Draconic Chronicle

ตอนที่ 43 : III-43: Agabel Sokolof + พักคุยหลังจบภาคแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 507
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    1 ก.พ. 60

ยังไม่ได้รีไรท์ค่ะ ^^


43


            ฝนตกหนักต่อจากนั้น

            ท้องฟ้าครึ้มราวกับมีพายุแห่งความโกรธเกรี้ยว กิลเบิร์ตที่ต้องเกาะคออากาเบลร่างมังกรมาตลอดทางร้องโวยวายเสียงดังลั่น ก่อนจะเสริมเสียงอ่อยว่าเขาอดทนได้แม้ตัวจะเปียกโชกก็ตาม ถึงกระนั้น เมื่อฝนทวีคูณจนเธอมองทางข้างหน้าไม่เห็น ยาโรเมียร์ก็ตัดสินใจบินนำลงไปหาที่พักผ่อนชั่วคราวในป่า ต้นสนสูงชะลูดไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับเป็นร่มเงา เธอจึงเผยอปีกเล็กน้อย ให้กิลเบิร์ตเข้ามานั่งคุดคู้กอดหน้าไม้ (ที่เขาเก็บมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้) ใต้นั้นแทน

            “ค่าตอบแทน? แค่กลับไปไม่โดนเอเมอร์รัลด์ไล่ก็พอแล้ว” ยาโรเมียร์ที่เป็นฝ่ายเฝ้ายามบอก

            ไร้บทสนทนาต่อจากนั้น

            ฝนซาเมื่อเวลาเย็นย่ำค่ำมาถึง ทั้งสามออกเดินทางต่อได้ไม่เท่าไรก็ต้องยอมแพ้ ยาโรเมียร์สามารถมองเห็นในความมืดได้ด้วยดวงตาของมังกร แต่อากาเบลไม่เห็นอีก ทำให้การเดินทางยามกลางคืนลำบากไปโดยปริยาย เธอกลายร่างเป็นมนุษย์เพราะความเหนื่อยล้า และนอนซบกับกิลเบิร์ตที่ตัวสั่นไม่หยุดข้างต้นสน อากาศหนาวยะเยือก ไฟก็จุดไม่ขึ้นเพราะหญ้าและกิ่งไม้ชื้นจัด ยาโรเมียร์ยังอยู่ในร่างมังกร เขาจะคอยสอดส่องในความมืดให้

            ไม่มีแม้แต่สัตว์ป่าตัวไหนกล้าย่างกรายเข้ามาใกล้คืนนั้น

            ยามเช้าตรู่ประกอบไปด้วยเสียงนกร้อง หยดน้ำค้าง และหมอกสีขาวลอยเอื่อยทั่วป่า ยาโรเมียร์ปลุกให้อากาเบลตื่นขึ้นมาเฝ้ายามแทน ส่วนเขาก็ออกไปล่าสัตว์ไม่ก็หาผลไม้มาประทังท้องที่ว่างมาหนึ่งวันและหนึ่งคืนเต็ม ๆ ให้ เธอสะลึมสะลือกอดเข่า ทั้งตัวปวดระบมไปหมด และเหม่อมองกิลเบิร์ตที่ยังหลับสนิทข้าง ๆ

            ทำไมเธอถึงพาเขามาหนีด้วย? มนุษย์แบบนี้จะไปอยู่ที่ไหนได้กัน อากาเบลถอนหายใจ

            ย่ามสะพายกับดาบของโธมัสยังอยู่บนหลังเธอ แผ่น้ำหนักหนักอึ้ง หลังจากนั่งนิ่ง ๆ มาหลายนาที เธอก็ตัดสินใจถอดกระเป๋าออกมาสำรวจของข้างใน ทุกอย่างยังอยู่ครบ ยกเว้นมีดทำมือที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปแล้วในพระราชวังใหญ่ เธอดึงสมุดบันทึกของโคนอนออกมาพลิกดูครู่หนึ่ง เพราะรู้สึกหดหู่ก็เลยเก็บไป แต่ก่อนที่เธอจะสะพายย่ามเหมือนเดิม เธอก็นึกถึงหนังสือปกสีน้ำเงิน

            อากาเบลบรรจงหยิบหนังสือของฟอร์เซเคนออกมาวางไว้บนตัก เธอตกใจเล็กน้อยที่ตัวเองโล่งอกเมื่อเห็นว่าหนังสือยังอยู่ในสภาพปกติ ราวกับกลัวว่ามันจะพังหรือยับยู่ยี่จนไม่เหลือเค้าเดิมอีก แม้จะอยู่คนเดียวและมีเพื่อนร่วมทางหลับไม่รู้เรื่อง เธอก็ยังไม่กล้าพลิกหนังสือเปิดดูอยู่ดี ได้แต่ไล้นิ้วไปตามสัน อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมา จึงเตรียมจะยัดหนังสือใส่ย่าม ทว่าเธอดันเห็นอะไรบางอย่างถูกสอดไว้ระหว่างหน้าสุดท้ายกับปกเสียก่อน

            มันเป็นกระดาษเล็ก ๆ หนึ่งแผ่น และผ้าปิดตาทำจากหนังสีดำ

            ลำคอของอากาเบลแห้งตีบตันทันที

            เธอหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน เป็นลายมืองดงามอ่านง่าย ไม่ใช่ของฟอร์เซเคน... ของมาธิลด้า เซลี่

          ข้าไม่สามารถเดินทางไปไหนได้สะดวกดังเดิมอีกต่อไปเมื่อถูกขังอยู่ในคุกอับแคบแห่งนี้ ชาร์น็อคเซียซ์นิคจะเป็นคนตามหาสิ่งของที่ข้าต้องการให้แทน หนึ่งคือกระดาษสำหรับเขียนจดหมายถึงเจ้า อากาเบล... สองคืออีกจดหมายสำหรับคดีของเอิร์ลริชาร์ด และสาม ผ้าปิดตา ซึ่งข้าเชื่อว่าชาร์น็อคเซียซ์นิคได้จัดหาไว้แล้วหลังจากข้าบอกเขาไป

          อากาเบล ข้ามีความเสียใจมากล้นที่มองเห็นหนทางยากลำบากของเจ้า แต่ข้ากลับไม่เคยพูดให้เจ้ารู้ตัว เพราะอนาคตมิสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ข้าบอกเจ้าไป เหตุการณ์อาจจะเปลี่ยน แต่ในท้ายที่สุด ความสูญเสียก็จะเกิดขึ้น และอาจจะรุนแรงยิ่งกว่าภาพที่ข้าเห็น สิ่งเดียวที่ข้าทำได้คือเตรียมตัว วางเส้นทาง และปล่อยให้มันขึ้นอยู่กับผู้คนที่เหลือว่าต้องการที่จะเดินตามทางของข้าหรือไม่

          ข้าเคยพูดกับเจ้าไว้ว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น และได้โปรด เชื่อข้าเถิดว่าข้าอยากให้เจ้าหลุดจากปัญหาเหล่านี้เหลือเกิน ข้าอยากให้เจ้ามีชีวิตที่ดี สงบสุข และห่างไกลจากความวุ่นวายและสงคราม แต่ข้าไม่ใช่พระผู้เป็นเจ้าจากแห่งหนไหนที่จะสามารถโอบอุ้มเจ้าไปยังสถานที่ไกลโพ้นได้ ฉะนั้น ข้าจึงทำได้เพียงอวยพร – จงเข้มแข็ง จงอย่ายอมแพ้ จงอย่าให้ความผิดพลาดในอดีตมาหลอกหลอนเจ้า ข้าเชื่อว่าในท้ายที่สุด ทุกอย่างจะดีขึ้น...

