Draconic Chronicle

ตอนที่ 52 : IV-8 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 ธ.ค. 60




8


            ตั้งแต่พบกันครั้งแรก รุสลาน อิลยูชินไม่ได้ดูเป็นผู้ใหญ่ อีกฝ่ายตัวสูงกว่ากิลเบิร์ตไม่มาก และยังผอมคล่องแคล่วเหมือนมีกล้ามเนื้อน้อยนิดแบบเขา ดาบสักเล่มก็ไม่ได้พก มีดหรือกริชก็ไม่ห้อยให้เห็น รวม ๆ แล้วไม่น่าจะใช่อัศวินหรือนักรบที่สามารถถือท่อนเหล็กได้อย่างสบาย ๆ เขาสงสัยว่าทำไมถึงกล้าเดินทางโดดเดี่ยวฝ่าฝันอันตรายมาตามหาได้ ทั้งสัตว์ป่าและโจรภูเขาเกลื่อนกลาดขนาดนี้

            “อายุเท่าไรเหรอ เจ้าน่ะ” เขาอ้อมแอ้มถาม ในใจก็ภาวนาให้อีกฝ่ายอายุมากกว่าโข

            อิลยูชินตะแคงหน้ายิ้ม เหมือนดีใจที่จะได้คุย “ลองทายสิ”

            “ยี่สิบสี่?

            “ไปไกลมาก เวลีคี คเนียซ ข้าอายุยี่สิบ”

            กิลเบิร์ตแสร้งหัวเราะ แต่ความจริงหัวใจห่อเหี่ยวกับความแก่ของตัวเอง

            ระหว่างทางออกไปข้างนอก ความยากจนปรากฏให้เห็นประปรายในเมือง บ้างก็เป็นคนแก่ป่วยใกล้ตาย บ้างก็เป็นแม่กระเตงลูกอ่อน มีเด็กพ่ายผอมคอยเกาะเสื้อ กิลเบิร์ตจำสภาพเวทนาเหล่านี้ในแอเธลวินได้ กลิ่นกายเหม็นจัดติดจมูกมาจนถึงทุกวันนี้ เขาเคยลองคุยกับพี่ชายของเขา – ซึ่งปัจจุบันคงกำลังเสวยสุขในฐานะกษัตริย์แห่งแอเธลวิน – ว่าต้องทำอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากไล่เก็บชื่อพื้นเมืองไปสร้างกฎหมายห้ามไม่ให้ตั้ง

มันไร้สาระ และก็น่าเจ็บใจที่สุด

            กิลเบิร์ตเตรียมยกมือทำสัญลักษณ์ศาสนาอาซีมุสเพื่ออ้อนวอนขอให้พระเจ้าคุ้มครองครอบครัวขอทานใกล้ตัว แต่มือกลับหนักอึ้งอย่างน่าพิศวง เขาฉุกคิดสักพักก็ตัดสินใจค้นขนมปังในย่ามออกมาแบ่งครึ่ง มันไม่ใช่ขนมปังขาว แถมยังแข็งกระด้างและไร้รสด้วยซ้ำ ทว่าสีหน้าตื่นตาตื่นใจของขอทานกลับกระตุ้นความสงสารในใจ

เขายิ้ม พลางยื่นให้ แต่มือหนึ่งกลับดึงไหล่เอาไว้เสียก่อน

            “นั่นมันอาหารของเจ้า” อากาเบลพูด

            แรงของมังกรในร่างมนุษย์มหาศาลในระดับที่หากนางตั้งใจจริง ๆ ก็คงบิดแขนหลุดไปทั้งท่อนได้ เขาพยายามอย่างไรก็ยื้อแขนกลับไม่สำเร็จ ฝ่ายขอทานก็ไม่กล้ากระโจนเข้ามาชิงขนมปัง สายตาของอากาเบลแดกดัน ดูถูก และน่ากลัวเกินจะบรรยาย แม้เขาจะรู้ดีว่านั่นเป็นหน้าปกติของนางก็ตาม

            “ในป่ายังมีผลไม้ให้กินอีกเยอะน้า ปรีนเชสซ่า” รุสลานเอ่ยยียวน “จะอยู่ตรงนี้จนเย็นไม่ได้น้า”

            อากาเบลตวัดมองอีกฝ่ายราวกับจะเอาเรื่อง

“ให้อาหารไปก็ไม่ช่วย เจ้าทำให้พวกมันอิ่มท้องได้แค่มื้อนี้เท่านั้นแหละ” นางเชิดคางว่า กิลเบิร์ตเม้มริมฝีปาก อย่างไง ๆ ก็ทำตัวให้คุ้นชินกับความรู้สึกว่านางช่างไร้ความเมตตาต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่ได้เสียที

            “ข้าจะช่วยสักมื้อนั้นไม่ได้เหรอ” เขาถามเสียงอ่อย

            “ช่วยคนของอาณาจักรที่หักหลังเจ้าเนี่ยนะ…”

