Draconic Chronicle

ตอนที่ 47 : IV-3 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    11 พ.ย. 60




3


            มันไม่จริง

แม้จะพยายามโน้มน้าวไม่ให้ความเชื่อสั่นคลอนด้วยประโยคนานาอย่าง อากาเบลก็รู้ว่าเธอกำลังหลอกตัวเอง การกระทำของเธอสื่อเช่นนั้น แต่ละย่างก้าวในเมืองคือความทรมาน อัดแน่นไปด้วยความต้องการที่จะวิ่งแทบแย่หากไม่ติดว่าผู้คนจะสงสัย และเมื่อกระโจนเข้าป่าสำเร็จ เธอก็ไม่เคยบินกลับกระท่อมจนเกินกำลังเท่าตอนนี้ จนปีกอ่อนล้าและกล้ามเนื้อเหน็บช้าไปทุกอณู

อากาศหนาวสั่น ลมหายใจเป็นไอหิมะ ทว่ากายของเธอกลับร้อนระอุ

จะทำอย่างไรหากพวกแอเธลวินบุกมาถึงถิ่นแล้ว? เธอไม่สามารถหยุดยั้งจินตนาการอันเลวร้ายของตัวเองได้เลย มันก่อสร้างอย่างมีสีสัน เสียงกรีดร้องของกิลเบิร์ตที่ถูกลากตัวไปรับโทษประหารที่อาณาจักรแอเธลวิน ภาพปรักหักพังของกระท่อม ไฟมอดไหม้ป่ารายล้อม เธอแทบได้กลิ่นเหม็นหืนของเพลิง แทบเห็นสะเก็ดไฟสีส้มอมฟ้าลอยละล่องในอากาศราวกับเกสรดอกแดนดีไลออน

ไม่ อากาเบลอ้อนวอน และเธอก็ต้องขบกรามอย่างแรง พระเจ้าของเธอไม่ใช่ราชามังกรอีกต่อไป

ฝูงนกซึ่งหลับใหลบนยอดไม้พากันร้องเซ็งแซ่เมื่อโดนแรงลมจากการกระพือปีกอัดใส่ อากาเบลหอบหายใจเฮือกใหญ่ทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้นดินข้างล่าง เธอถลาจะล้ม ทว่าไม่หยุดพัก ไม่รอช้า เธอวิ่งไปข้างหน้า

ทุกอย่างเงียบสงบอย่างรวดเร็ว กระท่อมสองชั้นตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา มันกลืนหายไปกับความมืด มีจุดสังเกตเพียงแค่แสงไฟที่ลอดผ่านขอบหน้าต่างและประตูที่ปิดสนิทออกมา แม้จะจางแสนจางและลึกลับโดดเดี่ยวในป่าแห่งนี้ มันกลับกลายเป็นความโล่งอกมหาศาลที่ช่วยขจัดความคิดเลวร้ายก่อนหน้าไปจนหมด

อากาเบลชะลอขา พลางทาบหน้าผากกับบานประตู

เธอเคาะประตูเป็นจังหวะเจ็ดครั้ง

ไม่มีใครตอบรับ และทันใดนั้น

“สองปีก สองขา แหลมคมและดุร้ายราวกับเสือ เร้นกายได้แนบเนียนราวกับทะเลทราย?”

            เด็กสาวกลอกตา แต่ก็ตอบกลั้วหัวเราะ “เนสเตอร์”

            “ตามขุนเขาและหุบผา ล้อมรอบด้วยผืนป่าโดดเดี่ยว นามเดียวกับปุยนุ่นอันหนาวเหน็บ?”

            “สเนียเซนี่”

            “อาโซโกลอฟตัวจริง”

            ยาโรเมียร์แง้มประตูเปิด หนวดเคราและเส้นผมย้อมสีส้มแดงจากแหล่งไฟด้านใน อากาเบลเดินเข้ามาพบกิลเบิร์ตนอนกอดผ้าห่มอยู่ข้างหน้าเตาผิงไฟ เขาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเมื่อโดนเธอใช้ปลายเท้าสะกิดขา สีหน้างัวเงียพลันแจ่มใสทันที เขาทำท่าจะลุก แต่สุดท้ายก็ได้แต่ส่งเสียงงึมงำ “กลับมาแล้วเหรอ มีสตูว์เหลือนะ” ก่อนดวงตาสีเขียวจะปรือลง และก็หลับไปทั้ง ๆ อย่างนั้น

            คำว่า บ้านแผ่ซ่านความอบอุ่นไปทั่วแผ่นอกอย่างบอกไม่ถูก

            “ไล่ให้ไปนอนข้างบนแล้วก็ไม่ไป” ยาโรเมียร์บอก เขาโยนควาสส์ให้อากาเบล จากนั้นจึงทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ในครัว มือแบรอรับถุงเงินเหมือนรอเงินเดือน ทำลายบรรยากาศดี ๆ ไปจนหมด “ทำไมเหงื่อท่วมตัวมาแบบนั้น?”

