Draconic Chronicle

ตอนที่ 53 : IV-9 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    25 ธ.ค. 60




9


            กิลเบิร์ตอ้าปากจะพูด ทว่ากลับมีเพียงเสียงหัวเราะเฝื่อน ๆ หลุดออกมา เขาหันไปมองอิลยูชินที่ยืนยิ้มข้างกาย เผื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นมุกตลกสำหรับต้อนรับ แต่อีกฝ่ายค้อมศีรษะลงเล็กน้อย พลางก้าวถอยทิ้งระยะห่าง

“พวกเจ้ากำลังพูดถึงอะไร มันไม่ใช่บัลลังก์โดยชอบธรรมของข้า”

            สิ่งหนึ่งที่กิลเบิร์ตรู้ตั้งแต่จำความได้ คือเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นราชา ไม่มีใครคิดว่าเขาสามารถเป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรได้ทั้งนั้น เขาไร้ความสามารถ ไม่มีคุณสมบัติทั้งด้านสงครามและการทูต ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อตัวเขาเองก็ต้องการเพียงชีวิตสนุกสนานและสะดวกสบายไปวัน ๆ เท่านั้น เขาขยาดหน้าที่ของผู้นำ และแอเธลวินเองก็มีกษัตริย์ที่เหมาะสมอยู่แล้วตอนนี้

            “ท่านแค่หวาดกลัว ท่านเจ้าชาย” หัวหน้ากลุ่มอัศวินซึ่งดูอายุมากที่สุดเอ่ย “ขอแนะนำตัวก่อน ข้า--มิคาอิล เปโตรวิช รือบาโคฟขอรับ และมันเป็นเรื่องปกติที่หลายคนจะไม่คาดคิดว่าตนมีความสามารถแฝงเร้น ต้องรอการกระตุ้นจนพลังนั้นปรากฏ ฉะนั้นแล้ว หากท่านเจ้าชายได้รับการฝึกฝนดี ๆ ข้าเชื่อว่าท่านจะผงาดเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน”

            “มันถูก ข้ากลัว แต่…”

            “พวกข้าเตรียมที่พักและอาหารต้อนรับสำหรับท่านไว้แล้ว โปรดไปพักผ่อนก่อนเถิด ท่านเจ้าชาย หากยังมีข้อสงสัยใด ๆ ท่านจะให้องครักษ์ของท่านอยู่รับฟังรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนก็ได้” คู่สนทนาผายมือไปทางอากาเบล นางยืนนิ่งราวกับหิน “ท่านเจ้าชาย ให้ที่นี่เป็นบ้านอีกหลังช่วยปัดเป่าฝันร้ายก่อนหน้าของท่านเถิด อย่าได้กังวลไป”

            กลุ่มอัศวินบางส่วนเริ่มสนทนากันใหม่ บรรยากาศเป็นกันเองก่อนหน้ากลับมาอีกครั้ง อิลยูชินเดินเข้ามาแตะข้อศอกของกิลเบิร์ต พลางเพยิดหน้าไปยังทางเข้าถ้ำ “ไปกันเถอะ เวลีคี คเนียซ คงเหนื่อยมากแล้วใช่ไหมล่ะ”

            “ข้ายังไม่ได้ตอบตกลง...” กิลเบิร์ตบอก แต่ประโยคของเขาหลงหายไปในเสียงหัวเราะครื้นเครง เขาควานหาแขนของอากาเบล แล้วต้องตกใจที่นางเกร็งจัด มันทำให้เขาจำได้ว่านางเลือกเสียสละติดตามเขาที่เชื่อใจคนแปลกหน้ามา และต่อไป นางจะต้องพัวพันกับการชิงบัลลังก์แอเธลวินคืน

ด้วยความรู้สึกผิดนี้ เขาไม่มีทางหลับลงอย่างแน่นอน

กิลเบิร์ตสูดลมหายใจลึก ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มอัศวินอีกครั้ง

            “ข้า—“ เขากลืนน้ำลาย -- รู้สึกหน้ามืดฉับพลัน -- แล้วตะเบ็งพูด “ข้าจะไม่เออออมอบความหวังให้พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นเจ้าชายคมในฝัก! ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าคิดว่าข้าตั้งใจโกหกหรือหักหลัง เมื่อพวกเจ้ารู้ความจริงทีหลังว่าข้าเป็นไอ้งี่เง่า เพราะข้าจะบอกตอนนี้เลยว่า--ข้าเป็นไอ้งี่เง่า!”

