Draconic Chronicle

ตอนที่ 11 : I-11: From Śnieżenie to Svidyn

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 874
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    31 ม.ค. 60




11



            “สไวดีนใช้เวลาเดินทางประมาณสองวันได้เจ้าค่ะโรวีน่าพูด ดวงตาสีเงินของนางส่องประกายวิบวับ แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวมีความสุขที่ได้สัมผัสสายลมเพียงใด หากท่านเหนื่อยก็บอกข้าได้เลยนะเจ้าคะ เราจะได้หาที่พักผ่อนกันก่อน


            เอเมอร์รัลด์ส่งเสียงตอบรับในลำคอ แล้วหันไปมองเทือกเขายาวเหยียดห่างไกล อีกไม่นานฤดูหนาวก็จะมาถึง สักพักอากาศจะเย็นจัด มังกรบางตัวจะจำศีล ทะเลสาบเล็ก ๆ จะกลายเป็นธารน้ำแข็งชั่วคราว ความทรงจำเนิ่นนานเลือนลางในมโนภาพ ฤดูหนาวเย็นเฉียบอันโหดร้าย เธอเห็นภาพของอากาเบลสมัยนางยังตัวเล็กกว่าปัจจุบันหลายเท่า นางกำลังนอนหมอบกับพื้นหินที่มีฟางรองรับในถ้ำ โดยมีเอเมอร์รัลด์พยายามเขี่ยสมุนไพรเข้าปากนางมาสักพักแล้ว


            ไม่เอาไงเล่า อากาเบลปฏิเสธเสียงแหบแห้ง พ่อไม่ได้ทำรุนแรงขนาดนั้นสักหน่อย


            เอเมอร์รัลด์สะบัดอดีตให้หายไป แล้วหันไปพูดกับโรวีน่าแทน ครั้งล่าสุดที่เจ้าไปรับข่าวสารมา เจ้ารู้อะไรเพิ่มอีกไหม


            “หากพูดถึงฝั่งมนุษย์ ข้าทราบมาว่าพวกมันตายกันเยอะเลยทีเดียว อย่างบริเวณฝั่งตะวันตกของแอเธลวิน อาณาจักรที่ใกล้ที่สุดนี่น่ะเจ้าค่ะ มีชนเผ่าอนารยชนไล่เผาหมู่บ้าน รวมถึงมีปัญหากับอีกอาณาจักรด้วยเจ้าค่ะ ที่สำคัญ มีข่าวลือจากทวีปฝั่งตะวันออกเจ้าค่ะ สงครามของมนุษย์ที่มีมังกรเข้าร่วมด้วย ทั้งมนุษย์ฆ่ามังกร เราฆ่าพวกมัน หรือกระทั่งร่วมมือกันเอง แต่ไม่มีมังกรตัวไหนในสไวดีนคิดเชื่อเต็มร้อยเจ้าค่ะ


            การร่วมมือกันระหว่างมังกรกับมนุษย์? ถึงจะยังไม่ถูกยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เธอก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงท่าทางของแลนจ์กับอากาเบล ทั้งสองคงไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน


            “นอกเหนือไปจากนั้น ตอนนี้มังกรจากแผ่นดินแถบอื่นก็ยังมีกิจกรรมประหลาดกันอยู่เจ้าค่ะ พวกเขาพยายามตามหาเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของราชามังกรองค์ที่สิบ...โรวีน่าพูดต่อ แต่ท่านเสียไปเป็นพันกว่าปีแล้ว องค์สุดท้ายของราชวงศ์ ตั้งแต่จักรวรรดิมนุษย์เยื้องมาทางทิศตะวันตกล่มสลายไป ข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะเจอของมีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะ


            ราชามังกรผู้มีเกล็ดแกร่งกล้ายิ่งกว่ามังกรตัวใด ลมหายใจเปลวเพลิง และความน่าสะพรึงกลัวของร่างกายสีดำนิล


แม้จะไม่มีมังกรตัวไหนให้ความเคารพต่อสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ของเหล่ากษัตริย์เหมือนในอดีตอีกแล้ว (หากไม่นับแลนจ์กับอากาเบล) ทว่าตำนานว่าด้วยพลังของราชามังกรยังคงหลงเหลืออยู่ มีเรื่องเล่าสือทอดต่อกันมาว่า แม้แต่เศษกระดูกของราชามังกรก็สามารถทำให้มังกรธรรมดาตัวหนึ่งเหนือกว่าสิ่งใดก็ตามในโลก ไม่แปลกที่จะมีมังกรบางพวกหวังเสี้ยวพลังเล็กน้อยจากอะไรก็ตามที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของราชามังกร โดยเฉพาะขององค์ที่สิบ ซึ่งในตำนานเล่าว่าแข็งแกร่งที่สุด


