Draconic Chronicle

ตอนที่ 51 : IV-7 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60




7


            มื้อค่ำที่อันตรายที่สุด อากาเบลแผ่รังสีน่ากลัวไม่หยุด

            “มันคุ้มไหม” เธอกดเสียงต่ำ เชิดคาง และไขว้ขา “ที่เจ้าพากิลไปคฤหาสน์นั่น”

            ไม่ว่าใครต่อใครก็บอกว่าเธอหน้าดุและหยิ่งยะโสแม้มันจะเป็นแค่สีหน้าธรรมดา พวกเขาจะรู้สึกเหมือนเธอกำลังดูถูกและเยาะเย้ยอยู่ข้างหลังหน้ากากนี้ อากาเบลจะไม่ปฏิเสธว่าบางส่วนเป็นความจริง เธอยังตัดสันดานเก่า ๆ ไม่ได้เต็มร้อย มนุษย์ก็คือมนุษย์สิ่งมีชีวิตตัวเล็กอ่อนแอ และเธอก็เคยเป็นจ้าวมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดในหุบเขามาก่อน

            จึงไม่แปลกที่เมื่อเธอโกรธจริง ๆ อิลยูชินจะดูตัวหดลีบลง

            “ว้าว ข้าไม่ยักจะรู้ว่าปรีนเชสซ่าเป็นองครักษ์ของ

            “หา?”

            เธอฟาดขวดควาสส์กับโต๊ะอย่างแรง หยดเครื่องดื่มที่เกาะขวดข้างในกระเซ็นใส่เต็มพื้นและขอบโต๊ะ กิลเบิร์ตที่กำลังยกซุปดื่มถึงกับสะดุ้งโหยง โชคดีที่ลูกค้าของโรงแรมซึ่งคราคร่ำรอบกายต่างเมามายจัด พวกเขาส่งเสียงเอิกเกริกกลบเกลื่อนฉากทะเลาะวิวาทที่โต๊ะของพวกเธอในมุมอับได้อย่างดี

            อิลยูชินมองเศษขวดกระจัดกระจายที่ปลายเท้า ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง

            “ปรีนเชสซ่าคฤหาสน์นั้นเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ข้าอยากให้เห็นจริง ๆ”

            หวั่น แต่ก็ยังยิ้มสู้จนน่าหมั่นไส้ อากาเบลส่งเสียงหึในลำคอ “พวกข้าตกระกำลำบากกันขนาดนี้ เจ้าต้องอธิบายมาได้แล้วว่าไอ้ทางเลือกขายฝันที่หลอกกิลเบิร์ตสำเร็จเนี่ยมันคืออะไรกันแน่ ทำไมต้องไปที่คฤหาสน์นั่น และถ้าเจ้าไม่พูด ข้าจะเค้นให้”

            “นี่ ไม่ได้ดื่มควาสส์จนเมาใช่ไหม” กิลเบิร์ตแทรกถาม เขาฟื้นสภาพแล้ว ทว่ายังดูอ่อนเพลียอยู่ “เจ้าดูพร้อมจะตีหัวอิลยูชินขนาดนี้”

            “ไม่ใช่เหล้า” อากาเบลย่นจมูก “แต่ถ้ามันคิดหนี ข้ากระทืบแน่”

            ลูกค้าตัวใหญ่อบอวลด้วยกลิ่นเหงื่อเหม็น ๆ เบียดผ่านทางเดินแคบ ๆ ระหว่างโต๊ะไป โรงแรมแห่งนี้คงเป็นที่นิยมมาก ลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย คนตะโกนสั่งอาหารและเครื่องดื่มจนเสียงตีกันมั่วชวนเวียนหัวสุด ๆ เธอโยนปากขวดทิ้งในซอกที่หากไม่ทะลึ่งแหย่เท้าเข้ามา ก็จะไม่โดนส่วนแหลมคมแทงอย่างแน่นอน

เธอเปิดควาสส์ของกิลเบิร์ตดื่ม ตั้งใจเบิ่งตาโต ๆ ท้าทายให้อิลยูชินอ้อมแอ้มเปลี่ยนเรื่อง

            “ก็ได้ ปรีนเชสซ่า ข้าแค่อยากให้เห็นพิโรธของประชาชน” เขายอมแพ้

            “กลัวเวทมนตร์มากขึ้น คนก็ตายมากขึ้น แล้วไง?”