            รุสลานกระแอมไอ “เมื่อไรจะได้เดิน ไม่งั้นข้านอนตรงนี้ล่ะ”

            มือที่ยึดหัวไหล่ผละออกไปอย่างไม่พอใจทันใด “น่ารำคาญ” เด็กสาวกัดฟันด่าอากาศ กิลเบิร์ตจึงรีบยื่นขนมปังให้ขอทาน เขาแทบเบือนหน้าหนีภาพของการแบ่งและเขมือบอาหารอย่างหิวโหยไม่ทัน นั่นคือเขาในช่วงวันแรก ๆ หลังจากหนีออกมาจากแอเธลวินสำเร็จ ผลไม้หรือผักอะไรเขาก็สวาปามไปร้องไห้ไป แต่อาจจะไม่ขอบคุณพระเจ้าถี่ไปด้วยแบบนี้

เขาเร่งเดินตามหลังอิลยูชินออกไปนอกกำแพงเมือง ทิ้งเสียงขอบคุณสดุดีของขอทานไว้เบื้องหลัง ฝีเท้าเหยียบใบไม้ดังกร็อบแกร็บ ทั้งสามก้าวข้ามรากต้นไม้ใหญ่โต แสงแดดแผดเผากลางกระหม่อม

            “นางมักข่มเหงเวลีคี คเนียซแบบนี้เสมอเหรอ” อิลยูชินกระซิบถาม

            “ข้าว่าเราน่าจะรีบไปให้ถึงจุดหมายก่อนดีกว่า อีกนานไหม” กิลเบิร์ตเปลี่ยนเรื่อง

            คู่สนทนายักไหล่ ก่อนจะฮัมเพลง “ไม่นานหรอก” เขายิ้ม “ไม่นาน”


#


สามวันต่อมามีแต่ป่า ภูเขา แม่น้ำ และป่า

            อิลยูชินไม่พาแวะเวียนเมืองหรือหมู่บ้านใด ๆ อีก ที่ผ่านมาก็เพียงพอให้คนจดจำรูปลักษณ์จนสามารถติดตามได้แล้ว เหตุผลนั้นไม่ได้พูดใส่กิลเบิร์ตตรง ๆ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะยิ่งรู้สึกผิด หากไม่ป่วยร่อแร่ก็คงย่นระยะเวลาการเดินทางไปพอสมควร ฉะนั้น เขาจึงไม่ปริปากบ่นอีก แม้เท้าจะระบม และตัวยังร้อน ๆ รุ่ม ๆ อยู่ก็ตาม

            กว่าจะเดินทางไปถึงคีเทียคฮ์ก็อีกหลายเดือน เขานึกภาพไม่ออกจริง ๆ ว่าสถานการณ์ไม่กินเส้นระหว่างอากาเบลกับอิลยูชินจะดีขึ้นได้อย่างไร นางยิ่งกอดอก ทำหน้าบึ้งไม่พูดไม่จาด้วย

            ขณะที่กิลเบิร์ตใช้ทุกค่ำคืนในการตรึกตรองหาวิธีเป็นคนกลางสานความสัมพันธ์ของทั้งสอง ในยามเย็นใกล้มืดวันที่สี่ อิลยูชินก้มตัวลงข้างต้นไม้ใหญ่ แล้วแหวกพุ่มไม้เปื้อนน้ำค้างจากฝนก่อนหน้า เขาชี้นิ้วโป้งให้เห็นกำแพงไม้แหลมตอกพื้นสีทะมึน ๆ เหมือนป้อมปราการของทหารสักแห่ง มันรายล้อมอาณาเขตขนาดใหญ่

“ถึงแล้ว” เขาประกาศเสียงใส

            เมื่อขยับเข้าไปใกล้สถานที่อีกเล็กน้อย กิลเบิร์ตถึงพอเขย่งปลายเท้าเห็นว่า เบื้องหลังกำแพงน่ากลัวนั้นเป็นปราสาทรูปร่างผอมเรียว ผนังทำด้วยหินสีซีดจากการโดนน้ำฝนกัดเลาะมาหลายปี คลับคล้ายปราสาทผีสิงอย่างไงอย่างงั้น เขาขมวดคิ้ว แล้วมองสภาพแวดล้อมรอบข้างเร็ว ๆ หนึ่งครั้ง เผื่อว่าตนจะจำดินแดนผิด

“เราไม่ได้จะไปคีเทียคฮ์หรือ”

            ข้างหลัง แม้จะไม่ได้สบถคำหยาบด่าออกมาทันที แต่การที่อากาเบลหรี่ตาลงจนทั้งใบหน้านิ่งเรียบ และจดจ้องเขม็งไปที่หลังศีรษะของผู้นำทาง ทำให้กิลเบิร์ตถึงกับขนลุกซู่ เขาเขย่าไหล่รุสลานยกใหญ่ “เรายังอยู่ในเฮเนวิง!”

