[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 6 : *** ตอนที่ ๔ บุษบาแรกแย้ม {๑} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ม.ค. 57

 

 

ตอนที่ ๔ บุษบาแรกแย้ม

|

กลีบกลิ่นหวานหอม  

จรุงกำจาย...อบอวลฤทัย

 

 

“พระชายา... มาทางนี้สิ  แม่มีเรื่องให้ช่วยพอดี”

องค์หญิงพระชายาแย้มพระโอษฐ์รับกระแสรับสั่งหวานเช่นเคย  นับตั้งแต่ทรงเข้ามาพำนักภายในวังหลวงไม่มีใครที่ทรงคุ้นเคย พระมเหสีเปรียบเสมือนพระมารดาแท้ ๆ ของพระองค์  ผู้ซึ่งประทานความเมตตากรุณาให้กับพระองค์ไม่เคยขาด  ทุกครั้งที่มีโอกาส เจ้าของวรกายเล็กจะเสด็จมาเข้าเฝ้าและถวายงานรับใช้เท่าที่จะทำได้

“หูตาแม่ชักจะไม่ค่อยดี... อยากจะปักลายเกสรตรงนี้  แต่พอลงมือเข้า ...ก็คิดว่าละเอียดเกินไป พยายามเท่าไหร่ก็พลาดตลอด แม่รบกวนองค์หญิงช่วยแก้ไขและปักต่อทีนะ”

แม้ว่าองค์หญิงพระชายาจะยังทรงพระเยาว์  และมักพาพระองค์เองไปทำเรื่อง ซุกซน ชวนให้ฮวางซังกุงและนางวังส่วนพระองค์อ่อนใจอยู่ไม่น้อย  หากพระปรีชาสามารถขององค์หญิงนั้นกลับไม่ทรงพระเยาว์ตามไปด้วย  ฝีพระหัตถ์ด้านการปักผ้าของพระชายาแพคฮยอน โดยเฉพาะการปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทอง รวมไปถึงเส้นไหมจีนอันมีความละเอียดและต้องใช้ทักษะในการปักขั้นสูงเป็นที่เลื่องลือทั่วทั้งวังหลวง เนื่องจากครั้งหนึ่งได้ทรงถวายผลงานฝีพระหัตถ์เป็นฉากกั้นลายมังกร สำหรับพระราชพิธีรับราชทูตจากต่างเมือง  จนฝ่าบาทตรัสชม  และพระราชทานพีนยอ...ปิ่นทองล้ำค่า เพื่อเป็นของรางวัลสำหรับผลงานอันงดงามต้องพระราชหฤทัย  และประดับพระเกียรติยศแห่งองค์หญิงรัชทายาท

“เพคะ... มามา” ทูลตอบสมเด็จพระราชินีอย่าง ว่าง่าย โดยไม่ต้องทูลถามต่อ ทรงเสด็จไปประทับนั่งหน้าสะดึงไม้ที่ขึงด้วยผ้าสีขาวปักลวดลายดอกไม้ที่ละเอียด อ่อนช้อยดังที่ทรงตรัสไว้

“เสด็จแม่ทรงออกแบบเองเหรอเพคะ...หม่อมฉันไม่เคยเห็นลายที่งดงาม และละเอียดอ่อนเช่นนี้มาก่อน” ทูลถามขณะทอดพระเนตรแผ่นกระดาษที่ทรงร่างแบบไว้สำหรับผืนผ้าบนสะดึงไม้

“ใช่... แต่แม่ก็แก่แล้ว ออกแบบได้อย่างเดียว  คงต้องรอให้คนสาว ๆ มาช่วยปักให้สำเร็จล่ะ” รับสั่งอย่างรู้พระองค์  เพราะตามปกติแล้ว ช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญในการปักผ้าโดยตรงจะไม่มีการปักจากลายที่วาดไว้ก่อน  หากจะออกแบบคร่าว ๆ และค่อยปักตามภาพที่อยู่ในความคิดของตน  งานปักผ้าจึงเป็นงานที่แสดงถึงความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์  เพราะผู้ปักจะสามารถต่อขยายงานออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  สำหรับพระองค์แล้ว ด้วยพระชนมายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กอปรกับพระเนตรพระกรรณที่ไม่สมบูรณ์เท่าเดิมจึงทำให้ฝีพระหัตถ์ด้านนี้ค่อย ๆ ลดลง

แต่ทรงเบาพระทัยไม่น้อย  เมื่อพระสุณิสาทรงพระปรีชามากพอจะสนองตามพระราชหฤทัยของพระองค์ได้อย่างไม่มีที่ติ  ทรงโปรดที่จะทอดพระเนตรหัตถ์บางเคลื่อนไหวรวดเร็วบนผ้าที่ขึงตึงเพียงไม่นานจนภาพปักลวดลายวิจิตรบรรจงปรากฏขึ้น    

“ใครกราบทูลพระมเหสีเช่นนั้นเพคะ  ยังทรงดูพระเยาว์ไม่ต่างจากพระเชษฐภคินีขององค์ชายเลยนะเพคะ”

“ปากหวานเกินไปแล้วองค์หญิง....แม่ไม่ได้อ่อนวัยถึงขนาดนั้นซักหน่อย”

“หม่อมฉันกราบทูลตามความจริงเพคะ หากทรงตรัสว่าพระชนมายุแค่ยี่สิบห้าชันษาหม่อมฉันก็เชื่อเพคะ”

“จริงหรือ... ” ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในพระตำหนักทรงพระสรวลเบากับคำกราบทูลขององค์หญิงพระชายา  พระพักตร์ผ่องใสคล้อยตามไปกับคำทูล

“เพคะ...มามา” ตรัสสำทับ “แต่ถ้าอย่างฮวางซังกุงนี่หม่อมฉันไม่เชื่อนะเพคะว่าอายุแค่สามสิบสาม  มองเผิน ๆ คล้ายว่าจะถึงสี่สิบ  อายุก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ชอบทำหน้าบึ้งหน้าบูด  แม้แต่คิมซังกุงตอนนี้ยังดูอ่อนวัยกว่าเลยเพคะ”

ฮวางซังกุงผู้ถูกพาดพิงเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของสุรเสียงสดใส และลอบ ค้อนเบา ๆ  ขณะที่คิมซังกุงผู้ถวายการรับใช้องค์พระมเหสีมาเนิ่นนานป้องปากหัวเราะเบาด้วยกิริยาสมกับเป็นสาวชาววัง ก่อนเอ่ย

 “องค์หญิงก็ทรงตรัสเกินไป หม่อมฉันเขินแล้วนะเพคะ”