            “ประเด็นคืออย่างนี้” เขากระเถิบเก้าอี้ให้ชิดโต๊ะ “จักรวรรดิแห่งตะวันออกมีกองกำลังเกรียงไกรด้วยความช่วยเหลือจากอาณาจักรเล็ก ๆ รอบข้าง พวกที่ปฏิญาณความจงรักภักดี แผ่ขยายเงาไปทั่วทุกแห่งได้ก็เพราะจำนวนทหารและความก้าวหน้าของอาวุธ ปรีนเชสซ่าไปรบในสงครามศักดิ์สิทธิ์ ก็เห็นแล้วว่าแอเธลวินกับเฮเนวิงโดนหลอกไปเป็นเหยื่อเพื่อทดลองอาวุธของพวกทะเลทราย ถึงจะรู้เช่นนั้น ก็ยังต้องสวามิภักดิ์ต่ออยู่ดีใช่ไหม”

            สงครามศักดิ์สิทธิ์ที่เธอเข้าร่วมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ย่อยยับของสองอาณาจักร เมืองหน้าด่านถูกพวกทะเลทรายยึดครองกลับ เธอเสียดวงตาข้างขวาไปในตอนนั้น ส่วนหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กองทัพโดนละลายอย่างซิกฮาร์ด ฮอว์ธอร์น รัชทายาทแห่งเฮเนวิง กลับยังลอยหน้าลอยตาต่อไปได้

            “ก็เป็นหมาของจักรวรรดิกันไม่ใช่เหรอ” อากาเบลว่า

            กิลเบิร์ตถองเอว เธอกลอกตา ลืมไปว่าเธอกำลังด่าอาณาจักรของเขาอยู่

            “จักรวรรดิ? คฤหาสน์ตระกูลลาเบลล์? มันเกี่ยวกันอย่างไง” ชายหนุ่มถาม

            “เกี่ยวกับการตัดรากถอนโคน เวลีคี คเนียซ” อิลยูชินกระซิบ ทั้งอากาเบลและกิลเบิร์ตต้องโน้มตัวเข้าไปฟัง “แอเธลวินเป็นหนึ่งในลูกน้องตัวใหญ่ของจักรวรรดิ ตระกูลเอลไลเวิร์ธแตกย่อยมาจากราชานักบวช คงไม่มีใครในที่นี้เข้าใจเรื่องนี้แจ่มแจ้งเท่าเวลีคี คเนียซแล้ว แน่นอนว่าย่อมได้รับความไว้วางใจจากจักรวรรดิเป็นพิเศษ และในสภาวะที่เรื่องเวทมนตร์ละเอียดอ่อนเช่นนี้ แอเธลวินกลับซุกซ่อนพ่อมดไว้ในราชสำนัก

            อากาเบลเลิกคิ้วทั้งสองข้างขึ้น

            “พ่อมดคนนั้นกำลังดำรงตำแหน่งมาร์ควิสและนายพลภายใต้อัตลักษณ์ใหม่ ซึ่งหากเรื่องไปถึงหูประชาชนกับศาสนจักร ข้าคิดว่าแอเธลวินคงดูไม่จืดเลยทีเดียว” เขาโคลงศีรษะซ้ายขวา ต่างหูกระเด้งตาม “คฤหาสน์ลาเบลล์คือตัวอย่างที่ข้าต้องการให้เห็นอย่างไงล่ะ”

            เธอค่อย ๆ ยืดหลังตรงดังเดิม ลมหายใจกลายเป็นไอเย็น และก่อนที่คนในโต๊ะจะสังเกตเห็นโทสะ เธอก็เอื้อมแขนไปกระชากคอเสื้อของอิลยูชินจนเขาร้องอุหวา แม้แต่กิลเบิร์ตก็ยังตื่นตระหนก

            “เจ้าหลอกพวกข้า” เธอกัดฟันพูด “เจ้าไม่ได้จะพากิลไปที่ไหน”

            อิลยูชินทำหน้างง “มันเป็นภารกิจหลักของข้า ปรีนเชสซ่า ข้าจะต้องพาเขาไปตามคำสัญญา

            “แล้วไอ้เรื่องจักรวรรดินี่มันเกี่ยวอะไร!

