Draconic Chronicle

ตอนที่ 40 : III-40: Am I Lost and Alone?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    1 ก.พ. 60

ยังไม่ได้รีไรท์ค่ะ ^^


40


            ใบหน้าของดีทริคจางลง รอยยิ้มหายไปขณะที่เขามองอากาเบลอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาขยับเดินตรงมาทีละก้าว ท่าทางแข็งทื่อเหมือนกำลังสับสนในหัว จนกระทั่งเขาเดินมาถึงเธอในที่สุด พลางยื่นมือมาแตะแก้มเธอแผ่วเบา นัยน์ตาสีฟ้าเต็มไปด้วยนานาความรู้สึกที่เธออ่านไม่ออก เธอจึงเลือกที่จะหลุบตาต่ำแทน

            เขาซ่อนความลับนี้มาตลอด

            ปลายนิ้วของเขาที่แตะผ้าพันแผลตรงดวงตาข้างขวาทำให้เธอสะดุ้งเฮือก

            เขาร่วมมือกับอัลฟองเซ่มาตลอด

            “เจ้าฟื้นตั้งแต่ตอนไหน” ดีทริคถาม

            “ช่วยกิลเบิร์ต” อากาเบลพูดอีกอย่างแทน “เจ้าต้องช่วยกิลเบิร์ต”

            “ข้าจะช่วยกิลให้ถึงที่สุด” เขาให้สัญญา

            “เดี๋ยวนี้ ช่วยเขาเดี๋ยวนี้—“

            ดีทริคคว้าเธอเข้าไปกอดอย่างแนบแน่นแทน ความอบอุ่นเติมเต็มทุกส่วนของเธอ มันทำให้เธออยากหลับตาลงแล้วซบบ่าอีกฝ่าย แต่เธอกลับขยับตัวไม่ออก แขนทั้งสองข้างห้อยไว้ข้างกาย หัวตื้อจนน่ากลัว เธอมองเพดานห้องโถงเพื่อควบคุมความตื่นตระหนกลึก ๆ กลิ่นเลือดและเสียงร้องไห้ของกิลเบิร์ตลอยกลับมาหาโสตประสาทอีกครั้ง

            เธอผลักดีทริคออก

            “ไปช่วยกิล อย่าให้เขาถูกประหาร” เธอโพล่งประโยคดังกล่าวแทน ให้ข้าอยู่คนเดียวทีเถอะ

            ดีทริคสบตาเธอครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะพยักหน้า

            “เจ้าไปพักผ่อน ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้”

            จัดการ? เจ้าจะฆ่ากิลเบิร์ตตามที่อัลฟองเซ่ต้องการต่างหาก—

            อากาเบลตกใจจัดที่ตัวเองเผลอคิดเสียงดัง เธอถอยออกห่างจากดีทริคทันที แต่แค่ไม่กี่ก้าวก็หยุดด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะสงสัย ทว่ามันก็ไม่ทันแล้ว ดีทริคต้องได้ยินที่เธอคิดเมื่อกี้นี้ ดูจากใบหน้าเรียบสนิทกะทันหันของเขา

            แล้วเขาก็เดินตรงไปอีกทางที่อากาเบลไม่กล้ามองตาม เธอยืนเหม่อลอยอยู่กับที่ ในหัวยุ่งเหยิงไปด้วยหลายอย่างที่ถูกเฉลย มันวุ่นวายเสียจนเธอยอมปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้น ทิ้งให้ตัวเธอในอนาคตเอาไปจัดการแทน แต่สุดท้ายเธอก็ยอมหันไปมองอีกทาง ดีทริคกำลังพูดอะไรบางอย่างกับอัลฟองเซ่ที่ทำหน้าเหมือนถูกว่า แล้วเธอก็สบตากับกิลเบิร์ตซึ่งยังสะอึกสะอื้นไม่หยุด เขาเบิกตาโต ก่อนทหารจะปล่อยตัวเขาและพาไปยังที่อื่นด้วยความเคารพดังเดิม

            เด็กสาวปล่อยให้ทหารเดินนำเธอออกไปจากห้องโถง พาเธอไปตรงนู้นตรงนี้โดยที่เธอรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง

            อากาเบลถูกพามายังห้องนอนห้องหนึ่ง เธอรับรู้แค่ว่ามีเตียงใหญ่สีน้ำตาลอ่อนตั้งไว้ตรงกลางห้องสีเทา หน้าต่างสองบานถูกเปิดแง้ม เธอกวาดตามองตู้เสื้อผ้า ชั้นหนังสือ และโต๊ะกลม ก่อนจะหันขวับไปข้างหลังเมื่อได้ยินเสียงประตูปิด เธอยื่นมือไปลงกลอนอย่างใจลอย จากนั้นก็ก้าวถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนเข่าชนเตียง เธอหงายหลังล้มลงไปนอนแผ่บนฟูก

            ลิลี่ตายไปแล้ว พระเจ้าชาร์ลส์ถูกฆ่า อัลฟองเซ่อยู่เบื้องหลัง กิลเบิร์ตโดนใส่ร้าย

            ดีทริค... เป็นมังกร?

            อากาเบลถอดกระเป๋าสะพายกับดาบโยนทิ้งไว้อีกฝั่งของเตียง เธอปีนเตียงขึ้นไปนอนกอดเข่า พลางซุกหน้ากับต้นขา ฟังเสียงลมข้างนอกที่พัดมาชนบานหน้าต่างเรื่อย ๆ ความสับสนประดังเข้ามามากเกินไป เธอรู้สึกเหมือนหัวหยุดทำงานไปชั่วขณะ จึงหันไปค้นกระเป๋าเพื่อหาอะไรทำ แต่คว้ามีดทำมือมาซุกไว้ใต้หมอนเสร็จก็รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก

            บันทึกของโคนอน

            มันนอนทับหนังสือปกน้ำเงินของดีทริคในกระเป๋า อากาเบลบังคับให้ตัวเองเอื้อมมือไปคว้ามันออกมาเปิดดู

            ทุกหน้าของบันทึกอัดแน่นไปด้วยข้อมูล ตัวอักษร และภาพวาดมากมาย เธอกวาดตามองผ่าน ๆ ไม่มีกระจิตกระใจจะถามตัวเองด้วยซ้ำว่ากำลังตามหาอะไรอยู่ มันเป็นเรื่องของอาณาจักร สมุนไพร ภาษา และเวทมนตร์...

            อากาเบลหยุดกึกเมื่อเปิดมาเจอหน้าหนึ่ง เกี่ยวกับเวทมนตร์เหมือนหน้าอื่น ๆ แต่หน้านี้ โคนอนแบ่งหมวดหมู่ของเวทมนตร์ไว้ มีหลายประเภท เวทมนตร์แต่กำเนิด เวทมนตร์สัมพัทธ์ ลำดับชั้นของเวทมนตร์ ประเภทของเวทมนตร์ เวทมนตร์ที่ยังสรุปไม่ได้ว่าคืออะไร ในหน้านี้เป็นเวทมนตร์หมวดจำแลง

          มีคน ๆ นึงที่ชาวบ้านในอาณาจักรเยื้องไปทางตะวันออกเล่าต่อกันมา เขาเป็นคนเดียวในเมืองชนบทนั่นที่พูดถึงเวทมนตร์ ที่นั่น ความเกลียดชังต่อพ่อมดแม่มดยังไม่แพร่หลายเท่าแถบนี้นัก เขาจึงไม่ถูกจับเผาทั้งเป็น แต่ชาวบ้านไม่ชอบเขา ออกจะเกลียดชังด้วยซ้ำไป เพราะเขามีนิสัยน่ารังเกียจและโหดร้าย... ถึงอย่างนั้น ชาวบ้านก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร เพราะเขาได้หายตัวไปก่อน

          หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ชาวบ้านหลายคนเชื่อว่าเขาคงโดนพวกหมีหรือหมาป่าฆ่าในป่า แต่ข้าสนใจเรื่องอื่นมากกว่า คือเรื่องราวของคน ๆ นี้ก่อนที่เขาจะหายตัวไป ข้าจึงไล่ถามชาวบ้านเพิ่ม น่าเสียดายที่ข้าได้ข้อมูลมาน้อยนิดนัก ถึงกระนั้น มันก็ช่วยให้ข้าได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเวทมนตร์หมวดจำแลง ข้าทราบว่าคน ๆ นี้พูดโอ้อวดกับชาวบ้านมาหลายเดือน ถึงพระเจ้าที่มอบเวทมนตร์ให้ เป็นเวทมนตร์ที่ทรงพลัง และเขาพร้อมที่จะออกเดินทาง

          ข้าทราบแค่ว่าเขาชื่อโซคอล... และอาจจะเป็นมนุษย์คนแรกที่กลายเป็นมังกรได้

            อากาเบลปิดหนังสือทันที แล้วรีบยัดบันทึกของโคนอนใส่กระเป๋าสะพายดังเดิม ชื่อของโซคอลติดแน่นในหัวเธอ สะบัดไม่ออก เธอมือสั่นและรู้สึกคลื่นไส้เมื่อบทสนทนาระหว่างเธอกับพระเจ้าชาร์ลส์หลายเดือนก่อนจะไปรบในสงครามศักดิ์สิทธิ์ย้อนกลับมา

โซโกลอฟลูกของโซคอล คนเลี้ยงเหยี่ยว ทว่าไม่มีคนเลี้ยงเหยี่ยวคนไหนในแอเธลวินที่สืบตระกูลเดียวกับเจ้า

            พ่อเกลียดมนุษย์จนอากาเบลไม่มีข้อกังขา เขามองเผ่าพันธุ์นี้เหมือนหนอนชอนไชเนื้อเน่า และเขาก็ภูมิใจในเผ่าพันธุ์ตัวเองมาก เขาภูมิใจในความเป็นมังกร ในศรัทธาที่มีให้ราชามังกร ใช่ และเขาชื่อแลนจ์ แต่นามสกุล ชื่อตระกูล – โซโกลอฟ มันมาจากโซคอล ชื่อเดียวกันกับบุคคลปริศนาในบันทึกของโคนอน เรื่องบังเอิญ?

