Draconic Chronicle

ตอนที่ 1 : *** [ภาค 1] *** I-1: Requiem for a Dream

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    1 ก.พ. 60




บทนำ



ป่าสนรอบสเนียเซนี่ ขุนเขาบ้านเกิด เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์นักล่า พวกมันล่ากระต่ายกับสัตว์อื่นที่ตัวเล็กกว่า และมังกรก็ล่าพวกมันอีกที


มนุษย์คนสุดท้ายที่หลุดเข้ามาในป่าถูกพบว่ามันได้กลายเป็นอาหารให้กับหมี ไม่ใช่มังกร ดังนั้น กลุ่มอัศวินที่แม่ระแวงนักหนาโชคดีได้ฆ่ากีออสไปหนึ่งตัวเพราะไอ้ตัวนั้นมันโง่ อากาเบลออกบินไปหลายไร่เพื่อสำรวจป่าในแต่ละวัน เสียงฝีเท้าอึกทึกที่เธอได้ยินยามล่าสัตว์เป็นฝีมือของฝูงหมาป่ากับกวาง เธอไม่เคยได้ยินเสียงที่ผิดแผกไปจากนี้ กลิ่นเย็นชื้นอันเป็นเอกลักษณ์ของป่าก็ไม่มีกลิ่นแปลกปลอมผสม


อากาเบลหัวเราะเยาะเย้ยคำเตือนของแม่ว่า “พวกมนุษย์ตัวก็เล็ก แรงก็ไม่มี รู้ไหม ที่ท่านมากังวลเพราะพวกมันเนี่ยก็เหมือนเสือกังวลว่าจะโดนกระต่ายไล่ฆ่าอย่างไงอย่างงั้นแหละ”


            เมื่อไม่มีกลุ่มอัศวินให้กังวล เธอก็กลับไปใช้ชีวิตประจำวันดังเดิม ล่าสัตว์ มังกรตัวอื่นจะต้องพรางตัว ใจจดใจจ่อเฝ้าเหยื่อ แต่เธอตามกลิ่นเลือดไป จมูกของเธอจับกลิ่นเลือดมหาศาลซึ่งน่าจะมาจากสัตว์ตัวใหญ่ได้ เธอจึงพุ่งฉิวจากท้องฟ้าทะลวงยอดทิวไม้สนลงไป พริบตาเดียวเธอก็เห็นกวางมูสนอนแอ้งแม้งอยู่กลางที่ราบใกล้ทะเลสาบ ฝูงหมาป่าที่กำลังดมศพกวางกระจัดกระจายไปตัวล่ะทิศทันที


            กวางมูสไม่ค่อยมาเดินเล่นแถบนี้ แต่ตัวนี้อาจจะหลงทางมาเจอกับฝูงหมาป่าพอดี มันคงโง่พอ ๆ กับมังกรชั้นต่ำอย่างกีออสที่โดนกลุ่มอัศวินฆ่าไม่กี่วันก่อนจนทั้งขุนเขาตื่นตระหนก อากาเบลบินลิ่วลงไปนั่งข้างศพกวางมูส แล้วใช้จมูกดุนร่างนั้นให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกวิ่งหนี เธอแกว่งหางด้วยความดีใจที่อยู่ ๆ ก็มีอาหารประทานมาให้โดยไม่ต้องออกแรง พลางท่องคำขอบคุณราชามังกรในใจอย่างเริงร่า


มีแสงสะท้อนส่องวาบที่หางตา


ร่างในเกราะโลหะเป็นมันวาวหลายคนพุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้รอบข้างหลายสิบคน ในมือชูดาบยาวและหอกแหลมพุ่งตรงมาที่อากาเบล พวกอัศวินตะโกนโห่ร้องกระหายเลือด เท้ากระทืบดินดังอึกทึก เธอสาบานได้ว่าในหูของเธอดังก้องไปด้วยเสียงเหล็กกระทบกระทั่งเพียงอย่างเดียว กลิ่นสาบแปลกปลอมลอยละล่อง ท้องฟ้าสว่างสดใสแปรเปลี่ยนเป็นสีขมุกขมัว ทุกอย่างพร่าเลือน



***



อากาเบลลืมตาอีกทีก็พบว่าตัวเองกำลังนอนหอบหายใจ เปลือกตาของเธอหนักอึ้ง ลำคอแห้งเสียดสีกับเกล็ดน้ำแข็งข้างใน และจมูกก็สูดดมได้แต่กลิ่นอับชื้นของดินที่มีแต่น้ำเจิ่งนอง กับกลิ่นเลือดเจือจางในอากาศซึ่งเหม็นคาวขึ้นจมูก เธออยากกรีดร้องกับความปวดร้าวที่ลามไปทุกส่วนของร่างกายเหลือเกิน