            เด็กสาวถอดเสื้อคลุม เก็บจอบ แล้วยื่นทั้งถุงเงินและจดหมายให้

            ยาโรเมียร์ วาซิลเยวิชก็คือยาโรเมียร์ วาซิลเยวิช เห็นเธอท่าทางจริงจังแปลก ๆ แถมยังมีของอย่างอื่นติดตัวมาด้วย เขาก็เลือกที่จะนับเงินก่อน ดื่มเหล้าไปนับไปด้วยความพึงพอใจ พอไม่เห็นว่าสักเหรียญหายไป เขาก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เธอ “ในที่สุดเจ้าก็เลิกเป็นเด็กดื้อด้านสักที” เธอไม่ยิ้มตอบ เขาก็ไม่สน

            “แล้วจดหมายนี่มันอะไร?”

            เขาเปิดอ่าน ก่อนจะเลิกคิ้วทั้งสองข้างขึ้น

            “โว้ว โซโกลอฟ” เขาตีจดหมายกับโต๊ะ จะยิ้มจะค่อนแขะก็ไม่เชิง “สามีมาตามกลับบ้าน?”

            “ตลกล่ะ” อากาเบลกดเสียงต่ำ โดนต่อว่าว่าเป็นเด็กทรพียังไม่น่าเคืองเท่าบอกว่าฟอร์เซเคนมีความสัมพันธ์อะไรที่มากกว่าศัตรูกับเธอ “ไอ้จดหมายเวรนี่เกี่ยวกับทองแท่งของเจ้า พวกมันตามมาเจอเราได้อย่างไงหา?!

            “เจอเรางั้นเรอะ?”

            “อย่าเฉไฉไปหน่อยเลยเหอะ ต้องรอให้พวกมันถีบประตูเข้ามาก่อนรึไง?!

            วี่แววหยอกล้อเมื่อครู่ไม่หลงเหลืออีก บรรยากาศกลับกลายเป็นอึดอัดและกดดันจนแทบจะมีตัวตนให้รู้สึกได้ ต่างฝ่ายต่างประสานตาพร้อมหาเรื่องวิวาท ไม่มีใครยอมแพ้หลุบมองไปทางอื่น ยาโรเมียร์กระดกดื่มเหล้าข่มขู่ พลางยื่นจดหมายคืนให้อากาเบล เธอโต้ตอบโดยไม่รับ ปล่อยให้มันนอนแอ้งแม้งไร้ความสนใจบนโต๊ะ

            “ใจเย็น โซโกลอฟ เรายังมีเวลา” เขาบอก “เจ้ามั่นใจว่ามันเป็นจดหมายของเบลนเฮล์มจริง ๆ?”

            “ข้ามีลายมือของมันให้เทียบ”

            “อาจจะมีจดหมายแบบเดียวกันนี้ถูกโปรยไปทั่ว รอหาโอกาสแจ๊กพ็อตให้เจ้าตื่นตูม”

            “และมันก็ทำสำเร็จ” อากาเบลเงยหน้าหัวเราะขมขื่น “จะไม่ตื่นตูมได้อย่างไงวะ เมื่อเช้าเจ้าบอกกับข้าเองด้วยซ้ำว่าเจ้าเห็นคน! เจ้าให้ข้าเข้าเมืองไปเอาเงินเพื่อเตรียมเปลี่ยนที่อยู่! ยังไม่นับลูกค้าของตระกูลคามินสกี้อีก! ฟังนะ เจ้าจะรอพวกมันบุกมาจับก็ทำไป ตามสบายใจเจ้า แต่กิล

            “ข้าก็ไม่ได้เปลี่ยนใจนี่ โซโกลอฟ” ยาโรเมียร์พูดแทรก “ลองตั้งสติสักครั้งหน่อยเถอะ เจ้าน่ะ”