            “นั่น เป็นงานที่กลุ่มของข้าอยากขอร้องปรีนเชสซ่า

            เธอเบ้หน้ากับเสียงอ่อย ๆ จึงปล่อยคอเสื้อของเขาทันที

“มีสองภารกิจที่ข้าอยากขอความช่วยเหลือจากปรีนเชสซ่า” อิลยูชินเน้นทีละคำอย่างนุ่มนวล พลางยกสองมือขึ้นห้าม เหมือนคนที่กำลังดูท่าทีดุร้ายของสัตว์ป่า “ภารกิจแรก ข้าอธิบายไปแล้วเมื่อครู่ แต่อีกภารกิจ ข้ายังไม่ค่อยเข้าใจนักในตอนแรก กระทั่งปรีนเชสซ่าพูดถึงชื่อของมาธิลด้า เซลี่ ข้าจึงคิดว่าข้าเจอคำตอบแล้ว”

ทั้งสองนั่งลงดังเดิม สุ้มเสียงของเด็กหนุ่มจริงจังขึ้น “สถานที่ที่ข้าจากมา มีเสียงเล่าลือว่านางคือแม่มดที่ทรงพลังที่สุด แต่น่าเศร้าที่ข้ามาช้าไป นางตายไปแล้ว และอีกคนที่มีความเป็นไปได้ว่าทรงพลังเทียบเท่านางก็หายไปเช่นกัน”

เป็นครั้งแรกที่เงาของความเหนื่อยล้าปรากฏบนใบหน้าทะเล้นของอิลยูชิน ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังแย้มยิ้ม

            “ข้าคิดว่าแอเธลวินได้ตัวคน ๆ นั้นไปแล้ว พวกเขาต้องเดินทางผ่านมาเจอคฤหาสน์ตระกูลลาเบลล์ก่อนจะมาถึงบริเวณกระท่อมที่ซ่อนของปรีนเชสซ่า นั่นล่ะ ภารกิจที่สอง ข้าต้องชิงตัวเขากลับมา ก่อนที่คน ๆ นั้นจะกลายเป็นอาวุธให้กับจักรวรรดิเสียก่อน”

            เลยต้องให้เธอช่วย อากาเบลเม้มริมฝีปาก

            การซุกซ่อนพ่อมดของแอเธลวิน บุคคลปริศนาที่น่าจะอยู่ในอุ้งมือของพวกมัน

เมื่อเข้าใจแจ่มแจ้งถึงจุดประสงค์เบื้องหลัง ไฟขุ่นเคืองก็ยิ่งโหมแรง เธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง และเธออยากชกหน้าอีกฝ่ายให้คว่ำแทบแย่ แต่สิ่งสุดท้ายที่เธอต้องการคือเรียกร้องความสนใจจากลูกค้าคนอื่น และหากมีทหารศัตรูสักคนที่จดจำรายละเอียดของนักโทษหลบหนีสองคนได้ การวิ่งหนีทั้ง ๆ ที่กิลเบิร์ตยังอ่อนแอคงเป็นการฆ่าเขาทางอ้อม

อากาเบลกดปลายนิ้วกับท่อนขาตัวเอง ยังมีอีกหลายโอกาสให้เธอได้ระบาย ไม่เป็นไร

            “ไอ้คนที่เจ้าตามหาไม่ได้กลายเป็นศพที่คฤหาสน์ไปแล้วใช่ไหม”

            ชามถูกวางข้าง ๆ เธอเพิ่งสังเกตเห็นกิลเบิร์ตกินอาหารไม่ลงแล้ว เขายกมือปิดหน้า

            “ข้ามั่นใจ ตระกูลลาเบลล์ที่ยังรอดชีวิตหลังมาธิลด้า เซลี่เสียมีแปดคน เจ็ดคนในนั้นกลายเป็นศพที่เราเห็น ส่วนหนึ่งคนหายไปอย่างไร้ร่องรอย” อิลยูชินกอดอกและเคาะนิ้วสลับไปมา “หากข้าจำไม่ผิด เขามีศักดิ์เทียบเท่าหลานของมาธิลด้า เซลี่ เด็กผู้ชายอายุประมาณสิบ-สิบเอ็ดปี ชื่อว่า


#


การถามไถ่รอบที่ห้า ราวกับคนเหล่านี้ต้องการทดสอบว่าเขายังมีสติครบถ้วน

บางทีเขาอาจจะเหม่อลอยมากเกินไป

            “แอเรน” เขาตอบเสียงแผ่ว พลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “แอเรน ลาเบลล์”

            ทหารผิวสีน้ำตาลซึ่งดำรงตำแหน่งกัปตันมีสีหน้าพึงพอใจ แอเรนจดจำตำแหน่งและนามสกุลของอีกฝ่ายได้จากการเรียกของทหารชั้นผู้น้อยคนอื่น กัปตันคลาร์กเป็นคนสั่งให้หาเสื้อผ้าและอาหารมาให้ รวมถึงเป็นคนขุดเขาขึ้นมาจากใต้ซากปรักหักพังของคฤหาสน์ แต่เขาคงไม่มีสิทธิ์ปล่อยให้แอเรนมีชีวิตอยู่ หากไม่ได้รับคำอนุญาตจากเบื้องบน