            “ช่าย ก็เฮเนวิงไง”

            “เจ้าบอกว่าจะพาข้าไปคีเทียคฮ์!”

            “จักรวรรดิคีเทียคฮ์ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง ข้าคิดว่าคนอย่างยาโรเมียร์ วาซิลเยวิชน่าจะขายข้อมูลนั้นให้กับศัตรูของเรา พวกเขาจะเชื่อว่าเราเดินทางไปคีเทียคฮ์เต็มร้อยหรือไม่ ข้าไม่มั่นใจ แต่ก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” รุสลานอธิบาย “ถึงต้องเป็นข้าอย่างไงล่ะ ข้าที่ทั้งชื่อ นามสกุล และลักษณะเหมือนคนจากคีเทียคฮ์อย่างแยกไม่ออก”

            กิลเบิร์ตส่ายหน้า “เจ้าหลอกข้า… ตั้งแต่ต้น?

            “ไม่ใช่เลย ข้าหลอกยาโรเมียร์ วาซิลเยวิชต่างหาก”

            “พระเจ้า” เขาหลุดอุทานออกมา “จุดประสงค์ที่แท้จริงของเจ้าคืออะไรกันแน่?

            “ข้าบอกไปหมดแล้ว เวลีคี คเนียซ ยกเว้นเรื่องจุดหมายปลายทางไม่ใช่คีเทียคฮ์ ได้โปรดอย่าให้นางฆ่าข้า” อิลยูชินเพยิดคางไปทางอากาเบล “ข้าตั้งใจให้ยาโรเมียร์ วาซิลเยวิชนึกว่าจะไปคีเทียคฮ์ เห็นใจข้าเถอะ พอโดนทักทายอย่างกับอยู่ในค่ายบาบาเรี่ยนแบบคืนนั้น ข้าคิดว่าถ้าข้าไม่อยากโดนเขาหักคอเพราะอมพะนำ ก็ควรจะป้อนข้อมูลปลอม ๆ ให้เขาพอใจเสียหน่อย เขาเกรี้ยวกราดและพยายามหาทางกลับไปใช้ชีวิตเดิมอีกครั้ง เห็นเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”

กิลเบิร์ตย้อนนึกถึงคืนดังกล่าว ความเงียบงันของป่า เสียงเคาะประตูกระท่อมปริศนา อากาเบลสบตากับยาโรเมียร์ ก่อนจะเปิดประตูแล้วกระชากอาคันตุกะเข้ามา มันไม่ได้เกิดขึ้นฉับไว ในทางกลับกัน กิลเบิร์ตเห็นทุกอย่างว่ามังกรสองตัวรุนแรงกับอิลยูชินจนชวนตกอกตกใจ แรงของมังกรแม้จะเบามือแล้ว แต่มนุษย์ไม่ค่อยจะรับไหวหรอก และยาโรเมียร์เองก็ดูฉุนเฉียวพิกลด้วย

            “เอาเป็นว่า… เราจะเข้าไปในปราสาทกัน แล้วข้าจะตอบคำถามที่ยังค้างคาในใจทั้งหมดเอง” อิลยูชินหยั่งเชิง พลางยกมือสองข้างขึ้น “ตกลงไหม ปรีนเชสซ่า? เวลีคี คเนียซ?

            ข้างในอาจเป็นกับดัก อิลยูชินความจริงแล้วอาจเป็นคนของแอเธลวิน ทุกอย่างมีความเป็นไปได้หมด และกิลเบิร์ตก็หวาดกลัวขึ้นมาจนก้าวขาไม่ออก มันเหมือนกับเขากำลังเดินเข้าหาความตายด้วยตัวเอง อดคิดไม่ได้ว่าหากปฏิเสธทางเลือกของอิลยูชินตั้งแต่ต้น อาศัยในกระท่อมของยาโรเมียร์ต่อไป ชีวิตจะยังเหมือนเดิมหรือไม่ ทหารศัตรูจะตามมาเจอจริงไหม แล้วเขาจะรู้สึกเสียใจหรือเปล่าที่ไม่เลือกออกเดินทาง?

            กิลเบิร์ตแอบมองอากาเบล ประหลาดที่นางไม่เอ่ยรั้งโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจตามที่เขาแอบหวังลึก ๆ ด้วยซ้ำ ทว่าเขาก็รู้ดีว่าลมหายใจเป็นไอเย็นยะเยือกเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร นางกำลังกำและแบมืออย่างช้า ๆ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย

รอกระทั่งแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ริบหรี่ อิลยูชินถึงเริ่มพาเข้าปราสาท แต่เขาไม่ได้ใช้ทางเข้าหลักโต้ง ๆ กลับพาอ้อมเข้าไปในป่าติดแม่น้ำลึกกว่าเดิม ใช้มือลูบไล้ไปตามเปลือกต้นไม้สักพัก เขาจึงพบพื้นไม้ทรงกลมในกลุ่มหญ้าและหินเปื้อนมอส เขานั่งยอง ๆ บังกลวิธีดึงประตูเปิด พริบตาเดียวกลิ่นอับชื้นของข้างล่างก็ลอยขึ้นมาปะทะจมูก

