Draconic Chronicle

ตอนที่ 13 : I-13: Die a Brave or die a Coward

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    31 ม.ค. 60




13



            “นังหนู! มาเหม่ออะไรตอนนี้ มาเร็ว! อย่าให้ข้าต้องเสียเวลา ขอทีเถอะ


            อากาเบลแว่วเสียงหัวเราะของกิลเบิร์ต พร้อมกับรูปวาดของเจ้าชายอัลฟองเซ่ค่อย ๆ กลับมาในการมองเห็น เธอกะพริบตา พลางหันไปมองแผ่นหลังของนอร์แมนที่ออกเดินโดยไม่รอช้า กิลเบิร์ตโบกมือร่าเริงให้จากจากหน้ารูปวาดกษัตริย์แห่งแอเธลวิน เธอยังสับสนเกินกว่าจะต่อล้อโต้เถียงได้ รู้ตัวอีกทีก็หยุดอยู่หน้าห้องพักซึ่งเป็นห้องนอนรวมร่วมกับสาวใช้คนอื่นเสียแล้ว นอร์แมนเปล่งเสียงออกจมูก ก่อนจะกระทืบเท้าเดินจากไปอีกทาง ทิ้งให้เธอจมอยู่กับความคิดเพียงผู้เดียว


            ถึงจะเหลือเชื่อ แต่เมื่อครู่นี้ไม่ได้มาจากมุมมองของเธออย่างแน่นอน เธอเป็นมังกรที่ต่อสู้กับอัศวินตาฟ้า


            ...ความคิดของมนุษย์คนไหนกัน?


            ในห้องนอนไร้การตกแต่ง นอกจากโต๊ะไม้เก่า ๆ ติดประตู และตู้เสื้อผ้ามีถังใส่ผักผลไม้ตั้งเคียงข้าง บรรจุเตียงนอนสิบเตียง ผ้าห่มผืนบางสีตุ่น ยามนี้มีสาวใช้แค่ไม่กี่คนกำลังวุ่นวายจัดของในห้อง อากาเบลจึงซุกมีดทำมือซึ่งพกมาด้วยไว้ใต้หมอน จากนั้นก็นั่งบนเตียงแข็งใกล้หน้าต่างอยู่สักพัก เธอจะมีมุมมองของมนุษย์แปลกหน้าในหัวได้อย่างไร เมื่อความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทั้งวันเริ่มครอบงำ เธอก็หาว แล้วล้มตัวนอนทั้งชุดทันที ได้ยินเสียงลิลี่โวยวายว่านั่นไม่ใช่เตียงของเธอ



***



ในแวดวงคนรับใช้ ทุกคนต่างสงสัยว่าโซโกลอฟสังหารหมาป่าไปสี่ตัวจริงหรือเปล่าในคืนแห่งกำเนิด พวกผู้หญิงถูกห้ามไม่ให้ตามออกไปดูผลงานของนางในป่า แต่พวกผู้ชายได้ประจักษ์ว่ามันเป็นความจริง และเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือวิธีการตายของหมาป่า มันไม่เหมือนฝีมือของเด็กผู้หญิง... หรือของผู้ชายตัวโตด้วยซ้ำ


ทุกความคิดคือ: เวทมนตร์อาจจะเกี่ยวข้องด้วย


            แต่ดูซปัซเตรสซ์ยืนยันแล้วนี่ว่าโซโกลอฟไม่ใช่แม่มด สาวใช้คนอื่นร่วมกันปฏิเสธ จะไม่เชื่อดูซปัซเตรสซ์หรือ!


            นั่นสิ แต่ชาร์น็อคเซียซ์นิคสนิทกับเจ้าชายกิลเบิร์ตไม่ใช่เหรอ? พวกนั้นเขารวยกัน ข้าว่าคงมีการโกงเกิดขึ้นนั่นแหละ!


          เป็นไปได้ กติกาห้ามอาวุธกับตัวช่วย แต่ในป่านั่นไม่มีใครสามารถเป็นพยานได้ว่าเกิดอะไรขึ้นนี่นา!


