[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 8 : *** ตอนที่ ๕ ราชสำนัก {๑} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 ม.ค. 57

 

ตอนที่ ๕ ราชสำนัก {}

 

สายลมแผ่ว

พัดพลิ้วผ่านหัวใจ

ให้สั่นไหว... และโยกเอน

  

|

 

เสียงฝีเท้าก้าวถี่ ทำให้ชายวัยกลางคนผู้กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือเล่มหนาในมือเงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งถอนหายใจ ประตูบานห้องหนังสือเลื่อนเร็ว  ปรากฏร่างโปร่งบางของสตรีคู่ชีวิตก้าวเข้ามา   ราชบัณฑิตมยอนเฮยิ้มบางให้กับผู้เป็นภรรยา ก่อนที่น้ำเสียงและสีหน้าบ่งบอกถึงความร้อนใจจะทำให้หัวหน้าสำนักที่ปรึกษาพิเศษแห่งราชสำนักส่ายหน้า

“ท่านพี่.... เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ หรือ  ข้าไม่อยากเชื่อเลย”

“นั่งลงก่อนน้องหญิง” เสียงนุ่มนวลพยายามปลอบ “รู้ข่าวแล้วหรือ”

ใบหน้างามผ่องไม่ต่างจากยี่สิบปีที่แล้วเลยแม้แต่น้อยค้อนขวับ  ดวงตาเรียวสวยทอแสงแรง จนผู้เป็นสามีหน้าเจื่อนลง

“เหตุใดท่านจึงไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้...ข้าจะได้... ” นางก้มหน้าลงพื้น... และเอ่ยเบา “เตือนพระชายาให้เตรียมพระทัยไว้”

“อย่าคิดมากเลย  เรื่องร้ายแรงคงยังไม่เกิดขึ้นง่าย อีกอย่างองค์ชายก็ทรงพระปรีชาสามารถ  คงช่วยปกป้องดูแลพระชายาได้อย่างดี  เหตุใดเจ้าจึงยังห่วงอยู่”

ร่างบางระหงขยับกายด้วยกิริยาอ่อนหวานเชื่องช้า...ทว่า มยอนเฮรู้ดีว่าภรรยาของตนกำลังร้อนรนไม่น้อย

“ท่านจะไม่ให้ข้าห่วงได้อย่างไร... ในสถานที่แบบนั้น พระชายาจะเป็นเช่นไร องค์ชายเอง...ก็อาจจะต้องยุ่งยากมากเช่นกัน  จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลลูกสาวเรา”

“น้องหญิง....” ราชบัณฑิตวัยกลางคนทอดถอนหายใจ  ก่อนปรามด้วยเสียงที่เบาลง “อย่างไรเสีย  ลูกสาวเราก็ออกเรือนไปแล้ว ... หน้าที่ปกป้องดูแลองค์หญิงพระชายา ก็คือองค์รัชทายาทนะ”

“ท่านพี่...”นางขึ้นเสียงสูง... สีหน้าซีดเผือดลง  หากไม่พูดอะไรต่อ... เพราะยอมรับว่าสิ่งที่สามีพูดคือเรื่องจริง  “พระชายาแพคฮยอนยังเยาว์นัก..  พระองค์ไม่ควรพบกับความเปลี่ยนแปลงที่เร็วเช่นนี้”

ฝ่ามือแกร่ง หนาเอื้อมไปแตะไหล่บอบบางของภรรยา  และบีบเบา     

“ไม่ต้องห่วง  ชางมินจะปกป้องน้องเหมือนที่ทำมาตลอด  ภายในวังก็มีคนตั้งมากมาย...พระมเหสีเองก็พอพระทัยพระชายา  พระราชอำนาจของพระองค์ไม่ได้น้อยเลย...เจ้าก็รู้  เหตุใดเจ้าจึงยังไม่วางใจ”

“ท่านพี่บอกข้าเอง ว่าไม่มีความจริงอยู่ในวังหลวง  หากเกิดเหตุการณ์.... ”นางแย้ง       

“ข้าเชื่อ...หากผู้นั้น ยังไม่เปลี่ยนไป... เขาจะไม่มีวันทำร้ายลูกของเรา” 

ราวกับมีบางอย่างพุ่งเข้ามาในอกของนางจนรู้สึกถึงความวูบโหวง...  ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษแห่งราชสำนักเปรียบดังมันสมองของประเทศ   ทุกคำที่สามีกล่าวออกมาจึงราวกับคำพูดศักดิ์สิทธิ์ที่นางควรเชื่อ

เพราะแม้แต่กษัตริย์...ก็ยังทรงเชื่อ

“อย่าร้อนใจไปเลย ขอให้เจ้าจงเชื่อข้า...เชื่อลูกชาย และลูกสาวของเรา”

สีหน้าวิตกกังวลของท่านหญิงตระกูลพยอนอ่อนลง... หากแววตาเง้างอนยังคงจับจ้องราชบัณฑิตมยอนเฮไม่วางตา

“นี่เจ้าไม่รู้จักลูกของเราหรือไง ..น้องหญิง”

นางถอนหายใจยาว..  ตอบรับน้ำเสียงอารมณ์ดีของสามีด้วยประโยคขุ่น ๆ

“เพราะว่ารู้จักดีไงล่ะ...ข้าถึงกลัวว่าลูกของเรา  จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องยุ่ง ๆ น่ะสิ”

 

|

 

ท้องพระโรงกว้างภายในพระตำหนักชอนจอง ที่ตามปกติถูกใช้เป็นที่ว่าราชการแผ่นดินถูกแปรเปลี่ยนเป็นห้องพระราชพิธี โดยตกแต่งด้วยฉากกั้นไหมทองปักแดงเป็นตราประจำพระองค์ และเครื่องประกอบพระอิสริยยศ  แม้เจ้าชายยองอันจะทรงมีพระประสงค์ให้จัดเพียงพิธีเล็ก ๆ พอเป็นพิธีเท่านั้น  หากกษัตริย์มยองอินกลับมีพระราชประสงค์ให้จัดพิธีให้สมบูรณ์ที่สุด 

แต่ด้วยตำแหน่งที่องค์ชายยองอันได้รับ ถือได้ว่าเป็นตำแหน่งสูงสุดเท่าที่เจ้าชายพระองค์หนึ่งจะได้รับ...  เป็นรองก็เพียงองค์ชายรัชทายาทเท่านั้น ทำให้ขุนนางข้าราชการหลายฝ่ายต่างพากันคัดค้าน  ด้วยเหตุผลที่ว่า

จะเป็นการหยามพระเกียรติองค์รัชทายาทจงอิน  และสั่นคลอนความมั่นคงของตำแหน่งวังเซจา

            แต่แม้ว่าขนาดของงานจะลดลงเป็นพิธีเล็ก ๆ หากขั้นตอน การเตรียมการต่าง ๆ นั้นยุ่งยากพอสมควร   สมเด็จพระราชินีทรงรับอาสาเป็น 'แม่งาน' สำหรับการเตรียมพระราชพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทพลัดบัลลังก์ให้กลับคืนสู่ตำแหน่งองค์ชาย แม้จะไม่สูงศักดิ์เท่าเดิม  แต่ก็เป็นการถวายพระเกียรติสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เป็นเหตุให้พระชายาตามเสด็จด้วยทุกครั้ง เพื่อถวายการช่วยเหลือทุกพระราชภารกิจที่ทรงทำ

            การเตรียมงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งถึงวันงาน   พระราชินีประทับเคียงข้างกษัตริย์มยองอินอยู่เหนือบัลลังก์ที่ห้องพระราชพิธี  จึงไม่ได้มีโอกาสเข้าไปดูขบวนเกียรติยศที่เคลื่อนขบวนเข้าสู่พระราชวังหลวง  แม้ทุกฝ่ายจะย้ำเตือนว่า ห้าม จัดงานใหญ่  หากดูเหมือนเมื่อถึงวันจริง ขบวนเสด็จเองก็เป็นการประกาศให้ประชาชนชาวโชซอนรับรู้ถึงพระราชพิธีถวายพระอิสริยยศโดยทั่วถึงกัน     

            บัลลังก์ประทับขององค์ชายและองค์หญิงรัชทายาทอยู่ใกล้กัน  องค์หญิงแพคฮยอนจึงลอบทอดพระเนตรวรกายสูงใหญ่ในฉลองพระองค์กำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขององค์รัชทายาทได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน องค์ชายจงอินประทับนิ่งบนราชบัลลังก์ราวรูปปั้นอยู่ไม่ห่าง พักตร์คมคร้ามดูเข้มขึ้นกว่าหลายวันที่พบกันราวกับทรงเสด็จกลางแจ้งอยู่ตลอดเวลา

ตั้งแต่เริ่มเตรียมงานขององค์ชายชานยอล  องค์หญิงก็แทบจะไม่ได้พบพระพักตร์ขององค์รัชทายาทเลย  อาศัยที่ฮวางซังกุงกราบทูลทุกเรื่องเกี่ยวกับองค์ชายจงอินอยู่ตลอดเวลา...  จึงทรงทราบข่าวเรื่องที่ทรงเริ่มฝึกทหารรักษาพระองค์ด้วยพระองค์เอง 

คงโปรดทางการทหารและศิลปะการต่อสู้อยู่ไม่น้อย พระวรกายจึงสูงใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  พระมังสาคร้ามแดด พระราศีที่กร้านขึ้น  และไรพระมัสสุเขียวครึ้ม... ทำให้ทรงดูเป็นผู้ใหญ่กว่าหลายปีก่อนมากนัก  

“ทรงบาดเจ็บหรือเพคะ...” สุรเสียงหวานใสรับสั่งแทบจะในทันทีที่ดำริในพระทัย  รอยแผลเล็ก ยาวลากตั้งแต่ใต้พระกรรณมาจนถึงปลายพระหนุ พิจารณาดูแล้วไม่น่าจะใช่แผลที่เพิ่งเกิดขึ้น  หากพระโลหิตที่ซึมออกมาจากสะเก็ดแผลกลับทำให้ทรงยั้งพระโอษฐ์ไม่ทัน 

“หือ” องค์รัชทายาทแห่งโชซอนหันพระพักตร์มายังต้นเสียง  ปลายพระหัตถ์แตะบนรอยแผลทันที “นี่หรือ... ”

หากพระชายาไม่รับสั่งทัก  พระองค์ก็เกือบลืมไปแล้วว่ารอยข่วนเล็กน้อยจากการทรงดาบ เล่น ๆ กับทหารราชองครักษ์เมื่อหลายวันก่อนยังคงประดับอยู่บนพระพักตร์       

“พระโลหิตซึมออกมาจากแผลแล้วเพคะ ... ”

 “แผลเล็กน้อย อย่าใส่ใจ” สุรเสียงห้วนตอบคล้ายไม่ใส่พระทัยนัก พักตร์เข้มนิ่งเรียบ กระทั่งพระเนตรก็ดูราวกับ เคยชิน กับบาดแผลของพระองค์เองแล้ว ทว่าดวงพักตร์ขาวผ่องกลับไม่ทรงคิดเช่นนั้น

“ทีหม่อมฉันถูกเข็มตำนิดเดียว ยังทรงให้หาพระโอสถมาทาเลยไม่ใช่เหรอเพคะ”

ถ้อยรับสั่งนั้นทำให้พระพักตร์คมนิ่งไปครู่หนึ่ง  ก่อนที่พระสรวลเบาจะทำให้องค์หญิงรัชทายาททรงเม้มพระโอษฐ์อย่างขัดพระทัย

“นั่นมันเจ้า ไม่ใช่ข้า บุรุษชาติทหารไม่ควรใส่ใจกับรอยแผลเล็กน้อยของตน  หากควรดำรงตนเพื่อรักษาชีวิตเพื่อผู้อื่น”

“บุรุษชาติทหาร...น่าสรรเสริญนักเพคะ ” ตรัสขณะวรกายบอบบางยืดตรง ทรงก้มพระเศียรนุ่มนวล  และทูลต่อด้วยสุรเสียงเบา “ถึงอย่างไรก็ตาม...ทรงซับพระโลหิตก่อนเถอะเพคะ มิเช่นนั้นฉลองพระองค์อาจเปื้อนได้ ขุนนางข้าราชการมากมายเข้ามาเห็นจะไม่งามเพคะ”

คำกราบทูลนั้นแทบทำให้ทรงกลั้นพระสรวลไม่ได้   องค์หญิงลิงน้อยผู้ลักลอบสวมชุดฮวาลยอของซังกุงไปวิ่งเล่นทั่วพระราชสำนัก กราบทูลเรื่องความ ไม่งาม

มีอะไรให้หัวเราะได้ตลอดสิ  ....องค์หญิงลิงน้อย...

“ได้...หากเซจาบินทรงต้องการเช่นนั้น” กระแสรับสั่งแกมสรวล เนตรสีนิลระยิบระยับ พระโอษฐ์แย้มกว้างกว่าเดิมขณะทรงล้วงหยิบผ้าซับพระพักตร์จากใต้ฉลองพระองค์ขึ้นมา

“เบา ๆ นะเพคะ เดี๋ยวพระโลหิตออกมากกว่าเดิม” องค์หญิงแพคฮยอนรับสั่งเตือนเมื่อทรงตระหนักได้ว่า ชายชาติทหาร คงไม่ยั้งมือกับการ ซับพระโลหิตมากนัก... พระหัตถ์แกร่งที่เคยคุ้นแต่กับการถือดาบ ยิงธนู จะผ่อนแรงได้มากเพียงใดกับแผลที่บอบบางเช่นนี้ 

“ตรงนี้หรือ...” รับสั่งถาม และเอียงพระพักตร์ให้กับพระชายาทอดพระเนตร ขณะทรงพยายามซับพระโลหิตบนแผล

“ขยับขึ้นอีกนิดเพคะ... ไม่ใช่เพคะ”

“ไหนล่ะ ” ตรัสคล้ายจะ กริ้ว    หากท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ กลับทำให้องค์หญิงพระชายาเป็นฝ่ายทนไม่ไหวแทน

“ขอพระราชทานอภัยเพคะ ....” 