พ้นจากขอบบันไดลงไปเป็นความมืดสนิท กิลเบิร์ตสั่นศีรษะ

“ไม่มีกับดักอะไรจริง ๆ” อิลยูชินขยิบตาให้ “วางใจเถอะ ข้าเป็นสหาย—“

อากาเบลกระโดดลงไปในความมืดเบื้องล่างพร้อมกับดึงคอเสื้ออิลยูชินลงมาด้วย กิลเบิร์ตนิ่วหน้ากับเสียงร้องเหวอของคนนำทาง คงเอาก้นกระแทกพื้นจ้ำเบ้า เพราะเขาร้องโอดโอย ประโยค “ทำไมไม่เตือนกันก่อน?!” ดังสะท้อนผนังและห่างไปเรื่อย ๆ จากนั้นจึงมีเสียงเตะคนอุตลุด “ลุกสิวะ แล้วหยุดกอดขาข้าสักที!” อากาเบลว่า เป็นนางที่เตะอีก

“ไม่เป็นอะไรกันใช่ไหม” กิลเบิร์ตชะโงกหน้าถาม

            “ลงมาเลย... ปรีนเชสซ่า ข้าเกือบข้อเท้าพลิกเชียวนะ!”

อากาเบลโต้ “เหรอ” อย่างไม่ใยดี

การปีนบันไดลงเป็นไปอย่างเชื่องช้า กิลเบิร์ตต้องค่อย ๆ ใช้ปลายเท้าสัมผัสพื้นบันไดทีละขั้น มิฉะนั้นเขาจะได้หงายหลังแน่ ๆ มันสูงพอสมควร มีช่องว่างเหนือศีรษะไปครึ่งเอว โชคดีแค่ไหนที่อิลยูชินไม่ตกลงไปอาการสาหัส เขายังมีแรงปีนกลับขึ้นไปดึงโซ่ให้ประตูปิดทางเข้าดังเดิม

“มืดแบบนี้จะเดินได้อย่างไง” อากาเบลบ่นเสียงแข็ง

“ใจเย็นสิ ปรีนเชสซ่า ให้ข้าคลำหา—“

อิลยูชินร้องโอ๊ย

“ชกข้าทำไม เจ็บนะ!”

“ขอ-ขอโทษ! นั่นศอกข้าเอง เจ้าเหยียบเท้าข้า!” กิลเบิร์ตร้อง

            “นั่นข้าเหยียบ ‘โทษ” อากาเบลพูด

แหล่งไฟโผล่พรึ่บ คู่คบเพลิงประดับผนังซ้ายขวาค่อย ๆ เผยเพลิงไล่ไปตามอุโมงค์ยาวเหยียด เหมือนจะเป็นทางระบายน้ำ ตามพื้นมีหนูและแอ่งน้ำเหม็นระดับที่ต้องอุดจมูก อุโมงค์แบ่งหลายเส้นทาง บ้างคดเคี้ยวและคับแคบ บ้างก็สูญเสียพื้นสำหรับเดินให้กับของเสีย มันจมน้ำสีดำสกปรกหายไป กิลเบิร์ตภาวนาขอบคุณพระเจ้าที่เส้นทางเข้าปราสาทไม่มีการเดินลุยน้ำเน่าเหม็นพวกนั้น และแน่นอน ไม่มีศพคนผอมโซหรือโดนหนูแทะกินให้เห็นตามทางด้วย

ไม่นานบันไดแบบเดียวกับขาเข้าก็ปรากฎตรงหน้า อิลยูชินปีนขึ้นไปใช้ศอกกระทุ้งบานประตูไม้ทรงกลมให้เปิดออก เขาปีนขึ้นไป แล้วเปิดทางให้กิลเบิร์ตปีนตามขึ้นมา

มันเป็นห้องเก็บของ มีโต๊ะยาววางจาน ถังเบียร์และถังเครื่องดื่มอื่น ๆ เรียงรายซ้อนกันหลายถังทั้งบนโต๊ะ ตู้เก็บของ และข้างล่างโต๊ะ เพดานไม้ค่อนข้างต่ำ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินโดยไม่มีเนื้อตากแห้ง ผักที่ห้อยต่องแต่ง หรืออุปกรณ์ทำครัวชนหน้า ส่วนพื้นก็มีฟางกระจัดกระจายไปทั่ว ตะเกียงไฟหนึ่งตะเกียงวางไว้เหนือถังเบียร์ อีกตะเกียงตั้งอยู่ข้างขาของคนสวมชุดซอมซ่อคนหนึ่ง

