Draconic Chronicle

ตอนที่ 48 : IV-4 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60




4


            ‘ตามหาคนที่ชื่อรุสลาน อิลยูชิน… หรือเขาอาจจะมาหาเจ้าเอง’ จดหมายของมาธิลด้าเขียนทิ้งท้ายเอาไว้

ความหวังก่อตัวขึ้น นี่อาจจะเป็นทางออกที่เธอรอคอยมานานแสนนาน เสมือนแสงไฟท่ามกลางความมืดมิดที่มีแต่มาธิลด้าเท่านั้นที่สร้างได้ อากาเบลถามเร็วจัด

            “เจ้ารู้จักนาง เจ้ารู้จักมาธิลด้า เซลี่ นางพูดว่าอย่างไง?

            นางรู้วิธีแก้ไขปัญหาใช่ไหม อากาเบลพูดไม่ครบประโยค เธอสำลักน้ำลายตัวเองด้วยความร้อนรนเสียก่อน รู้ตัวอีกทีเธอก็กำลังเขย่าไหล่เค้นอาคันตุกะ พยายามหาคำตอบจากรูปลักษณ์ของเขา ไม่ปรากฏความคุ้นเคยใด ๆ บนใบหน้าของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ผู้ชายคนนี้—รุสลาน อิลยูชิน--ห่างไกลจากมาธิลด้า เซลี่เท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ทำไมนางถึงให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้? ถึงกับเขียนชื่อไว้ในจดหมายก่อนตาย แล้วทำไมเขาถึงเรียกเธอว่าปรีนเชสซ่า

            ปลายนิ้วปัดเส้นผมที่ปรกซีกหน้าข้างขวาของเธอออก อากาเบลกระตุกหนี

            “ทำบ้าอะไรวะ--”

            และก่อนที่จะซัดหมัดใส่อิลยูชิน ยาโรเมียร์ก็กระชากเธอออกทันที เขาปรามด้วยสายตาไม่พอใจอย่างยิ่ง ปากบุ้ยใบ้ด่าไม่มีเสียง จากนั้นจึงลากอาคันตุกะให้ไปนั่งบนเก้าอี้ในครัวที่เขาเพิ่งนั่งเมื่อครู่

            “ข้า… เอ… ข้าไม่รู้จักมาธิลด้า… เซลี่…”

            อิลยูชินพูดราวกับใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาดูตกตะลึงที่เกือบโดนชกตรงสันจมูก ถึงอย่างนั้นก็ยังกล้ามองเธอที่นั่งขบเขี้ยวฟันบนพื้น เน้นที่ใบหน้า – สำรวจผ้าปิดตาข้างขวาที่เธอคุ้นเคยจนลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้เธอเหลือดวงตาแค่ข้างเดียว เธอไม่ชอบ บางคนมักจะสนใจความพิกลพิการมากซะจนเหมือนเธอเป็นตุ๊กตาตั้งโชว์

อย่างเวลานี้

            “เอาล่ะ” ยาโรเมียร์กำคอเสื้ออิลยูชิน แล้วจับโน้มไปข้างหลังจนหลังกระแทกติดโต๊ะ เด็กหนุ่มยกมือยอมแพ้สูงชะลูด หน้าเบ้จากความเจ็บ “เจ้าเป็นใคร มาที่นี่ทำไม?

            “ทำไมรุนแรงกันจัง… พวกนั้นน่ะใกล้จะตามกลิ่นมาเจอแล้วนะ”

            สายตาของทั้งยาโรเมียร์และอากาเบลตวัดไปมองจดหมายบนโต๊ะทันที ตัวตนของมันพลันสร้างบรรยากาศหนักอึ้งขึ้นมาแทน หากโยนทิ้งออกไปนอกหน้าต่าง อย่างไรก็ขจัดความตื่นตัวและเคลือบแคลงที่เกาะกุมจิตใจไม่ได้อย่างแน่นอน อากาเบลจำเป็นต้องบังคับให้ตัวเองมองไปทางอื่น และเธอก็ต้องสบถที่ปะกับสีหน้าซีดเผือดของกิลเบิร์ต

            “เจ้าไม่มีหลักฐาน” ยาโรเมียร์ผลักอิลยูชินชนโต๊ะรุนแรง “ไปนอนเป็นเพื่อนหนูในห้องใต้ดินซะ—“

