[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 19 : *** ตอนที่ ๑๐ จังหวะรักในหฤทัย{๑} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 เม.ย. 57

 

             

ตอนที่  ๑๐  จังหวะรักในหฤทัย
 

|
 

                                                 เป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบาก               เป็นผู้ชายยิ่งยากกว่าหลายเท่า

                                หญิงต้องเจียมกายามาแต่เยาว์                               ชายต้องเฝ้าวิงวอนให้หล่อนรัก

                                หญิงถึงรักต้องแสร้งแกล้งทำเฉย                         หวังให้ชายอยากเชยยิ่งขึ้นหนัก

                                ต่างคนต่างซัดกันน่าขันนัก                                   ที่แท้ต่างสมัครจะรักกัน

                                                                                                                                                                                                                                                     (วิวาหพระสมุท)

 

 

                ณ พระตำหนักหลวงแห่งพระมเหสี   ๑๐ วันก่อนงานพิธีกรรมขอพระราชบุตร               

 

                “พระมเหสีเชิญเสด็จเพคะ องค์ชายชานยอล”

                “ขอบใจ คิมซังกุง”

                สุรเสียงทุ้มนุ่มตรัสตอบด้วยพระพักตร์ที่ประดับรอยแย้มพระสรวลสดใส  ดวงพักตร์ขาวผ่องทรงพระสิริโฉมยิ่งนัก ไม่ว่าเบือนพักตร์ไปยังนางวังคนใด  ก็ล้วนแล้วต้องหลบสายพระเนตรซ่อนรอยแดงประดับแก้มกันเป็นแถว คิมซังกุงผู้เป็นใหญ่ที่สุดใน

พระตำหนักรองจากพระมเหสีปรามนางวังสาวผ่านสายตาเฉียบคม แล้วจึงกราบทูลเจ้าของวรกายสูงใหญ่ผึ่งผายด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

                “เสด็จมาเรียบร้อยหรือเปล่าเพคะ ช่วงนี้วังหลวงต้องเตรียมงานสำหรับพระราชพิธีขององค์ชายรัชทายาท อาจจะวุ่นวายมากเสียหน่อย”

                องค์ชายชานยอลรับฟังด้วยพระพักตร์ผ่องใสที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง  หากสายพระเนตรคมลึกกลับสะท้อนความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ไม่มีใครสามารถมองออกได้  

                “ไม่เท่าไหร่หรอก... พระมเหสีเองก็คงจะทรงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย”

                “เพคะ  รับสั่งไว้ว่า อยากจัดพิธีให้ดีที่สุดเพื่อพระนัดดาในอนาคต”

                พักตร์เกลี้ยงเกลาพยักหน้ารับคำ พลางแย้มพระสรวลบาง  ทว่าฝ่าพระหัตถ์กลับกำแน่นไว้อยู่ภายใต้ฉลองพระองค์ผ้าไหม  ขณะก้าวพระบาทไปตามทางเดินอันซับซ้อนเพื่อเข้าสู่ห้องส่วนพระองค์ของพระมเหสี

                “งั้นหรือ... ข้าได้ยินมาก่อนว่าพระพลานามัยขององค์หญิงพระชายาไม่สู้ดีนัก ทั้งยังทรงพระเยาว์มาก แพทย์หลวงคงถวายการรักษาอย่างดีแล้วใช่หรือไม่  คิมซังกุง” สุรเสียงเย็นถามเรียบ แม้ไม่ทรงแสดงทีท่าไม่เป็นมิตร หากคิมซังกุงรับฟังกระแสรับสั่งนั้นด้วยความรู้สึกที่แปลกออกไป กว่านางจะได้ขึ้นมาอยู่ในฐานะซังกุงของสตรีคู่พระทัยพระราชาแห่งโชซอน คิมซังกุงก็ผ่านเหตุการณ์สำคัญ ๆ ในพระราชวังนี้มามากนัก เห็นทั้งความเปลี่ยนแปลงและอำนาจมากมาย ชั่วขณะที่รับฟังองค์ชายผู้มีรอยแย้มสรวลละไมอยู่เสมอตรัสขึ้น  นางก็คล้ายกับว่ากำลังได้ยินเสียงของความปรารถนาบางอย่างที่ดังออกมาผ่านรับสั่งนั้น

                หญิงวัยกลางคนลอบถอนหายใจลึก  ก่อนถวายคำตอบ

                “คงเพราะเสวยโอสถอยู่เสมอไม่เคยขาด  ตอนนี้พระพลานามัยขององค์หญิงสมบูรณ์พร้อมมากเพคะ  พระมเหสีเองก็ถวายการดูแลพระสุณิสาอยู่เสมอ แพทย์หลวงต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อีกไม่นานคงจะมีพระครรภ์แน่เพคะ ข้าราชบริพารและราษฎรทุกคนต่างก็เฝ้ารอข่าวดีอยู่อย่างใจจดใจจ่อเพคะ”

                “งั้นหรือ...” สุรเสียงทุ้มนุ่มรับคำ  “ข้าก็รอข่าวดีอยู่เช่นกัน”

                ฝ่าพระบาทหยุดลงหน้าบานทวารกว้าง  ทรงสดับเสียงของซังกุงประจำพระองค์กราบทูลพระมเหสีด้วยพระหทัยที่รุ่มร้อน

                องค์หญิงของข้า....