            แลนจ์... ชื่อที่ปรากฏในหนังสือปกสีน้ำเงินของดีทริค

ไม่ เธอไม่รู้ เธอยังสรุปไม่ได้

            อากาเบลข่มตาหลับ และแม้จะใช้เวลาหลายชั่วโมง เธอก็หล่นสู่นิทราสำเร็จ


***


(อีก 30% ค่า)


            เป็นเวลากลางดึกตอนที่อากาเบลตื่นขึ้นมา

            เธอสัปหงกกับอากาศหนาว พลางปัดป่ายมือไปทั่วตัวเพื่อที่จะระลึกได้ว่าเธอไม่ได้ห่มผ้าห่ม เธอค่อย ๆ ยืดขาที่แข็งเพราะความเย็น แล้วขยับตัวเพื่อที่จะซุกกับผ้าห่มอุ่น ๆ แต่เธอสังเกตเห็นใครบางคนนั่งห้อยขาอยู่บนโต๊ะกลมเสียก่อน เพราะห้องมืดสนิท มีแสงจันทร์ลอดเข้ามานิดเดียว เธอจึงเห็นแต่ขาสองข้างที่แกว่งไปมา

            อากาเบลกลืนน้ำลายลงคอ พลางกำผ้าห่มแน่นจนเส้นเลือดปูด

            “มาธิลด้า” เธอพึมพำ

            แขกที่ไม่ได้รับเชิญหยุดแกว่งขา เงานั้นขยับไหวในท่าหันมามอง นิ่งเงียบกันไปครู่หนึ่ง มาธิลด้าก็ลงจากโต๊ะกลม นางย่างก้าวตรงมาหาเตียง มาตรงที่แสงจันทร์ทอดแสงสว่างพอสมควร ตั้งแต่ส่วนเอวของนางขึ้นไปปรากฏเป็นรูปร่าง มันเปื้อนเลือดที่แห้งซึมติดกับชุดกระโปรง ตรงลำคอมีรอยเหวอะหวะ และบนใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีเข้มจัด

            อากาเบลฝืนจ้องดวงตาลึกโบ๋สีดำสนิทตรงหน้า

            ทำไมเจ้าถึงไม่ตายสักที มาธิลด้าเอ่ยถาม มุมปากของนางยังเป็นเนื้อสีแดงที่ยึดติดอยู่

            “ไปซะ” อากาเบลไล่ ก่อนจะเหวี่ยงผ้าห่มคลุมร่าง แล้วตะแคงนอนหันไปอีกทาง

            เตียงตรงปลายเท้ายวบลง

            เจ้าควรจะตาย เสียงของมาธิลด้ากร้าวขึ้น

            อากาเบลเมินนาง

            เจ้าคิดว่าเจ้าสมควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ เพราะเจ้าเคยฆ่าคนไปแค่ไม่กี่คน และพวกสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่เจ้าเคยฆ่าตอนเป็นมังกรไม่ควรจะถูกนับรวมด้วย?

            “หุบปาก--“

            มาธิลด้าพุ่งขึ้นมาบีบคออากาเบลด้วยพละกำลังมหาศาล เลือดจากรอยแผลบนฝ่ามือนางไหลเหนอะหนะทั่วลำคออากาเบล เธอพยายามแกะมืออีกฝ่ายออก แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็สะบัดมันไม่สำเร็จ เธออ้าปากเพื่อไขว่คว้าอากาศหายใจ ดวงตาเบิกโพลงมองใบหน้าซีดเซียวของศพที่ก้มลงมาจนแทบประชิด หัวใจของเธอเต้นแรงจนรู้สึกคลื่นไส้

            เจ้าสมควรตาย! มาธิลด้าตะโกนใส่หน้า เจ้าฆ่าสัตว์ตัวเล็ก ๆ พวกนั้นเพื่อความสะใจ เจ้ากดขี่กีออสมาตลอดหลายสิบปี เจ้าหักหลังเพทราดีที่เจ้าเทิดทูนว่าเป็นสายพันธุ์ที่เจ้ายอมรับ! นางจิกเล็บกับลำคออากาเบลจนเลือดซึม เจ้าสารเลวไม่ต่างไปจากพ่อของเจ้า! เจ้าหักหลังเพทราดีพวกนั้น เจ้าบอกแผนการและรายชื่อให้กับแลนจ์ และเจ้าก็ยิ้มที่ได้เห็นศพของพวกนั้น!

            ตรงลานกว้างล่างสุดที่สเนียเซนี่ ร่างมังกรไร้ชีวิตหลายตัวนอนแน่นิ่งในสภาพน่าเวทนาตรงนั้น

            สเนียเซนี่คงเปลี่ยนแปลงและหลุดจากโคลนตมไปตั้งแต่ตอนนั้น! ถ้าเจ้าไม่หักหลังเพทราดีพวกนั้น!

            ขุนเขาสเนียเซนี่เมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนที่พ่อยังอยู่ ตอนที่อากาเบลยังไม่อ่อนข้อ แม่กับเพทราดีตัวอื่นพาเธอเข้าสู่วังวนลับร่วมกับมังกรจากขุนเขาอื่น โดยเป้าหมายของทุกคนต่างเป็นการโค่นบัลลังก์ของพ่อลง พ่อที่มังกรตัวไหนก็เอาชนะไม่ได้ แต่หากร่วมมือกัน หากเราร่วมมือกัน เราจะกระชากแลนจ์ โซโกลอฟลงมา ดึงมังกรทุกตัวกลับขึ้นไปสู่ความถูกต้อง หรือเราทุกตัวจะตาย แต่มันก็ดี เพราะนั่นหมายถึงจะเหลือแค่พ่อตัวเดียว

            การเป็นกบฏไม่ได้จบอย่างง่ายดายและสวยงาม เพทราดีพวกนั้น พวกที่ตาย ไว้ใจอากาเบล และสิ่งที่เธอทำกลับ เมื่อแม่ถูกจับได้ เมื่อพ่อจะฆ่าเธอ คือเธอยอมบอกเขาไป บอกแผนทุกอย่าง บอกรายชื่อเพทราดีทั้งหมด

            และเขาก็เอ่ยชมเธออย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน: เด็กดี

            เจ้าควรยอมตายตอนนั้น เพื่อที่มังกรตัวอื่นจะได้หลุดจากความสิ้นหวัง! มาธิลด้ากระชากอากาเบลขึ้นมาเขย่า เพราะเจ้ามันขี้ขลาด เห็นแก่ตัว! เจ้ายอมให้ตัวเองกับแม่ของเจ้ารอด แลกกับทุกชีวิตในสเนียเซนี่! แล้วนางก็กดทับน้ำหนักลงมายิ่งกว่าเดิม ข้าถึงเกลียดเจ้านัก เกลียดที่สวะอย่างเจ้ายังมีชีวิตรอดอยู่ได้!

            เส้นเลือดเต้นรุนแรงจนอากาเบลสัมผัสได้ มันร้อนจัดเมื่อเทียบกับมือที่เย็นเฉียบของมาธิลด้า ลมหายใจกำลังหมดไปทีละนิด แล้วมาธิลด้าก็ยิ่งทวีแรง อากาเบลอ้าปากค้างไว้ แต่อากาศหลุดเข้ามาในปอดน้อยเกินไป การมองเห็นเริ่มพร่าเลือนอย่างน่าใจหาย

            และนี่ก็คืออีกสาเหตุที่ข้าเกลียดเจ้า นางกัดฟันพูด ข้าเกลียดเจ้าที่ยึดติดกับคนที่ตายไปแล้ว เจ้าเอาแลนจ์ที่ไม่อยู่อีกแล้วมากำหนดตัวตนเจ้า เป็นเกราะป้องกันให้เจ้าลืมว่าเคยทำเลวไว้แค่ไหน และตอนนี้เจ้าก็เอามาธิลด้ามาใช้ เอามาธิลด้ามาใส่ความคิดทุกอย่างของเจ้า เพราะเจ้าก็รู้... รู้ว่าข้าไม่ใช่นาง มาธิลด้าจะไม่พูดและทำแบบนี้กับเจ้า

            อากาเบลสั่นหัวไม่หยุด เบ้าตาร้อนผ่าวด้วยความกลัว ขออย่าให้มาธิลด้า – ตัวเธอ – รู้ว่าเธอซ่อนมีดไว้ใต้หมอน

            ยอมรับมาสักที อากาเบล ร่างตรงหน้ากระซิบ ทั้งหมดนี่คือความต้องการที่แท้จริงของเจ้า คำพูดและการย้ำเตือนว่าเจ้าไร้ค่าและสมควรตาย เพราะไม่มีใครสนใจว่าเจ้าเป็นอย่างไร ไม่มีใครสนใจว่าเจ้าหักพังและบิดเบี้ยวข้างในแค่ไหน เจ้าต้องการใครสักคนที่ไม่ใช่ตัวเองมาตอกย้ำความปรารถนาลึก ๆ ในใจ ให้เจ้าตัดสินใจฆ่าตัวตายสักที

            ใบหน้าเกรี้ยวกราดของมาธิลด้าผ่อนคลายลง เรี่ยวแรงที่กดทับตรงลำคออากาเบลหายไป เธอไอโคลก ๆ พลางพยายามคว้าอากาศเข้าปากให้ได้มากที่สุด แต่ไม่ทันที่เธอจะกลับมาหายใจเป็นปกติปราศจากความทุกข์ทรมาน มาธิลด้าก็บีบคอเธออีกครั้ง และครั้งนี้มันรุนแรงจนเธอรู้สึกถึงกระดูกข้างในที่อาจจะหักได้

            ทั้ง ๆ ที่นางอยากให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปแท้ ๆ! มาธิลด้าตะคอก ทั้ง ๆ ที่ก่อนตาย นางขอให้เจ้าดูแลตัวเอง ทั้ง ๆ ที่นางยืนยันกับเจ้าว่านางพยายามปกป้องเจ้ามาตลอด! นางพยายามปกป้องเจ้าจากเขา!

