[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 7 : *** ตอนที่ ๔ บุษบาแรกแย้ม {๒} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 ม.ค. 57

ตอนที่ ๔ บุษบาแรกแย้ม (๒)

|

กลีบกลิ่นหวานหอม  

จรุงกำจาย...อบอวลฤทัย

แม้กาลผ่านเลย....ยังโหยคะนึง..

มิรู้ลืมเลือน

 

สายพระเนตรทอดยาวไปตามขบวนเสด็จขององค์หญิงรัชทายาทอันรวดเร็ว ...ฉับไวเหมือนพระทัยร้อน ๆ ที่พระองค์ทรงคุ้นเคย แม้ว่าจะกราบทูลลาสมเด็จพระราชินีออกมาจากพระตำหนักอยู่ครู่ใหญ่แล้วก็ตาม...หากวรกายสูงใหญ่ ที่มีราชองครักษ์คู่พระทัยอยู่เคียงข้างกลับประทับยืนอยู่ข้างพระตำหนักเนิ่นนาน  กระทั่งพบว่าเจ้าของพักตร์สดใสประดับด้วยรอยแย้มสรวลละไมหวานเคลื่อนออกมาจากพระตำหนัก... พร้อมกับประคองหีบไม้ที่ทรงประทานให้ไว้ในพระหัตถ์....

            “องค์ชาย...”  ชินลอบยิ้มอย่างรู้ทันเมื่อพบกับแนวพระโอษฐ์คลี่บางขณะมองตามขบวนเสร็จขององค์หญิงพระชายาทั้ง ๆ  ที่เสด็จออกมาก่อน... แต่กลับแสร้งชวนเขาสนทนาเรื่องสัพเพเหระอยู่ข้างพระตำหนัก จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะสิ่งใดกระทั่งได้เห็นหัตถ์แกร่งมีผ้าซับพระพักตร์สองผืนขึ้นมาทอดพระเนตร....

            ทรงพิจารณาเปรียบเทียบ...ตั้งแต่เนื้อผ้า  กระทั่งฝีเข็มของทั้งสองผืน  แม้ลวดลายจะไม่เหมือนกันก็ตาม หากการเดินเส้นด้ายกลับดูออกว่ามาจากฝีมือของคนเดียวกัน  ... ผืนแรกเป็นของพระองค์และได้รับประทานจากสมเด็จพระราชินี เป็นผ้าสีน้ำเงินเข้ม ปักลายมังกรด้วยด้ายสีทอง...  ส่วนอีกผืน ทรงเก็บได้จากใต้ต้นไม้เมื่อเช้า... ผ้าสีเหลืองนวล ปักลายดอกไม้สีขาว

องค์ชายรัชทายาทพระสรวลดังก่อนตรัสกับพระองค์เอง

            เจ้านี่มันปากแข็งจริง ๆ องค์หญิงลิงน้อย....

            “ว่าไงชิน”รับสั่งทั้ง ๆ ที่ยังไม่ละสายพระเนตรจากสิ่งที่ทรงจดจ่ออยู่   กระทั่งชินเอ่ยประโยคต่อไป

            “ประทานแค่ชิ้นเดียวหรือกระหม่อม...”

            “หือ?  เจ้าพูดถึงอะไร”

            “พีนยอ.... ปิ่นงาช้างที่ทรงเลือกไว้คราวนั้น.....ก็ตั้งใจจะนำมาให้พระชายาด้วยไม่ใช่หรือกระหม่อม”องครักษ์หนุ่มยิ้มบาง... ก่อนทูลตอบเสียงเรียบ   จนวรกายสูงใหญ่สะดุ้งเล็กน้อย

            “เราเคยพูดหรือไง....ว่าจะเอามาให้องค์หญิงลิงน้อย“

            “อ้อ...นั่นสิกระหม่อม...ฝ่าบาทไม่เคยตรัสเลยสักครั้ง”เขาคล้อยตาม... หากดวงตาระยิบระยับกลับทำให้องค์ชายรู้สึกเหมือนกำลังถูกไล่ต้อน...

และไม่ทันที่พระองค์จะดำรัสสิ่งใดต่อ.... ราชองครักษ์ชินผู้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดมาหลายปีเอ่ยขึ้นคล้ายไม่แน่ใจ...

แต่ทรงมั่นพระทัยว่า ชิน  กำลังลองดีกับพระองค์

“กระหม่อมก็แค่เห็นว่าทรงตั้งพระทัยเลือกผ้าไหมขาวอย่างดีมาทำเป็นโพจากิ.... เลยบังอาจคิดไปเองว่าคงจะนำมาถวายเจ้าของตำหนักขาว....ตามชื่อของนาง”

            ชินพูดยิ้ม ๆ ... ขณะนึกไปถึงหลายวันก่อนที่องค์รัชทายาทมีพระพักตร์เคร่งเครียด และเดินดุ่มไปทั่วกองคาราวานขายสินค้าที่ชายแดนเพื่อตามหาโพจากิ....ผ้าห่อสำหรับพีนยองาช้างที่ทรงได้มาก่อนหน้านี้

            ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย.... เพียงแค่รับสั่งให้ใครสักคนไปหาให้ก็คงทำได้

            หากทรงเลือก...ที่จะสรรหาด้วยพระองค์เอง  กระทั่งปิ่นงาช้างนั่น.. ก็ทรงประทานให้ทหารช่างที่มีฝีมือไปสลักมาถวาย

            “ชิน!....เจ้านี่มัน....”

            “กระหม่อมทูลอะไรพลาดไปหรือเปล่า....”

            “พลาดที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมานี่แหละ” กระแสรับสั่งทุ้มต่ำ  ทรงกัดพระทนต์กรอด... “ของแบบนี้น่ะ...ไม่เหมาะกับนางหรอก”

“อาจ ยัง ไม่เหมาะ” ชินยิ้มกรุ้มกริ่ม “พระชายายังทรงพระเยาว์นัก....”

“ใช่.... เข้าวังมาตั้งนานแล้ว แต่นางยังตัวกระเปี๊ยกเหมือนเดิมเลย”

“อย่าเปรียบเทียบสิกระหม่อม...  พระชายาไม่เหมือนกับกีเซงข้างนอกที่พระองค์เคยพบนะกระหม่อม”

“ชิน.... เจ้าเลิกพูดเรื่องนี้เลย...” พักตร์คมแสดงความไม่สบายพระทัยออกมาผ่านขนงที่ขมวดมุ่น และเนตรสีนิลที่หม่นลง “ครั้งก่อนเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเพราะเรื่องนี้แท้ ๆ ... องค์หญิงนั่นก็ด้วย... เด็กขี้ฟ้อง... ถือว่าเป็นคนโปรดของเสด็จแม่น่ะสิ”

ทรงส่ายพระพักตร์เมื่อนึกถึงเสียงเจื้อยแจ้ว และสีหน้าแววตาสดใสนั่นแล้ว

อยู่กับเสด็จแม่แล้วช่างอ่อนหวานช่างเจรจาดีนัก.... แต่กับข้า....