            แอเรนเคยสบตาเพียงครั้งเดียว ผู้ครอบครองสถานะสูงสุดในขบวนทหารเล็ก ๆ นี้

            ถึงอย่างนั้น เขากลับจำได้แม่นยิ่งกว่าอะไรเสียอีก ตอนที่กัปตันคลาร์กดึงเขาขึ้นมา ผู้ชายคนหนึ่งยืนมองเขาอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกแรกที่แอเรนซึมซับ คือแสงอาทิตย์ช่างเจิดจ้าเหลือเกิน แม้ก้อนเมฆสีเข้มจะบดบังมันเสียส่วนใหญ่ เขาเพิ่งมารู้ในภายหลังว่านั่นคือสีผมของมาร์ควิสแห่งคาลีซช์สีทองที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์จนสว่างไสว

            มาร์ควิสมองเขาหลายวินาที ก่อนจะเอ่ยสั่งเสียงเรียบ

            “เอาตัวมา”

            จากนั้น เขาก็หมุนตัวเดินจากไป

            ขบวนเดินทางเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลังจากหยุดพักไม่กี่วัน แอเรนนั่งบนม้าตัวเดียวกับกัปตันคลาร์ก เขาสังเกตเห็นชาวต่างชาติผู้มาใหม่ แต่คน ๆ นี้ถูกทหารสวมชุดเกราะเต็มยศขนาบทุกทิศ ข้อมือถูกมัดด้วยเชือกและไพล่หลัง เขาดูอายุเยอะกว่าใครในที่นี้เสียอีก ร่างกายบึกบึนราวกับหมี สวมเสื้อผ้าชาวบ้านธรรมดา บางครั้งเขาจะเหยียดยิ้มขู่ขวัญขึ้นมา ทั้งหมดสื่อความโหดเหี้ยมอย่างบอกไม่ถูก

            “ยาโรเมียร์ วาซิลเยวิชจะไม่ยอมพูดจนกว่าจะไปถึงแอเธลวิน” กัปตันคลาร์กสนทนากับทหารข้างกาย

            “ไม่ใช่ว่าหมอนี่เป็นแม่ทัพหน่วยดรากูนหรือ”

            “กังวลว่าเชือกจะเอาไม่อยู่?” กัปตันตบหลัง “หากเชือกหลุดก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน”

คนอื่นหัวเราะครืน แต่ดวงตาฉายแววครั่นคร้าม

“กัปตัน แล้วนักโทษอีกสองคน?”

            “ถ้าเรื่องนั้น เดี๋ยวเขาจะนำอีกทีมไปเอง” กัปตันคลาร์กบุ้ยใบ้

            แอเรนมองตามสายตาไปยังคนขี่ม้านำหน้าขบวน ผ้าคลุมขนสัตว์สีดำพริ้วไหวตามแรงเหยาะของพาหนะ

            “มั่นใจว่าจะจับได้ล่ะสิ เขาถึงลงทุนมาเอง” ทหารถาม

            “มั่นใจไม่มั่นใจ หนึ่งในนั้นก็เป็นอดีตนาย อีกคนเคยเป็นลูกศิษย์ หากเป็นเจ้า ก็คงต้องรับผิดชอบในส่วนของตัวเองบ้างใช่ไหมล่ะ เผื่อราชาจะตบรางวัลยกเจ้าหญิงให้อย่างไง”

            จู่ ๆ ยาโรเมียร์ วาซิลเยวิชก็ส่ายหน้าขบขัน

บรรยากาศรื่นรมย์พังลงอย่างง่ายดาย แอเรนที่เฝ้าสังเกตมาตลอดออกจะตกใจ ผู้ใหญ่แต่ละคนหุบยิ้ม เงามืดพาดทับใบหน้าซึ่งหัวคิ้วขมวดเป็นปม “มีปัญหาอะไรรึ?” กัปตันคลาร์กกระแทกเสียงหาเรื่อง ยาโรเมียร์ วาซิลเยวิช ยักไหล่ แล้วทั้งหมดก็ปิดปากเงียบกริบ กลายเป็นการส่งความหมายผ่านสายตาที่แอเรนไม่เข้าใจแทน