            “เฮ้...” กิลเบิร์ตเรียกเสียงแหบ พลางพลิกตัวมาหา “เราอยู่ที่ไหนเหรอ”

            อากาเบลผงกหัวจากจดหมายขึ้นมามองชายหนุ่มที่เพิ่งตื่น “ในป่าใกล้ชายแดนแอเธลวิน”

            ประโยคสุดท้ายของจดหมายเขียนไว้ว่า: ตามหาคนที่ชื่อรุสลาน อิลยูชิน... หรือเขาอาจจะมาหาเจ้าเอง

            “กิลเบิร์ต” อากาเบลถองสีข้างอดีตเจ้าชาย “เจ้าเคยได้ยินชื่อรุสลาน อิลยูชินบ้างไหม”

            “เอ๋? ไม่เคยนะ”

            เธอกัดริมฝีปากล่าง แล้วจะตามหาหมอนี่ได้อย่างไงล่ะ มาธิลด้า?

            แสงอาทิตย์สีทองส่องผ่านม่านหมอกเข้ามากระทบซีกหน้าอากาเบล ความอบอุ่นแผ่กระจายจนติดจะร้อน ใกล้ถึงยามสายแล้ว อีกไม่นานยาโรเมียร์ก็คงกลับมา เธอก้มอ่านจดหมายของมาธิลด้าอีกครั้ง คราวนี้มีแต่ความประหลาดใจ ชื่อของบุคคลปริศนาที่นางต้องการให้ตามหาฟังดูคุ้นเคยยิ่งนัก เหมือนเคยได้ยินมาก่อน แต่อากาเบลนึกไม่ออก

“เดี๋ยว...” กิลเบิร์ตลุกขึ้นมา “อิลยูชินใช่ไหม”

            “สรุปว่าเคยได้ยินหรือไง”

            “ขะ-ข้าไม่แน่ใจด้วยซ้ำ อาจจะเป็นชื่ออื่น แต่ตอนที่อัลมาคุยกับข้าหลังจากเจ้าถูกพาตัวไปแล้ว เขาพูดถึงลิลี่ สาวใช้คนนั้น เพื่อนของเจ้า” เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่ออากาเบลหันมาสบตาตรง ๆ “นางโดนจับเผาทั้งเป็น ลิลี่น่ะ แต่ทันทีที่ไฟเริ่มลุก ทุกคนในที่นั้นก็เห็นว่าไฟทำอะไรลิลี่ไม่ได้เลยสักนิด แล้วจู่ ๆ ก็มีคนสวมฮู้ดแปลก ๆ สามคนโผล่มาพานางหนีไป”

            ความดีใจสุดขีดไหลท้วมจนอากาเบลสามารถฉีกยิ้มกว้างได้ในรอบหลายวัน แผลบนใบหน้าประท้วงระงม

            “โกหกใช่ไหม... นางไม่ได้ตาย?!

            “ข้าค่อนข้างมั่นใจเชียวล่ะว่าลิลี่ยังมีชีวิตอยู่ แต่คราวนี้ อัลเล่าว่านางตะโกนเรียกชื่ออะไรบางอย่าง สามพยางค์ ภาษาของจักรวรรดิคีเทียคฮ์ ขึ้นต้นด้วยแอล... อัล... อา... ไม่มีใครจำได้แม่น แต่พอได้ยินเจ้าถามถึง ข้าก็คิดว่ามันน่าจะหมายถึงอิลยูชิน อาจจะเป็นหนึ่งในคนสวมฮู้ดพวกนั้นก็ได้”

            “งั้นตอนนี้ลิลี่ก็อยู่กับคนที่ชื่อรุสลาน อิลยูชิน?”

            “เป็นไปได้...”

            อากาเบลเงียบไป ก่อนจะเบิกตาโต

            “ราล์ฟกับจูเลียน่าไม่ได้ถูกจับกลับมาด้วยใช่ไหม”

            “ถ้าสองคนนั้นล่ะก็ ยังอยู่ในเฮเนวิงน่ะ”

            เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก ราล์ฟปลอดภัยดี

            “ทำไมอยู่ ๆ เจ้าก็ถามถึงอิลยูชินอะไรนั่นขึ้นมาล่ะ?” กิลเบิร์ตถาม “เดี๋ยว... เราจะออกตามหาลิลี่กันใช่ไหม?!

            อากาเบลยักไหล่ตัดจบบทสนทนา ก่อนจะสอดจดหมายในหนังสือและปิดดังเดิม ยกเว้นผ้าปิดตาสีดำ เธอจัดการยัดของใส่กระเป๋าอย่างไม่เร่งรีบนัก หลังจากสะพายย่ามทับฝักดาบเสร็จสรรพ เธอก็ขมวดคิ้วจ้องมองผ้าปิดตาสักพักนึง ดวงตาข้างขวาย้ำความว่างเปล่าขึ้นมา เธอเบนหน้าหนี พลางขยับนั่งหันหลังให้กิลเบิร์ตที่กำลังปัดเศษใบไม้ตามตัว

“ผูกให้หน่อย”

            เงียบงันไปสักพัก กิลเบิร์ตก็เอื้อมมือมาคว้าผ้าปิดตาบนตักเธอไป


***


            หมอกจางหายไปเกือบหมดแล้วตอนที่ยาโรเมียร์กลับมาพร้อมผลไม้เต็มมือ (แน่นอนว่าเขาชะงักที่เห็นอากาเบลมีผ้าปิดตาสีดำบนดวงตาข้างขวา) เขาบอกว่าเสียเวลาที่จะก่อกองไฟ จึงไม่ได้จับปลาดิบ ๆ มาให้ด้วย ก่อนหน้านี้เขาแปลงร่างเป็นมังกรและกินปลาไปเป็นฝูงจนอิ่มแปร้แล้ว อากาเบลกับกิลเบิร์ตมองค้อน แต่ก็ไม่ได้ปริปากว่าแต่อย่างใด ทั้งสองเคี้ยวลูกเบอร์รี่ตุ่ย ๆ ให้พอมีแรง จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางต่อ