“ฝ่าบาทก็ทรงทราบแล้วมิใช่หรือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด... พระชายาไม่ได้เป็นผู้กราบทูลเรื่องนั้นเป็นพระองค์แรก”

“แต่นางก็เข้าไปบอกรายละเอียดให้กับเสด็จแม่ไม่ใช่เหรอ  ”

“แต่ก็เป็นสิทธิ์ของพระชายาที่จะนำเรื่องขึ้นกราบทูลนะกระหม่อม... สิทธิในฐานะ พระชายา... ที่มีพระองค์เป็นพระสวามี”

“เจ้าหมายความว่ายังไง”

“จิตใจหญิงยากแท้หยั่งถึง... กระหม่อมไม่บังอาจเดาพระทัยพระชายา  ”

          “เจ้าจะบอกว่า......” พระเนตรกะพริบถี่... พลางถอนพระอัสสาสะ...ปับผาสะยาว  “บอกว่า...นางหึงข้างั้นรึ”

          “พระชายาเองก็เป็นสตรีคนหนึ่ง พระองค์ก็ถือว่าเป็น สวามี ของนาง... เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่พระชายาจะรู้สึกเช่นนั้นนะกระหม่อม

            คำกราบทูลของชินทำให้ทรงส่ายพระพักตร์ปฏิเสธในทันที

”ขนลุกน่าชิน..นางยังเด็กอยู่เลย จะมารู้สึกแบบผู้ใหญ่เค้าได้ยังไง”

“อาจไม่รู้สึก.... แต่สิ่งที่ทรงตรัสไปวันนั้น  ทำร้ายพระทัยพระชายามากนะกระหม่อม”

“ชิน.... เจ้าจะพูดเรื่องเก่า ๆ ไปถึงไหน....ผ่านไปเป็นปีแล้ว...นางคงลืมไปแล้วมั้ง ”       

“กระหม่อมทราบดี...ว่าพระองค์รู้สึกอย่างไร ... “ ชินเปรย  และทูลต่อ “แต่ประชาราษฎร์จะดีใจมากกว่า ... หากอนาคตพระราชา และพระราชินีของพวกเขา...มีพระทัยรักใคร่ต่อกัน มากกว่าขุ่นข้องหมองพระทัยอย่างทุกวันนี้  ทั้ง ๆ ที่เรื่องในวันนั้น... เป็นแค่เรื่องเข้าพระทัยผิดแท้ ๆ ”

“เป็นหน้าที่สินะ!” ตรัสประชด... แม้จะทรงทราบดีว่าสิ่งที่ชินกราบทูล... เป็นความจริงก็ตาม

....หน้าที่ ในฐานะของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งพระราชาในเวลาข้างหน้า

            พระชายาของพระองค์...ก็ทรงทราบดี

 

“เฮ้อ ..อายุก็สิบห้าปีแล้ว  นางยังดูไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลย” ถอนพระทัยลึก  และส่ายพระพักตร์เมื่อดำริถึงพระชายาที่วรกายบอบบางเหลือเกิน  เทียบกับหญิงสาวชาวบ้านที่เคยพบอายุขนาดนี้อาจตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้แล้ว..

“เพราะยังไม่ได้ทอดพระเนตรชัด ๆ มากกว่า”

“เจ้าว่าเรามองไม่ดีงั้นรึ!

“พระชายา...เจริญพระวัยมากกว่าเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว...มากนะกระหม่อม” ชินแย้ง

“ตรงไหนกัน...ข้าก็ยังเห็นนางเป็นลิงน้อยชอบปีนต้นไม้อยู่เหมือนเดิม”

“ทรงรู้พระทัยดี.... แต่ไม่กล้าตรัสออกมามากกว่า”

“ก็แค่สูงขึ้นนิดหน่อย  โตขึ้น........ นอกนั้นก็ยังเหมือนเดิม ไม่เห็นโตขึ้นตรงไหน”

“เท่านั้นหรือกระหม่อม”  ชินยิ้ม...     ส่งผลให้พระชงฆ์ลอยวืดไปยังผู้ที่เป็นทั้งองครักษ์และพระสหายคู่พระทัยมานานด้วยความ หมั่นไส้ ส่วนพระองค์

“เออ.... ดูดีขึ้น... สวยขึ้น ดูเรียบร้อยกว่าเดิมนิดหน่อย” ตรัสห้วน  พระเนตรขุ่นมอง คนรู้ทัน อย่างเคือง ๆ “เพราะสิบห้าปีแล้ว...แต่ยังทำตัวเป็นเด็กสิบขวบอย่างนี้นี่สิ  เสนาบดีพวกนั้นถึงได้เอาเรื่องเข้าที่ประชุม..... ”

            “อีกไม่นานก็คงจะมีพิธีใหญ่แล้ว  อาจต้องทำพระทัยให้ชิน ..  และเลิกหลอกพระองค์เองซะที” 

            “ข้าหลอกตัวเองตรงไหนหึ!!

            “หลอกให้ทรงคิดไปเองว่าพระชายายังเด็กอยู่ไงล่ะกระหม่อม  ทั้ง ๆ ที่ทอดพระเนตรเห็นความเปลี่ยนแปลงของพระชายาก่อนใคร”

“เห็นแต่ความทะโมนล่ะไม่ว่า...” ตรัสแย้ง...ด้วยพระพักตร์เรียบเฉยราวกับไม่รู้สึกอะไรมากกว่าที่รับสั่ง

ทว่า... ภาพพระราศีขาวผ่อง...นวลเนียน และปรางใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ ขณะทรงทำแผลให้กลับทำพระหทัยกระตุก....

องค์หญิงลิงน้อย ... ไม่น่าเชื่อว่าจะเขินเป็น...

แล้วถ้าถึงวันนั้น.... นางจะแก้มแดงแบบเมื่อครู่ไหม

“ทรงคิดถึงพระชายาอยู่หรือกระหม่อม”เมื่อทรงเงียบไปครู่หนึ่งชินจึงทักขึ้น....ด้วยเสียงคล้ายกำลังกลั้นหัวเราะ

“สักวันข้าจะเนรเทศเจ้าไปอยู่ชายแดน”

“กระหม่อมรอวันนั้นอยู่พอดี”

          “ชิน... มาให้ข้าเตะอีกทีซะดี ๆ ”

 

|||

 

           

            ณ ห้องส่วนพระองค์   พระตำหนักขาว

พระพักตร์งอเง้าขององค์หญิงพระชายาขณะทรงพระอักษรบอกว่าพระนางทรงกำลังขุ่นพระทัยไม่น้อย พระหัตถ์เล็กพลิกหน้ากระดาษแรงจนซังกุงอภิบาลสะดุ้งตามเสียง

“องค์ชาย...ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะเพคะ” ฮวางซังกุงตัดสินใจเอ่ยขึ้น  เมื่อแน่ใจว่าองค์หญิงของนางคงไม่มีพระสมาธิมากพอจะจดจ่อกับเนื้อความในหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนา

            “ใช่.... พระโอษฐ์คมอย่างกับกรรไกร  โปรดนักล่ะ...เรื่องแกล้งเรา”

            “องค์หญิงเพคะ... หม่อมฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นซักหน่อย”

            “แล้วหมายถึงเรื่องอะไรล่ะ” ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมาพร้อมพระขนงขมวดมุ่น... พบกับฮวางซังกุงที่กำลังหน้าแดง เขินอาย...และบิดตัวไปมาอยู่  “อะไรของเจ้า..หึ”

            “ก็...ตอนที่เข็มปักนิ้วพระหัตถ์ แล้วองค์รัชทายาททรงเสด็จหาองค์หญิงสิเพคะ... เหมือนกับตอนนั้นเลยเพคะ”

            “ตอนไหน...”