            กระทั่งแลนจ์ยังเคยยอมรับว่า หากเป็นไปได้ เขาก็ต้องการอำนาจของราชามังกรเช่นกัน แต่เรื่องเล่าก็คือเรื่องเล่า จวบจนปัจจุบัน ยังไม่เคยมีมังกรตัวไหนได้ยินเกี่ยวกับมังกรผู้ได้รับเศษเสี้ยวพลังของราชามังกรเลย


            เอเมอร์รัลด์กวาดตาพิจารณาแผ่นดินข้างล่าง เมื่อครู่โรวีน่าพูดถึงอาณาจักรแอเธลวิน ที่นั่นอาจจะเป็นที่ที่อากาเบลหายไป หรืออาจจะเป็นอาณาจักรอื่นใกล้เคียง เธอได้แต่หวังว่ามังกรเด็กจะไม่โผล่ไปไกลถึงทวีปตะวันออก อย่างน้อยก็ขอให้นางยังมีชีวิตอยู่ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว และอีกไม่นาน อาณาจักรที่อัศวินปริศนาคนนั้นจากมาก็น่าจะถูกเฉลยในที่สุด



***



สไวดีนซ่อนลึกในหุบเขาสูงขนาบเมฆซึ่งแห้งแล้งและเต็มไปด้วยปุยหิมะ มีเพียงสันเขาฝั่งตะวันออกที่เตี้ยและลาดชันกว่าด้านอื่น ทว่าก็ยังอันตรายเกินกว่ามนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตใด ๆ จะเดินทางเข้ามาได้ ถ้ำลับกลางหุบเขาเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่ามังกรแห่งสไวดีน ต้องลอดอุโมงค์ที่ถึงแม้จะไม่ได้มืดขนาดทุกอย่างกลายเป็นสีดำสนิท แต่ก็มีแสงน้อยนิดจนเอเมอร์รัลด์หวาดหวั่นในใจยามบินตามโรวีน่าไป และเมื่อผ่านพ้นความมืดไปได้ เธอก็เจอถ้ำกว้างขวาง แสงส่องผ่านจากรูเหนือหัวเข้ามา


แม้อากาศจะอบอุ่นกว่าลมหนาวข้างนอก แต่เอเมอร์รัลด์กลับตัวสั่นและอึดอัดขึ้นมาแทน เกล็ดสีเงินสว่างของเธอเด่นกว่าเกล็ดสีเข้มของมังกรตัวไหนในถ้ำแห่งนี้ และเพราะกีออสกับเพทราดีอาศัยอยู่รวมกัน เธอจึงไม่ชินกับภาพตรงหน้าสักเท่าไร แม้มันจะเป็นเป้าหมายที่เธอวางไว้ให้กับสเนียเซนี่ก็ตาม


โรวีน่าทำท่าเหมือนได้กลับมาบ้านเกิด นางไล่ทักทายมังกรตัวอื่นไม่หยุดระหว่างเดินนำเอเมอร์รัลด์ลึกเข้าไปในถ้ำ ครู่เดียวมังกรเจ้าถิ่นก็หันกลับไปสนใจธุระของใครของมันต่อ เอเมอร์รัลด์จึงเลิกเกร็งและใจชื้นขึ้นพอสมควร ที่เธอโดนจ้องเขม็งในตอนแรก อาจเป็นเพราะพวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นแลนจ์กระมัง


            จุดหมายปลายทางเป็นอีกถ้ำที่ทั้งกว้างและสว่างกว่าเดิม วัชพืชสีเขียวงอกเงยตามผนัง พื้นหินส่งเสียงก้องทุกย่างก้าว บนเพดานมีแสงระยิบระยับจากแร่สีโทนเย็นจนดูเหมือนว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เอเมอร์รัลด์หันสำรวจอย่างใคร่รู้ พบว่าบางมุมของถ้ำมีอาวุธหักบิ่นทิ้งไว้อยู่ ทั้งดาบ หอก และโล่ บ้างก็เป็นเกราะไร้เงาเก่ากึก


            “มังกรที่นี่เคยออกไปเจอมนุษย์ข้างนอกบ้างเจ้าค่ะโรวีน่ากระซิบไขข้อสงสัย ส่วนใหญ่เป็นอัศวินมาล่าหัวมังกร ถ้าพวกเขาชนะก็จะเก็บเครื่องใช้พวกนี้มาเป็นของดูต่างหน้าเจ้าค่ะ


            เอเมอร์รัลด์อดสงสัยไม่ได้ว่า หากเมื่อสี่ปีก่อนอากาเบลสามารถเอาชนะอัศวินหรือพ่อมดปริศนาได้ ที่มุมถ้ำคงจะมีดาบและเกราะของอัศวินผู้นั้นวางไว้เชยชมอย่างแน่นอน นางต้องเอาไปพูดโม้จนมังกรทุกตัวในสเนียเซนี่จำได้ขึ้นใจ แม้ต่อจากนั้นจะต้องหลับจำศีลไปอีกสิบปีหรือยี่สิบปี นางก็คงตื่นมาพร้อมคุยอวดต่อ


“โรวีน่า ลมอะไรหอบเจ้ามาหรือเสียงแหบชราดังขึ้น ...ใครมากับเจ้าน่ะ?