            ระหว่างนั้นยาโรเมียร์เลือกที่จะคุยด้วยในภาษามังกร

            “เจ้าจะให้มนุษย์ไปอาศัยอยู่ที่ไหน”

            “ยังคิดอยู่” อากาเบลตอบ

            “ทำอะไรไม่มีแผนรองรับเลยรึไง สะเพร่าเสียจริง โซโกลอฟ”

            “เออ ขอโทษ คราวหน้าข้าจะไม่ทำแบบนี้อีก”

            ยาโรเมียร์เงียบไป คงตกใจที่อยู่ ๆ เธอก็ยอมรับผิดแต่โดยดี แม้จะฟังดูเหมือนประชดประชันก็ตามที

            “ข้าคิดว่ากิลเบิร์ตควรจะอยู่ที่สเนียเซนี่สองสามวันก่อน ข้าจะเฝ้าเขาเอง” เธอตอบ ในหัวจินตนาการภาพของแต่ละวันที่เธอในร่างมังกรพาเขาไปสำรวจผืนป่าข้างเคียงขุนเขา และช่วงเวลาที่เธอในร่างมนุษย์จะนอนหลับใกล้ ๆ ไม่ให้เขารู้สึกแปลกประหลาดเกินไป “หลังจากนั้น... ก็คงหาที่อยู่ในอาณาจักรมนุษย์ที่ไม่ใช่แอเธลวิน...”

            “หรือเฮเนวิง สองอาณาจักรนี้กลายเป็นพันธมิตรไปแล้ว”

            “ถ้าอัลฟองเซ่เจอกิลเบิร์ต เขาจะฆ่าทันทีเลยหรือไง”

            “แล้วถ้าเป็นเจ้า จะปล่อยให้มีเสี้ยนหนามที่อาจจะมาทวงบัลลังก์คืนหลงเหลือหรือ”

            อากาเบลพ่นไอเย็นออกรูจมูก ทุกอย่างวุ่นวายจนน่ารำคาญไปหมด

            “เจ้าลืมอย่างอื่นไปหรืออย่างไง ไม่ใช่แค่หาที่ซุกหัวนอนได้ก็จบ เจ้าจะหาอะไรกินประทังท้อง? งานการ อาชีพล่ะ? เจ้าชายเจ้าสำราญอย่างนั้นจะอยู่ได้หรือกับชีวิตรากหญ้า? แล้วเจ้าล่ะ โซโกลอฟ? คงจำได้ใช่ไหมว่าชีวิตที่ผ่านมา เจ้าอยู่ดีกินดีบนกองเงินกองทองของฟอร์เซเคนมาตลอด”

            “จำเป็นที่จะต้องแขวะข้าตลอดเลยรึไงวะ!” อากาเบลเริ่มมีน้ำโหขึ้นมา ก่อนเธอจะรู้ตัว และหลุบตามองทางอื่น

            “ข้าพอใจกับวิธีพูดแบบนั้น” ยาโรเมียร์ปัดอย่างไม่ใส่ใจ “แต่ข้าอาจจะพอช่วยเจ้าได้บ้าง”

            “หา?”

            “เรื่องถิ่นที่อยู่กับงาน ถ้าเจ้าพร้อมที่จะจ่ายให้ข้า ด้วยเงินตราของมนุษย์” เขาขยายความ “ไม่มากเกินไปหรอก แค่จ่ายทุกเดือน เจ้ามีตั้งสองคนช่วยกันทำมาหากิน ถ้าห่วงความปลอดภัยของเจ้าชาย ข้าก็จะปิดปากเงียบให้เวลามีคนมาขอซื้อข้อมูล และที่สำคัญ...” เขาลดเสียงลง “ข้าจะซ่อนเจ้าให้เวลาถูกถามถึง และอาจจะ... เวลาโดนตามล่า”

            “หมายความว่าอย่างไง” อากาเบลหรี่ตามองมังกรข้างหน้าอย่างไม่ไว้ใจ เธอจะโดนไล่ล่างั้นหรือ

            “เจ้าไม่ได้ฆ่าฟอร์เซเคนไปใช่ไหม วิเคราะห์จากความสามารถโกงสุดกู่ของหมอนั่น”

            หัวใจของเธอหล่นวูบ ชื่อ ๆ เดียวมีอิทธิพลเหลือล้นอย่างไม่คาดคิด เธอเลือกที่จะเงียบแทน เมื่อลองนึกย้อนไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้า ตอนนี้กลับมีทั้งความรู้สึกโล่งอกและไม่มั่นใจประดังประเดเข้ามา ทว่าในท้ายที่สุด เธอก็มั่นใจว่าตัวเองไม่เสียดายเลยสักนิด และหากเธอลงมือทำไปจริง ๆ เธออาจจะเกลียดตัวเองไปตลอดกาลเลยก็เป็นได้

            ยาโรเมียร์หันมามองเธอแวบหนึ่ง “เจ้าไม่ได้ฆ่าฟอร์เซเคน”

            “จะคุยเรื่องพวกนี้หาซากอะไร?”

            “แค่รู้สึกว่าฟอร์เซเคนจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในโลกที่เราเพิ่งวิ่งหนีมา โดยเฉพาะเมื่อแอเธลวินร่วมมือกับเฮเนวิงแล้ว และเจ้าก็น่าจะรู้ ไม่ว่าไอ้หัวทองนั่นจะได้เลื่อนตำแหน่งหรือเป็นอัศวินโด่งดังในอนาคตอย่างไร ศัตรูจะเสาะหาจุดอ่อนของมัน เรื่องปกติ แม่ทัพเก่ง ๆ คนอื่นที่ข้ารู้จักก็เสียครอบครัวไป เมียกับลูกโดนศัตรูจับไปเผา ข่มขืน ฆ่า”

            ประโยคที่ยาโรเมียร์พูดออกมาอย่างง่ายดายทำให้อากาเบลคลื่นไส้

            “ฉะนั้น ศัตรูของฟอร์เซเคนจะตามหาเจ้า ถ้าเจ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมันจริง ๆ” ยาโรเมียร์อธิบายต่อ “และหากเจ้าโดนจับได้ คนรอบข้างเจ้าก็จะเดือดร้อนไปด้วย เพื่อความปลอดภัย ทำงาน และจ่ายเงินให้ข้า แค่นั้นแหละ”

            หน้าเลือด – คำเดียวที่อากาเบลคิดออก


***


(ครบ 100%!)