            “ตอนที่ทรงตกจากบันได  ทรงห่วงองค์หญิงมากนะเพคะ”

            สิ้นคำของฮวางซังกุง หัตถ์บางปิดหนังสือในมือแรง.. และเบือนพระพักตร์ไปยังทิศทางอื่น   พระเนตรขุ่น พอ ๆ กับพระทัยที่ไม่ค่อยดีนัก

            “คนแบบนั้นเหรอ...จะห่วงเรา!

            “องค์หญิง!!!”ฮวางซังกุงอุทานเสียงหลง...“ทรงตรัสไม่เพราะเลยนะเพคะ....ถ้าองค์ชายทรงทราบ อาจจะเสียพระทัยได้”

            “เสียใจยังไง... พอจบจากเรื่องนั้น  ก็หนีเราไปชายแดนเลยน่ะเหรอ ไม่เห็นทรงรับผิดชอบอะไรซักอย่าง... ขนาดขอโทษ ยังไม่มีเลย”

            “องค์หญิงเพคะ ... ”

            “เรานะ...ป่วยตั้งหลายวัน  จะมาเยี่ยมบ้างก็ไม่เคย พอเราหายป่วย  ก็หนีไปนอกวังแล้ว  จะให้เราคิดยังไง....”ตรัสเบา... ตามที่เก็บไว้อยู่ในพระทัยมาเนิ่นนาน .. ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรเก็บไว้... หรือกลับมาคิดถึงสิ่งเหล่านั้นอีก

            คนใจร้ายแบบนั้น จะคิดถึงทำไม

            “ไม่ใช่นะเพคะ... ทรงเข้าใจผิดแล้ว  แต่เพราะตอนนั้นประชวรหนัก...แทบไม่ได้พระสติเลย  องค์ชายก็เลย..........”

            ฮวางซังกุงชะงัก... ก่อนปิดปากตัวเองเมื่อนึกขึ้นได้ ... พระบัญชากำชับหนักแน่น ...น่ากลัวจนนางไม่สามารถปริปากได้มาจนถึงบัดนี้

“ห้ามพูดเรื่องข้ามาเฝ้านางเด็ดขาด... ไม่งั้นเตรียมตัวไปอยู่ชายแดนได้เลยฮวางซังกุง”

            “เลยอะไร? ..... ”

            “คือ... หม่อมฉันหมายความว่า กำหนดการที่ออกมาต้องเสด็จไปพร้อมกับทหารทั้งกองทัพ  ไม่สามารถเลื่อนได้”

“.... ”พระโอษฐ์บางเม้มสนิทเช่นเคย...เมื่อได้ยินคำกราบทูลนั้น “ช่างเถอะ...เราไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว”

ฮวางซังกุงสังเกตพักตร์เรียบเฉย...หากสายพระเนตรหมองหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยความหนักใจ

ทรงยังไม่ลืม...

            “องค์หญิงเพคะ  ยังไม่ทรงลืมอีกหรือเพคะ  องค์ชายก็แค่...”

            ฮวางซังกุงพยายามทูลเพื่อแย้งสิ่งที่ทำให้องค์หญิงรัชทายาทขัดพระทัย ... หากยิ่งพูด... ก็ยิ่งตะกุกตะกักขึ้นทุกที เมื่อกระแสรับสั่งขององค์ชายดังกึกก้องอยู่ในหัว

            เช่นเดียวกัน...กระแสรับสั่งขององค์ชายรัชทายาทก็กำลังตามเข้ามาในพระทัยขององค์หญิงรัชทายาทด้วยเช่นกัน

            พยอนแพคฮยอน เป็นเด็กสาวผู้ที่ ได้รับการคัดเลือก ให้ดำรงตำแหน่งองค์หญิงพระชายาแห่งองค์รัชทายาท ... และเข้าวังมาทั้ง ๆ ที่ไม่เคยแม้แต่พบพระพักตร์องค์รัชทายาท แม้พระองค์จะเข้ามาอยู่ในฐานะอันสูงส่ง แต่ภาษิตที่ว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” เป็นจริงเสมอ

วังหลวงอันกว้างใหญ่... มีพื้นที่ให้กับพระองค์มากเหลือเกิน... มากจนความโดดเดี่ยวเกาะกินพระทัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้จะมีฮวางซังกุงคอยรับใช้อยู่ไม่ห่าง... หากก็ไม่เพียงพอ

นอกจากพระมเหสีที่ทรงปรานีกับพระองค์เหมือนธิดา  แต่ด้วยฐานะมารดาของแผ่นดินของพระองค์ ก็ทำให้ไม่สามารถแสดงออกมากเท่ากับที่พระองค์เคยได้รับจากท่านแม่ได้

ทรงสะกดคำว่า ไม่มีใคร ได้อย่างชัดเจน.... เพราะแม้แต่องค์ชายรัชทายาท ... ผู้เป็น คู่ชีวิต ของพระองค์ยังไม่เคยทำให้อุ่นพระทัย

“องค์ชายก็แค่พูดต่อหน้าเรา... แค่นั้นแหละ เราไม่ลืมหรอก”

            ยังจำได้ดี... สีพระพักตร์... สายพระเนตร  และสุรเสียงกร้าว... เย็นชา  ตรัสกริ้ว...

            คล้ายกับว่า  กำลังลงโทษพระองค์ผ่านพระดำรัสนั้น

          “หน้าที่ของเจ้า...คือเป็นพระชายา   ไม่ใช่เจ้าของชีวิตเรา... มีอะไรไม่ต้องยุ่ง!!!

“องค์หญิง...”

“หีบนั่น...เจ้ายังไม่ได้เอาไปเก็บอีกเหรอ”

พระเนตรเรียวพิจารณาหีบไม้ กล่องไม้หอมสี่เหลี่ยมฝาไม้ประดับลายกระจกหลากสีเป็นรูปมวลบุปผา ฝีมือแปลกตากว่าที่เคยเห็น... แม้ลวดลายไม่วิจิตรบรรจงเท่าฝีมือชาววัง...หากรายละเอียดและสีสันที่ตกแต่งนั้นถือว่าไม่ธรรมดา  ข้างหีบสลักตราประทับราชวงศ์สีทองทว่า... ของที่อยู่ข้างในทำให้พระองค์ลืมความงดงามภายนอกโดยสิ้นเชิง

“ให้หม่อมฉันเอาไปเก็บจริง ๆ หรือเพคะ”

            “เจ้าเห็นตุ๊กตารูปลิงนั่นไหมล่ะ”ตรัสเสียงสูง... พระทัยที่ขุ่นมาตั้งแต่ทรงแกะห่อผ้าเปิดกล่องไม้ออก...และพบกับตุ๊กตาไม้แกะสลักเป็นรูปลิงยิ้มแป้นให้พระองค์  ก็ทำให้ยิ่งขุ่นกว่าเดิม