“จริงนะคิมซังกุง... เจ้าไม่เชื่อเหรอ  ลองให้ซังกุงคนอื่นตัดสินสิ” ทรงหาทางเลือกให้กับคิมซังกุง....ขณะที่พระเนตรพราวระยับบ่งบอกถึงความสำราญในพระหฤทัยที่ได้แกล้งซังกุงคนสนิทของพระองค์อีกครา

“เชื่อเถอะคิมซังกุง ... เราชักสงสารฮวางซังกุงแล้วล่ะ ”

“หม่อมฉันก็ด้วยเพคะ ” คิมซังกุงสนับสนุนจนพระชายาแสร้งแสดงพักตร์งอเง้า และหันไปทางฮวางซังกุง

“โอ๋ ๆ ฮวางซังกุงคนดีของเรา...อย่าร้องนะอย่าร้อง” กระแสรับสั่งนั้นเรียกพระสรวลดังจากพระมเหสีได้อีกครา   

ผู้ที่ถวายงานใกล้ชิดทุกคนรู้ดีว่าเหตุผลที่องค์หญิงพระชายากลายเป็น คนโปรด ของพระมเหสี ก็เพราะเหตุผลที่ว่า ทรงปรารถนาที่จะมีพระธิดาอีกพระองค์ไว้ให้คอยอ้อน คอยรับใช้ ถวายงานเช่นนี้  ประจวบกับพระอัธยาศัยส่วนพระองค์ขององค์หญิงแพคฮยอนเองที่ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างต้องยิ้ม และหลงรักพระองค์ได้อย่างง่าย ๆ

คงมีเพียงผู้เดียวเท่านั้น  ที่ยังคงเป็น ไม้เบื่อไม้เมา กับองค์หญิงที่เป็นที่รักของคนทั้งตำหนักพระมเหสี

องค์ชายรัชทายาทจงอิน!

 

 

            “ชู่ว...”

            วรกายสูงใหญ่ปรากฏพระองค์ต่อหน้าทวารประตูห้องเข้าเฝ้าพระมเหสี ทว่าเสียงเจื้อยแจ้วคุ้นพระกรรณทำให้ทรงยกพระดัชนีขึ้นแนบพระโอษฐ์ เพื่อไม่ให้นางวังผู้ทำหน้าที่ประจำทวารประตูขานชื่อผู้ขอเฝ้าตามธรรมเนียม

            “เวลาพระมเหสีรู้สึกปวดก็ต้องรีบพักสายพระเนตรเพคะ ..ถ้าเป็นไปได้ต้องทรงหลีกเลี่ยงการใช้สายพระเนตรมาก ๆ โดยเฉพาะยามเย็นและราตรีเพคะ  เพราะเพลานั้นจะต้องทรงเพ่งมากกว่าปกติ  ควรเสวยพระกระยาหารจากผักผลไม้ที่หลากสีด้วยเพคะ  จำพวกฟักทอง มะเขือเทศ ”

          รอยพระโอษฐ์หนายกขึ้นเล็กน้อยเมื่อทรงสดับกระแสรับสั่งอ่อนหวานของพระชายาที่กราบทูลพระมเหสี  จนอดดำริต่อไปไม่ได้ว่า..ช่างแตกต่างกับสุรเสียงที่ใช้กับพระองค์นัก

          “ทำแบบนั้นแล้วแม่จะดีขึ้นเหรอ.... หมอหลวงถวายโอสถหลายครั้งแล้ว  สายตาก็ยังไม่ดีขึ้นเสียที นึกอยากปักผ้าทีไรก็ต้องหงุดหงิดทุกที ”

          “หม่อมฉันเคยได้ยินมาว่าทางราชวงศ์ต้าชิงนำเข้าแผ่นแก้วขยายตัวหนังสือมาจากทางต่างประเทศแล้วนะเพคะ ... แต่ค่อนข้างหายากและใช้เวลาขนส่งนาน ถ้าเป็นไปได้หม่อมฉันจะหามาถวายนะเพคะ จะได้ไว้สำหรับทรงงานปัก “

          องค์รัชทายาทประทับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน....  ค่อย ๆ ซึมซับสิ่งที่ทรงสดับอยู่โดยไม่แปลกพระทัยมากนัก....

            สมเด็จแม่โปรดพระชายามาก... อาจจะมากกว่าพระองค์เองซึ่งเป็นพระโอรสแท้ ๆ ด้วยซ้ำ 

            ทว่า... รอยแย้มสรวลบางกลับคลายลง เมื่อพระมเหสีตรัสขึ้น

“ลำบากเจ้าอีกล่ะ... ผ้าพวกนี้ก็ฝีมือเจ้าทั้งนั้น  นี่แม่ยังรู้สึกผิดอยู่เลยนะที่ไม่ได้บอกองค์ชายเรื่องผ้าซับพระพักตร์ที่เจ้าปักถวายคราวก่อน ”

“มะ...ไม่ต้องหรอกเพคะ... หม่อมฉันไม่ได้... อยากให้องค์ชายทราบเรื่อง”

เพราะอะไรล่ะ องค์หญิง... จนป่านนี้แล้ว เจ้ายังไม่สบายใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นอีกหรือ”

“เปล่าเพคะ... หม่อมฉันแค่....”  สุรเสียงเศร้าสร้อย....แทบไม่น่าเชื่อว่ามาจากพระชายาที่พร้อมจะโต้เถียงกับพระองค์ไม่หยุดทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าพระพักตร์

ทว่า....พระหทัยแทบหยุดเต้น  เมื่อทรงได้ยินคำกราบทูลต่อมาขององค์หญิงรัชทายาท

“หม่อมฉันไม่ต้องการทำสิ่งใดเกินหน้าที่พระชายาเพคะ”

|||

 

ชายฉลองพระองค์สีน้ำเงินตามคตินิยมของราชวงศ์สะบัดพลิ้วตามจังหวะการเคลื่อนไหว แม้ว่าจะทรงประทับอยู่เบื้องพระพักตร์สมเด็จพระราชินี และพระชายาอยู่ครู่ใหญ่ หากนอกจากสายพระเนตรที่คล้ายจะแย้มสรวลอย่างรู้ทันพระองค์ของพระราชินีแล้ว... วรกายเล็กบางที่จดจ่ออยู่กับสะดึงไม้ขึงตึง และเข็มเล็กแหลมในมือ  สอดร้อยเส้นไหมละเอียดเป็นรูปร่างบนผ้าขาวกลับไม่มีทีท่าว่าจะรับรู้ถึงการปรากฏตัวขององค์รัชทายาทเลยแม้แต่น้อย

พระโอษฐ์สีหวานคลี่บาง... พระเนตรสดใส ระยิบระยับ... เปล่งประกายทุกครั้งที่ปักปลายเข็มลงบนผืนผ้า 