            ขบวนหยุดพักเวลาบ่าย มีลำธารน้ำและหญ้าเขียวใกล้ ๆ ให้ทหารผลัดกันพาม้าของตนไปดื่มกินเสริมกำลังแรง ระหว่างนั้นก็แลกเปลี่ยนเครื่องดื่มหรืออาหารกัน กัปตันคลาร์กรอให้ทหารใต้บัญชาทำธุระเสร็จสิ้นก่อน เขาจึงสั่งให้เฝ้าขบวนชั่วคราว แล้วค่อยเดินจูงม้าซึ่งแอเรนนั่งอยู่ข้างบนไปหาแหล่งน้ำกันสองคน

            ลำแสงทอผ่านยอดไม้ลงมา แอเรนเงยหน้าดื่มด่ำกับความสงบสุข สงครามที่ทำลายบ้านของเขาเสียไม่เป็นชิ้นดียังมาไม่ถึงที่นี่ และอีกไม่นาน ฤดูหนาวอันไร้ชีวิตชีวาที่เขาเกลียดก็จะกลับมา ลำคอตีบตันทันควัน เขาเม้มริมฝีปากกลั้นน้ำตา การเฝ้ามองดูหิมะตกนอกหน้าต่าง โดยมีแม่นั่งกอดในห้องที่อบอุ่นจากเพลิงในเตาผิงไฟไม่มีอีกแล้ว

นางเพิ่งจะกลับมายิ้มแย้มได้เมื่อไม่นานนี้ หลังจากทราบข่าวการตายของมาธิลด้าน้องสาวท้องเดียวกัน ก็ราวกับทั้งคฤหาสน์ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกของความหดหู่ หลายต่อหลายคืนที่พวกผู้ใหญ่นั่งคุยกันในห้องนั่งเล่นกันจนฟ้าสว่าง พวกเขาตึงเครียด ไหล่ตก กอดอก และขมวดคิ้วจนหน้าผากย่น

            ตระกูลของเราถูกจับตามอง พ่อพึมพำกับลุง พวกนักบวชคิดว่าเรามีเวทมนตร์เหมือนนังนั่น

            ปกติแล้วผู้ใหญ่ในตระกูลจะหลีกเลี่ยงการเอ่ยคำหยาบคาย แอเรนและลูกพี่ลูกน้องวัยใกล้เคียงชอบที่จะกระเซ้าให้หยอดเหรียญลงกระปุกด้วยเรื่องนี้ ฉะนั้น เมื่อเขาที่แอบฟังได้ยินคำว่านังนั่น ก็พลันตกตะลึงจนเก็บมาครุ่นคิดถึงปัจจุบัน มาธิลด้า ลาเบลล์เป็นน้าของเขาที่เกิดช้ากว่าแม่หลายปี นางเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในวงศาคณาญาติ ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชมและเอาใจอย่างโจ่งแจ้ง พวกเขาเฝ้าฟูกฟักทะนุถนอมรอวันที่ขุนนางร่ำรวยจะเข้าหา

            ในงานแต่งงานของมาธิลด้า แอเรนไม่เคยเห็นพวกผู้ใหญ่ในตระกูลยิ้มจนแก้มปริเท่าวันนั้น

            คำเรียก ลูกรัก และ เจ้าหญิงน้อย แปรเปลี่ยนเป็น นังนั่นได้อย่างไร เขายังสงสัยเสมอ

            กัปตันคลาร์กอุ้มแอเรนลงมานั่งบนตอไม้ โยนผ้าห่ออาหารให้เสร็จก็ยืนกินขนมปังข้าง ๆ ม้าที่ก้มดื่มน้ำจากลำธาร แอเรนท้องร้องโครกครากมาสักพักแล้ว แต่เมื่อยกบิสกิตขึ้นมาจรดริมฝีปาก เขากลับไม่รู้สึกอยากอาหารแต่อย่างใด ความทรงจำตอนที่มีคบเพลิงมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสวนของคฤหาสน์ยังตราตรึง เสียงตะโกนด่าทอของชาวบ้านยิ่งทำให้เขาคลื่นไส้ พ่อมดแม่มด เขาได้ยิน เผาทั้งเป็น

            “จะกินด้วยรึ” กัปตันคลาร์กเล่นกับม้า “เอ้า เอาสิ หญ้าก็มีตั้งเยอะ”