            หัวใจของเขากระหน่ำเต้นด้วยความฮึกเหิม เขาพูดออกไปแล้ว

เวลีคี คเนียซ!” อิลยูชินกระซิบตื่น ๆ “พิษไข้เล่นงานหรือไง”

“ข้าสะ-สบายดี” กิลเบิร์ตตอบเสียงดัง แต่กายสั่นสะท้านประหนึ่งกำลังโดนแช่แข็ง เขาหอบ “ข้า-ข้าไม่อยากให้ใครต้องมาเสียเวลา หรือทำให้เรื่องมันวุ่นวายขึ้นโดยไม่จำเป็น ข้าไม่ต้องการบัลลังก์ของพระเจ้าอัลฟองเซ่ ไม่เลยสักนิด ข้า-ข้ารู้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริง หน้าที่ของกษัตริย์เป็นแบบไหน ข้าผ่านสงครามศักดิ์สิทธิ์มา ข้าปะทะกับรัชทายาทของอาณาจักรเฮเนวิง พี่ชายข้าต้องรู้แน่ ๆ ว่าหากข้าโผล่ไปทวงบัลลังก์คืน มันหมายความว่าข้าเป็นหุ่นเชิด เขารู้ทัน และเขาจะจัดการข้าได้ภายในพริบตา บางทีเขาอาจจะรอข้าโง่ไปตกหลุมเป็นเครื่องมือของใครอยู่ก็ได้ตอนนี้ ขอร้องล่ะ สิ่งเดียวที่ข้าต้องการ -- และจะทำทุกอย่างให้สำเร็จ -- คือเดินทางออกจากทวีปต้องสาปแห่งนี้--ไปไกลถึงจักรวรรดิคีเทียคฮ์หรือไกลกว่านั้น ใช้ชีวิตสามัญชนในดินแดนที่ไม่มีใครรู้ว่าข้าเป็นใคร ข้าจะขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้าตรงนี้เลย...”

เขาเร่งทำสัญลักษณ์มือของศาสนาอาซีมุส นิ้วก้อยลื่นเกี่ยวกระดุม

“ว่าข้าจะไม่กลับมาอีก ข้าจะไม่กลับมาเผชิญกับความโหดร้ายที่นี่อีก”

ทุกคนมองมาที่เขา ไม่มีใครตกตะลึง เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเขาจะพูดเช่นนั้น สีหน้าสงสัยของบางคนทำให้ความมั่นใจใด ๆ ที่กิลเบิร์ตมีก่อนหน้า บัดนี้มันสั่นคลอนและทำให้เขารู้สึกอับอายอย่างคาดคะเนไม่ได้ เขาสะอึก คำฟังคลับคล้ายว่ามีอะไรติดคอ

“ขออภัยด้วยที่ทำให้พวกเจ้าต้องเสียเวลา แต่ข้าจะไม่ขออยู่พัก—“

“ยังไม่หายป่วยจริง ๆ ด้วย!” อิลยูชินขัดเสียงใส แล้วจับไหล่เขาแน่น “ไปนอนก่อนเถอะ เวลีคี คเนียซ...”

“ปล่อย” อากาเบลพูด

ในพริบตาเดียวที่นางดึงดาบออกมาพาดคออิลยูชิน อัศวินแถวหน้าต่างชักดาบพร้อมเพรียงและตั้งท่าเตรียมจะกระโจนเข้าหาทันที กิลเบิร์ตซึ่งตกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายรีบกางแขนห้ามทัพ มือของอิลยูชินที่จับไหล่เขายิ่งยึดแน่นกว่าเดิม เจ้าตัวอ้าปาก พลางแตะลิ้นกับฟันหน้า ขณะเหลือบมองคมดาบที่ประชิดผิวหนังอย่างน่าหวาดเสียว

“ดาบสวย ปรีนเชสซ่า” อิลยูชินพูดช้า ๆ “ใครมอบให้หรือ”

“ข้าทนฟังข้ออ้างของเจ้ามานานแล้ว” อากาเบลกดเสียง “ข้อเสนอของเจ้าในคืนนั้นเป็นคำโกหกทั้งหมด”

“มันไม่ใช่คำโกหก ปรีนเชสซ่าแค่ต้องตีความอีกแบบ... โว้ว”