อิลยูชินผิวปาก อีกฝ่ายสะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วรีบคว้าตะเกียงไฟเดินนำออกไปจากห้องเก็บของ ทั้งสองต่างเป็นคนเดินเร็วทั้งคู่ แต่ละย่างก้าวยาวจนกิลเบิร์ตต้องเร่งตาม พวกเขานำทางผ่านห้องโถงสลัว ๆ มีคบเพลิงไม่กี่จุด -- พื้นเย็นเฉียบ อากาศอับชื้นชวนอึดอัด – ลงบันไดหินคดเคี้ยวและยาวนาน กระทั่งเจอถ้ำใต้ดิน

สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใต้ล่างตัวปราสาทอย่างน่ามหัศจรรย์ใจ มันกว้างขวางดั่งถ้ำธรรมชาติ – ใหญ่พอจะบรรจุมังกรสามสี่ตัวได้ -- น้ำตกขนาดเล็กเจาะทะลุก้อนหินที่ทับถมตรงผนังด้านซ้ายลงมาเป็นธารน้ำ ซึ่งไหลเวียนล้อมรอบต้นไม้ออกใบสีขาวขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง หญ้าขึ้นประปรายบนพื้นดิน กลิ่นไม่เหม็นอับเทียบเท่าในตัวปราสาท แต่เจือจางด้วยความหอมหวานของดอกไม้แทน

กิลเบิร์ตที่กำลังเชยชมความสวยงามเลือดหายไปจากหน้าเมื่อเห็นกลุ่มคนสวมเกราะและติดอาวุธเยี่ยงอัศวินเต็มยศ พวกเขายืนล้อมพื้นที่ยกสูงตรงกลาง—ลานกว้างปูด้วยอิฐซึ่งล้อบรอบด้วยธารน้ำที่สามารถก้าวผ่านได้

เขาไม่คิดว่ามีใครเป็นหัวหน้าสูงสุดในกลุ่มอัศวิน พวกเขาสนทนากันเยี่ยงมิตรสหาย แต่แล้วก็พลันเงียบกริบเมื่ออิลยูชินยิ้มแย้มประกาศเสียงดังว่า “เฮ้ มิช่า ข้าพาตัวเวลีคี คเนียซมาแล้ว” ทั้งหมดหันขวับมามองกิลเบิร์ตทันที ชายหนุ่มหน้ามืดขึ้นมา เผลอก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว – ฝีเท้าร้อนรนของเขากลายเป็นเสียงเดียวที่ดังสนั่นและแปลกแหวกในถ้ำแห่งนี้ – เขาอยากหันหลังวิ่งหนีออกไปเลย

กลุ่มอัศวินกอดหมวกเหล็กไว้ข้างเอว พวกเขายืดตัวตรง ก่อนจะก้มหัวนอบน้อมอย่างพร้อมเพรียง ทุกศีรษะมุ่งหากิลเบิร์ต แล้วอัศวินตัวสูงใหญ่ราวกับยักษ์ ไว้หนวดเคราเต็มคางจึงเอ่ยขึ้นด้วยภาษาแอเธลวิน

“ขอต้อนรับเจ้าชายกิลเบิร์ต เอลไลเวิร์ธ”