            ใคร? เขาที่ว่าคือใคร?

            นางพยายามปกป้องเจ้าจากเขา และนี่คือสิ่งที่เจ้าตอบแทนมาธิลด้า!

            ฝ่ามือของมาธิลด้าหลุดไป เฉกเช่นเดียวกับร่างเปื้อนเลือดของนางที่มลายหายไปภายในพริบตา

            และแทนที่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกของดีทริค

            อากาเบลหายใจเฮือกใหญ่จนต้องแหงนหน้ามองเพดาน เธอหอบหายใจจนตัวโยน แผ่นอกกระเพื่อมรุนแรง มือของเธอสั่นสะท้าน จนดีทริคต้องกำชับไว้แน่น ให้ห่างจากลำคอของเธอเอง เขาไม่พูดอะไร นอกจากจ้องเธอที่เหงื่อแตกพลั่กทั้งตัว เขาให้เวลาเธอเรียกคืนสติกลับมาเงียบ ๆ พักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยพูดเสียงเบา

            “ข้าสัมผัสความกลัวของเจ้าผ่านพันธสัญญา ข้าจึงวิ่งมา แล้วเห็นเจ้า... บีบคอตัวเอง”

            บีบคอตัวเอง? เธอน่ะหรือ

            อากาเบลหลับตาขณะสูดลมหายใจลึกและบังคับให้เป็นปกติ ความโล่งอกสับเปลี่ยนกับความกลัว และความตึงเครียดทั่วร่างก็ลดลงอย่างรวดเร็ว เธอยังรู้สึกถึงความร้อนตรงลำคออยู่ สรุปว่ามันเป็นเธอเองสินะที่บีบคอตัวเองมาตั้งนาน ให้ตายเถอะ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอล้วงมีดทำมือใต้หมอนออกมา

            “ข้า...” เธอตอบเสียงแหบแห้ง “มาธิลด้า... ไม่” เธอหลับตาครู่หนึ่งเพื่อควบคุมตัวเอง “มันเป็นภาพหลอน ข้าเห็นมาธิลด้าตั้งแต่ตอนที่นางตายไป นางเป็น... ความคิดของข้า ไม่ใช่มาธิลด้าตัวจริง มัน... มาตอกย้ำข้า—“

            ประโยคของเธอถูกตัดกลางคัน เมื่อดีทริคก้มลงมาจูบเธอ

            ในตอนแรก เขาแค่ทาบริมฝีปากไว้เฉย ๆ เหมือนกับยังไม่มั่นใจนักว่าเธอจะเตะเขาออกหรือเปล่า และเมื่อเขาละออกไป ความหนาวเข้ามาแทนที่ เธอก็ตัดสินใจดึงแขนตัวเองที่เขาจับไว้ลงมาประชิด แล้วมันก็กลายเป็นจูบจริง ๆ จูบที่ส่งกระแสบางอย่างไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย จูบที่ทำให้เขาเลื่อนมือมาประคองท้ายทอยเธอ พร้อมกับเบียดร่างอบอุ่นจนร้อนลงมาแนบชิด เธอกำผมอีกฝ่ายไว้แน่น ปลายจมูกซุกไซร้แก้มเขา ก่อนจะเลื่อนแขนไปโอบต้นคอแข็งแกร่ง

            มันไม่เหมือนจูบกับมาธิลด้า มันไม่เหมือนจูบกับเขาที่เมืองโรสวอร์น มันแตกต่าง

            อย่าเพิ่งไป อากาเบลรีบพูดในใจเมื่ออีกฝ่ายถอยไป เธอได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ แล้วดีทริคก็จูบเธออีกครั้ง

            เสื้อผ้าเสียดสี ริมฝีปากบดเบียด อากาเบลรู้สึกว่าลมหายใจของเธอร้อนระอุ เหมือนกับลมหายใจของดีทริค เธอลดมือซ้ายลงมาประคองใบหน้าซึ่งมีเส้นผมหล่นลงมาปรกดวงตาของเขา ทำหน้าที่ห้ามไม่ให้เขาละไป และเขาก็ขยับมือขวามากุมมือเธอไว้ สัมผัสถุงมือหยาบและสาก อากาเบลค่อย ๆ สอดนิ้วไปใต้ถุงมือนั้น เข้าไปประสานนิ้ว เธอบีบมือเขาจนเจ็บ แล้วเลื่อนมืออีกข้างลงมาแตะปกคอเสื้อของเขา จากนั้นก็เริ่มปลดกระดุมทีละเม็ด

            “เจ้าควรจะนอนพัก” ดีทริคลากริมฝีปากไปกระซิบเสียงแหบพร่าที่ใบหู ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้ปัดมือเธอทิ้ง โดยเฉพาะเมื่อเธอจงใจลดมือซ้ายที่ยังประสานนิ้วกับมือขวาเขาลงมาแตะกระดูกไหปลาร้า และลากต่ำลงไปเรื่อย ๆ

            “นอน?” อากาเบลถามในลำคอ รู้สึกว่าแก้มตัวเองร้อนแปลก ๆ

            เขาเงียบทันที

            เด็กสาวแตะนิ้วชี้กับริมฝีปากล่างของชายหนุ่มให้เผยอ “เจ้าชอบคิดว่าข้าเป็นแค่เด็กตลอด--”

            พูดยังไม่ทันจบ ดีทริคก็รวบมือเธอทันที ท่าทางดังกล่าวทำให้เธอลืมความทุกข์แล้วหลุดยิ้มออกมา

            “ตอบช้าไป ข้าจะนอน” เธอยื่นหน้าไปพึมพำใกล้ริมฝีปากชายหนุ่ม “ขอบคุณที่มา”

            แม้หัวใจจะเต้นแรงจัด แต่เธอก็ตะแคงหันไปอีกด้านทันที เธอรู้ว่าดีทริคอยู่ในท่าคร่อมนิ่งงันอยู่อย่างนั้นสักพักทีเดียว ก่อนเขาจะถอนหายใจหงุดหงิดกับตัวเอง เหมือนเพิ่งจะตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ไป เธอได้ยินเสียงติดกระดุม เตียงขยับ และเสียงเลื่อนเก้าอี้ เมื่อรับรู้ว่ามีเขาอยู่ในห้องด้วย เธอก็สามารถนอนหลับได้อย่างง่ายดายไม่เหมือนก่อนหน้านี้


***


(ครบ 100% แล้ววว)


            ข้าพยายามปกป้องเจ้าจากอันตราย จากเขา

            เสียงของมาธิลด้าดังแผ่วเบา

            เมื่อเป้าหมายของข้าบรรลุ เมื่อถึงตอนนั้น เจ้าจะเป็นอิสระ ข้าจะไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป เจ้าจะออกไปจากที่นี่ กลับไปที่บ้านของเจ้า และลืมเรื่องราวที่นี่ไปซะ หนึ่งปีที่นี่

            แต่ดีทริคก็ยังไม่ตาย ทั้ง ๆ ที่บรรลุเป้าหมายแล้ว...

            อากาเบลยกมือลูบหน้าตัวเอง ในห้องยังมืดสนิท แต่เธอกลับตื่นขึ้นมาเฉย ๆ

            “เจ้าเพิ่งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมง” ดีทริคพูด

            มิน่าล่ะ เธอถึงปวดหัวสุด ๆ ตอนนี้ อากาเบลสูดลมหายใจลึกขณะตะแคงหันไปมองเพื่อนร่วมห้อง ดีทริคนั่งกอดอกเอนหลังกับพนักเก้าอี้ตรงโต๊ะกลม เขาแหงนหน้ามองเพดาน เธอลองมองบ้าง แต่ไม่เห็นอะไรน่าสนใจไปกว่าประกายเครื่องโลหะต้องแสงจันทร์บนนั้น จูบเมื่อครู่ย้อนกลับมาแทน แก้มของเธอร้อนผ่าวทันใด เธอจึงหลุบตามองตักตัวเอง พลางมุ่งความสนใจไปที่อย่างอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความอาย

ความสงสัยที่ยังไม่เลือนหายไปจึงเข้ามาแทนที่

            พระเจ้าชาร์ลส์ – เป้าหมายของดีทริค – ตายไปแล้ว สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นอันดับต่อไปคือดีทริค... ไม่มีชีวิตอยู่อย่างที่เขาเคยบอกเธอ แต่เขาก็ยังอยู่ เพราะเสียงของเธอส่งไปถึงเขาหรือ เพราะเขาล่วงรู้ความปรารถนาเบื้องลึกของเธอหรือ

            “เฮ้” อากาเบลเรียก

            ชายหนุ่มเลื่อนสายตาจากเพดานลงมามอง ไหงเขาถึงไม่มีท่าทีเขินอายแบบเธอเลยล่ะ?

            “ตอนที่ข้ายังไม่ฟื้น ข้าฝันถึงเจ้า” เธอเริ่มต้นพูด “แต่มันไม่ใช่ความฝันใช่ไหม เจ้าคุยกับข้าจริง ๆ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายผงกหัว เธอจึงพูดต่อ “ทำไมเจ้าถึงไม่ทำตามที่บอก ที่ว่าเป้าหมายบรรลุแล้ว ซึ่งก็คือการที่พระเจ้าชาร์ลส์ตาย เจ้าก็จะ...”