นางกระตุกดาบขึ้น มันเกือบเฉือนเนื้ออิลยูชินที่ถอยหลบแทบไม่ทัน เขาหัวเราะเสียงแห้ง จำเป็นต้องปล่อยกิลเบิร์ตอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะก้าวถอยเด็กสาวที่ย่างก้าวตามดั่งนายพรานล่าเหยื่อ

“เอาล่ะ ใจเย็น ๆ ก่อนนะ ‘ไปอยู่ที่อื่น - ที่ ๆ ไม่ต้องหลบซ่อนอีก’ หมายความว่า ข้าจะพาไปใช้ชีวิตสงบสุข ณ ดินแดนอันห่างไกลที่ศัตรูไม่มีวันตามเจอได้ แต่ในทางกลับกัน มันก็สามารถหมายความว่า ข้าจะช่วยเวลีคี คเนียซทวงคืนบ้านเกิดของตัวเองกลับมา เพื่อที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในแอเธลวินดังเดิมได้เช่นกัน โปรดเห็นใจเถอะ ข้าพูดทั้งหมดนี้ต่อหน้ายาโรเมียร์ วาซิลเยวิชไม่ได้”

เด็กสาวแยกเขี้ยว ลมหายใจระอุเป็นไอเย็นชัดเจน อัศวินกระจายล้อมเป็นวงกลมจากทุกทิศเบื้องหลัง

“กิลต้องเห็นใจเจ้า ทั้ง ๆ ที่เจ้าเล่นแง่กับความหวังของเขา? ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ เจ้ามีโอกาสบอกความจริงทั้งหมด ไอ้เวร ยอมรับสักทีว่าเจ้าหลอกพวกข้ามาที่นี่!” นางตะคอก แล้วกวาดสายตาดุร้ายไปที่กลุ่มอัศวิน “พวกเจ้าตั้งใจจะใช้กิลเป็นเบี้ยหมาก เห็นเขาหัวอ่อนจึงหวังใช้เป็นฉากหน้า ทำเป็นว่าจักรวรรดิคีเทียคฮ์ให้การสนับสนุน ระหว่างที่กลุ่มโง่ ๆ ของพวกเจ้าทำงานเบื้องหลังโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝ่ายไหน!”

“ก็เพราะทำแต่ของโหดเหี้ยมแบบนี้ จะให้ข้าไว้ใจว่าปรีนเชสซ่าจะไม่หักหลังเวลีคี คเนียซได้อย่างไงล่ะ”

มันน่าตกใจที่นางไม่เสือกดาบแทงอิลยูชินทันที แม้สีหน้าจะทะมึนด้วยความโกรธเต็มทน ดาบในมือของนางเขย่า แวบหนึ่งที่ลมหายใจของนางเป่ารดท่อนแขนที่ชิดจมูก เสื้อผ้าตรงนั้นปรากฏเกร็ดน้ำแข็งเจือจางที่หายวับไปอย่างรวดเร็ว นางขยับร่างเล็กน้อย แต่แล้วก็หยุดชะงักราวกับแผ่นหลังถอยไปชนกำแพงล่องหน

อากาเบลสบตากิลเบิร์ต เขาเห็นพายุคลุ้มคลั่งที่นางพยายามข่มอยู่

“ความคิดเห็นของเขาสำคัญที่สุด” นางพูด

“ใช่” เขาเสริม “พวกข้าจะไม่อยู่ที่นี่”

“แต่พวกข้าต้องเสียทรัพยากรและเวลาในการตามหา...”

“พอ รุสลาน ไปพักซะ ยิ่งเจ้าพูดก็ยิ่งไม่ได้เรื่อง” มิคาอิล เปโตรวิช—หัวหน้ากลุ่มอัศวินปัดมือไล่ เขาดูหงุดหงิดที่ต้องยืนฟังมาสักพัก อิลยูชินเอียงคอทำหน้าไม่รู้เรื่อง “ไป ไม่งั้นถ้านังหนูนั่นตัดสินใจจะตัดคอเจ้าจริง ๆ พวกข้าไม่ช่วย”

            เด็กหนุ่มทำเสียงยานคางตอบรับคำสั่ง ก่อนจะเดินเฉื่อย ๆ ผ่านอากาเบลไปยังทางออก “ปรีนเชสซ่า ข้าไม่มีเจตนาจะโกหกจริง ๆ นะ” ในน้ำเสียงนั้นปะปนความรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่อากาเบลไม่ต้องลงมือชกอีกฝ่ายคว่ำเอง เพราะมิคาอิลดึงคอเสื้ออิลยูชินไปทันใด ทั้งสองโต้เถียงกันเล็กน้อย ก่อนมิคาอิลจะหันมาหายืดหลังองอาจแบบผู้นำ รอกระทั่งอิลยูชินออกไปข้างนอกถ้ำ--