                ทำอย่างไร...  ข้าควรทำอย่างไร

                ช่วยรอข้าได้หรือไม่  อีกไม่นานแล้ว

               

|

 

                องค์ชายชานยอลถวายความเคารพพระมเหสีด้วยความนอบน้อมเต็มพิธีการ  พร้อมทั้งถวายพีนฺยอรูปหงส์จีนทองคำในกล่องประดับมุกลวดลายงดงามแปลกตา  พระมเหสีอึนฮีทรงมีพระปฏิสันถารกับองค์ชายอย่างมีเมตตา  ตรัสถามถึงการเสด็จมายังพระตำหนักและความสะดวกสบายในการพักที่เรือนซึ่งฝ่าบาทได้ประทานให้  สนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง พระมเหสีจึงหันไปรับสั่งแก่คิมซังกุง และข้าราชบริพารที่นั่งอยู่หน้าบานทวารอย่างว่าง่าย   หลังทอดพระเนตรสายพระเนตรลึกล้ำขององค์ชายหนุ่มด้วยความเข้าพระทัย  

                “ขอข้าคุยกับหลานชายตามลำพัง”

                “เพคะ มาม่า”

                คิมซังกุงสบสายพระเนตรของพระมารดาแห่งแผ่นดินโชซอนด้วยหัวใจที่วูบโหวง  หากทำตามกระแสรับสั่งนั้นอย่างว่าง่าย  นางนำเหล่านางกำนัลเคลื่อนขบวนออกจากห้องส่วนพระองค์อย่างรวดเร็ว   

                “ทรงพระกรุณากับกระหม่อมยิ่งนัก”  สุรเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพอได้ยินกันแค่สองพระองค์  ฝ่ายพระมเหสีแย้มพระสรวลเล็กน้อย ก่อนตรัสถามในสิ่งที่ค้างพระทัยมานาน  

                “พระมเหสีทันอึยเป็นเช่นไรบ้าง ทรงพระเกษมสำราญดีหรือไม่”

                “ท่านแม่  มีความสุขดีกับผ้าปักและวรรณกรรมขงจื้ออยู่กระหม่อม  ”

                “ที่ผ่านมา ทั้งสองพระองค์คงลำบากมาก”

                “พระมเหสีก็ทราบเรื่องดีอยู่แล้ว เหตุใดจึงทรงถามเช่นนี้” คำกราบทูลจากองค์ชายผู้พลัดพรากจากราชบัลลังก์ไปเนิ่นนานสร้างแวววูบไหวในสายพระเนตรโศกของพระมเหสีไม่น้อย  พระพักตร์ประดับด้วยรอยแย้มลดลงจนเป็นเคร่งเครียด พอ ๆ กับองค์ชายหนุ่มที่กำลังมองพระองค์ด้วยดวงเนตรที่เกรี้ยวกราดจนสัมผัสได้

                กระแสเพลิงลุกโหมอยู่ภายในเนตรคู่เศร้า   

                ชอฮา... ชอฮาของหม่อมฉัน

                ใครเลยจะล่วงรู้  ว่าองค์ชายผู้ทรงพระสิริโฉมงดงามยิ่งผู้นี้  เคยอยู่ในอ้อมพระพาหาของพระองค์ เมื่อครั้นยังเป็นเพียงพระสหายคู่พระทัยของพระมเหสีทันอึย

                ยองอันชอบเจ้ามากนะ

                ‘เป็นเกียรติกับหม่อมฉันมากเพคะ พระมเหสี’           

 

                ทว่า...ทุกอย่างเป็นอดีตไปแล้ว  บัดนี้บุรุษหนุ่มตรงหน้า มิใช่องค์ชายรัชทายาทที่พระองค์ต้องถวายความเคารพอีกแล้ว  

                เป็นเพียงเจ้าชายไร้ราชบัลลังก์... เจ้าชายที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงใด ๆ ในราชวงศ์โชซอนนี้

                “ในฐานะแม่.... ย่อมมีหน้าที่ป้องกัน ปกป้อง ดูแล และหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกตนเอง” ทรงเปรยตอบด้วยพระพักตร์นิ่งเฉย    ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปิดบังกับเรื่องที่เกิดขึ้น 

                แม้นจะทรงคาดหวังว่าการขัดขวางมาตลอดสิบปีที่ผ่านมาจะทำให้ทั้งสองพระองค์หมดหวังที่จะเข้ามาในพระราชวัง  แต่สวรรค์ช่างเมตตากับแม่ลูกคู่นี้ยิ่งนัก   

                “ป้องกันด้วยการทำร้ายคนอื่นงั้นหรือกระหม่อม” องค์ชายหนุ่มตรัสถามต่อด้วยรอยแย้มพระโอษฐ์  หากผู้ที่ประทับอยู่หน้าม่านลายหงส์คาบดอกเบญจมาศกลับส่ายพระพักตร์

                “มิใช่ทำร้าย... องค์ชาย  ข้าไม่เคยสั่งให้ใครทำร้ายเจ้าและพระมเหสี หากมีการเสียเลือดเนื้อของทั้งสองพระองค์... ผู้ที่ทำเช่นนั้นจักถูกประหาร”  

                “งั้นโจรสองกลุ่มที่บุกทำร้ายหม่อมฉันเมื่อหกเจ็ดปีก่อน แล้วถูกจับประหาร เสียบหัวประจานกลางเมืองนั่นก็ไม่ใช่มาจากอาญาแผ่นดิน ...แต่มาจากพระเสาวนีย์ของพระมเหสีเองหรือ กระหม่อม”

                “ผู้ไม่เชื่อฟังย่อมต้องอาญา...” ตรัสด้วยสุรเสียงเฉียบคม   พระเนตรนิ่งหากหนักแน่นทำให้อดีตองค์ชายรัชทายาททรงพระสรวลเบาอยู่ในลำคอ

                หากเป็นพระสรวลที่กลั้วไปด้วยความเจ็บแค้นยิ่งนัก

                “ในที่สุดกระหม่อมเองก็รู้เสียทีว่าเหตุผลที่ทำให้กระหม่อมต้องหนีไปเรื่อย ๆ จนไม่อาจอยู่ที่ใดได้นอกจากข้างในป่าเท่านั้น.... มาจากอะไร”  