            “เดี๋ยว ๆ ยาโรเมียร์ วาซิลเยวิช ข้ามาที่นี่เพื่อเสนอทางเลือกอื่น!” อิลยูชินโต้ เหงื่อแตกพรึงเพริดกับการปฏิบัติที่ได้รับ “ทางออกอย่างไง ไปอยู่ที่อื่น – ที่ ๆ ไม่ต้องหลบซ่อนแบบนี้อีก”

            ข้อเสนอก้องกังวานในกระท่อม แล้วกิลเบิร์ตก็เผลอทบทวนคำว่า ‘ที่อื่น’ ออกมาดังเกินเหตุ นั่นกระตุ้นต่อมหาเรื่องของยาโรเมียร์กระมัง เพราะเขาเขย่าอิลยูชินเหมือนเขย่าถุงให้ของที่ติดก้นหลุดออกมา

            “ไอ้ที่อื่นนั่นมันที่ไหน คีเทียคฮ์?” เขาพ่นคำถาม “ใคร-ส่ง-เจ้า-มา?

            อิลยูชินเอามือพ่ายหลังสำรวจบริเวณที่คงระบมไปแล้ว เขาลองกระเถิบหนีให้คอเสื้อหลุดจากการจับกุม แต่ก็ไม่สำเร็จ “ท่านอดีตแม่ทัพ มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นอีก พวกเจ้าจะรอศัตรูตามมาเจอก่อนจริง ๆ หรือ รู้ไหม พวกนั้นจะใช้เวลาอีกอย่างน้อยหนึ่งวัน—หรือเร็วกว่านั้นอีกเท่าตัว—ถึงจะเข้ามาเจอกระท่อมหลังนี้ ได้โปรดตัดสินใจเถอะ ข้าอุตส่าห์รีบมาแล้ว และจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้าตรู่ด้วย ข้าไม่อยู่โดนจับอีกคนแน่”

            “มันใช่คนที่เจ้าเห็นในป่าหรือเปล่า เมื่อเช้านี้” อากาเบลถามยาโรเมียร์

            “เห็นข้าด้วย?” อิลยูชินตาโต “นึกว่าซ่อนตัวเนียนแล้วแท้ ๆ แต่ข้าไม่เห็นพวกเจ้าสักคนเลยนะ”

            เสียงเปิดเหล้าขวดใหม่ อากาเบลขมวดคิ้วใส่ยาโรเมียร์ที่กระดกดื่มเอา อีกมือยังจับอิลยูชินเอาไว้ เขาดื่มเหล้าจนหมดขวด อีกทั้งยังเมินเธอที่พยายามส่งสัญญาณว่าดื่มมากเกินไปแล้วคืนนี้ ทำไมวันนี้เขาดูฉุนเฉียวพิกล?

            “อย่าเปลี่ยนเรื่อง” เขาหัวเราะเสียงแหบ “ไอ้นี่มันมาโยนความเสี่ยงให้พวกเรา ไม่เห็นจะมีหลักฐานชัด ๆ ว่าศัตรูกำลังมาจริงหรือเปล่า และไอ้จดหมายนั่นก็คงเป็นแผนหลอกให้เจ้ากลัวเฉย ๆ โซโกลอฟ จดหมายน่ะถูกโปรยไปทั่ว และไอ้นี่ก็เป็นตัวล่อให้เจ้าไปเจอพวกแอเธลวินอีกที” เขายักคิ้วให้กิลเบิร์ตที่ยืนเงียบมาตลอด “เข้าใจใช่ไหม ท่านเจ้าชาย?

            “ข้าก็เสี่ยงเข้ามาตามหาพวกเจ้า” อิลยูชินเถียง “เสี่ยงจะโดนฆ่าปิดปากก่อนมีโอกาสเสนอทางออกน่ะนะ ถ้ายังไม่เชื่อใจกันล่ะก็ ข้าทราบดี และข้าก็มีเพียงคำสัญญาลมปากว่าจะไม่ให้เกิดอันตรายใด ๆ ต่อพวกเจ้า หรือ… จะไม่ให้เกิดอันตรายใด ๆ กับข้าก็ได้ พวกเจ้าดูกระทืบคนเก่งกว่าข้าอีก”

