Draconic Chronicle

ตอนที่ 38 : III-38: Delicate last Luminary

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 ก.พ. 60

ยังไม่ได้รีไรท์ค่ะ ^^

38


            มันคือเสียงกรีดร้องทรมานแทบขาดใจตายของอากาเบล

            กิลเบิร์ตหันกลับไปมองข้างหลัง เขาเห็นร่างหนึ่งกำลังคลานบนพื้นย้อนกลับไปยังเมืองโรสวอร์น แต่นั่นไม่ทำให้เขาตกใจเท่าภูเขาน้ำแข็งตรงหน้าอากาเบล มันขยายตัวเป็นเส้นแนวนอน และพุ่งสูงชะลูด ยิ่งสูงขึ้น อากาเบลก็ยิ่งทรุดลงไปนอนนิ่งกับพื้น จนในที่สุด กองทัพทะเลทรายกับขบวนอัศวินก็ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงด้วยภูเขาน้ำแข็งดังกล่าว มันสูงเฉียดฟ้าจนมังกรของฝั่งศัตรูบินตรง ๆ เข้ามาไม่ได้อีก ตัวสุดท้ายหนีรอดหวุดหวิดยอดแหลมคมน้ำแข็งไปอีกฝั่งได้

            “อากาเบล!” กิลเบิร์ตตะโกนเรียก แล้วตัดสินใจจะหันม้าวิ่งกลับไป

            น็อคส์ ไม่ใช่ ดีทริค เขาควบม้ากลับไปก่อน เมื่อถึงร่างที่นอนแนบพื้น เขาก็รีบลงจากม้าไปคว้าเอวขึ้นมาทันที กิลเบิร์ตหัวใจเต้นแรงเมื่อได้ยินเสียงภูเขาน้ำแข็งถูกกระทุ้งจากอีกฟาก เขารีบตะโกนสั่งให้อัศวินคนอื่นไปช่วย พวกเขาจัดท่าให้อากาเบลนั่งข้างหน้าดีทริค นั่นเองที่เขาได้เห็นสภาพจริง ๆ ของนาง มันทำให้เขาสะอึกด้วยความสยองขวัญ

            ใบหน้าของอากาเบลฉาบไปด้วยเลือดซึ่งไหลลงมาเปื้อนลำตัวท่อนบนของนาง ย้อมจนทั้งตัวแทบกลายเป็นสีแดง นางกำลังกุมดวงตาข้างขวาอยู่ พลางสั่นหัวไปมาเหมือนกำลังปฏิเสธบางอย่าง แต่เมื่อลองสังเกตดี ๆ จะพบว่านางกำลังหนาวจัด ร่างกายของนางกระตุกไม่หยุด และทำท่าจะหล่นจากหลังม้าเรื่อย ๆ หากดีทริคไม่กอดเอวไว้แน่น

            “เราต้องหยุดพัก!” กิลเบิร์ตตะโกนบอก “นางทนไม่ไหวแน่!

            “ไม่ได้ ฝ่าบาท! เราหยุดพักคืนนี้ไม่ได้!” อัศวินตอบกลับ

            กิลเบิร์ตตัดสินใจชะลอม้ารอดีทริค

            “นางเสียเลือดเยอะเกินไป”

            ดีทริคเงียบ

            “น็อคส์! นางไม่รอดแน่

            “นางจะรอด”

            “ดีทริค เบลนเฮล์ม เจ้าไม่เห็นหรือไง

            “นาง-จะ-รอด” ดีทริคหันมาพูดเสียงต่ำใส่ “เราจะไม่หยุดพักคืนนี้ กิล”

            พวกที่เคยรบในสงครามมันเป็นอย่างนี้กันทุกคนเลยหรือไง! กิลเบิร์ตอยากตวาดใส่อีกฝ่าย แต่เขาก็เลือกที่จะกัดฟันแล้วหันหน้าไปทางอื่นแทน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอากาเบลจะรอดได้อย่างไง นางอาจจะขาดใจตายทันทีทันใดเลยก็ได้

            เขากำบังเหียนจนเจ็บมือเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องเป็นระยะ ๆ ของนาง มันแหลมและทรมานพอที่จะดึงสติเขาให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ถึงกระนั้น มันก็ดึงภาพความตายในภูเขากลับมาด้วยเช่นกัน

อดทนอีกหน่อย เราจะไม่ต้องรบแล้ว อากาเบลเคยกระซิบ ทุกอย่างใกล้จะจบแล้ว

          เขาหวังว่าทุกอย่างใกล้จะจบแล้วจริง ๆ


***


            วู้ดแลนด์มืดสนิท นานแค่ไหนไม่รู้ที่ขบวนอัศวินยังควบม้าไม่หยุดหย่อน ทว่าฟ้ายังไม่มีวี่แววจะสาง ทุกคนก็ต้องหยุดพักเสียก่อน บางคนยังไหว แต่ม้าไม่ไหวแล้ว จนต้องตกลงกันว่าจะต้องพักก่อนที่อัศวินบางคนจะร่วงจากหลังม้าเสียก่อน ในความมืดขนาดนี้ มีแค่คบเพลิงในมือเท่านั้นที่ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บได้ ทุกคนต้องนอนกับพื้นไม่ก็พิงรากไม้เอา ไม่มีการตั้งค่าย ไร้กองไฟหลักให้ความอบอุ่น กิลเบิร์ตตัวสั่นกึก ๆ ขณะเอนหลังพิงต้นไม้

            เขารับรู้ถึงเสียงอู้อี้ทรมานของอากาเบลข้าง ๆ – นางยังมีชีวิตอยู่

            เสียงนกร้องปลุกกิลเบิร์ตให้สะดุ้งตื่นจากการนอนที่ยังไม่เต็มอิ่ม เขาเหนื่อยล้าจนแทบลุกไม่ไหว แต่ก็จำใจต้องดันตัวเองขึ้น เขาหันไปมองอากาเบล นางนอนพิงดีทริคซึ่งดูเหมือนยังไม่ได้หลับเลยทั้งคืน จนรอยเข้มตรงใต้ตาชัดเจนขึ้น กิลเบิร์ตพยักหน้าให้เขา รู้สึกโล่งอกที่อากาเบลยังหายใจอยู่ ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือดแห้งกรังเหมือนทหารกับอัศวินคนอื่น

            ขบวนอัศวินไม่ถึงหนึ่งร้อยคนเดินทางต่อ และหยุดพักอีกครั้งเมื่อเจอแหล่งน้ำสะอาดสำหรับม้า แต่ละคนมองไปรอบข้างอย่างหวาดระแวง อาวุธเตรียมพร้อมในมือ อะไรก็ตามที่ไม่ใช่อัศวินฝั่งตัวเองจะถูกยิงด้วยธนูหมด ซิกฮาร์ดยังไม่กล้าเสี่ยงส่งมังกรบินขึ้นไปสำรวจบนฟ้า แต่ส่งทหารพรานไปแกะรอยเพื่อหาทิศทางที่ถูกต้อง

            การเดินทางอันยาวนานจรดเวลาค่ำดำเนินต่อไป ช่วงเวลากลางคืนเป็นช่วงที่เงียบสะงัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกคนต่างดื่มเหล้าอันน้อยนิด และกินลูกไม้กับรากไม้ประทังชีวิต

            อากาเบลไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย แต่นางยังไม่ตาย ดีทริคไม่เคยละไปจากข้างตัวนาง กิลเบิร์ตจึงเป็นฝ่ายออกไปล่าสัตว์ไม่ก็หาอาหารร่วมกับอัศวินคนอื่นแทน เขาจะกลับมานั่งข้าง ๆ ดีทริคทุกคืน ยื่นอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ ดีทริคเองก็เหมือนกับหมดความสามารถในการแสดงออกทางสีหน้าไป เขานิ่งมาก อย่างกับเหม่อลอยอยู่ตลอดเวลา ต้องเรียกหลายรอบกว่าเขาจะหันมามอง กิลเบิร์ตเพยิดหน้าไปทางอากาเบล แต่ไม่มีทางใดจะยัดอาหารให้นางได้

            หลายวันหลังจากนั้น ป่าวู้ดแลนด์ก็ถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง ทิวทัศน์โล่งเตียนเต็มไปด้วยต้นสนกลับมาปรากฏต่อสายตาอีกครั้ง กิลเบิร์ตน้ำตาซึม คำว่าบ้านเกาะลึกในใจเขา ไม่เคยเลยที่เขาจะยินดีปรีดากับอากาศเย็นแห้งนี้ เขาพยายามคำนวนวันเวลาที่เหลือกว่าจะไปถึงแอเธลวิน แต่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากี่เดือนได้ล่วงเลยไปแล้ว นับตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง มันทำให้เขาซึมกะทือมาหลายคืน ปากกัดผลไม้อย่างเฉื่อยชา หูรับฟังการประกาศของพวกเฮเนวิงไปพลาง

            ซิกฮาร์ด ฮอว์ธอร์นไม่เคยยิ้มอีกเลยนับตั้งแต่เริ่มหนีออกมาจากเมืองโรสวอร์น กิลเบิร์ตพบเขานั่งกอดอกและมองทุกคนตาขวางบ่อย ๆ ราวกับกำลังรอให้คนเข้าไปตอกย้ำถึงความผิดพลาด โชคดีที่ไม่มีใครคิดสั้น รวมถึงเขาด้วย ซิกฮาร์ดชอบจ้องเขาเหมือนอยากถลกหนังหัวแทบแย่แล้ว ราวกับจะสื่อสารว่า “เจ้าจะเอาเรื่องนี้ไปนินทาลับหลังที่แอเธลวินสินะ?” แต่กิลเบิร์ตไม่เคยเข้าไปพูดคุยด้วยเลย

            ปล่อยมันบ้าไป อากาเบลก็คงพูดแบบนี้ ถ้าเขาไปปรึกษา

            รัชทายาทแห่งเฮเนวิงหน้าคล้ำหน้างอกว่าเดิมเยอะตอนที่มาประกาศข่าวสารในวันหนึ่ง

            “มีเมืองในจักรวรรดิอยู่ใกล้ ๆ เราจะไปพักที่นั่นกันก่อน”

            เมื่อได้เห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ยังเต็มไปด้วยความรื่นเริงของผู้คนอีกครั้ง ไร้ซึ่งสภาพปรักหักพังและพื้นที่เต็มไปด้วยคนตาย แต่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ กิลเบิร์ตกลับรู้สึกแปลกพิลึก เขาใจสั่นด้วยความกลัว เหมือนกับตัวเองหลุดเข้ามาในอีกโลกที่ไม่ใช่โลกของเขา สงครามก่อนหน้านี้คล้ายกับถูกทิ้งไว้ห่างไกล แต่เสียงคำรามของมังกรและเสียงระเบิดยังดังกึกก้องในหูของเขา มันทำให้เขาตัวสั่นยามบังคับม้าให้เหยียบย่างเข้าไปในหมู่บ้านที่ผู้คนอุดมสมบูรณ์มายืนต้อนรับ

            มันเป็นความฝันรึเปล่า สงครามนั่น เขาคิด ก่อนจะหันไปมองข้างกาย มันเป็นความจริง วิลเลี่ยมไม่อยู่อีกแล้ว

            กิลเบิร์ตยอมรับอย่างไม่อายว่าเขาร้องไห้ตอนที่ได้อาบน้ำอุ่น ๆ ได้เปลี่ยนไปใส่ชุดที่สบายตัว และได้กินอาหารปกติอย่างที่เคยได้กินที่แอเธลวิน ขนมปังเคยนุ่มลิ้นขนาดนี้ด้วยหรือ ไวน์และเหล้ารสชาติดีขนาดนี้เชียว? เนื้อวัวชุ่มฉ่ำในปากเขา แทบจะละลายภายในทันทีที่เขาเคี้ยว เขาต้องยกมือปิดหน้าเพื่อเช็ดน้ำตา ที่นี่เหมือนไม่ใช่ความจริงด้วยซ้ำ

            เขาเคยกินรากไม้ประทังชีวิตด้วยหรือ เขาเพิ่งไปรบมาหรือ เขาเพิ่งเห็นวิลเลี่ยมถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาหรือ

            เสียงเก้าอี้เลื่อน เสียงประตูเปิด มันทำให้เขาสะดุ้งเฮือกตกใจ มันเอาสงครามกลับมาย้ำเตือนเขา

            ดีทริคเสือกจานอาหารไปไว้กลางโต๊ะ แล้วคว้าผ้ามาเช็ดปากเงียบ ๆ

            “คืนนี้ให้ข้าเฝ้าอากาเบลก็ได้” กิลเบิร์ตกระซิบ “เจ้าตาคล้ำมากแล้ว พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ”

            อีกฝ่ายเหลือบตามอง “งั้นหรือ”

            ทั้งสองเดินไปที่ห้องพักซึ่งชาวบ้านเตรียมไว้ให้ กิลเบิร์ตเคาะประตูห้อง หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งจึงเปิดประตูออกมาชะเง้อดู นางค้อมหัวให้ทันทีที่เห็นว่าเป็นเจ้าชาย พลางยิ้มอ่อนล้าให้ แล้วเดินก้มหัวออกจากห้องไปอีกทิศ กิลเบิร์ตถอนหายใจ แล้วเดินนำเข้าไปในห้องสลัวซึ่งมีแหล่งไฟเพียงหนึ่งเดียวจากเทียนบนตู้เสื้อผ้า

            มันเป็นห้องขนาดใหญ่ ผนังและพื้นปูด้วยไม้สีน้ำตาลเข้มอมแดงเหมือนตัวโรงแรม ตรงกลางเป็นเตียงโอ่อ่า เด็กสาวในเสื้อลินินและกางเกงอย่างดีกำลังนอนหลับอยู่ ดวงตาทั้งสองข้างของนางถูกผ้าสีขาวพันไว้

            “นางจะตื่นขึ้นมาไหม” กิลเบิร์ตถาม

            ดีทริคเดินไปนั่งตรงขอบเตียง พลางเหม่อมองไปนอกหน้าต่างห้อง ฟ้ามืดไปเรียบร้อย

            “ข้าไม่รู้”

            อากาเบลอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก

            แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่กิลเบิร์ตก็ต้องเริ่มทำใจแต่เนิ่น ๆ ว่านั่นอาจจะเป็นสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้สูง เขาถอนหายใจอีกครั้งเมื่อมองดีทริค ความเงียบงันในตอนนี้เหมือนกับย้อนเวลากลับไปเมื่อสี่ปีก่อน ตอนที่ดีทริคกลับมาพบว่าโธมัส เบลนเฮล์มตายไปแล้ว กิลเบิร์ตยังจำสีหน้าซีดเซียวของดีทริคในตอนนั้นได้อย่างแม่นยำ