ทัศนียภาพเลวร้าย ห่าฝนโหมเทลงมาจากฟ้าไม่หยุดหย่อน เม็ดใหญ่ตกกระทบใบหู อากาเบลขยับหนีด้วยความสับสน ไม่รู้ว่าเธอพลาดพลั้งไปตั้งแต่ตอนไหน ขาหลังเริ่มชาก่อน จากนั้นปีกก็อ่อนล้า ตามมาด้วยทั้งร่างไม่สามารถขยับได้ตามใจนึก จากที่สามารถบินฉวัดเฉวียนหลบการโจมตีบนอากาศได้ อยู่ ๆ ก็กลายเป็นเธอต้องต่อสู้บนพื้นดินแทน อาจเป็นเพราะเธอทุ่มเทพละกำลังมากเกินไป ทั้งพ่นเกล็ดน้ำแข็ง ทั้งใช้ปีกและหางกวาดศัตรูจนกระเด็นกระดอน แม้ลูกธนูของพวกอัศวินจะพุ่งกระดอนไปทิศอื่นยามพุ่งชนเกล็ดของเธอ แต่พวกมันก็ยังดาหน้าเข้ามาหาอยู่เรื่อย ๆ ไม่ยักจะสำนึกว่าเธอคือเพทราดี สายพันธุ์มังกรซึ่งเกิดมาพร้อมกับเกล็ดแข็งกล้า และการที่พวกมันพยายามฟาดดาบใส่เธอแล้วหักครึ่งไม่ใช่ความคิดที่ดี


            ความคิดของเธอถูกหยุดโดยมนุษย์คนหนึ่งซึ่งกำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้


รูปลักษณะของมันค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น จากร่างเงามืดใต้สายฝนกลายเป็นร่างสูงกำยำในชุดสีดำตัวโคล่ง มันสวมเกราะเหล็กแค่บางส่วนเพื่อปกป้องข้อต่ออ่อนแอ ฮู้ดสีดำคลุมใบหน้าอยู่จนไม่สามารถเห็นรายละเอียดอย่างอื่นได้ ผ้าคลุมสีเดียวกับฮู้ดเปียกน้ำฝนจนแนบไปกับตัว ปลายดาบซึ่งชี้เกือบจรดพื้นโคลนในมือขวาของมันสะท้อนเกล็ดสีเงินของเธอ


เบื้องหลังของมนุษย์คือความวุ่นวายของกลุ่มอัศวินซึ่งกระจัดกระจายไปรอบด้าน ต้นสนผอมสูงล้มระเนระนาดไม่ก็หักกลางลำต้น เศษซากของน้ำแข็งคมกริบขึ้นประปรายเหมือนตอเห็ดตามโขดหิน บางส่วนทิ่มแทงอัศวินจนต้องนอนโอดโอยบนพื้น เลือดท่วมเอ่อล้นชุดเกราะ คนที่ยังขยับตัวไหวจึงต้องช่วยกันพยุงร่างคนเจ็บกลับไปหาม้ากันจ้าละหวั่น พวกมันสะดุ้งเฮือกสุดตัวเมื่ออากาเบลคำรามข่มขู่


แต่มนุษย์ตรงหน้ากลับยังกล้าเดินต่อ มันแกว่งดาบไปมาราวกับคลายเครียดที่สุด เธอสะบัดหางทุบพื้น กระพือปีกรุนแรง กระทั่งแยกเขี้ยวจนน้ำลายไหลเปื้อนกราม หากเป็นสัตว์ป่าทั่วไปก็คงวิ่งกระเจิงไปแล้ว ทว่ามันก็ยังไม่หยุด ฝีเท้าแต่ละก้าวหนักแน่นเสียจนหัวใจของเธอหดลีบอย่างน่าอับอาย และดวงตาสีฟ้าสว่างใต้เงาฮู้ดเข้มก็ดูเยือกเย็นและมุ่งร้ายที่สุด


            ทันใดนั้น อัศวินตาฟ้าก็ยกดาบยาวขึ้นมาในท่วงท่าฉับไว หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ร่างกายประท้วงอย่างหนัก แต่ศักดิ์ศรียังคงผลักดันให้เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายหยัดกายขึ้นมา จนเงามโหฬารทาบทับร่างเล็กกระจ้อยร่อยตรงหน้ามิด อัศวินตาฟ้ายืนนิ่งเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนมันจะดีดเท้าพุ่งใส่เธอที่รีบก้มตัวไปเตรียมจะขย้ำ


            อากาเบลได้ยินเสียงกรีดร้องคำรามรวดร้าวจากที่ไกล ๆ และร่างกายก็แข็งชาจากสัมผัสเฉียบแหลมของดาบซึ่งฝังทะลุผิวหนังตรงเปลือกตา เธอพยายามกระตุกหนี ขาหลังขูดผิวดินกระจุย พลางกางกรงเล็บกวัดแกว่งจะตะครุบอัศวินตาฟ้า ทว่าด้ามดาบเย็นเยือกที่ตัดผิวหนังเข้ามากำลังสาปให้เธอกลายเป็นอัมพาตไปทีละน้อย ประสาทตามืดมัวลงอย่างน่าใจหาย ไอเย็นเริ่มก่อตัวในลำคอ เพียงเพื่อจะมลายไปโดยไม่ได้ใช้


และแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำ ทุกอย่างถูกตัดขาด ความตายคืบคลานเข้ามาแทน


 


 

[Part I: KNIGHT]


 

 