วรกายบอบบางขยับเอียงเล็กน้อย  ก่อนยื่นพระกรไปยังบัลลังก์ของอีกพระองค์  นิ้วพระหัตถ์บอบบางแตะลงเหนือพระกรแกร่งที่ถือผ้า   พลางบังคับให้ผ้าซับพระพักตร์ไหมสีขาวเคลื่อนไปยังพระโลหิตสีแดงเข้มที่ซึมออกมาจากบาดแผล

หัตถ์บางนุ่มนวล  แตะต้องแผ่วเบา... หากทรงรับรู้ได้ทุกสัมผัสที่ผ้าแตะลงบนพระราศี อ่อนโยนคล้ายสัมผัสของพระมารดา  กลิ่นหอมติดจมูกจากฉลองพระองค์สีนวลทำให้พระวรกายสูงใหญ่นิ่งไปครู่ใหญ่

รอคอย...จนกระทั่งมั่นพระทัยว่าพระโลหิตถูกซับไปจนหมดแล้ว 

“หลังเสร็จพิธีควรหาพระโอสถทานะเพคะ ... สะเก็ดบางส่วนเริ่มแห้งแล้วก็จริง  แต่แผลข้างในอาจอักเสบขึ้นมาได้”

พระหัตถ์ใหญ่อีกข้างเลื่อนขึ้นมาเกาะกุมข้อพระกร  พร้อม ๆ  กับพักตร์คมที่หันไปยังพระพักตร์ขาว  ทอดพระเนตรลูกแก้วสดใสในเนตรเรียวเล็กนิ่ง ลึก...  

“ขอบใจมาก  เซจาบิน”

“เรื่องเล็กน้อยเพคะ” รับสั่งเบา คล้ายไม่ใส่พระทัยนัก  หากอีกพระองค์กลับแย้มพระโอษฐ์บาง

“ขอบใจสำหรับ... ผ้าด้วย”

ดวงเนตรแวววับสะกดให้พระวรกายบอบบางแข็งนิ่งราวต้องคำสาป  แม้ว่าแนวพระโอษฐ์อิ่มจะสั่นระริก  เนตรเรียวไหววาบ ขณะทอดพระเนตรผ้าซับพระพักตร์สีขาวนวลปักลายพระอาทิตย์สีสดที่คุ้นพระเนตร 

“เหตุใด  จึงทรงทราบ”

“แล้วเพราะเหตุใด...ข้าจึงไม่ควรทราบล่ะ” รับสั่งทันควันด้วยสุรเสียงอ่อนโยน  จนพระปรางนวลขึ้นสีแดงสดขึ้น “มีเหตุผลอะไร...ที่ทำให้เจ้าไม่ต้องการให้ข้ารู้”

“หม่อมฉัน....”

            “ไม่ต้องตอบตอนนี้หรอก...ข้ารอได้”  หัตถ์ใหญ่ หากนุ่มนวลเลื่อนมาประคองหัตถ์บอบบางที่กำลังสั่นเทาคล้ายจะปลอบโยน  

“ไม่เป็นไร...” กระแสรับสั่งเบาหวิว...   คล้ายจะตรัสให้พระองค์ได้ยินเพียงผู้เดียว  ทว่าประโยคนั้น  กลับดังก้องอยู่ในพระทัยจนไม่สามารถควบคุมได้

“ขอบพระทัยเพคะ...”

ความเงียบค่อยคลี่คลุมลงครอบงำระหว่างทั้งสองพระองค์   ไม่ทรงรับรู้เลยแม้แต่น้อย...ว่าในท้องพระโรงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายตั้งแต่เมื่อไหร่  แม้เสียงกลองเบิกทางก็ดูเหมือนจะไม่ดังพอจะถึงให้พระองค์กลับมายังพระราชพิธี

ไม่รู้แม้กระทั่ง  บุคคลที่สำคัญที่สุดในงาน กำลังทอดพระเนตรทั้งสองพระองค์บนบัลลังก์สูงด้วยสายพระเนตรวูบไหว

“จาบิน.... เซจาบินเพคะ” วรกายบอบบางสะดุ้ง เพราะเพิ่งกลับคืนจากภวังค์ลึก เมื่อเสียงกระซิบเบาของฮวางซังกุงดังอยู่ข้างพระกรรณ   “เริ่มพิธีแล้วเพคะ....”

หัตถ์แกร่งบีบข้อพระกรเบา... และปล่อยออกโดยไม่ต้องกราบทูลซ้ำ   ขณะที่พักตร์งามหันกลับมายังท้องพระโรงในทันที  ไอร้อนวูบวาบอย่างไม่มีสาเหตุทำให้พระองค์แทบไม่ได้ยินกระแสรับสั่งระหว่างฝ่าบาทและองค์รัชทายาทที่ทำให้ข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดบัลลังก์แท่นประทับต่างพากันอมยิ้ม ซ่อนความปีติเอาไว้ไม่มิด

 “ดู ๆ แล้วพ่อว่า...หลานชายตัวน้อยของพ่อในอนาคต  ก็อยากให้เจ้ากับองค์หญิงเข้าพิธีกันเร็ว ๆ นะ”

“องค์หญิงยังเยาว์วัยนัก ”  รับสั่งกระซิบเบาพอให้ได้ยินกันตามประสาพ่อลูก  หากองค์เหนือหัวแห่งโชซอนสรวลดังลั่นเมื่อได้ยินคำกราบทูลของพระโอรส   พระพักตร์ที่ประดับด้วยรอยแย้มสรวลกว้างส่ายเล็กน้อย  ก่อนตรัสด้วยสุรเสียงแกมขบขัน

“เจ้านี่ลูกใครนะ  ปากช่างไม่ตรงกับใจเสียเลย  ”  

องค์รัชทายาททอดถอนพระทัย  พระพักตร์คมคร้ามเรียบเฉย  แม้ว่าพระเนตรสีนิลจะระยิบระยับมากเพียงใดก็ตาม   แนวพระโอษฐ์สีอ่อนแย้มสรวล  ก่อนลอบมองวรกายเล็กบางที่นั่งก้มพักตร์งุด...  พระปรางและพระกรรณแดงจัดอยู่เคียงข้าง 

“เดี๋ยวเสียฤกษ์หมดนะเพคะ ฝ่าบาท” สมเด็จพระราชินีท้วงขึ้น  “... ส่วนเรื่องพระนัดดา...หม่อมฉันว่า กลับมาครั้งนี้ องค์รัชทายาทคงเร่งนำมาถวายให้เป็นของขวัญกับราชวงศ์โชซอนในไม่นานนี้แน่เพคะ   จริงไหม องค์หญิง” 

“พะ...เพคะ”

องค์หญิงผู้ถูกพาดพิงขยับพระองค์อย่างงุนงง พระพักตร์แดงจัดเอียงไปยังสมเด็จพระราชินีด้วยความเลิ่กลั่กเพราะไม่ได้ฟังบทสนทนาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย จนสุรเสียงอ่อนหวานรับสั่งย้ำ

“องค์หญิงก็จะพยายามเช่นกันใช่ไหมจ๊ะ”

พระขนงได้รูปขมวดยุ่ง ...พระเนตรเรียวเล็กมองไปทางฮวางซังกุงผู้ใกล้ชิดเพื่อถามถึงกระแสรับสั่งก่อนหน้านี้

ซังกุงอภิบาลยิ้มกว้าง... ก่อนเอียงหน้ามากระซิบเบา

ทูลว่าจะทรงพยายามสิเพคะ

แม้จะยังไม่เข้าพระทัยในสถานการณ์นัก... หากด้วยความที่เชื่อพระทัยในคนสนิท  จึงกราบทูลพระราชินีไปด้วยสุรเสียงมั่นคง  ย้ำหนัก

“เพคะ...หม่อมฉันจะพยายามเพคะ”

หารู้ไม่ว่า  รับสั่งนั้น ทำให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ตลอดอย่างองค์ชายรัชทายาทต้องส่ายพระพักตร์ด้วยความอ่อนพระทัยแกมขบขันอยู่ไม่น้อย

องค์หญิงแพคฮยอน....