            คล้ายกับทุกอย่างเป็นใจให้เธออาละวาดมันตรงนั้น คำพูด ท่าทาง สถานการณ์ หรือแม้กระทั่งความเหนื่อยอ่อนของร่างกายตัวเอง ทั้งหมดเร่งโทสะให้เดือดดาลจนทางออกเดียวที่เธอคิดได้คือทุบโต๊ะตรงหน้าให้หักเป็นสองท่อน หน้าผากของอากาเบลตึงและปวดร้าว ความเครียดทวีคูณจนเส้นเลือดเต้นตุบ ๆ เธอเริ่มหายใจถี่ มือไม้สั่นสะท้าน

            จะให้เธอใจเย็นได้อย่างไร? ความสงบสุขตลอดหนึ่งปีกำลังจะพังทลายลง อันตรายกลับมาอีกครั้ง และยิ่งแย่ไปกว่านั้น เพราะเธอลบประโยค กลับมาออกไปจากหัวไม่ได้ มันฝังลึกลงไปในความทรงจำ ดึงเอาน้ำเสียงของฟอร์เซเคนที่เธอเคยได้ยินมาประกอบ ยาโรเมียร์อาจไม่ทันสังเกต แต่ตอนนี้เธอคิดว่าเธอกำลังจะเป็นบ้า เสียงใกล้เหลือเกิน

            “กลับมาหาข้า อากาเบล”

            อยู่ตรงข้างหูเธอเท่านั้น เหมือนกับมีคนยืนอยู่ข้างหลังจริง ๆ ลมหายใจร้อนเป่าใส่ขมับ ปลายจมูกคลอเคลียกับเส้นผม เมื่อเธอหลุบตาต่ำ ก็เห็นฝ่ามือสวมถุงมือสีดำค่อย ๆ ไล่จากแขนเธอลงมา ทาบกับหลังมือแน่นหนา แล้วแทรกนิ้วเข้ามาในช่องนิ้วของเธอ สัมผัสของเนื้อผ้าชัดเจนอย่างน่าใจหาย เธอขยับหนีไม่ได้ ร่างกายแข็งค้าง

            “หากมีใครกำลังมาทางนี้ ข้าต้องได้ยิน” เสียงของยาโรเมียร์ดังแหวกภวังค์

            ร่างที่ยืนแนบแผ่นหลังหายวับไป อากาเบลกะพริบตา ก่อนจะรับขวดเหล้าขวดใหม่ที่อีกฝ่ายโยนให้

            “ดื่ม” เขาฉีกยิ้ม “ถ้าต้องต่อสู้คืนนี้จริง ๆ มังกรสองตัวอย่างเราน่าจะเอาไหว”

            อากาเบลอ้าปาก หุบปาก แล้วขมวดคิ้ว สับสนจนหยุดสติแตกในฉับพลัน

            “ข้าเลิกดื่มแล้ว”

            “งั้นก็เริ่มดื่มใหม่คืนนี้ ว่าอย่างไง?”

เหล้าขวดที่เท่าไรแล้ว? ไม่รู้ว่าหากยาโรเมียร์ดื่มเหล้าเยอะ ๆ จนเมาแอ๋ ความสามารถในการได้ยินของเขาจะยังทำงานได้ดีอยู่หรือเปล่า เธอช่วยเขาไม่ได้ด้วยเรื่องนี้ มันเป็นความสามารถที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของมังกรก็จริง การได้ยินระยะไกลและการมองเห็นในความมืด ทว่าสำหรับอากาเบล ตั้งแต่ค้นพบว่าตัวเองกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ เธอสูญเสียแทบทุกประสาทสัมผัสของมังกรไปแล้ว

ก็มังกรพิการดี ๆ นั่นแหละ

            ฟืนปะทุในเตาผิงไฟ กิลเบิร์ตกรนเบา ๆ พลางพลิกตัวนอนตะแคง

            ความเงียบเข้ามาสานต่อแทนบทสนทนาก่อนหน้า เด็กสาวมองยาโรเมียร์จิบเหล้าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักพัก ให้ความตื่นตระหนกหายไปจนหมดสิ้น ตั้งสติ เขาบอกเอาไว้ เธอจึงย้อนคิดกลับไปยังยามเช้าที่แล่กระต่าย ระลึกถึงการแจ้งเตือนของเขา บางอย่างสะกิดใจ เธอจึงวางขวดเหล้าไว้บนโต๊ะตัวเล็กข้างประตูกระท่อม