มังกรเพทราดีเจ้าของเกล็ดสีน้ำตาลอมเขียวค่อย ๆ หยัดกายผอมแห้งขึ้นมาจากกองฟางและใบไม้ ปีกผังผืดหลุดลุ่ย ดูอ่อนแอจนไม่น่าจะใช้งานได้อีก หางแหลมขดอยู่ข้างกายเหี่ยวย่น ดวงตาของเขาพร่าเลือนจัดจนกลายเป็นสีขาวมัว ทุกครั้งที่มีหินก้อนเล็ก ๆ หรือหยดน้ำร่วงกระทบพื้นถ้ำ เขาก็จะรีบหันไปทางนั้นทันที และใบหูก็จะชูตั้งหาตำแหน่ง


            “ท่านซาบ็อธโรวีน่าค้อมตัวแนบพื้น เอเมอร์รัลด์รีบทำตาม อาคันตุกะท่านนี้คือท่านเอเมอร์รัลด์ โซโกลอฟเจ้าค่ะ


            “โซโกลอฟ?” ซาบ็อธมีน้ำเสียงฉงน โซโกลอฟ... แลนจ์ โซโกลอฟ...” เขาพึมพำราวกับตกอยู่ในวังวนอดีต อา... ใช่ แลนจ์... ตอนนั้นข้ายังตาดีอยู่ เขาสง่างามมาก เกล็ดสีเงินเป็นประกาย เสียงคำรามสะเทือนแผ่นดิน


เอเมอร์รัลด์สะอึกเมื่อนึกถึงภาพของแลนจ์สมัยที่เขายังมีลมหายใจ และถึงซาบ็อธจะเอ่ยชมแลนจ์ แต่เธอก็รู้ดีว่าเขาคงไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าชื่อเสียหรอก


            “เกล็ดของท่านเอเมอร์รัลด์ก็งดงามเช่นกันเจ้าค่ะ ท่านซาบ็อธโรวีน่าบอกอย่างอารมณ์ดี มังกรวัยชราจึงแย้มยิ้มอย่างพอใจ พลางสะบัดปีกไร้เรี่ยวแรงให้ใบไม้ที่ติดอยู่หลุดออก


            “สายเลือดของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างหรือ หลังจากแลนจ์...” ซาบ็อธเงียบไปครู่หนึ่ง อา น่าเสียดายมาก เขาเก่งจริง ๆ ข้าทราบว่าพวกเจ้ามีลูกใช่ไหม แต่เขาไม่เคยเล่ารายละเอียดเพิ่มเติมเลย เขาเริ่มรำลึกถึงความหลัง


เอเมอร์รัลด์ยังไม่ตอบไปทันที เธอเข้าใจเหตุผลว่าทำไมแลนจ์ถึงไม่เล่าเรื่องของอากาเบลให้ซาบ็อธฟัง แม้ภายหลังเขาจะกลับมาภาคภูมิใจในตัวนางก็ตาม เพราะช่วงเวลาที่อากาเบลเกิดมา แลนจ์มักจะพูดประโยคอย่าง ตัวเมียหรือ กับ ไม่ อ่อนแอเกินไป วนเวียนไม่เลิก ด้วยความผิดหวังที่ไม่ได้มังกรเพศผู้สำหรับสืบสานสายเลือดเข้มข้น


            “นางมีชื่อว่าอากาเบลเจ้าค่ะเอเมอร์รัลด์ตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม อากาเบล โซโกลอฟ แต่ปกตินางจะชอบแนะนำตัวเองว่าอากาเบล บุตรีแห่งแลนจ์มากกว่า