            ลิลี่ขนสัมภาระไปเก็บพลางทบทวนเรื่องนินทาซุบซิบก่อนหน้าไปพลาง จูเลียน่าขำคิกคักสนุกสนานอยู่ข้าง ๆ เจ้านั่งกับโซโกลอฟมาตลอด! ถ้าอยู่ ๆ นางขยับสะโพกถอยมาข้างหลังนิดหน่อย เจ้าจะโดนชนกระเด็นตกม้าไปเลยไหม


            ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก


            แต่เอาจริง ๆ นะ ข้าไม่คิดเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวแค่นั้นจะมีแรงเยอะขนาดนี้


            โซโกลอฟก็ไม่ได้เตี้ยสักหน่อย


            จูเลียน่ายกมือวางไว้เหนือศีรษะของลิลี่เป็นการวัดความสูง แต่เป็นความสูงของโซโกลอฟ จากนั้นทั้งสองก็ช่วยสาวใช้คนอื่นยกข้าวยกของเข้าไปเก็บในแต่ละคฤหาสน์ให้ถูกต้อง ในตอนแรกยังสับสนทิศทางกันอยู่ แต่ไม่นานนักก็สามารถจดจำได้อย่างรวดเร็ว เหล่าทหารกับอัศวินกระจัดกระจายไปตามคฤหาสน์รอบนอก ล้อมรอบคฤหาสน์หลังหลักซึ่งเป็นพื้นที่ของเจ้าชาย


            จนถึงบัดนี้แล้ว ลิลี่ก็ยังไม่หยุดตื่นเต้น ราวกับตัวเองตกอยู่ในห้วงฝันหวานตลอดเวลา เพราะไม่กี่สัปดาห์ก่อน เธอเพิ่งจะได้ทำงานเป็นสาวใช้ชั่วคราวในงานเลี้ยงของเจ้าชายเท่านั้น แต่ตอนนี้ เวลานี้ วินาทีนี้เลย เธอได้ก้าวเข้ามาในปราสาทของเจ้าชายแทน มีหลายครั้งที่เธอเผลอเหม่อลอยบ่อย ๆ เพราะวางแผนไม่เลิกว่าจะนำเงินที่ได้มาบริหารอย่างไรดี เพื่อที่จะได้พาพ่อออกจากกระต๊อบหลังเล็กมอซอไปอยู่อย่างน้อยก็ในหลังที่กว้างกว่าและสะอาดกว่า ซื้อวัวเพิ่มอีกสองตัวให้พ่อก็เป็นความคิดที่ดี นอกจากนั้น เธออาจจะเก็บหอมรอมริดเพื่อซื้อผ้าและอุปกรณ์มาปักเย็บชุดราตรีสวย ๆ สักชุดเหมือนกัน


            เมื่อวานนี้ที่เจ้าชายกิลเบิร์ตย้อนกลับมาบอกลิลี่ว่าพระองค์ต้องการให้เธอไปทำงานเป็นสาวใช้ในปราสาท แค่นั้นเธอก็แทบกลั้นเสียงกรีดร้องด้วยความดีใจไม่ไหวแล้ว ทันใดนั้นภายในกระต๊อบสีครึ้มจะพังมิพังแหล่ก็กลายเป็นสวรรค์ไปเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอรู้ว่าเคาน์เตสแห่งมาโซว์แชย์เป็นคนแนะนำเธอกับเจ้าชายเอง


            ลิลี่สินะ? นางส่งจดหมายมาให้เจ้าด้วย เจ้าชายบอกยิ้ม ๆ พร้อมยื่นซองจดหมายซึ่งมัดมาอย่างดีให้ ลิลี่รับมาด้วยความรู้สึกโชคดีที่ตัวเองเคยร่ำเรียนการอ่านมาบ้างในโบสถ์


            เนื้อหาข้างในจดหมายไม่มีอะไรไปมากกว่าเคาน์เตสแห่งมาโซว์แชย์ชื่นชมการทำงานของลิลี่ในงานเลี้ยงฉลองของเจ้าชาย นางเขียนว่า นางยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนให้บุคคลที่มีความสามารถได้ทำงาน และเจ้าชายกิลเบิร์ตเองก็เป็นผู้ที่มีจิตใจโอบเอื้อ พระองค์ย่อมเปิดโอกาสให้เหล่าชีเมียอยู่แล้ว เป็นความจริง เพราะพระองค์อนุญาตให้จูเลียน่าไปทำงานด้วย


            อย่างไรก็ตาม เคาน์เตสแห่งมาโซว์แชย์ยังเขียนถึงเรื่องที่ลิลี่อ่านแล้วไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะนางใช้คำศัพท์ยาก ๆ สำหรับชนชั้นสูง (ลิลี่ต้องให้เจ้าชายช่วยอ่าน) มันเป็นข้อความปิดท้ายจดหมาย ซึ่งสะกิดใจเธอยันปัจจุบัน


ข้ามิต้องการให้เจ้าผูกเจ็บกับภายนอกของมนุษย์ปุถุชนธรรมดา เพราะเราทุกคนต่างมีเบื้องลึกและตื้นเขินในตัวของเราเอง เมื่อถึงเวลาอันสมควร ข้าจะขอเชื่อมั่นในตัวเจ้า ผู้เคยผ่านชีวิตอันทรหดและงดงามในฉบับของชาวบ้าน ช่วยเหลือใครก็ตามที่ร่วงหล่นจากอ้อมกอดพระผู้เป็นเจ้าแห่งสรวงสวรรค์