            “เพราะเป็นผู้ใหญ่คนเดียวในนี้ เจ้าเลยพยายามทำตัวเป็นพ่อใช่ไหม” เธอถาม

            อีกฝ่ายถอนหายใจเฮ้อ “ข้าไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีลูก จะไปรู้เรอะว่าต้องทำตัวเป็นพ่ออย่างไง”

            ทั้ง ๆ ที่เขาก็ดูอายุเยอะพอสมควร เรือนผมและหนวดเคราเริ่มมีสีขาวแซม ซึ่งเธอเดาว่าน่าจะมาจากความเครียดที่สะสมมายาวนาน แต่กลับไม่เคยปักหลักปักฐานอย่างจริงจัง แน่นอนว่าใบหน้าของยาโรเมียร์มีร่องรอยของอายุตรงหางตา ถึงเขาจะไม่เคยบอกจริง ๆ เธอก็พอเดาออกว่าเขาน่าจะอายุประมาณสี่สิบปีได้ จะเข้าวัยกลางคนแล้ว แต่เชื่อเถอะ เขาหาคู่ได้

            เรื่องนั้น เธอไม่มีปัญหา แล้วทำไมเขาถึงปฏิบัติตนเป็นพ่อให้กับเธอและกิลเบิร์ตโดยที่เขาไม่รู้ตัว?

            อากาเบลหรี่ตาลง “เจ้าพยายามไม่ให้ข้ากับกิลเบิร์ตกังวลเกินเหตุ”

            “เหอะ ครั้งสุดท้ายที่เจ้ากังวลเกินเหตุ เจ้ากรีดร้อง ข่วนตัวเอง และถีบเตะทุกอย่างที่ขวางทาง”

            มันก็ถูก เธอยอมจำนนกับคำตอบนั้น แต่นั่นมันสมัยที่เธอเพิ่งมาอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังนี้นี่ อย่างน้อยในตอนนี้ หรือเมื่อครู่ เธอไม่ได้ลงไปดีดดิ้นบนพื้นอย่างกับปลาขาดน้ำอย่างกราดเกรี้ยวอีกแล้ว

            “แต่มันก็เป็นสิ่งที่พ่อเขาทำกันใช่ไหมล่ะ?” เธอถาม

            “เรอะ? รวมถึงพ่อของเจ้าด้วย?”

            อากาเบลเชิดหน้าไปทางอื่น พลางสูดลมหายใจลึก

            “เจ้าใส่ใจข้ากับกิลเบิร์ตพอที่หากมีเรื่องแย่ ๆ กำลังจะเกิดขึ้น เจ้าจะพยายามทำให้พวกข้าเตรียมพร้อมรับมือ แทนที่จะบอกไปเลย แล้วปล่อยตามเวรตามกรรม” เธอเน้นทีละคำ “เจ้าได้ยินว่ามีคนกำลังมาทางนี้ ใช่ไหม--

            เสียงเคาะประตู - แผ่วเบา และลองเชิง

            อากาเบลตัวเย็นวาบ ราวกับลมหายใจโดนสูบออกไปจากปอดจนหมด

            เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ยาโรเมียร์สั่นหัวกลั้นหัวเราะ

            “ถึงบอกว่ามีเวลาเหลือเฟือไงเล่า โซโกลอฟ” เขากระซิบ “เราสองคนถ่วงเวลาได้เยอะอยู่แล้ว”

            ท่าทางไม่กังวลที่ถูกค้นพบสักนิดทำให้อากาเบลละอายที่ตัวเองตกใจ เธอเพยิดหน้าไปทางประตู “มีคนเดียว?”