            “นางคงนิสัยเหมือนแลนจ์เลยใช่ไหมซาบ็อธถามไปหัวเราะไป นางดูรักพ่อของนางนะ


            ช่วยไม่ได้ที่เอเมอร์รัลด์จะรู้สึกโหวงเหวงข้างใน มีเรื่องหนึ่งที่เธอไม่เข้าใจมาตลอด ทำไมอากาเบลถึงรักแลนจ์–รักในฐานะพ่อ? ในช่วงแรก นางเคารพรักแลนจ์เพราะเขามีอำนาจมากกว่า สังเกตจากการที่นางมักจะก้มหัวแนบพื้นให้เห็นว่าใครเหนือกว่ากัน ทว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในภายหลัง แม้นางจะเจ็บตัวกลับถ้ำมาตลอดทุกวัน แต่ละครั้งเลือดตกยางออก ร้ายแรงสุดก็กระดูกหักจนทิ่มเกล็ดออกมา แต่นางก็ไม่เข็ดหลาบ นางเลิกกลัวแลนจ์ และพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่มังกรอ่อนแอ


            เอเมอร์รัลด์เห็นความเปลี่ยนแปลงของอากาเบล อย่างน้อยการที่นางดูสุขใจอย่างยิ่งเวลาฆ่าสัตว์ก็สร้างความหวาดผวาให้เธอพอแล้ว ยิ่งคำพูดคำจา และสิ่งที่นางคิดต่อจากนั้น มันเหมือนกับมีวิญญาณของแลนจ์สิงอยู่ในร่างด้วยตลอดเวลา


            “พวกเรามาที่นี่เพราะต้องการข่าวสารเจ้าค่ะโรวีน่าแจ้งจุดประสงค์ แล้วละสายตาจากเพดานแร่ลงมามองซาบ็อธ ช่วงนี้คงต้องขอรบกวนพื้นที่ของท่านหน่อยนะเจ้าคะ


            “ทำตัวตามสบายเถิด ให้ที่นี่เป็นบ้านอีกหลังของพวกเจ้า”


นางขานรับเสียงใส พลางก้มหัวทำความเคารพให้แก่จ้าวมังกรแห่งสไวดีนอีกครั้ง เสร็จสิ้นจากการทักทาย นางก็พาเอเมอร์รัลด์เดินออกมายังถ้ำแรกอย่างอารมณ์ดี หางสีแดงอ่อนของนางลากพื้นไปมา บ่งบอกว่าจิตใจแจ่มใสเป็นที่สุด


            “เราต้องแลกเปลี่ยนอะไรไหม...เอเมอร์รัลด์กระซิบถาม “กับข้อมูล”


            “ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวเขาก็จะบอกเราเองว่าต้องการอะไร ต่อจากนั้น เราจึงค่อยออกไปหากันเจ้าค่ะโรวีน่าหยุดครู่หนึ่ง เพราะสับสนกับท่าทางกระวนกระวายของมังกรเงิน ส่วนใหญ่เป็นอาหารเจ้าค่ะ ไม่ใช่ของใหญ่โตหายาก


            นางพาเดินลัดเลาะอุโมงค์สลัว ๆ ไปโผล่ในถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งมีทางเข้าแคบเสียจนต้องเบียดหินเข้าไป ไม่ก็ต้องอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อหาทางเข้าที่กว้างและสะดวกสบายกว่า แต่เอเมอร์รัลด์ไม่อยากชักช้า เธอรีบเร่งอยากเจอมังกรผู้มีข่าวสารต่าง ๆ จนอยู่ไม่สุข จึงพลัดเบียดผนังกับโรวีน่าเข้ามาในถ้ำอันมืดชื้น เพดานของถ้ำแห่งนี้ถูกเติมเต็มด้วยแร่ส่องประกายมากมาย มันเหมือนยามกลางคืนที่มีดาวหลากสีสันยิ่งกว่าท้องฟ้าจริง ๆ


            “จาริน!” โรวีน่าเรียกชื่อกีออสสีเข้มตัวหนึ่งซึ่งกำลังนอนอยู่ ณ มุมถ้ำ นางรีบพุ่งไปใช้อุ้งมือแตะลำคอยาวของอีกฝ่าย จาริน ตื่นได้แล้ว มาต้อนรับลูกค้าหน่อย


            กีออสตัวดังกล่าวสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมามองโรวีน่า ก่อนจะคำรามเสียงต่ำในลำคอขณะหยัดกายขึ้นมาจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น เอเมอร์รัลด์ต้องนั่งรอสักพักใหญ่เลยทีเดียวกว่าเขาจะสะบัดความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง จากนั้นก็เฝ้ารออย่างอดทนต่อไปเมื่อเขาค่อย ๆ มองผ่านโรวีน่าซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ไปที่พืชหย่อมหนึ่ง แล้วเขาก็อ้าปากคว้าอาหารมาเคี้ยวอย่างเฉื่อยชา


            “นี่คือท่านเอเมอร์รัลด์ โซโกลอฟโรวีน่าเริ่มแนะนำอาคันตุกะ พลันจารินก็เบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อตระกูล เขากระซิบถามโรวีน่าแผ่วเบาจนเอเมอร์รัลด์ไม่ได้ยิน นางหัวเราะแล้วสั่นหัว จะบ้าหรือ ไม่มีท่านแลนจ์มาด้วยหรอกน่า


            “ยินดีต้อนรับขอรับท่านจารินหันมาทักทายอย่างสุภาพ อุตส่าห์เดินทางมาไกลแสนไกล มิทราบว่ามีอะไรให้จารินผู้ต่ำต้อยตัวนี้รับใช้บ้าง?


