[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 20 : *** ตอนที่ ๑๐ จังหวะรักในหฤทัย{๒} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 เม.ย. 57

 

             

ตอนที่  ๑๐  จังหวะรักในหฤทัย {๒}
 

|
 

                                                 เป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบาก               เป็นผู้ชายยิ่งยากกว่าหลายเท่า

                                หญิงต้องเจียมกายามาแต่เยาว์                               ชายต้องเฝ้าวิงวอนให้หล่อนรัก

                                หญิงถึงรักต้องแสร้งแกล้งทำเฉย                         หวังให้ชายอยากเชยยิ่งขึ้นหนัก

                                ต่างคนต่างซัดกันน่าขันนัก                                   ที่แท้ต่างสมัครจะรักกัน

                                                                                                                                                                                                                                                     (วิวาหพระสมุท)

 

 

         ยิ่งใกล้วันพิธีสำคัญขององค์หญิงพระชายา  นางกำนัลฝ่ายในล้วนแล้วแต่ต้องตระเตรียมงานกันอย่างชุลมุน  องค์หญิงน้อยผู้เป็นคนสำคัญที่สุดของงานเองก็เช่นกัน  นอกจากต้องฝึกฝนพิธีการขอพรบรรพบุรุษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังต้องอ่านและจดจำกำหนดการ ทั้งต้องลองฉลองพระองค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดดังที่พระมเหสีทรงปรารถนา 

                ตั้งแต่เช้าจวบจนย่ำค่ำ องค์หญิงพระชายาแทบไม่มีโอกาสได้พัก  แต่ถึงแม้จะทรงเหน็ดเหนื่อยวรกายมากเพียงใด  การได้มองนางกำนัลในพระตำหนักวิ่งวุ่นและทำงานไม่ได้หยุดตลอดวันก็ทำให้พระองค์ค่อยคลายจากความอ่อนล้าได้บ้าง  บางคราวที่ได้ทรงพักจากการซักซ้อมพิธีกรรม  จึงเสด็จไปทักทายนางกำนัลที่คุ้นเคยกันดีภายในพระตำหนัก   กระทั่งได้เข้าไปพบกับนางวังจอง จีเฮที่ไม่ได้พบกันตั้งแต่เช้า นางนั่งพับฉลองพระองค์ลงหีบด้วยใบหน้าซีดเซียว ริมฝีปากขาวไร้สีเลือด เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มใบหน้า จนทรงตกพระทัยไม่น้อย  องค์หญิงพระชายารีบสาวพระบาทเสด็จไปหาด้วยพระหฤทัยห่วงใย   ทรงประทับนั่งลงกับพื้นอย่างไม่ถือพระองค์ จนฮวางซังกุงที่ตามมาติด ๆ แทบหวีดร้องห้าม

                “เจ้าไม่สบายหรือเปล่า จีเฮ... หน้าซีดขนาดนี้”

                จีเฮเงยหน้าขึ้นมามององค์หญิงด้วยความตกใจ  นางนิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง ก่อนกราบทูล

                “ไม่...ไม่เป็นไรเพคะ”

                “ไม่เป็นไรที่ไหนกัน...  ไหนหันมาทางนี้ซิ”พระหัตถ์เรียวทรงคว้าแขนของนางวังจองให้หันมา และแตะวัดอุณหภูมิทุกจุดที่ตรวจสอบได้ “ทำไมตัวเย็นแบบนี้  ไปพักก่อนไหม...”

                “ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันไหว”

                “ไม่ได้นะ... เกิดไม่สบายหนักจะเป็นยังไง”

                “เซจาบินเพคะ”  ฮวางซังกุงกราบทูลพลางถอนหายใจ  ตั้งแต่ทรงได้นางวังจองมาเป็นนางกำนัลคู่พระทัย  องค์หญิงพระทัยดีเป็นพิเศษจนบางครั้งนางเองก็อ่อนใจที่จะห้ามปราม แม้ใจหนึ่งจะดีใจที่องค์หญิงได้ทรงมีสหายวัยเดียวกันเป็นที่ปรึกษา  แต่บางครั้งก็ทรงประทานสิทธิพิเศษให้กับจีเฮมากจนนางวังคนอื่น ๆ ในพระตำหนักเกิดความริษยา  ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่นางกำนัลทุกคนในพระตำหนักและทั้งวังหลวงล้วนแล้วแต่ต้องทำงานหนักด้วยกันทั้งสิ้น   แม้จะเป็นที่โปรดปรานมากเท่าไหร่ แต่ในฐานะของนางวังประจำพระตำหนักก็ต้องทำงานให้เท่าเทียมกัน

                “ฮวางซังกุง  เจ้าดูนางสิ... หน้าซีดขนาดนี้ ไม่ห่วงนางเหรอ”

                “องค์หญิง... ซังกุงคนอื่นก็ได้ใจกันหมดสิเพคะ” ฮวางซังกุงแย้ง  “หากทรงละเว้นนางไปสักคน นางคนอื่น ๆ ก็ต้องทำบ้างนะเพคะ  หากพระองค์ไม่เข้มงวดบ้าง.. นางในตำหนักก็คงหละหลวมกันไปหมด”

                เจ้าของวรกายบอบบางเบือนพระพักตร์ไปทางพระอภิบาลด้วยพระขนงขมวดมุ่น  ก่อนที่พระเนตรเรียวงามจะระยิบระยับด้วยสายพระเนตรเจ้าเล่ห์

                “แต่พิธีที่ข้าต้องเข้าเป็นถึงพิธีขอพระราชบุตรเชียวนะ...” สุรเสียงหวานตรัสอย่างจริงจัง “เจ้าคิดดูสิว่าถ้าคนสนิทของข้าเจ็บป่วยไปก่อนวันงาน  มันจะเป็นฤกษ์ที่ไม่ดี และอาจส่งผลต่อพิธีกรรมได้นะฮวางซังกุง”

                ฮวางซังกุงสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินรับสั่งนั้น   สายตาคมกริบของนางตวัดไปยังนางวังจอง และส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ

                “อย่าทรงพระทัยดีเกินไปสิเพคะ”

                โอษฐ์บางสีสดแย้มพระสรวลกว้าง  กับประโยคที่คล้ายว่าจะอนุญาตอยู่ในทีนั้น  ทรงหันกลับไปหานางกำนัลคนสนิท และกระชับพระหัตถ์เข้ากับมือทั้งสองของจองจีเฮ

                “กลับไปพักเสีย ถ้ามีคนถาม...ก็บอกว่าข้าสั่งให้เจ้าไปหาของสำคัญให้ข้า ”

                “เพคะ...”

                “พรุ่งนี้เช้าค่อยมาอยู่กับข้า  ถึงเวลานั้นถ้าเจ้ายังไม่หาย...ข้าจะลงโทษเจ้าโทษฐานที่ทำให้ข้าเป็นห่วง เข้าใจไหม”

                จองจีเฮก้มหน้าลงซบกับพระหัตถ์ด้วยความภักดี  มืออีกข้างยกขึ้นแนบนิ้วพระหัตถ์และใช้โอกาสนั้นทำบางสิ่ง

                “เพคะ มามา...เป็นพระกรุณาเพคะ”

                “จ...จีเฮ  นี่...”

                “ทูลลาเพคะ”

                จีเฮถวายความเคารพแล้วจึงรีบหันไปเก็บของทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะไปพักผ่อนตามที่ได้รับพระอนุญาต  นางวังคนสนิทก้มหน้าก้มตาหลบสายพระเนตรที่เต็มไปด้วยคำถาม และจากไปอย่างรวดเร็ว  องค์หญิงพระชายาแพคฮยอนกำพระหัตถ์แน่น และทรงซุกซ่อนความเปลี่ยนแปลงบนพระพักตร์จากสายตาเฉียบคมของฮวางซังกุงด้วยการหมุนวรกายออกจากห้องไปด้วยความฉับไวปานพายุเหมือนเช่นเคย

                “องค์หญิงเพค้า....เสด็จไหนอีกเพคะ  กลับไปทวนกำหนดการเถอะเพคะ  เซจาบินเพคะ”

                วรกายบอบบางเสด็จลิ่วกลับไปยังห้องส่วนพระองค์ด้วยพระอาการสนุกเหมือนเช่นที่เคยทรงกระทำมาก่อน  ฮวางซังกุงยกชีมาขึ้นสูงและก้าวเท้าถี่ตามเสด็จอย่างรวดเร็ว  แต่ก็ไม่ทันกับทวารประตูที่ปิดสนิทหลังจากเสด็จเข้าไปข้างในแล้ว  พระอภิบาลส่งเสียงร้องเรียกองค์หญิงแสนซนจากข้างนอกอย่างอ่อนใจ  ท่ามกลางนางกำนัลหลายต่อหลายคนที่ซ่อนรอยยิ้มขบขันที่ฮวางซังกุงถูกแกล้งอีกครั้ง