            “ได้โปรดอย่าเสียเวลาอธิบายอะไรเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องเป้าหมายหรือกลุ่มของพวกเจ้ามาจากไหนกันแน่” กิลเบิร์ตชิงพูด แผ่นหลังเปรอะเหงื่อจนเสื้อแนบ “ข้าไม่อยากให้มันเป็นข้ออ้างว่าพวกข้ารู้ความลับของพวกเจ้า จึงหนีไม่ได้ ข้าขอเพียงพวกเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะไม่เอ่ยถึงการพบเจอครั้งนี้อีก ข้าจะไม่ปริปากใด ๆ ทั้งสิ้น”

            “ท่านเจ้าชาย ท่านพิสูจน์ให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่าท่านไม่เหมาะกับตำแหน่งกษัตริย์จริง ๆ” กิลเบิร์ตหน้าแดงจัด “แต่ท่านจะชดใช้ความมุมานะของพวกข้าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาอย่างไร เมื่อเป้าหมายที่วางไว้ได้พังลงเสียแล้ว”

            “เขาไม่ได้ขอให้พวกเจ้าตามหา” อากาเบลโต้

            “ในเมื่อพวกเจ้าสามารถหนีจากเงื้อมมือของศัตรูมาได้เพราะพวกข้า?” มิคาอิลสวน “หากรุสลานไม่รีบไปพาพวกเจ้าออกมา จะมีทางเลือกอื่นใดอีก? ยาโรเมียร์ วาซิลเยวิชอาจแปรพักตร์ตรงนั้น ท่านเจ้าชายไม่มีทางต่อสู้ทหารมืออาชีพได้ ส่วนเจ้าอาจจะรอด แต่ปัญหาของเจ้าจะเป็นการหาทางช่วยท่านเจ้าชายให้พ้นจากโทษประหารแทน ซึ่งข้ามั่นใจว่าการเผชิญหน้ากับกองทัพแอเธลวินยากกว่าการเจรจาชดใช้กับพวกข้าอีก”

            นางไม่ตอบ เพียงเชิดคางขึ้น

            “พวกข้าไม่ใช่ศัตรู” มิคาอิลพูด

            อัศวินกลุ่มนี้กำลังทวงบุญคุณ - กิลเบิร์ตเหล่มองดาบข้างเอวมิคาอิล - และพวกเขาเตรียมพร้อมต่อสู้ด้วย การตะลุมบอนแล้วหาทางหนีออกจากปราสาทเป็นการฆ่าตัวตาย อากาเบลไม่สามารถแปลงกายเป็นมังกรแล้วขุดถ้ำขึ้นไปเจอพื้นข้างบนได้ ถ้ำแห่งนี้อยู่ใต้ล่างปราสาทพอดี มันเหมือนกับถูกสร้างขึ้นเพื่อขังมังกรเอาไว้เฉพาะ แต่จะให้วิ่งหนีไปดื้อ ๆ ก็ไม่ได้ ทางเข้าถ้ำเป็นทางแคบ ๆ เดินได้ทีละคน มีอัศวินเกราะหนาเฝ้าหน้าเฝ้าหลังสักสองคนก็จบแล้ว

            “เจ้าต้องการอะไร” กิลเบิร์ตถาม อีกฝ่ายลดเสียงแข็งกร้าวก่อนหน้าลง

            “ท่านต้องเสนอราคาที่เท่าเทียมกับแผนการของพวกข้า ท่านเจ้าชาย - ราคาของท่านเอง และของนังหนูนี่”

            แยกกันชดใช้?

“และถ้าพวกเจ้าไม่พอใจกับราคานั้น?