            เอเมอร์รัลด์ชะงักด้วยความละอายใจ


ต้องพูดแบบนี้กับแลนจ์เสมอหรือเธอหลุบตาต่ำเมื่อเห็นจารินผงกหัว ไม่ต้องสุภาพมากกับข้าหรอกนะ ให้ถือว่าเป็นมังกรเท่าเทียมกันเถอะเขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่เธอรีบชิงอธิบายตัดหน้าก่อน แลนจ์ตายไปมากกว่าห้าสิบปีได้แล้ว


            โรวีน่ามีแววตาสนุกสนานเมื่อเห็นจารินเลิ่กลั่ก นางแนบศีรษะกับลำตัวของเขาอย่างสุขใจประหนึ่งได้กลับบ้านอันอบอุ่นของตัวเองในรอบหลายปี เอเมอร์รัลด์ไม่ต้องถามก็รู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ยิ่งเมื่อเห็นจารินกางปีกโอบโรวีน่า ความอบอุ่นล่องหนก็บังเกิดในแผ่นอก แลนจ์เคยทำแบบนั้นเหมือนกันเมื่อนานมาแล้ว


            “งั้นท่านต้องการอะไรบ้างหรือขอรับจารินถาม


            เอเมอร์รัลด์ยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มเศร้าหมองจากการที่นึกถึงการกระทำของแลนจ์เมื่อก่อน รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับอากาเบลที่เธอเก็บในใจไว้ สี่ปีก่อนที่ป่าทางใต้ของสเนียเซนี่...เธอเริ่มต้นอย่างยากลำบาก รู้สึกถึงน้ำลายเหนียวติดที่ลำคอ มีการปะทะกันระหว่างมังกรฝั่งข้ากับกลุ่มอัศวิน...


            “โอ้...” จารินอุทาน ท่านอยากรู้เกี่ยวกับอัศวินผู้นั้นใช่ไหมขอรับ


            “ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวอัศวิน โดยเฉพาะอาณาจักรที่เขาจากมา


            “สี่ปีก่อนเชียว? เป็นงานที่ลำบากอยู่นะท่าน เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ อัศวินอาณาจักรเฮเนวิงได้ฆ่ามังกรไปหลายตัวมากทีเดียว เอ้อ... อาณาจักรเฮเนวิงอยู่ทางตอนใต้ของอาณาจักรแอเธลวินน่ะขอรับ


            เอเมอร์รัลด์ชั่งใจสักพักใหญ่จึงยอมเพิ่มเติมข้อมูล มังกรฝั่งข้าเป็นเพทราดีน่ะ


            “เพทราดี?จารินงุนงง พอจำกัดขอบเขตลงมาได้บ้างขอรับท่าน แต่ก็ยังเยอะอยู่ดี อย่างที่ข้าบอก อัศวินอาณาจักรเฮเนวิงฆ่าเพทราดีไปเกือบห้าตัวได้เมื่อสี่ปีที่ผ่านมา


            “ห้าตัวเชียวหรือ!” โรวีน่าโพล่งเสียงแหลม จะบ้ารึไง จาริน! เจ้าก็รู้ว่าอาวุธมนุษย์ทำอะไรเกล็ดของเพทราดีไม่ได้!”


            “ถ้าหมายถึงสมัยที่ข้ายังได้ยินข่าวลือหนาหูว่าเพทราดีถูกมนุษย์สังหารน่ะนะ แต่ไม่ใช่ยุคนี้อีกต่อไปแล้ว อาวุธส่วนใหญ่ของมนุษย์ยังไร้ประโยชน์ก็จริง แต่มีบางชิ้นที่พิเศษกว่านั้น เล่าลือกันว่าอาวุธพวกนี้มาจากทวีปตะวันออก สามารถใช้แทงผ่านเกล็ดเพทราดีได้เหมือนกับแทงผิวของกีออสด้วยซ้ำ อาวุธพวกนี้น่าจะอยู่ในมือของมนุษย์ที่มีตำแหน่งสูงน่ะ


            “ฝั่งตะวันออกมีแต่ข่าวลือโรวีน่าว่า


            “มนุษย์แถบนี้เพิ่งรบครั้งใหญ่กับทวีปตะวันออกเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว อาวุธพิเศษคงเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นกว่าเดิม