1



            เมื่อตื่นขึ้นมา อากาเบลก็พบว่าถ้ำที่เธอจำได้ว่าเคยเล็กคับแคบได้ขยายกว้างอย่างน่าพิศวง


            เธอตกใจจัดจนร่างกายหยุดทำงานไปชั่วขณะ ตาเบิกกว้างมองเพดานถ้ำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่อาศัยมาตลอดทั้งชีวิต แม้การรับรู้ว่าเวลานี้ตนอยู่ในสถานที่ปลอดภัยจะทำให้เธอเริ่มคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งลงบ้าง แต่หัวใจของเธอกลับเต้นโครมคราม ตัวเบาหวิวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอปรือตาผล็อยหลับไปอีกครั้ง คราวนี้ตื่นมาพบว่าแสงอาทิตย์ซึ่งส่องถ้ำกลายเป็นสีแดงอบอุ่นแล้ว และถ้ำก็กลับมาเล็กคับแคบดังเดิม


            อากาเบลรีบรุดสำรวจตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ทุกอย่างเหมือนเดิม เกล็ดสีเงินเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ปีกละม้ายคล้ายปีกค้างคาวขนาดใหญ่ติดอยู่ที่แผ่นหลัง กรงเล็บมีร่องรอยฉีกขาดเล็กน้อย ไม่มีอวัยวะไหนผิดปกติ จมูกของเธอยังรับกลิ่นหอมหวานของผลเบอร์รี่ซึ่งกองไว้ที่มุมถ้ำได้ หูก็ยังจับเสียงน้ำตกนอกสเนียเซนี่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเสียงพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่จากปากถ้ำ ตามมาด้วยร่างหนึ่งที่พุ่งมาซุกไซ้สีข้างด้วยความยินดีปรีดา


            “เจ้าฟื้นแล้ว!” แม่พูด


            “หา?”


“รู้ตัวหรือเปล่าว่าเจ้าหลับไปนานขนาดไหน ข้านึกว่าเจ้าจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว เจ้ามีเลือดเต็มตัว แล้วต้นไม้แถวนั้นก็เละเทะไปหมด”


            “จะบ้ารึไง ข้าไม่ได้บาดเจ็บสาหัสสักหน่อย!” อากาเบลเถียงเสียงแหบแห้ง


            แม่ชะงัก “แต่เจ้าเหมือนไม่ได้หายใจอีกแล้ว”


            “เพ้อเจ้ออะไรของท่านอีกเนี่ย ข้าแค่ไปล่าสัตว์


ฉับพลันความทรงจำก็ปะติดปะต่อเป็นรูปร่างขึ้นมา เธอตัวแข็งทื่อ เกล็ดตั้งชันทั่วกายในพริบตา ราวกับถ้ำหดขนาดเล็กลงอย่างรวดเร็วจนเธอหายใจไม่ออก แม่นิ่งไปเพื่อมองเธออย่างงุนงง ก่อนจะกลายเป็นความวิตกทันทีที่เห็นเธอผงะถอยหนี เพราะจู่ ๆ นัยน์ตาสีฟ้าท่ามกลางสายฝนก็ปรากฎขึ้นมาในมโนภาพ พร้อมกับดาบเฉียบคมที่แทงทะลุเบ้าตาเข้ามา


            “ดวงตาข้า!” อากาเบลร้อง “พวกมัน-พวกมัน...”


“ใจเย็นก่อน ค่อย ๆ หายใจ ดวงตาของเจ้ายังอยู่ ได้ยินข้าไหม มันยังอยู่ครบทั้งสองข้าง” แม่รีบปราม “ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องกังวล หายใจช้า ๆ เห็นไหม เจ้ายังมองเห็นได้เป็นปกติอยู่ อย่ากลัวไปเลย”


            อากาเบลหยุดความคิดที่จะบินออกไปนอกถ้ำเนื่องด้วยความงงงวย เธอหลบสายตาห่วงใยของแม่ พลางทบทวนเหตุการณ์การปะทะกับอัศวินในใจ ดวงตาทั้งสองข้างของเธอยังอยู่ เพราะเธอกะพริบและเบิกตากว้างก็ยังไม่เห็นความผิดปกติ การปะทะอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือเปล่า? ถึงอย่างนั้น ความเคลือบคลางใจก็ยังไม่หายไป


            “อ้อ” เธอพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่เสียงของเธอยังสั่นเครืออยู่ดี “เฮอะ คงเป็นฝันร้าย”


            แม่เงียบไประหว่างอากาเบลขดตัวนอน เนื้อกายปวดตุบ ๆ จนสิ่งเดียวที่เธออยากทำตลอดทั้งวันคือการนอนหลับ


“เจ้าต่อสู้มาหรือเปล่า อากาเบล” แม่เอ่ยถามเสียงแผ่ว “ตามตัวเจ้าไม่มีบาดแผลเลยตอนที่มังกรตัวอื่นออกไปเจอ แต่มีเลือดไหลออกมาจากดวงตาข้างขวาเจ้าเยอะเป็นพิเศษ”


            อากาเบลตกใจลุกพรวด “ไม่!