            “ท่านจะต้องอยู่ในถ้ำนี้... จนกว่าข้าจะหางานชดใช้ที่เหมาะสมที่สุดให้ อย่างเช่น... ช่วยโค่นบัลลังก์แอเธลวิน แต่ไม่ใช่ในฐานะผู้ทวงคืนแผ่นดิน ดูจะเป็นเช่นนั้น”

            เขากำมือทุบต้นขาตัวเอง บ้าที่สุด กับแค่จะเดินทางไปใช้ชีวิตผาสุขในดินแดนอีกฟากมหาสมุทรแค่นี้ ทำไมมันถึงต้องยากลำบากขนาดนี้ด้วย? กลุ่มของมิคาอิลต้องการข้อแลกเปลี่ยนที่ทัดเทียมกับแผนการชิงบัลลังก์ฉากหน้า ฉะนั้น หากเขาเสนอว่าจะไปทำนาทำไร่เอาผลผลิตมาให้ หรือจะช่วยทำอาหารเย็นให้ทุกวันคงไม่ได้ผลแน่

            กิลเบิร์ตจำเป็นต้องสางผมไปหายใจเข้าออกลึก ๆ ไป ทำไมคนที่เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตโอ่อ่าอย่างเขาต้องมาครุ่นคิดหาทางออกในแวดวงที่เขาไม่มีความรู้ด้วย? เขาอ่านเขียนได้ บวกเลขเป็น ยาโรเมียร์สอนเพลงดาบให้ และเขาก็คิดว่าเขาพอจะยืนในสนามรบได้นานกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ในบรรดาของเหล่านี้ ไม่มีอะไรเลยที่อีกฝ่ายต้องการ

            มันต้องมีสิ เขาหลับตาขมวดคิ้ว สิ่งที่อยู่นอกกรอบความเป็นเขา

            สิ่งที่คนอย่างเขาไม่มีความคิดที่จะทำ

“ถ้า... ถ้าข้าสนับสนุนพวกเจ้าล่ะ?” กิลเบิร์ตพึมพำ “ด้วยเสบียง เงิน อาวุธ... ระดับกองทัพ”

            มิคาอิลเลิกคิ้วสองข้างขึ้น

            “เจ้าชายเจ้าสำราญอย่างท่านจะผันตัวไปเป็นนายหน้าค้าอาวุธ?” เขาถามกลั้วหัวเราะหึ ๆ “แล้วท่านจะหาลู่ทางอย่างไง? ท่านเจ้าชาย ท่านจะปล้นปราการทหาร? หรือท่านมีมรดกมหาศาลซุกซ่อนอยู่?

            “ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไง หากกลัวว่าข้าจะหนีระหว่างนั้น ก็ให้อิลยูชินติดตามมาด้วยก็ได้” กิลเบิร์ตพยายามกลบความไม่มั่นใจด้วยสายตามุ่งมั่น “ข้าจะสนับสนุนพวกเจ้าทางอ้อมโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน แต่เมื่อข้าไปถึงทวีปใหม่แล้ว เราจะขาดการติดต่อกันตลอดไป”

            อีกฝ่ายพิจารณาเงียบ ๆ สักพักใหญ่ - ไม่ตอบว่าตกลงหรือไม่ - แล้วจึงวาดมือไปทางอากาเบล

            “นางจะเสนออะไร”

            อากาเบลขมวดคิ้วและสื่อผ่านสายตาให้กิลเบิร์ตว่า ‘ทำอะไรของเจ้า?’ เขาจึงทำสัญลักษณ์ศาสนาอาซีมุสอีกรอบ เพื่อสื่อกลับว่าอย่ากัดหัวเขา สุดท้ายก็จนตรอกไม่ต่างกัน นางขบเคี้ยวกราม แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ดาบของข้า” นางแค่นคำอย่างไม่สบอารมณ์ “เป็นดาบพิเศษที่สามารถฟาดฟันทะลุเกร็ดของมังกรได้”

            “พวกข้าไม่ได้จะไปล่ามังกร”

            “หา? คิดว่าข้าจะยกดาบเล่มนี้ให้หรือไง” นางยิ้มอย่างไม่ยี่หระ แล้วเลื่อนมือไปจับคมดาบพลิกดูไปมาด้วยท่วงท่าหวาดเสียว “อิลยูชินบอกเรื่องเด็กที่มันต้องตามหาเอาไว้ ข้าจึงพอจะเดาออกหรอกว่าพวกเจ้ามีจุดประสงค์อะไร อย่างไงก็น่าจะรู้พอ ๆ กับข้าใช่ไหม สงครามศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านมามีเพื่อทดลองอาวุธของพวกทะเลทราย ทั้งหมดเป็นการแข่งขันเรื่องการพัฒนาอาวุธ ดังนั้น ข้าจะช่วยทำให้ศัตรูของเจ้าพิการไปอีกขา”