            เอเมอร์รัลด์เงียบสนิทขณะพิจารณาประโยคของจาริน อัศวินสังหารมังกรเพทราดีไปได้เกือบห้าตัวภายในสี่ปีที่ผ่านมา? เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว มันขัดกับสิ่งที่แลนจ์บอกทั้งหมด เขายืนยันมาตลอดว่ามนุษย์ไม่มีทางเอาชนะเพทราดีได้ อาวุธทุกอย่างไร้ค่า มันเป็นไปไม่ได้


            “นอกจากอาณาจักรเฮเนวิงแล้ว สายข่าวของข้าได้บอกไว้ว่ามีอัศวินในอาณาจักรแอเธลวินอีกที่สามารถสังหารมังกรได้ขอรับ รวมไปถึงอัศวินอาณาจักรอื่นด้วยขอรับ แต่ถ้าจะพูดถึงเมื่อสี่ปีก่อน ข้าคิดว่าคงมีแค่สองอาณาจักรนี้เท่านั้นขอรับ แต่ก็ใช่ว่าอัศวินอาณาจักรอื่นจะเดินทางแรมปีมาสเนียเซนี่ไม่ได้ จารินบอก


            “สายข่าวของเจ้าคือใครหรือเอเมอร์รัลด์ถามอย่างสงสัย


            “มังกรเหมือนกันนี่แหละขอรับ แต่ตอนนี้เขาเดินทางไปอยู่ที่อื่นได้สองสามเดือนแล้ว


            “ขออภัยหากคำถามของข้าฟังดูจาบจ้วงไปหน่อย แต่เจ้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่เจ้าได้รับมาถูกต้อง? สายข่าวของเจ้ารู้ภาษามนุษย์หรือ แล้วมนุษย์คนไหนเล่าจะกล้าสนทนาพาทีกับมังกรตัวใหญ่มหึมาอย่างพวกเรา?


            จารินยกมุมปากขึ้นด้วยความพึงพอใจที่ถูกถาม ราวกับมันทำให้งานของเขาดูสลักสำคัญมากกว่าเดิม เขาเข้าใจสิท่าน เข้าใจภาษามนุษย์เต็มเปี่ยมเลยล่ะขอรับ แต่ข้าคงไม่สามารถบอกรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมได้


            คำตอบนั้นทำให้เอเมอร์รัลด์ตกใจจนเผลอเบิกตาโต เธอคิดไว้นานแล้วว่าสายข่าวของจารินต้องรู้ภาษามนุษย์ แต่เมื่อได้รับการยืนยันต่อหน้าก็ทำให้เธออดสะดุ้งทั้งตัวไม่ได้ เสียงของแลนจ์จากในอดีตดังขึ้นมาตอกย้ำอีกครั้ง ถึงความชั้นต่ำและไร้ค่าของมังกรที่พ่ายแพ้ให้แก่มนุษย์ และมังกรที่รับวัฒนธรรมของมนุษย์มา


            ทว่านี่ไม่ใช่ยุคของแลนจ์อีก เธอจึงตัดสินใจทิ้งคำสอนของเขาไปทีละนิด


            “หากท่านเอเมอร์รัลด์ต้องการข้อมูลวงแคบกว่านี้ ข้าคงต้องขอข้อมูลของมังกรฝั่งท่านเพิ่มด้วยขอรับ สายข่าวของข้าให้รายละเอียดมังกรที่ถูกสังหารมาบ้าง และข้าก็จำได้แม่นสุด ๆ ขอรับจารินบอก


            “จารินหัวดีมากเจ้าค่ะ เขาจำได้ทุกอย่างเลยโรวีน่าสนับสนุน


            อากาเบลต้องไม่ชอบใจแน่ที่กีออสรู้เกี่ยวกับความพ่ายแพ้ต่อมนุษย์ของนาง เหตุผลเดียวที่ทำให้นางไม่ยอมเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการปะทะครั้งนั้นเป็นเพราะเรื่องของศักดิ์ศรี นางต้องการทำลายความด่างพร้อยในชีวิตเพื่อเกียรติของตัวเอง และหลังจากประสบความสำเร็จ นางก็จะกลับมาอย่างสง่างามผ่าเผย เหมือนไม่เคยเกิดเหตุการณ์อัปยศอดสูขึ้น


            นั่นคือสิ่งที่แลนจ์จะทำหากเขาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน


            เอเมอร์รัลด์กดฝ่าเท้ากับพื้นหิน พลางแหงนมองเพดานถ้ำเพื่อระงับความรู้สึกผิดของตัวเอง มังกรฝั่งข้าหรือ... ก็เพทราดีมีเกล็ดสีเงินเหมือนข้านี่แหละ