            แอเรนหันไปทางอื่น บริเวณลำธารสายเดียวกัน มาร์ควิสยืนอยู่ไกล ๆ

            ม้าของเขากำลังดื่มน้ำ ส่วนเจ้าตัวยืนเอาหลังชิดต้นไม้อยู่คนเดียว เพราะดึงฮู้ดลงมาไว้บนบ่าแล้ว เส้นผมสีทองจึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ใคร ๆ ก็สังเกตเห็น มาธิลด้ามีสีผมคล้าย ๆ กัน แต่มันจะอ่อนค่อนไปทางสีซีดเสียมากกว่า

มาร์ควิสจ้องเขม็งไปข้างหน้า ตรงกลางลำธารลึกแค่หัวเข่า

            ใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น

            เท่าที่แอเรนจำได้ ไม่มีทหารผู้หญิงสวมเกราะหนังและห่มด้วยผ้าคลุมฤดูหนาวหนัก ๆ อยู่ในขบวนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนางเป็นเด็กสาวที่มีท่วงท่ากระฉับกระเฉงเหมือนจะหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา ผมสีดำยาว บางเส้นสะท้อนกับแสงอาทิตย์ สีผิวไม่เข้มเท่ากัปตันคลาร์ก อยู่กึ่งกลางกับผิวขาว และมีผ้าพันแผลพันทับดวงตาข้างขวากับหลังศีรษะ

            นางพูดจ้ออยู่ฝ่ายเดียว ยิ้มเย้ยหยันบ้าง หัวเราะดูแคลนบ้าง เสียงติดจะห้าวแว่วมาจาง ๆ ครั้งหนึ่งนางหันหน้ามาทางแอเรน แต่ตากลอกมองท้องฟ้าอย่างใคร่รู้ เขาสะอึก พลันรู้สึกหวาดกลัวนางสุดขีด ไม่รู้ว่าทำไมถึงจำนิทานที่แม่เล่าให้ฟังก่อนนอนได้ มันมักมีแม่มดชั่วร้ายปรากฏตัวอยู่เนือง ๆ เขาเก็บมาฝันร้ายแทบทุกคืน

มาร์ควิสไม่ขยับจากท่ายืน เขาเพียงจดจ้องและรับฟังอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ทั้ง ๆ ที่หากเป็นผู้ใหญ่คนอื่นที่แอเรนรู้จัก การโดนพูดจาลามปามใส่แบบนั้นมีแต่ชวนทะเลาะวิวาททั้งสิ้น เขาคิดว่า นั่นอาจเป็นเพราะนางมีสถานะสูงส่งกว่ามาร์ควิสที่ดูโดนด่าได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ เจ้าหญิง? ราชินี? หากมีคนที่น่าเกรงขามกว่ามาร์ควิสขนาดนั้น ทำไมถึงไม่เดินทางร่วมกับขบวนทหารเลย?

แอเรนกำลังจะสะกิดถามกัปตันคลาร์ก แต่แล้วก็ผงะ

ผิวน้ำที่นางก้าวเดินไปมาไม่กระเพื่อม

มันไหลผ่านไป เหมือนไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น

ราวกับมีก้อนแล่นมาจุกที่ลำคอ เขาใจเต้นแรง ชั่วครู่หนึ่งจินตนาการว่าอีกฝ่ายจะหันมาเจอ เสียงหัวเราะแหลมคล้ายฟ้าผ่า แต่ไม่ เด็กสาวเชิดคางขึ้น ดวงตาหรี่มองมาร์ควิสแห่งคาลีซช์อย่างเย็นชา

            “ข้าจะไม่กลับ” นางเอ่ยเสียงดังมั่นคง “สิ่งเดียวที่เจ้าทำได้ คือลากศพข้ากลับแอเธลวิน”

            หางม้าสะบัดไล่แมลงปัดมาโดนใบหูของแอเรน เขาสะดุ้งเฮือก จึงเผลอมองไปทางกัปตันคลาร์กซึ่งยังคงวุ่นวายกับการเติมกระติกน้ำ ประโยคสะเทือนขวัญเงียบหายไป และถูกแทนที่ด้วยเสียงของธรรมชาติ เขาเสียวสันหลังวาบ จึงเร่งหันกลับไปมองแม่มดอีกครั้ง