            “ทรงคิดว่าเราเป็นลิงอยู่เสมอสินะ.... เหอะ  ใช่ซี่ เราไม่ได้สวย เอาใจเก่ง อ่อนหวาน เหมือนกีเซงสวย ๆ พวกนั้นนี่นา...เอาไปเก็บเลย เราไม่อยากเห็น”

            “หม่อมฉันว่า...องค์ชายคงต้องการประทานกล่องไม้หอมมากกว่านะเพคะ  พระมเหสีก็ทรงตรัสแล้วว่าเป็นกล่องไม้ร่ำ ไว้อบร่ำผ้า”

            “ต่อให้อบลิงจนหอม... แต่ลิงก็ยังเป็นลิง  องค์ชายจะบอกเราอย่างนี้มากกว่า!!!” รับสั่งอย่างดื้อดึง

            “องค์หญิงเพคะ... ”ซังกุงอภิบาลพยายามหาข้อแก้ตัวให้กับองค์รัชทายาท ... แม้จะรู้ว่าพูดอะไรออกไปในตอนนี้  องค์หญิงก็ไม่รับฟังใด ๆ

            กระทั่งได้กลิ่นกรุ่นกำจายหอมแตะจมูกมาจากกล่องไม้ที่อยู่ตรงหน้า ...

            ฮวางซังกุงขมวดคิ้ว  ก่อนก้มลงสูดกลิ่นนั้นให้ชัดเจนขึ้น   และเงยหน้าขึ้นมากราบทูล

“หม่อมฉันว่า.... ไม่บังเอิญนะเพคะ”

            “เจ้าหมายถึงอะไร...”

            ฮวางซังกุงยิ้มกว้าง  ขณะเปิดหีบไม้หอมออก... และยื่นไปวางบนโต๊ะทรงพระอักษร  เบื้องพระพักตร์....

          “กลิ่นโปรดขององค์หญิงเลยไม่ใช่เหรอเพคะ ...”

            เมื่อครู่...ที่ทรงเปิดกล่องและพบกับไม้สลักลิงน้อย   องค์หญิงรัชทายาทตัดสินพระทัยปิดมันลงโดยแทบไม่ได้สนแม้กระทั่งกลิ่นหอมฟุ้งออกมาเลยแม้แต่น้อย

            .... ฮวางซังกุงไม่ได้เข้าใจผิด

            กลิ่นหอม... เย็นพระทัย

            กลิ่นเดียวกับที่ทรงใช้มานาน  และไม่ปรารถนาเปลี่ยนไปใช้กลิ่นอื่น

            “บ้าเหรอ...องค์ชายจะรู้กลิ่นโปรดของเราได้ยังไง ต้องบังเอิญแน่ ๆ ”

            “นั่นสิเพคะ.... บังเอิญเหลือเกิน... กลิ่นไม้หอมมีตั้งมากมายหลายชนิด  แต่จำเพาะว่าต้องเป็นกลิ่นที่องค์หญิงทรงโปรด”

            ฮวางซังกุงกราบทูลพลางหัวเราะเบา ... เพราะตระหนักได้ว่าไม่ใช่เพียงความบังเอิญ    เหตุที่นางรู้ดีเพราะเป็นคนผสมเองกับมือ  องค์หญิงสั่งไม้หอมและดอกไม้  เกสรแห้งจากต่างเมืองมาโดยเฉพาะ ... ผสมในอัตราส่วนที่พอเหมาะ   กลายเป็นกลิ่นเฉพาะ... ที่ทรงโปรด

            หาใช่กลิ่นทั่วไปที่จะหาซื้อได้   แม้กลิ่นที่อยู่ในกล่องไม้ร่ำจะฉุนติดจมูกกว่าเล็กน้อยก็ตาม

            แต่ก็นับว่าคนให้ มีความพยายามสูงที่จะทำให้กลิ่นออกมาใกล้เคียงถึงเพียงนี้

            ซังกุงอภิบาลหัวเราะเบา แก้มแดงก่ำบอกว่านางกำลังคิดอะไรบางอย่าง... ที่ไม่ธรรมดานัก

            “องค์รัชทายาท... บังเอิญจริง ๆ นะเพคะ”

            “ออกไปเลย ฮวางซังกุง... ออกไปเลย เราจะอ่านหนังสือต่อแล้ว!!!”รับสั่งด้วยสุรเสียงขุ่น  หากผู้รับใช้กลับยังคงยิ้มร่าเริง  เพราะ รู้เท่าทันพระองค์           

            พระพักตร์งามงอเง้าทันทีเมื่อเห็นยิ้มของซังกุงอภิบาลขณะลูบไล้บนกล่องไม้เคลือบวาววับประดับลวดลายกระจกเป็นรูปดอกไม้... กลิ่นหอมของดอกไม้ที่ทรงโปรดก็ลอยขึ้นมา

            หอมหวาน...อบอวล  ได้กลิ่นแล้วสบายพระทัย

องค์ชายแข็งกระด้างนั่นหน่ะหรอ จะรู้ว่าข้าชอบกลิ่นอะไร

หากทันทีที่พระหัตถ์ขวา เลื่อนมาที่นิ้วพระหัตถ์อีกข้างที่พันด้วยผ้าแพรขาวบาง  พระหทัยก็เริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างน่าแปลก....

            ราวกับ...อุ่นไอรุ่มร้อน ยังคงผะผ่าวคลอเคลียอยู่ที่บาดแผลเล็กที่ได้รับ... ไอร้อน...ที่ค่อย ๆ ลามเลียไปทั่วพระวรกาย

          องค์ชายบ้า...... ชอบมาทำให้ผิดปกติอยู่เรื่อย....   

ฝ่าพระหัตถ์ร้อนรุ่ม... ราวกับมีเปลวไฟที่ไหลเข้ามาลามเลียพระหทัย  กระทั่งร้อนรุ่มไปทั้งสรรพางค์ ....

ทว่าสายพระเนตรกลับมีอิทธิพลยิ่งกว่า

 

เพียงพระเนตรคมทอดมองลงมา  วรกายคล้ายถูกแช่แข็ง...  นิ่งงัน ...ไร้พระสติใด ๆ เหลืออยู่

ภายในพระเนตรสีนิลสนิทราวฟ้าราตรี   ...ลึกล้ำ   ดึงดูดให้พระองค์ลืมทุกสิ่งรอบกายไปได้ชั่วขณะ

            “บ้าน่า... ”

 

            พักตร์ขาวส่ายแรง..พยายามลบเลือนสิ่งที่ดำริอยู่  เพื่อหันไปจดจ่อกับหนังสือที่อยู่เบื้องพระพักตร์อีกครั้ง

นิ้วพระหัตถ์ข้างที่วางอยู่บนปกหนังสือ  ก็ค่อยกรีดแผ่นกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุความรู้ที่ทรงโปรดไว้ในนั้น

หนังสือ ... บทกวี  ดนตรี  และผ้าปัก คือความสำราญในชีวิตแคบ ๆ ของพระองค์

            คงมีเพียงพระองค์ที่เป็นฝ่ายถูกปิดหูปิดตา ...เพราะโลกที่กว้างที่สุดของผู้ที่อยู่ในฐานะองค์หญิงรัชทายาทก็คือหนังสือที่อัดแน่นเต็มชั้นในห้องทรงพระอักษรส่วนพระองค์ซึ่งได้รับการประทานอนุญาตจากพระมเหสี

            สตรีทุกคนในโชซอนล้วนตระหนักดีว่า  เกิดเป็น หญิง...ไม่จำเป็นต้องเรียน ...

