองด้านหลังเสมอจึงชะงัก เขาเรียก “ปรีนเชสซ่า?

“ตรงนั้น...” เธอชี้นิ้ว เงียบไปสักพักใหญ่ ก่อนจะเบิกตาโตตกใจ เธอไม่รออิลยูชินถามเพิ่ม แต่กระโจนวิ่งหลบเข้าไปในตรอกมืด ๆ ตรอกหนึ่ง พาทั้งกิลเบิร์ตและเขาเข้ามาหลบด้วย

“ตั้งใจถ่วงเวลาเหรอ ปรีนเชสซ่า?” อิลยูชินเลิกคิ้วสูง

“ข้าเห็นทหารแอเธลวิน” อากาเบลกระซิบร้อนรน “นั่น มันแอบตามเรามา”

คู่สนทนาอ้าปากค้าง “แอเธลวินมาทำอะไรที่นี่—“

เธอชกคางเขาทันที

กิลเบิร์ตอุทาน เขาทำตัวไม่ถูกระหว่างมองอิลยูชินที่ล้มคอพับลงไปนอนกองกับพื้น

ในตรอกนี้เป็นสถานที่ซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียน อากาเบลจึงสามารถลากร่างของอิลยูชินเข้าไปลึกในตรอกกว่าเดิมได้โดยที่ไม่มีชาวบ้านคนไหนสังเกตเห็น เงามืดพอที่เธอเองก็ไม่สามารถเห็นโครงหน้าของอิลยูชินชัด ๆ ได้ หลังจากสำรวจเรียบร้อยแล้วว่าเขาไม่ได้แกล้งสลบเมือด (ด้วยการตบหน้าแรง ๆ สองครั้ง) เธอก็ค้นแผนที่ในย่ามของอิลยูชินมายัดใส่มือกิลเบิร์ต

“ไปกันก่อนที่เพื่อนมันจะมาตาม” เธอดันหลังเขาให้เดิน

กิลเบิร์ตจิกปลายเท้ากับพื้นดินสู้ “ไปไหน?

“คีเทียคฮ์ หรือทวีปใหม่ เร็วเถอะน่า เจ้าจะไปที่ไหนล่ะ”

“พวกเขาช่วยชีวิตเรา!”

“มั้ง จนกว่าเราจะได้เห็นหลักฐานว่าพวกแอเธลวินตามมาเจอกระท่อมจริง ๆ”

“ไม่ เบล” กิลเบิร์ตหันมาเผชิญหน้าตรง ๆ เขาจับแขนเธอ “เราเป็นหนี้ชีวิตพวกเขา โดยเฉพาะอิลยูชิน เขาช่วยดูแลเรามาตลอดทาง ข้า... ข้าคิดว่าเราต้องตอบแทนอะไรบางอย่าง”

อากาเบลแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“ว่าอย่างไงนะ?

“ก็ข้าเสนอไปว่าจะช่วยสนับสนุน...”

“นี่เจ้าเอาจริง? เจ้าไม่ได้หวังใช้ข้อเสนอหลอกพวกมัน?” เธอสะบัดแขนทิ้งเพื่อสางผมตัวเอง มนุษย์! “กิล นี่เจ้าโง่หรือไง! ไอ้เวรนี่--” เธอชี้นิ้วไปที่อิลยูชิน ยังคอพับเหมือนเดิม “ปลิ้นปล้อนหลอกเจ้ามาตลอดการเดินทาง! เจ้าเองก็ไม่พอใจ แล้วทำไมอยู่ ๆ ถึงอยากไปช่วย? เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแอเธลวินตามมาเจอเราจริงหรือเปล่า ที่ยาโรเมียร์พูดอาจจะถูกก็ได้!”

“แต่... แต่เราจะรู้ได้อย่างไงว่ามันไม่จริง?

“ทำไมเจ้าต้อง—“

เธอต้องหยุดคุมสติตัวเองครู่หนึ่ง ถึงจะสามารถปรับน้ำเสียงให้แข็งกร้าวน้อยลงได้

“ฟังนะ พวกมันแค่อยากใช้เจ้า” อากาเบลถอนหายใจเฮือกใหญ่ “มันให้ความหวังเจ้าถึงชีวิตใหม่ โดยไม่บอกข้อแม้ว่าเจ้าจะต้องตอบแทบอะไรบางอย่างคืน ข้ารู้ว่ามันจะดูเหมือนมิตรที่เจ้าไว้ใจได้ ใช่ มันเนียนมาก และหากถลำลึกเกินไป เจ้าจะเชื่อโดยสนิทใจว่ามันเป็นเพื่อนจริง ๆ เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเส็งเคร็งที่ไม่เหลืออะไรแล้ว”

บทสนทนาของชาวบ้านข้างนอกตรอกดังหึ่ง ๆ ประกอบไปด้วยความวุ่นวายของยามกลางวัน ทว่าอากาเบลกลับรู้สึกสงบพิกลที่ได้พูดในสิ่งที่อยากพูดออกไป เธอยืดหลัง แล้วตบบ่ากิลเบิร์ตที่ก้มมองเท้าตัวเอง