            หนึ่งคืนสุดท้ายก่อนจะเดินทางไปถึงสเนียเซนี่ อากาเบลยอมรับว่าเธอรู้สึกไม่สบายใจและกังวลจัด การนอนหลับยากลำบากยิ่งขึ้นเมื่อทั้งตัวเต็มไปด้วยความปวดเมื่อย แผลในปากที่เธอกัดซ้ำ ๆ เพื่อใช้เวทมนตร์ล่องหนก็แสบร้าว บางครั้งเลือดก็ไหลซึม มันทั้งน่าประหลาดและน่าเศร้าไปพร้อม ๆ กันที่เธอไม่คุ้นเคยกับการมีบาดแผลสมานตัวช้า ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเวลาหลายเดือนที่เธอบาดเจ็บกลับมาได้ไม่กี่ชั่วโมงก็กระโดดโลดแล่นต่อได้

            ยาโรเมียร์เฝ้ายามมาให้หลายกะแล้ว คืนนี้เขาจึงต้องขอตัวนอนหลับบ้าง (แต่ยังอยู่ในร่างมังกร) กิลเบิร์ตเป็นคนเฝ้าแทน แต่อากาเบลก็ย้ำเตือนกับเขาไปว่าถ้าได้ยินเสียงแปลก ๆ แม้แต่เสียงเดียว จะเบาแค่ไหนก็ตาม เขาควรจะรีบปลุกเธอทันที ทว่าสุดท้ายเขาก็จำไม่เป็นต้องทำอย่างนั้น เพราะเธอนอนไม่หลับเสียที ได้แต่พลิกตัวไปมาจนยาโรเมียร์กระดิกใบหู และกร่นด่าให้เงียบ ๆ ได้แล้ว เพราะเสียงมันกระเทือนอย่างกับแผ่นดินไหว

            “ประสาทสัมผัสของมังกร” อากาเบลขมุบขมิบบอกกิลเบิร์ต

            เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า และไม่นานความเจ็บปวดซึ่งรุมเร้าเธอก็กลายเป็นอาการชา ในที่สุดเธอก็สามารถผล็อยหลับสำเร็จ พร้อม ๆ กับที่ยาโรเมียร์เริ่มกรนแผ่วเบา ทุกอย่างเงียบสงบ อากาศเย็นสบายขึ้น—

            “เจ้าดูแลแผลของตัวเองได้ห่วยแตกจริง ๆ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

            ด้วยความตกใจ อากาเบลเปิดเปลือกตาขึ้นมาทันที ก่อนเธอจะหยุดหายใจไปชั่วขณะเมื่อเห็นเจ้าของเสียง

            “นอนเถอะ” ดีทริคพูด พลางขยี้ผมเธอ “แผลน่าจะหายภายในไม่กี่นาทีข้างหน้า”

            แล้วเขาก็เอนแผ่นหลังกับลำต้นไม้ ผมสีทองสว่างสั้นที่อากาเบลจำได้เปียกหยาดน้ำฝนเล็กน้อย เขาอยู่ในเสื้อหนังสีเทา – ชุดลักษณะเดิมที่เธอเห็นเป็นประจำ – หัวไหล่ทับด้วยผ้าคลุมสีดำขนสัตว์ ไม่ใช่ใบหน้าเยาว์วัยของเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปี เขาดูเป็นผู้ใหญ่สุขุมขึ้น นัยน์ตาสองสีจ้องมองไปในความมืด แต่มือในถุงมือสีดำยังลูบศีรษะเธอแผ่วเบา

            ดีทริคหันมาเลิกคิ้วใส่เมื่อพบว่าอากาเบลยังไม่เลิกจ้อง

            “ทำไม?”

            เธอพูดไม่ออก จึงเลือกที่จะส่ายหน้า แล้วก้มงุดกับรากไม้ ทำไมหัวใจของเธอถึงเต้นแรง และบีบรัดอย่างเจ็บปวดแบบนี้? ทำไมเบ้าตาของเธอถึงร้อนผ่าวขึ้นมา? และตอนนี้มันก็ลามมาที่แขนขาซึ่งสั่นไม่หยุด เธอหงุดหงิดขึ้นมา จึงลุกพรวด ดีทริคหันมามองด้วยความสงสัยทันที

            “เป็นอะไร...”

            เขาถูกตัดประโยคกลางคันเมื่อเธอพุ่งไปกอดเต็มแรง จนพาให้หงายหลังนอนแผ่บนพื้นหญ้าชื้นไปด้วย เธอโอบต้นคอของเขาไว้แน่น พลางซุกจมูกกับใบหูและสูดกลิ่นจาง ๆ จนบัดนี้เธอก็ยังไม่แน่ใจว่ากลิ่นประจำตัวของดีทริคคืออะไร แต่มันช่วยให้เธอคลายหน้าผากย่นจัดได้อย่างง่ายดาย เขาไม่ได้พูด นอกจากกอดเธอกลับ อาจจะหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ เพราะโดนเธอทับติดกับพื้นขนาดนี้ และมีขาเธอรัดตัวเขาด้านล่างไว้อีก

            อากาเบลรู้สึกถึงไหล่ที่สั่นเทิ้มของตัวเอง และฝ่ามือของอีกฝ่ายก็เลื่อนขึ้นมาแตะ—

            “จะ-เจ้าร้องไห้ทำไม?” กิลเบิร์ตถามเสียงหลง “ไม่สบายหรือ”

            แล้วความอบอุ่นก็หายไป เหลือเพียงแต่ความว่างเปล่าเย็นเฉียบ

            “อากาเบล?”

            เด็กสาวกะพริบตางุนงง ก่อนเธอจะสังเกตเห็นใบหน้ากังวลของกิลเบิร์ต ภาพพร่ามัวแปลก ๆ และ... แฉะ? เธอยกมือขึ้นมาแตะแก้มทันควัน พลันสัมผัสถึงหยาดน้ำตาเจิ่งนอง เธอผงะเอาหลังกระแทกกับลำต้นไม้ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความอับอายและสับสน เธอร้องไห้? ให้ตายสิ เธอรีบเช็ดหน้าด้วยแขนเสื้อจนรู้สึกเจ็บ

            “แค่ความฝัน” อากาเบลพูด

            ชายหนุ่มข้าง ๆ กระซิบ “ถึงดีทริค?”