อยู่ ๆ เธอก็ได้กลิ่นดินชื้นเมื่อย้อนนึกกลับไป มันทำให้เธอรู้สึกพรั่นพรึงคลื่นไส้ขึ้นมาทันควัน


“มีอะไรบางอย่างทำให้ข้าหมดแรง” เธอพร่ำเพ้อกับตัวเอง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังแก้ตัวกับใครอยู่ “พวกมันเล่นตุกติก มันทำอะไรข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ! ข้าจัดการไปตั้งหลายตัวแล้วแท้ ๆ พวกขยะเวรตะไล ไม่มีทาง แถมไอ้อัศวินนั่น


เธอสะอึกเมื่อเห็นแม่สั่นหัวปฏิเสธอย่างเหนื่อยใจ


            “ข้าอยากให้เจ้าพักผ่อนเสียก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลัง ดีไหม เจ้าหลับไปนาน การผลุนผลันรีบขยับร่างกายไม่ใช่เรื่องดี” แม่ปลอบโยน พลางใช้ปีกสีเงินสวยแตกต่างจากปีกของอากาเบลซึ่งเกล็ดทั้งแห้งทั้งไร้ประกายห่มร่างของเธอเอาไว้ “ไม่เป็นไร เด็กน้อย ข้าจะไม่ต่อว่าเจ้าอย่างแน่นอน ข้าสัญญา”


            “หลับไปนาน? หนึ่งสัปดาห์ไม่ได้ถือว่านาน ท่านก็รู้ว่าบางทีข้าก็จำศีลยาวเป็นสิบปี!


            เกิดความเงียบงันขึ้นมาชั่วขณะ แม่มีท่าทีกระอักกระอ่วน อุ้งเท้าตรึงไหล่อากาเบลให้อยู่กับที่ นางหันรีหันขวามองปากถ้ำราวกับกลัวว่าบทสนทนาจะเสียงดังทะลุไปถึงอีกฝั่งของขุนเขาสเนียเซนี่ ความเงียบดำเนินต่อไปอีกสักพักจนอากาเบลเริ่มหงุดหงิด เธอส่งเสียงขู่ในลำคอ แม่จึงหันมาสบตา ก่อนจะตัดสินใจพูดด้วยเสียงหนักแน่น


            “เจ้าหลับไปสี่ปี อากาเบล”



***



            เมื่อมังกรบาดเจ็บ มังกรตัวนั้นจะใช้เวลาพักผ่อนเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ อาจจะยาวนานถึงหนึ่งเดือนหากมีบาดแผลเต็มตัว หนึ่งปีก็มีบ้าง แต่ต้องเป็นกรณีมังกรที่บาดเจ็บอย่างหนักจนแทบสิ้นชีวิต ทว่าสำหรับอากาเบลที่เชื่อมั่นว่าตนไม่ได้บาดเจ็บสาหัส สี่ปีมันมากเกินไป จนนึกว่าเป็นเรื่องตลกอีกเรื่องเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันไม่ใช่การจำศีลด้วย


            เธอนอนพักได้แค่คืนเดียว ก่อนความอยากรู้อยากเห็นจะทำให้เธอเลิกสนใจอาการเจ็บปวดที่ยังวิ่งวนทั่วร่างเพื่อโผล่หัวออกไปนอกถ้ำอันน่าเบื่อ อาณาเขตของสเนียเซนี่อยู่ในซอกลีบระหว่างภูเขาสีเทาสลับซับซ้อน หิมะปกคลุมยอดอยู่ตลอดทั้งปี ผืนป่ากว้างจรดแนวเทือกเขา ณ เส้นขอบฟ้ารายล้อมขุนเขา สีเขียวทั้งหลายบดบังมหาสมุทรไกลลิบ มีเพียงน้ำตกทางทิศตะวันออก และทะเลสาบใกล้ ๆ กันที่เธอสามารถมองเห็นได้จากที่นี่ ข้างล่างสเนียเซนี่มีถ้ำอยู่ไม่กี่ถ้ำ กีออสหลายตัวต้องนอนอุดอู้อยู่ในถ้ำล่างสุดด้วยกัน ตัวใดโชคร้ายก็จะต้องนอนใกล้ต้นหนามพิษ (สำหรับป้องกันผู้บุกรุก) ซึ่งจะกัดผิวจนเจ็บแสบ


            อากาเบลถูศีรษะแก้ความคันคะเยอกับเสาหินหน้าถ้ำตัวเอง ปากถ้ำของพวกกีออสเป็นแค่รูกว้าง ๆ เหมือนถ้ำทั่วไป จะมีเสาสองเสาซึ่งมีฐานเป็นสี่เหลี่ยมก็ต่อเมื่อเป็นถ้ำของเพทราดีซึ่งอยู่สูงขึ้นมาหลายเท่า ในตำนานของราชามังกรเท่าที่เธอจำได้ ที่อาศัยของพวกท่านมีการสร้างเสาตรงทางเข้าแบบเดียวกัน มังกรเพทราดีผู้ปกครองสเนียเซนี่ตัวก่อนเป็นผู้ริเริ่ม เขาแบ่งพื้นที่ระหว่างสองสายพันธุ์ด้วยความสูงของขุนเขา พวกกีออสเป็นแค่มังกรไร้เกล็ด ผิวเรียบ ตัวเล็กกว่า หน้าตาอย่างกับกิ้งก่า ไม่มีความสง่างามเหมือนเพทราดีที่เป็นทหารของราชามังกร อยู่ข้างล่างต่อไปน่ะดีแล้ว