            “คนเดียว”

            “งั้นแค่ข้าก็น่าจะพอแล้ว” เธอบอก

--แล้วผลักประตูเปิด ก้าวขาออกไปเผชิญกับลมหนาว พลันคว้าผู้มาเยือนในเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่ตรงบ่า

น่าจะเป็นผู้ชาย ทั้งตัวสูงกว่า และเสียงอุทานตกใจอู้อี้ใต้ผ้าปิดปากก็แนะนำอย่างนั้น เขาสู้แรงเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย โดนกระชากทีเดียวก็เกือบจะไถลกลิ้งไปกับพื้นกระท่อม ยาโรเมียร์รับหน้าที่ปิดประตู ส่วนเธอตามไปนั่งตรึงอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญ โดยเอาเข่าข้างหนึ่งกดตรงลำคอเขา อีกข้างทับขาเอาไว้ไม่ให้หนีได้

ความวุ่นวายปลุกกิลเบิร์ตให้ตื่นขึ้นมา และเมื่อเขาเห็นเธอนั่งคร่อมอาคันตุกะที่ยกมือสองข้างยอมแพ้ มียาโรเมียร์เตะขาจนร้องโอ๊ยลั่น เขาก็กระเถิบหนีเข้าหาเตาผิงไฟอลหม่าน

            “กะ-เกิดอะไรขึ้น?!

            “มีคนจุ้นจ้านอยากเจอเราเฉย ๆ ท่านเจ้าชาย” ยาโรเมียร์ตอบขณะเปิดกางเกงของอาคันตุกะบริเวณที่โดนเตะดู “ไม่มีเกล็ด เป็นคนธรรมดา” จากนั้นจึงลูบมือตามหาอาวุธอย่างว่องไว เขายืนยันกับเธอว่าหมอนี่ไม่พกอะไรมาป้องกันตัวเองเลย “เอ้อ ท่านเจ้าชาย ไปนั่งกินสตูว์ตรงนู้นไหม”

            กิลเบิร์ตพยายามดึงปลายผ้าห่มที่ศีรษะของอาคันตุกะทับอยู่ออก “ขะ-เขาเป็นใคร?”

            “กำลังจะรู้” อากาเบลพูด พลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาที่เธอยังไม่ได้รวบผม “ใครส่งเจ้ามา

            “โซโคโลว่า* ข้าไม่ใช่ศัตรูของเจ้า”

(*Sokolof – Sokolova ถอดเสียงอีกแบบ)

            จินตนาการของเธอโยงเสียงออกจะทุ้มนั้นกับฟอร์เซเคนทันที ทว่าสำเนียงคนละโยชน์ช่วยบอกว่าคน ๆ นี้ไม่ใช่มัน ยังไม่นับการเรียกนามสกุลของเธอว่าโซโคโลว่าอีก - นามสกุลของผู้หญิง - มีอยู่อาณาจักรเดียวจักรวรรดิเดียวที่เป็นรากฐาน ถ้าจริง แล้วทำไมถึงเดินทางไกลแสนไกลจากที่นั่นมาหาเธอ

จดหมายสุดท้ายของมาธิลด้า เซลี่ผุดขึ้นมาในความคิด

            อากาเบลดึงฮู้ดพร้อมกับเลิกผ้าปิดปากอีกฝ่ายลงทันที ก่อนจะพบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ มันสว่างจนระเรื่อด้วยสีทอง โครงหน้าชาวต่างชาติ--แบบยาโรเมียร์ ผิวขาวแต่ไม่ซีดเซียว มีร่องรอยตากแดดจัด ๆ ปรากฏ เส้นผมสีดำสนิทยาวละต้นคอ บางส่วนแนบกับเหงื่อบนหน้าผากของเขา อายุน่าจะใกล้เคียงกัน สิบเก้าปี? ยี่สิบปี?

            จะเป็นคำตอบไหน นี่ก็กลายเป็นหนึ่งในปริศนาไปแล้ว

            เพราะสาเหตุที่เธอสามารถอาศัยอยู่ที่นี่ในป่าซึ่งชุกชุมไปด้วยนักล่าสูงสุดของหวงโซ่อาหาร--ได้อย่างผาสุข นั่นเพราะสัตว์ป่าอันตรายทั้งหลายไม่กล้าเข้าใกล้บริเวณเลยต่างหาก พวกมันได้กลิ่นสัตว์ที่อันตรายกว่า และมนุษย์ธรรมดาไม่มีทางรอดจนมาเจอสถานที่แห่งนี้ได้

แล้วเป็นไปได้อย่างไงกัน?