            “เจ้าอยากให้ข้าตาย?” ดีทริคย้อนถามกลับ

            “หา?” อากาเบลชะงักไป รู้ตัวอีกทีก็พบว่าเธอยกนิ้วชี้หน้าอีกฝ่ายแล้ว “หากข้าต้องการแบบนั้น ข้าก็คงไม่ถ่อไป—ช่วย—“ เธอเม้มริมฝีปาก พลางเบือนมองไปทางอื่นเพื่อควบคุมตัวเอง “ก่อนหน้านี้เจ้าก็เก็บงำเรื่องไฟสีฟ้านั่นมาตลอด! ตอนที่หนีออกมาจากเมืองโรสวอร์น หรือแม้กระทั่งตอนที่ข้าจะโดนโจรป่าบีบคอ--”

            อะไรบางอย่างสะกิดใจเธอ ตอนที่เธอถามเรื่องเวทมนตร์ไฟกับดีทริค เขาไม่ได้แค่โกหกว่านั่นไม่ใช่ฝีมือเขา เขาแสร้งแสดงท่าทางด้วยซ้ำว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนทำ ทำไมเขาถึงต้องลงทุนขนาดนั้นด้วย? เพื่อให้ทุกคนเชื่ออย่างสนิทใจหรือ เธอคงเชื่ออีกนานหากความลับไม่แตก ให้ตายเถอะ ไอ้ท่าทางไม่รู้ไม่ชี้นี่มันเหมือนกับตอนเธอรุกเรื่องพันธสัญญา...

            อากาเบลตัวแข็งทื่อเมื่อดีทริคสบตา เขารู้ เขาต้องรู้ว่าเธอกำลังเคลือบแคลงใจ – ไม่ไว้ใจ เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางค่อย ๆ เรียบเรียงประโยคในหัวเพื่อถ่วงเวลา และเมื่อเธอสามารถพูดได้ เสียงของเธอกลับเบาจัด

            “เจ้าตั้งใจเรียกข้ามาที่นี่ เรียกมา... เพราะพันธสัญญา เพราะ...” เธอหยุดเมื่อจะเผลอกลั้นหายใจ “เจ้าตั้งใจให้เกิดพันธสัญญา เจ้าตั้งใจให้ข้าทำร้ายเจ้าจนเลือดออก และปล่อยให้ข้าชิงดวงตากลับมาง่าย ๆ”

            ความเงียบครอบคลุมทั้งห้อง

            “ฉะนั้น” อากาเบลหลับตาเพื่อควบคุมหัวใจที่เต้นแรง “ข้าคิดว่าเจ้ามีอีกจุดประสงค์ที่ยังไม่เคยเปิดเผย สี่ปีก่อนหน้านี้ เจ้าพูดเหมือนเจ้ารู้จักข้ามาก่อน เจ้ามีชื่อพ่อของข้าในหนังสือนั่น เจ้า... พูดภาษามังกรได้”

            “เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ” ดีทริคเอียงคอถาม

            “ข้าสันนิษฐานได้แค่ว่าเจ้าเป็น...“

            “เป็น?”

            เขาเล่นเกมบ้าอะไรอยู่เนี่ย เด็กสาวคิดอย่างวิตก “ระ-ราชา

            “ราชามังกรรุ่นที่สิบ แห่งจักรวรรดิวาราดาร์ซค์”

            อากาเบลตัวชาวาบ เขายอมรับออกมาแล้ว ทั้งห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบอันหนักหน่วงต่อไป เธอพบว่าตัวเองจิกเล็บกับฝ่ามือจนเจ็บจี๊ดอยู่ จึงรีบคลายกำปั้นให้ดูเป็นปกติ แล้วยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้าผาก ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายอยู่ดี

            โกหก เขาต้องโกหก แต่เปลวไฟสีฟ้ากับร่างมังกรสีดำนิลนั่น--

            “เจ้าเกี่ยวข้องกับคน ๆ นึงที่หายตัวไป ใช่ไหม พวกเขาเล่ากันว่าคน ๆ นี้อวดเรื่องเวทมนตร์ที่ได้มาจากพระเจ้า“

            “โซคอล” ดีทริคขัดทันที “ข้าจำเขาได้”

            อากาศเย็นขึ้นฉับพลัน มันเป็นเพราะเกล็ดน้ำแข็งที่กำลังกระจายจากปลายเท้าของอากาเบล เธอสะดุ้งตกใจที่หนามแหลมคมทิ่มแทงผิวหนัง จึงขดขาเข้ามา พลางพยายามบังคับพลังให้อ่อนแรงลง

            “ข้าเจอผู้ชายคนนั้นหลังจากข้าหลับในร่างมนุษย์มาหลายร้อยปี อาจจะถึงพันปี” ดีทริคพูด “เขาขุดข้าขึ้นมาจากน้ำแข็ง พาข้าไปอยู่ในอาณาจักรอะไรสักอย่างที่มาแทนที่จักรวรรดิวาราดาร์ซค์ ภาษาของพวกเขาไม่เหมือนที่ข้าเคยพูด ข้าจึงจำเรื่องราวในตอนนั้นไม่ได้เท่าไร รู้แค่โซคอลสอนภาษาของอาณาจักรนั้นให้ข้า และข้าสอนภาษามังกรให้เขา”

            “เจ้าอายุ...” เก่าแก่น่าจะเป็นคำที่ใช้กับเขาได้

            “หากตัดช่วงที่ข้าหลับไปยาวนาน ข้าอาจจะมีอายุมังกรน้อยกว่าเจ้า อากาเบล” ดีทริคยิ้มที่มุมปาก

            อายุมังกรน้อยกว่า แต่อายุมนุษย์มากกว่า?

            “ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากที่ข้ารู้จัก และความปรารถนาในตอนนั้นของข้าคือการหลับไป จนกระทั่งหมดลมหายใจ” ดีทริคพูดต่อ “เพราะความทะเยอทะยานอันแรงกล้าของโซคอล และเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านแถบนั้น โซคอลควรจะออกห่างและทอดทิ้งสังคมมนุษย์ไป ข้าถึงตัดสินใจให้พลังกับเขา หนึ่งคือพลังที่ถูกส่งทอดมาให้เจ้าในภายหลัง และสองคือสิ่งที่เปลี่ยนให้เขากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เขาต้องการ”

            เพื่อความปลอดภัย?

            “เขาฆ่าคน” ดีทริคอธิบาย “ไม่ใช่การฆ่าเพราะเขาเป็นทหารหรือนักฆ่า เขาเป็นฆาตกร”

            พ่อเคยเป็นฆาตกรมาก่อน? ฆ่าคนเพราะความสนุกและความพึงพอใจ และนิสัยนั่นก็ได้ถ่ายทอดมาที่เธอ เธอที่สมัยยังอยู่สเนียเซนี่ ก็ชอบฆ่าสัตว์ป่าตามความสนุกสนานเช่นกัน ทั้งหมดทำให้เธออยากอ้วกอย่างบอกไม่ถูก

            “โซคอลเจอข้าโดยบังเอิญ และเขาพยายามจะฆ่าข้าเหมือนกัน” ดีทริคเอ่ยแทรกความเงียบงัน “แต่ไม่สำเร็จ เขาฆ่าข้าไม่ได้ นั่นเปลี่ยนความคิดบางอย่างมากพอให้เขาเปิดใจกับข้า บอกว่าเขาเกลียดที่นั่น เกลียดมนุษย์ เกลียดเลือดและลำไส้มนุษย์ที่เปื้อนเต็มตัวและพื้นบ้านเขา เกลียดความอ่อนแอนั่น และเขาอยากได้ความแข็งแกร่งแบบข้าแทน ดังนั้น ข้าจึงให้เขาไป ไม่ว่าใครก็ต่อรองหรือแก้ความคิดของผู้ชายคนนั้นไม่ได้ เขา... โรคจิตเกินกว่าจะคุยดี ๆ ด้วยได้อีก”

            และนี่ก็คงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้อากาเบล... ใกล้เป็นบ้าง่ายเหลือเกิน

            “เขาจะใช้ชื่อแลนจ์ในชีวิตใหม่ – แลนจ์ โซโกลอฟ” ดีทริคพูด “ข้าเด็กเกินไปในตอนนั้น เด็กเกินกว่าจะคิดถึงผลร้ายอย่างอื่น แต่โซคอลกลับ... ต้อนรับชีวิตใหม่เหมือนคนปกติทั่วไป ราวกับว่าความปรารถสูงสุดของเขาช่วยขจัดความบ้าคลั่งในจิตใจเขาไปจนหมด ราวกับเขาทำตัวเป็นฆาตกรโรคจิตเพียงเพราะเขาทนรู้สึกแปลกประหลาดในสังคมไม่ได้”

            “เขาไม่ได้เปลี่ยนไป” อากาเบลพูดเสียงสั่น “ที่สเนียเซนี่ เขายังทำเหมือนเดิม”

            ดีทริคระบายลมหายใจ “จะเรียกว่าข้าเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทรมานที่ขุนเขาเจ้าก็คงได้”

            ไม่ใช่ อากาเบลเม้มริมฝีปากแน่น เพราะดีทริคไม่มีทางรู้ได้ต่างหากว่าพ่อจะเป็นอย่างนี้ต่อ อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้พูดประโยคดังกล่าวออกไป เธอเห็นเขาในวัยเด็ก อาจจะมีอายุมนุษย์ประมาณไม่กี่ขวบด้วยซ้ำ และนั่นก็เหมือนเธอตอนที่จำเป็นต้องหักหลังเพทราดีตัวอื่น เธอไม่รู้ว่าพ่อจะฆ่าพวกนั้น เขาบอกว่าเขาจะลงโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ

            แต่เธอก็รู้ดีว่าความผิดพวกนี้ยังถูกลบล้างไปจนหมดสิ้นไม่ได้

            “เขาจึงได้อาศัยในโลกของมังกร และข้าอยู่ในโลกของมนุษย์ คิดว่าคราวนี้ เมื่อข้าหลับไปกลางหิมะและน้ำแข็ง ข้าน่าจะได้ตายจริง ๆ” ดีทริคหันไปมองท้องฟ้ามืดมิดนอกหน้าต่าง “แต่ไม่ โซคอลไม่ได้ครอบครองพลังธาตุนั่นเต็มที่ เขาใช้มันไม่ได้ พลังนั่นจึงยังอยู่กับข้าต่อไป ช่วยปกป้องให้ข้ามีชีวิตอยู่ท่ามกลางความหนาว จนกระทั่งเจ้าเกิด เมื่อถึงเวลาที่เจ้าเติบโตและมีความเป็นเจ้าของพลังนั้นมากพอ ข้าก็ดันฟื้นขึ้นมากลางสงครามแอเธลวินกับจักรวรรดิแห่งตะวันออกพอดี”