                ทว่าองค์หญิงแพคฮยอนกลับไม่รู้สึกสนุกเช่นทุกครั้ง ขณะที่ประทับพิงประตูที่ขัดดาลไว้ไม่ให้ฮวางซังกุงเข้ามากวนได้  หัตถ์ที่กำผ้าซับพระพักตร์สีขาวนวลที่นางวังจองถวายใส่พระหัตถ์เมื่อครู่นี้ยกขึ้น  พร้อมกับคลี่ผ้าขึ้นมาในระดับสายพระเนตร  สีดำจากหมึกจีนถูกตวัดด้วยพู่กันอย่างงดงามเป็นบทกวีประกอบภาพศาลาหกเหลี่ยมเบื้องหลังประดับด้วยดอกไม้งามและพระจันทร์เสี้ยว  

                แม้จะทรงสงสัยไม่น้อยว่าเหตุใดจีเฮจึงนำสิ่งนี้มาให้  แต่บทกวีที่สะท้อนความเศร้าสร้อยของ สายลมแห่งวันวาน ผู้นั้นก็ทำให้ทรงคิดถึงแต่เจ้าของสารนี้เท่านั้น  อัสสุชลร้อนผ่าวเอ่อคลออยู่ภายในดวงเนตรเรียวงาม เนตรคู่โศกที่มักทอประกายลึกซึ้งของท่านพี่ชานยอลลอยเข้ามาในพระหฤทัย  สุรเสียงทุ่มนุ่มเว้าวอนนั้นไม่ต่างจากเสียงบรรเลงเพลงขลุ่ยอันเศร้าสร้อย

                “ท่านพี่... ”

                ด้วยฐานะองค์หญิงพระชายาในองค์ชายรัชทายาทจงอิน   พระองค์มีหน้าที่ที่จะต้องกระทำในฐานะพระชายา ผู้ที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นพระมารดาของแผ่นดินในอนาคต

                แต่ในฐานะของแพคฮยอน... จะให้ทรงละเลยความรู้สึกของผู้ที่เคยเป็นทุกอย่างของตนได้อย่างไร

 

                                                                                หากสายลมแห่งวันวาน         ยังพัดผ่านเจ้าดวงตา

                                                                คงได้พบสักครั้งครา                              หลังทิวาลับฟ้าไกล

                                                                แม้ดาราเคลื่อนลิ่วลับ                            มิคืนกลับสู่ดวงใจ

                                                                สายลมรักจะจากไป                               มิพัดให้ระคายเลย

 

 

                จอง จีเฮเร่งสาวเท้าออกจากพระตำหนักด้วยใบหน้าซีดเซียว นางยกมือขึ้นปิดกลั้นเสียงสะอื้นของตนขณะนึกถึงสิ่งที่ตนทำลงไป   ในฐานะของคนที่ฮวางซังกุงไว้ใจ  ฐานะของนางวังคนหนึ่งที่องค์หญิงพระชายาทรงเชื่อพระทัย  การกระทำของนางเป็นสิ่งที่ควรได้รับการลงโทษ

                “หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ...”

                สิ่งที่นางทำได้อยู่ในขณะนี้ คงเป็นการภาวนาขอให้สารที่นางนำส่งไปให้กับองค์หญิงแพคฮยอน ไม่เกิดผลร้ายในอนาคต  เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม.... การนำสารรักจากชายอื่นเข้าไปให้ผู้เป็นถึงพระชายาองค์ชายรัชทายาทนั้นคือสิ่งที่ผิดมหันต์

                ผิดจนนางไม่อาจให้อภัยตัวเองได้

                “หม่อมฉันทำอะไรไม่ได้เลย ”  จีเฮบอกกับตัวเองพลางทุบอกของตัวเองอย่างแรง  นางขยับไปยังหัวมุมของกำแพงหินที่ถูกปิดบังด้วยไม้พุ่มมืดทึบ และปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างเจ็บปวด

               

                “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสนิทและรู้ใจเซจาบินที่สุด”

                “อง...องค์ชายชานยอล  ถวายพระพรเพคะ”

                วรกายสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาขวางทางนางวังสาวที่กำลังเข้าพระตำหนักขาวพร้อมด้วยหนังสือตั้งใหญ่ในมือ อันเป็นตำราสำหรับการเติบโตสู่ความเป็นผู้ใหญ่  เสียงทุ้มลึกขององค์ชายผู้ที่เพิ่งผ่านพระราชพิธีแต่งตั้งมาไม่นานทำให้จองจีเฮแปลกใจไม่น้อย  นางถวายความเคารพอย่างนอบน้อม  แสงจากตะเกียงที่ตั้งไว้อยู่ห่างไกลจนทำให้รอบ ๆ กายนั้นมืดสลัว  จีเฮก้มหน้านิ่งตอบรับ

                “หม่อมฉันถวายการรับใช้องค์หญิงมาหลายปีแล้วเพคะ แต่ไม่อาจรู้พระทัยพระองค์ได้เท่ากับฮวางซังกุงหรอกเพคะ” นางกราบทูลอย่างถ่อมตน

                 “งั้นหรือ...   แค่นี้ก็พอแล้ว  ข้าอยากจะฝากสิ่งของไปถวายองค์หญิงได้หรือไม่ เกรงว่านำไปถวายเอง จะเป็นที่ครหาได้”

                “อะไรนะเพคะ...ของหรือเพคะ ” นางวังจองทวนคำอย่างตกใจ ยิ่งเงยหน้ามองรอยแย้มพระโอษฐ์ของอีกพระองค์แล้วก็ยิ่งสั่นไปทั้งตัว   

                เหตุใดจึงไม่รู้...ว่าทรงหมายความว่าอะไร

                “ไม่มากนักหรอก  แค่ผ้าซับพระพักตร์..และกวีบทหนึ่ง”

                “หม่อมฉัน... ไม่ได้มีหน้าที่รับสารเพคะ  หากรับไปให้องค์หญิง และมีผู้อื่นรับรู้ หม่อมฉันเกรงว่าจะทำให้องค์หญิงทรงเสื่อมเสียพระเกียรติได้เพคะ”

                เรื่องในพระราชสำนักนั้นละเอียดอ่อนมากนัก  จีเฮรับรู้เรื่องสถานการณ์การแบ่งขั้วในราชสำนักตอนนี้มาพอสมควร นางพยายามที่จะวางตัวเป็นกลางเพื่อที่จะไม่เดือดร้อนทั้งตนเองและองค์หญิงพระชายา  แต่การเข้ามาขององค์ชายชานยอลกลับทำให้นางรู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้

                “หมายความว่าเจ้าจะปฏิเสธงั้นหรือ”

                “ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันไม่สามารถทำได้จริง ๆ”

                “นางวังจอง...”

                “เพคะ...”

                “ข้าเห็นเจ้าสนิทสนมกับท่านราชองครักษ์ชิน...” สุรเสียงทุ้มห้าวตรัสขึ้น  หญิงสาวเงยหน้ามองพระพักตร์คมคายด้วยความรู้สึกราวกับกำลังถูกศรแหลมพุ่งเข้ามาปักอก  คล้ายกับว่า... องค์ชายชานยอลจะทรงมีหนทางที่ทำให้นางต้องจนมุม

                “มีอะไรกันมากกว่านั้นหรือเปล่า”

                “ครอบครัวของเราสองคนใกล้ชิดกันเพคะ จึงรู้จักกัน  มิได้สนิทสนมเกินกว่านั้น  นางวังเช่นหม่อมฉันมีฐานะเป็นสตรีของพระราชา  หม่อมฉันจึงมิอาจมีสิ่งใดเกี่ยวพันกับท่านราชองครักษ์ชินได้มากกว่าผู้ที่รู้จักกันเพคะ”

                “แล้วนอกจากนั้นล่ะ” สุรเสียงเย็นเยียบราวกับหิมะในค่ำคืนที่ปราศจากเครื่องป้องกัน  จีเฮรู้สึกราวกับกำลังถูกผู้ที่อยู่ตรงหน้าผลักให้ตกลงไปในหน้าผา

                “องค์หญิงแพคฮยอนรู้หรือไม่ว่าเจ้ารู้สึกเช่นไรกับวังเซจา”

                “องค์ชาย...”