ช่างไม่รู้อะไรเสียเลย ว่าตอบรับออกไปเช่นนั้น จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

พระโอษฐ์แย้มน้อย ๆ ขณะทอดพระเนตรดวงพักตร์หวานของพระชายาที่อภิเษกกันมาถึงสามปีแล้ว

คู่ชีวิต... ที่ทรงเฝ้ามองมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กนิดเดียว

ไม่รู้บ้างเลยว่า นับตั้งแต่นี้ต่อไป นางจะเป็นเด็กผู้ไม่รู้ประสีประสาอะไรเลยเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว

 

 

|

 

พิธีแต่งตั้งผ่านไปอย่างเรียบร้อย   วรกายสูงใหญ่อยู่ในฉลองพระองค์พิธีการเต็มยศ ผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งแห่งราชวงศ์ต้องทรงเครื่องประดับพระยศหนัก  ยิ่งใหญ่  เพื่อให้รู้ว่าตำแหน่งเหล่านี้หาใช่มีขึ้นมาได้ง่าย .... ผู้ที่อยู่เหนือประชาชนแห่งโชซอนต้องช่วยแบ่งเบา และรับภาระของแผ่นดิน  ใช่เห็นแต่ความสบายส่วนตน  เอาแต่หลงใหลในพระราชอำนาจ มิเหลือบมองรากหญ้าที่ยึดผืนดินให้เป็นเป็นแผ่นเดียวกัน

เช่นเดียวกับเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์  องค์หญิงรัชทายาทเสด็จเข้าเฝ้าองค์ชายชานยอลเป็นลำดับสุดท้ายตามความอาวุโส  และถวายคำนับอ่อนหวาน  นุ่มนวล  พระเศียรก้มต่ำ   แม้โดยฐานะองค์หญิงพระชายา ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งพระราชินีในอนาคตจะมีพระยศที่สูงกว่า  แต่ด้วยฐานันดรที่แท้จริง  องค์หญิงแพคฮยอนทราบดีว่า ตนเองนั้นเป็นเพียงแค่ลูกขุนนางธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น  หาเทียบได้กับอดีตองค์รัชทายาท ผู้ที่ประสูติมาเหนือบัลลังก์พระอาทิตย์

หากทรงทราบดีเช่นกัน ว่าทุกสถานภาพที่เปลี่ยนไป ล้วนแล้วแต่เป็นบัญชาแห่งสวรรค์ [i]

            “ทรงพระเจริญเพคะ... องค์ชายชานยอล”

            “ขอบพระทัย องค์หญิง.... ” สุรเสียงทุ้มต่ำตรัสนุ่มนวล  แผ่วเบา “องค์หญิงพระชายา” 

องค์หญิงพระชายาทอดพระเนตรพักตร์เรียบ  นิ่ง...แล้วทรงสะดุดพระทัยอยู่ไม่น้อย

            “ยิ้มหน่อยสิเพคะ... กังวล หรือว่าเหนื่อยเพคะ”

            กระแสรับสั่งนุ่มนวลด้วยความห่วงใย ทำให้องค์ชายชานยอลแย้มพระโอษฐ์บาง   องค์หญิงแพคฮยอนทรงตระหนักมาตลอดว่ารอยแย้มสรวลขององค์ชาย งดงาม มาก  หากพระเนตรกลมโต กลับเหมือนถูกหล่อเลี้ยงด้วยความเศร้าสร้อยมาเนิ่นนาน

            กระทั่งตอนนี้... ยามที่เงยพระพักตร์สบพระเนตรสวย  พระองค์ก็ทรงพบกับความเศร้าหมอง

            แม้ว่าสุรเสียงต่อมาจะสดใสขึ้น ไม่ต่างจาก ท่านพี่ชานยอล คนเดิมของพระองค์ก็ตาม

            “ยังไม่ชินนัก ... พิธีการยาวนาน  เสื้อผ้าเครื่องประดับหนัก... แถมสมุหพระราชพิธียังกล่าวรายงานนาน... หม่อมฉันแทบหลับคาพิธี”  

            รับสั่งนั้นทำให้ทรงพระสรวลดัง  ทรงปรารถนาที่จะได้พบปะสนทนากับ ท่านพี่ เฉกเช่นในอดีต  ทว่าสิ่งที่ทำได้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา คงเป็นเพียงการพบปะ  ทักทายไม่กี่ครั้งระหว่างทางเสด็จในพระราชวังหลวง  ไม่ทันแม้แต่จะไถ่ถามความเป็นไป และสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่พระองค์เสด็จเข้าวังในฐานะองค์หญิงรัชทายาท   ฮวางซังกุงจำเป็นจะต้อง สะกิด เรียกพระองค์ให้เสด็จดำเนินไปยังที่ ๆ ทรงตั้งพระทัยไว้ทุกครั้ง

            เช่นเดียวกับครั้งนี้

            เสด็จต่อเถอะเพคะ

            องค์หญิงแพคฮยอนทราบนัยยะในประโยคนี้ดี ...

หากยังไม่เสด็จต่อ และยังสนทนากันต่อไปเช่นนี้...เกรงว่าจะ ไม่งาม

            “หม่อมฉันคงต้องทูลลาแล้วเพคะ”  รับสั่งแล้วจึงค่อยก้มพระเศียรถวายคำนับ เพื่อกราบทูลลาองค์ชายชานยอล 

            องค์ชายทรงแย้มพระโอษฐ์เย็น    ประกายวิบวับในพระเนตรทำให้องค์หญิงทอดพระเนตรอย่างสนใจ ก่อนยินเสียงฮัมเพลงในพระศอแผ่วเบา...ราวกับต้องการได้ยินเพียงแค่สองพระองค์          

            ท่วงทำนอง...ที่คุ้นพระทัย

            เพลงใบไม้ครวญ   ดั่งคำสัญญา  ที่ตราตรึงอยู่ในพระทัยตลอดมา

 

เมื่อใดที่ยินเพลงใบไม้

เมื่อนั้น... จงรู้ว่ามีคนส่งมาให้เจ้า

เพราะสายลมกำลังพัดพาความคิดถึงไปให้เจ้าฟัง

 

            พระโอษฐ์ขยับขึ้นลงไร้เสียง หากยินชัด

แล้วเจอกัน  องค์หญิงน้อย

 

|

 

[1]ระบบความคิดขงจื้อใหม่อธิบายว่า การเกิด หรือสถานภาพของคนถูกกำหนดโดยบัญชาแห่งสวรรค์ ดังนั้นหน้าที่ที่แต่ละคนได้รับจึงแตกต่างกันตามบัญชา (เช่น ผู้ปกครอง และผู้อยู่ใต้ปกครอง) ดังนั้นความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงลิขิตต่าง ๆ จึงถือว่าผิดต่อระเบียบสังคมและขัดต่อบัญชาสวรรค์ด้วย  หน้า  ๒๐๗ หนังสือ ประวัติศาสตร์เกาหลี  จากยุคเผ่าพันธุ์ถึงยุคสาธารณรัฐใหม่ โดย ไพบูลย์ ปีตะเสน