                เจ้าชายยองอันในพระชนมายุ ๕ ชันษา ไม่เคยรู้เลยว่าวันที่อากาศอบอุ่นที่สุดของปีนั้น จะเป็นวันสุดท้ายที่พระองค์จะได้อยู่ภายในวังหลวง  ในฐานะองค์ชายรัชทายาท  เสียงการสู้รบ ฆ่าฟันของเหล่ากบฏกับทหารรักษาพระองค์ดังลั่นวังหลวง  หลังจากที่รู้ว่าไม่อาจรับมือกับศึกครั้งนี้ได้  พระเจ้ายูซอนได้เสด็จหนีเข้ามาในพระราชวังหลวง และรับสั่งให้พระมารดาพาพระองค์หนีออกจากเมืองจากทางลับใต้ดิน   ก่อนที่ทหารของฝ่ายกบฏจะเข้ามา   องค์ชายเด็กเกินไปกว่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น  กว่าจะรู้ก็เมื่อพระมารดากรรแสงร่ำไห้ถึงพระสวามี   ยิ่งเมื่อมีการประกาศข่าวเรื่องการเสด็จสวรรคตของพระราชาแห่งโชซอน และการจับกุมกลุ่มกบฏ  ทุกอย่างยิ่งย่ำแย่ลงเมื่อมีการประกาศถวัลยราชสมบัติของราชาพระองค์ใหม่ ผู้เป็นเสด็จอาของพระองค์เอง

                เสด็จแม่  ทำไมเรากลับบ้านเราไม่ได้

                ที่นั่นไม่ใช่บ้านเราแล้ว... เป็นบ้านของคนอื่น  บ้านหลังนั้นไม่ต้อนรับเราสองคนแล้ว

               

                “กระหม่อมเข้าใจว่า...ที่เสด็จแม่ไม่พากระหม่อมกลับ บ้านเพียงเพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านเราแล้ว...  กว่าจะรู้ว่ามีคนขัดขวางไม่ให้เข้าบ้านก็ตอนที่โตแล้ว  ไม่น่าเชื่อเลยว่าพระราชอำนาจของพระมเหสี จะแผ่ขยายไปจนถึงเจ้าชายไร้บ้านอย่างหม่อมฉันด้วย”           

                เมื่อกลับกลายเป็นชานยอล   เด็กชายที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในป่าเท่านั้น  เขาจึงรับรู้ว่าอำนาจของคนในวังหลวงมีมากมายแค่ไหน  ราวกับสายตาของพระมเหสีจับจ้องสองแม่ลูกอยู่ตลอดเวลา  แม้จะใช้ชีวิตอย่างไม่ยากลำบากนักเพราะมีทรัพย์สินที่ติดมือมาจากวังหลวงที่ใช้จ่ายได้บ้าง  แต่ก็ไม่อาจพักอาศัยอยู่ในเมืองได้เลยแม้แต่ค่ำคืนเดียว   การอยู่ในป่า และไม่พบปะกับใครเลย คือสิ่งที่ทำให้สองแม่ลูกใช้ชีวิตได้โดยไม่มีใครเข้ามารบกวน

                “องค์ชายอาจยังไม่เข้าใจว่าทั้งหมดที่ข้าทำนี้ก็เพื่อปกป้องทุกคน...ในฐานะพระแม่ของแผ่นดิน ข้ามีหน้าที่ทำเช่นนั้น”

                “หน้าที่ที่ทรงใช้ทุกวิธีเพื่อไม่ให้กระหม่อมได้หวนกลับคืนวังหลวง...งั้นหรือ  ท่านแม่ไม่น่าปรามกระหม่อมไว้ถึงตอนนี้เลย ...”

                สุรเสียงขององค์ชายชานยอลไม่ดังมากไปกว่าเสียงกระซิบ  หากสำหรับพระมเหสีแล้ว  รับสั่งนั้นราวกับการตระโกนใส่พระกรรณของพระองค์โดยตรง   ราวกับมีดที่กรีดเข้ามาในพระหทัยให้รวดร้าวยิ่ง

                ใครเลยจะรู้...ว่าพระองค์ก็เสียพระทัยไม่ต่างกัน

                “พระมเหสีทันอึย...ช่างเฉลียวฉลาด และรู้เท่าทันการเมือง ทรงล่วงรู้ แต่มิเคยล่วงล้ำเส้นทางนี้”

                องค์ชายหนุ่มแค่พระสรวล  กระแสเสียงทุ้มอ่อนโยนขึ้นเมื่อกล่าวถึงพระมารดาผู้ที่งดงามและยอมใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายข้างในป่า  เพื่อไม่ให้พระองค์ต้องเผชิญอันตรายจากการแย่งชิงอนาจในวังหลวง

                “แม่กระหม่อมไม่เคยต้องการมงกุฎ... แม่ต้องการแค่ลูกชายเท่านั้น”

                “แม่บางคนก็มิได้ต้องการมงกุฎ...องค์ชาย” สายพระเนตรแรงกล้าของพระมเหสีฉายวูบเมื่อรับสั่งถึง หน้าที่ที่พระองค์ต้องทรงกระทำในฐานะ แม่ของแผ่นดิน   

                “เมื่อมงกุฎคือสิ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตลูกสามารถอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง...แม้ว่าแม่จะไม่อยู่แล้ว  แม่ก็ยินดีอัญเชิญมงกุฎมาให้ลูก” พระมเหสีอึนฮีตรัสด้วยสุรเสียงสั่นเครือ  ก่อนจะทรงกลืนความอ่อนแอในรับสั่งนั้น แล้วเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็งอีกครั้ง            