                “สายตาและความเศร้าโศกของเจ้าที่มีต่อข่าวพิธีกรรมขอพระราชบุตรมันช่างทำให้ข้าเจ็บปวดยิ่งนัก เจ้าเสียใจเพียงใด นางวังจอง ที่ต้องเห็นชายที่เจ้าแอบรักเข้าหอไปกับผู้เป็นเจ้านายของตน”

                “องค์ชายชานยอล... เหตุใดพระองค์จึงตรัสเช่นนั้นเพคะ  หม่อมฉัน... ไม่อาจ...ไม่อาจคิด” ก้อนสะอื้นเลื่อนขึ้นมาจุกที่คอของนางวังผู้ต่ำต้อย  น้ำเสียงของนางสั่นเครือขณะกราบทูลตะกุกตะกัก “หม่อมฉันต้อยต่ำจนมิอาจรู้สึกเช่นใดกับองค์ชายจงอินได้เพคะ มิอาจรู้สึกด้วยซ้ำ”

                “เพราะเป็นเช่นนี้... เจ้าจึงต้องรับบทกวีของข้า”

                “องค์ชาย”

                “ข้าเชื่อว่าเจ้ารู้เรื่องความสัมพันธ์ของข้ากับองค์หญิง.... และรู้ว่าสิ่งที่ข้าต้องการคืออะไร องค์หญิงน้อยของข้าจิตใจดีเสมอ นางคงบอกเจ้าไปทั้งหมดแล้วว่าข้าเป็นใคร...ใช่หรือไม่”

                “.... หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”

                “ไม่ต้องห่วง  นางวังจอง... ข้าขอแค่เจ้านำสารของข้าไปถวายแด่องค์หญิงเท่านั้น   เพราะข้าเห็นว่าเจ้าเป็นสหายหนึ่งเดียวขององค์หญิง... เจ้าเองก็คงไม่อยากให้องค์หญิงทรงทราบว่าเจ้าเสียใจเพียงใดกับพระราชพิธีนี้.... มิฉะนั้น องค์หญิงน้อยที่น่าสงสารของข้า ก็คงจะเสียใจไม่ต่างกัน”     

                “องค์ชาย... เหตุใดจึง... ”

                “หากเจ้าไม่รับไป  จะไม่ใช่เพียงแค่เจ้า กับข้าเท่านั้นที่เสียใจ   แต่ เรา ทั้งหมด....ต่างก็ต้องเจ็บปวด”

 

|

 

                “พวกนางมอมเหล้าข้าอีกแล้ว...”

                ชินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับวรกายสูงใหญ่ที่แสด็จโซเซเพราะฤทธิ์ของสุราที่เหล่านางคณิกาพากัน ยกถวายพระองค์ไม่ขาดมือตั้งแต่หัวค่ำ กว่าจะได้ขยับพระองค์ออกมาก็ตอนที่ทรงประทับไม่ค่อยตรงแล้ว

                “กระหม่อมไม่เห็นด้วยเลยที่เสด็จไปยังสำนักคณิกาในเวลานี้”

                “เอาน่า...อย่างน้อยก็ได้รู้เรื่องบ้าง  ข่าวจากพวกนางแม่นยำที่สุดแล้ว แถมข้าก็มีเรื่องต้องปรึกษาพวกนางอีก....ไม่ไปเลยก็จะหาว่าทอดทิ้ง ใช้งานเฉพาะเวลาที่มีเรื่อง”

                “ดูไม่ค่อยคุ้มเลย  กระหม่อมว่า หากองค์หญิงแพคฮยอนทรงทราบเรื่องเข้า อาจจะเสียพระทัยได้”

                “เจ้าก็เห็นว่านอกจากดื่มเหล้าแล้วข้าไม่ได้ทำอะไร....” สุรเสียงขุ่นรับสั่งอย่างขัดเคือง พระนามของสตรีที่มีอิทธิพลต่อพระหฤทัยผู้นั้นสร้างความปั่นป่วนให้พระองค์อยู่เสมอ “ข้าเลิกแล้ว...ถึงข้าจะเคยมีผู้หญิงมาดูแลตั้งมากมาย   แต่ยังไงข้าก็มีหญิงเดียวในใจข้าเท่านั้น  เจ้ารู้ใช่ไหมชิน  หญิงเดียวในใจข้า”

                ชินรับฟังกระแสรับสั่งของอีกพระองค์แล้วลอบกลั้นเสียงหัวเราะ ยิ่งทรงเบือนพระพักตร์กลับมายังเขาพร้อมด้วยพระนาสิกและพระปรางแดงจัดที่ขึ้นริ้วชัดเจนขึ้นก็ทำให้เขารู้สึกขบขันไม่น้อย

                อยู่ชายแดนด้วยกันมา ถูกฝึกให้ดื่มและควบคุมพระองค์อย่างดี ต่อให้ทรงเมาแค่ไหนก็ต้องเหลือเรี่ยวแรงและพละกำลังสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน จงอินเซจาทรงทราบดีว่าจะเสวยน้ำจัณฑ์แค่ไหนจึงจะรักษาพระองค์ได้   

                “นางไม่น่าเป็นลูกราชบัณฑิตเลย... ทำไมโง่อย่างนี้ก็ไม่รู้ นางไม่เคยรู้อะไรเลยสักนิด...” ทรงบ่นเสียงดังกับสายลมรอบตัว  “เรื่องที่อยากให้นางรู้...นางไม่เคยจะรู้สักนิด”

                “ทรงเมาแล้วจริง ๆ ...นั่นจะเสด็จไปไหนหรือกระหม่อม”

                “ข้าอยากเจอนางสักนิด”

                “แค่แสงไฟประดับห้องบรรทมเหมือนทุกครั้ง หรือจะเสด็จเข้าไปหาหรือกระหม่อม แต่ถ้าเป็นอย่างหลังฝ่ายพระราชพิธีกำชับว่าไม่ให้เสด็จหา....   เฮ้อ ไม่ทันแล้วสินะ” ชินมองตามไปอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับก้าวเท้าตามเสด็จด้วยความระแวดระวังอย่างเช่นเคย

                บางทีอาจจะไม่ทรงเมาแค่น้ำจัณฑ์

                ทรงเมารักถึงเพียงนี้...  ราชองครักษ์เช่นเขาจะทำอะไรได้

 




|

 

               

                ณ ศาลาหน้าพระตำหนักขาวที่มักเงียบเหงาและร้างไร้ผู้คนในยามค่ำคืน  องค์ชายรัชทายาทจงอินเสด็จไปตามทางเดินอย่างเงียบเชียบเช่นเคย  บ่อยครั้งที่มักเสด็จมาประทับที่นี่เพื่อรับฟังเสียงลมไหววูบ และจ้องมองจนไฟในห้องบรรทมของเจ้าของตำหนักดับวูบลง

                แต่ในวันนี้กลับไม่ใช่

                “แพคฮยอน...”

                “... ช...ชอฮา” เจ้าของวรกายเล็กบางหวีดร้องด้วยความตกพระทัย  ก่อนจะตรัสถามด้วยสุรเสียงตะกุกตะกัก “เหตุใดจึงเสด็จมาดึกดื่นเพียงนี้เพคะ”

                กราบทูลเบา และยังไม่ลืมถวายคำนับอย่างงดงามให้กับผู้มีฐานะเป็นพระสวามี

                “ข้าต่างหากที่ต้องถามเจ้า  เหตุใดจึงไม่หลับไม่นอน แล้วทำไมมานั่งอยู่คนเดียว  ซังกุงพวกนั้นไปไหนหมด”

                กระแสรับสั่งดุและพระพักตร์บึ้งตึงทำให้องค์หญิงพระชายาทรงทอดถอนพระทัย และกราบทูลด้วยสุรเสียงอ่อน

                “อยู่หน้าพระตำหนักเพคะ หม่อมฉันแค่อยากออกมานั่งรับลมเท่านั้น  ไม่ได้ออกมาข้างนอกตั้งหลายวันแล้ว... ขอครู่เดียวเท่านั้น ช่วงนี้ดอกไม้ราตรีจะออกดอก ส่งกลิ่นหอม...หม่อมฉันจะมารับกลิ่นเพียงชั่วครู่ ก็เข้าไปนอนแล้วเพคะ”