            สเนียเซนี่ในเวลานี้ทั้งสงบและร่มรื่นจนอากาเบลอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็น เว้นเสียแต่เมื่อเธอสังเกตเห็นที่ราบเบื้องล่างซึ่งมักจะเป็นพื้นหินเรียบว่างเปล่าในฤดูร้อนสั้น ๆ หรือจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะในฤดูหนาวแสนยาว เธอขยับไปสำรวจลานข้างล่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนจะขบกรามอย่างแรงเมื่อเห็นกีออสหลายตัวกำลังนอนอยู่อย่างรื่นรมย์ตรงนั้น


โทสะรุนแรงจนความเจ็บปวดถูกลืมไปชั่วขณะ อากาเบลทะยานบินจากปากถ้ำ ฉับพลันที่เท้าทั้งสี่เหยียบเบื้องล่างซึ่งเต็มไปด้วยซากกระดูกสัตว์กับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ กีออสหลายตัวก็ลุกฮือ กระจัดกระจายไปตัวล่ะทาง หลายตัวแทบจะกลิ้งหนีหายเข้าไปในถ้ำ พวกมันจับจ้องเธออย่างเกรงกลัว รูม่านตาตีบลงเป็นเส้น ใบหูกับหางลีบตก


            “ทำบ้าอะไรของพวกเจ้า?” อากาเบลกดเสียงต่ำ นึกอยากตะปบกรงเล็บกับหน้าโง่ ๆ ของกีออสตัวที่ใกล้ที่สุดยามได้เห็นสภาพไร้ระเบียบโดยสิ้นเชิงตรงหน้าเต็มตา “ข้าไม่อยู่สี่ปี พวกเจ้าเลยคิดว่าจะทำอะไรก็ได้สินะ? ไอ้พวกเห็บเหา ใช่ไหม!


            กีออสสีแดงอ่อนตัวหนึ่งกำลังจะอ้าปากตอบ (“โรวีน่า อย่าแลกเลย” ตัวอื่นกระซิบขอร้อง) แต่ก็ต้องรีบก้มหน้าเมื่อโดนอากาเบลคำรามใส่ มันจึงถอยร่นไปรวมกับตัวอื่น ความเงียบเกิดขึ้นขณะพวกมันพยายามจัดแถวให้ดูเรียบร้อย อากาเบลเฝ้ามองโดยไม่ละสายตาไปไหน จากนั้นเธอก็ขบเขี้ยวกับอาการคลื่นไส้เมื่อได้กลิ่นเหม็นเน่าของเศษซากสัตว์ เธอตวัดหางไปทางถ้ำสลัว ๆ ข้างในนั้นมีกองกระดูกกองไว้เต็มไปหมด พวกกีออสช่างสกปรกโสโครกสิ้นดี


            ไอ้เวรที่ไหนอนุญาตพวกมันตอนที่เธอยังหลับอยู่กัน?


            “ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!” อากาเบลขู่ ก่อนจะขยับปีกพาร่างบินลู่ขึ้นไปยังถ้ำบนสุดของขุนเขา



***



            แม่อยู่ในถ้ำเหนือสุดซึ่งเป็นจุดรวมพลของมังกรเพทราดีที่มีสิทธิ์ประชุมหารือ เพดานสูงชะลูด กว้างขวาง หินถูกสลักเป็นวงกลมซ้อนลดหลั่นลงไป และตอนนี้ก็กำลังมีการประชุมเกิดขึ้นอยู่ อากาเบลทำเป็นเฉยเมยกับสายตาดุ ๆ ของนาง พลางพาร่างใหญ่โตซึ่งยังกะเผลกอยู่ไปนั่งข้าง ๆ การหารือถูกชะลอทันใดเมื่อเธอเริ่มยิงคำถามที่จุดชนวนความโกรธเมื่อไม่กี่นาทีก่อน


“เห็นข้างล่างนั่นไหม ทำไมมันถึงกลายเป็นบึงเน่าเหม็นแบบนั้นไปได้ล่ะหา? ข้าจำได้นะว่าข้าต้องการให้มันสะอาดและไร้วี่แววเจ้าพวกนั้นน่ะ!


            “อากาเบล กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ” แม่กระซิบเตือน


            “จะบ้ารึไง ข้าจะนอนได้อย่างไรถ้ารู้ว่าเจ้าพวกนั้นใช้พื้นที่ข้างล่างของเพทราดีจนสกปรกเลอะเทอะไปหมด!