            ยาโรเมียร์เหมือนจะหัวเราะ แต่จู่ ๆ สีหน้าก็แปรเปลี่ยน เขาลดเสียงลง

“คายออกมาซะ หรือถ้านึกอยากจมกองเลือดตัวเองตาย ข้าก็ไม่ว่า” ก่อนจะพลิกตัวและเอาสันมือกระแทกหน้าอิลยูชิน คว้าหลังศีรษะให้อีกฝ่ายเอาปลายจมูกชิดโต๊ะ มือข้างที่ถือขวดยกขวดเหล้าขึ้น ปล่อยให้ของเหลวไหลผ่านปากขวดลงมาหยดใส่ทีละหยด – การทรมานเพื่อเค้นความจริงที่ยาโรเมียร์ชอบเล่ากำลังเริ่มขึ้น

เขาแทบไม่เคยพลาดในการขุดข้อมูล เขามักพูดอย่างนั้น

“ในประวัติไม่ยักจะบอกว่าป่าเถื่อนกันขนาดนี้” อิลยูชินหัวเราะเสียงแห้ง ยังยิ้มแป้นได้ “ยอมฆ่าข้าเพื่อที่จะได้อยู่ที่นี่ต่อ รอวันที่ศัตรูเดินมาจับไปประหารชีวิตจริง ๆ สินะ? อุตส่าห์หนีเอาตัวรอดมาได้ตั้งหนึ่งปี… และทั้ง ๆ ที่ยาโรเมียร์ วาซิลเยวิชกำลังตัดสินใจแทนพวกเจ้าสองคนแท้ ๆ”

            อากาเบลก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ตาจับจ้องรอวินาทีที่ขวดเหล้าจะเหวี่ยงลงมา บางทีเธออาจจะยับยั้งทัน—

            แต่ตอนที่ยาโรเมียร์ลงมือกระทำ กลับเป็นกิลเบิร์ตที่พุ่งมาห้าม เขาคว้าขวดเหล้าและดื้อดึงสู้สุดฤทธิ์

            “ข้าจะไป” เขาละล่ำละลัก “พะ-พวกเจ้าไม่ต้องตามข้า”

            ยาโรเมียร์ตาเขียวปั๊ด “ท่านเจ้าชาย มันไม่มีหลักฐานเรื่องศัตรู ไม่มี!”

            “ข้าขอโทษ ข้าทนอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตไม่ได้!” เขาหอบตะโกน ไหล่สั่นสะท้าน “ทุก ๆ วันข้าหายใจไม่ออก ต้องหวาดกลัวเสมอว่าจะโดนเจอตัวตอนไหนก็ได้ ในเมื่อเราอยู่ใกล้แอเธลวินขนาดนี้ แค่นิดเดียวเท่านั้นเอง ความจริงที่ว่าพวกมันสามารถลากตัวข้ากลับไปโดนตัดคอที่บ้านเกิดได้ภายในไม่กี่วันกลายเป็นฝันร้าย ขอร้องล่ะ ข้า… ไม่ไหวอีกแล้ว ข้าต้องการอยู่ในที่ ๆ จะไม่มีใครตามมาเจอ ที่ ๆ ห่างไกลพอจะ…”

            การยื้อเริ่มเอนเอียงโอกาสชนะไปหายาโรเมียร์ เขาฉีกยิ้มสยดสยอง แล้วเหวี่ยงกิลเบิร์ตล้ม “ที่ ๆ จะไม่มีใครตามมาเจอ ท่านเจ้าชาย? อา… บางทีท่านน่าจะลองฆ่าตัว—“

            อากาเบลชกโหนกแก้มซ้ายของยาโรเมียร์ เขาปล่อยทั้งกิลเบิร์ตและอิลยูชินทันพลัน ก่อนจะหันมากระชากคอเสื้อเธอ จับตัวกระแทกโต๊ะด้วยแรงที่มหาศาลพอที่ไม้จะหักครึ่งได้ มือนั้นขยับมากอบกุมลำคอตรึงติดกับพื้น มันบีบรัดหลอดลมจนเธอต้องแหงนหน้าพยายามคว้าอากาศหายใจ

            “ทำเหมือนข้าไม่ทรมานกับชีวิตแบบนี้!” เขาคำราม - กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง - แล้วปล่อยเธอ