ทว่ากลับไม่มีใครยืนอยู่กลางลำธารอีก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #895 tingerbel (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 00:18
    ทฤษฑฎีของเราคือแอเรนมีเวทมนต์แน่ๆ แต่ไม่ใช่เวทมนต์สายอนาคตแบบมาธิลด้า แล้วคงไม่ใช่การอ่านใจแบบลิลี่ แต่ว่าการที่เห็นภาพ(พนันได้เลยว่าต้องเป็นภาพเดียวกับที่ดีทริคเห็นแน่)ของอากาเบลโดยไม่มีใครเห็นแบบนี้ เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นพลังอะไรบางอย่างเกี่ยวกับปัจจุบันผสมกับมองไปในจิตใจ อะไรทำนองนั้น คิดว่าถ้าแอเรนเห็นเบล น่าจะเห็นฟอร์เซเคนในมโนภาพของเบลเช่นกัน อารมณ์ผู้มองเห็นความจริงในปัจจุบัน ถ้าให้เดานะ
    #895
    0
  2. #813 bell1820 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:06
    เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นั่นภาพมโนของดีทริคหรืออะไร อ้ากกกกกกกกกืสงสัย อย่างนี้แอเรนก็...มีเวทย์มนตร์หรอ? โอเค เดี๋ยวไปอ่านต่อแล้วค่ะ55555555555555555
    #813
    0
  3. #656 pkps (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:57
    ย้อนมาเม้นตอนนี้ แงแงฃแแงงแฃแแง ยังไงเราก็ชอบดีทริคที่สุดอยู่ดี ฮืออออ ดราม่าบัลลังก์ว่างนี่ท่าทางจะมันส์ค่ะ โอยชอบที่สวดดดด โห้ยยยยยยยยย
    ตอนนี้มีภาษาเยอรด้วย อิอิ ชอบ คล้ายๆแต่ไม่เหมือน แฟชเตียนี่คืออะไรอะคะ หรือแบบ ดัดแปลงๆนิดหน่อย ๆ นั้ลลั้ค
    #656
    1
    • #656-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มีนาคม 2560 / 06:01
      มันแปลประมาณว่าฉันไม่รู้ภาษาxxx แต่ถอดเสียงจากกู๋ ฉะนั้นก็...
      #656-1
  4. #653 dogfonza (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:05
    ขอบคุณสำหรับตอนนี้ค่ะ อืม ตอนนี้เบลก็ยังเปลืองตัวตามเคยแฮะ แล้วก็กิลก็ไปอยู่กับซิกฮาร์ด?? จริงๆไม่อยากให้แยกเลยย สองคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วน่ารักดี *-* รอติดตามต่อค่ะ :)
    #653
    0
  5. #631 tingerbel (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 15:11
    เราสงสารหนูเบลเหลือเกิน บางทีก็โดนหลอก โดนหักหลัง ปั่นหัวจนไม่สามารถไว้ใจใครได้อีก ปรากฎส่านายจ้างใหม่ก็ทรยศ ตอนนี้กิลก็เรียกว่าไปอยู่อีกฝ่ายกลายๆแล้ว ส่วนนอร์แมนนี่เมื่อไหร่จะตายๆไปได้สักที นับถือเบลที่ควบคุมตัวเองได้ดีกว่าก่อนเยอะ ส่วนดีทริค งื้อออ พาร์ทก่อนจบนี่คือข่วงเวลาสามารถผิดและดูใจของคู่หลักใช่มั้ย แถมบอกรักนั่นมันอะไร ไม่ได้หลอกกันนะ แบบนี้เบลหวั่นไหวกันพอดี
    #631
    1
    • #631-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:50
      ยังมีอีกหลายตอน (?) ให้หาหลักฐานเสริมค่ะว่าดีทริคหลอกหรือเปล่า ระหว่างนี้ก็จะพัฒนาอากาเบลจากภาคแรกที่เป็นผู้เป็นคนสักที และภาคนี้ เท่าทันโลก (?) เสียทีค่ะ
      #631-1
  6. #621 bennett13 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 19:09
    ดราม่าแน่นอน
    ...เพิ่งดูFFXV พี่เอกแคสจบ อะไรๆก็แววดราม่า T^T
    #621
    1
    • #621-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:45
      FFXV นี่ แค่เห็นโฆษณานิชชินก็หยุดขำไม่ได้แล้วค่ะ 5555
      #621-1
  7. #620 meduzabencz (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 12:48
    อ๊ายยยย ช่วงตอนท้ายๆนี่มันอะไรกัน ฮือ ดีทริคจะฮอตร้อนแรงอะไรเบอร์นี้ แต่แอบขมนิดๆ เฮ้อ อ่านมานานๆเห็นปัญหาและอุกสรรคสิงคนนี้ ชักสงสัยจะจบแบบ happy end หรือ bad end
    #620
    1
    • #620-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:44
      จะจบแบบไหนคงต้องอุบอิบไว้ค่ะ การเดินทางยังอีกยาวไกล ; w ;
      #620-1
  8. #619 venelin (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 10:41
    ดีทริคซับซ้อนเกินไปแล้วชีวิตนาย
    #619
    1
    • #619-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:43
      อาจจะซับซ้อนเพราะฮีไม่ค่อยอธิบายน่ะค่ะ /เดี๋ยว
      #619-1
  9. #618 treetaporn (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 07:08
    ให้อภัยแล้ววว ดีทริค TT
    #618
    1
    • #618-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:43
      เพิ่งตอนที่ 9 เองนะคะ อย่าเพิ่งวางใจ (??)
      #618-1
  10. #617 Tira-me (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 00:11
    นาทีนี้ต้องดีทริคค่ะ ชูป้ายไฟ ดีทริคๆๆ ฮีมาทวงเบลคืน
    อุ๊ฟฟ รุสลานนี่ใครหราา 55555
    #617
    1
    • #617-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:42
      สงสารค่ะ ; - ; จะสู้อะไรเขาได้ไหมเนี่ยรุสลาน 555
      #617-1
  11. #616 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 22:48
    กรี้ดดด ตอนนี้ ให้ 80 คะแนนน(100) ดีทริค โอ้พระเจ้า !!! บทเจ้าจะดาร์ค เจ้าก็มาครบสูตร 555 ชอบจังเลยค่ะ พระเอกมันต้องงี้แหละ เถื่อน ซาดิสต์ ไวไฟ 55555 อ๊ายยย หนูเบล ระวังตัวน่ะลูก 5555