                “ข้าไม่รู้ว่าองค์ชายชานยอลต้องการสิ่งใดจากการหวนคืนครั้งนี้  แต่ในฐานะแม่ ย่อมป้องกันดูแลให้ลูกอยู่แล้ว  แม้ว่าท่านจะสามารถได้ใจของเสนาบดีกลาโหมและข้าราชการส่วนหนึ่งได้แล้วก็ตาม”  

                “กระหม่อมได้มากกว่านั้น”

                คำกราบทูลด้วยสีพระพักตร์ที่แข็งกร้าวขึ้นทำให้พระมเหสีสะท้อนอยู่ภายในพระหทัยที่แน่นหนักขึ้น   เมื่อทอดพระเนตรไปยังดวงเนตรลึกซึ้งและดุดันก็ทรงรู้สึกหวั่นไหวยิ่งนัก   สมแล้วที่ทั้งพระพักตร์และวรกายถอดแบบมาจากกษัตริย์พระองค์ก่อน แม้กระทั่งดวงเนตรคู่ดุดันคมคายนี้ก็เช่นกัน  ต่างก็เพียงแค่  เนตรของพระเจ้ายูซอนนั้นเปี่ยมไปด้วยเมตตาและทรงมองทุกอย่างในแง่ดี  ขณะที่เนตรขององค์ชายชานยอลกลับเปี่ยมไปด้วยเล่ห์ร้ายและความเฉี่ยมคมไม่ต่างจากพญาเหยี่ยวที่พร้อมจะเหินลงมาโฉบเหยื่อที่เฝ้ามองอย่างเงียบเชียบบนผืนฟ้า

                “นี่ข้าพลาดสิ่งใดไปหรือ.... ”

                “ท้องพระคลัง...กระหม่อม ”

                คำเฉลยนั้นทำให้พระหทัยตกวูบจนแทบสะดุ้ง    พระองค์ทราบข่าวคราวขององค์ชายผู้เฉลียวฉลาดพระองค์นี้มาพักใหญ่  ทั้งการดำเนินการบางอย่างและสายใยที่เกี่ยวพันกับข้าราชการสำคัญในพระราชสำนัก  ขุนนางยางบันบางส่วนเอาใจออกห่างจากฝ่ายพระองค์ไปเข้ากับฝั่งเสนาบดีกลาโหมก็เพราะการปรากฏพระองค์ขององค์ชาย  ยิ่งได้รับพระบรมราชานุญาตให้ทรงแต่งตั้งกลับคืนสู่ฐานันดรเก่า  แม้จะไม่สูงศักดิ์เท่าเดิม  แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในพระราชวงศ์เช่นเดียวกัน  ความเข้มแข็งของฝ่ายเสนาบดีกลาโหมก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นท้นทวี

                “ต้องขอบพระทัยพระมเหสีที่ได้ให้โอกาสกระหม่อมได้รู้จักโลกใบนี้  ข้างนอกพระราชวังนั้น การค้าขายนำมาซึ่งทุกสิ่ง... ทองหรือไหม ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนร่ำรวย   แม้เกล้ากระหม่อมมีเพียงแค่สองมือ แต่เรือและภาษาจะทำให้หม่อมฉันได้ทุกสิ่ง”

                ทรงรับฟังคำกราบทูลขององค์ชายหนุ่มด้วยพระหทัยที่เต้นรัวไม่ต่างจากกลองย่ำรุ่ง   คงเพราะศึกษาเรื่องทางการเมืองมามาก  พระมเหสีอึนฮีจึงทรงจับความได้อย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินคำกราบทูลนั้น

                “นี่คือเหตุผลที่เหล่าพ่อค้าผลักดันให้มีท่าเรืองั้นหรือ...”

                รอยแย้มพระสรวลกว้างขึ้นกว่าเก่าจนเผยให้เห็นพระทนต์ขาวเรียงเป็นระเบียบ  หากเป็นรอยแย้มโอษฐ์ที่ทำให้พระองค์คิดถึงรอยแสยะยิ้มของปีศาจที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งให้พังพินาศไปกับตา

                “ทุกอย่างพร้อมแล้วกระหม่อม อีกไม่เกือนกี่งเดือน  เรือลำแรกและลำที่สองจะมายังท่าเรือ  เหล่าพ่อค้าและขุนนางที่เห็นความสำคัญของการค้าขาย... ทุกคนจะก้มหัวกระหม่อม... ” ดวงเนตรฉายชัดถึงความท้าทาย  “โดยที่พระองค์ไม่อาจห้ามไว้ได้เลย” 

                แม้จะทรงรับรู้ได้ถึงสารท้ารบขององค์ชายชานยอล  ผู้ที่ไม่มีพระราชอำนาจเลยแม้แต่น้อย   แต่พระมเหสีอึนฮีทรงทราบว่า การจะจัดการสิ่งใดลงไปในตอนนี้ ล้วนแล้วแต่อยู่ในแผนการที่อีกฝ่ายวางไว้ทั้งสิ้น  หากพระองค์เพลี่ยงพล้ำแม้แต่น้อย  โอกาสขององค์ชายรัชทายาทจงอินจะถูกพลิกกลับไปยังอีกฝ่าย

                อนาคตของโอรสองค์เดียวของพระองค์กำลังถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย   องค์ชายจงอินเฉลียวฉลาด  แต่ก็เถรตรงยิ่งนัก  มิอาจยอมรับวิธีการที่ไม่ซื่อตรงได้  หลายครั้งหลายคราที่ทรงปะทะกับข้าราชการฝ่ายต่าง ๆ เพียงเพราะการบริหารที่ไม่เที่ยงธรรม  ระบบราชการและสถานภาพของเหล่าขุนนางยางบันเหล่านั้นลึกซึ้งและเกี่ยวพันกับพระราชอำนาจของกษัตริย์มากนัก   หากพระองค์ไม่ช่วยดึงขุนนางฝ่ายต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนองค์ชาย   ราชบัลลังก์อาจจะต้องกลายเป็นของอีกพระองค์อย่างแน่แท้