“เจ้ามองโลกในแง่ร้ายมากนะ” เขาพึมพำ

“มันเป็นความจริง”

“นั่นเป็นธรรมชาติของ... คนของเจ้าหรือ”

อากาเบลพิจารณาคำถาม แต่เธอไม่รู้ว่าการมองโลกในแง่ร้ายเป็นธรรมชาติของมังกรหรือเปล่า มันอาจเป็นแค่เธอกับยาโรเมียร์เพียงสองคนที่ไม่ไว้ใจอะไรสักอย่าง สาเหตุของเขาคืออะไร เธอไม่รู้ แต่ของเธอต้องขอบคุณฟอร์เซเคน ถ้ามีโอกาสพบกันอีก เธอจะฆ่ามัน

“ค่อยไปซึมกะทือตอนเดินทาง กิล” เธอบอก แล้วดึงเขาให้ตามมา “เราต้องรีบไปแล้ว”






เย่ รีไรท์ครบ 10 ตอนแล้วว ขอบคุณทุกท่านมากนะคะที่ยังติดตาม ดีใจมาก ๆ T T ถึงเราจะไม่ว่างตอบเลย แต่ขอให้มั่นใจได้เลยค่ะว่าเราดีใจจริง ๆ ที่เห็นทุกท่านยังสนุกอยู่ค่ะ กอด ๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #898 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 01:08
    โอยยย กิลเอ้ยยยย //ลูบหัว
    #898
    0
  2. #808 risa (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 06:24
    เราต้องขอบคุณไรท์เหมือนกันค่ะที่มาอัพต่อให้ ตอนนี้เจอหลายเรื่องที่ดองไปแล้วก็เศร้าใจ 55 คงไม่ได้เม้นทุกตอนอย่างที่บอกแต่ยังติดตามเสมอค่ะ เป็นกำลังใจน้อยๆ ให้ไรท์แต่งต่อจนจบค่า
    #808
    0
  3. #673 crowFeast (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 22:12
    อ่านตะวันตกมาเยอะค่ะ ฉากแบบนี้ถ้ามาแบบตาเรื่องราวไม่ยัดเยียดเกินไปเราว่ามันไม่น่าเกลียด คือไหนๆเรื่องนี้จะสายเรียลแล้วไรท์ก็เขียนให้เต็มที่เลยดีกว่าค่ะ
    #673
    0
  4. #671 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 15:30
    คิดว่าควรมีน่ะ 555คือแบบไม่ซีเรียสเพราะ ฉากโหด มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะงั้นมาโลด รอๆฟ
    #671
    0
  5. #670 เบลเบทเองค่ะ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 11:19
    ได้หมดถ้าสดชื่นค่ะ555555 ให้มันเป็นไปตามที่นิยายควรเป็น สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ อยากเห็นเรื่องนี้เป็นนิยายรูปเล่ม>_<
    #670
    0
  6. #669 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 00:38
    ไม่มีปัญหากับฉาก nc ค่า ส่วนตัวเราอายุ 18 จะ 19 แล้ว ถือว่าผ่านเกณฑ์ขั้นต้นแล้วเนอะ 55555 อ่าน nc มาเยอะใช้ได้แหละ ส่วนนักอ่านส่วนใหญ่ในเด็กดี ยิ่งอ่านเรื่องแนวนี้ที่เลือดสาดขนาดนี้แล้ว ส่วนใหญ่คงผ่าน nc มาไม่น้อยหรอกเราว่า ส่วนเรื่องจับยัดใส่ pdf ก็ดี เพราะถ้าลงโต้งๆเลยก็เสียวใครจะมือลั่นกด report อีก แต่ขอเสนออีกไอเดียคืออาจจะทำเป็นเหมือนที่เห็นคนเขียนส่วนใหญ่ทำคือ ส่วนฉากปกติ ไม่มีฉากล่อแหลมอะไรนั้นก็ลงในหน้านิยายตามปกติ แต่พอถึงท่อนเริ่มเลื้อยเริ่มส่อแล้วก็ตัดใส่ pdf แล้วส่งให้นักอ่านเอา (อาจจะผ่าน email อะไรก็แล้วแต่ ให้ทิ้ง email ไว้ในช่องคอมเม้นท์อะไรแบบนี้) แบบนั้นก็ได้ พออ่านเสร็จได้กลับมาคอมเม้นท์ เพราะถ้าให้รอทั้งเรื่องนี่ยัดมาใน pdf ทีเดียวเราต้องเฉาตายแน่ๆ ฮืออ หรือไม่ก็ตัดท่อนที่เริ่มเข้าสู่ nc ไปลงในเว็บนอก ที่ไม่มีการจำกัดฉากล่อแหลม แล้วก็ชี้ทางสว่างให้นักอ่านตามไปอ่านเอา (เช่น เสิร์ชว่า หนูเบลxดีทริค nc อะไรก็ว่าไป) ไรต์จะได้ไม่ต้องมาคอยนั่งคอมเม้นท์ คอยส่งไฟล์ให้ทีละคนอยู่ด้วย อารมณ์ของคนอ่านตอนอ่านจะได้ไม่ขาดช่วงด้วย อันนี้เป็นแค่ไอเดียที่เสนอนะคะ /// ส่วนเรื่องแปลก็ถือเป็นความคิดที่ดีนะคะ เราว่านิยายเรื่องนี้ของไรต์ไม่ได้ด้อยกว่านิยายเรื่องอื่นในหมวดนิยายแปลตะวันตกในร้านหนังสือเลยสักนิด