            มังกรอาวุโส (อากาเบลไม่เคยเปลืองสมองจำชื่อของมังกรตัวอื่นเลย) เริ่มสนทนากันถึงเรื่องที่เธอเพิ่งโวยวายไป ครู่ใหญ่ทีเดียวที่เธอต้องอดทนรอฟังคำตอบ หางสะบัดตบพื้นเสียงดัง ทั้งหมดหันมาสบตาเธอ บ้างก็ซุบซิบคุยกันเหมือนเธอเป็นตัวประหลาด บ้างก็ส่งสายตาเห็นใจให้กับแม่ นั่นยิ่งทำให้เธอหงุดหงิด แต่ก็ยังรั้งตัวเองไม่ให้เผลอสบถคำหยาบออกไปได้


            “มังกรเด็กเอ๋ย มีหลายอย่างเปลี่ยนไปมาก” เพทราดีสีเขียวจางตามวัยร่วงโรยกล่าวเสียงแหบ


            “แล้วไง? ตอนนี้ข้าตื่นแล้ว ข้าต้องการให้มันกลับไปเป็นเหมือนเดิม”


            “ไม่ใช่ภายในเร็ววันแน่” แม่ขัด


            “ข้าคงต้องขอให้เจ้าค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนว่าตอนนี้พวกเราเป็นอย่างไร เจ้าจะเห็นสติปัญญาของพวกเราว่าไม่เหมาะสมกับอดีตที่ผ่านมาเลยแม้แต่น้อย” มังกรอาวุโสเสนออย่างระมัดระวังกับคำที่ใช้ “ส่วนคำขอของเจ้า มังกรเด็กเอ๋ย พวกข้าคงจัดการให้ไม่ได้ ทั้งตอนนี้ และในอนาคต”


            อากาเบลหลุดคำหยาบออกมาในที่สุด แม่ขู่คำรามใส่เธอซึ่งทำท่าจะตรงไปหาเหล่ามังกรอาวุโสอย่างเดียว เธอจึงโดนขวางโดยแม่พร้อมกับเพทราดีตัวอื่น พวกเขาเกล็ดตั้งชัน หางชูขึ้น แสยะเขี้ยวแหลมขู่เข็ญ อากาเบลดื้อรั้นพุ่งชนกำแพงมังกร ก่อนจะรู้สึกเจ็บแปล็บตามลำตัวขึ้นมา ภายในพริบตา การเคลื่อนไหวทุลักทุเลของเธอก็ส่งผลให้ตัวเองโดนบังคับให้นอนแน่นิ่งกับพื้นถ้ำ


            “สเนียเซนี่เป็นของข้า! ที่นี่เป็นของข้า!” เธอตะเบ็งเสียงระรัว กายชาวาบเมื่อถูกเงาของมังกรตัวอื่นทอดทับ “ไอ้พวกทุเรศ! ข้าจะฆ่าให้หมด พวกเจ้าทำให้เกียรติเพทราดีต้องเสื่อมเสีย ราชามังกรจะสาปแช่งพวกเจ้า! ถ้าพ่อยังอยู่


            “ขอบคุณมาก เอเมอร์รัลด์” มังกรอาวุโสสีเขียวจางผงกหัวให้แม่ “คราวนี้ มังกรเด็กเอ๋ย เราต้องขจัดความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องสำคัญที่สุดเสียก่อน เจ้าพอจะตอบได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าถึงบาดเจ็บอยู่ทางทิศใต้ของป่า”


            “ข้าไม่ได้บาดเจ็บ!


            “หากเจ้าพูดถึงภายนอก ทว่าเจ้าช้ำในหนักมากทีเดียว อาการแย่อย่างที่ไม่เคยมีมังกรตัวใด ณ ที่นี้เคยพบเจอมาก่อน ถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่เจ้าไม่ตาย เพียงแต่ต้องหลับไปถึงสี่ปีเท่านั้น ข้าจำระยะเวลาถูกใช่ไหม เอเมอร์รัลด์?”


            “โกหก” อากาเบลแค่นเสียงโต้


เธอได้เปรียบในการต่อสู้กับกลุ่มอัศวิน พวกมันโดนเกล็ดน้ำแข็งของเธอทำร้ายจนบาดเจ็บหลายคน โดยเฉพาะตัวที่ใส่เกราะหนาเต็มยศตัวแรกที่เธอเห็นมันพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ มันล้มแล้วลุกไม่ขึ้นจนต้องโดนหาบหนีไป แต่ไม่มีมังกรตัวไหนอยากรู้เรื่องนั้น ทุกตัวในที่นี้ต่างต้องการเค้นว่าเธอประสบเหตุอะไรมา พวกมันรอเหยียบย่ำเธอให้จมดิน


            “ช่วยเล่าเหตุการณ์ที อากาเบล เราจะได้หาสาเหตุที่แท้จริงเจอ” แม่กระซิบ


            หาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อที่จะสนุกสนานไปกับความผิดพลาดของเธอ อากาเบลเติมประโยคต่อด้วยความคับแค้นใจ


            “ร่างกายของเจ้ายังอยู่ครบเป็นปกติทุกส่วน แต่กลับมีเลือดไหลออกมาจากเบ้าตาขวาของเจ้า เมื่อลองตรวจดูแล้วกลับไม่พบรอยแผลใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเรื่องพิลึกพิลั่นยิ่งนัก” มังกรอาวุโสพูดต่ออย่างเฉื่อยช้าตามวัย มังกรตัวอื่นต่างเงี่ยหูรอฟังประโยคถัดไป “ดวงตาของเจ้า มิใช่สีเงินเหมือนพ่อของเจ้าอีกต่อไป มันเป็นสีน้ำตาล”


            หัวใจของอากาเบลหล่นวูบ


            “อะไรนะ?” เธอร้องเสียงแหลม “เล่นตลกอะไรกัน ไอ้แก่


            มังกรอาวุโสไม่ได้ยินคำด่าระหว่างหรี่ตามองแม่ “เจ้ายังไม่ได้บอกนางอีกหรือ เอเมอร์รัลด์?”