  

 
:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #498 BewithM0M0 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 12:37
    ฟิคเรื่องนี้ภาษาสวยมากจริงๆค่ะ ละเอียดละเมียดละไมมากๆ เราอยากจะกราบ ฮือ
    #498
    0
  2. #436 namilee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 12:15
    อยากให้ทรงเข้าหอกันเร็วๆอิอิ ซึนกันทั้งคู่เลยนะเพคะ *___*
    #436
    0
  3. #379 lavani (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 22:50
     (;¬ω¬) แอบขำในความไม่ประสีประสาของเซจาบิน
    จะพยายามของนาง ตอบแบบซื่อๆ  น่ารักดีน่ะ.. 
    55555555555555555 จิกหมอนเหอะ 
     
    / จริงๆแล้ว ก็สงสารท่านชานยอลจริงๆนั่นเเหละ
    บางทีถ้าเป็นอย่างเมื่อก่อน อาจจะมีความสุขกว่านี้หรือเปล่าน่ะ
    #379
    0
  4. #348 uuika (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 20:08
    ตอนนี้มีทั้งมุ้งมิ้งแล้วความเศร้า...
    พฮือออออออออออ
    ให้เลือกก็เลือไม่ได้อ่ะ
    จงอิน... หรือ... ชานยอล
    #348
    0
  5. #259 รับผ่าหมาออกจากปาก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 21:37

    องค์หญิงเหมือนตกอยู่ในภวังค์เลยสินะ..


    เวลาอยู่กับองค์ชายจงอินอ่ะ


    (ถ้าไม่นับเวลาทะเลาะกันน่ะนะ..)


    -/////- 


    หลุดขำ..ตอนที่บรรยายว่าองค์ชายจงอิน


    ฝึกด้านทหารน่ะ..๕๕๕๕ 


    เหมือนจะแซะ? หืมมมม... แหม่


     


    ถ้าท่านปาร์คชานยอลพูดซะขนาดนี้.


    จะไม่ยอมสูญเสียองค์หญิง..


    ต่อจากนี้คงสนุกแล้วสินะ..

    การแย่งชิงนางน่ะ ! (เริ่มจิต๕๕)


    เอาซี่ !!!! 

    #259
    0
  6. #212 Windy Boy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 18:44
    ฉากซับพระโลหิตในท้องพระโรงนี่ฟินระดับแม็กซิมัมค่ะ ฮอลลลลลล น่ารักจังเลย ค่อยๆ รักค่อยๆ เรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้วสินะ
    ตอนองค์ชายบอก "แผลเล็กน้อย อย่าใส่ใจ" แล้วองค์หญิงก็ตอบกลับว่า "ทีหม่อมฉันถูกเข็มตำนิดเดียว ยังทรงให้หาพระโอสถมาทาเลยไม่ใช่เหรอเพคะ" คือน้องกำลังจะบอกว่าน้องก็อยากดูแลเสด็จพี่นะเพคะอะไรอย่างงี้ โอ๊ยยยยย องค์ชายเอ๊ยยยยยยย และประโยคแสดงความเป็นห่วงขององค์หญิงได้ทำให้องค์ชายเรียนรู้ว่าองค์หญิงลิงน้อยนั่นโตมากกว่าเมื่อก่อนแล้ว ละประโยคต่อมาที่ว่า "ได...หากเซจาบินทรงต้องการเช่นนั้น" << คือตัวบิดเขินเป็นเลขแปด ตอนแรกก็ทำเป็นเล่นตัวบอกว่าอย่าใส่ใจไปงั้นแหละน่า สุดท้ายก็แพ้องค์หญิง ยอมให้เขาดูแลซะดีๆ โอ๊ยยยยย เขินจังงงงง ต่อมาขอบคุณเรื่องผ้า ช่วงนี้เรารู้สึกรักองค์ชายมากๆ แบบว่าไม่คาดคั้นถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมบอก แต่ให้เวลาถ้าอยากบอกนางคงบอกเอง โอ๊ยยยย หล่อสุดๆ องค์ชายมีวุฒิภาวะสูงกว่าวัย ชอบค่ะะะะะ แล้วอะไรคือเซจาบินไม่ได้ฟังคำถามเรื่องพระนัดดาแต่กลับตอบตามฮวางวังกุง กรี๊ดดดดดดด องค์หญิงคือใสมากจริงๆ น่ารักน่าทะนุถนอมมาก ฮือออออ แอบสงสารนางนะที่อายุก็สิบห้าแล้วแต่ระดูแรกยังไม่มาเลย หม่อมพี่เอาใจช่วยนะคะองค์หญิง กินยาบำรุงเยอะๆ เรื่องนี้ไม่อยากให้ใครรู้เลย โดยเฉพาะองค์ชายชานยอล ไม่รู้ว่าองค์ชายชานยอลแท้จริงแล้วเป็นคนอย่างไร ถ้าเกิดรู้ความลับกลัวราชบัลบังก์จะสั่นคลอน แอบฟินตอนที่องค์หญิงกังวลว่าจะมีลูกไม่ได้ นางไม่ได้กลัวว่าจะถูกไล่ออกจากวังหรอก จริงๆ นางรักองค์ชายใช่มะะะะะ กรี๊ดดดดดดดดดด
    #212
    0
  7. #167 fatipa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 12:22
    ฮวางซังกุงน่ารักมากๆเลย อ่านไปยิ้มไป แต่ช่วงหลังๆเศร้าไปนะคะ เศร้าแทนแบคเลย เหงาล่ะสิ T^T
    #167
    0
  8. #147 BB_Yok (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 18:10
    ง๊ะ นุ้งแบค ยืมมดลูกเค้าก่อนก็ได้นะ 555 (ล้อเล่นนะจ๊ะ)

    เราชอบภาษาของไรท์มากมายอะ มันสวยงามมาก
    อ่านแล้วให้อารมณ์เหมือนอยู่ในเรื่องด้วยเลยอะ
    #147
    0
  9. #105 luvnats (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 23:02
    น้ำตาไหลให้กับตอนนี้

    น้ำตาไหลให้กับความทุกข์ที่ชานยอลประสบ
    แม้ปากจะบอกว่าชิน แต่กว่าชินจนพูดออกมาได้
    มันต้องทรมานทั้งร่างกายและความรู้สึกขนาดไหนกันนะ

    ไม่อยากเห็นนัยน์ตาเศร้าๆของชานยอลแล้ว
    แต่...สิ่งที่กลัวจะสูญเสียก็อาจจะต้องสูญเสียไปตลอดกาล



    #105
    0
  10. #102 [K3] (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 20:48
    แวะมาแปะเม้นท์ แต่มันขึ้นไม่ครบบบบบบ T[]T โฮวววววววววว
    #102
    0
  11. #101 [K3] (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 20:47
    เอาจริงๆว่าตอนแรกแอบงงว่าใครคุยกับใคร แต่พออ่านไปเรื่อยๆ อ่อออ พ่อแม่ของแบคสินะ