เราเคยอ่านนิยายแฟนตาซีเกี่ยวกับนางเงือกเล่มนึงที่คนเขียนก็เป็นคนไทยเช่นกัน แต่เขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้วก็ได้คุณสุมาลี ที่แปลแฮร์รี่มาช่วยแปลให้ เราว่าเป็นความคิดที่ดีมากๆเลย แต่น่าจะเหนื่อยหน่อยสำหรับไรต์ ไหนจะต้องคอยเช็คความถูกต้องของภาษาที่เปลี่ยนไปอีก เพราะบางทีบริบทในภาษาไทยตั้งใจให้เป็นแบบนี้ แต่พอแปลเป็นอิ้งอารมณ์ของภาษาดันหายไป อะไรทำนองนั้น พวกอุปสรรครายละเอียดเล็กๆที่จะไปสะดุดตอนที่ลงมือแปลทำนองนั้นอ่ะค่ะ แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ ถ้าไรต์อยากให้ช่วยเหลืออะไรก็บอกได้เลย อยากเห็นนิยายเรื่องนี้ออกมาในรูปที่จับต้องได้ซักที เรารู้ว่านิยายเรื่องนี้ถือเป็นชาเลนจ์อย่างนึงในชีวิตคนเขียนเลย การได้เขียนนิยายสเกลใหญ่ขนาดนี้จบถือเป็นความสำเร็จอย่างนึงในชีวิตเลย ไม่ต้องพูดถึงการได้ตีพิมพ์ ได้เป็นที่ชื่นชม คงไม่มีอะไรที่ปริ่มไปมากกว่านี้แล้วล่ะ ดังนั้นเราจะช่วยสนับสนุนนะคะ อาจจะช่วยได้แค่คอมเม้นท์ คอยแสดงตัวให้ไรต์รู้ว่ายังมีคนรอคอยอยู่นะ อละถ้าทำสำเร็จเมื่อไหร่ไม่ต้องกลัวจะไม่มีใครอุดหนุนนะคะ อย่างน้อยเราคนนึงแน่ๆล่ะ
    #669
    2
    • #669-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 54)
      28 เมษายน 2560 / 10:47
      ฮือ คอมเมนท์ยาวมาก ขอบคุณค่า T^T เรื่องฉากเรตคงรวบใส่ pdf เลย เพราะไหน ๆ ก็เว้นมาเดือนนึงแล้ว 5555 ส่วนเรื่องแปลนี่จริง ๆ แค่คิดถึงจำนวนหน้าก็เหนื่อยแล้วค่ะ แอ่ก 5555 อะไรเข้าสิงให้อยากเขียนยาว ๆ ขนาดนั้น 5555 แต่อย่างไงก็ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ถึงจะแค่คอมเมนท์ เราก็แฮปปี้มากแล้วค่ะที่เห็นมีนักอ่านหลายท่านคอยติดตามอยู่ ^^
      #669-1
  7. #668 91Day (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 23:00
    เรายังไงก็ได้ค่ะกับฉาก NC ไม่ซีเรียส
    เราชอบเรื่องนี้ ชอบในความดาร์คของมันและหลงเสห่น์ตัวละคร
    ถึงอย่างไรก็จะรออ่านค่ะ  
    #668
    0
  8. #667 x_x (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 22:22
    จะรออ่านนะๆๆๆๆ
    #667
    0
  9. #666 ~*Mini_Day*~ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 21:57
    โอเคกับฉากncค่ะ รอไรท์เขียนจบแล้วแจกเป็น pdf ทีเดียวเลยก็ได้ค่ะ ^_^
    #666
    0
  10. #665 Believe_i (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 21:55
    เป็นกำลังใจให้นะคะ รอเสมอนะคะ
    #665
    0
  11. #664 Elfea (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 21:34
    พยายามเข้านะคะ ไม่ต้องห่วงค่ะรีดเดอร์ทั้งหลายไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว เราชอบเรื่องนี้มาก
    ปล. Novilia ก็ชอบนะคะ น้ำตาไหลที่ไรต์ส่งเข้าไหดองไปแล้ว
    #664
    1
    • #664-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 54)
      28 เมษายน 2560 / 10:48
      ฮือออ ขอโทษค่า นี่ก็เศร้า แต่ตันรุนแรงมากเรื่องโนบีเลีย T3T
      #664-1
  12. #663 treetaporn prechanuwat (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 20:50
    ขอให้สำเร็จนะคะไรท์! เรายังเชียร์เรื่องนี้อยู่ค่ะะ
    #663
    0
  13. #662 Zoe... (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 20:24
    nc แบบอ้อมๆ แล้วค่อย nc แบบเต็มตอนเป็นรูปเล่มหรืออีบุ๊คก็ได้ค่ะ
    #662
    0