รอยยิ้ม ....แปลกตา.... น่าแปลกใจ จนอดครุ่นคิด...สงสัยไม่ได้

ว่าเหตุใดรอยยิ้มที่แสนสดใสนี้... จึงไม่เคยปรากฏต่อหน้าพระพักตร์ 

....แม้สักครั้งเดียว

“อ๊ะ!!”ทรงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเงยพระพักตร์ขึ้นมา หลังจากทอดพระเนตรเห็นชายฉลองพระองค์สีน้ำเงินเข้มเคลื่อนเข้ามาประทับนั่งอยู่ไม่ห่าง 

“ตกใจอะไรหรือ... เซจาบิน ”

“สะ..เสด็จมาตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะ”

“ครู่หนึ่งแล้ว... ” ตรัสตอบด้วยพักตร์เรียบเฉย

“แล้วทำไมหม่อมฉัน..ไม่เห็นล่ะเพคะ”

            “ก็เพราะว่าองค์หญิงกำลังตั้งใจปักผ้าอยู่น่ะสิ.... องค์ชาย... กับแม่ไม่อยากรบกวน” พระมเหสีทรงตอบข้อสงสัยด้วยพระองค์เอง  เมื่อพบว่าพระพักตร์อ่อนเยาว์ซีดเผือดลง

          ความสัมพันธ์ขององค์หญิงพระชายา...กับองค์ชายรัชทายาท  ยังคงเหินห่างนัก

            “ตกใจหรือองค์หญิง?” สมเด็จพระราชินีดำรัสถาม...           

“เปล่า... เปล่าเพคะ”  รับสั่งแล้วก็ก้มพักตร์งุด... กลับไปจดจ่อกับผืนผ้าตามเดิม  แม้สมาธิจะไม่ค่อยคงที่นักก็ตาม

ทรงได้ยินอะไรไปบ้างหรือเปล่านะ....?

พระมเหสีทอดพระเนตรสองพระองค์เพียงชั่วครู่... หากสิ่งที่รบกวนพระราชหฤทัยมาเกือบตลอดทั้งวันกลับทำให้มิสามารถสะกดกลั้นพระทัยไว้ได้ ...

“ได้ข่าวว่ามีพระราชพิธีแต่งตั้งด่วน...  เกิดอะไรขึ้น  แม่ไม่เคยเห็นฝ่าบาทพระทัยร้อนเช่นนี้มาก่อน” 

“หากเสด็จแม่ได้พบกับพระองค์... อาจทรงเข้าพระทัยได้ง่ายกว่านี้”  ทูลตอบพร้อมพระสรวลเบา “แม้ตอนนั้นหม่อมฉันจะยังเด็กมากก็ตาม ... แต่องค์ชายยองอัน ... เอ่อ องค์ชายชานยอลตอนนี้แทบไม่มีสิ่งใดผิดแผกไปจากเสด็จลุงเลย...”

“องค์ชายตรัสเช่นนี้...แม่ก็นึกอยากเห็นพระพักตร์ด้วยเช่นกัน ...พรุ่งนี้จะเสด็จเข้าวังหรือเปล่า  แม่อยากเชิญมาเสวยพระกระยาหารด้วย”

“หากพบ ....จะเชิญเสด็จมาตามที่เสด็จแม่ทรงพระประสงค์” รับพระราชเสาวนีย์อย่างว่าง่าย

“องค์ชายทรงอยู่ในป่ามาตลอด  แต่หม่อมฉันคิดว่าองค์ชายคงมีพระอาจารย์ที่เก่งมาก เพราะทรงเชี่ยวชาญทั้งภาษาในราชสำนัก และศิลปวิทยาต่าง ๆ ... โดยเฉพาะการวางพระองค์ต่อหน้าพระพักตร์”

            ราวกับ...ทรงรอเวลานี้มานาน

            “แล้ว...เสด็จ...พระมเหสีทึนอึยล่ะ”

            “คงเสด็จขึ้นมาด้วยในวันถวายพระยศ...แต่เสด็จพ่อทรงตัดสินพระทัยแล้ว  วันที่ชัดเจนคงต้องรอฝ่ายราชพิธีประกาศอีกครั้ง  ”

            “ฝ่าบาททรงคิดถึงพระองค์มาตลอด....ตั้งแต่ไม่พบพระศพขององค์ชายกับพระมเหสีในพระตำหนัก...ก็ทรงพยายามตามหามาตลอด  ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว...” สมเด็จพระราชินีมีพระราชหฤทัยหวนระลึกถึงความหลังครั้งเมื่อยังเป็นเพียงชายาของพระอนุชารัชทายาท ...  ทรงทราบเรื่อง และเข้าพระทัยพระสวามีอย่างดี

            เหตุการณ์ครั้งนั้น... ไม่ทำให้ฝ่าบาทคลายพระราชหฤทัยได้เลยตลอดสิบสามปีที่ผ่านมา

            “วังเซจา....ห่วงอะไรหรือเปล่า”

            “ไม่หรอกเสด็จแม่... ทูลตามตรง...ลูกแทบไม่รู้สึกอะไรเลย  ห่วงก็แต่เสด็จพ่อเท่านั้น ตราบใดที่ฝ่าบาทยังทรงคิดว่าราชบัลลังก์ไม่ใช่ของพระองค์อยู่... ราชบัลลังก์ก็จะไม่มั่นคง”

            “วังเซจา...”

            “โอ๊ย!” สุรเสียงเล็ก แหลมเรียกให้ทั้งสองพระองค์หันไปยังต้นเสียง... 

            เพราะมัวแต่ ฟังสองพระองค์ เพลิน  พระทัยที่เคยจดจ่อกับการปักผ้าจึงลอยไปตามกระแสรับสั่งของทั้งสองพระองค์  จนพาให้เข็มแหลมเล็กที่ทรงใช้ปักลงบนผ้าขึงสะดึงแทงเข้าบนปลายนิ้วพระหัตถ์ .... พระโลหิตแดงฉานไหลซึมออกมาทันที    พระขนงขมวดยุ่งก่อนที่จะส่งพระดัชนีเข้าสู่พระโอษฐ์ตามสัญชาตญาณ....

          “เซจาบิน!!!!  สุรเสียงกร้าว  ดุดันดังลั่นจนวรองค์เล็กสะดุ้ง  หัตถ์แกร่งเอื้อมมาคว้าข้อพระกรบอบบางออกในทันที

            “โอ๊ย”

            “เจ้านี่....ดูดเข้าไปได้ไง ...สกปรก!