            โต๊ะพังหนึ่งตัว เด็กสามคนไม่นั่งก็นอนแอ้งแม้งตามพื้นและโต๊ะ แต่ยาโรเมียร์กลับยังมีกระจิตกระใจเปิดเหล้าอีกขวดดื่ม คราวนี้เขาแทบจะเปลี่ยนทั้งกระท่อมให้ลุกเป็นไฟ ดวงตาวาวโรจน์ชวนเสียวสันหลังวาบ

“เป็นบ้ากันไปหมด!” เขาชี้หน้าด่าทีละคน “ดี เชิญเชื่อใครก็ไม่รู้ที่พวกเจ้าเพิ่งเจอเถอะ จากนั้นก็ไสหัวไปให้พ้นกระท่อมของข้าซะ! พรุ่งนี้เช้า ถ้าข้าตื่นมาแล้วยังเจอพวกเจ้าสักคน…”

            เขาลากเสียง สุดท้ายก็พูดไม่จบ จึงกระทืบเท้าเดินลงชั้นใต้ดินไป

            “ไอ้เวร” อากาเบลเค้นเสียงกรอด ๆ พลางนวดกล้ามเนื้อลำคอ เธอรู้สึกมาสักพักแล้วว่ายาโรเมียร์มีท่าทีแปลก ๆ ตั้งแต่อิลยูชินปรากฏตัว แต่ใครจะไปรู้ว่าเขาจะดื่มเหล้าจนสติหลุด แถมแทบจะบีบคอเธอตายต่อหน้ากิลเบิร์ต ไม่มีทางที่เธอจะตามไปเจรจาดี ๆ ด้วยแน่ กระท่อมคงพังเละไม่เหลือซาก

            เงาทาบลงมา กิลเบิร์ตที่เร่งคลานมาหาก้มมองอย่างตื่นตระหนก

            “ข้า-ข้าขอโทษ เจ้าต้องมาเจ็บตัว…”

            เด็กสาวปัดมือสื่อว่าไม่เป็นไร จากนั้นจึงเหล่มองอิลยูชินที่ไถลจากโต๊ะลงมานั่ง ท่าทางมึน ๆ “เป็นครอบครัวที่แปลกมาก แบบว่า… จะฆ่าแกงกันง่ายจัง” เขาบอก แล้วฉีกยิ้มเห็นฟันทั้ง ๆ ที่เหงื่อแตกพลั่ก เธอขมวดคิ้ว หมอนี่ก็ไม่ได้น่าเชื่อถืออะไรเลย แล้วข้อเสนอไปตรงใจกิลเบิร์ตได้อย่างไง

            “ข้าจะรีบไปจัดของ” กิลเบิร์ตกระซิบ “เบล ข้า-ข้าขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา”

            “เออ” อากาเบลหลับตาพ่ายแพ้ “ข้าจะไปด้วย”

            แม้แต่เธอเองก็ยังประหลาดใจที่พูดออกไปเช่นนั้น

เป็นเพราะธรรมชาติของมังกรที่รักความเสี่ยง เพราะไม่มีที่ให้ไปแล้วจริง ๆ หรือเพราะเธอยังเชื่อมั่นในมาธิลด้า เซลี่ – ในเวทมนตร์ของนางที่สามารถมองเห็นไปไกลในอนาคตได้? รุสลาน อิลยูชินต้องมีความหมายอะไรบางอย่าง แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ถอยไม่ได้แล้ว

            บางทีนี่อาจจะเป็นการดิ้นรนไถ่บาปของเธอ ช่างน่าขันสิ้นดีที่เธอพยายามช่วยให้มนุษย์คนหนึ่งมีชีวิตรอดต่อไป และหวังว่าการกระทำนี้จะเพียงพอลบล้างความตายของมังกรหลายสิบที่เธอสร้างได้

            อย่างไรเสีย หากมีอะไรผิดปกติในภายหลัง เธอจะฆ่าอิลยูชินแล้วพากิลเบิร์ตหนีเองก็ยังได้


#


ความรู้สึกเรือนรางหน้าประตูห้องนอน มีสองคนยืนอยู่ตรงนั้น เสียงกระซิบโต้เถียงรบกวนเขาเหมือนคลื่นน้ำ แต่เพราะปวดหัวจากอาการเมาค้างเกินกว่าจะลุกออกไปดูได้ เขาจึงได้แต่นอนนวดขมับ