                องค์ชายชานยอลอ่านหมากกระดานนี้ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ทรงปรีชายิ่งนัก....  เล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจยิ่งกว่าที่จะทรงคิดถึง  การเข้ามาเปิดเผยให้พระองค์ได้ทรงทราบครั้งนี้  คงเพราะปิดช่องโหว่วทุกอย่างไว้แล้วอย่างดี

                “เจ้าเปิดเผยให้ข้ารับรู้...เพียงเพราะหวังจะให้ข้าขาดใจตายงั้นหรือ ยองอัน...ไม่สิ ชานยอล  เมื่อดำเนินการมาถึงขั้นนี้แล้ว ฝ่าบาทคงมิทรงรับฟังคำร้องขอของข้า... ”

                “พระมเหสีทรงมีพระปรีชายิ่ง  เกล้ากระหม่อมหวังไว้ว่าจะเป็นเช่นที่พระองค์ทรงดำรัสไว้ยิ่งนัก”              

                พระเนตรสองคู่สบกันอย่างมีความหมาย

                “กระหม่อมถามอย่างหนึ่ง.... การอัญเชิญมงกุฎนั้น จำเป็นต้องมีพระชายาแพคฮยอนอยู่ในนั้นด้วยหรือไม่”

                “เมื่อจะสร้างอุทยานให้สวย ย่อมต้องปลูกดอกไม้งามด้วยเช่นกัน... องค์ชายชานยอลไม่คิดเช่นนั้นหรือ  ราชบัลลังก์จะแข็งแกร่งได้อย่างไร หากปราศจากฐานที่มั่นคง”

                “ท่านราชบัณฑิต เป็นเพียงฐานของราชบัลลังก์เท่านั้นหรือกระหม่อม”

                “ก่อนตอบคำถามนี้  ในฐานะพระมเหสีในพระเจ้ามยองอิน ข้าอยากถามเพียง การกลับมาครั้งนี้...ทรงต้องการสิ่งใดในราชวงศ์   แก้แค้นกับข้า...หรือต้องการแค่ราชบัลลังก์”

                องค์ชายชานยอลส่ายพระพักตร์  และกราบทูลด้วยสุรเสียงนอบน้อมยิ่งนัก  หากเป็นความนอบน้อมที่พระมเหสีรับรู้ได้ถึงความท้าทายพระราชอำนาจ   โดยมั่นใจว่าพระองค์คงไม่อาจทำสิ่งใดได้...นอกจากหักห้ามพระหฤทัยไว้อย่างเจ็บแค้น

                “กระหม่อมต้องการขอสิ่งหนึ่ง....ที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในพระราชวังแห่งนี้ ของสิ่งนั้นเคยเป็นของกระหม่อม  จนบัดนี้แม้จะได้ส่งผ่านไปยังผู้อื่นแล้วก็ตาม....แต่กระหม่อมเชื่ออย่างยิ่งว่ามันก็ยังเป็นของกระหม่อมอยู่ เพราะการถือครองมันนั้น เป็นไปอย่างไม่เต็มใจ   กระหม่อมจึงต้องการให้ส่งคืนกลับมา”

                “ต้องการถึงเพียงนั้นเลยหรือ...”

                “และหากไม่ได้รับคืน... กระหม่อมอาจจะทำเรื่องร้าย ๆ ใดไปด้วยก็ได้”               

                                                                                                                                                                                                               

 

                               

                สายพระเนตรแกร่งกล้าของพระมเหสีกลายเป็นความอ่อนแอลงเมื่อประทับอยู่เพียงลำพัง หลังจากทอดพระเนตรปฤษฎางค์กว้างใหญ่ขององค์ชายผู้มาเข้าเฝ้าและประกาศศึกกับพระองค์อย่างมิเกรงกลัวพระราชอำนาจเลยแม้แต่น้อย 

                พระหัตถ์บอบบางของพระมารดาแห่งแผ่นดินกำแน่นจนทรงรู้สึกเจ็บ  ขณะตรัสกับพระองค์เองด้วยความอัดอั้นภายในพระทัย  

                องค์ชายยองอัน...

                ข้าควรจะกำจัดพระองค์ไปเสียตั้งแต่แรก....  แต่กลับทำไม่ได้

 

                ทรงหวนคิดถึงสายพระเนตรที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาของพระมเหสีทันอึย    อดีตพระมารดาแห่งแผ่นดินที่ทั้งทรงปรีชาและอ่อนโยนยิ่งนัก 

                หากไม่มีพระมเหสีทันอึยในวันนั้น...ก็อาจจะไม่มีพระองค์ในวันนี้

                ไม่ว่าต้องการมากเพียงใด  ก็ไม่อาจตัดพระทัยให้กำจัดอดีตพระมเหสีและพระโอรสของผู้มีพระคุณกับพระองค์เองได้ 

                “ขอประทานอภัยเพคะ...  หม่อมฉันกำลังทำหน้าที่แม่... แม่ที่ต้องปกป้องลูก” 

                ตรัสแผ่วเบากับพระองค์เองผ่านสายลมที่ผ่านพัดรอบวรกาย   หวังจะส่งผ่านไปยังอีกพระองค์เหมือนทุกครั้งที่ทรงมีพระเสาวนีย์ให้กองกำลังส่วนพระองค์เข้าไปก่อกวน สองแม่ลูกไม่ให้ยุ่งเกี่ยวหรือออกมานอกเมือง ด้วยเกรงว่าจะมีผู้นำทั้งสองกลับคืนสู่วังหลวงแห่งนี้  และนำมาซึ่งการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง

                “เข้าพระทัยหม่อมฉันด้วยนะเพคะ...พระมเหสี”

 

 

 

 

|

 

 

             

                                    

 

 


ขอโทษนะคะที่มาช้ามาก ๆ TT_TT เรื่องนี้เขียนยากจริง ๆ ต้องใช้เวลา จะพยายามเข็นฉากหวาน ๆ มาฝากอีกนะคะ  ตอนนี้เอาการเมืองไปก่อน ฮิฮฺ

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #390 lavani (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 00:32
    ขณะที่ท่านชานยอลหวังให้เซจาบินรอ
    ตอนนี้เซจาบินเริ่มรักชอฮาจนสุดหัวใจแล้วมั้งนี่..
    (。_。*))((*。_。)
    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยย แต่อดสงสารท่านชานยอลไม่ได้อยู่ดี
    พระมเหสีทำแบบนี้ได้ยังไง กะจะไม่ให้เหลืออะไรเลยใช่ไหม?
    (*´;ェ;`*) ทำแบบนี้ยิ่งผลักดันให้ท่านชานยอลจะเอาคืนทุกอย่างเลยนะ..
    #390
    0
  2. #359 uuika (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 20:14
    คือไม่โกรธพระมเหสีเลยอ่ะที่ทำแบบนี้

    เข้าใจความรู้สึกนี้นะ คนนึงก็ผู้มีพระคุณ แต่อีกคนก็ลูกที่เป็นแก้วตาดวงใจ

    สงสารอ่ะ แต่พอมองอีกด้านชานยอลก็น่าสงสารไม่แพ้กัน ;0;
    #359
    0
  3. #310 Renoir92 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 16:16
    อ่านไปรอบนึงตอนตีสี่ จับใจความอะไรไม่ได้เลยนอกจากความพระแบดบอยของพี่ชานข่ะ ; 0 ;
    ตอนนี้เลยเปิดคอมมาอ่านอีกรอบหนึ่ง พอเพลงขลุ่ยขึ้นเท่านั้นแหละ โอย คิดถึงเพลงนี้มาก
    คิดถึงฟิคเรื่องนี้มาก ขอบคุณนะคะที่มาอัพ T_T เราชอบเพลงขลุ่ยมากจริงๆ มันเหมาะกับเรื่องนี้มากๆ

    คิมซังกุงร้ายใช่ย่อยนะคะะะ นางตอกกลับพี่ชานเราแต่ละคำนี่คือเจ็บ !
    แต่เราค่อนข้างเข้าใจพระมเหสีนะว่าทำไมถึงทำแบบนั้น จริงๆนางก็ร้ายแหละ แต่ก็ร้ายไม่สุด ทำไปเพราะรักลูก
    ยังมีความรู้สึกผิดต่อพระมเหสีทันอึยอยู่ จริงๆแล้วชานยอลก็ร้ายเหมือนกัน
    จากที่อ่านตอนนี้สัมผัสได้ถึงความเป็นตัวร้ายของพี่ชานมากกว่าจะเป็นพระรองงะ T_T
    พี่ชานคนดีของน้องหายไปไหนนน นางพร้อมกับการมาทวงบัลลังค์คืนมาก ถึงเป้าหมายที่แท้จริงจะไม่ใช่บัลลังค์ก็เถอะ
    เพราะการที่จะได้แพคฮยอนคืนคือต้องเป็นองค์ชายรัชทายาทเท่านั้น
    แล้วดูนางดักพระมเหสีไว้ทุกทาง ไม่ว่าจะเรื่องคู่ค้า เส้นสายอะไรมีหมดทุกทาง
    สงสารก็องค์ชายจงอิน แง ดูนางไม่รู้เรื่องอะไรซักอย่างอะ ตรงๆมึนๆซึนๆ วุ้ยย น่ารักเชียะะะ (?)
    น้องเชื่อว่าแพคฮยอนอยู่ฝ่ายองค์ชายจงอินข่ะะะ ถึงองค์หญิงลิงน้อยจะรักชานยอลมาก่อน
    แต่ตอนนี้อะไรมันเปลี่ยนไปแล้ว ขึ้นชื่อว่าเป็นชายาของจงอินไปแล้ว
    เราเชื่อว่าแพคฮยอนไม่มีทางทรยศพระสวามีของตัวเองลงคอหรอกชิมิเฮาะะะะ
    เป็นอีกตอนที่ทำให้เชียร์ไคแพคมากกว่าเดิม เพราะนึกย้อนไปตอนที่พี่ชานนางไปหอนางโลมเพราะไปให้คณิกา(?)ซื่อชุน(?)ปลอบใจ(?)
    รึเปล่าอะะะะะ เราไม่ได้ย้อนกลับไปอ่าน แต่มันลางๆอยู่ในหัว 555555 งอนพี่ชานพาร์ทนั้นมาก ผู้ชายก็เป็นผู้ชายอยู่วันยังค่ำสินะ !
    เริ่มออกนอกเรื่อง ไม่เกี่ยวกะตอนนี้เลยซักนิด 55555 เอาเป็นว่าเชียร์องค์ชายจงอินสดใจเลยตอนนี้ !