ท่าทำความเคารพ – กำปั้นทุบตรงหัวใจ

“ราชาที่แท้จริงของแอเธลวิน พวกข้าจะช่วยทวงคืนบัลลังก์โดยชอบธรรมของท่านเอง”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #896 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 00:45
    โอ้ว ศึกทวงบัลลังก์ น่าแปลกว่าทำไมถึงมีคนอยากให้กิลเบิร์ตทวงบัลลังก์ เอาจริงๆเราก็รู้กันว่ากิลไม่ใช่คนที่สามารถเป็นราชาที่ดีได้ โอเคว่าอาจจะเป็นราชาที่มีจิตใจดี แต่ราชาที่ดี ไม่ใช่แค่เป็นคนดีเท่านั้นถึงจะพอ ราชาที่ดีอาจไม่ใช่คนดีก็ได้ เแต่เป็นคนที่จัดการกับสิ่งรอบตัวได้ดี นักบริหาร แต่กิลไม่ใช่ เลยสงสัยว่าอาจมีเหตุผลเบื้องหลังอะไรรึเปล่า เช่น การใช้กิลเป็นเหมือนสิ่งยึดใจคนเพื่อซ่อนเป้าหมายจริงๆเอาไว้ พอมาคิดว่าเป้าหมายคืออะไร — ต้องไม่ใช่เป้าหมายของพระเจ้าชาลร์ล คือการบูชาศาสนา ไล่เผาแม่มด หรืออัลฟองเซ่ ที่มีเป้าหมายคือล้มศาสนจักร แต่ถึงยังไงการเผาแม่มดก็ยังมีอยู่ แม้จะเป็นยุคสมัยของอัลฟองเซ่ เพราะศาสนจักรมีอิทธิพลเกินไปเลยทำให้บานปลายยิ่งกว่าตอนพระเจ้าชาลร์ลอีก บวกกับที่อิลยูชินพาไปดูคฤหาสถ์ของมาธิลด้าอย่างปุ๊ปปั๊ป (ถ้าตามแผนที่จะมาพากิลเบิร์ตที่แสนสำคัญกลับไปจริง รุสลานคงไม่ออกนอกเส้นทางไปแวะบ้านมาธิลด้าที่ไหม้อย่างไม่ได้วางแผนล่วงหน้าหรอกจริงมั้ย) และที่ย้ำกับเบลเหลือเกินว่าสถานการณ์ของพวกพ่อมดแม่มดแย่ไปทุกที ก็น่าจะเป็นอยากเปลี่ยนแปลงยุคมืดนี้ เข้าสู่ยุคที่เวทมนตร์ได้รับการยอมรับ = ล้มศาสนจักร? พิมพ์ไปพิมพ์มางงเอง รอเฉลยเถอะ 5555555
    #896
    0
  2. #814 เบลเบทเองค่ะ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:13
    ตลกตอนเหยียบเท้ามาก กวนอะ5555555555555555555555555 โหย กลับมาดูเม้นเก่าของเรา เกือบหนึ่งปีแล้ว กรี๊ด ขอบคุณไรท์มากที่มาอัพต่อค่ะT________T
    #814
    0
  3. #807 risa (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 22:23
    โอ้ยย ไม่ใช่เราคนเดียวใช่มั้ยที่ฮาฉากเหยียบเท้ากัน หนูเบลจะไปเปิดคณะตลกเหรอ! 555
    #807
    0
  4. #655 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:44
    ไม่เป็นไรค่าาาาาา ตอนนี้คือ เอ่ สรุปโรมันเป็นนกสองหัวใช่มั้ย แต่เห็นมันก็ส่งพวกอากาเบลให้ฝั่งแอเธลวินไม่ใช่เหร อหรือฝั่งนั้นจับได้เอง แต่เรื่องมาธิลด้านี่ ตกลงตายไม่ตายคะ ถ้าไม่ตายแล้วนี่ใคร ยิ่งเบลบีบคอได้ ไม่ใช่ว่าเบลบีบคอตัวเองอีกนะ แอบชอบตอนที่เบลตั้งใจจะระเบิดพลังนะ เหมือนกับ ฉันเป็นมังกรนะ ทำไมต้องมาติดอยู่กลางเกมฆ่ากันของพวกมนุษย์ต่ำต้อยพวกนี้ด้วย แต่ชอบสุดคือตอนจบพาร์ท เหมือนกับพระเอกมาทวงนางเอกจากพระรอ- แค่ก!
    #655
    1
    • #655-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มีนาคม 2560 / 06:00
      โรมันเป็นนกสองหัวค่า โดนเก็บก่อนจะบอกข้อมูลให้กับฝ่ายดีทริค ส่วนมาธิลด้าตายจริงค่า
      #655-1
  5. #652 เบลเบทเองค่ะ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:56
    ว้าวๆๆๆ สองคนเจอกันแล้ว โอ้โห ไฟลุก นาวเบิร์นเบบี้เบิร์น อยากเห็นสองคนฉะกันจัง555555 ไม่มีเวลาตอบเม้นไม่เป็นไรค่ะ เอาจริงๆหนูซึ้งมากเลยนะที่ไรท์ตอบคอมเม้นอะ แค่รู้ว่าอ่านเม้นหนูก็ซึ้งแล้ว;-; ปริ่มใจ สู้ๆค่ะ!
    ปล. รู้อายุไรท์แล้วก็ขอแทนตัวเองว่าหนูนะ555555
    ปล.2 อยากจะไปหาที่งานจุฬาexpo ขอลายเซ็นได้ไหม555555555555555
    #652
    1
    • #652-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มีนาคม 2560 / 05:58
      รู้สึกแก่เลย 555555 ถ้ามางานนี่ไม่รู้จะเซ็นอะไรให้ แต่อยากแนะนำให้ไปกินร้านอร่อยๆดูค่ะ ถ้าเขาเปิดนะ555
      #652-1
  6. #651 M@ybe28 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:54
    ????????????????????????????????????
    #651
    0
  7. #650 -' THYM3S '- (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:06
    ตื่นเต้นมากๆเลยค่ะ รถไฟชนกันแรงจริง ๆ 5555555555