            “สีน้ำตาล?” อากาเบลแทรก พลางตะแคงหน้ามองแม่เพื่อขอคำตอบ “มีอะไรอีกที่เปลี่ยนไป มีอะไรอีก!


            “ไม่มีเลย แค่สีตาเท่านั้น เจ้าวางใจได้”


            เธอดิ้นขลุกขลัก “ท่านไม่ได้บอกพวกมันไปใช่ไหม เรื่องที่ข้าเพ้อตอนตื่นขึ้นมา


            ไม่มีคำตอบ


            อากาเบลหายใจติดขัดขึ้นมาทันที รู้สึกคับแน่นหน้าอกจนต้องอ้าปากคว้าอากาศ หัวของเธอหนักอึ้ง ได้ยินเสียงแหลมจี๊ดทิ่มแทงข้างในศีรษะ มังกรตัวอื่นเข้าใจว่าเธอต้องการเวลาในการปรับตัวกับสถานการณ์ จึงยังไม่มีตัวไหนเอ่ยพูด และยังไม่มีตัวไหนยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระอีกด้วย นานจนเหมือนชั่วนิรันดร์กว่าอาการจะบรรเทาลง โดยมีแม่พยายามปลอบประโลมข้างหู


            “เจ้าควรจะกลับไปพักผ่อน” นางบอก ไม่รู้ว่าทำไมความห่วงใยในน้ำเสียงของนางถึงยิ่งฉุดความโมโห


            อากาเบลจ้องเพทราดีตัวอื่น หากเธอจะสู้ ก็คงจะแพ้จำนวนอย่างแน่นอน หากเธอแพ้ พวกกีออสข้างล่างก็จะได้ข่าวและพากันเยาะเย้ยเธอ ไม่เอาเด็ดขาด ครั้งนี้เธอควรจะยอมประนีประนอมกับแม่ เธอทนรับรู้ว่าพวกกีออสแอบหัวเราะลับหลังไม่ได้


“ก็ได้ ข้าจะไปพักผ่อน แต่ข้าต้องไปสักการะราชามังกรก่อน” เธอพูดหลังจากส่งเสียงเคียดแค้นในลำคอเสร็จ


“พระอาทิตย์ขึ้นกลางกระหม่อมพอดีสินะ?” มังกรอาวุโสทัก


เออ รู้ก็ดี อากาเบลยั้งตัวเองไว้ได้เสียก่อน “พวกท่านคงรู้ใช่ไหมว่าข้าเคร่งครัดกับพิธียิ่งกว่ามังกรตัวไหนน่ะ?”


            เพทราดีในถ้ำจ้องหน้ากัน เมื่อไม่มีคำขานรับ แม่จึงหันมาอนุญาตแทน อากาเบลสะบัดปีกใส่เพทราดีที่ตรึงเธอให้ถอยไป ก่อนจะรีบหยัดกายใหญ่โตลุกขึ้นทันที เธอเข่นเขี้ยวใส่แม่ หางตวัดทุบพื้นถ้ำอย่างหงุดหงิด มังกรอาวุโสเสริมว่าเธอควรจะกลับมาทันทีหลังจากสักการะเสร็จ แน่นอนว่าเธอกระแทกเสียงฮึใส่เป็นคำตอบ เมินความไม่พอใจของเพทราดีตัวอื่นเพื่อพุ่งฉิวผ่านกลุ่มเมฆไปหาน้ำตกใกล้เคียงสเนียเซนี่ทันที


เมื่อเห็นผิวน้ำ เธอก็โถมร่างใส่จนน้ำพุ่งสาดกระเซ็นไปทั่ว


            อารมณ์ขุ่นเคืองจางลง อากาเบลก็ลอยตัวพ้นน้ำขึ้นมาเห็นเงาสะท้อน ดวงตาทรงเรียวทั้งสองข้างของเธอเป็นสีน้ำตาลอย่างที่มังกรอาวุโสบอกจริง ๆ ด้วย


            มันเป็นสีน้ำตาลเข้มคล้ายเปลือกไม้ ตัดกับเกล็ดสีเงินสว่าง น่ารังเกียจที่สุด ไม่เข้ากันเลยสักนิด ไม่มีทางที่จะเป็นเธอได้ มันเหมือนสิ่งแปลกปลอมในร่างกายที่สร้างความรู้สึกขยะแขยงไปทั่วทุกอณู แวบหนึ่งเธอนึกสงสัยว่าก่อนหน้านี้ ที่นัยน์ตาเป็นสีเงิน นั่นเป็นความฝันหรือเปล่า มันเป็นสีน้ำตาลมาตลอดรึเปล่า