            รวดร้าว แตกสลาย แล้วค่อยนิ่งเรียบไปโดยสิ้นเชิง

            “นี่เราทุกคนจะโดนตัดหัวข้อหาขัดคำสั่งราชานักบวชไหม” กิลเบิร์ตถาม

            “ขึ้นอยู่กับฮอว์ธอร์นว่าจะแก้ตัวอย่างไง”

            เขาระบายลมหายใจ “รู้ไหม บางครั้งข้าก็มีความคิดอัปมงคลขึ้นมา”

            คู่สนทนาเงียบ

            “ข้าอยากให้ราชานักบวชนั่นแหละเป็นฝ่าย โดนตัดหัวซะเอง” กิลเบิร์ตพูด พลันรู้สึกสยองขวัญจนขนลุกเกรียวทันที “ข้าเคยคิดว่าตอนที่ข้าได้มารบ มันคงเท่น่าดู และพอข้ากลับไปแอเธลวิน ทุกคนก็จะพูดถึงข้าแบบที่พูดถึงอัล” เสียงของเขาสั่นเครือ “แต่สรุปว่าข้าไม่เท่เลยสักนิด โหล่ยโท่ย โง่ จะเรียกว่าอย่างงั้นก็ได้ ข้า รู้สึกแย่กับการไปรบ”

            เงียบ

            “สงครามมันไม่ใช่อย่างที่ข้าเคยคิดเลย ตอนที่พวกทะเลทรายเดินทางมาถึง ข้า—ข้านึกว่าพวกนั้นเป็นกองทัพของพระเจ้าเสียเอง มันไม่ตรงอย่างที่ราชานักบวชสอนในคัมภีร์ อย่างกับว่าฝั่งพวกเรากลายเป็นพวกคนชั่วช้าไม่ก็ปิศาจที่พระเจ้าต้องการกำจัด มันทำให้ข้าคิดว่า... ถ้าราชานักบวชไม่ได้ออกคำสั่งส่งพวกเราไปรบ ถ้าราชานักบวชไม่อยู่—“

            เขาสะอึก ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง

            “อัลเคยเล่าให้ฟังถึงเคาน์เตสแห่งมาโซว์แชย์... เจ้ายังจำนางได้ใช่ไหม ที่เป็นแม่มด”

            ดีทริคผงกหัว

            “นางเกลียดสงครามมาก ๆ เชียวล่ะ” กิลเบิร์ตพูด “ข้าเคยคุยกับนาง และตอนนั้นข้าก็โง่พอที่จะโอ้อวดให้นางสนใจโดยการพูดถึงสงคราม ว่าข้าจะไปรบ และข้าจะเป็นวีรบุรุษ นางแค่ยิ้มให้ข้า แล้วพูดว่า ท่านจะเปลี่ยนความคิดเจ้าค่ะ ตอนที่ในถ้ำที่ท่านอยู่มีแต่สีแดงฉาน ข้าไม่เข้าใจนางเลยสักนิด นึกว่าเป็นปรัชญาอะไรสักอย่าง จนกระทั่งตอนนี้

            เงาบนผนังห้องขยับไหวตามสายลมที่พัดเข้ามาโบกเทียน แวบหนึ่งมันเหมือนเป็นร่างมนุษย์สองคนที่ถูกฉีกด้วยแรงระเบิดจนเศษชิ้นส่วนกระเด็นไปทุกที่

            “เป็นไปได้ไหมว่านางรู้ว่าข้าจะเจอกับอะไรน่ะ?” กิลเบิร์ตพึมพำถาม

            เงียบ

            “น็อคส์ เจ้าเคยโดนนางพูดอะไรแปลก ๆ ใส่บ้างไหม”

            ไม่มีคำตอบ เพราะคู่สนทนากำลังจ้องมองคนเจ็บซึ่งหลับสนิทบนเตียงอยู่ กิลเบิร์ตจึงยักไหล่กับตัวเอง แล้วเดินไปนอนเหยียดขาบนเก้าอี้ยาวข้างประตูห้อง อาหารซึ่งอัดแน่นในท้องทำให้เขาง่วงอย่างรวดเร็ว ดวงตาปรือลงใกล้จะปิด พรุ่งนี้เช้าจะต้องออกเดินทางอีกแล้ว เขากำลังหลับ ทว่าระหว่างนั้น ดีทริคกลับตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

            “นางบอกว่าข้าจะเสียใจไปตลอดชีวิต”


***


(อีก 30% ค่ะ)


            เงามืดร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้า ในห้องสีขาวโพลนกว้างขวาง

            “เจ้าบังคับข้า” กิลเบิร์ตได้ยินตัวเองพูด “เจ้าบังคับให้ข้าออกไปพร้อมกับหน่วยดรากูน”

            เงาเงียบ

            “เจ้าต้องการให้ข้าออกไปตาย!

            แล้วเงาก็ขยับตัว พูดด้วยเสียงที่รวบรวมทุกเสียงของคนที่เขาเคยคุยด้วย

            “ไม่ใช่ข้า เป็นเขา”


***


            เสียงอึกทึกปลุกกิลเบิร์ตให้สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ความฝันฟุ้งหายไป เขาอ้าปากหาววอด ก่อนจะหันไปรอบ ๆ เพื่อพบว่าเป็นเวลาเช้าตรู่แล้ว เทียนดับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ เขาบิดตัวแล้วลุกขึ้น เดินผ่านเตียงนอนซึ่งมีดีทริคนั่งกอดอกพิงหัวเตียงหลับอยู่ข้างอากาเบลไปที่ประตู เขาสางผมยุ่งเหยิงของตัวเองระหว่างชะโงกหัวออกไปมองคนเคาะ

            ซิกฮาร์ด ฮอว์ธอร์นกับนอร์แมน การ์ไซด์ และอัศวินอีกสี่คน

            “มีอะไร?” กิลเบิร์ตถามงง ๆ เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลแปลก ๆ

            “สภาพทุเรศตา” ซิกฮาร์ดตอบ แล้วเผยิดหน้าให้อัศวินตรงมาผลักประตูห้องเข้ามา

            “เดี๋ยว—พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์บุกรุกห้องของเจ้าชาย--”

            “ถ้าเป็นคำสั่งของราชาแห่งแอเธลวิน ก็คงบุกรุกได้ใช่ไหม” ซิกฮาร์ดถามพร้อมเหยียดยิ้ม

            “อะไรนะ?”

            เขายื่นม้วนกระดาษหนังลูกวัวมาให้ กิลเบิร์ตถลึงตามองสิ่งของกับคนยื่นด้วยความสับสน ก่อนจะคว้าม้วนกระดาษมาเปิดอ่านทันที เขาเบิกตากว้างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อไล่อ่านตั้งแต่บรรทัดแรกสุดลงมา เมื่ออ่านจบ เขาก็ต้องอ่านใหม่อีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้อ่านผิดพลาด เขามองค้างที่ลายเซ็นพระเจ้าชาร์ลส์ตรงท้ายกระดาษ และเมื่อรู้สึกตัว เขาก็ม้วนกระดาษเก็บดังเดิม รู้สึกถึงเหงื่อเย็นเฉียบที่ไหลซึมจากขมับลงมาทันที

            “โกหก” เขาพึมพำ “นี่ต้องไม่ใช่เอกสารของจริง”

            “มันเป็นของจริง เจ้าชายน้อย”

            “ไม่

            “หลบไปเถอะ”