            โรวีน่าอุทานตกใจ พลันรีบหุบปากก่อนจะหลุดชื่อของมังกรสีเงินตัวนั้นออกไป นางทราบแค่ว่าอากาเบลพักฟื้นไปถึงสี่ปี เอเมอร์รัลด์ควรจะให้นางออกไปรอข้างนอก แต่ก็คงไม่เกิดประโยชน์ เพราะอีกไม่ช้ามังกรทุกตัวในสเนียเซนี่ก็จะรู้ความจริง


            ความเงียบเข้าปกคลุมถ้ำไปครู่ใหญ่ในระหว่างที่จารินกำลังนึกคำตอบ เอเมอร์รัลด์แหงนมองเพดาน รู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจยิ่งนัก เธออยากจะหลับตาและตื่นขึ้นมาพบว่าอากาเบลกลับบ้านแล้ว ให้นี่เป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะทุกวินาทีของการรอคอยคำตอบนั้นดูดเรี่ยวแรงเธอไปจนหมด


            “สายข่าวบอกว่า... เมื่อสี่ปีก่อน มีทั้งอัศวินในอาณาจักรเฮเนวิงและอาณาจักรแอเธลวินที่สามารถสังหารเพทราดีสีเงินได้ขอรับจารินตอบในที่สุด พลางเหลือบมองเพดานที่เอเมอร์รัลด์กำลังจ้องอยู่บ้าง หนึ่งปีให้หลัง สายข่าวของข้าทราบว่าอัศวินผู้สังหารเพทราดีจากอาณาจักรเฮเนวิงได้ถูกส่งไปรบที่ทวีปตะวันออกขอรับ


            “อัศวินจากอาณาจักรแอเธลวินล่ะ?”


            “เขาตายไปตั้งแต่สี่ปีก่อนแล้วขอรับ หลังจากสังหารมังกรได้


            เอเมอร์รัลด์ทบทวนประโยคในใจด้วยความงงงวย


การปะทะผ่านมาแล้วสี่ปี และสี่ปีที่ว่านั้นนานพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตมนุษย์คนหนึ่งได้มากกว่ามังกรหนึ่งตัวซึ่งบางครั้งจะหลับจำศีลไปเป็นสิบปี อัศวินจากอาณาจักรเฮเนวิงจะรอดชีวิตจากสงครามฝั่งตะวันออกหรือเปล่านั้น เวลานี้ไม่มีใครทราบคำตอบที่แท้จริง แต่อัศวินจากอาณาจักรแอเธลวินได้ตายไปแล้ว เอเมอร์รัลด์จึงสามารถตัดเขาออกจากตัวเลือกได้


            “ฆ่าพวกเราได้ย่อมเป็นเกียรติสูงสุดไม่ใช่เหรอ งั้นทำไมอัศวินจากแอเธลวินถึงตายไปแล้วล่ะ?โรวีน่าถาม


            “สายข่าวของข้าไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงจารินตอบ แต่ที่แน่ ๆ คือ... เขาโดนฆ่าต่อหน้ามนุษย์ด้วยกันเองเลยล่ะ


            นั่นหมายความว่า อัศวินจากอาณาจักรแอเธลวินผู้โชคร้ายคนนั้นต้องโทษหนักหนาจนต้องให้เผ่าพันธุ์เดียวกันมาประจักษ์บทลงโทษ เอเมอร์รัลด์ปัดความสงสัยเกี่ยวกับอัศวินอาณาจักรแอเธลวินทิ้งไป เธอคิดถึงแต่อาณาจักรเฮเนวิงมากกว่า ถึงแม้จะยังไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าอัศวินผู้นี้คือคนที่อากาเบลสู้ด้วยเมื่อสี่ปีก่อน แต่อย่างน้อย มีเบาะแสให้ค่อย ๆ สืบก็เป็นเรื่องดี


            “เจ้ารู้ชื่อของอัศวินจากอาณาจักรเฮเนวิงไหมเธอถาม แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อจารินสั่นหัวปฏิเสธ


            “เขาเป็นเจ้าชายขอรับ ข้ารู้แค่นั้น


            “เฮเนวิงกับแอเธลวินเป็นศัตรูกันนี่เจ้าคะโรวีน่าบอก สงสัยอัศวินจากแอเธลวินคงโดนฝั่งเฮเนวิงหาเรื่องกลั่นแกล้ง คงไม่มีใครอยากให้วีรบุรุษฝั่งตัวเองมีผลงานเหมือนของศัตรูนักหรอกเจ้าค่ะ... เจ้าคิดว่าอย่างไงหรือ จาริน