            เจ้าพวกกีออสข้างล่างจะมองเธออย่างไร มันจะยังเกรงกลัวเธอไหม แล้วเธอจะถูกปฏิบัติใส่ราวกับอยู่ชนชั้นเดียวกันหรือ แค่คิดก็ชวนคลื่นไส้ หายใจออกมาแต่ล่ะทีมีแต่ละอองน้ำแข็งเย็นเฉียบ การสักการะราชามังกรกลายเป็นรสขมขื่นในปากของเธอแทน เสียงของพ่อจากความทรงจำเนิ่นนานดังแผ่วเบาในหัว


มังกรที่ตายด้วยน้ำมือมนุษย์ เราไม่ถือว่ามันเป็นมังกร


            เธอไม่ตายก็จริง แต่ไอ้อัศวินตาฟ้านั่นได้ดวงตาข้างขวาของเธอกลับไปโอ้อวดมนุษย์คนอื่นว่ามันสังหารมังกรได้ มังกรสายพันธุ์เพทราดี! นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอประจักษ์ว่าตัวเองเป็นตัวเสื่อมเสียของตระกูล พ่อต้องอับอาย แม่ก็เช่นกัน สเนียเซนี่กลายเป็นดินแดนต่างถิ่น เธอไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเพทราดีที่ได้อาศัยอยู่ถ้ำบนอีกต่อไป ทุกอย่างว่างเปล่า และเธอก็กำลังร่วงหล่นลงไปในห้วงของความว่างเปล่านั่น


            หากพ่อตกอยู่ในสถานการณ์นี้ ท่านจะทำอย่างไร




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

932 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 12:28
    กลับมาอ่านอีกรอบค่ะ ชอบมากเลย ชอบความรั้นของนางเอก ชอบความสมจริงในการบรรยายมังกร สรุปคือชอบมาก

    เพิ่งเห็นคำผิด —> เสื้อตัวโคร่ง
    #855
    0
  2. #758 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 02:17
    สนุกค่ะ พล็อตแหวกแนวดี
    ชอบภาษากับสำนวน และที่สำคัญชอบลักษณะนิสัยตัวเอกค่ะ
    เดี๋ยวอ่านต่อ :)
    #758
    0
  3. #184 มะรูน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 11:36
    ชอบสำนวนจัง กระชับ รวบรัด เข้าใจง่าย ติดตามค่า
    #184
    1
    • #184-1 parew1ne (@kachelya) (จากตอนที่ 1)
      22 ตุลาคม 2558 / 20:06
      ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ XD
      #184-1
  4. #161 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 07:33
    เหมือนไม่ใช่ตอนแรก น่าติดตามดีค่ะ ><
    #161
    1
    • #161-1 Parew1ne (@kachelya) (จากตอนที่ 1)
      24 กันยายน 2558 / 17:47
      ขอบคุณมาก ๆ ค่าที่มาอ่าน
      #161-1
  5. #142 ชอบ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 15:20
    เผ่ามังกรช่างหยิ่งทะนงจริงๆ

    ชอบมาก เปิดเรื่องได้ดี เนื้อหาน่าติดตาม
    #142
    1
    • #142-1 Parew1ne (@kachelya) (จากตอนที่ 1)
      21 สิงหาคม 2558 / 10:11
      ขอบคุณมาก ๆ ค่า
      #142-1
  6. #68 [A]mpz (@acronyms) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 00:07
    เปิดเรื่องได้น่าสนใจครับ อ่านแล้วได้อารมณ์มังกรแนวโหดๆ ดี
    #68
    1
    • #68-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 1)
      28 พฤษภาคม 2558 / 16:03
      ขอบคุณมาก ๆ ค่า
      #68-1
  7. #48 ~*Mini_Day*~ (@Mini_day) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 21:41
    เพิ่งเริ่มเข้ามาอ่าน
    เปิดเรื่องได้น่าสนใจมากค่ะ
    #48
    1
    • #48-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 1)
      23 พฤษภาคม 2558 / 12:22
      ขอบคุณมากค่า ดีใจที่ท่านสนใจเรื่องนี้นะคะ >_<
      #48-1
  8. #23 Melani Fulano (@disastrechalala) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 21:15
    อ่านแล้วกลัวโดนบดเลย เป็นบทนำที่เขียนได้ตื่นเต้นน่าอ่านต่อมาก ๆ เลย เหมือนเรื่องนี้จะออกธีมโหดกว่าโนบิเลียพอควรเลย ติดตามครับ :))
    #23
    0
  9. #14 yokona (@rrow) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 12:50
    น่าสนใจมากกกกกกก
    #14
    0
  10. #7 เปลวเทียน (@kitjanon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 14:22
    เปิดเรื่องน่าสนใจมากเลยค่า
    #7
    1
    • #7-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 1)
      9 พฤษภาคม 2558 / 11:53
      ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ดีใจที่ท่านชอบ
      ตอนอื่น ๆ ก็จะพยายามคงเส้นคงวานะคะ XD
      #7-1
  11. #1 ผ่านมา K (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 15:40
    ติดตามครับ
    #1
    1
    • #1-1 Parewine (@kachelya) (จากตอนที่ 1)
      6 พฤษภาคม 2558 / 21:02
      ขอบคุณมาก ๆ ค่า XD
      #1-1