    เรียกว่าพ่อแม่เพราะลำดับญาติไม่ถูก 5555555 < ห่างหายจากการคอมเม้นท์ราชาศัพท์ไปนาน ได้โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ

    ตอนแรกๆเหมือนจะแอบตึงๆเบาๆนะ แต่สุดท้าย แค่มีชื่อของแบคฮยอน ก็หายตึงทันที

    เป็นคนที่คอยเบรคเรื่องเครียด การเมือง หรือเรื่องต่างๆจริงๆ ...รู้สึกแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่านเลย

    แล้วก็เข้าใจที่แม่เป็นห่วงเลยจริงๆ เห็นภาพมาก นึกถึงตอนที่แบคชอบซน เอาชุดซังกุงมาใส่แล้ววิ่งหนี คือไม่แปลกใจนะที่แม่จะเป็นห่วงมากจริงๆ

    คือเป็นลูกสาวก็น่าเป็นห่วงอยู่แล้วนะ แต่เป็นลูกสาวแบบแบคนี่ โคตรน่าห่วงเลย! 555555555



    องค์หญิงแพคฮยอนจึงลอบทอดพระเนตรวรกายสูงใหญ่ในฉลองพระองค์กำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขององค์รัชทายาท

    ^ อ่านถึงประโยคนี้แล้วก็ได้แต่นึกว่าท้องพระโรงจะมีสปอต์ไลท์สำหรับองค์รัชทายาทของเค้าไหม?

    กลัวคนอื่นจะนึกว่าเสื้อลอยได้ กร๊ากกกกกกก โอเค เลิกล้อก่อนจะโดนจับไปเผา 5555555



    ไรพระมัสสุเขียวครึ้ม < เกือบจะงง แต่ปะติดปะต่อเอาจากคำว่าไร และเขียวครึ้ม 5555 เลยพอจะรู้ว่าอยู่ส่วนไหนบนในหบ้า โดยไม่ต้องพึ่งอากู๋

    กำลังกรี๊ดดีใจว่าสกิลภาษาเริ่มมาขึ้นเรื่อยๆ แต่พอมาเจอพระหนุ เปิดอีกหน้าแล้วถามอากู๋เลออออ T3T ลงฟิคแล้วขึ้นซับให้เก๊าด้วยนะ~

    แต่ถ้าอ่านเรื่องนี้จนจบหนูคงบรรลุแล้วจริงๆ ฮ่าาาาาาาาาา

    และการที่แบคเป็นห่วงเป็นใยจงอินแบบนี้ หนูอ่านไปยิ้มไปเลยเถอะ น่ารักอ่ะพี่นิ่มมมมมม น่ารักกกกกก!

    คือแค่ถามถึงแผลหนูก็ปริ่มแล้วนะ ปกติทะเลาะกันตลอดไง2คนนี้ นานๆทีมา แค่ถามเล็กๆน้อยๆหนูก็ปริ่มมากแล้ว

    แล้วนี่มีซับเลือดให้อีกด้วย กรี๊ดดดดดดดดด *ฟินตัวระเบิด*



    ว่าแต่.. คร้ามแดดแล้ว คร้ามแดดอีกนะคะองค์รัชทายาท = = มัวแต่ฝึกทหารด้วยตัวเอง เดี๋ยวโดนสอยพระชายาไปไม่รู้ด้วยนะ!

    (พยายามจะไม่แซะพระเอกของเรื่อง แต่ไม่รู้ทำไม ไม่เคยอดใจได้สักที 55555

    บางทีเค้าอาจจะไม่มีชีวิตอยู่รออ่านฟิคเรื่องนี้จนจบป่ะ โดนอุ้มไปฆ่าซะก่อน ข้อหากบฏ อะไรแบบนี้ 555555555555)



    แล้วอะไรคือจะพยายามเพคะ! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

    โดนฮวางซังกุงเอาคืนแล้วสินะองค์หญิง แต่เค้าฟินมากกกกกกก มากกกกกกกกกกกกก



    เอาจริงๆ เค้าก็แอบสงสารท่านพี่ชานยอลนะพี่นิ่ม คือมาก่อนอ่ะ เจอก่อน แอบชอบก่อน

    แล้วตำแหน่งที่ทำให้จงอินได้คู่กับแบค แต่เดิมแล้วก็เป็นของชานยอลมาก่อนด้วย

    บทของชานยอลนี่ให้ความรู้สึกว่า อะไรที่ไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่จริงๆค่ะ

    แต่ตอนที่ชานยอลฮัมเพลงใบไม้ครวญ นี่ขนาดหนูไม่ได้เมนชาน หนูยังแทบจะเลื่อยบัลลังก์องค์รัชทายาทให้เลยเหอะพี่นิ่ม

    คือแบบ พูดไม่ถูกอ่ะ แต่เศร้า T T สงสารท่านพี่ชานยอล โฮฮฮฮ



    หากจะให้เป็นดอกไม้... นางคงเหมาะกับมูกูงฮวามากที่สุดกระมัง

    มองผ่านช่างบอบบาง หากแท้จริงแล้ว กลับทนทาน และ ไม่หวั่นไหวกับสิ่งใด

    ^ เป็นฉากที่ชอบมากที่สุดในพาร์ทนี้เลย เหมือนจะสั้นๆ ไม่ได้มีอะไรมาก แต่จริงๆมันมีอะไรกว่าที่เห็น

    เป็นฉากที่ทำให้เข้าใจ จงอิน กับ แบคมากขึ้นกว่าเดิมอีกนิดเลยจริงๆ

    ส่วนเรื่องภาษา คงไม่ต้องพูดถึง ระดับคุณครูภาษาไทย ไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว >
    #101
    0
  12. #80 Renoir92 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 00:38
    โฮฮฮ กว่าจะมีเวลามาอ่านเราแทบลงแดงตาย 555555

    ที่พ่อกับแม่แบคฮยอนคุยกันรู้สึกเหมือนปมจะมีเยอะกว่าที่เราคิด ตอนนี้ก็ยังเดาทางไม่ถูกว่าชานยอลจะมาดีหรือร้ายยังไง

    ลุ้นว่าจะมีปมวุ่นๆโผล่มาตอนไหน ตอนนี้ยังให้ความรู้สึกว่ามันยังซอฟท์ๆอยู่ อีกนานกว่าจะถึงไคลแมกซ์

    แต่เราก็เตรียมใจรับทุกอย่างละแหละ T_T อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ฮือออ 5555



    ตอนนี้แบบสวีทอะะะ เขินอะะะ แงงงงงงงง

    อ่านไปเรื่อยๆก็เริ่มรู้สึกว่าตัวละครจะค่อยๆโตขึ้น แอบใจหาย

    เพราะกลางๆเรื่องเราว่ามันต้องเครียดแน่ๆเลย โฮฮ แต่เราชอบ 55555

    ฝ่าบาทกับพระมเหสียุองค์ชายบ่อยๆนะคะ อยากเห็นหลานค่ะ อยากให้ถึงตอนเข้าห้องหอเร็วๆจัง 55555555

    อยากเห็นองค์หญิงแพคฮยอนเขินจนตัวแตกโบ้มไปเลย อิอิ



    แล้วท่านพี่ชานยอลก็กลับมาเรียกคะแนนอีกแล้ววววว โอยอะไรกันนนนน ทำไมเขินนนน โง้ยยยย