            “สายข่าวของข้าก็ให้ความเห็นเช่นนั้น


            เอเมอร์รัลด์ไหล่ตกอย่างเหนื่อยล้า พลางปิดเปลือกตาชั่วคราวขณะรับฟังบทสนทนาระหว่างจารินกับโรวีน่า ในใจของเธอตั้งเป้าไว้ว่าจะตามหาชื่อของอัศวินปริศนาจากอาณาจักรเฮเนวิงผู้นั้นอีกครั้งหลังจากได้พักผ่อนเต็มที่


            “เจ้าคิดราคาข่าวพวกนี้อย่างไรบ้างล่ะ?เธอเปิดตาขึ้นมาถาม


            จารินยกยิ้มจนเห็นฟันครบทุกซี่ทันที




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. #910 คุณลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 09:30
    ตกลงว่าเจ้าอัศวินน็อกๆนี่มันอยู่ฝั่งไหนกันแน่นะ แถมตอนนี้เพทราดีไม่ใช่มังกรอมตะอีกต่อไปแล้ว อย่างว่ายุคเปลี่ยนอะไรก็พีฒนาขึ้น
    #910
    0
  2. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 15:28
    ลึกลับเข้าไปใหญ่พอมาดำเนินเรื่องฝั่งเอเมอร์รัลด์ แลนจ์มีอิทธิพลมากจริงๆ จนสงสัยเลยว่าแลนจ์ตายได้ยังไง มันดูเป็นไปไม่ได้เลย แอบสงสารอากาเบลนะ นางต้องพยายามแค่ไหนให้พ่อภูมิใจอ่ะ
    #865
    0
  3. #769 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 03:13
    สงสารท่านแม่
    เฮ้ออ 
    #769
    0
  4. #401 tinkerbell1820 (@bell1820) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 16:31
    ตำนานของพลังราชามังกรตอนนี้ ก็แสดงว่าของดีทริคใช่ไหมมมมมมมมมมมมม
    #401
    1
    • #401-1 p 4 r e w 1 n e (@kachelya) (จากตอนที่ 11)
      6 มิถุนายน 2559 / 22:20
      อย่าน้าาา สปอยลลลล์ XD
      #401-1
  5. #67 Melani Fulano (@disastrechalala) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 02:35
    อากาเบลนี่ก็ยังติดนิสัยไม่ดีไม่หาย ทั้งกินอาหารของเขาทั้งพักบ้านเขา สุดท้ายแล้วก็ยังมานั่งทำมีดรอจ้วง ที่น่าสนใจคือความอยากรู้อยากเห็นของอากาเบลกับความรู้โลกมนุษย์ อัศวินเซอร์ดีทริคดูก็อยากรีบ ๆ กำจัดมังกรนี่เหมือนกัน พันธสัญญาจะมีผลยังไงถ้าอากาเบลไม่กลับมาตามเวลา ติดตาม ๆ ครับ ( ͡° ͜ʖ ͡°)
    #67
    2
    • #67-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 11)
      28 พฤษภาคม 2558 / 16:03
      ทำไมต้องเลนนี่เฟซคะ XD
      #67-1
    • #67-2 Melani Fulano (@disastrechalala) (จากตอนที่ 11)
      31 พฤษภาคม 2558 / 01:28
      ( ͡~ ͜ʖ ͡°)

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 พฤษภาคม 2558 / 01:29
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 31 พฤษภาคม 2558 / 01:30
      #67-2
  6. #66 ~*Mini_Day*~ (@Mini_day) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 18:53
    555 แค่เห็นหลังแว๊บๆ ยังรีบปิดประตู
    นี่ถ้าเห็นด้านหน้า ไม่เลือดกำดาวทะลักเลยหรอเนี่ย
    อยากรู้จังบทลงโทษของพันธะสัญญาจะเป็นยังไงน้าาา
    มาต่อเร็วๆน้า สู้ๆค่าาา
    #66
    1
    • #66-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 11)
      24 พฤษภาคม 2558 / 20:44
      ฮีตกใจด้วยแหละค่ะ ฮาาาา จะรีบมาต่อนะคะ >_<
      #66-1
  7. #65 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 18:24
    ฮึๆ แผ่นหลังเปลือยเปล่า ของอากาเบล ๕555 ไม่อยากจะคิดแต่อยากให้อัศวินเห้นมากกว่านั้น จะได้เลิกหน้าดุพุดจาไม่เพราะสักที แฮ่ๆ ความคิดติดเรทไปแล้วขอรับ แต่อยากรุว่าอีกวิธีคือ อะไร สงสัยจิง รีบมาต่อน่ะขอรับ
    #65
    1
    • #65-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 11)
      24 พฤษภาคม 2558 / 20:43
      ฮา ไม่ทำหน้าดุ แต่หน้าแดงแทน XD จะรีบมาต่อนะคะ ขอเวลาปั่นก่อน อิอิ
      #65-1