            “เจ็บนะเพคะ” ตรัสเสียงสูง  ก่อนที่โอษฐ์บางจะเม้มสนิทเมื่ออีกพระองค์ ดุอีกครั้ง

“เป็นองค์หญิงได้ไง  หึ! .... เข็มตำแล้วเอาเข้าปากเนี่ย”

“ก็...”  พยายามโต้เถียง... หากผู้ที่เคลื่อนเข้ามาประทับอยู่เบื้องพระพักตร์ตรัสขัดขึ้นมา  สุรเสียงแข็งกร้าว ทำให้พระพักตร์สวยบูดบึ้ง  ขณะที่องค์รัชทายาทมีพระบัญชาให้กับพระอภิบาลของพระองค์ 

“หยุดเถียงเสียที....ฮวางซังกุงไปนำน้ำกับผ้าสะอาดมา”

“พะ...เพคะ ”

            “วังเซจา... อย่ารุนแรงกับองค์หญิงสิเพคะ”  พระมเหสีส่ายพระพักตร์ขณะทอดพระเนตรทั้งสองพระองค์...  หากพระโอษฐ์ประดับด้วยรอยแย้มสรวล    “ที่นี่ตำหนักแม่.... ฮวางซังกุงอยู่ที่นี่แหละ  คิมซังกุง....”

            “เพคะ...มามา”

            คิมซังกุง ... ซังกุงประจำพระองค์พระมเหสีถวายคำนับและเคลื่อนกายออกจากห้องส่วนพระองค์โดยที่ไม่ต้องมีพระบัญชาต่อ  

            “ลูกขอพระราชทานอภัย” ตรัสด้วยพระพักตร์เรียบเฉย... ก่อน โยน ความผิดมาให้กับผู้ที่ยังทรงกุมพระหัตถ์ทันที “ ..แต่ต้องโทษองค์หญิง.... ไม่สำรวมเสียเลย ต่อหน้าพระพักตร์แท้ ๆ”

            “ชอฮา!!” พระพักตร์หวานซีดลง  “มามา... หม่อมฉันผิดตรงไหนเพคะ”

            “องค์ชาย....” สุรเสียงหนักปรามองค์รัชทายาททั้ง ๆ ที่พระพักตร์ยังคงประดับด้วยรอยแย้มสรวลบาง...

            “ปล่อยสิเพคะ”

            “ถ้าปล่อยก็เอาเข้าปากอีก”

            “หม่อมฉันไม่ใช่เด็กนะเพคะ ชอฮา...” ดวงพักตร์งามลอบค้อนขวับแบบที่ไม่ให้พระมเหสีทรงสังเกตได้...

            “ไม่ใช่เด็กแล้วเหรอ...ตรงไหนนะที่ไม่ใช่เด็ก” พักตร์คมคร้ามก้มมองวรกายที่เล็กกว่าพร้อมรอยแย้มพระโอษฐ์กว้าง ... กวนพระทัยเช่นเคย

            “ชอฮา....” กัดพระทนต์แน่น  ก่อนเงยพักตร์ขึ้นสบพระเนตรกับผู้ที่สูงใหญ่กว่า พระนาสิกเชิดขึ้นเล็กน้อย  ก่อนที่เนตรคม...นิ่งที่ทอดมองลงมา จะทำให้พระหทัยกระตุก

            ใกล้.... เพียงอัสสาสะร้อนของอีกพระองค์รินรดบนปลายพระนาสิก

            พระราศีเข้ม ...คมคร้ามแดดสมกับที่เสด็จไปเยือนชายแดนมาเกือบปี  ดุดันขึ้นกว่าที่เคยทุกองค์ประกอบบนดวงพักตร์นั้น.... แตกต่างจากที่เคยทอดพระเนตรเห็นอย่างสิ้นเชิง

            ทรง...เจริญวัยขึ้น พระวรกายสูงใหญ่กว่าเดิม....ทั้งสายพระเนตร...ก็คล้ายกับกำลังมองเด็กตัวเล็ก ๆ

            เป็นผู้ใหญ่...นำพระองค์ไปแล้ว

“เซจาบิน.... ”

            “อ๊ะ....พะ...เพคะ” ทรงสะดุ้งกับสุรเสียงดุ.... หากไม่ตกพระทัยเท่ากับฝ่าพระหัตถ์ที่แตะอยู่บนพระปรางขาวนวล 

            “ไม่สบายหรือเปล่า... ทำไมแดงไปหมดทั้งหน้าแบบนี้”

            เนตรเรียวหยุดอยู่ที่พระเนตรสีดำลึกล้ำของอีกพระองค์...

            ไอร้อนจากนิ้วพระหัตถ์ส่งผ่านเข้ามาคล้ายคลื่นที่มองไม่เห็น...  ส่งให้พระหทัยกระตุกแรง...วรกายหยุดนิ่ง...แทบไม่สามารถขยับได้

            “แพคฮยอน....” กระแสรับสั่งทุ้ม...นุ่ม เบา รวมกับสายพระเนตรคมปลาบ 

            แพคฮยอน.....

          โลกหยุดนิ่ง  เพียงได้ยินนามของตน ....

คล้ายฝัน...      

            “แผลตรงนี้..... ยังไม่หายเหรอ....” ตรัสพร้อมกับที่ปลายพระหัตถ์แตะเบา... เหนือรอยแผลเป็นนูนเล็ก หากยาวเกือบครึ่งข้อพระหัตถ์ และหายไปในไรพระเกศา

            ทว่า... ไออุ่นร้อนบนพระมังสา... คล้ายจะลามเลียไปทั่วทั้งวรกายเล็ก...ที่มากสุด อาจเป็นพระเนตรแดงก่ำ...

            พักตร์ขาวก้มงุด...กระแสรับสั่งแผ่วหวิว  เมื่อทูลตอบด้วยสุรเสียงสั่น

            “หายดีแล้วเพคะ.... เพียงแต่ ร่องรอยของมันยังอยู่”

เพราะเป็นแผลลึก... เพียงแค่แตะต้องเบา ๆ ก็ชวนให้คิดถึงความเจ็บปวดที่เคยได้รับ

            “เจ้าคงเจ็บมาก...”