            นางใช้นิ้วโป้งลูบโกร่งดาบ พลางทำหน้าอิ่มเอิบใจ

“ข้าจะหาวิธีการสร้างอาวุธพิเศษของจักรวรรดิมาให้ เพื่อที่พวกเจ้า--ฝ่ายของเจ้าจะหยุดมัน”



 

*หน้าอิ่มเอิบใจ = smug face ไม่รู้จะแปลอย่างไง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #897 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 00:59
    เคยเห็นแปลว่าหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ไม่ก็หน้าครึ้มใจก็ได้ เอาล่ะตอนนี้ก็รู้จุดประสงค์(?)ที่ไม่แน่ชัดเท่าไหร่ของพวกมือที่สามในสงครามนี้แล้ว จริงอย่างที่ว่าใช้กิลเป็นฉากหน้า สงสัยเอาไว้ใช้เรียกการสนับสนุนจากชาวบ้านล่ะมั้ง สงสัยว่ากิลจะทำอย่างที่พูดได้ยังไง ส่วนเบล เทมางี้ก็มีแววต้องกลับเอแธลวินอีกแล้วสินะ
    #897
    0
  2. #661 91Day (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 12:06
    ตามมาจากเรื่องอีกาค่ะ อยากจะบอกว่ายังไม่ได้อ่านตอนใหม่ของเรื่องนั้นเลย เพราะกำลังเสพติดความดาร์คของเรื่องนี้อยู่
    ชอบตัวละครหลายตัวมากในเรื่องนี้ ใจหายใจคว่ำใจสลายไปกับอากาเบลและดีทริคหลายครั้งมาก แต่หวังลึก ๆ ว่าสองคนนี้จะกลับมาหวานกันอีกครั้ง(?) อ่า...ยังไงเราก็ชอบดีทริคอ่ะ เดี๋ยวกลับไปอ่านเรื่องอีกาต่อแหละ
    #661
    1
    • #661-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 53)
      28 เมษายน 2560 / 10:49
      ขอบคุณมากค่า ดีใจที่ตามมาอ่านจากเรื่องนู้นนะคะ และดีใจทีท่านชอบดีทริคค่ะ 5555
      #661-1
  3. #660 meduzabencz (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 17:33
    เรื่องนี้M อีกเรื่องS โฮะๆ
    #660
    0
  4. #659 Melani Fulano (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 15:32
    กลับมาก็เจอบทเครียดเลย ค่อย ๆ เขียนนะครับ ไม่ต้องเร่ง เพื่อตำนานหนูเบลเรารอได้ :D
    #659
    0
  5. #658 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 16:55
    อย่าเทเรื่องนี้นะตัวเองงงงง เบลกับดีทริคมีเสน่ห์ในตัวเองมาก มากจนดึงคนอ่านเอาไว้ได้ไม่ว่าเนื้อเรื่องจะหนักแค่ไหนก็ตาม ถ้าเรื่องนี้เขียนจบเชื่อว่าไรต์บรรลุเป้าหมายหนึ่งในชีวิตแน่ๆ เขียนนิยายยากๆจบนี่มันสุดโค่ย ตอนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนศึกชิงนาง 5555555 สรุปแล้วไม่ใช่มาธิลด้า แต่เป็นลิลี่ ที่เบลคิดว่าเป็นมาธิลด้าเพราะนางฝังใจกับแม่มดผู้หญิงแน่ๆ
    #658
    2
    • #658-1 BLUEMIDNIGHT(จากตอนที่ 53)
      6 มีนาคม 2560 / 17:32
      เห็นด้วยๆ ๏^๏///
      #658-1
    • #658-2 เบลเบทเองค่ะ(จากตอนที่ 53)
      8 มีนาคม 2560 / 14:03
      เห็นด้วยยย
      #658-2
  6. #654 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:54
    ไรท์ยังแต่งต่อใช่ไหมคะ? ลองหาแรงบันดาลใจดูดีไหม? หาสถานที่เที่ยวต่างจากชีวิตปกติเดิมๆ เจอคนหลากหลายพูดคุยหลากอารมณ์ความรู้สึก. น่าจะได้ไอเดียดีๆมาบ้างนะคะ
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #654
    1
    • #654-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 53)
      6 มีนาคม 2560 / 05:59
      ค่อยๆเขียนต่อเหมือนหอยทากอยู่ค่ะ 5555 ลองไปหาแรงบันดาลใจทางจีนอยู่ รู้สึกมึนมาก
      #654-1
  7. #649 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 18:52
    เข้าใจและให้กำลังใจค่ะ แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบนิยายเรื่องนี้เอามากๆ มันมีเอกลักษณ์และน่าติดตามอย่างบอกไม่ถูก ถ้าออกมาเป็นรูปเล่มหรืออีบุ๊ครับรองว่าจะสนับสนุนแน่นอนเลยค่ะ ใจจริงก็อยากให้แต่งต่อจนจบนะคะ แต่เคารพในการตัดสินใจของผู้แต่งค่ะ ขอบคุณที่เหนื่อยยากแต่งนิยายสนุกๆให้ได้อ่านนะคะ
    #649
    1
    • #649-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 53)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:59
      จะพยายามแต่งต่อให้จบค่า แค่จะปั่นช้ามาก ๆ ด้วยหลายเหตุผล ; - ; อันดับแรกคงต้องเน้นเรียนก่อน 5555
      #649-1
  8. #648 pastazzz (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 20:08
    แอบติดตามมานาน ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ ออกแนวอีปิคแฟนตาซีดี ซึ่งแนวนี้หายากชิบ บางทีก็หนีไปอ่านของฝรั่ง แต่จริตตัวเอกก็ไม่ค่อยตรงใจเลย = =