    เพลงใบไม้ครวญเนี่ย คือเป็นอะไรที่พิเศษมากจริงๆ มันเป็นบทเพลงของสองคนนี้

    ดูมีความหมายและเต็มไปด้วยความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย แต่ก็ให้ความรู้สึกเศร้าเหมือนชื่อเพลงเลย .. TvT

    โถ อายุ 15 ก็มาเป็นสาวรำวง .. ไม่ใช่ละ ! อายุ 15 ยังไม่มีประจำเดือนเลยยย ถึงว่ายังเข้าหอไม่ได้

    ร่างกายอ่อนแอสินะองค์หญิง หรือฮอร์โมนเพศชายมันเยอะ ถึงได้ปีนต้นไม้แทนที่ประจำเดือนจะมา(?) #ตรรกะอะไรของแก

    5555555555



    อ่านถึงประโยคสุดท้ายแล้วขอกรี๊ดยาวๆได้มั้ยคะ T_T

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    โอย อะไรรรรรร อะไรรรรรรรรรรรรรร เสียไปไม่ได้เลยหรืออออออออองค์ชายยยยยย

    ที่คิดไว้ว่าคงจะเป็นคนดีนี่เริ่มยากแล้วล่ะ องค์ชายจงอินสั่นคลอนแล้วนะเพคะ พี่ชานบอกว่าจะไม่ยอมเสียองค์หญิงไปปปปป

    โฮฮฮฮฮฮฮ ฟินดีมั้ย ฟินก็ได้ องค์ชายจงอินล่ะ ? แงงงงงงงงงง #เม้นนี้มีแต่กรีดร้อง



    แทบจะอดใจรอศุกร์ต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะะะะะะ 5555555
    #80
    0
  13. #79 bam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 22:34
    กรี๊ดองค์ชายชานยอล

    ประโยคสุดท้าย ปลุกความเป็นชานแบคชิปเปอร์ จากเชียร์ไค ตอนนี้อยากได้ชานแบค

    2สิ่งที่ข้าสูญเสียไปไม่ได้ T^T สงสารองค์ชายเบาๆ# มันเป็นไคแบคนะองค์ชาย

    เป็นฟิคที่ละมุนนะเราว่า ภาษาก็สวย ดำเนินเรื่องก็ดี ชอบเรื่องนี้มากคะ ติดตามๆ
    #79
    0
  14. #77 miikii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 21:52
    หนุกมาก แต่งดีมากก #เลิศคะ

    ท้องเถอะแบค รีดอยากอุ้มหลานเหมือนกัน!!

    ตอนนี้เหมือนทั้งแบคทั้งองค์รัชทายาทใจตรงกัน

    อ่านแล้วแบบ ชอบม๊วาาก มาต่ออีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #77
    0
  15. #76 binspired (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 22:50
    ฉากในท้องพระโรงทำเรากรีดร้องรัวๆจนแสบคอเลยค่ะ แงงงงงงงงงงงง้ เราคิดว่าชอฮาต้องชอบแอบทำตาลึกซึ้งเวลามององค์หญิงแน่ๆ คือเราสัมผัสด้ายยยยยยยย โฮฮฮฮฮฮ แล้วเวลาสองคนนี้จับมือถือแขนแตะเนื้อต้องตัวกันทีไรเราก็ฟินบึ้มๆๆๆๆๆๆๆทุกทีเลยอ่ะค่ะ คือนี่แค่จับมือแตะนิดแตะหน่อย ถ้าเข้าห้องหอกันเมื่อไหร่ช่วยเตรียมเครื่องช่วยหายใจให้เราด้วยค่ะ ;____; ตอนที่แพคฮยอนเห็นแผลแล้วบอกให้จงอินเช็ดเนี่ยเราได้แต่แบบเช็ดให้เลยสิองค์หญิง ไม่ต้องเสียเวลาบอกหรอกยื่นมือไปเช็ดเลยยย แต่ก็พอเข้าใจว่าแพคฮยอนเป็นกุลสตรี(ที่ปืนต้นไม้)จะทำแบบนั้นไม่ได้ ต้องบอกขอประทานอภัยเพคะก่อน ตอนนั้นเราร้อง เยส! เลยค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕ แล้วพอจงอินขอบคุณเรื่องผ้า เราก็กำหมัดกรี๊ดยาวเลยค่ะ >_______________< คือไม่คิดว่าองค์ชายปากหนักจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูด แถมยังมีแอบหยอด(ตามสไตล์ชายชาติทหาร)ได้น่ารักน่าหยิกอีกด้วย ฮือออออออออ

    ทำไมเราชอบที่แพคฮยอนกังวลเรื่องที่ตัวเองไม่สามารถมีลูกให้องค์ชายได้ก็ไม่รู้ คือเราว่ามันน่ารักอ่ะค่ะ แฮ่ อยากจะไปตบบ่า(?)องค์หญิงแล้วปลอบมากเลยค่ะว่าไม่ต้องกังวลขนาดนั้น เพราะด้วยรูปร่างสรีระภายนอกแล้วองค์หญิงดูไม่พร้อมที่จะมีจริงๆค่ะ คือยังทะโมนเป็นลิงปืนต้นไม้อยู่เลย ๕๕๕๕๕๕๕ แล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนไล่ออกจากวังด้วยเพราะอย่างน้อยก็มีคนนึงล่ะที่ไม่ยอม นี่ขนาดยังไม่สัมพันธ์กันลึกซึ้งยังดูชอบพอองค์หญิงขนาดนี้ เราว่าพอข้ามขั้นนั้นกันไปแล้วองค์ชายจงอินต้องอ้อนเมียมากกกกกแน่ๆเลยค่ะ เอิ้กกกกกกกกกกก

    ส่วนเรื่องชานยอลยิ่งอ่านเรายิ่งกังวลค่ะ คือเหมือนชานยอลมีอาวุธเป็นความน่าสงสารคอยทำให้แพคฮยอนใจอ่อนตลอด ยิ่งประโยคสุดท้ายที่แอบสื่อสารกันเรายิ่งกลัวมากเลยค่ะ กลัวว่าวันนึงความใจอ่อนขององค์หญิงจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น กลัวจะถูกหลอกใช้ความเขื่อใจ ความเคารพบูชาที่มีให้ชานยอลอย่างบริสุทธิ์ใจมากจริงๆ ชอฮาต้องปกป้ององค์หญิงแล้วก็ต้องเชื่อใจองค์หญิงนะ ;__;

    อยากบอกว่าอย่างนึงที่เราชอบในเรื่องนี้คือเวลาคุณคนเขียนบรรยายถึงสายตาของชอฮาเวลามององค์หญิงค่ะ คงเพราะเป็นคนปากหนักอย่างกับเอาหินมาถ่วง ดวงตาก็เลยต้องรับหน้าที่แสดงความรู้สึกแทน และภาพมันจะลอยมาทุกครั้งเลยค่ะ ตาคมๆ หน้าดุๆ แต่สายตาอ่อนโยนกับองค์หญิงเสมอ >_________< ขอบคุณสำหรับของขวัญสุดสัปดาห์นะคะ #76
    0
  16. #75 ShawolBB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 22:24
    ระเบิด มีแต่ระเบิด เต็มไปด้วยระเบิด ระเบิดในท้องพระโรง จะฟินก็ฟินค่ะจะหน่วงมันก็ใช่