            “ฟอร์เซเคน”

            กิลเบิร์ตอ้าปากค้าง ก่อนจะเงียบแทน ไม่มีคำถามเพิ่มเติม เขากลับไปสนใจหน้าไม้บนตักต่อ อากาเบลจึงกอดตัวเองไว้ และพยายามข่มตาหลับ คราวนี้เธอไม่รู้สึกถึงความปวดเมื่อยตามกายอีกต่อไป ตัวสบายขึ้นเยอะ เธอระบายลมหายใจ พลางบอกให้ตัวเองหยุดเศร้าได้แล้ว มันมีผลกระทบกับเธอหนักกว่าบาดแผลตามตัวอีก

            “ก่อนที่เจ้าจะมาช่วย ข้าได้คุยกับดีทริค” กิลเบิร์ตเอ่ยขึ้น “เขาบอกว่าให้เตรียมตัว อาจจะเป็นทั้งทหารของอัลหรือเจ้าที่จะโผล่มา ข้าไม่รู้ว่าเจ้าสังเกตหรือเปล่า แต่ข้าไม่ได้กระโตกกระตากตอนที่เจ้าบอกจะพาหนี... ดีทริคบอกว่าข้าไม่ควรอยู่ที่แอเธลวินอีก ข้าต้องหนีไป เขาให้ที่อยู่ของราล์ฟในเฮเนวิงมา และสัญญาว่าเขาจะทำทุกอย่างไม่ให้อัลสาวถึงที่นั่น”

            “อะไรนะ?” อากาเบลหันไปเบิกตากว้างใส่

            “เขา-เขาอยากให้เราไปตั้งหลักที่เฮเนวิงก่อน หรือที่ไหนก็ได้ จากนั้นก็หนีไปให้ไกลที่สุด”

            “อย่าบอกนะว่าทั้งหมดนี่เป็นเรื่องโกหก?”

            “ไม่! ไม่ใช่!” กิลเบิร์ตปฏิเสธ “ข้าสาบานได้ว่าข้าเองก็โกรธไม่แพ้เจ้าที่ดีทริคร่วมมือกับอัล และ... ฆ่าพ่อของข้า” เขาเม้มริมฝีปาก “ข้าชกเขา จริง ๆ นะ ข้าชกดีทริคไป และไม่คิดว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับคนแบบนั้นอีก แต่ถึงอย่างนั้น ข้าเชื่อว่าเขาพยายามช่วยเราให้พ้นจากเงื้อมมืออัลอยู่ หน้าไม้นี่ (เขาชี้นิ้วไปที่ตัก) ดีทริคก็ให้ข้าไว้ป้องกันตัว... และที่สำคัญ ข้ายินดีมาก ๆ ที่จะหนีไปให้พ้น ๆ แอเธลวิน”

            อากาเบลเงียบ

            “มีไม่กี่อย่างที่ดีทริคพูดทิ้งท้าย เขาเตือนให้ข้าระวังตัวเกี่ยวกับเวทมนตร์ อย่าให้คนแปลกหน้าแตะตัว และรวมกับอาวุธใหม่ที่อัลพยายามสร้าง การสะกัดเวทมนตร์ เจ้าเคยได้ยินหรือเปล่า มันอยู่ในรูปยาพิษเป็นส่วนใหญ่ รสจะชัดเจน ต้องใส่ในอาหารที่รสชาติเข้มกว่าหลายเท่า ข้ากินแต่ของรสเข้ม ๆ มาตลอด เลยไม่รู้ตัวว่าโดนวางยา”

            นั่นเป็นตอนที่เธอชะงัก ก่อนความตกใจจะครอบงำ ความฝันเมื่อครู่ย้อนกลับมา พร้อมกับการสังเกตว่าอาการปวดระบมตามตัวได้หายไป เรี่ยวแรงกลับมาอย่างน่าอัศจรรย์ แผลในปากก็ไม่หลงเหลืออีก เธอใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ไม่เจอรอยกัดหรืออาการแสบใด ๆ ทั้งสิ้น มันสมานและรักษาตัวหมดแล้ว และเธอมั่นใจว่าไม่ใช่วิธีธรรมชาติ

            เวทมนตร์สะกัดในรูปยาพิษที่ต้องเจือด้วยอาหารที่รสเข้มกว่าอย่างงั้นหรือ

            อากาเบลตัวแข็งทื่อทันควัน ที่เธอจูบกับฟอร์เซเคนครั้งล่าสุด เธอกัดลิ้นมันจนมีแต่รสเลือดคาวจัดในปาก และแม้มันจะรู้ว่าเธอเอาจริง มันก็ยังกล้าจูบให้ตัวเองเจ็บตัว... เพื่อกลบเกลื่อนรสชาติของเวทมนตร์สะกัด และเธอก็กล้ำกลืนเลือดนั่นลงคอไป ถ้าไม่มีเลือดที่เธอคุ้นเคยมาทั้งชีวิต แต่เป็นรสชาติประหลาดของเวทมนตร์สะกัด เธออาจจะถุยมันออกมาแทน

            “ข้ารับฟังคำเตือนของดีทริคนะ” กิลเบิร์ตพูดต่อ “แต่ให้อภัย? ข้า... ไม่พร้อมเลย”

            “ข้าก็ไม่พร้อมเหมือนกันนั่นแหละ”

            เขายิ้มอ่อนล้า “มีอีกอย่างนึง ดวงตาข้างขวาของเจ้า... ข้าคิดว่าการที่เจ้าต้องเสียดวงตาไปมีผลกระทบบางอย่างกับเขา ที่ข้าคิดอย่างนั้นเป็นเพราะเขาพูดว่า ทุกครั้งที่เห็นหน้าเจ้า ก็รู้สึกเหมือนมีอดีตเลวร้ายตามหลอกหลอน... ไม่ได้หมายถึงเจ้าเป็นปิศาจชั่วช้านะ! คือ... ดีทริคบอกว่า มันย้ำเตือนให้เขารู้ว่าเคยทำของเลวร้ายเอาไว้ เขาไม่ได้อธิบายเพิ่มว่าของเลวร้ายอะไร หรือกับใคร คงเป็นในสงครามครั้งก่อนหน้าล่ะมั้ง”

            อากาเบลยกมือกุมใบหน้า เธอรู้ว่านั่นหมายถึงเหตุการณ์ไหน

            เมื่อลองนึกย้อนไป ทุกอย่างกลับฟังดูน่าตลก เธอไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะพลิกผันเป็นแบบนี้

            ห้าปีก่อน อัศวินผู้ผดุงความยุติธรรมได้ออกล่ามังกร สัญลักษณ์แห่งความเลวร้าย เพื่อไถ่บาปของบิดาตน เขาประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง ทว่าเมื่อเดินทางกลับมายังอาณาจักรบ้านเกิด กลับพบว่าบิดาถูกประหารไปเนิ่นนานตั้งแต่วันที่เขาออกเดินทาง ไม่มีชีวิตอันดีงามในตอนจบของนิทานเฝ้ารอเขา นอกจากความโดดเดี่ยวและความแค้น

            ดังนั้น อัศวินจึงกลายเป็นบ่อเกิดของความดำมืดเสียเอง

            และมังกรก็หลุดออกจากความชั่วร้ายแทน

 

 


บทส่งท้าย


ท้องฟ้าสว่างสดใสที่เปลี่ยนเป็นสีครึ้มทึมคือลางร้ายในความคิดของอากาเบล

และมันก็เป็นแบบนั้นมาตลอด เมื่อฟ้ามืดลงคล้ายพายุเข้า เธอรู้ว่าเรื่องร้าย ๆ กำลังเกิดขึ้น ตอนที่พ่อลงโทษเธอ มันเป็นวันที่ฟ้ามีสีโศกเศร้านั้น ไม่นานฝนก็จะเริ่มตก ความโชคร้ายถึงจุดสูงสุด เธอจะเจ็บตัว เสียเลือด ความคิดอัดแน่นไปด้วยเมฆหมอกสีดำทะมึน เธออยากตายเหลือเกิน