    เอาเป็นว่าเป็นกำลังใจให้นะคะ 5555
    #648
    1
    • #648-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 53)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:57
      อ๊า ดีใจ ; - ; แต่ในไทยน่าจะมีแนวอีปิคแฟนตาซีหลายเรื่องอยู่นะคะ ส่วนทางตะวันตกนี่เยอะจริง 555
      #648-1
  9. #647 treetaporn prechanuwat (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 18:13
    สู้ๆนะคะไรท์ เราไม่รู้นะคะว่าไรท์เจออะไรมาบ้าง แต่ในฐานะรีดแล้ว...รู้สึกชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ ไม่รู้หรอกว่าตลาดชอบแบบไหน แต่เราชอบแบบที่ไรท์ทำมาโดยตลอดค่ะ ให้กำลังไรท์นะคะ ถ้ามีไฟก็เขียนต่อนะคะ จะนานๆทีก็ได้ แต่อย่าทิ้งนิยายเรื่องนี้เลยค่ะ
    #647
    1
    • #647-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 53)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:48
      เป็นวัยรุ่นก็มีแต่เรื่องให้อีโมน่ะค่ะ 55555 ตอนนี้จะเน้นเขียนตามอารมณ์และเวลาว่าง แต่ใจจริงก็ไม่อยากให้นักอ่านต้องมารอนาน ๆ ; - ;
      #647-1
  10. #645 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 22:26
    ไม่ตรงตลาดเราว่าแล้วแต่คนอ่านจะชอบด้วยแหละ เรายอมรับว่าเกลียดเบลมากตั้งแต่ต้น แต่ไรซ์มีความสามารถทำใก้คนอ่านอินเกลียดตามได้ และมาชอบทีหลัง มีวิธีการเขียนบรรยายที่ดีนะคะ เดินเรื่องยาวน่าสนใจจนอยากจะซื้อเล่มเก็บไว้อย่าทิ้งมันเลยค่ะ
    ส่วนเรื่องทำเล่มขายเองหรือส่ง สนพ. อย่างแรกลองให้นักอ่านโหวตดูสิคะ อย่างหลังมันมีนะคะ สนพ. ที่ต้องการนิยายแหวกแนว แนวซ้ำที่คิดว่าตลาดต้องการมันน่าเบื่อนะคะ ไม่ก็เปิดขายให้อ่านของเด็กดีสิคะ
    เราเป็นกำลังใจให้นะคะ แต่ไม่อยากให้เลิกแต่ง เนื้อเรื่องมันดีมาก เดาทางเรื่องไม่ถูกแบบนี้คนอ่านเขาต้องการนะคะ มันลุ้นระทึก ตื่นเต้น ดีกว่าพวกเดาทางง่าย เดินเรื่องเห็นได้ชัด
    ปล.เป็นเรื่องแรกที่ไรซ์เคยบอกจะหยุดอัพ แต่ผ่านไปสักพักกลับมาอัพ เรากรี๊ดเป็นครั้งแรกในชีวิต!
    ปล.1 เรื่องนี้เป็นหนึ่งในนิยายในดวงใจของเราเลยนะคะ!
    #645
    1
    • #645-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 53)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:41
      ความสามารถคือทำให้คนอ่านอินจนเกลียดอากาเบลเหรอคะ โอย 55555 (ดีใจ) ส่วนเรื่องขายคงต้องรอหลังเรียนและงานยาว ๆ เลยค่ะ ; - ;
      #645-1
  11. #644 Elfea (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 20:43
    ชอบเรื่องนี้ก็เพราะความต่างไม่เหมือนใครนี่ล่ะค่ะ โดยส่วนตัวชอบนิสัยอากาเบลนะ ร้ายหน่อยก็ไม่เป็นไร ที่หมั่นไส้น่ะดีทริคต่างหาก