            บรรทัดดังกล่าวยังไม่สร้างความสับสนนัก กระทั่งประโยคสุดท้าย


            มีแต่เจ้าคนเดียวที่จะช่วยเหลือคน ๆ นั้นได้ ลิลี่



***



อากาเบลตื่นขึ้นมาอีกทีตอนที่ในปราสาทมีเพียงคบเพลิงจุดให้แสงสว่าง ห้องนอนมืดสนิท สว่างสลัวด้วยแสงจันทร์ซึ่งสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างข้างเตียงเธอเข้ามา ประตูห้องนอนแง้มเปิดเล็กน้อย ให้เห็นว่าข้างนอกเองก็มืดไม่แพ้กัน แต่เธอก็สามารถคลำทางออกไปยังห้องโถงได้สำเร็จ ไร้วี่แววผู้คน เธอจึงนั่งชันเข่าชิดหน้าอก และเอาหลังพิงกับผนังหินซึ่งถูกแสงไฟย้อมเป็นสีแดงส้ม ตาก็จ้องคบเพลิงที่ปลิวไสวเล่นเงาบนผนังอย่างเหม่อลอย


มันเป็นความคิด... ความทรงจำอย่างงั้นหรือ แล้วใครคือเจ้าของกัน?—


เธอสะดุ้งเมื่ออยู่ ๆ ประตูทางเข้าหลักของคฤหาสน์ก็ถูกผลักเข้ามา พาลมเย็นยะเยือกมาแตะแขนขาจนหนาวสั่นไม่หยุด ทว่าเธอสนใจแค่เงาของผู้ชายสองคนใต้เสื้อคลุมผืนหนาซึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ กระทั่งปรากฏในพื้นที่ที่มีแสงเพียงพอ เธอจึงเห็นราล์ฟงอตัวกุมซี่โครงซึ่งมีเลือดซึมเสื้อเป็นวงกว้าง ถึงอย่างนั้นก็ยังมีแรงเดินไหวสมกับร่างกายบึกบึน ส่วนอัศวินตาฟ้านั้นไม่มีท่าทางบาดเจ็บแต่อย่างใด นอกจากใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อจนเส้นผมสีอ่อนแนบไปกับหน้าผาก


มันไม่ได้สวมฮู้ดอีกต่อไป


            ผมสีทองสว่าง ตัดสั้น และสะเปะสะปะเหมือนไม่เคยใช้มือสาง เข้ากับผิวค่อนไปทางซีดของผู้คนในดินแดนซึ่งหิมะตกหนาเกือบทั้งปี แน่นอนว่าอัศวินตาฟ้าไม่ใช่ผู้ชายหน้าตาธรรมดาทั่วไป แต่อากาเบลก็ไม่ได้หลงรูปงามนั้นไปมากกว่าความต้องการจะชกสันจมูกเข้าให้ และเมื่อไม่มีฮู้ดคอยบังหน้าอีก เธอก็กระจ่างทันที กิลเบิร์ตเคยพูดว่าเธออาจจะเข้าใจอายุของอัศวินตาฟ้าผิด ใช่ ถ้าไม่บอกว่าหมอนี่อายุยี่สิบสามปี เธอก็นึกว่ามันอยู่รุ่นราวคราวเดียวกันกับร่างมนุษย์ของเธอเสียอีก


            อากาเบลหลุบตามองราล์ฟอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้น?


            “เจ้าช่วยไปตามเจ้าชายกิลเบิร์ตมาหน่อยได้ไหม โซโกลอฟพลันอัศวินตาฟ้าก็พูดด้วยโดยไม่ได้หันมามอง เธอแอบขนลุกที่อีกฝ่ายสังเกตเห็นเธอได้เร็วกว่าที่คิด ชั้นสาม ห้องทางขวามือ มีอยู่ห้องเดียวเธอขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ลุก มันจึงพูดอีกครั้งด้วยเสียงที่เบาลง ข้าขอร้อง


            อากาเบลแทบไม่เชื่อหูตัวเอง อัศวินตาฟ้าขอร้องเธออย่างงั้นหรือ หมายความว่ากำลังมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอละสายตาจากราล์ฟที่กำลังกดแผลตัวเอง แล้วรีบเดินขึ้นไปยังห้องของกิลเบิร์ตชั้นบนสุด โดยต้องชะลอการก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นเพราะแสงไฟอันน้อยนิดที่อาจทำให้พลัดตกได้ เธอรัวประตูทันทีเมื่อเจอห้องเป้าหมาย


            เจ้าของห้องไม่มาเปิด เธอทุบอีก ยังไม่มีเสียงตอบรับ เธอตะโกนเรียกชื่อ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