            โธมัส เบลนเฮล์ม กับโคนอน สตาญิสวัฟเจอเขาในตอนนี้

            “ข้าคิดว่าการตื่นมาครั้งนี้คงจะไม่เปลี่ยนความคิดข้า” ดีทริคนิ่งไปครู่หนึ่ง “แต่มันคือหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุด และข้าคิดว่าข้าจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขเสียที กับครอบครัวที่ข้าไม่เคยได้สัมผัสเมื่อพันปีก่อน ข้ายอมละทิ้งชีวิตมังกรไป ละทิ้งพลังที่เคยมีมา ยกเว้นแค่การฟื้นฟูที่แม้ข้าจะไม่ได้บังคับใช้ตรง ๆ มันก็ฟื้นฟูด้วยตัวของมันเอง ข้ากลายเป็นมนุษย์”

            ไม่ใช่พ่อมดอย่างที่โคนอนคาดคิดไว้

            “กระทั่งเมื่อสี่ปีก่อน”

            กระทั่งโธมัส เบลนเฮล์มถูกกล่าวหาว่าเป็นพ่อมด

            “ข้ากลับมาพบว่าข้าไม่เหลือครอบครัวอีก ไม่เหลือแม้กระทั่งความเป็นมนุษย์ ฟอร์เซเคน ชาร์น็อคเซียซ์นิค ลำดับชั้นต่ำต้อยที่ข้าได้รับ ถึงกิลเบิร์ตจะยอมรับและเป็นเพื่อนกับข้า ถึงอัลฟองเซ่จะเข้ามาเสนอให้ร่วมมือด้วย ไม่มีอะไรหยุดยั้งข้าได้ และข้าก็รู้เช่นกัน ว่าการฆ่าพระเจ้าชาร์ลส์จะไม่ช่วยอะไร นอกจากจบความแค้นส่วนตัวของข้า”

            แสดงว่าเขาก็ไม่ได้ตามืดบอดเพราะความเคียดแค้น แต่นั่นหมายความว่า...

            “มันเป็นแค่แผนรองของเจ้า” อากาเบลเบิกตากว้าง

            ดีทริคระบายลมหายใจ “การฆ่าพระเจ้าชาร์ลส์จะไม่จบความเลวร้ายที่ผู้คนในทวีปนี้ต้องเผชิญ เพราะเขาไม่ใช่ตัวต้นเหตุ เขาเป็นแค่รากแขนงที่แตกออกมาจากรากแก้วเท่านั้น รากหลักที่ผู้คนมองว่าอยู่เหนือกว่ากฏเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่สำหรับข้า ศาสดาและพระผู้เป็นเจ้าในยุคแรกเริ่มของศาสนาอาซีมุส พวกมันเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตปาฏิหาริย์จากที่ไหน แค่มนุษย์ที่ไต่เต้าจนมนุษย์คนอื่นเชื่อว่าเป็นพระเจ้า”

            มันย้อนกลับมา เหตุการณ์ตั้งแต่อดีต อากาเบลรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรง ๆ หลายต่อหลายครั้งที่เธอนึกถึงราชามังกร แล้วพลังกับเรี่ยวแรงที่ฟื้นคืนมาก็ทำให้เธอขอบคุณราชามังกร มันมาจากดีทริคที่เธอเข้าใจว่าเป็นมนุษย์ปกติมาตลอด ใช่ และเขาก็เคยพูดนี่ ตอนที่เขายืนมองเธอสักการะราชามังกรตั้งแต่วันแรก ๆ เขาพึมพำว่า พระเจ้าช่วยอะไรเจ้าบ้างล่ะ เขาเป็นราชามังกรที่เธอกับพ่อ ซึ่งรู้ความจริงมาตลอด เคารพ แล้วเขาก็อยู่ในร่างมนุษย์แบบนี้

            “เจ้าจะบอกว่าพระเจ้าไม่มีจริง?” อากาเบลถามเสียงสั่น

“มันไม่มีจริง อากาเบล ทุกอย่างเกิดจากมนุษย์ ความกระตือรือร้นและความทะเยอทะยานของมนุษย์ที่ทำให้พลังพวกนี้ปรากฏ สิ่งมีชีวิตในตำนานอย่างมังกรที่เจ้าเชื่อไม่ได้ถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยที่โลกเพิ่งถูกสร้าง ไม่ใช่การสร้างสรรค์ของพระเจ้า มันเป็นความปรารถนาของมนุษย์ที่ต้องการทำให้ราชาในยุคโบราณสมกับคำว่าเทวราชา”

            “เจ้าพูดบ้าอะไร!

            ดีทริคแหงนหน้ามองเพดานที่ไม่มีของน่าสนใจอีกครั้ง อากาเบลเริ่มรู้สึกว่าตัวเองควบคุมความวุ่นวายในหัวไม่ได้ เธอจึงลุกไปยืนหน้าชายหนุ่มเพียงเพื่อจะเขย่าไหล่เขา ตะโกนใส่หน้าว่าเขาโกหก เขาต้องโกหก อย่างน้อย—อย่างน้อย—ขอให้ไม่ใช่เรื่องของมังกร ไม่ใช่ความเชื่อสุดท้ายที่เธอมี สถานะมังกรเป็นสิ่งเดียวที่ยกเธอขึ้นจากมนุษย์ทั่วไป

            เขาพูดเสียงเย็น “พวกเขาสร้างมังกรขึ้นมา มนุษย์ ไม่ใช่พระเจ้า”

            “โกหก”

            การที่เธอกลายเป็นมนุษย์ได้ตั้งแต่ต้นไม่เกี่ยวข้องกับการที่เธอโดนควักดวงตา เพราะพ่อเคยเป็นมนุษย์ก่อน และเพราะมังกรสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์ ไม่ว่าทางไหน ทุกมังกรในยุคปัจจุบันมีสิทธิ์มีร่างมนุษย์ได้หมด

            อากาเบลยกมือกุมศีรษะที่ปวดตุ้บ ๆ ไม่หยุด ความเชื่อที่เธอมีมาทั้งหมดแตกร้าวไม่เหลือชิ้นดี แต่เธอก็พยายามเก็บเศษซากแก้วที่ตกหล่นนั้น ดีทริคจะพูดถึงเรื่องนี้ทำไม พระเจ้าไม่มีจริง? แล้วอย่างไงล่ะ สุดท้ายเธอก็เห็นช่องโหว่ในความเชื่อของเขาอยู่ดี ก็สิ่งที่เขาเป็นอยู่ – ราชามังกร – มีตำนานเล่าถึงพลังมหาศาลที่ไม่มีมังกรตัวไหนเทียบเท่าได้ แล้วจะเรียกว่านั่นไม่ใช่ผลงานของพระเจ้าได้อย่างไง! และเมื่อเขาเชื่อแบบนี้...

            “เจ้าปล่อยให้อัลฟองเซ่จัดการพระเจ้าชาร์ลส์ เพราะเจ้าไม่อยากลงมือฆ่าเอง” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน “เพราะมันไม่ใช่เป้าหมายหลัก เป้าหมายที่แท้จริงของเจ้าคือการโค่นล้มศาสนจักร – จักรวรรดิแห่งตะวันออก – ด้วยตัวเอง”

            เธออ่านท่าทีนิ่งจัดของอีกฝ่ายไม่ออกเลยสักนิด

            “ข้าถึงเกี่ยวข้องกับอีกแผนการเวรตะไลของเจ้า” เธอพูด ประโยคของเขาเมื่อสี่ปีก่อน – ในความทรงจำของโคนอน – ย้อนกลับมาอีกครั้ง “ที่เจ้าพูดตอนนั้น เจ้าไม่ได้หมายถึงข้า เจ้าหมายถึงพลังน้ำแข็งนี่”

            เงียบ

            ก่อนดีทริคจะหัวเราะในลำคอ แล้วเหยียดยิ้มที่ทำให้เธอขนลุกเกรียว

            “ขอบคุณจินตนาการของเจ้าก็ดี อากาเบล” เขาเอียงคอพูด “เจ้าทำให้ข้าลำบากใจตั้งแต่วันแรก ๆ ที่เจ้ามาอยู่ที่นี่ เพราะเจ้าทายถูกแทบทุกอย่าง จนข้ากลัวว่าเจ้าอาจจะรู้แผนการของข้าหมดเสียก่อน จนข้าคิดว่าข้าอาจจะต้องฆ่าเจ้าทันทีเพื่อไม่ให้เรื่องแดง... และใช่ ข้าต้องการพลังของข้าคืน”

            อากาเบลสำลักอากาศเมื่ออยู่ ๆ ก็รู้สึกอ่อนเพลียลง หัวใจที่เต้นกระหน่ำข้างในกำลังถูกเกล็ดน้ำแข็งเกาะกินไปทีละนิด นั่นคงเป็นสาเหตุที่เธอกำลังรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน ใช่ไหม

            “วิธีการแย่งชิงพลังคือการฆ่าผู้ครอบครองพลังนั้น ๆ เสีย แต่ข้าไม่ได้อยากฆ่าเด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างเจ้า เพราะความผิดของเจ้าอย่างเดียวคือการเกิดมาเป็นลูกของแลนจ์ โซโกลอฟ ข้าถึงเลือกที่จะใช้หนทางปัจจุบัน หนทางที่มันคัดค้านมาตลอด มังกรในยุคนี้ไม่เหมือนยุคสมัยของข้าที่เคยชินกับความเป็นมนุษย์ ฉะนั้นข้าจึงตั้งใจเรียกเจ้ามา ให้เจ้าได้อาศัยในดินแดนมนุษย์เพื่อซึมซับสังคมใหม่ ให้เจ้าลืมขุนเขามังกรบ้านเกิด”