    บางทีเรื่องติดท็อปนี่ก็ยากเหมือนกันนะคะ ขึ้นกับไลฟ์สไตล์คนอ่านส่วนใหญ่อยู่ดี นิยายดีดีตั้งเยอะที่ไม่ติดท็อป ถึงเวลาก็จมหายไปไม่ได้ตีพิมพ์ น่าเสียดายมาก
    เห็นด้วยคนเรายังไงก็ต้องกินข้าวอยู่แล้ว ความสุขกินไม่ได้หรอกค่ะ ได้แค่อิ่มใจ อะไรก็ต้องซื้อ ยังไงเงินก็สำคัญอยู่ดี น้อมรับทุกการตัดสินใจค่ะ ถ้าตีพิมพ์ก็ซื้อแน่นอนค่ะ
    #644
    1
    • #644-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 53)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:33
      *กระซิบ* หมั่นไส้ดีทริคเหมือนกันค่ะ /ไม่ใช่ ...ก็จะเขียนต่อน่ะค่ะ ไม่ซีเรียสอะไรกับการติดท็อปอยู่แล้ว อัพช้าระดับนี้ 555555
      #644-1
  12. #642 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 15:58
    แต่ก็นั่นแหละค่ะ ที่เราตามเรื่องนี้ ชอบเรื่องนี้ ก็เพราะเราชอบในความแปลกแหวกแนวของมัน แต่เสียดายที่เรื่องนี้มันไม่ติดอันดับ เพราะคู่แข่งนิยายแฟนตาซี นิยายรักพวกนี้มันเยอะมาก แต่ยังไงก็คงจะตามเรื่องนี้ต่อค่ะ รอให้จบ ถ้าตีพิมพ์ก็ซื้อเก็บ
    #642
    1
    • #642-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 53)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:13
      จริง ๆ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องติดอันดับ แต่ปมมันเยอะ ตอนก็ยาว เลยเหนื่อยที่จะเขียนมาอัพบ่อย ๆ น่ะค่ะ T^T
      #642-1
  13. #641 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 15:56
    เข้าใจค่ะ ///ปาดน้ำตา เอาเป็นว่าให้เรื่องนี้เป็นงานรองก็ได้ค่ะ เป็นงานอดิเรกไม่ใช่งานหลัก แล้วไปแต่เรื่องหลักก่อนก็ได้ เรื่องแนวนี้แต่ยาก เห็นเลย กว่าจะบรรยายได้แต่ละตอนคงจะต้องใช้พลังสมองหนักมาก เอาเป็นว่ายังไงก็ยังติดตามแล้วกัน ถ้าอัพเรื่องใหม่ นี่ก็จะไปตามเรื่องใหม่ 5555555 ส่วนเรื่องนี้ก็ค่อยๆแต่งไปตามอารมณ์แล้วกันเนอะ ยังไงก็ตามเรื่องนี้อยู่แล้ว
    #641
    0
  14. #640 M@ybe28 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 15:23
    แปลว่าไรท์จะไม่แต่งต่อแล้วเหรอคะ เราพึ่งมาติดตามเรื่องนี้ คือชอบนางเอกมาก แล้วเราก็ไม่เห็นว่าเรื่องนี้มันไม่ดีตรงไหนนนะ คือไม่จำเป็นต้องเขียนตามกระแสก็ได้นะคะ เรามาอ่านเรื่องนี้ก็เพราะว่ามันไม่เหมือนเรื่องอื่น แบบแหวกแนวดีไม่จำเป็นต้องมีแต่เรื่องรักอย่างนิยายเรื่องอื่น เสียใจที่มาเจอตอนไรท์กำลังจะเลิกเขียน
    #640
    1
    • #640-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 53)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:04
      ไม่ใช่ค่า คือจะแต่งต่อเหมือนเดิมแหละค่ะ แต่จะไม่ได้อัพบ่อย ๆ T^T
      #640-1