                อังสาบอบบางห่อลงพร้อมกับโอษฐ์อิ่มที่เม้มสนิท  องค์ชายรัชทายาทจงอินทรงใช้เวลาระงับพระทัยครู่หนึ่ง แล้วจึงทรงเสด็จไปใต้ชายคา ด้วยหยาดน้ำค้างเย็นเริ่มร่วงหล่นมากขึ้นตามเวลาที่ดึกขึ้น และรับสั่งด้วยสุรเสียงหนักแน่น หากเต็มไปด้วยพระทัยที่จริงจัง

                “ข้าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจดุ”

                องค์หญิงพระชายาสดับประโยคนั้นด้วยความแปลกพระทัย

                “ตรัสว่าอะไรนะเพคะ”

                “นี่เจ้าไม่หนาวเหรอ...  ” ทรงเปลี่ยนเรื่อง และใช้สายพระเนตรคมกริบมองวรกายเล็กบางภายใต้ฉลองพระองค์ที่ไม่น่าจะป้องกันพระชายาของพระองค์จากลมหนาวได้เลย  แม้จะยังคงใช้สุรเสียงทุ้มห้าว ดุดัน แต่ก็ลดความเย็นชาลงจนดูอ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม  “แค่นี้จะไปอุ่นอะไรกัน... ตัวแค่นี้ ลมแรงนิดหน่อยก็พัดปลิวแล้วมั้ง”

                “ไม่ถึงขนาดนั้นเสียหน่อยเพคะ... หม่อมฉันแค่....” 

                ทรงส่ายพระพักตร์ปฏิเสธการรับรู้คำกราบทูลนั้น  ทรงปลดโครึมที่ผูกฉลองพระองค์ฝ้ายบุสำลีตัวหนาสำหรับฤดูหนาวออก และทรงขยับไปคลุมให้พระชายาผู้ที่เพิ่งหายจากพระอาการประชวรเมื่อไม่นานมานี้ด้วยความห่วงใย

                “ใส่ดี ๆ จนกว่าจะถึงห้องนอนห้ามถอดเด็ดขาด  แล้วก็....ห้ามป่วยอีกนะ...” โองการดุนั้นแทบจะทำให้อีกพระองค์อดรู้สึกวูบไหวในพระหทัยไม่ได้   

                เหตุใดจึงทรงดุพระองค์ได้ตลอด....  แต่ถึงกระนั้น  ทุกสิ่งที่ทรงกระทำกลับอ่อนโยนเสียจนทำให้อดรู้สึกหวั่นไหวอยู่ทุกคราวไม่ได้

                “เพคะ”  ตอบรับโองการนั้นนิ่ง  ก่อนกระชับฉลองพระองค์ใหญ่นั้นเข้ากับพระวรกาย แม้อยากปฏิเสธ  แต่ก็กล่าวฉลองพระองค์นั้นได้ซับเอาไออุ่นจากวรกายสูงใหญ่นั้นมาทำให้ทรงอุ่นขึ้นกว่าเดิมมากนัก

                “เสด็จออกนอกวัง  ทรง...เมาหรือเพคะ กลิ่นน้ำจัณฑ์ฉุนมากเพคะ” ทรงทักท้วง

                “ข้าไม่ได้เมาเสียหน่อย”

                “แล้วกลิ่นน้ำจัณฑ์พวกนี้... ชินเทใส่ฉลองพระองค์หรือไงเพคะ” พระชายาพาดพิงถึงชินคนที่น่าจะซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดคอยอารักขาเจ้าเหนือหัวของตนอยู่ไม่ห่างจากแถวนี้

                “เปล่า... ข้าแค่ดื่มนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่เมาหรอก ”

                “ไปดื่มที่ไหนหรือเพคะ  หม่อมฉันได้ยินว่าช่วงนี้วังหลวงไม่มีงานรื่นเริง...” ตรัสถามด้วยสุรเสียงใส  ก่อนที่จะเจือลงด้วยความขุ่นมัว เมื่อทรงนึกไปถึงอีกหนึ่งสถานที่ที่เคยสร้างรอยแผลให้กับพระองค์มาก่อน

                “ไปสำนักคณิกามาหรือเปล่าเพคะ”

                “แพคฮยอน เลิกระแวงข้าได้แล้ว...อีกไม่กี่ราตรีก็ถึงคืนของพวกเรา  เจ้าจะระแวงไปทำไมกัน”

                “หม่อมฉันไม่ได้ระแวงเพคะ  ต่อให้เสด็จไปสำนักคณิกาจริง ๆ ... หม่อมฉันก็กราบทูลหรือรู้สึกอะไรไม่ได้หรอกเพคะ”

                “ทำไมจะไม่ได้...   ทำไมเจ้าคิดว่าเจ้าทำไม่ได้ล่ะ” ยิ่งสนทนากันมากเท่าไหร่ สุรเสียงขององค์ชายก็ยิ่งดุดันขึ้น  ขณะที่พระโอษฐ์ขององค์หญิงพระชายาก็ยิ่งเม้มสนิทและคว่ำลงทุกที

                “หม่อมฉัน...ก็แค่ ขอประทานอภัยเพคะ” ตัดสินพระทัยไม่ต่อความยาวสาวความยืด  แต่อีกพระองค์กลับส่ายพระพักตร์  และรับสั่งขึ้นคล้ายกับรู้ทัน

                “ข้าไม่ได้ออกไปทำเรื่องที่เจ้าคิดหรอก”

                “หม่อมฉันคิดสิ่งใด ทรงทราบด้วยหรือเพคะ”

                “ข้ารู้หมดนั่นแหละ ความคิดของเจ้า...”

                “เหตุใดจึงทรงทราบ ในเมื่อหม่อมฉันไม่เคยพูด”

                “ก็เจ้าเป็นชายาของเรา  เหตุใดเรื่องแค่นี้เราจึงจะไม่รู้”   ตรัสขวาง ๆ

                “เรื่องที่ตรัสเกี่ยวกับการเป็นชายาตรงไหนหรือเพคะ”

                “ข้าอยากให้เกี่ยว...ก็ต้องเกี่ยวสิ”

                “ทรงเมาถึงเพียงนี้ รีบกลับตำหนักเถอะเพคะ... ” องค์หญิงพระชายากราบทูล พลางขยับฉลองพระองค์ที่เคยเป็นของวรกายสูงใหญ่ตรงหน้า   แสงตะเกียงที่ประดับหน้าพระตำหนักส่องสว่างพอให้เห็นพระพักตร์สีคร้ามแดดดูเข้มขึ้นกว่าทุกที กลิ่นสุราแรง ๆ ฉุนขึ้นพระนาสิก   จนต้องทรงทอดถอนพระทัยยาว  แต่เจ้าของวรกายโอนเอนนั้นกลับทรงปฏิเสธแทน

                “แค่จินดัลเรไม่กี่จอก ข้าไม่เมาง่าย ๆ หรอก” 

                องค์หญิงสดับนิ่งอย่างข่มพระทัยก่อนทูลกลับฉะฉาน

                “กวีผู้หนึ่งกล่าวว่า ผู้ใดพร่ำว่าตนไม่เมา ผู้นั้นเล่าร่ำสุราทุกเช้าเย็น

                บทกวีนั้นทำให้ ผู้พร่ำว่าตนไม่เมาทรงนิ่งไปด้วยความอึ้ง  ก่อนทรงพระสรวลดังลั่นจนผู้เป็นพระชายาทอดพระเนตรพร้อมด้วยพระโอษฐ์คว่ำ นาสิกเชิดย่นยู่ด้วยความไม่พอพระทัย  หากเป็นพระอาการที่จงอินเซจาทรงคุ้นพระเนตร... และโปรดที่จะให้ชายาของพระองค์แสดงพระอาการเช่นนี้อยู่เสมอ

                “ถึงข้าจะเมา...ข้าก็ไม่ได้ร่ำสุราทุกเช้าเย็นดังที่เจ้าว่าหรอก” สุรเสียงทุ้มเจือด้วยฤทธิ์สุรากำลังกึ่ม ๆ ทำให้กลีบพระโอษฐ์บางสีดอกท้อยิ่งคว่ำมากกว่าเดิม  “ข้าร่ำสุรา...เพราะอยากอุ่นขึ้นก็เท่านั้น  อย่างน้อย ก็ได้อุ่นอยู่ในหัวใจที่เย็นยะเยือกของข้า”

                “แล้วอุ่นไหมล่ะเพคะ...”