            เหมือนสัตว์ป่าที่ค่อย ๆ เคยชินกับมนุษย์ที่ให้ข้าวให้น้ำทุก ๆ วัน

            “แต่นั่นก็ไม่ใช่วิธีที่ดี เพราะเจ้าไม่ใช่สัตว์ป่าโดยสมบูรณ์ มังกรมีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ และมนุษย์รู้สึกถึงความแปลกแยก ข้าเองก็กังวลว่าวันหนึ่ง เจ้าจะตั้งคำถามขึ้นมาว่าเจ้าควรจะอยู่ที่นี่หรือไม่ เจ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสังคมที่นี่หรือไม่ และผลลัพท์จะออกมาเลวร้ายหากเจ้ารู้สึกตัวว่าเจ้าแตกต่าง ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเจ้า” น้ำเสียงของดีทริคไม่มีความรู้สึกผิดเลยสักนิด แต่มันกลับแผ่วลง “เรื่องโชคดีก็คือข้าไม่ต้องเผชิญกับปัญหานั้น เพราะโซคอลทำร้ายเจ้ามากพอที่จะทำให้เจ้าไม่อยากอยู่ขุนเขามังกรต่อไป ทำให้เจ้าเกลียดและกลัวที่นั่นมากพอจนพร้อมเปิดรับที่ใหม่”

            อากาเบลเก็บกลั้นเสียงกรีดร้องไว้ในลำคอได้ แต่มือของเธอพุ่งไปกระชากคอเสื้อดีทริคแล้ว

            “เพราะข้าไว้ใจเจ้า! ข้าถึงยอมบอกเรื่องพวกนั้นไป!” เสียงของเธอสั่นเครือ “แต่เจ้าเอามันไปใช้—“

            เธอคอตก ช่วยยืนยันทีเถอะ ว่านี่ต้องไม่ใช่เรื่องจริง

            “พันธสัญญาชีวิตเป็นพันธสัญญาที่พิเศษกว่าพันธสัญญาใด ๆ” ดีทริคพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ และเยือกเย็นราวกับกำลังพูดกับคนแปลกหน้า “เพราะมันคือพันธสัญญาระหว่างมังกรกับราชามังกร ไม่มีทางแก้ ไม่มีการบรรลุจุดประสงค์ ไม่มีเรื่องของการเป็นสหายศึกอย่างที่ข้าเคยบอก มันคือการจองจำ เพราะข้าไม่ได้อยากฆ่าเจ้า อากาเบล ข้าส่งเจ้าไปต่อสู้ ตั้งใจปล่อยให้เจ้าเผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งเป็นข้าที่พูดให้เจ้าโมโห เพื่อให้เจ้าได้พัฒนาพลังจนเพียงพอ”

            เสียงปริศนาที่พูดกับเธอตอนที่เธอยังไม่ฟื้น เธอเข้าใจแล้ว เธอเป็นแค่เด็กที่ดีทริคเจอเพียงแค่หนึ่งปี หนึ่งปีที่ไม่มีวันจะเทียบเท่าความแค้นที่เขาเก็บไว้มานานหลายร้อยปี อาจจะตั้งแต่เมื่อสมัยที่ราชวงศ์ราชามังกรยังไม่ล่มสลายด้วยซ้ำ

            ความฝันที่เธอหลงเหลือไประหว่างยังหลับใหลก็กลับมาเช่นกัน เป็นฝันร้ายของโคนอนหลังจากกลับมาจากงานหมั้นของมาธิลด้า เซลี่ หากโธมัส เบลนเฮล์มฝันถึงสิ่งมีชีวิตสีเงินที่ตามฆ่าดีทริคทุกครั้ง โคนอนฝันถึงอีกอย่าง เป็นดีทริคในวัยเด็กเช่นกัน แต่ฉากเป็นสวนในปราสาทที่เมืองคาลีซช์ โคนอนถามดีทริคว่า หากให้เลือกระหว่างโธมัสกับเป้าหมาย เขาจะเลือกอะไร

            คำตอบของดีทริคฟังดูเลือดเย็นเหลือเกิน

            ต่อให้โลกต้องลุกเป็นไฟ ข้าก็จะเลือกเป้าหมาย ข้าจะทำมันให้สำเร็จ

            “เจ้าไม่เคยคิดจะให้ข้าได้อิสรภาพตั้งแต่ต้น และเจ้าก็จะใช้พันธสัญญาชีวิตควบคุมข้าให้ทำตามที่เจ้าต้องการ ที่ผ่านมาเป็นแค่การทดลองสินะ?” อากาเบลพยายามยิ้ม แต่ไม่ไหวเลย เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแตกเป็นเสี่ยง ๆ “มีอะไรบ้างที่เจ้าไม่เคยโกหกหรือหลอกลวงข้า ดีทริค เบลนเฮล์ม?”

            “ข้าโกหกเพื่อเอาชีวิตรอดมานานจน... ด้านชาไปแล้ว” ดีทริคตอบ “แม้แต่อุปนิสัยเย็นชา นิ่งขรึม สงบ จนดูโง่ หัวบื้อ มันไม่ใช่ตัวตนจริง ๆ ของข้า แต่ข้าก็ต้องทำเพื่อไม่ให้โดดเด่นเกินไป เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ยุคสมัยวาราดาร์ซค์ จนข้าไม่สามารถจดจำได้อีกแล้วว่าข้าเคยนิสัยอย่างไร หรือข้าแค่ฝันไปว่าข้าไม่ใช่คนแบบนี้”

            “เป็นแค่หน้ากากอย่างที่พระเจ้าชาร์ลส์เคยบอกมาตลอดเลยสินะ?” อากาเบลรู้สึกถึงเบ้าตาที่ร้อนผ่าว แต่มันไม่ใช่เพราะความเศร้า เป็นความโกรธจัดที่เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งเธออาจะกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีก “ข้าก็คิดว่ามันเชื่ออย่างนั้นเพราะอคติกับเจ้าเกินไปซะอีก มันคงดีใจหากรู้ว่าที่มันเชื่อเป็นจริง ว่าข้าโง่ที่คิดไปอีกทาง”

“อากาเบล” ดีทริคเรียก “เจ้าเห็นด้านมืดของศาสนจักร—“

            “ข้ารู้ว่าไอ้ศาสนาเวรนี่มันน่ารังเกียจ! แต่การที่คนบริสุทธิ์อย่างมาธิลด้ากับลิลี่ต้องตาย มันคือฝีมือของอัลฟองเซ่!” อากาเบลแทบตวาดใส่ “เจ้าพูดมาเลยจะดีกว่าว่าจริง ๆ แล้วเจ้ารู้เห็นเป็นใจกับการตายของสองคนนั้น”

            ดีทริคเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนเขาจะตอบ

            “ข้ารู้”

            “เลือกเพื่อนได้ดีนะ” อากาเบลประชด “ถ้าอัลฟองเซ่ไม่พูดออกมาซะหมด ข้าก็คงร่วมมือกับเจ้าไปแล้ว”

            เธอไม่อยากให้มันเป็นจริง อยากให้ดีทริคยิ้มและบอกว่าเขาแค่ล้อเล่น และเธออาจจะเชื่อเขาจริง ๆ แต่เธอรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่มีทางลบล้างความจริงที่ว่าดีทริคโกหกเธอมาตลอด เขาตั้งใจเรียกเธอมาที่นี่เพื่อใช้พันธสัญญาชีวิตผูกพัน เพื่อให้เขาได้ควบคุมและใช้พลังของเธอตามใจชอบ และเพื่อเป้าหมายสูงสุดของเขา ที่จะหมายถึงการนำผู้คนไปล้มตายอย่างที่พระเจ้าชาร์ลส์กลัวจริง ๆ ไม่มีทางแก้พันธสัญญา ไม่มีทางที่เธอจะเป็นอิสระ และที่เขาคอยดูแลเธอด้วยเวทมนตร์รักษามาตลอด นั่นอาจเป็นการรักษาภาชนะพลังที่เขาต้องทะนุถนอมไว้

หากเธอตายก่อน แผนของเขาก็ไม่สำเร็จสินะ

            ชื่อของพ่อในหนังสือปกสีน้ำเงิน คำโกหกว่าเขาไม่ได้ใช้เวทมนตร์ไฟ

เรื่องที่เขาเป็นราชามังกรรุ่นที่สิบ

            นี่คือสาเหตุที่เขารู้ล่วงหน้าเสมอว่ามีคนตรงมาหา เพราะเขามีประสาทสัมผัสของมังกร ตั้งแต่การรบกับกองทัพเฮเนวิงในเมืองคาลีซช์ เขารู้ว่าพวกนั้นมียาโรเมียร์ ประสาทสัมผัสระดับราชามังกรย่อมต้องตรวจจับสิ่งมีชีวิตระดับต่ำกว่าได้ใช่ไหม อากาเบลกับยาโรเมียร์ที่เป็นเพทราดีธรรมดายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ หรือแม้กระทั่งเวทมนตร์รักษาที่ทำให้เขากึ่งเป็นอมตะ มันเป็นเวทมนตร์ที่ถูกใช้กับสิ่งมีชีวิตมหึมาอย่างมังกร ไม่แปลกที่เมื่อลดมาใช้กับมนุษย์ อนุภาพของมันจึงสูงส่ง

            เขาเคยเป็นอัศวิน พ่อมด และตอนนี้ก็ราชา

            มาธิลด้า... ต้องการปกป้องอากาเบลจากดีทริค

            การดูดวงงี่เง่าตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ๆ นั่น

เมื่อเจ้าเจออัศวินที่มีฝีมือยอดเยี่ยมกว่า จนเจ้ารู้ว่าไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยทักษะการต่อสู้ อัศวินผู้นั้นก็ยังมีจุดอ่อนอื่นอีกนะจ๊ะ จุดอ่อนที่ชัดเจน บางทีอัศวินผู้นั้นก็อาจจะบอกเจ้าเองด้วยซ้ำว่าจุดอ่อนของเขาคืออะไร ฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่เจ้าจะต้องประลอง ทางเลือกของเจ้าก็จะมีแค่อยู่หรือตาย และอัศวินผู้นั้นก็คงไม่ลังเลที่จะฆ่าเจ้าเพื่อตัวเขาเอง