            เธอลองผลักประตู ปรากฎว่าห้องไม่ได้ลงกลอน จึงถือวิสาสะเปิดเข้าไปเรียกชื่อกิลเบิร์ต ทว่ากลับเห็นเพียงห้องมืด ๆ ไร้การเคลื่อนไหว เธอถอยออกมาคว้าคบเพลิงหน้าห้องเข้าไปส่อง ก่อนจะขมวดคิ้วงุนงงที่ไม่เจอวี่แววของเจ้าของห้องเลย แม้แต่สัมภาระก็ไม่มี จะเตียง ตู้หนังสือ โต๊ะทำงาน ทุกอย่างเหมือนยังไม่เคยถูกแตะ หน้าต่างก็ถูกปิด มีผ้าม่านคลุมนิ่งงัน


            อย่างไรก็ตาม เธอลงมาชั้นสองเพื่อลองไล่ทุบประตูทุกห้อง เผื่อว่ากิลเบิร์ตจะแอบมางีบหลับจนลืมกลับห้องนอน ทว่าก็ยังไร้เสียงตอบรับตามเคย แต่ละห้องไม่ได้ลงกลอนเช่นกัน เธอจึงเปิดเข้าไปดูพร้อมคบเพลิง เจอแต่ความว่างเปล่า เธอรีบรุดลงมายังห้องโถงชั้นล่าง อัศวินตาฟ้ายืนรออยู่ ส่วนราล์ฟนั้นนอนหลับสนิทเหยียดยาวบนเก้าอี้ไม้ บริเวณชายโครงมีผ้าวางทับไว้


            “ผียังไม่มีเลยอากาเบลยักไหล่ ชั้นสองด้วย


            อีกฝ่ายหันมาสบตา แต่เหมือนจะคิดไปถึงเรื่องอื่นแทน นอร์แมนด้วยหรือมันพึมพำ แล้วทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ ราล์ฟ ชั่วขณะหนึ่งมันกลับไปดูซีดเซียวเหมือนตอนที่เธอเคยฝันถึงเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อน ที่นี่ไม่มีกำลังทหารเพียงพอ


            “ทำไม?


            “กิลได้อธิบายตำแหน่งขุนนางมาร์ควิสรึเปล่าอัศวินตาฟ้าถามอีกหัวข้อแทน แล้วขยายความโดยไม่รอฟังคำตอบทันที มาร์ควิสจะได้อาศัยในปราสาทใกล้เคียงกับอาณาจักรศัตรู และมีกองกำลังทหารเพียงพอรบเวลาโดนรุกราน


            “เจ้านั่นเนี่ยนะ?” อากาเบลย้อนถามเสียงสูง ก่อนจะหัวเราะออกมา ข้าไม่คิดว่ามันจะรู้วิธีรบด้วยซ้ำ ต่อให้เรียนการต่อสู้มาจากเจ้าก็เถอะ แล้วอาณาจักรเจ้าคิดอย่างไงถึงให้คนแบบนั้นมาตั้งรับศัตรู เป็นลูกรักของราชารึไงถึงได้ยศมาง่าย ๆ


            “ใช่”


            อากาเบลตกตะลึงจัดจนเกือบสะดุดเท้าตัวเอง เธอจะยิ้ม แต่ยิ้มไม่ออก


            “บ้ารึไง ถ้าเกิดมีศัตรูขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ? จะไม่ตายกันทั้งปราสาทเหรอ


            “ไม่ทั้งปราสาทอัศวินตาฟ้าตอบ พลางชูจดหมายคล้ายฉบับที่เธอเคยเห็นกิลเบิร์ตอ่านตอนมาถึงปราสาทให้ดู ทางวังใหญ่ส่งจดหมายมาเรียกตัวกิลกลับไปแล้ว เขาน่าจะเดินทางออกจากปราสาทไปเมื่อไม่นานมานี้


            คราวนี้อากาเบลอุทานคำหยาบออกมา ก่อนจะเดินวนเป็นวงกลมไม่หยุดราวกับจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหว ต้องโวยวายใส่คู่สนทนาเพื่อระบายความฉุนเฉียวยกใหญ่ หมายความว่าอย่างไงกันแน่?!”