            “…ยาโรเมียร์ ข้าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้เจ้าแล้วนะ”

จากนั้นก็เงียบไป

            และเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างสงบนิ่ง

กระท่อมวังเวงขัดกับวันวานที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง ไม่มีเสียงคนทำอาหาร ฝีเท้าเดินย่ำไปมา หรือสนทนาคุยกัน ว่างเปล่า ชั้นสองเหลือแต่เตียงสองเตียง ผ้าห่มพับเก็บไว้อย่างดีวางบนหมอน เสื้อผ้าไม่เหลือสักชุด ชั้นหนังสือที่ปกติจะโหลงเหลง มีเพียงเล่มสองเล่มก็เช่นกัน เขาเดินกลับลงมาชั้นล่าง หม้อใส่สตูว์เหลือค้างจากเมื่อวานเป็นคำบอกลาเดียว

            ยาโรเมียร์นั่งดื่มเหล้าเหม่อลอยอยู่หน้าเตาผิงไฟซึ่งฟืนมอดไหม้ไร้ความร้อนแล้ว ใบหูสดับฟังการเคลื่อนไหวของสิงห์สาราสัตว์ข้างนอก ลมพัด นกร้อง แต่หนึ่งในนั้นไม่มีอะไรบ่งบอกถึงมนุษย์

            ไปแล้วจริง ๆ

            ถึงเกลียดชังการตั้งรกรากอย่างไร เร่ร่อนท่องเที่ยวไปทั่วจะไม่สร้างความผูกพันธ์จนกลายเป็นดาบสองคมเช่นนี้

            สุดท้าย คำสอนของตระกูลก็ยังเที่ยงแท้ - ยาโรเมียร์ครุ่นคิดขณะเอนหลังพิงเก้าอี้ - มังกรสามารถบินท่องไปทั่วสารทิศของฟ้า ฉะนั้นเมื่อต้องอยู่ในร่างมนุษย์ ก็ไม่ควรจะให้วิถีของมนุษย์เข้ามาครอบงำ

            เขากวาดมองกระท่อมหลังนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจคว้าเสื้อคลุมมาสวม แล้วออกเดินเข้าไปในป่า

            การเดินทางเป็นไปอย่างไม่เร่งรีบ ส่วนหนึ่งเพราะยาโรเมียร์คาดหวังว่าจะเจอร่องรอยของการตั้งแคมป์หรือก่อไฟ เขาไม่เจอ ใจที่ขมุกขมัวเหมือนเมฆดำเหนือศีรษะก็ยิ่งทวีคูณ เด็กพวกนั้นไม่เลือกพักผ่อน ต่างจ้ำอ้าวหนีไปจากป่าแห่งนี้ เขาหัวเราะไม่เต็มเสียงใส่ตัวเอง จากนั้นจึงมุ่งไปอีกเส้นทาง ทอดทิ้งป่าอันคุ้นเคยไว้เบื้องหลังเช่นกัน

            อีกไม่กี่ชั่วโมงจะเข้าสู่ยามกลางคืน เมืองที่เขาส่งโซโกลอฟมาเมื่อวานยังพลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่เตรียมขังตัวเองไว้ในบ้าน ส่วนใหญ่ไม่สนใจเขา ทว่าบรรดายามต่างชะงัก คำสั่งหรืออะไรก็ตามถูกถ่ายทอดผ่านสายตาและสัญญาณมือ ตามกลิ่นกันได้เร็วจริง ยาโรเมียร์ตั้งใจไม่ปกปิดตัวเอง แต่ต่อให้ทำ พวกมันก็คงตรงมาขอตรวจ ฉะนั้นเขาจึงเดินลิ่วไปหาโรงเหล้าซึ่งชั้นบนมีโรงจำนำ

            หญิงสาวที่กำลังเทเหล้าใส่แก้วให้ลูกค้าเขม่นมองเขา แล้วรอยยิ้มหวานก็เจื่อนลงทันใด

            นางร้อนรนส่งแก้วต่อ ก่อนจะย่ำเท้าสั้น ๆ แต่เร็วหายไปข้างหลัง วินาทีที่ยาโรเมียร์นั่งโต๊ะข้างหน้าสุด ลูกค้าทั้งหมดในร้านก็ลุกพรวด พวกมันแทบจะวิ่งเหยาะ ๆ ออกจากร้านไป และในขณะเดียวกัน ฝีเท้าของกลุ่มใหม่ก็เดินเข้ามา