นางเห็นอนาคต นางเห็นการหักหลังนี่! แต่ทำไมนางถึงไม่เตือน! มาธิลด้า สุดท้ายนางก็ไม่ได้อยู่ข้างอากาเบล เหมือนดีทริค ก็แค่ตักตวงผลประโยชน์ คราวนี้เป้าหมายที่มาธิลด้าซุกซ่อนไว้คืออะไรล่ะ? นางเองก็พวกเดียวกันกับอัลฟองเซ่ ยอมตายเพื่อให้อัลฟองเซ่ซื้อใจเอิร์ลริชาร์ดได้ ปกป้อง? เหอะ นางอาจจะร่วมมือกับดีทริคด้วยซ้ำ

            ช่วยกันทำให้เธอลืมความเป็นสัตว์ป่า และกลายเป็นมนุษย์ ให้ง่ายต่อการควบคุม

            “ออกไป” อากาเบลเค้นเสียงลอดไรฟัน

            ดีทริคยังนั่งนิ่ง

            “อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ” เธอกำหมัดและคลาย “ออก-ไป”

            คนทรยศ

            ดีทริคขยับตัวลุกทันที ความอบอุ่นจากร่างกายเขาแผ่มาหา แต่อากาเบลกลับรู้สึกถึงความเย็นเฉียบที่ทิ่มแทงผิวหนังเธอ เขาขยับแขน และเธอก็ก้าวถอยหลังทันที เขาหยุดชะงัก ในท่าจะเอื้อมมือมาหา ก่อนเขาจะค่อย ๆ รวบนิ้วเข้ามาเป็นกำปั้น แล้วลดแขนลงไปไว้ข้างกาย

            “หลังจากพระเจ้าชาร์ลส์ตาย ข้าไม่คิดจะยอมรับโทษประหารหรือฆ่าตัวตายตามอยู่แล้ว” ดีทริคพึมพำ “ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจจุดประสงค์ของข้า หนีไปอย่างที่ข้าต้องการ บีบบังคับให้ข้าต้องใช้หนทางอื่นที่ไม่ใช่พลังของเจ้า--”

            “มันเป็นความผิดของข้าใช่ไหมที่ข้ากลับไปเพื่อที่จะช่วยเจ้า?”

            อีกฝ่ายเกร็งมือ

            “เจ้าเป็นคนสุดท้ายที่ข้ามีในชีวิตเส็งเคร็งนี่”

            ความเงียบ

            “แต่เจ้าไม่เคยอยู่เคียงข้างข้าเลยจริง ๆ”

            เสียงต่ำและสั่นของอากาเบลน่าจะเพียงพอสำหรับมิตรภาพที่ถูกสะบั้นทิ้ง เธอไม่เคยรู้สึกโล่งอกและปวดร้าวในใจเท่าตอนที่ดีทริค--อัศวินตาฟ้าพยักหน้า มันมืดเกินกว่าที่เธอจะสังเกตได้ว่ามันกำลังทำหน้าอย่างไรอยู่ เธอแค่จ้องแผ่นหลังนั่น มันเปิดประตูออกไป แล้วหันมามองเธอ เนิ่นนาน ก่อนจะมันจะตัดสินใจเดินออกไป ประตูปิดไล่หลังแผ่วเบา

            อากาเบลยืนนิ่งอย่างนั้นหลายนาที จนแน่ใจว่าค่ำคืนนี้จะไม่มีใครหรือสิ่งมีชีวิตไหนได้ยิน แล้วเธอก็ทรุดลงราวกับร่างกายอ่อนเปลี้ยฉับพลัน เธอกำหมัดแน่นจนรู้สึกเจ็บ พลางกลั้นเสียงกรีดร้องไว้ในลำคอ จากนั้น เธอก็ร้องไห้อย่างที่ไม่เคยร้องมาก่อน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 19:54
    หวานปนขม ดราม่าจนรู้สึกอยากทรุดไปประคองน้องเบล
    #885
    0
  2. #429 -' THYM3S '- (@pkps) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 20:37
    หวานมากค่ะเขิน  พอถึงตอนจบนี่ขมคอเลย อารมณ์หลากหลายจริงๆ ชอบค่ะ5555555555
    #429
    1
    • #429-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      12 มิถุนายน 2559 / 20:50
      เรื่องนี้ไม่สามารถอยู่ในช่วงแฮปปี้ได้นานเกินไปค่ะ 5555
      #429-1
  3. #426 meduzabencz (@meduzabencz) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 09:11
    โอ๊ยย ช่วงหลังดราม่ามาเต็มเลย ทำไมดีทริคร้านกาจแบบนี้ แล้วยิ่งตอนท้ายๆอากาเบลเรียกแทนดีทริคจากเขากลายเป็นมันเหมือนตอนเจอกันแรกๆเลย จบสิ้นแล้วสินะความสัมพันธ์ ดีทริคมีเหตุอะไรอีกป่ะ ยังบอกไท่หมดใช่ไหม เดี๋ยวก็ได้เสียใจไปตลอดชีวิตตามคำทำนายจริงๆหรอก ถ้าได้เอาคืน อากาเบลเอาคืนเยอะๆเลยนะ หนับหนุนๆ
    #426
    1
    • #426-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      12 มิถุนายน 2559 / 20:47
      มาค่ะ รวมพลังกันไปตบดีทริค /เดี๋ยว 5555
      #426-1
  4. #425 MissAtherMiris (@namine-38) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 08:12
    ช่วงแรกหลอน ช่างกลางหวาน แล้วอะไรคือปิดท้ายด้วยความดราม่าคะ!?! โดนหลอกมาตลอด อากาเบล อย่าไปยอม!! ถึงดีทริคจะทำเหมือนว่ารักอากาเบล แต่เรื่องหลอกลวงแบบนี้รับไม่ได้!!! เชียร์ให้อากาเบลหนีดีทริค แต่ด้วยพันธสัญญาคงตามเจออยู่ดี โอ้ย เสียใจแทนอากาเบลอ่ะ ทำไมดีทริคใจร้ายแบบนี้ รอตอนต่อไปเลยค่ะ!
    #425
    1
    • #425-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      12 มิถุนายน 2559 / 20:45
      เพราะตอนนึงยาวก็เลยยัดมาหลายอารมณ์ค่ะ แหะ ๆ TvT เสียใจแทนอากาเบลเช่นกันค่ะ ฮือออ
      #425-1
  5. #424 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 08:09
    ประโยคสุดท้าย "แล้ว แล้ว แล้ว" เยอะเกินไปนะ อ่านเสียอรรถรสดราาม่าหมดเลย
    #424
    1
    • #424-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      12 มิถุนายน 2559 / 20:44
      กลับไปอ่านแล้วเห็นจุดด่างพร้อยเลยค่ะ TwT ขออภัยด้วยค่า ลองย้อนอ่านแล้วเสียอรรถรสจริง เลยไปแก้มาแล้วค่า แหะ ๆ
      #424-1
  6. #423 treetaporn prechanuwat (@treetaporn) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 07:42
    ดีทริคคคค นายทำอารายยย?!!
    #423
    1
    • #423-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      12 มิถุนายน 2559 / 20:43
      เป็นมาโซก็เลยต้องหาทางให้อากาเบลทำร้ายค่ะ /ไม่ใช่แล้ว
      #423-1
  7. #422 o0nooknick0o (@nooknickky) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 07:31
    เอากิลเบิร์ตมาเป็นพระเอกแทนมั้ย555
    #422
    1
    • #422-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      12 มิถุนายน 2559 / 20:42
      กิลกับเบลแค่เพื่อนค่ะ อิอิ
      #422-1
  8. #421 tinkerbell1820 (@bell1820) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 06:29
    น้ำตาจะไหล แต่ต้องกลั้นไว้ก่อนเดี๋ยวอ่านไม่รู้เรื่อง55555555 เจ็บหัวใจสุดๆ สงสารเบลอะT^T นังดีทริค แกมันร้าย!
    #421
    1
    • #421-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      12 มิถุนายน 2559 / 20:41
      ผู้ชายเรื่องนี้จะมีดี ๆ ไม่ร้ายบ้างไหมนะ ฮาาา สาว ๆ ควรจะกินกันเอง /เดี๋ยว
      #421-1
  9. #420 <•{STC}•> (@XSTCX) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 06:16
    รู้สึกลุ้น และกลัวนึดๆกลับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปของหนูเบลจรึงๆ (อยากให้หนูเบลหมดเรื่องร้ายๆซะที)
    #420
    1
    • #420-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      12 มิถุนายน 2559 / 20:40
      ขอบคุณมาก ๆ ค่า ทางนี้ก็อยากให้อากาเบลได้เจอชีวิตอันสงบสุขและแฮปปี้สักที แต่ดันเกิดมาผิดยุค (??) แต่นี่ก็รักน้องเขานะคะ TwT
      #420-1
  10. วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 02:40
    อึก จุกมาก จุกมากๆ สามสิบเปอร์เซ็นหลังนี่แทบจะเฉลยทุกอย่างแล้วอ่ะ ดีทริคหลอกทุกคนมาตลอด หลอกใช้เบล แต่เราเชื่อว่าที่ดีทริคชอบเบลอ่ะ อันนั้นคือความจริงนะ แลนจ์ไม่ใช่ราชามังกรอะไรเลย แค่เป็นมนุษย์ที่ได้รับพลังมาจากดีทริค ทุกอย่างที่อากาเบลเชื่อ ราชามังกรผู้ยิ่งใหญ่คือสิ่งที่โดนแลนจ์ฝังหัวมาตลอด สำหรับเบลคงจะเหมือนโลกทั้งใบถล่มอ่ะ แล้วดีทริคมาเฉลยและยอมรับทุกอย่างอีก ที่ดีทริคจู่ๆมาเฉลยงี้มันต้องมีจุดประสงค์อะไรสักอย่าง เราคิดว่าเพื่อที่จะให้เบลเกลียดนะ เพราะการมาบอกอย่างงี้เบลต้องเกลียดแน่ๆ รวมมั้งเสียใจมาก สงสารมากตอนเบลร้อง เบลไม่เคยร้องมาก่อนเลยนะแม้กระทั่งตอนโดนแทงตา สงคราม สารพัด มีครั้งนี้หนักมาก เพราะดีทริคคือคนเดียวที่เหลือของเบลแล้ว หลังจากนี้เบลอาจจะหนีไป ถอยออกจากเรื่องราวทั้งหมดนี้เงียบ หรืออาจจะสู้กับดีทริค? คำทำนายของมาธิลด้าอ่ะ มันจะมีวันที่ดีทริคกับเบลต้องสู้กันใช่มั้ย และดีทริคจะไม่ลังเลที่จะจัดการเบลเลยใช่มั้ย สงสารเบลมากๆอ่ะ ไว้ใจไปแล้ว ให้ไปหมดแล้วมาโดนหักหลังงี้ จุก แต่เราเชื่อว่าดีทริคยังมีเยื่อใย ดีทริคทำเพื่อปกป้องเบล โอ๊ยอีกไม่กี่ตอนจะจบแล้วมาดราม่างี้ ดราม่าพระเอกนางเอกด้วยนะ มันจะจบไงอ่ะ เบลเกลียดดีทริคไปแล้ว จะไม่มีใครตายใช่มั้ย ถ้าเบลฆ่าดีทริคตอนจบนี่เราร้องนะ (แต่ถ้าฆ่าตัวตายตามอาจจะพอให้อภัยได้ 555555) รออ่านตอนต่อไปไม่ไหวแล้วเนี่ย โชคดีมากที่เราเจอนิยายเรื่องนี้ท่ามกลางนิยายแฟนตาซีนับหมื่นแสนในเว็บเด็กดี
    #419
    2
    • #419-2 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      12 มิถุนายน 2559 / 20:39
      ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ;w; อ่านคอมเมนท์แล้วเราเศร้า สำหรับบทสรุปของทั้งสองคน ตอนนี้คงยังคอนเฟิร์มไม่ได้ว่าจะแฮปปี้เอนดิ้งขนาดไหน เพราะตอนนี้ก็ประกาศแล้วว่าจะมีภาคต่อ ฉะนั้นก็ต้องรอดูต่อค่ะ แต่เราพยายามตั้งใจเขียนให้ตัวละครซื่อตรงต่อบท อุปนิสัย และอดีตของเขาให้มากที่สุดค่ะ ดังนั้นเส้นทางก็เลยจะขรุขระอย่างที่เห็น อยากให้วางใจบางส่วนเพราะเราก็ไม่ใช่คนชอบหักตัวละคร 180 องศาแล้วถีบลงถังขยะไปเลย รอลุ้นกันนะคะ ^^
      #419-2
  11. #418 MissAtherMiris (@namine-38) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 12:15
    ตอนที่อ่านตอนภาพหลอนนะ กลัวมาว่าอากาเบลจะตาย แต่พอเลื่อนลงมาปุ๊บ....ลืมฉากก่อนหน้านี้ไปเลยจ้าาาา ฟินมากกกก ดีทริคท่าทางจะเสียดายน่าดู -////- คนอ่านก็เสียดายเช่นกัน----
    #418
    1
    • #418-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:33
      อิ____อิ คราวหลังก็อย่าเอะอะ ๆ ไล่ไปนอนค่ะดีทริค ฮาาา
      #418-1
  12. #417 Qualia (@nquark) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 07:07
    ปริศนายังคาใจ ไฟก็ร้อนแรง ติดตามครับ 5555
    ปล.ไม่ต้องกลัวแป้กนะครับ ตอนจบตามความต้องการของนักเขียนนี่เป็นอะไรที่สมบูรณ์ที่สุดในตัวมันเองแล้วล่ะ
    #417
    1
    • #417-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:33
      ขอบคุณมาก ๆ นะคะ TwT จนตอนนี้ก็ยังกลัวแป้ก แต่ก็คลายกังวลไปบ้างแล้วค่ะ ยังไงก็ต้องยึดตามที่วางไว้ตั้งแต่ต้นแหละเนอะ 555
      #417-1
  13. #416 treetaporn prechanuwat (@treetaporn) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 06:49
    -///- จิกหมอน.
    #416
    1
    • #416-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:32
      /จิกด้วยคน XD
      #416-1
  14. #415 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 06:14
    แอ้กกกกกก รุสึกว่า เครื่องติดขัดขั้นรุนแรงงงง ปัดโธ่ ดีทริค ตบเปรี้ยง เอะอะก้นอน สมน้ำหน้าาาาา... พระนางเรา บทจะถึงพริกถึงขิง ก้...... เล่นเอาพี่นี่อ้าปากค้างเลย เขิลแทน