            อัศวินตาฟ้าเฉยเมิยกับการโดนตวาด กองทัพของอาณาจักรเฮเนวิง – หมู่บ้านที่ราล์ฟกับข้าไปตรวจไม่ใช่ฝีมือของพวกอนารยชน เป็นฝีมือของพวกเฮเนวิง พวกมันกำลังไล่ปล้นสะดมมาเรื่อย ๆ


            “หา? นี่เกิดสงครามขึ้นรึไง


            “ไม่เชิงสงคราม เฮเนวิงมักจะข้ามทะเลมาไล่ทำลายหมู่บ้านแถบนี้เป็นประจำ ครั้งนี้ ถ้าพวกมันสามารถจับตัวกิลไปเรียกค่าไถ่สำเร็จ ก็จะถือว่าได้ผลประโยชน์มหาศาล ต่อให้ไม่ใช่เจ้าชายรัชทายาทก็ตาม


            “ข้าไม่เอาด้วยหรอกนะ ไอ้เรื่องอาณาจักรมนุษย์ขัดแย้งกันน่ะ” อากาเบลพูดเด็ดขาด รู้สึกสับสนกับท่าทางสงบนิ่งของอีกฝ่าย “เดี๋ยว ถ้าพวกมันมาค้นปราสาทแล้วไม่เจอตัวกิลเบิร์ต เดี๋ยวมันก็กลับอาณาจักรตัวเองไปไม่ใช่หรือไง


อัศวินตาฟ้าไม่ตอบ แต่ยื่นจดหมายในมือให้แทน


การที่อากาเบลสามารถอ่านภาษามนุษย์ได้ฉลุยเป็นเรื่องน่าตกใจ แต่เนื้อความในจดหมายต่างหากที่น่าตระหนกยิ่งกว่า เนื้อหาส่วนแรกเกี่ยวกับการเรียกตัวกิลเบิร์ต เอลไลเวิร์ธกลับไปยังเมืองหลวงลูบลินา ด้วยมีภารกิจเร่งด่วนที่จะรีรอช้าไม่ได้ เนื้อหาต่อมายืนยันสายข่าวว่ากองทัพของอาณาจักรเฮเนวิงกำลังเดินทางตรงมายังเมืองคาลีซช์ การสู้รบกำลังจะเกิดขึ้น


ทว่าบรรทัดสุดท้ายต่างหากที่ทำให้เธอแทบขยำจดหมายทิ้ง


            เป็นหน้าที่ของฟอร์เซเคน อัศวินซึ่งประจำการอยู่ในปราสาทของเจ้าชายลำดับที่สองแห่งแอเธลวิน มาร์ควิสแห่งคาลีซช์ กิลเบิร์ต เอลไลเวิร์ธ ในการตั้งรับศัตรูอาณาจักรเฮเนวิงจนกว่าจะได้รับชัยชนะมาครอบครอง พระราชาแห่งแอเธลวินได้ส่งมอบพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าไว้: จงนำพาชัยชนะมาสู่แอเธลวินด้วยเกียรติของอัศวิน หรือพ่ายแพ้และถูกสะบั่นหัวต่อหน้าประชาชน


นี่คือศึกชี้ชะตาชีวิตของเธออย่างงั้นหรือ!


            “อย่าฉีก” อัศวินตาฟ้าเตือน เมื่อเห็นอากาเบลเตรียมจะฉีกจดหมายเป็นชิ้น ๆ


            เธอโยนจดหมายใส่ตักมัน ภาพของพ่อปรากฎขึ้นมาในหัว พร้อมกับความรู้สึกผิดถาโถมใส่ หากเธอหัวขาด ซึ่งไม่ใช่วิธีการตายที่เป็นไปได้ในมังกร (นอกจากโดนมังกรที่แข็งแกร่งเทียบเท่าราชามังกรกระชากศีรษะหลุดไปทั้งกระดูกสันหลัง) มันแปลว่าเธอถูกสิ่งมีชีวิตอื่นฆ่า เธอจะไม่ได้รับการสรรเสริญ ให้ตายเถอะ เธอกระแทกฟันกับลิ้นจนเจ็บจี๊ด น้ำตารื้น แล้วนึกถึงแม่แทน แต่ก็ไม่สำเร็จ มันยิ่งทวีคูณความรู้สึกผิด เธอโง่สิ้นดีที่มุทะลุออกมาล่าศัตรู เพียงเพื่อความแค้นของตัวเอง โง่เสียยิ่งกว่าโง่!


            “เจ้าต้องอยู่รบเพราะเป็นวีรบุรุษ หรือโดนราชาเกลียดกันแน่?หลังจากเงียบไปหลายนาที อากาเบลก็เอ่ยถามขึ้น


            ทั้งห้องโถงเหลือเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของราล์ฟ


            “ทำไมถึงคิดว่าข้าโดนราชาเกลียด?