            พระโอษฐ์บางเหยียดตรง   พระเนตรหวานหลุบลงต่ำขณะตรัสถามเศร้าสร้อย... หากทำได้เพียงเอื้อนเอ่ยในพระหทัย

“..... สำหรับหม่อมฉัน ....ตามหน้าที่แล้ว  ไม่สามารถรู้สึกอะไรได้...ไม่ใช่เหรอเพคะ”

 

          “พระโอสถมาแล้วเพคะ!เสียงของฮวางซังกุงผู้จงรักภักดีดังขึ้นในจังหวะเดียวกับที่สองพระองค์ไม่ทำสิ่งใดนอกจากประทับนิ่ง และสบพระเนตรกัน...แม้คิมซังกุงจะเป็นผู้นำหีบพระโอสถมาถวาย... หากในฐานะผู้ถวายการใกล้ชิดกับองค์หญิงรัชทายาท  ฮวางซังกุงถือเป็นหน้าที่ที่จะเข้าไปถวายการรักษาให้กับพระองค์

            แม้ว่าเหตุผลหลักของนางจะไม่ใช่เพียงต้องการทำหน้าที่ของตนเท่านั้น

            ต้องรีบห้าม...เดี๋ยวทรงวิวาทกันอีก..... ฮวางซังกุงคิดในใจอย่างกังวล

          องค์ชายรัชทายาท และองค์หญิงพระชายาสะดุ้งกับเสียงนั้นแทบจะพร้อมกัน ... พระพักตร์ที่จับจ้องกันนิ่งอยู่ครู่ใหญ่เบือนหลบในทันที... หากอุ้งพระหัตถ์ที่อยู่ที่พระเพลากลับยังไม่ละออก

            “ทำแผลก่อน”

            “ปะ...ปล่อยเถอะเพคะ  หม่อมฉันทำเองได้”

            “ไม่....”

            “ชอฮา..”

            พระพักตร์นิ่ง... ไม่มีพระอาการแสดงการตอบรับใด ๆ จากสุรเสียงแหลมเล็กที่ตรัสเรียกพระยศ หัตถ์แกร่งประคองหัตถ์เล็กไม่ยอมปล่อย... ไม่มีเหตุผลใด...นอกจากที่ทรงตรัสไว้ก่อนหน้านี้

            เดี๋ยวเอาเข้าปาก....ปล่อยไม่ได้

            “หม่อมฉัน....” ซังกุงอภิบาลขององค์หญิงพระชายาตั้งใจขยับเพื่อจะช่วยทำแผลให้กับพระองค์ผู้อยู่ในความดูแล ...หากสายพระเนตรของพระมเหสีที่มองมาได้ปรามให้นางหยุด ... และเคลื่อนหีบโอสถที่ได้รับจากคิมซังกุงไปใกล้กับวรกายสูงใหญ่แทน

            “แม่ว่าองค์ชายช่วยดูแลแผลองค์หญิงหน่อยดีกว่า... เข็มนี้ค่อนข้างแหลมและเล็ก อาจตำเข้าไปลึก...” ตรัสบอกพระโอรสก่อนบอกองค์หญิงพระชายาต่อไป

“ส่วนองค์หญิง...ให้องค์ชายช่วยดูแผลให้จะดีที่สุด  แม่ได้ข่าวว่าองค์ชายได้ไปร่ำเรียนวิชาทางการแพทย์มาเพิ่มเติมด้วย  ให้ทรงได้แสดงพระปรีชาสามารถหน่อยแล้วกัน”

            พระพักตร์แย้มละไมขณะรับสั่ง ส่งผลให้พระชายาแพคฮยอนก้มพักตร์งุดรับพระบัญชาอย่างว่าง่าย  พระสุณิสาอาจดื้อบ้างกับพระโอรส  แต่กับพระองค์  นางให้ความเคารพ อ่อนโอนเสมอ  ... และไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาตลอดเวลาที่พระหัตถ์อุ่นกระชับหัตถ์ที่เจ็บแน่นกว่าเดิม ... องค์ชายรัชทายาททรงใส่พระโอสถให้และใช้ผ้าแพรขาวฉีกเป็นริ้วพันพระดัชนี   สมเด็จพระราชินีมองปรางขาวและพระกรรณทั้งสองข้างค่อยขึ้นริ้วแดงจัดด้วยความสำราญพระทัย

เพราะทรงรักราวกับพระธิดา... จึงทรงเข้าพระทัยองค์หญิงรัชทายาทเป็นอย่างดีมาตลอด

            “วังเซจาเสด็จไปชายแดนมาเกือบปี.... อาจจะมีของฝากมาให้กับองค์หญิงบ้าง... ”   พระมเหสีตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนหวาน  สายพระเนตรจับจ้องที่พระพักตร์คมขององค์ชายรัชทายาท

            “คือ.... หม่อมฉัน....”

            “หม่อมฉันไม่ได้หวังอะไรหรอกเพคะ ... คาดว่าวังเซจาคงจะทรงพระเกษมสำราญกับการขี่ม้ายิงธนูฟันดาบเพลิดเพลิน...อาจไม่มีเวลาหาของเหล่านั้น”

            “ถ้าเจ้าคิดว่าชายแดนมันสนุกนัก  สักวันข้าจะพาเจ้าไป เกษมสำราญ กับการขี่ม้าไต่ผา ยิงลิงภูเขาดูบ้าง”

            “อย่างน้อย...ก็น่าจะทรงเกษมสำราญมากกว่าผู้ที่ต้องทำหน้าที่อยู่ตรงนี้”

            หน้าที่...ของพระชายา

            “องค์ชาย...ของที่ฝากแม่ไว้ ว่าอย่างไรล่ะจ๊ะ....”

            พระดำรัสนั้นทำให้องค์ชายปั้นพระพักตร์แทบไม่ถูก... ยิ่งทอดพระเนตรเห็นองค์หญิงพระชายาเงยพักตร์ขึ้นมองด้วยความสนเท่ห์ พระองค์ก็ยิ่งอยากจะตอบปฏิเสธไปเสียดื้อ ๆ ...

            เสด็จแม่.... เหตุใดจึงแกล้งลูกเช่นนี้

            “แล้วแต่เสด็จแม่เถิด...ลูกเพียง... จัดหามาเท่านั้น”

            “หือ...หมายความว่าให้แม่มอบแก่พระชายาตอนนี้เลยหรือ? ....คิมซังกุง  ไปหยิบมาสิ”

            “เพคะ...มามา”              

            วรกายสูงใหญ่เกิดพระอาการ นั่งไม่ติดที่ ในฉับพลัน... เมื่อซังกุงคู่พระทัยพระราชินีเคลื่อนกายอย่างเงียบเชียบไปหยิบ ของที่ได้รับพระบัญชามาด้วยความรวดเร็ว ... ดวงพักตร์ขาวผ่องของผู้ที่อยู่ข้างกายมองตามการเคลื่อนไหวนั้นอย่างสนพระทัย  ก่อนตรัสถาม

            “ทรงหามาฝากหม่อมฉันจริงหรือเพคะ”

            “...”