    เดว ก่อนหน้านี้ เจ้าบอกว่างัยน่ะดีทริค ให้เกรียติผู้หญิง 55666แหมๆๆๆ ดูตอนนี้สิ
    #415
    1
    • #415-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:32
      อากาเบลอายุ 18 แล้วค่ะ บทจะถึงพริกถึงขิงก็ต้องถึง /เดี๋ยว
      #415-1
  15. #414 meduzabencz (@meduzabencz) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 06:11
    อร๊ายยยย อ่านจบแล้วแทบลงไปนอนแดดิ้นกับพื้น 555 ทำไมตอนนี้มันดูเร่าร้อนขนาดนี้ อากาเบลทำไมมือหนูซนขนาดนี้ หนูคิดจะทำอะไรลูก
    #414
    1
    • #414-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:31
      อากาเบลบรรลุนิติภาวะแล้วค่ะ เร่าร้อนได้ (???)
      #414-1
  16. วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 04:05
    อ่านจบแทบลงไปชักดิ้นชักงอที่พื้น เขินมากกกก ทีแรกลุ้นๆตรงมาธิลด้า(ที่เบลจินตนาการขึ้นมา) แบบคือเบลเหมือนโดนความผิดตัวเองหลอกหลอนมานานแล้วอ่ะ เหมือนเบลก็รู้ว่าตัวเองทำผิด จิตใต้สำนึกเลยอยากลงโทษตัวเองมาตลอด มีอยู่ช่วงนึงอ่ะที่นางหาวิธีตายอ่ะ แต่ทำไปทำมาดันได้ดีทริคนางเลยอยากอยู่ต่อซะงั้น(เขินอีก) แล้วคือกำลังเครียด จะตายมั้ย จะตายมั้ย อย่าตายนะๆๆๆ ดีทริคมาช่วยเบลที ในที่สุดดีทริคพ่อพระเอกสุดหล่อที่รักของเราก็มาช่วย ทีแรกคิดว่าเออข่วยแล้วคงพูดไรต่อสักหน่อย เจอฉากจูบนี่แทบล้มตึงเลย เขินมาก บิดแรงมาก โอ้ย น่ารักมาก ความหวานที่รอมานานแสนนาน ไม่ใช่จูบเล่นๆด้วยนะเธอ จูบแบบจริงจังมาก ลุ้นมากว่าจะ..มั้ย แต่เบล หนูร้ายมาก 55555555555 ชอบบบบบ รอต่อค่า ใกล้เฉลยทั้งหมดแล้ว
    #413
    1
    • #413-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:30
      มาช่วยแล้วพูดเสร็จก็ไปซ้ำไปค่ะ XD ดีทริคต้องทำอย่างอื่นบ้าง (???)
      #413-1
  17. #412 <•{STC}•> (@XSTCX) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 14:00
    จะรอต่อจะครับกำลังลุ้นเลย ค้างคาใจมากเลยครับ คุณไรท์ในตอนนี้
    #412
    1
    • #412-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:29
      จะรีบมาต่อเลยค่า ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
      #412-1
  18. #411 MissAtherMiris (@namine-38) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 13:44
    เริ่มคิดว่าดีทริคอาจจะโดนอัลฟองเซ่ควบคุมจิตใจ พ่อของอากาเบลอาจจะเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้? ปริศนาแก้ไปอย่างก็โผล่มาอีกซะ10อย่าง(?) รอกลับมาต่อนะคะ
    #411
    1
    • #411-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:28
      เดี๋ยวจะรีบมาต่อนะคะ ขอบคุณค่า
      #411-1
  19. #410 MissAtherMiris (@namine-38) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 13:44
    เริ่มคิดว่าดีทริคอาจจะโดนอัลฟองเซ่ควบคุมจิตใจ พ่อของอากาเบลอาจจะเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้? ปริศนาแก้ไปอย่างก็โผล่มาอีกซะ10อย่าง(?) รอกลับมาต่อนะคะ
    #410
    0
  20. #408 meduzabencz (@meduzabencz) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 08:07
    ชอบตอนดีทรีคกอดเบล ฟิน~
    #408
    1
    • #408-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:28
      ปล่อยให้สาวเขาเริ่มกอดมาตลอดเลย (???)
      #408-1
  21. #406 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 06:20
    งง? ดีทรืคดูงงๆ เหมือนคนโดนของ หวังว่าความรุสึกทั้งหมดที้มีให้เบล คงไม่ใช่เรื่องหลอกลวง ทริคจะเสียใจตลอดชีวิต

    อาจเป้นเรื่องนี้ หลอกเบล หลอกว่ารัก โดยต้นเหตุมาจาก อัล อัลควบคุมจิตใจ ทั้งที่ทริตไม่เคยคิดไรเลย อ้ากกกกก พอๆๆ เริ่มงงๆ นิดหน่อย
    #406
    1
    • #406-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:27
      40% สุดท้ายก็น่าจะรู้แล้วค่ะว่าจะเสียใจเรื่องอะไร (???)
      #406-1
  22. #405 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 04:34
    ดีใจมาก อัพแล้ววววววว
    #405
    1
  23. วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 03:33
    งงเรื่องนิอๆนะ เหมือนมันไม่ค่อยปะติปะต่อเท่าไหร่ แต่ดีใจมากที่อัพ คือลุ้นจะแย่แล้ว รออ่านต่อค่า
    #404
    1
    • #404-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 40)
      8 มิถุนายน 2559 / 22:26
      เดี๋ยวจะมาต่อแล้วค่า
      #404-1