คู่สนทนาโน้มตัวมาข้างหน้า มือทั้งสองประสานกัน ท่าทางตั้งใจกว่าเมื่อครู่เสียอีก ดวงตาสีฟ้าของมันส่องประกายบางอย่างเหมือนในวันที่มันจับเธอได้ – ความสนุกอันเป็นปริศนาที่ทำให้เธอเริ่มไม่พอใจ


            “เจ้าเป็นวีรบุรุษสำหรับพวกมันไม่ใช่รึไง อัศวินผู้พิชิตมังกรอากาเบลเผลอกระแทกเสียงตอบ จดหมายนี่เขียนเหมือนไม่สนใจด้วยซ้ำว่าจะเสียบุคลากรมีค่าไปเธอรู้สึกแย่ที่ต้องพูดชมทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจ


            “ชีวิตปกติของอัศวิน รบ ฆ่า มีเกียรติ ได้ยศ ตาย ตามคำสาบานว่าจะปกป้องอาณาจักรจนกว่าชีวิตจะหาไม่


            “แต่ข้าไม่ได้ให้คำสาบานว่าจะตายเพื่อแอเธลวิน!


            อัศวินตาฟ้าเหลือบมองราล์ฟซึ่งเข้าสู่นิทราลึกไปเรียบร้อยตั้งแต่อากาเบลไปตามกิลเบิร์ต เธอนึกสงสัยว่าราล์ฟมีสิทธิ์ตายตอนหลับได้หรือเปล่า แต่ก็ชัดเจนว่าคงไม่ ประเมินจากแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะปกติ เธอจึงพยายามหักห้ามใจไม่ให้ทึ้งหัวตัวเองอีกรอบ แล้วเปลี่ยนไปคิดถึงเจ้าของความทรงจำปริศนาแทน


            “เจ้าเป็นตัวปัญหาเหรอ ขนาดจดหมายเป็นงานเป็นการ ชื่อของเจ้ายังไม่ถูกเขียนไว้เลย เหอะ สงสัยเจ้าจะมีปัญหาพอ ๆ กับเจ้าชายรัชทายาท


            เงียบ ก่อนอัศวินตาฟ้าจะเดาะลิ้น เจ้าชายอัลฟองเซ่ เอลไลเวิร์ธไม่มีเรื่องเสียหายทั้งภายในและภายนอก


            “งั้น” อากาเบลคิดต่อ แล้วรัวประโยคจนฟังไม่ได้ศัพท์ “ทำไมอัศวินฝึกหัดอย่างเจ้าถึงถูกส่งไปฆ่ามังกรเมื่อสี่ปีก่อนล่ะ? (เธอเกือบจะเตะเก้าอี้ที่ราล์ฟนอนอยู่) เจ้าถูกส่งไปตาย แต่แผนการที่ว่าดันพัง


            เจ้าทำให้การรับใช้อาณาจักรของข้าฟังดูเหมือนกบฏที่โดนเบื้องบนรู้แผนการ จึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม


อะไรนะ? เจ้าเป็นกบฏอย่างงั้นเรอะ


            อัศวินตาฟ้าระบายลมหายใจเหนื่อยอ่อน


ใครอยากฆ่าเจ้าตั้งแต่สี่ปีก่อน?


            “นั่นอาจจะเป็นเจ้ามันกวนประสาทกลับ เธอกำหมัด จะปรี่เข้าไปทุบเข้าให้ ภารกิจเมื่อสี่ปีก่อนเป็นภารกิจโดยตรงจากพระราชา ภารกิจที่อัศวินทุกคนเฝ้าหวังและรอคอยทั้งชีวิต เพื่อพิสูจน์ความสามารถให้พระราชาและศาสนจักรได้เห็น


            “เจ้าไม่ใช่อัศวินด้วยซ้ำตอนนั้น


            มันพยักหน้า


            “นั่นไง! ราชาต้องการจะฆ่าเจ้า


            “เจ้าโดนตัดหัวได้ หากประโยคพวกนี้หลุดไปถึงหูเบื้องสูงอัศวินตาฟ้าเตือน พลางเหล่มองราล์ฟแวบนึงเพื่อให้มั่นใจว่าคนบาดเจ็บกำลังนอนหลับสนิทจริง ๆ เจ้าห้ามวิจารณ์หรือกล่าวหาพระราชาต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด


            “มันไม่ใช่ราชาของข้าหรือเทพเจ้าจากสวรรค์ชั้นไหน! ทำไมข้าจะต้องนอบน้อมพวกชั้นต่ำสกปรกยิ่งกว่ามังกรด้วย?