            ซิกฮาร์ดดันไหล่กิลเบิร์ตให้ถอยหนี แล้วเขาก็เดินดุ่ม ๆ ตรงไปที่เตียง ดีทริคตื่นแล้ว แต่ยังไม่คลายมือที่กอดอก เขากวาดตามองอัศวินซึ่งยืนล้อมเตียง หยุดนิ่งที่นอร์แมนสักพัก แล้วเอียงคอมองซิกฮาร์ดเพื่อรอฟังคำตอบถึงสาเหตุที่อยู่ ๆ มีคนในชุดเต็มยศมาล้อมเตียงตอนเช้าตรู่ในสภาวะไร้สงคราม

            “ข้าแปลกใจจริง ๆ ที่พระเจ้าชาร์ลส์ปล่อยให้พ่อมดวิ่งเล่นในแอเธลวินได้นานถึงขนาดนี้” ซิกฮาร์ดพูด “อุตส่าห์มาขู่อัศวินฝึกหัดของพ่อมดให้ตลบหลัง แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี แถมนางยังกลายเป็นง่อยไปซะอีก” เขาโคลงหัวไปทางอากาเบล “แต่ยังดีที่พระเจ้าชาร์ลส์ไม่ไว้ใจนางเกินไป”

            “ออกไปเดี๋ยวนี้!” กิลเบิร์ตกระทืบเท้าเดินมาชี้หน้าซิกฮาร์ดซึ่งเมินไม่สนใจ

            “มีคำสั่งจากพระเจ้าชาร์ลส์มา”

            ดีทริคเงียบไม่โต้ตอบ

            “ดูเหมือนเจ้าน่าจะรู้ชะตาตัวเองนี่ ยังฉลาดกว่าเจ้าชายน้อย ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำลาย” ซิกฮาร์ดยิ้ม ก่อนจะหันไปทำมือให้อัศวินสองคนมาจับตัวดีทริคให้ลุกขึ้นจากเตียง “เจ้าถูกประกาศจับข้อหาเป็นทรราชต่อแผ่นดินแอเธลวิน ดีทริค เบลนเฮล์ม เจ้าคือพ่อมดที่ฝักใฝ่ในด้านชั่ว และต้องโทษประหารเผาทั้งเป็น เอาตัวมันไป”

            “ข้าขอสั่งในฐานะเจ้าชาย!” กิลเบิร์ตโวยวาย “เขาจะถูกปฏิบัติเหมือนเดิมจนกว่าจะเข้าเขตแอเธลวิน!

            ดีทริคหัวเราะในลำคอขัด ทุกคนเงียบกริบทันที

            “นึกว่ามันจะตายไปก่อนลงมืออะไรจริง ๆ ซะอีก” เขาพูดเสียงเยือกเย็น

            อัศวินเฮเนวิงสองคนช่วยกันลากเขาออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว และเขาก็ไม่ขัดขืน นอกจากหันมามองกิลเบิร์ตเพื่อสื่อสารอะไรบางอย่าง ฝ่ายเจ้าชายสะอึกก้อนเหนียวหนืดในลำคอฉับพลัน เขาเม้มริมฝีปากแน่น แล้วรีบตรงไปยืนข้างเตียงอากาเบลตามคำขอของดีทริค หากนั่นเป็นคำขอที่เขาเข้าใจถูกจริง ๆ

ซิกฮาร์ด นอร์แมน กับอีกสองอัศวินยังไม่ตามออกไปนอกห้อง พวกเขายืนสำรวจสภาพห้องอย่างสนอกสนใจ

“ออกไป” กิลเบิร์ตกัดฟันไล่

            “ข้าลืมไปอย่างนึง” ซิกฮาร์ดหันมาแย้มยิ้มให้ “อัศวินฝึกหัดของฟอร์เซเคนเองก็ถูกประกาศจับเช่นเดียวกัน แม่มด แต่ทางแอเธลวินไม่ได้อยากได้กลับไปเผาสักเท่าไร ฉะนั้น ก็จับนางไปกำจัดตอนนี้เลย”

            นอร์แมนขยับตัวทันที เขาพุ่งมากระชากอากาเบลประหนึ่งเคียดแค้นมาตั้งแต่หลายปีก่อน กิลเบิร์ตพุ่งไปจะชก แต่เขาถูกอัศวินอีกสองคนเข้ามาจับตัวไว้ เขาเริ่มดิ้นและโวยวาย จึงโดนไขว้แขนไว้ด้านหลัง นอร์แมนแบกอากาเบลขึ้นบ่าอย่างไม่ใส่ใจว่าจะกระทบกระเทือนแผลตรงไหนของนางรึเปล่า หัวของนางห้อยต่องแต่ง ร่างอ่อนปวกเปียก

            “เจ้าจะพานางไปไหน! หยุดเดี๋ยวนี้!” กิลเบิร์ตตะเบ็งเสียงถาม

            เขาถูกลากไปตามเส้นทางอับสายตาคนด้วยกัน ตรงไปยังชั้นใต้ดินของโรงแรมที่พัก มันเป็นห้องกว้าง เพดานเตี้ย กลางห้องเป็นบ่อน้ำบาดาล และอับเหม็นอย่างถึงที่สุด ไม่มีแสงสว่างธรรมชาติลอดเข้ามาเลยสักนิด ในนี้เขาเห็นดีทริคถูกจับนั่งกับเก้าอี้ติดผนังห้อง พอนอร์แมนแบกอากาเบลเข้ามา ดีทริคก็เบิกตาโตแล้วเริ่มจะลุก จึงถูกดันไหล่แล้วคลุมหัวด้วยกระสอบทันที กิลเบิร์ตถูกดันไปยืนอีกฝั่ง ซิกฮาร์ดไม่ได้ตามเข้ามาในห้องด้วย

            “ข้าจะสั่งตัดหัวพวกเจ้าให้หมด!” กิลเบิร์ตตะโกนด้วยความเดือดดาลอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน “ถ้าพวกเจ้าแตะต้องตัวนาง ข้าจะสั่งประหารตระกูลเจ้าจนไม่เหลือใครสักคน!

            “พวกข้าคงจะกลัว หากเป็นทหารในสังกัดอาณาจักรท่าน” นอร์แมนตอบเยาะเย้ย

            กิลเบิร์ตขบฟันจนปวดกราม เขาตั้งรับสถานการณ์ยังไม่ทันด้วยซ้ำ อยู่ ๆ ทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างว่องไว ตอนนี้เขากำลังโมโหจนหูมืดตาลาย เขากวาดตามองรอบห้องเพื่อหาอาวุธ แต่กลับถูกเสียงน้ำสาดเรียกความสนใจไปก่อน อัศวินเฮเนวิงหนึ่งคนจับดีทริคไว้ และอีกคนใช้ขันตักน้ำสาดใส่จนกระสอบที่คลุมหน้าดีทริคยวบลง เห็นโครงใบหน้าชัดเจน เขาหายใจอย่างยากลำบาก เพราะกระสอบที่เปียกน้ำยุบลงไปขัดขวางการหายใจด้วย

            “เจ้าไม่มีสิทธิ์ทรมานนักโทษ!” กิลเบิร์ตร้อง

            แต่ไม่มีใครฟังเขาเลย

            “หยุดเดี๋ยวนี้!

            นอร์แมนดึงร่างอ่อนเปลี้ยของอากาเบลลงจากบ่า และก่อนที่กิลเบิร์ตจะเปิดปากห้ามทัน นอร์แมนก็บีบคออากาเบล แล้วกดหัวของนางลงไปในน้ำ วินาทีนั้น เด็กสาวขยับตัว – แค่ขากับแขน – แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่านางยังมีสติหลงเหลืออยู่ นางพยายามดิ้นรน จึงโดนนอร์แมนยกขึ้นจากน้ำ นางอ้าปากพยายามไขว่คว้าอากาศ แผ่นอกกระเพื่อมรุนแรง แต่นางกลับโดนกดลงไปในน้ำอีกครั้ง ถูกทรมานอย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา

            “ได้โปรดเถอะ หยุดหยุดสักที อย่าทำร้ายนาง!” กิลเบิร์ตอ้อนวอน “ข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ!