                “สุราทำให้ข้าอุ่นกาย... ”

                “หม่อมฉันคิดว่าพระองค์จะตรัสว่านารีเสียอีก  น่าจะทำให้ทรงอุ่นพระวรกายมากกว่า”  ตรัสประชด หากท้ายเสียงกลับแปร่งปร่าอย่างน่าประหลาด 

                องค์ชายรัชทายาทจงอินทอดพระเนตรพักตร์งดงามเกลี้ยงเกลาด้วยสายพระเนตรลึกซึ้ง  พิจารณาริ้วสีแดงจัดที่ประดับอยู่เหนือปรางนิ่มพร้อมด้วยรอยแย้มพระโอษฐ์  ก่อนเสด็จเคลื่อนเข้าไปใกล้พอให้ทอดพระเนตรพระชายาให้ชัดเจนขึ้น

                องค์หญิงพระชายาแพคฮยอนทรงรับรู้ได้ถึงกลิ่นน้ำจัณฑ์ที่จากอีกพระองค์ยิ่งขึ้น  แต่กลับไม่รู้สึกอยากเบือนพระพักตร์หนีเลยแม้แต่น้อย วรกายสูงใหญ่ขยับเข้ามาใกล้จนไอร้อนผ่าวคลอเคลียอยู่รอบพระวรกายบอบบาง ทรงกระชับฉลองพระองค์ตัวหนายิ่งขึ้นอย่างประหม่า  หากอุ่นไอจากผ้าบุสำลีกลับสู้ไออุ่นของบุรุษผู้ประทับอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ได้

                “คงมีแค่นารีเดียว...ที่ทำให้ข้าทั้งอุ่น ร้อน และเย็นยะเยือกหัวใจไปในคราวเดียวล่ะมั้ง” สุรเสียงทุ้มนุ่มตรัสแผ่วเบายิ่ง  ดวงเนตรคมทอดยาวไกล  หาได้ทอดพระเนตรลงมาหาพระองค์เลย   แต่กระนั้น กลับทำให้องค์หญิงแพคฮยอนรู้สึกถึงพระหฤทัยที่เต้นถี่เร็วขึ้น               

                “เซจาบิน”

                “พ...เพคะ”

                เจ้าคือนารีนางนั้น....

                 แม้จะทรงปรารถนาที่จะเผยความนัยนั้นออกไป  แต่ทิฐิมานะกลับทำให้ทรงเลือกที่จะบอกปัดไปอย่างไม่ใส่ใจมากกว่า

                “ไม่มีอะไรหรอก....รีบเข้าตำหนักได้แล้ว...อากาศหนาวเดี๋ยวป่วย”

                “ไม่หนาวมากหรอกเพคะ...” องค์หญิงแพคฮยอนเบือนหน้าไปยังพุ่มดอกโบตั๋นที่อยู่ไม่ห่าง กลิ่นหอมแตะจมูกลอยล่องมาตามสายลมอย่างแผ่วเบา  “หม่อมฉันอยู่ตรงนี้ก็อุ่นดี”

                องค์ชายรัชทายาทจงอินทอดถอนพระทัยลึก ยาว ก่อนที่พระหัตถ์แกร่ง หยาบกร้านที่มักทรงอาวุธเสมอ จะขยับฉลองพระองค์ตัวหนาที่วางอยู่เหนือพระอังสาบอบบางให้เข้าที่มากขึ้น  วรกายบอบบางแข็งทื่อราวกับหิน ยิ่งเมื่ออีกพระองค์รับสั่งเชิงบังคับต่อมา  องค์หญิงน้อยก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก

                “ไหน...ขอดูมือคนไม่หนาวหน่อย”  ตรัสพลางคว้าพระหัตถ์เล็กขึ้นมาประคองไว้ระดับพระอุระ  หัตถ์เรียวสวย บอบบางราวกับไม่เคยหยิบจับสิ่งใด นุ่มเนียนและงดงามจนเผลอทอดพระเนตรอย่างเผลอไผล 

                “ชอฮา....”

                “มือเย็นเพียงนี้ นี่น่ะหรือที่บอกว่าไม่หนาว”

                “มือเย็น แต่กายไม่เย็นนี่เพคะ”

                “เถียง... ” สุรเสียงทุ้มนุ่มตรัสกริ้ว  หากอ่อนโยนจนพระชายาเองก็ต้องอ่อนลง

                “เปล่าเถียงนะเพคะ”  ตรัสเบากับพระองค์เองอย่างขัดพระทัย ไม่กล้ากราบทูลเสียงดัง  หากวังเซจาผู้กรุ่นโชยด้วยกลิ่นน้ำจัณฑ์กลับคว้าหัตถ์บางขึ้นมา  พร้อมกับทรงเป่าไอร้อนจากพระโอษฐ์จนควันสีขาวลอยเรี่ยอยู่ระหว่างพระพักตร์ของทั้งสอง  แม้ไม่ช่วยเรื่องความอุ่นมากนัก หากไอร้อนวูบวาบจากนิ้วพระหัตถ์กลับลามเข้ามาแผ่ซ่านทั้งดวงพักตร์

                “แพคฮยอน....”

                “เพคะ”

                “ความจริงแล้ว....ข้า  ... ” โอษฐ์หนาขยับขึ้นลงคล้ายจะตรัสบางสิ่ง  องค์หญิงแพคฮยอนรอคอยด้วยพระหทัยเต้นถี่  ก่อนที่จะตกวูบลงเมื่อสดับกระแสรับสั่งต่อมา “ข้าไม่ควรอยู่ที่นี่ตอนนี้เลย อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแล้วแท้ ๆ ”

                “เพคะ” ทรงตอบรับอย่างไม่แน่พระทัยนักว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น ไม่เข้าพระทัยแม้กระทั่งจังหวะเต้นในพระหฤทัยที่ผิดปกตินี้ 

                คล้ายกับกำลังคาดหวังอะไรบางอย่าง...จากรับสั่งขององค์ชายผู้ที่มักมีแต่ความดุดัน และพระอัชฌาสัยห้วนห้าวอยู่เสมอ

                คำหวานใดเลยจะถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากพระองค์...  เพียงรับสั่งนุ่มนวลดั่งน้ำค้างชุ่มเย็นให้ชื่นหัวใจสักนิดก็ไม่เคย

                “ทรงเมาจริง ๆ สินะเพคะ”

                “เปล่าหรอก  อย่างไรเสียก็เข้าตำหนักเถิด... แพคฮยอน ข้างในนั้น...อุ่นสบายมากกว่าข้างนอกนัก  มายืนอยู่คนเดียวมืด ๆ ... มันไม่ดี”

                “แค่หน้าตำหนักเอง...” อดแย้งไมได้

                “นั่นแหละ... รีบเข้าไปนอนซะ   เจ้ายังต้องเหนื่อยอีกหลายวัน ข้าไปล่ะ”

                “เพคะ”

                องค์หญิงแพคฮยอนรับพระบัญชาด้วยสุรเสียงอ่อน ก่อนถวายบังคับผู้มีฐานะเป็นพระสวามีอย่างนอบน้อม

                “ทูลลาเพคะ”

                วรกายเล็กทรุดลงประทับบนโต๊ะไม้ขัดเรียบและข่มพระหทัยให้เต้นในจังหวะที่ปกติ  หากเมื่อทอดพระเนตรพระปฤษฎางค์กว้างที่ถอยห่างออกไป ก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นทุกขณะ

                ไม่เข้าพระทัยเลยแม้แต่น้อย.... ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพระองค์เอง

                “ชอฮา.... ทรงทำเช่นนี้ จะแกล้งอะไรหม่อมฉันอีกเพคะ


|

 

 

             

                                    

 

 

 

ฝากแท็ก #มูกุงฮวา  ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ  

ขอบคุณที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และไม่เคยลืมเลย TT_TT แม้คนอ่านจะมีแค่น้อยนิด
แต่เราก็ดีใจที่ทุกคนตั้งใจอ่าน ตั้งใจทำความเข้าใจกับฟิคเรื่องนี้ 
แม้ว่าจะมีราชาศัพท์มากมาย และอ่านจะต้องอ่านช้า ๆ สักหน่อย ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ

อยากให้เดินไปด้วยกันจนวันสุดท้ายเลย

ป.ล. ถึงตอนนี้คุณอยู่ฝั่ง #ชอฮาทีม หรือ #พี่ชาญทีม คะ ฮ่าๆๆๆ 

 

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #395 nusssisy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 20:35
    ทำไมชอฮาถึงไม่บอกองค์หญิงไปตรงๆเลยล่ะเพคะ ว่าทรงรู้สึกเช่นไร