            มันยังปั้นหน้านิ่งกับประโยคหยาบคายของเธอ “อย่าพูดต่อหน้าคนอื่นก็พอ”


            “ทำไมวะ


พลันอากาเบลก็หยุด โทสะค่อย ๆ เลือนหายไป อัศวินตาฟ้ากำลังหมายความว่า ห้ามพูดจาให้ร้ายกษัตริย์แห่งแอเธลวินต่อหน้าคนอื่น แต่พูดได้ต่อหน้ามัน ใช่ไหม เธอขมวดคิ้วกับความคลางแคลงใจถึงความหมายที่แท้จริงของประโยค


            “ข้าประเมินว่าพวกเฮเนวิงจะมาล้อมปราสาทภายในสัปดาห์นี้อัศวินตาฟ้าเปลี่ยนเรื่อง พลางลุกขึ้นและเพยิดหน้าให้เดินตามออกไปนอกคฤหาสน์


ข้างนอกไม่ได้สว่างไสวไปกว่าข้างใน ท้องฟ้าเป็นสีดำสนิท กลุ่มดาวเทกระจาดทั่ว อากาเบลเห็นเพียงคบเพลิงน้อย ๆ เป็นระยะลดหลั่นตามเนินเขาลงไป อากาศยิ่งหนาวจัดจนฟันกระทบกันดังกึก ๆ เธอจึงส่งเสียงขู่ในลำคอและกระตุกเสื้อคลุมหนาที่อัศวินตาฟ้าลืมถอดตอนกลับมาถึงปราสาท มันปลดให้เธอเอาไปสวมทับชุดบางอย่างว่าง่าย


            “ฟังนะ ข้าจะไม่พูดซ้ำด้วยถ้าโง่ตามไม่ทัน เจ้าอาจจะคิดว่ามันแปลก แต่ข้าฝัน... ไม่ใช่ฝัน เหมือนเห็นความทรงจำมากกว่า เป็นความทรงจำของใครสักคนที่มีแผนการจะกำจัดเจ้า ใครไม่รู้ ไม่เห็นหน้ามันด้วย มันไม่ได้เรียกชื่อเจ้าตรง ๆ หรอก แค่นามสกุลเบลนเฮล์มเธอเริ่มต้นพูด


            บทสนทนาขาดตอนไปอึดใจหนึ่ง


            “มันกับเพื่อนสองคนคอยติดตามเจ้ามาตลอดเมื่อสี่ปีก่อน ตอนที่เจ้าจะต้องเดินทางมา... สเนียเซนี่ และมันก็คิดว่าเจ้าชายรัชทายาทเป็นตัวปัญหาเหมือนเจ้า แต่มีใครสักคนปฏิเสธเกี่ยวกับเอลไลเวิร์ธ บอกให้รอดูก่อน คนนี้ข้าก็ไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินเสียงด้วย มันให้จัดการเจ้าก่อนได้เลย เพราะเจ้าจะต้องตายตามใครสักคนไปนี่แหละ


            อัศวินตาฟ้ามีสีหน้าทะมึนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตายตามใครสักคน?”


            “เออ มันไม่ได้บอกไว้ว่าใครอากาเบลกระชับเสื้อคลุมให้ปิดทั้งร่างเพื่อป้องกันลมที่พัดแรงยิ่งขึ้น คิดว่าเจ้าของความทรงจำเป็นใครล่ะ? ใช่พวกที่อยู่กับวังใหญ่ไหม เจ้านายเจ้าล่ะ? ไอ้ลูกหมา–กิลเบิร์ตบอกว่าการจะเป็นอัศวินน่ะต้องมีเจ้านาย


            “ข้าไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ของเจ้าคือใคร ทั้งข้ากับเจ้านายต่างมีศัตรู เป็นอัศวินหรือขุนนางคนอื่น ในอาณาจักรแอเธลวินหรือในอาณาจักรรอบด้าน และคงไม่ใช่ทุกคนในเมืองหลวงจะชอบข้าอัศวินตาฟ้าตอบเสียงเรียบ การที่ข้าต้องอยู่รบไม่ได้หมายความว่าพระราชาตั้งตัวเป็นศัตรู มันคือการรับใช้อาณาจักรด้วยชีวิตของอัศวิน


            ด้วยชีวิตของเธอด้วย! อากาเบลคันปากอยากตวาดแทบแย่ โธ่ อะไรวะ อย่างน้อยเจ้าก็น่าจะเคยเห็นใครสักคนทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ แบบที่ข้าบอก พวกมันแอบฟังกลุ่มเจ้า แถมยังสวนกับเจ้าในบาร์เล็ก ๆ ด้วยซ้ำ เจ้าจะไม่เห็นเลยรึไง


            เธอคาดหวังว่าอัศวินตาฟ้าจะพยักหน้า ไม่ก็ตอบว่า “ใช่ ข้าเห็นคนนึง” แต่เธอก็ไหล่ตกเมื่ออีกฝ่ายสั่นหัวปฏิเสธ ทั้ง ๆ ที่คนกลุ่มนี้แอบฟังในระยะที่ใกล้มากแท้ ๆ อาจจะไม่ใกล้ขนาดนั่งหายใจรดต้นคอ แต่ก็ใกล้พอโดนจับได้ ทว่าก็ไม่มีใครเห็น