            วันนี้ก็เช่นกัน ท้องฟ้ามืดมน ขับให้สเนียเซนี่ดูสลัว ๆ อย่างบอกไม่ถูก ขุนเขาของเธอแตกต่างไปจากเดิม ไม่ใช่ลักษณะ แต่หมายถึงแง่ของความสะอาดและความปลอดโปร่ง เธอรู้สึกว่าอากาศที่นี่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม ไม่มีกลิ่นเหม็นติดจมูกอีก ลานกว้างเบื้องล่างสเนียเซนี่มีมังกรกีออสหลายตัวนอนพักพิงอย่างสงบ และตามถ้ำที่ค่อย ๆ สูงชันไปก็ปะปนด้วยมังกรทั้งสองสายพันธุ์ มันไม่เงียบเหงาอ้างว้าง ออกจะคึกคักด้วยซ้ำ มังกรหลายตัวพลัดบินไปมา

            เมื่อเธอพาร่างหนักอึ้งของตัวเองลงไปแตะพื้นพร้อมกับยาโรเมียร์ ทุกสายตาหันมามองเธอทันควัน

            เกิดความเงียบขึ้น และทุกการกระทำก็หยุดชะงัก

            กิลเบิร์ตปีนลงมายืนข้างขาหน้าอากาเบลอย่างหวาดกลัว เขาเองก็ตกเป็นเป้าสายตาของมังกรทุกตน แต่ความกลัวของเขาไม่สามารถเทียบเท่าอากาเบลได้ในเวลานี้ เธอหายใจไม่ออก รู้สึกคลื่นไส้ และสิ่งเดียวที่อยากทำคือบินหนีออกไปให้ไกลที่สุดจากสเนียเซนี่ ทุกสายตากลายเป็นหนามทิ่มแทง และเธอก็คล้ายจะอ่านความคิดของมังกรแต่ละตัวได้

ตัวน่ารังเกียจ ไม่ได้ตายไปแล้วหรอกหรือกลับมาทำไม?

            พวกเขาเกลียดเธอ พวกเขาไม่ต้องการเธอ

เปลือกตาข้างขวาของเธอร้อนระอุเมื่อถูกจ้องเขม็ง

            ยาโรเมียร์ทำเสียงฮึมฮัมในลำคอ อากาเบลจึงหันไปมองทิศทางที่มีเสียงกระพือปีก ราวกับเธอถูกแช่แข็งด้วยพลังของตัวเองไปทันควัน มังกรทุกตัวรอบด้านกลืนหายไปในความเลือนราง คงเหลือแต่เกล็ดสีเงินสว่างเจิดจ้า และนัยน์ตาสีทองทอดแววอบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ส่องผ่านหมู่เมฆครึ้มลงมา การเฝ้ารออันเนิ่นนานของเธอจบลงในวินาทีนั้น

            อากาเบลเห็นขุนเขาและมังกรทั้งหลายค่อย ๆ ขยายใหญ่โตขึ้นระหว่างที่เธอหดเล็กลงเสียเอง กระทั่งปลายเท้าทั้งสองข้างแตะพื้นหินเคียงข้างกิลเบิร์ต เธอก็สูดลมหายใจลึก และค่อย ๆ ย่างก้าวไปข้างหน้า ดวงตาจับจ้องไปยังแม่ที่เกาะหินอยู่สูงสุด นางดูสง่างามและคล้ายหลงทาง แต่ตอนนี้ นางเหมือนได้เจอสิ่งที่ตามหามานานแสนนานเสียที

            ไม่ว่าอากาเบลจะเคยพยายามปกปิดความพ่ายแพ้ของตัวเองแก่มนุษย์ หรือความเปลี่ยนแปลงผิดปกติมากมายเพียงใดเมื่อห้าปีก่อน บัดนี้ทุกอย่างถูกเฉลยให้เห็นต่อมังกรแห่งสเนียเซนี่ทั้งหมดแล้ว และมันไม่มีการย้อนกลับ ไม่มีอากาเบล โซโกลอฟ บุตรีแห่งแลนจ์ที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและหยิ่งยะโสอีก... แค่อากาเบลเท่านั้น

            และเธอพร้อมที่จะน้อมรับทุกอย่างที่มีผลพวงมาจากการกระทำของตัวเอง

อากาเบลยิ้มทั้งน้ำตา และคุกเข่าลงเพื่อทำความเคารพแก่จ้าวมังกรแห่งสเนียเซนี่

            “ข้ากลับมาแล้ว”

 


(จบภาคหนึ่ง)




---------------------------------


ขอ Talk ท้ายเรื่องแบบจริงจัง


     อันดับแรกต้องฉลองค่ะ! ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเขียนนิยายสักเรื่องจบ แม้จะแค่ภาคแรกก็เถอะ และต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านมาก ๆ นะคะที่ติดตามและเป็นกำลังใจมาให้ตลอด ไม่มีทุกท่าน เรื่องนี้อาจจะโดนดองที่กลางเรื่อง (จริง ๆ นะ 5555) บอกเลยว่าเรามีความสุขมากนะที่ได้อ่านคอมเมนท์ของแต่ละท่าน ครบทุกอารมณ์เลย xD ต้องขอบคุณจริง ๆ ค่ะ! /กอด

     Draconic Chronicle ถือกำเนิดขึ้นตอนที่เราตันเรื่อง Novilia ค่ะ ตอนแรกเริ่มจึงเกิดความคิดขึ้นมาว่า "งั้นเขียนอะไรง่าย ๆ น่ารัก ๆ คั่นเวลาก่อนแล้วกัน" เชื่อหรือไม่ว่าคอนเซ็ปต์ตั้งต้นของเรื่องนี้คือแนวรักแฟนตาซี จะโฟกัสไปที่ความรักของพระนางตั้งแต่ต้นยันจบ คาดเดาแล้วน่าจะ 25-30 ตอนค่ะ

     ในตอนนั้นเรามีโครงเรื่องช่วงแรก ๆ กับตอนจบอย่างเดียว (สมัยเปิดเรื่องวันแรก ๆ เลย) ตรงกลางโบ๋ lol แล้วเราก็เริ่มเขียนเลยค่ะ ไอเดียมันยัง fresh ยังใหม่อยู่ ก็เลยบ้าพลังเขียนตอนแรก ๆ ไปได้ จำได้ว่าน่าจะเริ่มตันก็ตอนที่ดีทริคหิ้วอากาเบลกลับมาคฤหาสน์ ตันปุ๊บเราก็หน้าเสียเลยสิ เอาไงดี จะดองเรื่องนี้ไปอีกเรื่องดีไหม ก็เลยถอยออกมาคุยกับที่ปรึกษานิยาย (จำเป็น) เพื่อเรียบเรียงความต้องการและจุดประสงค์ทั้งหมดใหม่