            สำหรับแพคฮยอน ... ในฐานะธิดาของราชบัณฑิต... ต้อง รู้รอบ

            โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ในฐานะองค์หญิงพระชายา ทรงตั้งพระทัยไว้แล้วว่า...ต้องทรง รอบรู้มากกว่าสตรีทั่วไป

         

            “ฮวางซังกุง... คนเราจำเป็นต้องมีความรักไหม”

            “เพคะ?”ฮวางซังกุงเลิกคิ้วด้วยความงุนงง   ก่อนทูลถามตรง ๆ  “ขอพระราชทานอภัยเพคะ  หม่อมฉันไม่ค่อยเข้าใจนัก”

            “เราแค่สงสัย...” สุรเสียงหวานตรัสคล้ายไม่แน่พระทัย .... “ถ้าเราต้องอยู่กับคนที่ไม่ได้รักตลอดชีวิต....  เราจะทนได้ไหม  ”

          หนังสือมีทุกสิ่งที่ต้องการ  มีเพียงไม่กี่สิ่ง ที่หนังสือทุกเล่มต่างบอกให้ทรงรู้  ว่าพระองค์ไม่อาจ เรียนรู้ ได้จากหนังสือ

            “และถ้าเป็นเจ้า...เจ้าจะยอมทนหรือเปล่า”

 

|||

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #435 namilee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 11:43
    สงสารองค์ชานยอลจังเลยค่ะ ฮือออออ รักใครที่ไม่อาจเอื้อมถึง มันทรมานมากเลยนะคะ
    #435
    0
  2. #378 lavani (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 22:38

    (´・ω・`) ไม่.. ไม่ต้องไปว่าองค์หญิงเป็นลิงน้อยเลยเหอะ


    ชอฮาก็เช่นกัน 5555555555


    ไม่ได้จะให้ของ แต่ตั้งใจเลือกทำไม (เอ๊ะ อะไรยังไง?) /โดนตบ


    คิคิคิคิคิคิ นี่เราลืมท่านชานยอลไปแล้วหรือไง 


     

    #378
    0
  3. #347 uuika (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 19:31
    "ชิน...มาให้ข้าเตะอีกทีซะดีๆ"
    55555555555 องครักษ์ร้ายนาๆ
    ฮวางซังกุงก็ใช่ย่อย
    พึ่งจะได้มาอ่าน สนุกพอๆกะสิบเอ็ดราตรีเลยค่ะ แต่อันนี้ไม่ค่อยดราม่าใช่มั้ย?55555
    #347
    0
  4. #328 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 15:57
    ชินกับฮวางซังกุงนี่สุดยอดไปเลย รู้เท่าทันคู่รักคู่กัดนี่ไปเสียทุกเรื่อง 5555555555555555555555555 องค์รัชทายาทนี่เอะอะๆก็จะส่งไปอยู่ชายแดนสินะเพคะ 55555555555555555555555 องค์หญิงเขิน น่ารักที่สุดเลย งื้ออออออออออออ
    #328
    0
  5. #258 รับผ่าหมาออกจากปาก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 21:15
    55555555 
    องครักษ์ชินสุดยอด !
    รู้ทันในความคิดขององค์ชายเนี่ย..
    ชอบจริงๆ..สู้ไม่ได้เนี่ย
     
    >[+++]<
    ค่อยๆลุ้นในความน่ารักของทั้งคู่..
    หวังว่าจะเห็นคนทั้งคู่
    ค่อยๆแสดงด้านความรักต่อกันมากกว่านี้นะคะ.
    ค่อยเป็นค่อยไป...
     
    ;)
     
    #258
    0
  6. #211 Windy Boy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 15:34
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด องค์ชายผู้แข็งกระด้างของหม่อมฉัน ที่แท้ก็แอบซื้อปิ่นงาช้างเป็นของฝากอีกชิ้น แต่ทำไมไม่มอบให้องค์หญิงล่ะ ชอบองครักษ์ชินจริงๆ เลย รู้ใจองค์ชายไปซะทุกเรื่อง ว้อยยยยยย องค์ชายอ่อนโยนกว่าที่คิดนะตอนที่แอบเฝ้าไข้องค์หญิงน่ะ แต่เสียอย่างเดียวคือปากแข็งเท่านั้นแหละ องค์หญิงก็แสนงอนเหลือเกิน แอบขำตอนที่เปิดกล่องไม้ออกมาแล้วในกล่องเป็นลิง จะฟินแล้วแท้ๆ แต่กลับทำให้นางขุ่นใจอีก องค์ชายนี่ก็จริงๆ เลย แต่แม้จะทำให้ขุ่นใจแต่ก็เอาใจใส่ในรายละเอียดนะเออ ทรงเซอร์ไพรส์เบาๆ ที่กลิ่นกล่องนั่นบังเอิญเป็นกลิ่นที่องค์หญิงชอบ (ไม่ได้เซอร์ไพรส์หรอกตั้งใจต่างหาก) เอ้ยยยยยย เขินอีกแล้ว
    #211
    0
  7. #199 u_turn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 23:17
    โอ๊ยย ยิ่งอ่านยิ่งชอบ แต่เม้นไม่เก่ง

    ชอบมากๆๆ  ภาษาสวยมากกกก

    ชอบตอนนี้มาเลย

    มันทำให้รู้ว่าองค์ชายจงอินเป็นห่วงองค์หญิงรัชทายาท เสียอย่างเดียวปากแข็ง....
    #199
    0
  8. #193 Ma-A-Queen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 14:58
    ไม่รู้จะอธิบายยังไง ปริ่มกับภาษาTT
    #193
    0
  9. #146 BB_Yok (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 17:54
    ฮวางซังกุงงงงงงงงงง
    ทำไมไม่บอกไปเลยล่ะเจ้าค่ะ?
    จะได้เข้าใจกันซักที
    ว่าแต่ว่าองค์ชายขา พูดแบบนั้นมันไม่แรงไปรึ?