            อีกฝั่งของห้อง อัศวินเฮเนวิงกำลังสาดน้ำอีกขันใส่ดีทริคที่ยังหายใจเป็นปกติไม่ได้

            “ได้โปรด อย่าฆ่านาง--อย่าฆ่านาง”

            ไม่มีใครฟังเขา ไม่มีใครฟังเขาทั้งนั้น ไม่เคยมีใครฟังเขา

            “หยุด-เดี๋ยว-นี้!” เขาตะโกน แล้วคำรามเตรียมจะบิดแขนตัวเองให้หลุดจากการจับกุม

            ทว่าสองอัศวินที่กำลังทรมานดีทริคอยู่กลับหยุดชะงัก พวกเขายกมือกุมลำคอตัวเอง ก่อนจะทรุดลงเมื่อมีควันสีดำลอยออกมาจากปาก เมื่อพวกเขาหันมา กิลเบิร์ตถึงเห็นสุมไฟในลำคอ มันลุกเพลิงเป็นสีส้มมีประกายสีม่วงอ่อน พลันร่างทั้งร่างของสองอัศวินก็ลุกเป็นไฟ เสียงร้องโหยหวนเสียดหู กิลเบิร์ตผงะเฮือก แล้วรีบเบนหน้าหนี แต่เมื่อเขาหันมามองอัศวินที่จับกุมตัวเอง ก็พบควันสีดำพวยพุงออกมาจากปากของทั้งคู่เช่นกัน

            นอร์แมนเป็นคนเดียวที่ยังรอด เขาถอยหลังแล้วปล่อยให้ร่างของเด็กสาวไถลลงไปนอนกับพื้นทันที กิลเบิร์ตกระโจนไปคว้าตัวอากาเบล นางกำลังสำลักน้ำที่เผลอกลืนไปออกมาจนตัวงอ เขารอจนแน่ใจว่านางหยุดไอค่อกแค่กและหายใจเป็นปกติได้แล้ว จึงรีบเดินไปดึงกระสอบที่คลุมใบหน้าดีทริคทิ้งโดยไม่ละสายตาไปจากนอร์แมน ดีทริคหายใจหืดหอบ แล้วลุกพรวดกระแทกไหล่กิลเบิร์ตตรงไปหานอร์แมนทันที

            “หยุดสักที!” กิลเบิร์ตตะโกนพูด หยุดดีทริคได้ฉับพลัน “รอให้กฎหมายจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ทีเถอะ”

            นั่นอาจเป็นครั้งแรกที่มีคนยอมฟังเขาโดยไม่ชักสีหน้าหรือต่อว่า


***


(ครบ 100% แล้วววว)


            ไม่ว่าไฟที่แผดเผาอัศวินเฮเนวิงตายไปสี่คนจะเป็นฝีมือของใคร ข้อหาดังกล่าวก็ถูกผลักให้ดีทริค เขาโดนแยกไปคุมตัวเดี่ยว ๆ กิลเบิร์ตทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาต่อรองขออากาเบลมาดูแลแทน นางนั่งบนม้าข้างหน้าเขา ชุดเปียกชื้นถูกชาวบ้านหญิงคนอื่นช่วยเปลี่ยนให้แล้ว รวมถึงผ้าพันรอบดวงตาด้วย ดาบและกระเป๋าของนางยังสะพายไว้ข้างหลังอยู่

            “น่าสงสัยที่เจ้ากล้าสนิทสนมกับแม่มด” ซิกฮาร์ดตั้งใจถามเสียงดังให้คนอื่นได้ยิน

            “นาง-เป็น-นัก-เวท”

            “คืออย่างเดียวกันนั่นแหละ เจ้าชายน้อย”

            น่ารังเกียจ กิลเบิร์ตได้แต่ด่าทออีกฝ่ายในใจ สารเลว

            เขาเฝ้าสำรวจบาดแผลตามตัวอากาเบลในทุก ๆ วันของการเดินทาง ผิวกายช้ำม่วงและมีรอยกรีดยาวของนางค่อย ๆ หายไปทีละนิด แต่บางที่ก็กลายเป็นรอยแผลเป็น เขาอังมือกับจมูกนางเพื่อสำรวจลมหายใจเสมอ ลมร้อนที่เป่านิ้วทำให้เขาพอยิ้มได้บ้าง แม้นางจะหลับตลอดก็ตาม ระหว่างนั้น เขาก็จะแอบส่งข่าวไปบอกดีทริคผ่านอัศวินแอเธลวินเรื่อย ๆ

            แต่เพราะอากาเบลยังไม่เคยได้กินอะไรนอกจากน้ำ นางจึงผอมลงมาก แม้รอยแผลจะจางหายไป ใบหน้าของนางกลับซูบเซียว เหมือนคนป่วยหนัก บางครั้งกิลเบิร์ตแอบหวั่นระแวงในใจว่านางจะตายเพราะอากาศอันหนาวเหน็บ ไม่ก็โรคภัยอะไรสักอย่าง แต่เมื่อขบวนอัศวินเดินทางเข้าใกล้เขตแดนระหว่างอาณาจักรแอเธลวินกับอาณาจักรเฮเนวิง นางก็ยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีอาการข้างเคียงของการป่วยใด ๆ ทั้งสิ้น

            ถ้านางไม่อึดมาก ๆ พระเจ้าก็คงเมตตานางถึงขนาดคอยประคับประคองอาการนางมาตลอด

            “รีบตื่นขึ้นมาได้แล้ว” กิลเบิร์ตกระซิบที่ข้างหูอากาเบลทุกวัน

            เขาลูบเรือนผมนางแผ่วเบา พลางถอนหายใจกับความท้อแท้สิ้นหวังลึก ๆ เขานึกว่ามีหิมะติดอยู่บนผมอากาเบล จึงรีบปัดทิ้งยกใหญ่ ก่อนจะสังเกตว่านี่ไม่ใช่ฤดูหนาว ป่าแม้จะอ้างว้างและมีสีเทาเป็นส่วนประกอบใหญ่ ๆ แต่ตามพื้นกับใบต้นสนเป็นสีเขียวของฤดูร้อน อากาเบลมีผมขาวมากขึ้นกว่าเดิมต่างหาก นางเครียดเหมือนพวกผู้ใหญ่ที่ไม่กี่เดือนกี่ปีผมก็ขาวโพลนเชียวหรือ เขาหัวเราะขบขันกับตัวเอง พลางลูบหัวอากาเบลเบา ๆ

            แล้วเขาก็ชะงักเมื่อนิ้วเกี่ยวเส้นผมของนาง

            “นี่มัน” กิลเบิร์ตพึมพำด้วยความงุนงง

            เขาเข้าใจผิด มันไม่ใช่ผมขาว มันเป็นสีเงินสว่าง สีเดียวกับร่างมังกรของนาง

            ใช่ ดวงตาของนาง นั่นก็มีรอยเปื้อนของสีเงินเหมือนกัน หมายความว่าอย่างไงกันแน่

            ลอกคราบ?