            โอษฐ์บางเม้มสนิทเมื่อไม่พบคำตอบที่ทรงต้องการ... พักตร์หวานจึงหันไปทางผู้อาวุโสสูงสุดในห้อง และตรัสราวกับสงสัยใคร่รู้นัก

            “เสด็จแม่เพคะ?

            “ใช่... บังเอิญไปเจอมา... เฉย ๆ ” กระแสรับสั่งกร้าวตรัสขึ้นเร็ว... ก่อนที่ผู้ที่กุม ความลับ ของพระองค์จะได้ออกพระโอษฐ์แทน  “ไม่ได้มีอะไร...หรือความหมายมากกว่านั้น”

            “หม่อมฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะมีความหมายเหมือนกันเพคะ...”

            พักตร์เง้าทันที.... แม้ว่าคิมซังกุงจะได้เชิญกล่องสี่เหลี่ยมขนาดพอดีมือห่อด้วยโพจากิ...ผ้าห่อของลวดลายสวยงามมาประทับเบื้องพระพักตร์แล้ว

            “นี่คือ....”

            “หีบไม้ร่ำ... ไว้อบร่ำผ้า  องค์ชายเข้าใจเลือก เห็นบอกว่าเป็นไม้เนื้อดี ซับกลิ่นได้จรุงนัก... แต่ไม่ยักยอมให้แม่เปิดดูไม้หอมข้างในคงหอมติดจมูกเชียว” ทรงตรัสก่อนสรุปให้

            “หีบไม้หอมขนาดเล็กและฝีมือวิจิตรเช่นนี้คงหาไม่ได้ง่าย ๆ”

            หากไม่ตั้งใจเลือกสรร... คงไม่ได้มา

            “ขอบพระทัยเพคะ “  พักตร์ขาวก้มโค้ง... และตรัสเบาพอให้ผู้ประทานของฝากนี้ได้ยิน  พระหัตถ์บอบบางที่แข็งขืนก่อนหน้านี้ค่อยคลายลง.... ยินยอมให้อุ้งพระหัตถ์หนากอบกุม และกระชับกว่าเดิม

          “หวังว่า...คงถูกใจเจ้า” ตรัสตอบ.... ก่อนปล่อยพระหัตถ์ออก   และขยับออกห่างจากองค์หญิงรัชทายาท  ผู้เป็นพระชายา

            .....

            ทว่ากลิ่นคุ้นพระทัยลอยขึ้นมาแตะพระนาสิก...อีกครั้ง แผ่วหวาน....คล้ายถูกสายลมชักชวนให้ลอยพลิ้วผ่านมาให้พระองค์ได้กลิ่น

ก่อนหน้านี้ยังไม่แน่พระทัย...ว่าเพราะเหตุใดจึงรับรู้ถึงกลิ่นนี้อยู่เสมอ

            กลิ่น...เดียวกับที่ลอยอบอวลอยู่รอบ ๆ พระองค์มาตลอดหนึ่งปีที่เสด็จประทับอยู่ที่ชายแดนท่ามกลางกลิ่นสาบ และกลิ่นเหงื่อ   พระองค์กลับรับรู้ถึงกลิ่นนี้ได้ตลอดเวลา ....

กลิ่นที่ลอยมาจากความทรงจำ...

            หอมจรุง... ตลบอบอวลในพระหฤทัยมาเนิ่นนาน

            เพิ่งแน่พระทัยในขณะนี้...ว่ามาจากไหน

           

เจ้าเองหรือ....เจ้าของกลิ่นนี้

            พระชายาแพคฮยอน

 

 

|||

 

           

 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #434 namilee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 11:33
    โธ่ องค์หญิงน้องแพค ทำไมซึนขนาดนี้คะ เห้อออออออ
    #434
    0
  2. #377 lavani (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 22:21
     *´∀`)*´∀`)´∀`)*´∀`)  
    ต่างคนก็ต่างปากแข็งกันทั้งคู่นั่นเเหละนะ
    55555555555 
    แต่..ก็ทำอะไรดีๆให้กัน...  ψ≧∪≦ψ 
    โดยไม่ต้องบอกอะไรมาก
    นี่สิ..มันฟินอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ ให้ตายเสะ 
    #377
    0
  3. #346 uuika (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 18:46
    ทรงปากแข็งกันทั่งคู่เลยนะเพคะ 
    คิดเช่นใดก็ทรงตรัสเช่นนั้นสิเพคะ
    5555555
    #346
    0
  4. #326 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 15:47
    บังเอิญจีบุงงงงงงสินะเพคะองค์รัชทายาท กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ที่จะได้ของฝากอย่างดีราวกับคัดสรรอย่างตั้งใจขนาดนี้กลับมาฝากพระชายาตัวน้อย ฟหกดดสววาสงมท่วส่กกดดงกว ปากแข็งจริงๆ ทั้งคู่เลยค่ะ ซึนมาก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด องค์รัชทายาทในตอนนี้ได้ใจไปเต็มๆค่ะ ชอบ น่ารักง่อว <3
    #326
    0
  5. #256 รับผ่าหมาออกจากปาก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 20:55
    ละมุนเว่อร์ !!!!
    บอกเลยว่า..ปากแข็งทั้งคู่...
    แต่องค์รัชทายาทจงอิน..น่ารักอ่ะ
    งือออออออออออ.
    -/////- 
    หาของมาให้ก็บอกว่าให้ตรงๆเลยสิ.
    ๕๕๕๕๕๕ อ้างอย่างอื่นทำไม.
    อ่านไปยิ้มไป >w<
    /meยกป้ายไฟรัวๆ
    #256
    0
  6. #231 ภภภภ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 01:26
    เคยเกิดเรื่องราวอะไรระหว่างสองคนนี้กันนะ ที่ทำให้แพคฮยอนยึดมั่นใน'หน้าที่'ขนาดนี้ หรือแค่ทำตามหน้าที่จริง ๆ
    ปากแข็งกันทั้งคู่เลย แต่น่ารักกรุบกริบ ฮืออออ เสด็จแม่ต้องช่วยนะเพคะ