    ชอบมากอ่า อ่านแล้วอินมากกกก
    #146
    0
  10. #123 32fds (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 12:07
     
    ชินก็นะ ดูจะรู้ใจรัชทายาทไปเสียทุกอย่าง 55555 น่ารักมากๆๆๆเลยยยยย มีให้ชื่นใจแบบๆกับเฮมี นางในของเซจาบิน
    รัชทายาลทอดเนตรหน่อยซี่ ! น้องโตแล้ว สวยขึ้น สาว น่ากินเสียงหวานๆเข้าลำคอที่สุดดดดดด ! #ปล้ำป๋ายยยย
    รัชทายาลที่เรานึกคือ... กำยำ... เข้มคม... หล่อมากเพคะ ! ถถถถถถ <<< ลำเอียงเนอะๆ
     
    แล้วเรื่องที่เกิดขึ้น สาเหตุของการตกบันไดนี่ซับซ้อนมากๆ
    ที่แท้เป็นเพราะเรื่องนั้นนี่เอง TT แต่รัชทายาลก็ปากร้ายใช่ย่อย หัวใจเรากระตุกวาบเลยที่ตรัสมาทำร้ายจิตใจกันมาก
     
    #123
    0
  11. #85 timvasabi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2556 / 14:12
    ทำไมไม่ดีๆกันน้าไคแบคเนี่ย เป็นห่วงเขาเสมอแต่ก็ปากร้ายต่อกัน เออดี

    แล้วเมื่อไรจะเข้าใจกันและกัน สงสารคนดูแลจริงๆ เข้าใจแล้วละว่าทำไมถึงเหนื่อยใจ 555
    #85
    0
  12. #78 bam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 22:09
    ทุกคนรู้หมดว่า ไคห่วงแบค มีแต่ไคแบคเท่านั้นแหละที่ไม่รู้

    ชอบฟิคเรื่องนี้จัง ทั้งภาษาเนื้อเรื่อง จริงๆชิปชานแบคมากๆ

    แต่เรื่องนี้ แบบชอบไคแบคมากๆ องค์ชายไคปากแข็งอ่ะ

    พูดดีๆกับองค์หญิงหน่อยสิเพคพ องค์หญิงน้อยใจนะ
    #78
    0
  13. #72 ShawolBB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 11:15
    เปิดหน้าฟิคก็เคลิ้มแล้ว ชอบจริงๆ เพลงแบบโอ้ยยยยย ขับอารมณ์มาก มากถึงมากที่สุด เม้นทีไรติดแต่เรื่องเพลง ;A;

    อ่านไปยิ้มไปเหมือนเรื่องราวเก่าๆค่อยๆเผยทีละนิด จริงๆเค้าก็งุ้งงิ้งมุ้งมิ้งใส่กันหรอกแค่ปากแข็ง

    อยากจะหาไม้มางัดละเกิ้น เมื่อก่อนเคยมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันชักอยากรู้ให้ชัดๆ

    แล้วองค์ชายจะปากแข็งไปไหนไม่ทราบ นอกจากปากแข็งแล้วยังแสดงออกไม่เป็นอีก แต่คนอ่านมันก็เขินนะ

    องค์หญิงนี่ก็แอบเก็บเบาๆในใจล่ะสินะ ก็แอบหึงสินะ โง้ยยยยยยยยยยยย น่ารัก ;-;

    ตอนนี้มุ้งมิ้งจริงอะไรจริง อ่านแล้วนั่งยิ้มจนจบ แล้วก็คิดในใจ อ้าว จบแล้ว ขออีกได้ไหม

    นั่งเดาเล่น ตอนหน้าจะมีอะไรโผล่มาให้ดราม่าไหม อ่านฟิคเร็วแต่อ่านทุกตัวอักษร

    อ่านไม่เข้าใจก็กลับไปย้ำใหม่ ยาวยังไงก็อ่านได้ตลอด เรื่องมันชวนติดตาม อยากรู้เป็นยังไงต่อ

    เค้าจะแสดงออกกันเมื่อไหร่แบบโต้งๆว่าฉันหึงแกนะ ฉันชอบแกนะ ฉันเป็นสวามีเธอ เธอเป็นชายา T^T

    รอเวลานั้นอยู่ อ่านไปเดาเนื้อเรื่องไป ถูกๆผิดๆไปแต่ก็ยังนั่งเดา (นี่พล่าม)



    รอตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะสำหรับฟิค

    มันมุ้งมิ้งอะมุ้งมิ้ง >w<

    เป็นเม้นต์บ้าๆบอๆแต่ชอบฟิคจริงๆนะ
    #72
    0
  14. #71 _binspired (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 21:11
    แง้ ก่อนอื่นขอกรีดร้องให้กับฟิกเรื่องนี้หนึ่งทีเกร้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ;_; เป็นฟิกที่ละมุนละไมมากเลยค่ะ ทั้งฉาก บรรยากาศ และที่สำคัญที่สุดที่เราชอบมากก็คงไม่พ้นอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัวเนี่ยแหละค่ะ ไม่ว่าจะความคิด การกระทำ หรืออะไรก็แล้วแต่ เรารู้สึกว่ามันละมุนละไมมากๆเลย เห็นถึงความใส่ใจในตัวละครแต่ละตัวแล้วก็ความละเอียดอ่อนในตัวละครทุกตัวของคุณคนเขียนมากเลยค่ะ เป็นอะไรที่เราชอบที่สุดแล้วก็สัมผัสได้มากที่สุดด้วย ชอบแบบx100000000000ไปเลยค่ะ แฮ่ >________<



    แล้วก็ขอประทานอภัยที่มาเม้นรวบเอาตอนเดียวแบบนี้นะคะ อันที่จริงเราตามอ่านถึงตอนล่าสุดมาได้สักพักแล้วแต่เราเป็นพวกชอบรอให้เนื้อเรื่องมันตกตะกอนในหัวก่อนค่อยกลับมาเม้นท์ค่ะ คงไม่ว่ากันนะคะ แฮะๆ



    ตั้งแต่ต้นมาจนถึงตอนล่าสุดนี้เราก็ตั้งใจแล้วว่าเราจะเชียร์ชอฮากับองค์หญิงลิงน้อยแบบสุดลิ่มทิ่มประตูค่ะ เย้! เราชอบความแข็งนอกอ่อนในของชอฮามากๆเลยค่ะ ยิ่งอาการปากไม่ตรงกับใจเนี่ย(ที่จริงคือเป็นทั้งสองคน)เรามองว่ามันน่ารักปนน่าหมั่นไส้เล็กๆค่ะ แบบว่าต้องคอยให้คนรอบข้างคอยพูด คอยเตือนสติอยู่ตลอดเลย ถ้าไม่มีทั้งชิน ทั้งเสด็จแม่ ป่านนี้ก็คงไม่มีฉากหวานๆมาให้คนอ่านอย่างเราอ่านไปบิดผ้าไปแก้เขินหรอกค่ะ /อยากจะถวายพระเพี๊ยะใส่องค์ชาย อย่างตอนทำแผลก็เห็นแล้วว่าบทองค์ชายจะอ่อนโยนก็ทำเอาม้วนต้วนกันไปแทบทั้งตำหนักเลยทีเดียว ไม่นับรวมของฝากที่ละเมียดละไมใส่ใจทุกรายละเอียดของพระชายาเหลือเกิน เอิ้กกกกกก ตอนแรกเราแอบคิดไปแล้วค่ะว่าชอฮาคงหลงรักองค์หญิงลิงน้อยเพียงฝ่ายเดียวแน่ๆ แต่ไปๆมาๆเราเริ่มเห็นแล้วว่ามันไม่ใช่ แอบมีความรู้สึกดีๆให้กันแต่ดันมีทิฐิและความน้อยใจมาขวางกั้นจนคิดไปคนละทิศคนละทาง กว่าจะหาทางกลับมาจูนกันได้เราสงสัยว่าคนรอบข้างคงต้องปาดเหงื่อกันหลายรอบอยู่ ไหนจะอุปสรรคชิ้นโตนามว่าปาร์คชานยอลอีก ๕๕๕๕๕ แต่เราว่ามันเป็นเสน่ห์ของคู่นี้เลยค่ะ จับคนปากแข็งกับคนปากแข็งมาแต่งงานกันก็เหมือนใครพูดว่ารักก่อนแพ้นั่นแหละค่ะ ฮาาาา