            กิลเบิร์ตเก็บงำความสงสัยนั้นไว้กับตัวเอง แล้วเริ่มคิดหาหนทางช่วยดีทริคกับอากาเบล เขาพยายามนึกบัญญัติกฎหมายต่าง ๆ แต่มันเป็นงานที่ยาก เขายอมรับ กฎหมายประหารชีวิตพ่อมดแม่มดเป็นกฎหมายในลำดับชั้นต่ำสุดก็จริง มันขัดกฎหมายที่อยู่สูงกว่าไม่ได้ แต่ปัญหาคือ กฎหมายที่อยู่สูงกว่าคือคำสอนและสิ่งต่าง ๆ ที่พระเจ้าสร้างไว้ และแน่นอน พระเจ้ารังเกียจพ่อมดแม่มด ท่านยินดีปรีดากับการประหารชีวิตสิ่งมีชีวิตเหล่านี้

            พระเจ้าไม่เคยสอนเกี่ยวกับคนหนึ่งคน ท่านสอนเกี่ยวกับมวลชน – มวลชนที่หนึ่งคนต้องเสียสละให้

            เวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกที ขบวนอัศวินเดินทางมาถึงชายแดนระหว่างสองอาณาจักรแล้ว พวกเฮเนวิงต้องแยกทางกลับอาณาจักรตัวเองตรงนี้ กิลเบิร์ตไม่เคยรู้สึกสุขใจเท่าการไม่ต้องเห็นหน้าซิกฮาร์ดอีก เขาอยากตะโกนด่าไล่หลังรัชทายาทศัตรูแทบแย่ แต่ก็ยอมเก็บความยินดีนั่นไว้ เพราะยาโรเมียร์ยังอยู่กับคณะอัศวินแอเธลวินในฐานะตัวแทนของเฮเนวิง เขาต้องคุมตัวดีทริค และคงรอรับเงินค่าหัว หากมี

            ที่นี่คือแอเธลวิน บ้านเกิด แต่กิลเบิร์ตกลับรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เขาควรจะดีใจไม่ใช่หรือ

            ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทหารที่มารับคณะอัศวินสวมชุดสีฟ้าอย่างที่เขาเห็นเป็นประจำ ชนบทเป็นทุ่งโล่ง กระท่อมหลังเล็กกระจายไปตามพื้นที่ ชาวบ้านยังสวมชุดสกปรก ปราสาทของขุนนางยังอยู่ในสภาพเดิม อากาศ ท้องฟ้า ป่าไม้ เทือกเขาที่ขอบฟ้า มันไม่แตกต่างไปเลย เขาคิดถึงที่นี่ แต่เขากลับรู้สึกว่างเปล่า ราวกับมีช่องโหว่อยู่ในกาย ยิ่งคณะอัศวินเดินทางใกล้เมืองหลวงลูบลินาไปมากเท่าไร เขาก็เริ่มรู้สึกตื่นตระหนกลึก ๆ ข้างใน

            พระราชวังหลวงตั้งตระหง่านอยู่อีกฟากแม่น้ำสายหลักของเมือง กิลเบิร์ตเงยหน้ามองท้องฟ้าสว่างไสวของฤดูร้อน – ปรากฏการณ์ปริศนาบนท้องฟ้ายังคงอยู่ – แสงอาทิตย์นั้นอาบไล้ตัวปราสาทด้านในจนเหลื่อมประกาย ผิวน้ำอ้อยอิ่งส่องแสงสะท้อน สายลมอ่อน ๆ บินมาปะทะใบหน้า เขาควานหาความผิดปกติในใจตัวเองเจอทันที เพราะมันยังเต้นกระหน่ำให้กับสงครามอันไกลแสนไกลอยู่ แต่ที่นี่ มันสงบสุขเหลือเกิน ปลอดภัย ไร้อันตรายใด ๆ

            เขาจะทำอย่างไรหากทั้งหมดนี่เป็นความฝันของเขา? และเขายังอยู่ในเมืองโรสวอร์นที่เต็มไปด้วยความตาย?

            คณะอัศวินเคลื่อนมาหยุดตรงลานกว้างในพระราชวัง กิลเบิร์ตมองตามยาโรเมียร์กับอัศวินกลุ่มหนึ่งพาดีทริคเดินเข้าไปในปราสาท ในหัวของเขาวิ่งวุ่นทันที การไต่สวนน่าจะเริ่มขึ้นพรุ่งนี้ แต่เขารู้ว่าผู้ต้องข้อหาพ่อมดแม่มดจะเริ่มโดนซ้อมลับหลังก็หลายวันก่อนหน้า ที่สำคัญ พระเจ้าชาร์ลส์เป็นคนสั่งประหารดีทริคเองเลยไม่ใช่หรือไง เขาอาจจะโดนฆ่าวันนี้

กิลเบิร์ตใจหายวาบเมื่อเห็นร่างสูงที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว อัลฟองเซ่ยืนรออยู่กับดัชเชสเซเลสเทีย มีทหารยืนนิ่งล้อมรอบรักษาความปลอดภัย สองคนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมเลย อัลฟองเซ่ดูไม่แก่ขึ้นเลยสักนิด เขายิ้มต้อนรับอย่างเป็นมิตร กิลเบิร์ตจึงค่อย ๆ ปีนม้าลงให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสั่งให้ทหารมาหิ้วปีกอากาเบลไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด

            “เจ้าดูโตขึ้น กิล” อัลฟองเซ่ทัก

            กิลเบิร์ตได้แต่ยิ้มอ่อนล้าตอบ

            “จะมีงานเลี้ยงเฉลิมฉลองให้เจ้าด้วย อีกสามวัน”

            “งานเลี้ยง... งั้นเหรอ”

            ปัญหาคือ เขาไม่เคยสนิทกับอัลฟองเซ่ แม้ต่อหน้าจะยิ้มให้กัน พูดคุยกันนิดหน่อย แต่มันก็แค่นั้น บทสนทนาจะดับหายไปภายในเวลาอันรวดเร็ว แล้วความอึดอัดก็จะก่อตัวขึ้นมา กิลเบิร์ตหันไปมองรอบข้างเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์ แต่เขาคิดหัวข้อสนทนาไม่ออกเลยสักนิด เขาควรจะถามอัลฟองเซ่กลับไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่เขาพูดไม่ออก

            “ข้าเสียใจด้วย กิล” อยู่ ๆ อัลฟองเซ่ก็เริ่มต้นพูดแทน

            กิลเบิร์ตหันกลับมาขมวดคิ้วงุนงงใส่

            “เด็กคนนั้น”

            “เด็กคนนั้น?”

            “ลิลี่ ก็อดฟรี่ย์”

            เขารู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที

            “หลังจากที่เจ้าออกเดินทางไปรบ มีคำสั่ง... จากเสด็จพ่อ” อัลฟองเซ่พูด “ให้ไปนำตัวก็อดฟรี่ย์กลับมาสำเร็จโทษข้อหาแม่มด”

            กิลเบิร์ตใจกระตุกวาบ เสียงของเขาแผ่วเบาจัด “ไม่จริง...”

            “นางโดนเผาทั้งเป็นต่อหน้าประชาชน ข้า... เสียใจด้วย กิล”

            เขาก้าวถอยหลังไปข้างหลัง ก่อนจะหยุดนิ่งด้วยความสับสน เขาประกาศให้พ่อได้ยินไปแล้วไม่ใช่รึไง ก่อนที่จะออกเดินทางไปรบ ว่าเขาจะไปที่เมืองโรสวอร์นเพื่อทำลายคำครหาของลิลี่ เขาประกาศต่อหน้าประชาชนเช่นกัน แล้วทำไมพ่อถึงยังจับนางกลับมาประหารอยู่ดี? แล้วชะตากรรมของราล์ฟกับเพื่อนของนางล่ะ? อย่าบอกนะว่าสองคนนั้นก็...