            เจ้าของความทรงจำอาจจะเป็นจ้าวแห่งการซ่อนตัว หรืออัศวินตาฟ้าอาจจะรู้ แต่โกหกทั้งหมด


            คงต้องรอเก็บเกี่ยวเศษเสี้ยวความทรงจำเพิ่มเติมกว่าจะรู้ข้อมูลเป็นชิ้นเป็นอัน อย่างไรก็ดี ตอนนี้เธอก็รู้เกี่ยวกับคู่พันธสัญญาเพิ่มมาบ้างแล้ว แถมยังเป็นเรื่องที่ทำให้ศีรษะของเธออยู่บนบ่าอย่างไม่เป็นสุขอีก ในเมื่อมันมีศัตรูมากมายตามประสาอัศวิน แต่ที่แน่ ๆ คือ หนึ่งในนั้นต้องการชีวิตของมันมายาวนาน




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #911 คุณลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 10:04
    อห ปมเยอะแยะไปหมดเลย ทั้งเรื่องความจำนางเอก เรื่องฟอเซคเค่น เรื่องปมใหม่ของลีลี่ด้วย อยากรู้เฉลยเร็วๆจัง
    #911
    0
  2. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 16:28
    จะพูดยังไงดี ขี้ขลาดมากเลยอ่ะอาณาจักร มีอย่างที่ไหนบงท้ายจดหมายแบบนั้น ไม่ตายด้วยมือ
    ศัตรูก็ตายด้วยคมดาบเพชรฆาต เบลเริ่มมีความเป็นมิตร เริ่มมีความบอกข้อมูล แน่นอนว่าฉากขอเสื้อคลุมก็ทำให้เราจิกหมอนได้
    #867
    0
  3. #771 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 03:22
    กรี๊ดด เริ่มมีความป้นพันธมิตร
    ถ้าไม่รวมหัวกันก็ตายหมดเนอะ
    #771
    0
  4. #79 Melani Fulano (@disastrechalala) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 03:42
    ได้เห็นบทลงโทษของพันธะสัญญาแล้วเลิกคิดได้เลยเรื่องแหกกฏ เหอๆๆ ดีทริคดูซวยสุดเลย นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ก็คงทรมานขึ้นมาในขณะที่ตัวการนอนดิ้นอยู่ที่ถ้ำ จะสหายศึกได้แค่ไหนเชียว ขอเลิกพยายามฆ่ากันก่อนเถิด 555+ ติดตาม ๆ
    #79
    1
    • #79-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 13)
      3 มิถุนายน 2558 / 23:40
      ขอบคุณค่าาาาแฮ่
      #79-1
  5. #78 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 20:13
    นั่นสิ น่าจะเป้นทำให้เราเป้นหนึ่งเดียวกัน แบบนั้นมาน..... อ้าก กรี้ด เลือดกำเดาพุ่งกระฉูด /// โดนดีทริค ถีบอีกราย
    #78
    1
    • #78-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 13)
      3 มิถุนายน 2558 / 23:40
      ตอนนี้มีโดนถีบกันกี่คนแล้วเนี่ยฮาาา
      #78-1
  6. #77 Mhew_happy (@mhew1209) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 19:04
    ต่ออ
    #77
    1
    • #77-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 13)
      3 มิถุนายน 2558 / 23:40
      มาต่อแล้วค่า ดึกไปหน่อย ;w;
      #77-1
  7. #75 ~*Mini_Day*~ (@Mini_day) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 17:33
    โอ้วววว นึกว่าจะบอกว่าพันธะสัญญาอยากให้เราเป็นหนึ่งเดียวกัน ////พลั่ก!!! โดนอากาเบลโดดถีบ
    555 มาต่อเร็วๆน้าาา ขอบคุณค่าาา
    #75
    1
    • #75-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 13)
      1 มิถุนายน 2558 / 18:57
      แอร้ยยยเป็นหนึ่งเดียวกัน >///< *โดนอากาเบลถีบอีกคน จะรีบมาต่อนะค้า ขอบคุณมาก ๆ ค่า
      #75-1
  8. #74 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 15:15
    อ้ากก ค้างมากค่ะไรท์ เรื่องชักตื่นเต้นขึ้นไปทุกที สู้น่ะค่ะไรท์ เป้นกำลังใจให้
    #74
    1
    • #74-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 13)
      1 มิถุนายน 2558 / 16:44
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจมาก ๆ ค่า *กอด*
      รบกวนอ่านตอนที่ 12 ใหม่อีกทีด้วยนะคะ
      พอดีเพิ่มเนื้อหาตอนท้ายอีกนิดหน่อยน่ะค่ะ ;w; แหะ ๆ
      #74-1