    ดิทเพราะตอนแรกมันพรั่งพรูเหมือนอึไม่สุด ตอนนี้พอใจแล้วค่ะ 55555555555555555555555
    สู้ๆนะคะ รอซำเหมอ ~

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 เมษายน 2557 / 16:23
    #310
    0
  4. #309 lดูซอบl★lบิวตี้l (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 10:04
    ตอนนี้คือเครียดมากจริงๆ เราเชียร์พระมเหสีนะเพคะ (ไบเเอสมาก)
    รู้สึกแบบองค์ชายน่ากลัวนะะ (พี่ชานอย่าโกรธเค้านะ เค้าอินน )
    คิดว่าถ้าองค์ชายจงอินรู้ว่าแม่ของตัวเองทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ 
    ฝ่าบาทของหม่อมฉันอาจสละราชบัลลังค์ให้องค์ชายชานยอลก็เป้นได้ ;______;

    #309
    0
  5. #308 PANG4D (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 10:00
    ไรท์มาอัพแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆๆ รออยู่นาน นึกว่าไรท์จะไม่อัพแล้ว
    #308
    0
  6. #307 geejajaa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 00:15
    เป็นห่วงชานยอลเพราะโดนกระทำ มาตลอด อ่ะ แท้จริงแล้ว แม่รัชทายาทจงอิน ไม่ดีเหรอเนี๊ยะ?! ชานยอลอ่า อย่าทำอัไรร้ายๆเลยนะ แบคฮยอนเองก็คงปวดใจถ้ารู้ว่าชานยอลจะทำอะไรไม่ด ลุ้นมากๆว่าไคแบคยอลจะจบลงยังไง
    #307
    0
  7. #306 HwaRyeo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 23:31
    ก่อนอื่นกรี้ดก่อนที่เรื่องนี้คัมแบค

    เป็นการคัมแบคที่ทำให้ชานยอลดูน่าเห็นใจในสายตาเราเอามากๆ

    คือเข้าใจว่าเบื้องหลังบัลลังก์ไม่มีที่ไหนใสสะอาด ล้วนแล้วแต่ต้องการอำนาจเพื่อความอยู่รอด

    อำนาจไม่ได้มีไว้แค่ทำในสิ่งที่ปรารถนา แต่มีไว้เพื่อปกป้องคนที่รักด้วย



    แอบทึ่งในความร้ายและฉลาดของพระมเหสีนะ คืออ่านเรื่องนี้มาแต่ต้นรู้สึกว่าพระราชานี่แบบไม่ได้เรื่องเลย

    พระราชาที่รับอำนาจมาอย่างฝืนใจ ยึดติดความถูกต้องจนถึงขั้นอยากคืนบัลลังก์ให้ชานยอลทั้งที่รู้ว่าถ้าทำอย่างนั้น

    ก็ไม่ต่างกับการยื่นมีดไปให้จงอินฆ่าตัวตาย ยังคิดอยู่เลยว่าทำไมพระราชาแบบนี้ถึงสามารถมีอำนาจขนาดนี้

    ที่แท้ทั้งหมดมีพระมเหสีเป็นเบื้องหลัง



    จงอินคงได้ความเถรตรงมาจากพ่อจึงไม่ชอบความทุจริต และได้ความฉลาดมาจากแม่ ถึงได้มองออกแต่แรกว่าแท้จริงแล้ว

    ชานยอลไม่ได้ต้องการบัลลังก์ แต่ต้องการดอกไม้ของเขา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีบัลลังก์เพื่อช่วงชิงดอกไม้ของจงอินไป



    เหตุการในตอนนี้เกิดก่อนวันถวายตัวเข้าหอของจงอินและแพคฮยอน 10 วัน เพราะงี้สินะมเหสีถึงได้รีบเร่ง

    แค่รู้ว่าแพคฮยอนเต็มสาวเต็มตัวเลยรีบจัด มันเหมือนเป็นการประกาศศึกท้ารบกับชานยอลเลยนะเนี่ย

    ชานยอลบอกว่าอีกไม่เกินกึ่งเดือนชานยอลจะถือไพ่เหนือกว่า แต่พระมเหสีกลับอาศัยช่วงเวลา 10 วัน

    ตีตราแสดงความเป็นเจ้าของกับสิ่งที่ชานยอลอยากได้มากที่สุด มันช่างฟาดฟันอ่ะ

    ศาสท้ารบนี้ชานยอลคงแทบกระอักเลือดเลยทีเดียว 



    แต่จากที่ชานยอลบอกว่าสิ่งที่จะมาทวงคืน แม้จะผ่านมืออื่นไปก่อนแต่ก็ยังอยากได้ แบบนี้หมายความว่าไม่สนใจ

    ต่อให้ผ่านพิธีร่วมหอกันกี่ครั้งชานยอลก็ไม่แคร์ล่ะสิ เหมือนกันกับที่พระมเหสีต้องการให้แพคฮยอนท้องเพื่อให้ชานยอลเข้าใจว่าไม่สามารถรับสิ่งนี้คืนได้อีกแล้ว อะไรแบบนั้นล่ะมั้ง



    แต่พระมเหสีทำแบบนี้นี่เราว่าโคตรแน่เลยอ่ะ

    ทั้งๆที่ชานยอลขู่แล้วว่าถ้าไม่ได้รับคืน อาจจะทำอะไรแย่ๆไปด้วย แต่พระนางยังกล้าฟาดฟัน สุดยอดเลย!!!!



    สนุกอ่าาาา แต่ตอนนี้พระนางไม่ได้ออกเลย ฮืออออ

    นี่ถ้าจงอินรู้ว่าแม่มอบมงกุฎให้ตัวเองด้วยความไม่ใสสะอาดคงจะรับไม่ไหว

    และแพคฮยอนก็เหมือนกัน หากรู้ว่าท่านพี่ที่แสนอบอุ่นคนนี้ต้องทำอะไรร้ายๆ เพื่อมารับแพคฮยอนคืนก็คงรับไม่ไหวเหมือนกัน



    ชานยอล โถถถ พ่อคุณ น่าเห็นใจอ่ะ ดันไม่ได้เป็นพระเอก เลยเหมือนโดนสวรรค์ลำเอียง ฮืออออ