            “ท่านพ่ออยู่ที่ไหน” กิลเบิร์ตละล่ำละลักถาม “ข้าจะไปคุยกับท่านพ่อ!

            “เจ้าจะไปรบกวนเวลาพักผ่อน

            “ถอย-ไป!” เขาตวาดใส่หน้าอีกฝ่าย

            อัลฟองเซ่ชะงักงัน เงียบกริบเหมือนทหารรอบด้านคนอื่น ก่อนเขาจะโคลงหัว แล้วเดินหลบไปด้านข้างตามที่กิลเบิร์ตต้องการ แต่เมื่อกิลเบิร์ตจะกระทืบเท้าเดินสวนไปข้างหลัง เขาก็ได้ยินคำสั่ง มันทำให้เขาหยุดกึกทันที

            “พาศิษย์ของฟอร์เซเคนไปขังไว้”

            “ไม่!” กิลเบิร์ตร้อง

            “ยึดคำสั่งของรัชทายาท ทหาร” อัลฟองเซ่ย้ำเสียงต่ำ

            อากาเบลถูกหิ้วปีกและลากไปยังทิศทางของคุกใต้ดินทันที กิลเบิร์ตชนไหล่อัลฟองเซ่เพื่อรีบเดินตามทหารสองคนไป เขาโมโหจนไม่ฟังคำต่อว่าที่ดังตามหลังมา เขาไม่สนใจสายตาของทหารคนไหนทั้งสิ้น เขากระทืบเท้าตึง ๆ เพื่อสั่งให้ทหารหยุด แต่ทั้งสองไม่หยุด จนประตูทางเข้าคุกใต้ดินปรากฏอยู่ตรงหน้า ทหารเฝ้ายามเปิดประตูให้เดินผ่านเข้าไป ไม่มีใครกล้าเงยหน้ามองกิลเบิร์ตหรือพูดขัด เขาเองก็เดือดเกินกว่าจะพาลใส่ใครก็ตามเพื่อระบายอารมณ์ได้

            ถ้าทหารสองคนนี้ขัดคำสั่งของอัลฟองเซ่ แน่นอนว่าพวกเขาต้องโดนโทษรุนแรง กิลเบิร์ตจึงพยายามทำตัวเองให้ใจเย็นลง สงครามทำลายตัวตนเขาก่อนหน้านี้ไปเกือบหมด เขาถอนหายใจ แล้วความเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้ก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง แต่เขาก็ยังยืดหยัดก้าวตามเข้ามาในคุกใต้ดินอันสกปรกและอับชื้น ทหารสองคนนี้ไม่มีทางเลือกนอกจากฟังคำสั่ง

            “อย่างน้อยก็วางนางให้มันดี ๆ” เขาสั่ง

            คราวนี้ทหารทำตามคำสั่งของเขา

            “เดี๋ยว” กิลเบิร์ตรั้งไว้ก่อนที่ทหารจะปิดประตูห้องขัง “ไปหาน้ำหาอาหารมาวางทิ้งไว้ให้นางหน่อย”

            แม้จะงุนงง แต่ทหารก็ยอมทำตาม กิลเบิร์ตจึงยืนพิงซี่กรงห้องขังรอทหารที่ต้องไปเอาอาหารและน้ำตามคำสั่ง เขาเหลือบมองทหารอีกคนซึ่งยืนถือทวนเฝ้าหน้าห้องขังของอากาเบล เสียงร้องโหยหวนไกล ๆ ของนักโทษคนอื่นในคุกทำให้เขาต้องกัดฟันสะกดกลั้นความเครียด เขาหันกลับมาจ้องเพดานมืดมิดต่อ แน่นอนว่าเขาไม่มีความคิดจะพาอากาเบลหรือดีทริคแหกคุกอยู่แล้ว ทำแบบนั้นทุกอย่างก็จะยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ เขาควรจะกลับไปคุยกับอัลฟองเซ่—

            มีเสียงฝีเท้าเหยียบย่ำใกล้ใบหู และหายไป

            กิลเบิร์ตขมวดคิ้ว พลางตวัดตาไปมองบันไดวนขึ้นไปยังชั้นบนซึ่งเป็นทางเข้าและทางออกของคุกใต้ดิน เขาไม่เห็นใคร แล้วนั่นเป็นเสียงฝีเท้าใคร? หูฝาด? เขาถอนหายใจ พลางกอดอกพร้อมกับหลับตาลง แล้วกลับมาคิดถึงวิธีช่วยเหลือดีทริคกับอากาเบลอีกครั้ง อัลฟองเซ่จะฟังเขารึเปล่านะ แล้วพ่อทำแบบนี้ไปทำไมกัน เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด

            “เฮ้ ๆ นักโทษล่ะ!

            เขาลืมตาขึ้นมามองทหารที่ออกไปเอาอาหารกับน้ำทันที ทหารคนนั้นรีบวางถาดในมือกับพื้น จากนั้นก็ชักดาบข้างเอวออกมา เขาพุ่งเข้ามาในกรงขัง ทหารอีกคนก็ตื่นตัว ยกทวนขึ้นและหันไปมองรอบด้านด้วยแววตาหวาดระแวง กิลเบิร์ตมือเย็นเฉียบ งุนงงกับภาพตรงหน้า เขาจึงรีบหันมาดูห้องขังของอากาเบล นั่นเองที่เขาเบิกตากว้างเมื่อพบสาเหตุ