    ท่านพี่ชานยอลจับมือเราไว้สิ จับมือเราไว้ แล้วเดินกลับเข้าป่าไปพร้อมเรานะ #วิ่งหนีแม่ๆชานยอล

    นั่งอินมาก องค์อินทร์คือชวนเขิน ยังอยากให้เค้าชวนองค์หญิงเขินอยู่บ่อยๆ มันแบบยังไง มุมิอะ ทุกวันนี้คำนิยามมันคือมุ้งมิ้ง

    ซับเลือดคืออะไรที่นั่งกอดหมอนอ่านแล้วทุบตีอิคิตติ้หน้าบุบหน้าบี้ -_____- มันมาอะเห้ยก็ตรงสบตาเนี่ยแหละ

    แล้วกำลังฟิน พูดถึงเรื่องทายาทนี่ก็มโนถึงวันนั้นที่รอคอย(วันที่เค้าพร้อมมมมมวันนั้นแหละ คิดถึงแสงเทียนยังเขินอะ)

    อยู่ๆพี่ชานยอลก็มาปล่อยระเบิดลงหัว ฮึมฮัมอะไรแล้วส่งสายตาบอกนัยๆว่าแล้วเจอกัน

    อะโหววววว นี่เชียร์องค์อินทร์อยู่ถึงกับสะท้าน(สะท้านมันควีโยมิ = =' #ไม่ใช่ละ) ชวนองค์หญิงหวั่นไหวละเกิ้น

    มีใจให้กันแล้วเหวยๆ ไม่งั้นไม่ห่วงหรอกชิมะพยอน เรารู้นะว่าเธอแอบหึง เธอหวั่นไหว ฉันรู้ ฉันสัมผัสได้!!

    แล้วตอนจบเหมือนโดนคำพูดพี่ชานแทงอก ขีปนาวุธหล่นลงตรงกลางพื้นห้อง ตู้ม!

    รออาทิตย์หน้าใจจดจ่อ เข้มข้นขึ้นทุกทียาสตรีของแพคฮยอน #อะไร #ตบมันค่ะฮวางซังกุง 



    จริงๆเม้นนี้จะไม่เวิ่น แต่เปิดทวีตแล้วเวิ่นเลย มันก็ดูเหมือนมันกรีดร้องใส่ฟิค แลดูไม่ค่อยมีสาระอะไร

    แต่เค้าตั้งใจอ่านนะเออ แม้จะเวิ่นเว้อเยิ่นเยอะไร้สาระมาก แต่นั่นก็ชอบมากเหมือนกัน

    คนเขียนฟิคคนหนึ่งในมุมเล็กๆรู้ดีว่าคนที่เขียนฟิคเหมือนกันนั้นต้องการสิ่งใด :)))



    ตอนหน้าจะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นอีกไหม???? 





    #75
    0
  17. #74 ppyoy. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 22:24
    อ่านตอนนี้รู้สึกเหมือนดูละครพีเรียดเกาหลีเลยจริงๆ แล้วก็เป็นหนังที่มีหลายมุมมาก
    ตอนแรกซีเรียสตามแม่ของแพคฮยอนไปด้วย ที่กังวลนี่มาจากที่องค์ายยองอันกลับมาเหรอคะ
    แสดงว่ามันต้องมีอะไรซับซ้อนกว่าแค่ตำแหน่งบัลลังก์รัชทายาทโดนสั่น เพราะอย่างว่าขุนนางกลายเป็นมีสองฝั่งแล้ว
    สงสารองค์หญิงแพคฮยอนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลย แต่โดนจ้องทำร้ายจากหลายทางเหมือนกัน
    ไหนจะเรื่องเป็นพระชายาขององค์รัชทายาท 'องค์ปัจจุบัน' ที่มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยน แล้วยังเรื่องสรีระสุขภาพที่ไม่พร้อม TT
    สงสารองค์หญิงมากจริงๆ ถึงจะแอบอิจฉาอยู่หลายตอนเหมือนกัน ฮาาาาาาาาาาาา

    กรี๊ดองค์รัชทายาทกับพระชายาก่อน ตอนนี้แอบมีหวานให้ฟินอีกแล้วว งืออออ อยากเป็นเสา เป็นม่าน เป็นผ้า เป็นอะไรก็ได้
    ถ้าให้ดีอยากเป็นผ้าซับกระพักต์เหลือเกิน แอร้ #ผิด ตอนซับพระโลหิตออกให้คือละมุนมากกกกกกกกกกกกกกก
    องค์หญิงน่ารักมากๆ องค์ชายคือซึนสุด แหม อยากจะฟาด ๕๕๕๕ แอบเนียนจับมือเค้าด้วยนะแหม่
    รู้นะว่าคิดอะไรอยู่เรื่องพระนัดดา ฮั่นแน๊ ~ รอไปก่อนนะเพคะ หึหึหึหึหึหึหึหึหึหึ

    ต่อไปกรี๊ดเจ้าของงานวันนี้ องค์ชายยองอันนนนนนน โอโหหหหห คนนี้ คิดถึงสุดๆ แต่ออกมาทุกครั้งคือทำกรี๊ดแบบสุดๆ
    อ่านไปกัดเล็บไป ทำไมละมุนแบบนี้เพคะ ฮอลลลล TTTTTTTTTTT หวั่นไหว *ยกมือทาบอก*
    โถ่ฮวางซังกุงคือขัดความฟิน โถ่ แต่เอาเถอะเล็กๆน้อยก็กรี๊ดดดด ท่านพี่คือหล่อทุกประโยค
    ยิ่งกว่าศิลปินพูดมีคอนเพคะ พูดประโยคไหนน้องกรี๊ดหมด U - U #หือ?
    โดยเฉพาะตอนท้าย สองสิ่งที่ไม่ต้องการสูญเสีย สตรีสองนาง ท่านแม่กับ 'เจ้า' แงงงงงงงงงง แก้มแตก
    ท่านพี่คือหล่อออออออ T - T องค์หญิงเพคะ เราเป็นฮวางซังกุงเราก็กังวล คือรู้ว่าองค์หญิงบริสุทธิ์ใจ
    แต่น้ำซัดหินทุกวันหินมันยังกร่อน แล้วรู้จักกันาก่อนหน้านี้ไม่หวั่นไหวก็คงยาก
    ถึงสั่งใจไม่ได้ว่าองค์หญิงต้องรักองค์รัชทายาท แต่ตามตำแหน่งพระชายามันก็...เนอะ... ; - ;
    แต่ก็สงสารองค์หญิงอยู่ดี เพราะอยู่ในวังก็เหงา ไม่มีเพื่อนคุย พอจะคุยกับคนที่สนิทก็ดันได้แค่แปปเดียว

    รออ่านตอนต่อไปนะคะ เราจะมารอองค์อินทร์ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ #ไม่ใช่
    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ เย่! :^D
    #74
    0
  18. #73 whoever (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 21:41
    ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้ก็ยังคงงดงามเสมอ ขอบคุณที่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมานะ ชอบมากเลย

    เป็นกำลังใจให้เรื่อยๆค่ะ :D
    #73
    0