            เจ็ดคนนั่งประกบเขาทุกทิศ แต่มีเพียงสองคนที่นั่งใกล้เขาพอจนได้กลิ่นเย็นชื้นของป่าสนชัดเจน ยาโรเมียร์คว้าแก้วเหล้าที่ถูกทอดทิ้งทางซ้ายมือมาดื่ม ใครคนหนึ่งอ้อมโต๊ะมายืนตรงหน้าเขา ทำตัวประหนึ่งเป็นเจ้าของร้านที่จะแจกจ่ายเครื่องดื่ม ผิวสีน้ำตาลเข้ม ทรงผมโกนโล้นตั้งแต่ท้ายทอยไปเหนือใบหู เหลือเพียงบนกระหม่อมซึ่งสางไปด้านหลังแล้วมัดเป็นหางม้าสั้น ๆ ผ้าคลุมขนสัตว์สีดำสนิท เชือกสีฟ้าห้อยบนแผ่นอก ตรงนั้นปักตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์เอลไลเวิร์ธ – มงกุฎกับดาบสีทอง

            “กัปตันไวย์แมร์ คลาร์ก” อีกฝ่ายแนะนำตัวแข็งขัน

            คลาร์ก ยาโรเมียร์ทบทวน เขาจำอัศวินข้างกายเจ้าชายกิลเบิร์ตที่โดนระเบิดเละไม่เป็นชิ้นดีในสงครามศักดิ์สิทธิ์ได้ “อยากเสียสละเพื่ออาณาจักรเหมือนพ่อ?” เขากระเซ้า คู่สนทนาหน้าบึ้งทันที

            “นักโทษอยู่ไหน?

            “ไปแล้ว” ยาโรเมียร์ตอบอย่างไม่แยแส

            “เจ้าคิดจะ…”

“ไอ้หนู กรุณาเลิกเห็นว่าข้าเป็นหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดเสียที ข้าไม่ได้เสียเวลาเป็นปีเพื่อหลบ ๆ ซ่อน ๆ กลัวความผิด” เขาพูด “ทำเอาโหยหาชีวิตเก่า ๆ แทบแย่ แต่ก็เป็นหนึ่งปีที่ดี จริงไหม เพราะพวกเจ้ากำลังจะได้รู้ว่าใครอีกที่เกี่ยวข้องกับการล้มบัลลังก์พระเจ้าชาร์ลส์”

            สีหน้าของกัปตันเผยความไม่ตั้งตัว เขากลืนประโยคขู่เข็ญที่เตรียมมาลงคอ

            “มีคนมาพาพวกนั้นไป เจ้าอาจจะยังตามไปทัน” ยาโรเมียร์แย้มยิ้มของผู้ชนะ “และข้าพร้อมคาย หากเจ้าพาข้าไปพบกษัตริย์ หากข้าไม่เสียตำแหน่งและทุกอย่างที่ข้าทำมา เพียงเพราะเลือกที่จะสอดแนมศัตรูอย่างสมจริง”

            “เจ้าเฉลยออกมาง่าย ๆ” กัปตันไวย์แมร์ทัก

            “แล้วจะเล่นตัวไปทำไม รีบเข้าเรื่องไม่ดีกว่ารึ?

            กัปตันหนุ่มมองไปยังคนที่นั่งทางขวามือของยาโรเมียร์

“เป็นไปตามนั้น” เขาตกลง

            ทหารข้างหลังลุกพร้อมเพรียง เตรียมจะคว้ายาโรเมียร์ลากออกไป เขาแสร้งถอนหายใจอย่างที่คนสูงอายุมักจะทำเวลาต้องลุกยืนจนข้อต่อลั่น และยิงคำถามก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูดอีกสักพัก

“พวกเจ้าตามมาถูกที่ได้อย่างไร”

            “ทอง ของมีค่า” เสียงจากทางขวาเอ่ย “เฮเนวิงบันทึกทุกรางวัลที่เจ้าได้รับ”