    แง ขอโทษที่หายไปนาน แล้วมาเม้นตอนล่าสุดแบบนี้เลยนะคะ จริงๆควรจะเม้นทุกตอน กรี้ดดด แงงง
    ส่วนเรื่องอีมงอีโมอะไร วัยรุ่นทุกคนย่อมมีช่วงอีโมเป็นธรรมดาค่ะไม่รู้จะให้กำลังใจยังไง นอกจากจะบอกว่านิยายคุณเป็นหนึ่งในสองเรื่องที่เราอ่านแล้วติดในช่วงห้าปีมานี่ มันขนาดนั้นเลยแหละ 5555 เข้าเด็กดีมาเพราะอากาเบลโดยเฉพาะค่ะ 55555
    edi * เรามองว่าตลาดนิยายมันมีแบบmass และไม่massนะ ของคุณก็แนวเรามาก ๆด้วย มันขึ้นกับว่าคุณอยากได้คนอ่านแนวไหนนะคะ ลองคิดดู ตลาดนี้คุณก็จะเจอคนอ่านแนว ๆนี้เนี่ยแหละ 555
    ป.ล. ไรท์อยู่จุฬาเหรอ เราก็อยู่ทำexpoเหมือนกันนะ แต่ทำของคณะ 555 งานเยอะมาก เราไม่ใช่เด็กกิจกรรมค่ะเราอินดี้ซะส่วนใหญ่ 555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:57
    #650
    1
    • #650-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มีนาคม 2560 / 05:57
      เกิดเป็นวัยรุ่นแสนลำบาก (?) ส่วนนี่ทำ expo ของส่วนกลางค่ะ 5555
      #650-1
  8. #643 Wan Whan (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 17:27
    ตอนพิเศษย้ายไปเก็บที่ไหนนะคะ หาไม่เจอ T-T บอกพิกัดหน่อยค่า ตอนลงใหม่ๆ ว่าจะอ่านแต่ไม่ว่าง เลยพักไว้ก่อน วันนี้เข้ามาหาแต่ตอนพิเศษโดนย้ายไปซะแล้ว
    #643
    1
    • #643-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      16 มกราคม 2560 / 19:38
      อยู่นี่ค่า https://writer.dek-d.com/kachelya/writer/viewlongc.php?id=1557392&chapter=9
      #643-1
  9. #639 Believe_i (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:43
    ชอบอ่ะ อากาเบลลูกหนูเป็นอะไรไป คิดถึงมาธิลด้าขนาดหนักไปใช่มั้ย หรือคิดถึงดีทริคจนต้องเพ้อหาคนอื่น(?) ลูกแม่หนูยังคงน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย ส่วนดีทริคนายไปทำอะไรเค้าห๊า น่าสงสารเค้า ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าให้หมดสิ ทิ้งผู้หญิงไว้ทำไมห้ะ เดี๋ยวไม่ยกอากาเบลให้เลย แกหนิจริงๆเลยนะดีทริค/กอดอก/ ถ้ารักหนูเบลมากๆๆๆจะยกให้..อุ๊ย ง่ายไป...จะเก็บมาพิจารณาก็แล้วกันนะ เข้าใจ๋....รักคนเขียนค่ะ/กระโดดกอด/
    #639
    1
    • #639-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:46
      ฮือ อ่านคอมเมนท์นี้แล้วอดขำไม่ได้ค่ะ 5555 ตอนนี้ก็พิจารณาพฤติกรรมของดีทริคไปก่อนเนาะ ไว้ดูอีกที 555 /รักคนอ่านเช่นกันค่า
      #639-1
  10. #637 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 17:24
    รักดีทริคมากกกกกกก
    #637
    1
    • #637-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:28
      รักแทนนางเอกเราไปก่อนเนาะ 55555
      #637-1
  11. #636 Snow Princss (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 10:34
    ฮืออ อัพแล้ว สนุกมากค่ะ
    #636
    1
    • #636-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:28
      ขอบคุณมากค่า <3
      #636-1
  12. #635 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 01:36
    ในที่สุด(ว่าที่)พระเอกใหม่อีกคนของเราก็มีบทสักที เชียร์คู่นี้พอๆกับคู่ดีทริคเลยยยย คนละโมเม้น น่าร้ากกก
    #635
    1
    • #635-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      1 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:26
      ไม่ได้โผล่ภาคแรกเลย ต้องมีบทเยอะหน่อยนะคะ XD
      #635-1
  13. #633 Believe_i (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 14:12
    น้องใหม่แนะนำตัวค่ะ อ่านตอนหนึ่งถึงตอนนี้ทีเดียวรวด เลยไม่ได้เม้นท์ จากนี้ไปฝากตัวด้วยนะคะ/โค้ง/ ถ้าอัพบ่อยๆจะเม้นท์ยาวๆนะคะ ยิ่งอัพบ่อยๆเม้นท์ก็จะยาวตามไปน้าาาาาาา ฉะนั้นแล้วอัพให้ราบ่อยๆนะคะ ชอบอากาเบล หลงดีทริค แต่จะรักมากถ้าสองคนนี้ได้อยู่ด้วยกัน #ขอโมเม้นท์ดีทริคอากาเบลเยอะนะคะ#ทีมดีทริคตลอดกาล#ชอบอากาเบลคนน่ารักผู้เป็นของดีทริค~~~~
    #633
    1