            อากาเบล... หายไปแล้ว



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #884 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 18:21
    วิชาล่องหน????
    #884
    0
  2. #377 Melani Fulano (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 15:43
    โถๆ กิลเบิร์ตก็เหมือนกับคนธรรมดา ๆ อย่างเราคนหนึ่ง แต่ดันตัดสินใจออกมาสงครามแบบนี้ คงไม่มีวันได้กลับไปเป็นเจ้าชายช่างสังสรรค์อีกแล้ว ถึงอาการอากาเบลจะทุลักทุเลอย่างไง ถ้าล่องหนหนีออกมาได้ก็น่าจะรอดแล้วสินะ อีกไม่นานจะได้รู้บทสรุปของทุกอย่างแล้ว ติดตามแจ้ :^)
    #377
    1
    • #377-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      3 มิถุนายน 2559 / 19:51
      สงสารกิลน้อย ๆ TwT
      #377-1
  3. #376 Qualia (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 00:38
    ใกล้จบขนาดนี้เลยเหรอครับ ไม่รู้สึกเลยว่าจะจบนะเนี่ย เหมือนเนื้อเรื่องยังไปได้อีกสักพัก ติดตามต่อๆ
    #376
    1
    • #376-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      3 มิถุนายน 2559 / 19:50
      จริง ๆ เนื้อเรื่องก็ยังไปต่อได้ค่ะ------ /เซ็นเซอร์
      #376-1
  4. #375 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 22:37
    น่านเอาแล้ว ใครมาช่วยเบล? ดีทริค?(ไม่น่าจะใช่แต่เป็นไปได้) ลิลี่?(ตกลงลิลี่ตายจริงมั้ย เฮ้ยไม่จริงน่า อยู่มาตั้งนานจะตายดื้อๆงี้ไม่ได้) ราล์ฟ(เป็นไปได้ยาก) แม่เบล(น่าคิดนะ อาจจะก็เป็นได้?) ชอบมากกก รักเรื่องนี้มากกกกกก จะมีสิทธิ์ได้ตีพิมพ์มั้ย ถ้ามีเราจะไปช่วยอุดหนุนนะ ชอบจังมาอัพเร็วมาก เราไปเจิมอีกเรื่องนึงละนะ แฟบไว้ละ
    #375
    1
    • #375-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      3 มิถุนายน 2559 / 19:48
      ขอบคุณมาก ๆ นะคะ XD เรื่องตีพิมพ์นี่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผ่านพิจารณารึเปล่าถ้าส่งไป 5555
      #375-1
  5. #374 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 21:02
    อะไรนะ! อีก5ตอนจบ!!? ฉากมุ้งมิ้งระหว่างอากาเบกับดีทริคยังไม่ชื่นใจเลยยยย ไม่อยากให้จบ ขอภาคต่อ...//โดนลากไปเก็บ
    #374
    1
    • #374-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      3 มิถุนายน 2559 / 19:47
      นี่ก็อ่านกันมาตั้ง 500 หน้าแล้วนะคะ เยอะมากแล้ว ฮาาา เดี๋ยวรอประกาศช่วงตอนจบแล้วกันค่ะ XD
      #374-1
  6. #373 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 20:07
    5ตอน จบ กรี้ดดดดดดด ปริศนาบานตะไท จะเฉลยหมดเหรอค่ะไรท์ 5555 รอๆๆๆๆๆๆ สาธุขอให้กิลลี่คิดถูก เบลลอกคราบได้ สาธุ อีกอย่าง อีก5ตอนจบ พระเอก นางเอก ยังไม่ทันได้หวานเลยค่ะ ยังไม่ได้ตกลงคบกานเลยยยย มีตอนพิเศษอีกมั้ยค่ะ รักค่ะไรท์ จุ้บ เป้นกำลังใจให้
    #373
    1
    • #373-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      3 มิถุนายน 2559 / 19:47
      น่าจะเฉลยปริศนาหมดนะคะ 5555 ขอบคุณสำหรับกำลังใจมาก ๆ ค่า
      #373-1
  7. #372 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 04:57
    อยากบอกว่า ดีทริคเท่มากๆ 555555555 สงสารเบลมาก สงสารมากกกกก แต่เบลไม่ตายใช่มั้ย นางจะจำศีลเหมือนตอนที่เสียตาให้ดีทริคใช่มั้ย อีกอย่างทั้งสองมีพันธะสัญญานี่ ถ้าดีทริคไม่ตายเบลก็ไม่ตายหรือยังไง หรือถ้าเบลตายดีทริคก็ตาย คือแบบมันมีแต่การหักหลังอ่ะ เราประมาณเจ้าชายกิลเบิร์ตอ่ะ อยู่ในโลกที่ดีๆมาตลอด แบบยังไงอ่ะ อิพวกนี้ไม่ได้คิดเลยว่าตอนสงครามดีทริคกับเบลช่วยไว้เยอะเเค่ไหน บางทีก็อยากให้ดีทริคกับเบลหลุดจากเรื่องบ้าๆนี่เข้าป่าไปอยู่กันสองคนไปเลย สะใจมากตอนดีทริคใช้เวท เพิ่งได้อ่านตอนดีทริคใช้เวทจังๆก็ตอนนี้แหละ ละคำสั่งจากพระเจ้าชาร์ลส์นี่ไม่ใช่พ่อกิลเบิร์ตรึไง หรือจำอะไรผิดไป รออ่านต่อน้า
    #372
    1
    • #372-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      2 มิถุนายน 2559 / 14:41
      เป็นนางเอกเรื่องนี้ต้องอึดและถึก ต่อไปคือมีซิกแพ็ก /ไม่ใช่ละ อากาเบลยังไม่ตายค่า ส่วนพันธสัญญาก็คือจะเน้นดีทริคเป็นหลักค่ะ ดีทริคตาย = อากาเบลตาย แต่ถ้าอากาเบลตาย = ดีทริคไม่ตายค่ะ ส่วนพระเจ้าชาร์ลส์ก็คือพ่อของกิลเบิร์ตค่ะ แค่เป็นระดับคำสั่งที่เจ้าชายขัดราชาไม่ได้ค่ะ
      #372-1
  8. #369 o0nooknick0o (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 21:06
    ดีทริคค สู้เขาา เจี๋ยนมันให้หมดดด
    #369
    1
    • #369-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      2 มิถุนายน 2559 / 14:35
      ดีทริคสู้ตายยยยยยยย
      #369-1
  9. #368 tinkerbell1820 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 18:18
    โอยยย สงสารอากาเบลT^T
    #368
    1
    • #368-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      2 มิถุนายน 2559 / 14:34
      สงสารเช่นกันค่ะ ;w;
      #368-1
  10. #367 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 17:47
    น้ำตาไหล อีกแล้ว สงสาร เบลทริค อะรัยจะขนาดนั้น ซิกฮาร์ดก้เกินไป รุยุว่าตอนนี้ตัวเองรบ ขาดคนไป คัยจะช่วย ปันยาอ่อนจิงๆๆ แต่ขัดใจดีทริค ทำไรสักอย่างสิ ยอมให้มานจับอย่างนี้เหรอ สงสารเบลบ้างเถอะ
    #367
    1
    • #367-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      2 มิถุนายน 2559 / 14:34
      จ้าวแห่งความประมาทจริง ๆ ค่ะซิกฮาร์ด ส่วนดีทริคคงลำบากที่จะช่วยอยู่ โดน waterboard หายใจไม่ออก ;w;
      #367-1
  11. #366 meduzabencz (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 23:38
    อากาเบลกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปซะแล้ว~ เอ้า ดีทริคมัวรออะไรอยู่ จูบเลยๆๆ //โดนอากาเบลโดดถีบ
    #366
    1
    • #366-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      2 มิถุนายน 2559 / 14:32
      พออากาเบลโดนจูบแล้วตื่น ก็เลยกระโดดเตะดีทริคกระเด็นเลย (ฮา)
      #366-1
  12. #365 ตาหยีหยีตา (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 20:57
    เอาไปสองข้างเลยรอ
    #365
    1
    • #365-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      2 มิถุนายน 2559 / 14:32
      เอาไปข้างเดียวค่า
      #365-1
  13. #364 tinkerbell1820 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 19:53
    ดีทริคจะเสียใจไปตลอดชีวิต T^T เสียใจกับอะไร อากาเบลจะฟื้นไหม? ฟื้นสิ!!!!!
    #364
    1
    • #364-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      2 มิถุนายน 2559 / 14:31
      เดี๋ยวก็รู้แล้วค่ะว่าจะเสียใจ (?) เพราะอะไร อิ___อิ
      #364-1
  14. #363 Qualia (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 19:28
    เป็นความอบอุ่นหลังจากสงครามที่ดีเลยครับ กิลเบิร์ตเติบโตขึ้นเยอะเลย
    #363
    2
    • #363-2 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      2 มิถุนายน 2559 / 14:33
      ไปสงครามแล้วร้องไห้มันอยู่คนเดียว ในที่สุดก็เติบโตสินะคะ 555
      #363-2
  15. #362 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 19:24
    แต่งอีกเรื่อง ก้จะตามไปอ่านค่ะ แต่ขอล่ะน่ะๆๆๆๆๆ แต่งเรื่องนี้ให้จบก่อน อย่าเพิ่งทิ้งข้า ข้าค้างมากกกก ค้างอย่างแรง
    #362
    1
    • #362-1 p 4 r e w 1 n e(จากตอนที่ 38)
      2 มิถุนายน 2559 / 14:30
      เรื่องนี้ยังไงก็จะแต่งจบค่า ฮาาา มีแต่เรื่องอื่นที่อาจจะดองแทน TwT
      #362-1