    ... ขออีกค่ะไรท์ รอบหน้าไม่ต้องหยุดน่ะ ^_^
    #616
    1
    • #616-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:42
      ทำแบบนี้อีกรอบหน้าคงโดนหนูเบลต่อยแล้วล่ะค่ะ 5555 อันนี้ได้เพราะเซอร์ไพรส์
      #616-1
  12. #615 bell1820 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 22:16
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก "ข้ารักเจ้า อากาเบล" อ้ากกกกกกกกกกกกก
    #615
    1
    • #615-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:39
      กรี๊ดเยอะ เดี๋ยวเส้นเสียงอักเสบนะคะ /ไม่ใช่
      #615-1
  13. #614 sidami (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 22:09
    รักจริง หรือรักหลอก รอดูกันต่อไป
    #614
    1
    • #614-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:38
      ดูสิ ดีทริค! แม้แต่คนอ่านก็ยังระแวงคำพูดนาย /โดนต่อย
      #614-1
  14. #612 bennett13 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 21:36
    ปัญหามาเพิ่มอีกละ ดีทริคคนไหนที่คุยกับเบลอยู่?(อันนี้สับสนมาก เล่นมีตั้ง3คนในร่างเดียว 2คนก็ว่าไปอย่าง) เบลจะรอดไหมเนี่ยยยย
    #612
    1
    • #612-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:37
      ก็มีหลัก ๆ แค่คนเดียวนะคะ (??)
      #612-1
  15. #611 nquark (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 16:23
    ขอบคุณมากครับ เข้มข้นจริงๆ
    #611
    1
    • #611-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:36
      ขอบคุณเช่นกันค่ะ ^w^
      #611-1
  16. #610 bell1820 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 18:42
    อ้าว...พันธสัญญายังไม่ขาดเหรอ แล้วราล์ฟโผล่มาได้ไง ปัญหาเพิ่มขึ้นอีกแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมชอบซิกฮาร์ดจังเลยยยยย แอร้ยยยย เป็นครั้งแรกที่เจ้าเรียกชื่อข้าในรอบ16ปี สองคนนี้ต้องเคยมีคดีด้วยกันมาก่อนใช่ไหม ติดตามค่ะ??
    #610
    1
    • #610-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 11:36
      จริง ๆ แล้วปัญหาอาจจะไม่เพิ่ม แค่ตัวละครโผล่มาเรื่อย ๆ ค่ะ ฮาาาา ซิกฮาร์ดกับกิลเบิร์ตต้องเคยเจอกันมาก่อนเนื้อเรื่่องแน่นอนค่ะ อาณาจักรใกล้เคียงกันน่ะเนอะ 5555
      #610-1
  17. #609 venelin (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 15:43
    โอย ซับซ้อน เกิดอะไรขึ้น
    #609
    1
    • #609-1 kachelya(จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2560 / 10:54
      หลายเรื่องเกิดจนทางเราก็ยังงง ถ้าไม่ได้เขียนแมพแยกไว้ 555
      #609-1