    อยากให้คนรอบข้างทั้งหลายช่วยกระตุ้นให้ทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากันและเคลียร์ปัญหาที่ค้างคาใจมานานให้หมดๆไปเสียที ทั้งเรื่องในอดีต.. ประโยคนั้นที่ราวกับสร้างแผลใหญ่ให้ดวงใจขององค์หญิงมาเนิ่นนาน ประโยคที่ค้ำคอทั้งคนพูดและคนฟัง แล้วก็เป็นประโยคที่ราวกับจะรั้งความรู้สึกของทั้งคู่เอาไว้ด้วย ยิ่งประโยคสุดท้ายในตอนนี้ ทำเรารู้สึกเหมือนแบคฮยอนกำลังเอ่ยถามกับจงอินเลยค่ะ



    ส่วนชานยอลตอนแรกเราก็แอบเชียร์นะคะ แต่พอเข้าวังมาเรากลับรู้สึกกับชานยอลเปลี่ยนไปค่ะ เหมือนชานยอลกำลังอยากได้ทุกอย่าง ทั้งบัลลังก์แล้วก็แบคฮยอน เหตุผลที่ทำให้ชานยอลแสดงตัวเพื่อกลับเข้าวังเรามองเห็นแค่สองข้อนี้เท่านั้นเองค่ะ แล้วก็ยังไม่เห็นข้อดีอะไรกับการที่ชานยอลทำแบบนี้ด้วย เราเห็นแต่ปัญหามากมายที่จะตามมาแล้วเราก็เชื่อว่าฉลาดๆอย่างชานยอลต้องรู้อยู่แล้ว ซึ่งรู้แล้วยังจะทำเนี่ย...จงใจชัดๆ อีกอย่างคือเรากลัวความคิดที่อยู่ภายใต้รอยยิ้มละมุนกับการกระทำอ่อนโยนของชานยอลมากเลยค่ะ #ระแวง ผิดกับจงอินที่ดูพร้อมยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้แบคฮยอนมา (อันนี้คืออารมณ์เราล้วนๆค่ะ) เอิ้กกกกกกกกก



    ต่อไปนี้วันศุกร์จะเป็นวันที่เรารอคอยค่ะ จากปกติรอคอยอยู่แล้วเพราะวันต่อมาจะได้หยุด ๕๕๕๕๕ เหมือนฟิกเรื่องนี้เป็นของขวัญต้อนรับวันหยุดสุดสัปดาห์ไปเลยค่ะ ฮี่ๆ ขอบคุณมากนะค๊า แล้วก็สู้ๆนะคะเรารู้สึกว่าเรื่องแนวนี้เขียนยากมาก ยิ่งจับประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวด้วยยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่คุณคนเขียนยังทำออกมาได้ดีมากเลยค่ะ ทั้งลื่นไหลแล้วก็อ่านง่ายแสดงว่าต้องตั้งใจมากแน่ๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ >_________< //
    #71
    0
  15. #70 ป๋ายคือของข้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:53
    พลิกอารมณ์จากเฟิร์สแทบไม่ทัน อุบ๊ะ!! 55555



    ชอฮากับชินนี้มีความลับชิม้อยยยยยยยยยยย 555555 *แซวน่ะ*



    แหม่ๆ ชินนี่ก็แบบ รู้ไปซะหมดเลออออออ มีแอบแซะ แอบแซวชอฮาด้วย



    เด่วแอบจิ้นซะเลย เบ้ยยยยยยยยยยยยย!!! //เค้าแต่งชายหญิงค่ะอินาง อินี่เลือดวายจะเยอะไปไหน กร๊ากกกกกกกกกก!!! *เจออาเจ้ปาเม่นใส่รัวๆ*



    แล้วกิแซงนางนั้นคือใคร!!!! แอบมีเบื้องหลังนะ *อยากรู้วววววววววววววววววว!!* +3+



    พยอนหึงชอฮาจริงๆ ชิม้อยยยยยยยยยยย ฮรี่วววววววววววว!! แอบรักเค้าอยู่ลึกๆ อ่ะเด้ *แซวรัวๆ*



    ชอฮาก็แหม่ ชอบเค้าแต่ก็ทำปากแข็งนะ อุอิ ไม่บอกเด่วท่านพี่ชยอลงาบไปนะเพคะ กระหม่อมไม่รู้ด้วย



    พาร์ทนี้ปริ่มแทนฮวางซังกุง นางแซวเซจาบินได้แล้ว 5555555555555



    พยอนจ๊ะ ตอนนี้คิดว่าไม่รัก เด่วไปๆ มาๆ ก็รักเองแหละเพคะ ชอฮาหล่อขนาดนั้น ทำให้ใจสั่นขนาดนั้น ฮรี่ววววววววว!! *ชงรัวๆ*



    พอ.... รู้สึกจะเวิ่นเยอะไปร้าว หือ? อะไร? 5555555



    ยังไงก็จะเป็นซาแซงตามไปหลอกหลอนเจ้ทุกที่? หึหึ *ยิ้มเดวิ่ล*



    แต่เรื่องนี้คงจะมาวันเสาร์ เพราะโปรเจครุมเร้าเหลือเกิน T^T แย๊กกกกกกกกกกก!! *ปาโปรเจครัวๆ*



    สู้ๆ นะคะอาเจ้และทีมงาน ยังไงเราก็เชื่อว่าฟิคเจ้เป็นฟิคที่มีคุณภาพมาก



    ไหนจะต้องผ่านการคัดกรอง วางบท คิดพลอต มันต้องใช้ความตั้งใจอย่างมาก *ดูจากที่เวิ่นในทวิต มาเต็มมากค่ะ*



    ขอบคุณค่ะที่อาเจ้และทีมงานช่วยกันสร้างฟิคเรื่องนี้ขึ้นมา *ปริ่ม* //วรั้ยยยย มันมีสาระก็คราวนี้



    ยังไงซาแซงแฟนคนนี้ก็จะติดตามเจ้ต่อไปค่ะ รักเจ้และทีมงาน *โดดกอดรัวๆ* -///////////-
    #70
    0
  16. #69 Renoir92 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 19:38
    ชอบตอนนี้จังค่ะ น่ารักมากกก เพราะไม่มีเรื่องการเมืองเลยอ่านสบายๆ
    แต่เรากลับบ้านดึกได้อ่านอีกทีก็เกือบตีสี่ สุดท้ายก็อ่านไม่รอดแทบจะหลับคาโทรศัพท์
    ฟิคเรื่องอื่นๆก็ดองไว้ไม่ได้อ่าน แต่เรื่องนี้พลาดไม่ได้จริงๆ 5555
    และกลัวจะเม้นไม่รู้เรื่องวันนี้เลยต้องมาอ่านใหม่อีกรอบ เพราะที่อ่านไปเมื่อคืนลืมไปหมดเลย 5555555
    เวิ่นอะไรก็ไม่รู้ เม้นฟิคได้ละแก =_=