    #231
    0
  7. #210 Windy Boy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 14:24
    กรี๊ดดดดดดดดด ตอนนี้เขาน่ารักมากเลย น่ารักทุกคนเลย ไม่ว่าจะเป็นพระมเหสี องค์ชายรัชทายาท เซจาบิน ฮวางซังกุง คิมซังกุง แงงงงงง ชอบๆ เจอกันคราวนี้เขาไม่ทะเลาะกันแล้วนะเออ เขาเป็นห่วงกันด้วย (ก็แหม...มีพระมเหสีอยู่ด้วย คอยชงอยู่นี่นา) แท้จริงแล้วองค์ชายไม่ได้มีแต่มุมแข็งกร้าวนะเออ เขามีมุมอ่อนโยนด้วยนะ รู้จักเลือกซื้อของฝากใหด้วย ตั้งใจซื้อมาแต่ไม่อยากให้รู้ โอ๊ยยยยย องค์ชายเพคะหม่อมฉันเขิน แม้จะปากแข็งไปหน่อยก็เถอะ ส่วนองค์หญิงก็พอกันเลย ปักผ้าให้มันน่ารักมากๆ โอ๊ยๆ หม่อมพี่จะไม่ทนกับความน่ารักนะเพคะ 555555555555555 แผลเป็นที่องค์ชายว่านั่นไปเล่นซนอะไรนะ เขาเป็นห่วงกัน โอ๊ยยยย เขิน ตอนนี้คือเขินสุดอะไรสุด อ่านไปอมยิ้มไป ตอนท้ายก่อนตัดจบไเตอร์ได้บรรยายถึงกลิ่นของแพคฮยอนที่จงอินคุ้นเคย กลิ่นนั้นมาจากผ้าปักที่เคยใช้เมื่ออยู่ป่าใช่รึเปล่า ละพอเข้าใกล้องค์หญิงถึงได้รู้ว่ากลิ่นตัวองค์หญิงก็คือกลิ่นเดียวกับผ้าปัก โอ้โหอือหืออออ ลึกซึ้งตรึงใจ ไม่รู้จะเม้นอะไรอีกแล้ว ไรเตอร์และทีมงานสู้ๆ นะคะ
    #210
    0
  8. #198 u_turn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 22:57
    วังเซจาปากแข็ง  ตั้งใจหามาให้ก็บอกมาเถอะ

    อ่านแล้วแบคฮยอนน่ารักมากๆเลย
    #198
    0
  9. #145 BB_Yok (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 17:42
    อ๊ายยยยยยย
    เขินอะ วังเซจาเป็นห่วงเซจาบินใช่ม๊า??
    องค์รัชทายาทเขินโคตรน่ารักอ่าาาา
    ช้านจะไม่ทนนนนนนน
    #145
    0
  10. #122 32fds (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 11:49
    เมื่อไหร่น้า เซจาบินจะปากหวานช่างพูดช่างเอาใจกับวังเซจา เหมือนกับตอนที่อยู่กับสมเด็จราชินี
    ท่าทางจะน่ารักมากๆเลยยยยยยย (ชูป้ายไฟฟฟฟ 55555)
    ผ้าผืนนั้นปักให้เขา ก็ไม่ยอมบอก
    ซื้อปิ่นงาช้างมาก็ไม่ยอมให้ มันน่านัก !!! 

    เมื่อไหร่น้า เซจาบินจะปากหวานช่างพูดช่างเอาใจกับวังเซจา เหมือนกับตอนที่อยู่กับสมเด็จราชินี
    ท่าทางจะน่ารักมากๆเลยยยยยยย (ชูป้ายไฟฟฟฟ 55555)
    ผ้าผืนนั้นปักให้เขา ก็ไม่ยอมบอก
    ซื้อปิ่นงาช้างมาก็ไม่ยอมให้ มันน่านัก !!! 
     

    #122
    0
  11. #66 ShawolBB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2556 / 15:57
    กรี้ดก่อนนะ เค้าหวานเป็นแล้ว แต่ก็ยังกั๊ก โถๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    บทหล่อมาเชียว นอกจากเก่งทำตัวดำแล้วก็ยังรู้จักสรรหา แอร๊ยยย

    น่ารัก ละมุนละไมกรุบกริบ ตอนเรียกชื่อ แพคฮยอน นี่ก็เขินสุด

    ได้ข่าวว่าก็ไม่ได้ชื่อแพคฮยอนแต่เขินทำไม ตั้งแต่อ่านมาไม่เคยเห็นเรียกแบบนี้

    อ่านถึงตอนนี้เพลงยังคลออยู่ตลอดเวลา เพลินมาก เปิดฟังตอนนอนคงฝันว่านั่งเป่าขลุ่ยบนต้นไม้

    เสียงขลุ่ยติดหูมาก มาก ถึงมากที่สุด รอต่อนะคะพี่นิ่ม ชอบมากๆ

    จะรออ่านจนจบเรื่อง 

    ละมุน น่าตี ดราม่า ข้นๆการเมือง มาทุกสิ่งอย่าง ครบเลยในเรื่องเดียว

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆที่หาอ่านแบบนี้ได้ยากนะคะ



    รอค่ะ ไฟท์ติ้งค่ะ ^_____^
    #66
    0
  12. #62 ป๋ายคือของข้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 21:08
    ขุ่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนพี่นิ่ม!!!!!



    โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!! TTOTT /



    มหาลัยซาแซงแฟนคนนี้เปิดแล้ว ฮร่อก เรียนหนักเฟร่อออออออออออออ #ใครถามเมิง - -



    พลาดซะแล้ว พลาดมาก TT TT กว่าจะเจียดเวลามาหาเจ้



    ก็เป็นวันเสาร์เลอออออ



    พาร์ทนี้ แอร้ เขินชอฮา กับ เซจาบิน .////////////////////////////.



    พาร์ทที่แพคฮยอนเขิน โอ้ยๆๆๆๆๆ *จิกภูษา *อิน 555555555555



    แล้วชอฮา แหม่ๆๆๆๆๆๆๆ เอามาฝากเค้าก็บอกไปเห้อออออออออออ มาทำเป็นเก๊ก อุอิ *เอาศอกทุ้ง*



    ฮวางซังกุงยังเป็นคนที่น่าสงสารเช่นเดิม ถถถถถถถถถถถถถ



    โอ้ยๆๆๆ พี่นิ่ม สปอยฟิคในทวิตแต่ละตอน โอ้ยๆๆๆๆ อยากจะขูดผนังไต่เพดานไปหาเจ้รัวๆ #เมิงเป็นตัวอัลไล



    ฆ่าซาแซงคนนี้เถอะ อร่อกกกกกก



    คืออินี่มาเพื่อเวิ่น ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกะฟิคเล้ยยยยยย เจ้อย่าปาอะไรมาทั้งนั้นนะคะ *ทำตาวิ้งๆ* อุอิ



    ยังไงซาแซงแฟนคนนี้จะไม่ทิ้งเจ้แน่นอนค่ะ *ทำท่าตะเบ๊ะ*



    เลิ้ฟอาเจ้และทีมงานทุกคน Fighting ค่ะ *โปรยจูบ*



    #เรารักฟิคเจ้ค่ะ d TT TT b
    #62
    0
  13. #61 Renoir92 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 01:13
    นั่งรอตั้งแต่ตอนเย็นๆ มัวแต่ดีใกับเด็กๆมากไปหน่อย 5555
    มาเอาเวลานี้เราก็อาจจะเริ่มพิมพ์เม้นไม่รู้เรื่องแล้ว