    รีดเดอร์ลุ้นตัวโก่งแล้ว อ่านไปจิกหมอนไป ฟินในความหวานแบบขมๆขององค์ชาย 555

    อยากอ่านบทหวานเจี๊ยบของจงอินเซจากับองค์หญิงต่อแล้วววววววว ><

    #395
    0
  2. #391 lavani (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 00:39
    (´ヘ`;) เหยยยยยยยยยยยยย ทำไมชอฮาไม่บอกออกไปตรงๆเลยอ่ะ
    โอ๊ยยยยยยยย ไม่ต้องมงต้องเมากันแล้วมั้ย 555555555555555
    ลุ้นจนจิกหมอนขนาดนี้แล้ว.. ชิชิชิ
    ตอนนี้เราคงชอฮาทีมแล้วล่ะนะะะ (^皿^ )
    #391
    0
  3. #360 uuika (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 20:43
    เป็นอะไรที่วกไปวนมากเพคะ คือบางทีก็แอบงงนะ ตอนปัจจุบันคือฉากไหนวะ55555555



    สงสารชานยอลอ่ะ เห็นแบบนี้แล้วยิ่งสงสาร...
    #360
    0
  4. #342 ิbam (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 10:30
    ด้วยความที่เราชิปชานแบค เราแอบเชียร์ชานยอลอยู่เงียบๆ55 แต่ดูแล้วคงไคแบค

    สงสารชานยอลอ่ะ กลับมาช้าไปนะ
    #342
    0
  5. #341 mint_kyu9 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 13:09
    ไคแบคคคคฟินนน
    #341
    0
  6. #340 geejajaa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 08:13
    โอ๊ยยยย ไคแพค ตอนหลังนี่หวานนะ กรี๊ดดดด เขินแทนองค์หญิงแพคอ่าาา แล้วนี่ชานยอลอยู่ไหน เค้าสงสารรร ชานยอลลล
    #340
    0
  7. #339 adorable (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 02:06
    ดีแล้วนีนี่ไม่ต้องบอกหรอกว่าหนูรักพี่แพค เดี๋ยวพี่แพคมองว่าหนูเป็นของตาย โฮฮฮฮฮฮฮววว

    เดี๋ยวพี่ชานมาบอกรักมาพูดให้พี่แพคหวั่นไหวเดี๋ยวหนูจะเสียใจ TT____TT



    คือสองสามตอนหลังที่อ่านมามันค่อนข้างจะเล่าย้อนไปย้อนมา คือเข้าใจถูกมั้ยคะ (ช่วงนี้สมองเบลอๆ)

    ยังไงดีล่ะ คือได้รู้แล้วว่าใครเป็นเบื้องหลังเพลิงและฉากเข้าหอที่รอคอย โฮวววววววว



    อ่านฉากเข้าหอแล้วลุ้นข่ะ มันแบบโอ้ยยย นีนี่หยุดแล้ว แต่พี่แพคขอต่อ คือบั่บ นีนี่ ทำไมหนูใจแข็ง แง ฟค.อดฉากฟินข่ะ

    แล้วมันยิ่งทำให้น่ากลัวขึ้นไปอีกว่า เห้ยยยย แล้วถ้าพี่ชานรู้ล่ะ



    โอ้ยยย เลากลัวนีนี่เสียใจสุดเรื่องนี้ บอกเลย TT



    สำหรับเราไม่ว่าเรื่องนี้จะดำเนินไปในทิศทางไหน แต่จงอินอย่าเสียใจเป็นพอ (ซึงเป็นไปได้ยากกกกกกก)



    แต่แอบเจ็บแทนจงอินตอนที่ก่อนจะเริ่มเข้าหอ ก็มีการนึกถึงชานยอล

    ฝากบทกวี นางกำนัลคนนั้นก็รู้เห็นเป็นใจ คือแบบ..

    อุปสรรคเยอะแยะซะเหลือเกิน



    นี่กลัวจีเฮไบอกจงอินเรื่องพวกนี้อีก เสียใจแทนจงอิน TT แล้วถ้าจงอินรู้เรื่องแม่ตัวเองอีก



    คือเรื่องนี้แต่งมาเพื่อทำร้ายจงอินรึเปล่า ? TTOTT



    #339
    0
  8. #338 Renoir92 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 21:56
    พูดไม่ออกบอกไม่ถูก อะไรยังไง พี่ชานร้ายกาจจจจจ แต่เร้าใจน้องมากค่ะ(?) #อะไรของเอ็ง

    ได้ข่าวว่าตอนที่แล้วยังงอนอยู่เลย 5555555555 ต้องเข้าใจสตรีวัยมีประจำเดือนค่ะ อารมณ์แปรปรวน 55555

    ร้ายอะ รู้จุดอ่อนเขาหมด รู้ทุกอย่าง น่ากลัว แต่ก็น่าลอง(?)

    เอาเลยในเมื่อรักก็ต้องแย่งชิง แต่อีกคนก็รักก็เลยปล่อยมือไม่ได้ มันส์พะย่ะค่ะ



    ขำตรงไม่ได้เมาแค่น้ำจันฑ์แต่ทรงเมารัก ก๊ากกกก 55555555



    แต่เลื่อนลงอีก .... *ตบเข่าดังฉาด!!!* หน้าแทบมุดคีย์บอร์ด วังเซจาคนบ้าาาาาาาๆๆๆๆ

    เขินแทนองค์หญิงเลยง่อออ ฮือออออ ทำดีค่ะทำดี ..



    แล้วก็ ... โว้ยยยยยยยยย โอษฐ์พระองค์เป็นหินหรืออย่างไรเพคะ!!! เพคะ !! เพคะะะะะะะ บอกไปสิวุ้ยยย เจ้าคือนารีนางนั้น ;////;

    นี่แทบจะลงไปชักกับพื้น ปากแข็งนักองค์หญิงจับจูบเลยค่ะ ดูซิยังจะปากแข็งอยู่มั้ย ห๊าาา

    ถึงการกระทำจะดี แต่คำพูดติดลบค่ะ สู้ความมุ่งมั่นพี่ชานไม่ได้ สำหรับตอนนี้ขออยู่พี่ชาญทีม !

    555555555555555555555 อย่าใส่ใจเราเลยค่ะ นี่เปลี่ยนทีมตามความน่ากรี๊ดของแต่ละตอน 55555555
    #338
    0
  9. #331 PANG4D (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 17:02
    เซจาบินน่ารักจัง-////- ทำไมชอฮาไม่บอกเซจาบินไปเลยเล่า แพคฮยอนรอจะตายแล้ว-.- สงสารองค์ชายชานยอลㅠㅠ
    #331
    0
  10. #327 Pyckajae (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 15:49
    ฮือออออออออออออออ อ่านไปก็ทั้งเขินทั้งหงุดหงิด ผู้ชายอย่างวังเซจานี่ซึนจริงๆ เลยนะเพคะ T v T ถ้าไม่ติดว่าเป็นพระเอกนะ...ส่วนเซจาบินก็เหมือนกัน โอยย สมอย่างที่ฝ่าบาทว่า ไม่น่าเกิดมาเป็นลูกสาวราชบัณฑิตได้(อ้าววว) 55555555555 



    'คงมีแค่นารีเดียวที่ทำให้ข้าทั้งอุ่น ร้อนและเย็นยะเยือกหัวใจไปในคราวเดียวล่ะมั้ง'



    'เซจาบิน'



    เจ้าคือนารีนางนั้น



    เกร้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด บอกเลยว่าจะไม่ทน โอ๊ยยยยยยย อ่านแล้วแบบ เขินมาก ขอหน้าแดงแป๊บนะ จุดนี้เซจาบินต้องอิจฉาเรา เพราะเรารู้ในสิ่งที่ฝ่าบาทคิดแต่พระนางไม่รู้ กร๊ากกกก #ผิด 555555555 โอ๊ย นี่ติ่งมาก แล้วก็ชอบตรงที่ชินว่าฝ่าบาทเมารักน่ะ ขำ 5555555 อยากให้ถึงวันพิธีเร็วๆ T v T

    วกกลับมาที่องค์ชายชานยอลแป๊บ เดี๋ยวเค้าหาว่าลำเอียง(ที่เป็นอยู่ตอนนี้แหละลำเอียง) ชานยอลคือใช้แผนแบบเหมือนค่อยๆแซะเข้าไปตามซอกเล็กซอกน้อย พูดจี้ใจดำ พูดหว่านล้อม โอ๊ยยยย นี่สวมวิญญาณนัการเมืองมาหรือเปล่า แต่พูดถึงนางในคนนั้นก็น่าสงสารเนอะ คนที่เรารักอยู่ใกล้แค่นี้แต่รักไม่ได้T T(ขณะที่เซจาบินน่ะ ฝ่าบาทรักจะตายก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว) นี่ไม่รู้ว่าชานยอลมันจะคิดเสี้ยมให้นางทำอะไรอีกหรือเปล่า