            ยาโรเมียร์ซึ่งยืนเฝ้าระวังตรงประตูกระท่อมกระแอมไอเรียกสติอากาเบล เขาสำรวจผู้มาเยือนจากหัวจรดเท้าแล้วก็ดูงงงวยเช่นกันว่าต้องโชคดีอีท่าไหน ถึงอวัยวะยังครบทุกส่วน ไม่กลายเป็นอาหารของหมาป่าไปเสียก่อน

“เจ้าเป็นใคร” เขาถาม

อาคันตุกะผงกหัวทักทาย พลางยิ้มกว้างไม่สนใจสถานการณ์

            “รุสลาน เซียร์เกเยวิช อิลยูชิน” เขาพูด จงใจมองแต่เด็กสาว “ยินดีที่ได้รู้จัก ปรีนเชสซ่า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #892 tingerbel (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 23:46
    สวัสดีพระรอง 5555555555
    #892
    0
  2. #552 pkps (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 21:50
    กลับมาแล้วววว อุ๊ยยยยตอนนี้อิลยูชินมาแรงมากเลยอ่านแล้วเอ็นดู5555 ชอบจังเลยค่ะอ่านแล้วเหมือนนั่งเดาว่าประเทศสมมติพวกนี้จริงๆอยู่แถวไหน ตอนนี้น่าจะอยู่แถวๆยุโรปตะวันออกไม่ก็แถวโซเวียตแน่เบยยย มีKvasกับอิซุปบอร์ชสมรณะนี่ด้วย ชอบค่ะเหมือนยุคกลางเลย อาซีมุสนี่ก็อารมณ์โฮลี่โรมันเอมไพร์ไล่ให้คนเขาเปลี่ยนศาสนาตามไปทั่วแหงเลย สนุกมากค่ะไรท์ รักนะจุ้บๆ ตอนนี้ทั้งเด็กดีเราตามเรื่องคุณคนเดียวนะเนี่ย5555
    #552
    2
    • #552-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      4 ตุลาคม 2559 / 21:03
      ในเนื้อเรื่องตอนนี้ก็อยู่แถว ๆ ยุโรปตะวันออกอย่างที่ท่านบอกค่า แต่เป็นเชิงอังกฤษ + โปแลนด์ ดีใจที่ท่านติดตามเรื่องนี้ค่ะ เขิน 5555
      #552-1
    • #552-2 pkps(จากตอนที่ 47)
      4 ตุลาคม 2559 / 22:20
      สนุกมากเลยค่ะ ฮือ ๆ ชอบเดาเรื่องแนวๆนี้
      #552-2
  3. #549 maneemuk (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 16:33
    รอค่ะไรท์...มีเรื่องสงสัยเยอะแยะเลยย
    แต่เราจะไม่เดารอไรม์มาเฉลยยย
    สู้ๆกับการสอบนะค่ะ ????????????
    #549
    1
    • #549-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      1 ตุลาคม 2559 / 16:42
      เดี๋ยวก็ค่อย ๆ เฉลยไปทีละปมสองปมค่ะ ^q^
      #549-1
  4. #547 tingerbel (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 13:09
    สัมผัสถึงความกวนของรุสลาน มะ ไม่ เราจะไม่จิ้น เรามีแต่ดีทริคเท่านั้น แสดงว่านายโรมันนี่ไม่ใช่หัวหน้าใหญ่จริงๆหรอก มันยังมีหัวหน้าของหัวหน้าใหญ่อีกที คนๆนั้นต้องบทบาทสำคัญแน่ๆ
    #547
    1
    • #547-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      1 ตุลาคม 2559 / 16:41
      รอเฉลยค่ะว่าใครเป็นบอสใหญ่ XD
      #547-1
  5. #546 venelin (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 21:51
    นึกภาพอากาเบลในงานเลี้ยงออกอยู่ แต่คิดว่าคงไม่ใช่ภาพเดียวกับที่พวกนั้นคิดแน่
    #546
    1
    • #546-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      1 ตุลาคม 2559 / 16:40
      คงไม่เป็นเลดี้ 100% สินะคะ 555
      #546-1
  6. #544 nquark (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 13:17
    ขอบคุณครับ ขอให้ผ่านพ้นช่วงสอบไปได้พร้อมเกรดงามๆ รีเควสตอนนี้นึกไม่ออก ขอแปะไว้ก่อน ;w;
    #544
    1
    • #544-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      20 กันยายน 2559 / 10:34
      ขอบคุณค่า จะตั้งใจอ่านหนังสือ TvT
      #544-1
  7. #543 bennett13 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 10:31
    กิลถ้าไม่มีเบลคงตายตั้งแต่ยังไม่แตะหน้าประตูละ...
    #543
    1
    • #543-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      20 กันยายน 2559 / 10:34
      จริง ๆ กิลเบิร์ตก็สู้คนได้นะคะ แต่เล่นทริคแพลง ๆ แบบอากาเบลนี่ไม่ ฮาาา
      #543-1
  8. #542 tanyao123 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 00:03
    holyshet midterm crisis LUL
    #542
    1
    • #542-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      20 กันยายน 2559 / 10:33
      midterm (and final) = purgatory ka lmao
      #542-1
  9. #541 tingerbel (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 23:05
    อยากวาดแฟนอาร์ตดีทริคมาก แต่ไม่ว่างเลย ถ้าว่างจะวาดมาให้นะไรต์ เรากลัวอิลยูชินมาก เพราะเค้าหล่อ 5555 กลัวหวั่นไหว แล้วทำไมถึงเรียกเบลว่าปริ้นเซซซ่าล่ะคะ? เจ้าหญิงเหรอ? รอเฉลย จะไม่เดาอะไรทั้งนั้น เมื่อไหร่ดีทริคจะออกนะ ค่าตัวแพงเหลือค่ะสุดหล่อออกแต่ชื่อสี่ตอนแล้ว และมีวี่แววว่าจะออกแค่นี้ไปเรื่อยๆ //สำหรับเรา เราว่าเรื่องนี้มีแบล็คกราวคือแถบยุโรป ตอนสมัยยุคกลางช่วงนั้น เพราะมันให้อารมณ์แฟนตาซีดีทั้งอัศวิน พ่อมด แม่มด ศาสนา เราว่าพื้นฐานตัวละครส่วนหนึ่งในเรื่องนี้จริงๆคงเป็นคนเยอรมันแน่ๆ
    #541
    1
    • #541-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      20 กันยายน 2559 / 10:32
      แค่บอกว่าจะวาดแฟนอาร์ตให้ก็ดีใจมาก ๆ แล้วค่า ฮาาา XD ดีทริคก็ค่าตัวไม่แพงมากหรอกค่ะ นี่แค่สี่ตอนเอง ยังไม่เท่าอิลยูชินที่โผล่แต่ชื่อทั้งเล่มแรก (?) อดใจรอนิดนึงงง