    อยากจะจีบองค์หญิงมาตีตูดจริงๆ ไปแกล้งฮวางซังกุงแบบนั้นได้ไง นางเสียเซลฟ์หมด 55555
    อยู่ต่อหน้าพระมเหสีนี่ปากหวานเชียวนะองค์หญิงลิงน้อย #ยืมองค์ชายจงอินมาใช้
    ไม่อยากจะเชื่อว่าทำงานฝีมือกับเค้าก็เป็นด้วย นึกว่าปีนต้นไม้เป็นอย่างเดียว 5555


    โอย อยากเป็นองค์ชายจงอิน อยากได้ผ้าที่องค์หญิงปัก น่ารักกกก โฮฮฮ
    นางมีมุมที่เป็นกุลสตรีกับเขาดั้วะะะ #ไม่มีแล้วจะมาเป็นชายาได้ไง 5555555555


    เหตุใดรอยยิ้มที่แสนสดใสนี้ จึงไม่เคยปรากฎต่อหน้าพระพักตร์...แม้สักครั้งเดียว ..
    องค์ชายน้อยใจจจ แงงงง น้อยใจด้วย ไมไม่ยิ้มแบบนี้กับองค์ชายมั่งงง
    ในอดีตเคยเกิดเรื่องอะไรขึ้น ; - ; เป็นแผลเป็นด้วย ข้าใคร่รู้ยิ่งนัก ฮ่อลลล คงจะเจ็บปวดน่าดู
    ชอบตอนลูบที่แผลเบาๆค่ะ ;//////; ฉากนั้นนี่คนอื่นเหมือนไม่มีชีวิตไปเลย ทั้งโลกนี้มีแค่เราสอง แฮร้ยยย
    นั่งไทม์แมชชีนไปอ่านตอนต่อไปเลยได้มั้ย 5555
    ตอนมอบของฝากจากชายแดนอีกอึดอัดแทนองค์ชายเลยค่ะ #อิน
    จริงๆก็ตั้งใจหามาให้แหละทำฟอร์ม อะเด่อ
    พาร์ทนี้ไม่มีท่านพี่ชานเลยยยย คิดถุงงง 555555555

    อยากให้คนอ่านฟิคดีๆแบบนี้เยอะๆจังค่ะ เราชวนน้องมาอ่านแล้ว
    น้องบอกว่าอ่านพีเรียดไม่เป็น อ่านยาก ต้องแปลราชาศัพท์แล้วต้องตีความอีก Orz
    เราก็ไม่ได้อ่านเก่งหรอก แต่เราชอบนะ ได้ใช้สมอง(ที่ตอนนี้แบลงค์มาก) ได้คิดตามและดูมีอะไรที่มากกว่าเป็นฟิค
    เรารับรู้ได้ถึงความตั้งใจของคนแต่งผ่านตัวหนังสือ ผ่านการตกแต่งทั้งหน้าฟิค และภายในตอนแต่ละตอน
    ไหนจะกลอนอีก เก่งมากๆค่ะ
    เราจะติดตามต่อจนจบเลยนะ สู้ๆนะคะ ซาราง ; - ;♥

    *แก้ไขเพราะกดส่งแล้วเม้นแหกมากค่ะ T_T

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 มิถุนายน 2556 / 01:15
    #61
    0
  14. #60 ppyoy. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 00:24
    พระชายาตอนนี้น่ารักจังเลยเพค้าาา~ น่ารักก็น่ารัก ปักผ้าก็เก่ง องค์หญิงเจ๋งสุดๆ ♥
    แถมขี้แกล้งได้น่าหยิกมากๆ แอบมีแกล้งฮวางซังกุงซะงั้น แต่เป็นฮวางซังกุงก็คงโกรธไม่ลงนะแบบนี้
    องค์หญิงทำองค์รัชทายาทร้าวรานเบาๆ ดูนางไม่อยากรับตำแหน่งนี้มากๆ คิดว่ามันคือหน้าที่ๆ
    คนฟังร้าวรานแทนเลยนะคะแบบนี้ y - y ไม่อยากทำแต่ก็ทำไปแล้วหรือเปล่า
    ไม่เป็นไรนะองค์หญิงแพคฮยอน ทำเกินหน้าที่เลย แง ต่างคนต่างปากแข็งนะคู่นี้
    ดูจากตอนวังเซจาบินมือพลาดไปโดนเข็มปัก คนที่ปรี่เข้ามาคนแรกก็คือซอฮานะคะ y w y เป็นห่วงไม่น้อยเลยน้า
    ตอนนี้องค์รัชทายาทโดนย้ำหลายรอบมากเรื่องเกี่ยวกับ หน้าที่ ของพระชายา เหมือนพระชายาฝืนใจมากๆ
    ลำบากใจแทนองค์รัชทายาทเลย ทั้งเรื่องบัลลังก์ทั้งเรื่ององค์หญิงแพคฮยอน (ที่ดูท่าแอบเอียงไปทางองค์ชายชานยอลอยู่หน่อยๆ u _ u )

    องค์รัชทายาทเท่มากกกกกก ปากแข็งแต่น่ารัก พระมเหสีก็ช่วยชงลูกชายกับลูกสะใภ้มากๆ ให้วังเซจาเป็นคนทำแผล
    โอยตาย หวั่นไหวกับองค์ชายจงอินระดับแปดสิบ - ///////////////// - ขอสิงพระชายาฟินซักสามวิก็ยังดีนะคะ
    แผลเป็นขององค์หญิงมาจากอะไรหว่าา ' - ' โดนปิ่นปักผม(?) ? องค์รัชทายาทตอนถามอ่อนโยนมากๆ /เป็นลม
    ของขวัญจริงๆตั้งใจหามาแต่ก็แกล้งปากแข็งนะเพคะองค์ชาย หมั่นไส้ได้มั้ย ถถถถถถถถถถถถ น่ารักมากเลย
    ตอนนี้ฟินไคแพคมากๆเลยค่า แฮ่ เอาอีกนะๆ ถึงจะแอบหน่วงๆแต่ชอบตอนองค์รัชทายาทกับพระชายาลับฝีปากกันมากๆเลย
    คู่นี้น่ารักแบบปากแข็งๆ แต่ดูท่าองค์รัชทายาทรักพระชายาเอามากๆเลยนาา :D ♥

    ติดตามตอนต่อไปนะคะ จะมารอทุกวันศุกร์ เย่ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    ปล. แอบคิดถึงท่านพี่ชานยอล ' - ' แฮ่


    #60
    0