     ดังนั้น Draconic Chronicle ฉบับปัจจุบันที่ทุกท่านได้อ่านก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาค่ะ มันไม่ใช่แนวรักแฟนตาซีอีกต่อไป และตัวละครอีกมากมายก็พาเหรดออกมากันตรึม มีการวางโครงเรื่องหลาย draft เป็น v.1 / v.1.2 อะไรอย่างนั้นน่ะค่ะ (ฮา) บรรดาตัวละครก็มีการพูดคุย discuss เสมอว่าต้องการให้มีปูมหลังอะไร และ Arc ของพวกเขาคืออะไร คือเราก็ไม่คิดว่าทั้งหมดนี่จะเขียนออกมาดีหรอกค่ะ แต่เราแฮปปี้มาก ๆ ที่มันยังผลักดันให้เราลุยต่อ มันเกิด passion ที่เราไม่คิดว่าจะมีขึ้นมา และมันก็ไม่เคยดับไป


รวบรัดเลยแล้วกันค่ะ;
- อีกครั้ง ขอบคุณนักอ่านทุกท่านมาก ๆ ค่ะ รักมากกกก <3
- ขอบคุณที่ปรึกษานิยาย Beta Reader ของจริง 555
- ขอบคุณเพื่อน 3D (?) ที่สละเวลามาอ่านพวกฉากรบ / ฉากหวาน (ว่าน่าอ้วกไหม)
- นิยายเรื่องนี้ขออุทิศให้แก่ทุกอย่างที่ตกผลึกและกลายเป็นตัวเรา
- กราบโปสเตอร์หนังงาม ๆ ไม่มี 2 โปสเตอร์นี้ ไม่มีตัวละครดีทริค เบลนเฮล์มค่ะ 5555

 



เจอกันภาค 2 นะคะ! (รอได้ในบทความนี้เลยค่ะ ไม่ได้ตั้งใหม่ค่ะ ^^)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 23:18
    อ่านกี่ครั้งก็ยังตื่นเต้นได้เหมือนเดิม ยังลึกลับ ยังตกหลุมรักตัวละครแต่ละตัวเหมือนเดิม เรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในนิยายที่อยู่ในความทรงจำของเราตลอดไปแน่นอน
    #888
    0
  2. #847 papadam (@nongnapad) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 17:30
    แปลกใหม่จริงๆ

    ไม่คิดจะผสมกันลงตัวขนาดนี้
    #847
    0
  3. #843 frist star (@pootai_44) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 11:33
    ถ้าจบจะรวมเล่มมั้ยยย สนุกมากเนื้อเรื่องแวกแนวสุดๆ เราชอบการสลับอารมณ์ไปมาในเรื่อง แล้วก็การอธิบายฉากง่ายๆทำให้เราเห็นภาพชัดทุกตอน คือมันดีมาก ต้องมีเก็บไว้~
    #843
    0
  4. #482 เอเรน (@kittiba) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 16:45
    join the dark side ดีทริดหรืออนาคินกัน ตัวละครมีแววเป็นตัวร้ายเต็มตัว
    #482
    1
    • #482-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      29 กรกฎาคม 2559 / 16:13
      อยากให้ทุกคนได้ join the dark side ค่ะ /เดี๋ยว
      #482-1
  5. #481 <•{STC}•> (@XSTCX) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 08:04
    จะรอการมาของภาคสองนะครับ อย่าให้รอนานนพครับคุฌไรท์ คิดถึงหนูเบล
    #481
    1
    • #481-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      21 กรกฎาคม 2559 / 18:16
      มันแอบจะนานเพราะต้องรีไรท์ภาคแรกนี่แหละค่ะ ฮาาา แต่จะพยายามรีบรีให้เร็วแล้วมาต่อภาคสองค่า ^q^
      #481-1
  6. #480 Tira-me (@Tira-me) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 19:18
    กลับมาอ่านอีกรอบ จบแบบหน่วงๆปวดตับ คิดถึงดีทริคอากาเบลใจจะขาด ไรท์จ๋าาอย่าปล่อยให้รีดรอนาน ภาค2พรีสส

    *ที่อากาเบลฝันแล้วแผลหายอ่า ดีทริคมาในฝันจริงหรือนางเพ้อไปเองคะ T^Tอ่านกี่รอบก็ปวดใจทุกรอบฮือออ
    #480
    1
    • #480-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      21 กรกฎาคม 2559 / 18:15
      ขอรีไรท์ภาคแรกเสร็จก่อนน้า ;w; แล้วเดี๋ยวจะรีบต่อภาคสองเลยค่า
      .
      .
      .
      ปล.ตอนที่เบลฝันก็คือเพ้อนั่นแหละค่ะ ดีทริคไม่ได้มาจริง
      #480-1
  7. #479 มณีมุก ดวงมาลา (@maneemuk) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 19:14
    พึ่งมาเจอนิยายเรื่องนี้...ถึงจะเจอช้าไปหน่อยแต่เราก้อรักนิยายเรื่องนี้มากเลยนะ จะรอติดตามภาคต่อไปนะค่ะ...สู้ๆนะค่ะไรท์ ^^
    #479
    1
    • #479-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      21 กรกฎาคม 2559 / 18:12
      ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ XD มีกำลังใจจะรีบเขียนภาคต่อเลยค่า (แต่ขอรอรีไรท์ภาคแรกก่อนนะ 555)
      #479-1
  8. #475 Qualia (@nquark) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 18:23
    ในที่สุดก็จบภาคแรกแล้ว แต่ยังมีอีกตั้งสองภาคแน่ะ อยู่ด้วยกันยาวๆ 5555