    เราดีใจที่ไรท์กลับมาสานต่อความฟินของฟิคเรื่องนี้ คอมเม้นเราไม่มีสาระอะไรแต่อยากเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ -3-
    #327
    0
  11. #322 soohyun-park (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 13:38
    ถ้าจะเมาแล้วเผยความในใจได้มากขึ้น ก็อยากให้เซจาเมาบ่อยๆนะคะ 555555
    แต่ก๊อีกนั่นแหละ ถึงพระสติจะลดลงไปมากกว่าครึ่งก็ยังไม่วายโอษฐ์หนักอยู่เหมือนเดิม
    นี่ถ้าแค่ตรัสสักคำว่าเซจาบินคือคนสำคัญ คือคนที่รักเนี่ย ต่อให้อีกร้อยองค์ชายชานยอลก็สู้ไม่ได้หรอกค่ะจริงๆ
    ตอนนี้ดูเหมือนว่าเซจาบินของเราจะพระทัยอ่อนแล้วนะ หวั่นไหวไปมากกว่าครึ่งแล้วเนี่ย
    ลุ้นแต่ว่าองค์พระเอกจะทรงยอมลดทิฐิเพื่อดอกไม้ของพระองค์เมื่อไหร่เท่านั้นเอง >/////////<

    ส่วนนางในจอง... นี่เรียกว่าความจงรักภักดีที่มีต่อเซจาบินอย่างนั้นหรือ?
    ทั้งที่องค์หญิงไว้ใจ ทรงห่วงใยตลอด แต่กลับมาทำกันแบบนี้..
    จะแอบปิ๊งองค์ชายรัชทายาทนี่ไม่ว่านะ เข้าใจเพราะองค์ชายของพวกเราหล่อ (กรี๊ดดดดด) แต่การช่วยเหลือองค์ชายชานยอลก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ตัวเองได้คู่กับองค์ชายจงอินนี่
    ผ่านพระมเหสีไปให้ได้ก่อนเถอะจริงๆ!!

    องค์ชายชานยอล.......
    คนดี เสียสละ และเป็นสุกยอดของความเป็นพระรองที่แสนดีคงไม่มีในโลกจริงๆสินะ
    ทั้งที่ทรงอ่อนโยน สุภาพ และดีต่อองค์หญิงมาโดยตลอด แต่เพียงเพราะความแค้น อะไรๆก็เปลี่ยนไปได้จนขนาดนี้สินะ
    ทำได้ทุกอย่างเพื่อชิงตัวองค์หญิงกลับคืนมาแม้ว่าการเป็นกบฏล้มล้างการปกครองก็ยอมทำ
    แต่... องค์ชายจะมั่นพระทัยได้ไงว่าทุกวันนี้องค์หญิงน้อยขององค์ชายจะรักองค์ชาย
    เอาจริงๆแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมานี่มันคือความรักอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่แค่ความผูกพันจากการสนิทสนมโดยบริสุทธิ์ใจในสายตาของเซจาบินเท่านั้นใช่ไหม?


    ฟิคเรื่องนี้ต้องอ่านช้าๆทุกตอนค่ะ :) ไม่ใช่เพราะราชาศัพท์ที่เป็นปัญหา แต่เป็นเพราะต้องการตามเรื่องให้ทันแบบละเอียดๆด้วย
    ประกอบกับภาษาและบทบรรยาย ทำให้ไม่สามารถละเลยหรืออ่านทิ้งๆขว้างๆได้เลย
    จนถึงตอนนี้ ไม่ว่ายังไงก็จะเป็นชอฮาทีมค่ะ!!! เชียร์วังเซจาสุดใจให้พิชิตพระทัยเซจาบินได้ไวๆ
    รออ่านเสมอและเป็นกำลังใจให้ทีมผู้แต่งทุกท่านเลยนะคะ
    ขอบคุณสำหรับงานเขียนดีๆที่หาได้ยากแบบนี้ค่ะ #ประทับใจ
    'ㅅ'
    #322
    0
  12. #321 fatipa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 12:39
    กระหม่อมชอบพระโมเม้นท์ชอฮากับเซจาบินอยู่ด้วยกันจุงเบยเพคะ ชอฮานี่ทรงพระปากหนังจังเลย เมื่อไรจะบอกรักกันน๊าา
    #321
    0
  13. #320 Wu PingGuo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 11:59
    อยากจะตีจงอินเซจาซะจริง มีอะไรไม่เคยพูดหรอก
    คำสำคัญ เรื่องสำคัญทั้งนั้น แถมปล่อยให้เซจาบินคิดไปเรื่อยอีก

    #320
    0
  14. #319 Nnn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 11:58
    ขอไคแพคน้า ㅠ___ㅠ พี่ชานยอลร้ายนักเราไม่ให้องค์หญิงหรอกนะ อยากให้เป็นไคแพคคคค ชอฮาอย่าปล่อยองค์หญิงไปน้ะะะะ
    #319
    0
  15. #318 HwaRyeo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 11:51
    อื้อหือออ สายลมที่ว่าแน่แล้วที่ทั้งฉลาดทั้งที่เคยมีคะแนนนำ อุตส่าห์ใช่ความผูกผพันและความรู้สึที่ดีกว่ามายื้อมาปั่นป่วนองค์หญิง ยังสู้ชอฮาไม่ได้ ทั้งๆที่ชอฮาไม่ได้ต้องทำอะไรมากมายเลย เพียงแค่เมาเลยได้แสดงบางสิ่งบางอย่างที่ปกติเอาแต่ปิดมันไว้ให้องค์หญิงได้เห็น แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่องค์หญิงกลับหวั่นไหวกับทั้งหมดที่ได้รับมา โถถถถ
    ก็อย่างที่ชอฮาบอกแหละ องค์หญิงโง่ดูไม่ออก แต่ชอฮาเพคะ พระองค์ก็กั๊กเกินไปเพคะ งึมๆๆๆๆ

    พอมาตอนนี้เหมือนจะเห็นๆว่าใครที่ดูจะมีอิทธิพลมากกว่ากัน
    องค์หญิงร้องไห้เมื่อนึกถึงสายลม
    แต่องค์หญิงกลับพระทัยเต้นหนักกับแค่ถ้อยคำที่ไร้ความตรงไปตรงมาของชอฮาว่ารู้สึกยังไง

    สายลมที่น่าสงสาร ไม่ได้ทำให้อบอุ่นเหมือนเมือก่อนแล้วสินะ เป็นได้แค่สายคมที่คิดถึงที่ร้างลาไปนานอย่างนั้นล่ะมั้ง
    ส่วนพระอาทิตย์(ใช่ป่าวนะ ชอฮาเป็นพระอาทิตย์หรือปล่าวนะ ฮ๋าาาา) กลับอบอุ่มมากกว่าล่ะมั้ง องค์หญิงถึงได้คาดหวังว่าจะพึ่งพาความอบอุ่นจากพระอาทิตย์ดวงนี้มากกว่าสายลมในอดีต


    ปล1. ยังไงก็เชียร์ชอฮานะ เพราะชอฮาคือพระเอก ฮ่าาาา
    ปล2. ฮืออออออออออ ท่านพี่ชยอล ฮวายังว่างรอท่าน ออดีบลา นารึลบลา


    #318
    0
  16. #317 Ballerina (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 04:57
    คือพี่ชานร้ายลึก ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าพี่ชานร้ายเต็มตัวแล้วล่ะ คือชอบบบบ >_< แต่เราก็เชียร์องค์รัชทายาทกับองหญิงลิงน้อยอ่า แต่พอองค์หญิงอ่านสารจากชานยอลแล้ว จะออกไปเจอชานยอลมั้ยอ่าา อยากอ่านตอนองค์รัชทายาทเจอกับองค์หญิงแล้วอ่า ไรท์อัพต่อเร็วๆน้า อย่าหายไปอีกน้า T_____T
    #317
    0
  17. #316 oommyhippyty (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 23:59
    ท่านเพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพ่ หม่อมฉันชอบวาทะการหว่านล้อมของท่านมาก

    น้ำเสียงของท่าน เหตุผลและการใช้ถ้อยคำของท่านมันชวนให้เคลิ้มตามจริงอะไรจริงนะเพคะ คือฉลาดมีเล่ห์เหลี่ยมมากเลย