    ก็จะบอกว่าโคตรน่ารักเลยยย ซึนทั้งคู่ ต้องมีคนอย่างองครักษ์ชินกับฮวางซังกุงคอยแซวคอยกระตุ้นความรู้สึกสินะ 5555
    แลเป็นคู่ต่อสู้(?)ที่ดูสมน้ำสมเนื้อดีนะคะ 5555 ปากแข็ง ไม่ยอมรับความรู้สึก
    ในตอนนี้ก็เริ่มเห็นแล้วว่าองค์หญิงลิงน้อยก็เริ่มจะมีใจให้กับองค์ชายจงอินแล้วเหมือนกัน
    เขินซะน่ารักน่าหยิก ไม่คิดว่าจะมีมุมนี้ คิดตามองค์ชายว่าถ้าถึงวันนั้นนางจะนั่งเขินหน้าแดงแบบนี้รึเปล่าแงงงง
    ตอนหน้าขอข้ามไปเข้าหอเลยได้มั้ยคะ? 55555555555555555

    เริ่มปะติดปะต่อเรื่องที่ทำให้องค์หญิงชอบมึนตึงใส่องค์ชายได้ละ นางฝังใจกับประโยคนั้นนี่เอง
    คนที่พูดอะไรร้ายๆออกมาด้วยแรงอารมณ์มักจะจำในสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาไม่ได้
    แต่คนที่ได้ยินมักจะจำและเก็บคำพูดแบบนี้ไว้กับตัวเสมอ เป็นเราก็น้อยใจนะเรื่องกีเซงเนี่ย
    แถมยังมาตวาดใส่แบบนั้นอีก สมควรแล้วล่ะองค์ชายคราวหลังก็ชัดเจนหน่อยนะ แสดงออกมาเลยว่าแคร์!
    เผื่อองค์หญิงน้อยจะใจอ่อน ทำตัวน่ารักเหมือนที่ทำกับพี่ชานยอลบ้าง >_< ไม่ใช่ละ คิดถึงท่านพี่ค่ะ 5555
    องค์หญิงอย่าคิดว่าการเป็นชายาคือหน้าที่เลยนะ องค์ชายก็ปากแข็งไปงั้นแหละ แงๆ ไม่เอาไม่น้อยใจ
    อยากจะดึงองค์หญิงมาจูบกระหม่อม น่ารักกกกก 55555 องค์หญิงอย่าเพิ่งตรัสแบบนั้นนนนน
    ตอนนี้อาจจะยังไม่รัก อีกหน่อยก็รักอยู่แล้วแหละนะะะะ ตอนนี้อาจจะสงสัยว่าจะอยู่กับคนที่ไม่ได้รักไปตลอดชีวิตจะทนได้มั้ย
    แต่ตอนต่อไปอาจจะพูดว่าเราจะรักองค์ชายไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะ แอร๊ XD #มโนและฟินไปเองอีกและ 55555

    สู้ๆนะคะ รอติดตามตอนต่อไปค่ะ ถึงพักนี้จะเรียนหนักและงานเยอะแต่เรารออ่านเรื่องนี้เสมอนะ ไฟท์ติ้งงง


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 มิถุนายน 2556 / 19:39
    #69
    0
  17. #68 miikii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 22:19
    สนุกมากกกกก แต่งดีมากๆเรยคะ

    อยากเห็นไคแบคหวานๆใส่กันบั้ง คงจะเขินๆกันน่าดู

    ไคแบคซึนพอกันทั้งคู่นะ
    #68
    0
  18. #67 ppyoy. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 21:02
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก T __________ T เรามารีเฟรชรอรับวันศุกร์เลยนะ งิ้ง
    ตอนนี้คือเขินมาก มากมากมากมากมาก มากกกกกก สุดๆจนไม่รู้จะพูดยังไง คือองค์ชายอะ องค์ชายปากแข็งมากๆแล้วชอบที่ชินแหย่ นั่นแหน่ะ ซื้อของมาทำไม่ไม่เอาไปให้เค้าให้หมด กั๊กไว้ดูต่างหน้าเหรอเพคะองค์รัชทายาท
    ชินแหย่องค์ชายเยอะๆเลย ซึนสุดๆ แหม ตอนแรกก็งงว่าองค์ชายไปทำอะไรผิดไว้ ที่แท้ก็แอบไปหากีเซง แอบอยากรู้เรื่องนี้คือแบบ องค์หญิงหึง ว้ากกกกกกกกกกกกก y ----- y ค่อยสมกับเป็นคู่สามีภรรยากันหน่อย ฮิฮะ

    พออ่านตอนขององค์หญิงลิงแพคถึงรู้ แหม องค์ชาย พูดแบบ โห แรงไปนะ ก็ว่าทำไมแพคฮยอนพูดเรื่องหน้าที่ๆบ่อยๆตอนก่อน เพราะน้อยใจองค์ชายเรื่องนี้นี่เอง โธ่ องค์ชายแหล่ะซึน จะชมน้องหน่อยก็ยังดี ดูซิน้องคิดไปหมดแล้วว่าองค์ชายไม่ชอบอะ อยากอัดเสียงตอนองค์ชายบอกว่าสวยขึ้นไปเปิดกรอหน้าตำหนักพระชายาจริงๆ แหม -.,-
    ตอนองค์ชายโดนชินหยอกน่ารักมาก องค์ชายอย่างน่ารัก เอาใจใส่มากๆเรื่องไปหากลิ่นสำหรับใส่ในหีบมาฝากพระชายา โอย จุดนี้ปาใจใส่รัวๆ ด้วยความไบแอสเราจะทำเป็นลืมเรื่องกีเซงไป ในเมื่อองค์รัชทายาทบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ก็ตามนั้นก็ได้
    แต่ก็สงสารพระชายา อยู่ในวังเหงาแล้วสามียังจะ... ฮึ่มมมม - _ -+

    ช้ำมากตรงประโยคสุดท้ายของพระชายา ทำไมพระชายาไม่ได้รักองค์รัชทายาทล่ะเพคะ T ___________ T พระทัยเย็นๆค่อยๆพูดกันจิ อาจจะไม่รู้ตัวว่ารักกันก็ได้นา จริงๆองค์รัชทายาทรักองค์หญิงออก แง ดราม่าเลยย บีบหัวใจเลย ลำบากแน่องค์รัชทายาท ถ้ายังจะซึนต่อแบบนี้นะ แล้วยิ่งมีท่านพี่ชานยอลเพิ่มเข้ามาอีก (นี่คิดถึงองค์ชายชานยอลเหมือนกันนา ๕๕๕)
    โอยลุ้น อีกแล้ว ค้างมากๆ ๕๕๕๕๕๕ รอวันศุกร์อีกรอบนะคะ #แอบไปเขียนปฏิทินไรท์เตอร์ให้เป็นวันศุกร์ทุกวันได้มั้ย
    ฟิคเรื่องนี้คือเราค่อยๆอ่านมาก กลัวมันจบ แง T _ T แล้วยิ้มแก้มจะแตกตั้งแต่ตอนเริ่มเรื่องที่องค์ชายโดนชินแซว
    องค์ชายจงอินทำหลงมากกกกกกกกกกกก ฮือ

    รอตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ <3 :3
    #67
    0