            “อา… จริงหรือนี่” ยาโรเมียร์อุทาน ติดตามผ่านทรัพย์สินของเขา? หากโซโกลอฟอยู่ที่นี่ด้วย นางคงลงไปขำดิ้นบนพื้นใส่เขาแล้ว ‘คนที่ทิ้งร่องรอยจนพวกมันเดารูปแบบได้คือเจ้าต่างหาก’ เขาแทบจะได้ยินเสียงนางกรอกข้างหู

            แม้จะหงุดหงิดเฮเนวิงที่ไม่เคยกล่าวถึงเรื่องการบันทึก ทว่าความสนใจของเขากลับไปสุมรวมอยู่ที่คน ๆ เดียวที่ยังไม่ลุก อีกฝ่ายกำลังนั่งเท้าคางมองผนังตรงข้าม ยาโรเมียร์แอบตะลึงกับภาพลักษณ์ที่เต็มไปด้วยอำนาจ ไม่เหมือนสมัยที่ยังเป็นอัศวินไร้เกียรติ จะต้องสนิทสนมหรือได้ใจกษัตริย์องค์ใหม่ของแอเธลวินขนาดไหนจึงจะได้รับโชคลาภเพียงนี้?

ครุ่นคิดถึงวิธีล่าโชคลาภของตัวเองได้ไม่เท่าไรยาโรเมียร์ก็พลันจำสิ่งที่ตนค้นพบในกระท่อมเมื่อเช้าได้ จึงตะแคงหน้าบอกทหารใกล้กายให้ค้นกระเป๋าเสื้อเขา มีกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ในนั้น

            โซโกลอฟเขียนคำด่าหยาบคายนานา รวมถึง ‘ไปตายซะ’ และ ‘ข้าไม่กลับ’ ไว้ในกระดาษ—จดหมายดังกล่าว นางเขียนเสร็จ ปล่อยทิ้งไว้จนหมึกแห้ง แล้วจึงย้อนกลับมาเจอกระมัง ถึงขยำซะจนจดหมายกลายเป็นขยะดี ๆ ยาโรเมียร์เก็บมา – จัดการใช้นิ้วรีดให้สภาพไม่ทุเรศเกินไป – เพราะเขาคิดว่า มันน่าจะกระตุกต่อมใครบางคนได้ เขาแค่อยากเห็นคนโมโห เป็นความสนุกยามได้ปั่นหัวพวกเด็ก ๆ ทั้งหลายเล่น

            แต่แค่ไม่คิดว่าคนได้รับจะมองจดหมายด้วยสายตาที่เดาไม่ออก – ซึ่งไม่ใช่อารมณ์โกรธอย่างที่เขาหวัง -- พร้อมกับยิ้มอย่างพึงพอใจออกมา ราวกับว่ามันเป็นของขวัญล้ำค่าที่ดีงามยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก

            “นางเรียนการเขียน” ดีทริค เบลนเฮล์มพึมพำ พลางไล้นิ้วไปตามเนื้อกระดาษ “กิลเบิร์ตสอน?

            น้ำเสียงที่อ่อนลงทำให้ยาโรเมียร์ซึ่งผ่านเรื่องราวมานับไม่ถ้วนเข้าใจทันที

            เขาหน้าตึง จู่ ๆ ก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาที่เมื่อคืนเขาหยอกล้อโซโกลอฟเรื่องจดหมายของเบลนเฮล์ม ลามปามไปถึงตอนทะเลาะวิวาทชี้หน้าด่ากัน ทั้งแปลกและไม่คุ้นเคย ความหวงแหนที่เขาเองก็ยังเดาไม่ถูกว่าสาเหตุคืออะไรและมีความหมายอย่างไร กิลเบิร์ต เอลไลเวิร์ธเป็นเจ้าชายอ่อนแอเหยาะแหยะที่โชคดียังรอดชีวิตมาเรื่อย ๆ ส่วนอากาเบล โซโกลอฟคือมังกรหยิ่งยะโสน่ารังเกียจที่ยอมหักหลังพวกตัวเอง ทั้งสองเป็นลักษณะของคนที่เขาปฏิเสธ แต่—

            ยาโรเมียร์ลุกยืนทันใด “พาข้าไปได้แล้ว”