    โอ้ยชอบ เป็นใครใครก็ต้องยอมนะเพคะ องค์ชายชานยอลเป็นบุคคลที่หล่อมาก

    หล่อแบบอยากแกล้งเป็นลมแล้วซบอกพระองค์เลยอะค่ะ ชอบอะ ยิ่งร้ายยิ้งดีค่ะ

    ก็เขารักของเขา เขาอยากได้คืนก็ไม่แปลกที่จะทำแบบนี้ วิธีนี้ วิธีที่ ... โฮร่ยยยยยยยยยยยยยยย *ซบอก*

    ถึงพระรองยังไงก็เป็นพระรอง อยากลองให้ชานยอลชนะจงอินซักก้าวนึงบ้าง

    ถึงจะเชียร์องค์ชายมากแค่ไหน แต่... ขอพระองค์ทรงมีพระโอรสเพคะ ขอให้ชอฮาทรงเลิกกากด้วยนะคะ แค่กกกกกกกก

    รู้สึกตัวเองจะเป็นทีมองค์ชายชานยอลที่อยู่ท่ามกลางทีมชอฮาทั้งหลายนะ .____. 5555555555555555555555



    ขอโทษพี่นิ่มมมที่เม้นนี่ไม่มีสาระอะไรเลยนอกจากเพ้อถึงท่านพี่ค่ะ ลาเพียงเท่านี้ 55555555555555555555555
    #316
    0
  18. #315 geejajaa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 23:42
    เค้าอยากเชียร์ท่านพี่ชานยอลนะฮืออออมันเศร้าอ่าาาา ตื่นเต้น แพคฮยอนอ่า จะทิ้วท่านพี่ชานยอลจริงๆรึ์ แต่เอาเข้าจริงเวลาเป็นโมเม้นท์ไคแพคเราก็กรี๊ดกร๊าดดด สรุปก็บอกไม่ถูกว่าอยากให้ลงเอยกับใคร แล้วแต่น้องแพคเถอะ!!! รออ่านนะคะ
    #315
    0
  19. #314 lดูซอบl★lบิวตี้l (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 23:25
    ตอนนี้งอนพี่ชานนน~ ไบแอสวังเซจาขั้นสุด (แต่ไม่เกลียดองค์ชายชานยอลนะเออ ><) 
    องค์หนิงน่ะมีองค์ชายชานยอลเป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็กเพียงคนเดียวรึเปล่า
    เลยทำให้รู้สึกผูกพันมากขนาดนั้น แต่แบบพี่ชานนนอย่าทำแบบเน้~
    วังเซจาของเค้ายังไม่ได้ทำคะแนนเลยนะเออ  5555555555 แล้วยังจีเฮอีก
    เรื่องปวดหัวมากจริงๆ คิคิ เราเชียร์จงอินเซจาาาาา  พี่ชานอย่าเพิ่งมาหล่ออ 5555555
    ตอนนี้แต้มพี่ชานคือนำโด่งแน่ๆอ่ะ เพราะเซจาบินนี่ไม่เห็นมีความรู้สึกดีๆกับวังเซจาเลย -0-
    เปลี่ยนพระเอกเลยมั้ยลูก 55555555 เพราะดูเหมือนแมลงเจ้าชายจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากชวนทะเลาะ
    เราว่าด้วยความเป ้นคนที่มีจิตใจดีและโอนอ่อนต่อโลกแบบองค์หญิง
    มันก ้น่าจะนำไปสู้ปัญหาใหญ่ๆได้จริงๆนั่นแหละ  =_=" 
    เอาใจช่วยวังเซจาาาา  วังเซาจาไฟท์ติ้งนะเพคะะะะะ หม่อนฉันเชียร์อยู่ 
    #314
    0
  20. #313 Windy Boy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 22:20
    อื้อหือออออออออ ท่านพี่ชานยอลคะ คนเป็นเจ้าชายนี่เขามีศิลปะในการหว่านล้อมกันทุกคนหรือเปล่าคะ แต่ยกเว้นองค์อินไว้คนนึงล่ะ รายนั้นขวานผ่าซากพูดแบบนี้ไม่เป็นหรอก ฮือๆ ไม่รู้จะเม้นต่อว่าท่านพี่อย่างไรดี ตัวข้าพูดไม่ออก แอบจุกกก เป็นคนฉลาดมากกกกก ตอนนี้เลยรู้เลยว่าทำไมจีเฮมีอะไรแปลกๆ นางแอบรักองค์อินนี่เอง ฮืออออ ท่านองครักษ์ชิน ป่านนี้ท่านจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ขอให้องค์อินรู้ทันด้วยเถิด สงสารชินอปป้า (เปลี่ยนมาอยู่ข้างองครักษ์ทันที) ตอนนี้มันซีนขององค์ชาร์ลอะ องค์ชาร์ลกินพื้นที่เต็มมาก มาเต็มมาก อัดแน่น คนอ่านจุกเพราะองค์ชาร์ลนะคะ TT^TT มีองค์หญิงเพียงนิดแต่เสียงเล็กๆ หวานๆ ของนางก็เริ่มดังขึ้นในหูของเราอีกครั้ง...





    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 เมษายน 2557 / 23:52
    #313
    0
  21. #312 HwaRyeo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 21:36
    ชานยอลนอกจากฉลาดแล้วยังรู้จักโน้มน้าวจิตใจ

    เข้าถึงใจคนอื่น รู้จุดอ่อน และรู้ว่าอีกฝ่ายจะจนมุมได้อย่างไร

    การที่ใช้เรื่องวังเซจามาขู่ เพราะนั่นเป็นจุดอ่อนสุดของนางวัง

    ไม่ได้เป็นการพูดให้อีกฝ่ายรู้สึกต้อยต่ำ หรือกดดันในเชิงลบ

    แต่เป็นการให้ความหวัง โดยการใช้คำว่าเราทั้งหมด

    เชื่อว่านางวังต้องมีใจหวังอยู่นั่นแหละ นางในเป็นผู้หญิงของพระราชา

    และเมื่อจงอินเป็นพระราชา นางในก็มีหวังไง ชยอลแม่งฉลาดอ่ะ

    รู้สถานการณ์ด้วยว่าควรจะเข้ามาตอนไหน เข้ามาให้แพคฮยอนหวั่นไหว

    เพื่อสั่นคลอนการตัดสินใจของแพคฮยอน 

    ก็ไม่แน่ใจหรอกนะที่ว่าชานยอลเป็นพวกเข้าถึงจิตใจคนอื่นเนี่ย 

    เข้าถึงจิตใจของแพคฮยอนด้วยมั้ย อาจจะเพราะรู้เลยกลัวอีกฝ่ายจะหวั่นไหวให้จงอินไง

    เลยต้องรีบมาตัดเชื้อไฟ



    สายลมที่จะหวนมาพบเจอเนี่ย ก็เดาไม่ถูกว่าแพคฮยอนจะยอมมาเจอมั้ย

    ถ้าคิดว่าตอนนี้ตัวเองเป็นเซจาบินก็คงไม่ไป แต่ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นแพคฮยอนก็คงไป

    แต่สุดท้ายแล้วเหมือนการพบเจอกับสายลมคงไม่มีความหมายอะไรเท่าไหร่ล่ะมั้ง

    เพราะสุดท้ายแพคฮยอนก็เลือกที่จะเป็นเซจาบินที่ดี อยู่เข้าหอกับชอฮา

    ต่อให้มาดื้อเอาตอนเข้าหอก็เถอะนะ ฮ่าาาาาา 



    เฮ้อ พูดยากอ่ะ เราไม่ว่าชานยอลหรอก ไม่ว่าเลย เพราะถ้ารักมันก็สมควรต้องทำไง 

    ต้องทำอะไรสักอย่าง จะยอมปล่อยไปได้ยังไงในเมื่อรักซะขนาดนี้อ่ะ



    40% ที่เหลือ แพคฮยอนจะได้เจอกับสายลมมั้ยนะ รอๆๆๆ
    #312
    0
  22. #311 fatipa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 20:34
    โอ๊ยยยยยองค์ชายข่มขู่ นางวังจองนี่ยังไง ชององครักษ์ชินแล้วก็องค์รัชทายาทจริงๆเหรอ ม่ายยนะ!!!
    อยากอ่านบทกุ๊งกิ๊งมุ๊งมิ๊งองค์รัชทายาทกับองค์หญิงลิงน้อยแล้วววว>< เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ปั่นต่อไปนะคะ จะได้อ่านไวไว5555
    #311
    0