      ปล.เรื่องนี้ก็มีพื้นฐานจากยุโรปอย่างที่ท่านบอกเลยค่า แต่คนเยอรมันมีคนเดียว (และน่าจะเด่นชัดด้วย) ที่เหลือเป็นอังกฤษ โปแลนด์ แล้วก็ชาติอื่น ๆ ผสมกันไปค่ะ
      #541-1
  10. #540 bell1820 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 22:06
    เราก็จะสอบและก็เป็นหวัดเหมือนกัน แค่กๆ พิมพ์ไปไอไป น้ำมูกก็ไหล เป็นหวัดช่วงสอบตลอด อูย อ่านตอนนี้นี่ลุ้นมาก ยิ่งตอนที่กิลเบิร์ตบอกว่า ผมทอง ตาฟ้า ผิวขาว ชุดดำ นี่แทบตบโต๊ะ โถ่! พ่ออิลยูชินโผล่มาทำไมคะ555555555555555 ติดตามค่า หายหวัดไวๆนะไรท์(เราก็เหมือนกัน55555)
    #540
    1
    • #540-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      20 กันยายน 2559 / 10:29
      เป็นหวัดตอนจะสอบนี่ทรมานสุด ๆ เลยค่ะ TvT ขอให้หายไว ๆ นะคะ! สำหรับตอนนี้ แอบเสียดาย xD แต่กิลเบิร์ตยังไม่เคยเห็นหน้าตาของอิลยูชิน ก็เลยคิดว่าตาสีทองเป็นผมสีทอง ฮาาา
      #540-1
  11. #538 venelin (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 21:05
    ง่า ตั้งใจสอบนะคะ ดูแลสุขภาพด้วย ถ้าน็อกไปจะแย่
    โดยส่วนตัวไม่มีไรมากแค่อยากเห็ดีทริค แค่ดีทริคนะ พี่น้องโรคจิตนี่ไม่เอา
    #538
    1
    • #538-1 kachelya(จากตอนที่ 47)
      20 กันยายน 2559 / 10:27
      ขอบคุณมาก ๆ ค่า ท่านก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ อากาศแปรปรวนเกิ๊น 555 ส่วนดีทริคนี่ก็อดใจรอกันนิดนุง ไม่ไกลแล้ว XD
      #538-1