            คนหนึ่งเป็นมนุษย์ไม่มีค่า อีกคนเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของแลนจ์ โซโกลอฟ – ของผู้ที่เขาเกลียดแค้นลึกล้ำ

เขาไม่จำเป็นต้องสนว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #893 tingerbel (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 23:55
    ยาโรเมียร์คือวิญญาณพ่อเข้าสิง 555555
    #893
    0
  2. #811 bell1820 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:48
    โหย อยู่ๆก็รักยาโรเมียร์ขึ้นมาเลย คิดถึงดีทริ้คคคคคคคคคคค คือดีงามมากๆ คิดถึงไรท์ด้วยค่ะ คุณดีทริคออกมาพูดแค่สองประโยคแต่อีนี่ก็ละลายแล้ว 5555555555
    #811
    0
  3. #800 pkps (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 18:55
    เหมือนยาโรเมียร์เป็นพ่อจริงๆเลยค่ะดูมีหวงลูก(?) แงง คิดถึงดีทริคค เวอชั่นนี้ดีกรีความหล่อพุ่งมาก ๆ ๆๆ
    #800
    0
  4. #554 tingerbel (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 17:33
    ตอนนี้ขำแฮะ 555555 เบลจะรอดมั้ยเนี่ย ฟุ้งซ่านถึงดีทริคอยู่เรื่อย เอาให้ผ่านงานเลี้ยงนี้ให้ได้ก่อนเถอะ ยากกว่าภารกิจลอบฆ่ามากถ้านับกันแล้ว จะให้เบลเล่นตามแผนพูดสียงหวานเป็นกุลสตรีคงยาก แต่เดี๋ยว ดีทริคมีคู่หมั้นด้วย โอ้ววววววว นางเป็นใคร???? จะมีบททีหลังหรือเปล่า แล้วกลุ่มอัศวินที่เข้ามาในสเนียเซนีคือพวกดีทริคใช่มั้ย มาพบเอเมอรัลด์ทำไม? มันจะต้องเกี่ยวกับการตามหาเบลแน่ๆ
    #554
    1
    • #554-1 kachelya(จากตอนที่ 48)
      4 ตุลาคม 2559 / 21:15
      เหมือนตอบไปแล้ว แต่มันไม่ขึ้น ;w; เรื่องคู่หมั้นจะไม่ลงลึกมากค่ะ แต่น่าจะมีบทบาทต่อไปในอนาคต รอลุ้น+เฉลยไปพร้อม ๆ กับกลุ่มที่เข้ามาหาเอเมอร์รัลด์กันค่ะ เย่
      #554-1
  5. #553 pkps (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 21:58
    เฮนเรียตผู้นกตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม โถๆ
    เป็นไงคะชีวิตการสอบ เอมั้ย ไรรรรท์555555
    ปอลอ ดีทริคอ้างอิงมาจากเยอรมันป่าวค่ะ จักรวรรดิตะวันออกนี่คือแนวโฮลี่โรมันเอมไพร์ป่าว เราอยากรู้ (ทำตาปิ๊งๆๆๆ)
    #553
    1
    • #553-1 kachelya(จากตอนที่ 48)
      4 ตุลาคม 2559 / 21:04
      ลืมเรื่องสอบมิดเทอมไปค่ะ จะเป็นบ้า 555 ส่วนดีทริคก็ตามนั้นเลย เยอรมัน จักรวรรดิแห่งตะวันออก = holy roman empire แต่ในอนาคตเราคงแก้เล็กน้อย เพราะมัน rip off ยุคกลางเป๊ะไป แหะ ๆ
      #553-1
  6. #551 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 21:22
    เย้ ดีใจด้วยค่ะ สอบเป้นงัยบ้างค่ะ ทำได้หรือเปล่า คิดถึงค่ะไรท์
    #551
    1
    • #551-1 kachelya(จากตอนที่ 48)
      4 ตุลาคม 2559 / 21:01
      อย่าไปพูดถึงข้อสอบเลยค่ะ จะตาย 55555 คิดถึงเช่นกันค่า
      #551-1
  7. #550 nquark (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 20:12
    ขอบคุณครับบบ
    #550
    1
    • #550-1 kachelya(จากตอนที่ 48)
      4 ตุลาคม 2559 / 21:01
      ขอบคุณเช่นกันค่าาา
      #550-1