    ยังไงก็ขอบคุณมากครับ รอติดตามเสมอ
    #475
    1
    • #475-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      4 กรกฎาคม 2559 / 15:46
      อาจจะไม่ถึง 3 ภาคค่ะ แต่เดี๋ยวไว้ดูอีกที 5555 ทางนี้ก็ขอบคุณเช่นกันค่า ^^
      #475-1
  9. #474 -o-ลูกแก้วหลากสี-o- (@kaewly) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 10:52
    จบภาค1แล้ว เย้ จุดพลุ ปัง ปัง
    เดินทางมาไกลเหลือเกิน ขอบคุณไรท์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานจนถึงตอนนี้นะคะ 
    ฉากส่งท้ายตอนเห็นภาพดีทริคนี่สลดแทนอากาเบลเลย
    อยู่ด้วยกันมาตลอด พึ่งพา ผูกพันธ์ และคงเผลอให้ใจไปแล้ว
    รอลุ้นภาคต่อไปเลยจะเป็นยังไง 
    #474
    1
    • #474-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      4 กรกฎาคม 2559 / 15:45
      /ร่วมจุดพลุ เย้ ทางนี้ก็ขอบคุณเช่นกันค่าที่ตามอ่านมาจนถึงตอนจบภาคหนึ่ง ฮาาา
      #474-1
  10. #473 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 14:05
    ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เริ่มรักเรื่องนี้ รอดูทุกวันว่าเมื่อไหร่จะอัพ
    มาต่อเร็วๆนะคะ! ชอบมาก จากที่เคยเกลียดเบล น่ารำคาญมากๆ ไรท์เปลี่ยนอคติให้เรารักเบล รักดีทริค รักเรื่องนี้ได้
    #473
    1
    • #473-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 19:06
      แปะมือให้อากาเบล งี่เง่าน้อยลงแล้วสินะ (??) ฮา ขอบคุณมาก ๆ เลยค่า จะรีบมาต่อเลย ^q^
      #473-1
  11. #472 treetaporn prechanuwat (@treetaporn) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 13:27
    ยังติดตามต่อนะคะ สู้ๆค่ะไรท์
    #472
    1
    • #472-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 19:05
      ขอบคุณมาก ๆ เลยค่า จะรีบเข็นภาคใหม่เลย XD
      #472-1
  12. #471 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 09:00
    เย้!!!ฉลอง จบภาค 1 ขอขอบคุณไรท์เช่นกันค่ะที่ทำให้พวกเรามีนิยายดีๆๆ สนุกให้อ่าน จะติดตามภาคต่อไป

    กะแล้วว่าดีทริค ต้องเป็นคนดี นี่ขนาดลงทุนยอมให้ตัวเองเจ็บ เพื่อที่เบลจะได้มีเวทมนต์รักษา กิลก้ได้อานิสงค์ไปด้วย อะรัยจะดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนี้ //น้ำตาไหล

    ฉากที่เบลฝัน รุสึกว่าเศร้า คงคิดถึงสิน่ะ ถึงขนาดกระโดดกอด ร้องไห้อ่ะ ไม่มี ไม่มีดีทริคที่คอยปลอบ ไม่มีดีทริคที่เป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่ ทั้งคนรัก......
    #471
    1
    • #471-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 19:05
      ขอบคุณเช่นกันค่า ^q^ รอต่อภาคสองกันว่าจะเป็นอย่างไร /ฉลองงงง
      #471-1
  13. วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 07:08
    อากาเบลได้กลับบ้านแล้วววว!! กิลน่าจะลำบากนิดหน่อย แต่เบลสิ โดนมังกรตนอื่นรังเกียจ แต่ก็...ดีทริค นายยังพอมีสติเป็นตัวเองสินะเลยมาเตือนกิลได้ มาช่วยรักษาเบลด้วย!! จบดีกว่าที่คิด ภาคต่อคงมันส์กว่านี้แน่ รอภาคต่อไปนะคะ
    #470
    0
  14. วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 07:08
    อากาเบลได้กลับบ้านแล้วววว!! กิลน่าจะลำบากนิดหน่อย แต่เบลสิ โดนมังกรตนอื่นรังเกียจ แต่ก็...ดีทริค นายยังพอมีสติเป็นตัวเองสินะเลยมาเตือนกิลได้ มาช่วยรักษาเบลด้วย!! จบดีกว่าที่คิด ภาคต่อคงมันส์กว่านี้แน่ รอภาคต่อไปนะคะ
    #469
    1
    • #469-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 19:04
      ในที่สุดก็ได้กลับบ้านสักทีค่ะ TwT จะรีบเข็นภาคต่อมานะค้า
      #469-1
  15. วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 06:26
    แต่งดีมากๆค่ะ คือเนื้อหาเเน่นมาก ไรต์หาข้อมูลมาดีมาก เรารอติดตามอ่านภาคสองนะคะ สุดท้ายเบลก็ละทิ้งความหยิ่งทะนงของตัวเองได้ และยอมเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดแก่มังกรในสเนียเซนี เอาจริงๆทั้งเรื่องเบลน่าสงสารสุดๆ ตอนเบลฝันถึงดีทริคคือแบบ คิดถึงดีทริค ไรต์วางโครงไว้ว่าจะมีกี่ภาคอ่า มีต่อจากภาคสองมั้ย ภาคสามแบบนี้ แต่เราจะรออ่านนะคะ ชอบผลงาน
    #468
    1
    • #468-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 19:03
      ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ^q^ ตอนนี้มี 2 ภาคอยู่ในใจค่า ถ้าไปต่อได้ก็คงมีภาคสาม
      #468-1
  16. #467 -R io O- (@mookxpearl) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 21:30
    สนุกมากกกกกกก อ่านรวดเดียวจบ!!
    มาต่อไวๆนะค่ะ  รออยู่><
    #467
    0
  17. #466 -R io O- (@mookxpearl) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 21:29
    สนุกมากกกกกกก อ่านรวดเดียวจบ!!
    มาต่อไวๆนะค่ะ  รออยู่><
    #466
    1
    • #466-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 19:02
      ขอบคุณมาก ๆ เลยค่า XD
      #466-1
  18. #465 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 18:25
    แต่เบลอยู่กลาง2หนุ่มนี่นานๆก็น่าจิ้นนะ
    นายมังกรปากร้ายกับนายเจ้าชายตกอับ ถถถ ทำไมกลายเป็นนิยายวาย เบลฉันอยู่ไหนน!!? 555+
    #465
    1
    • #465-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 19:02
      ยาโรเมียร์จะรุ่นพ่อแล้ว 555555
      #465-1
  19. #464 tinkerbell1820 (@bell1820) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 06:39
    ยาโรเมียร์นี่เหมือนจะดี5555555555 -หน้าเลือดเอ้ย! 5555555555 ออกตามหาอิลยูชินกันเถอะ!!
    #464
    1
    • #464-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 19:02
      ในเรื่องนี้มีแต่คนหน้าเลือดค่ะ (??) 555
      #464-1
  20. #463 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 03:49
    รุสึกใจหายยยย คิดถึงดีทริค ใจะขาดรอนๆๆๆ
    #463
    1
    • #463-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 18:48
      บทยิ่งน้อย ๆ อยู่สินะคะ (?)
      #463-1
  21. #462 o0nooknick0o (@nooknickky) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 03:32
    มีปริศนาใหม่อีกแล้ว55
    #462
    2
    • #462-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 18:47
      มาเรื่อย ๆ
      #462-1
    • #462-2 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 43)
      26 มิถุนายน 2559 / 18:48
      เพิ่งกด enter ก่อน -*- จะพิมพ์ว่า ปริศนามาเรื่อย ๆ ค่ะ 5555
      #462-2