    • #633-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มกราคม 2560 / 11:53
      ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่เข้ามาอ่าน ^q^ เรื่องอัพบ่อย ๆ นี่คงยังสัญญาอะไรไม่ได้ เพราะงานท่วมหัวมากมายค่ะ แล้วก็ตันบ่อยด้วย ; - ; แต่จะพยายามรีบเขียนและอัพนะคะ เย่
      #633-1
  14. #632 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 15:39
    โอ๊ยยยยย เบลรั่วมาก 55555555 ตัวเองเป็นคนขอให้พาไปทะเลสาบเองดันบอกว่าไม่ได้ขอ แถมยังตอบคำถามไม่ถูกอีก ใบ้จนแทบจะบอกออกมาหมดแล้วยังไปหาว่าเค้าด่าตัวเองอีก ดีทริคชอบเบลจริงๆด้วยยยยย ดรใจมากที่ได้ยิน ตอนที่กระซิบ 'ข้ามองเจ้าอยู่' คือคนอ่านแทบลงไปแดดิ้นกับพื้น ขำเบลที่ว่า 'อย่ามาขวางทางข้า' แล้วดีทริคบอก ตอไม้ต่างหากที่ขวางทาง นี่หลุดขำพรืดเลย แล้วนี่อะไร อ่อยใช่มั้ย ไปเกาะเค้าแล้วงับคออีก นึกภาพหางมังกรสะบัด เบลน่ารักมากตอนนี้ ตอนที่ยังไม่คิดว่าโดนหักหลังที ดีทริคก็รัศมีพระเอกมาเต็มเช่นกัน โอ๊ยย ขำที่นางเมา ว่าทำไมดีทริคถึงไม่ค่อยอยากให้เบลดื่ม เมาแล้วรั่วนี่เอง //ตอนพิเศษรุสลานก็ดีนะ
    #632
    1
    • #632-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มกราคม 2560 / 11:52
      ถ้าดื่มเหล้าเยอะเกินไป หลายคนก็จะกลายสภาพอย่างนี้ค่ะ 55555 ยังไม่นับดีทริคจะต้องเสี่ยงโดนอ้วกใส่ตัวอีก ชีวิตเหนื่อยไป 555
      #632-1
  15. #629 Qualia (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 06:55
    ที่จริงมีฉากต่อ(?)อีกใช่ไหมครับ 55555
    #629
    1
    • #629-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มกราคม 2560 / 11:48
      โยนใส่เตียง นางเอกแอบถีบดีทริค ดีทริคนั่งพิจารณาชีวิตตัวเองว่า wtf /เดี๋ยวนะ
      #629-1
  16. #628 meduzabencz (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 21:27
    อ๊ายยยย ตอนนี้ตัวบิดเป็นขนมโปเเต้แล้ววส
    #628
    1
    • #628-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มกราคม 2560 / 11:47
      ตัวบิดเพราะอับอายขายขี้หน้าแทนหนูเบลหรือเปล่า 5555
      #628-1
  17. #627 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 20:49
    มุ้งมิ้งอ่าาาาาาาา //จิกหม่อนฟิน~
    #627
    1
    • #627-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มกราคม 2560 / 11:47
      นาน ๆ ทีจะมีฉากให้จิกหมอนสินะคะ?
      #627-1
  18. #626 Elfea (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 19:38
    ดีทริคแบไต๋เพราะรู้ว่าอากาเบลเมาจนไม่รู้เรื่อง หนูมังกรก็น่ารักกวนส้นแบบปกติ
    #626
    1
    • #626-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มกราคม 2560 / 11:46
      ถ้าไม่กินเหล้าก็คงไม่นกหรอกค่ะ (???)
      #626-1
  19. #625 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 17:18
    ไม่ !! วาเลนไทน์ ตอนพิเศษต้องของดีทริคสิ ทะมายต้องเป็นรุสลาน
    #625
    1
    • #625-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มกราคม 2560 / 11:46
      สงสารน้องเขาหน่อยค่ะ ภาคแรกก็ไม่ได้ออกเลย 55555
      #625-1
  20. #624 เบลเบทเองค่ะ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 17:12
    ขำ5555555555555555 ลืมทุกอย่าง 55555555555 ตอนนี้น่ารัก ตลกด้วย รอให้ถึงวาเลนไทน์ไม่ไหวล้าวววว
    #624
    1
    • #624-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มกราคม 2560 / 11:46
      วันวาเลนไทน์ (ถ้าไม่จมการบ้าน) คงเป็นรุสลานนะคะ ต้องใช้ค่าตัวอย่างคุ้มค่า (??)
      #624-1
  21. #623 Mhew_happy (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 15:45
    ความหวานนี้-..-
    #623
    1
    • #623-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 52)
      6 มกราคม 2560 / 11:45
      แต่เขียนเองแล้วไม่รู้สึกว่าหวานเลย รั่วไปค่ะ 5555
      #623-1