    มาต่อไวๆนะคุณนิ่ม
    #306
    0
  8. #305 ไอ่โบกี้! (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 21:44
    สงสารพระมเหสี ไหนจะยังองค์ชายจงอินที่ยังไม่รู้เรื่อง
    องค์ชายจงอินต้องสู้นะเพคะ เอาใจช่วยสุดๆเลย T^T
    เห็นองค์ชายชานยอลทำทุกวิถีทางแบบนี้แล้ว
    หม่อนฉันก็ยิ่ง...แงงงงง
    #อินสุดๆ

    รอตอนนี้แบบเต็มรูปแบบน้า รอองค์ชายจงอินออกโรง
    เอาใจช่วยพี่นิ่มด้วยนะคะ สู้ๆน้า
    #305
    0
  9. #304 fatipa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 21:35
    ทำไมรู้สึกไม่ชอบแม่จงอินมากๆ มากๆมากๆเลย นางร้ายอ่ะร้ายมาก ร้ายเพื่อลูกเหรอ? (เข้าใจอย่างนี้555) แล้วทำไมไม่รู้ถึงเชียร์ชานยอล อยากให้สองคนนี้คู่กัน ชานยอลไม่ใช่คนเลวเลยและขอไรท์อย่สแต่งให้ยอลเลวเลย เพราะแม่จงอินแท้ๆ ชานยอลเราเชียร์เธอนะ เอาองค์หญิงคืนมาให้ได้(?) แอบหวัง555แต่เรื่องนี้ไคแบค
    ปล. พี่ไรท์กลับมาแล้ว >< ดีใจๆมากกกกกก อย่าหายไปนานๆแบบนี้นะค๊าาา
    #304
    0
  10. #303 Windy Boy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 21:30
    *กรีดร้องลั่นหอ* ทันทีที่ทวิตเตอร์แจ้งเตือนว่ามูกุงฮวาอัพแล้ว คิดถึงนะคะ ฮือออออ ตอนนี้เป็นฉากของพระมเหสีกับองค์ชายชานยอลเต็มๆ ปะทะวาทะกันอย่างเดือดเชือดเฉือนกันนิ่มๆ เป็นตอนที่ต้องตั้งใจอ่านมาก บางประโยคไม่เข้าใจต้องอ่านอีกรอบเพราะพลาดไม่ได้จริงๆ เป็นฟิคที่อ่านแล้วต้องตีความตามอะ อืม...ชอบพระมเหสีนะคะ เราว่าพระมเหสีนิ่งมาก เผลอๆ ร้ายกว่าองค์ชายชานยอลอีก น่าจะรู้ทันทุกอย่างดีแหละ แอบคิดว่าถ้าองค์ชายชานยอลจะแย่งราชบัลลังก์จริงๆ จะกล้าเข้ามาท้าทายพระมเหสีขนาดนี้เหรอ บางทีต้องการแค่ขู่ก็เท่านั้น(มั้ง) ยังรอฉากของสององค์ชายอยู่นะคะ มันต้องมันมากสุดเพดานแน่ๆ ตอนนี้ไม่รู้จะกรีดร้องอะไรจริงๆ เพราะไม่มีฉากกุ๊กกิ๊กละเป็นพวกไม่เก่งเรื่องมีสาระซะด้วย 555555555555 เป็นกำลังใจให้ค่ะ 
    #303
    0
  11. #302 Pyckajae (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 21:23
    ควรจะเม้นว่าอะไรดี...ตอนนี้มันเครียดมาก "orz 

    เราอ่านแล้วกลัวองค์ชายชานยอลมากบอกเลย คำพูดดูดีหน้าตายิ้มแย้มแต่แฝงไปด้วยอะไรเยอะแยะ น่ากลัวมากกก

    จุดนี้เป็นเอฟซีพระมเหสีด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความไบแอส 5555555555 เราเชื่อว่าพระมเหสีจะยังต้านอำนาจองค์ชายได้อยู่ แต่คงได้ไม่ตลอด มันต้องมีจุดหักสำคัญที่เป็นไคลแมกซ์ของเรื่องแน่ๆ ฮอลลลลลล เป็นกำลังใจให้องค์รัชทายาทด้วย #ชูป้ายติ่ง ไรท์เตอร์ก็สู้ๆ นะฮับ T v T
    #302
    0
  12. #301 miikii~ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 21:05
    ยังรอไรต์เสมอคะ 8)

    ชานยอลเก่งกว่าไคแต่เลือกทำร้ายคนอื่นหลงทางผิด จริงอยู่ที่ก็น่าสงสาร

    ไคด้อยกว่าชานตรงเป็นคนเถรตรงตงฉิน ยอมหักไม่ยอมงอ และประมาท

    พระมเหสีน่าจะมองเกมส์ออก ช่วย ชอฮากะองค์หญิงลิงน้อยด้วยนะเพคะเด็จแม่

    #301
    0
  13. #300 ภภภภ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 20:25
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ฟิคที่รอคอย ฮึก ;___;
    เปิดมากับองค์ชายชานยอล ทรงหล่อมากเพคะ เป็นความหล่อที่เหมือนยาพิษ เบื้องหน้าคือภาพที่สวยงามแต่ข้างในเป็นกองเพลิงที่กำลังลุกไหม้
    แต่ความร้ายกาจของพระองค์ก็ร้ายเพราะมีคนทำก่อน พระมเหสีอึนฮีเองก็มีเหตุผลของตน
    สิ่งที่ทำไปทั้งหมด ก็เพื่อครอบครององค์หญิง ส่วนบัลลังก์คือผลพลอยได้ พอถึงจุดนั้นที่โค่นจงอินได้แต่พวกขุนนางไม่ยอมรับเรื่ององค์หญิง ชานยอลก็คงยอมทิ้งทุกอย่างขอแค่มีแพคฮยอน
    โธ่ องค์ชายชานยอล จะรู้ไหมเพคะว่าต้นไม้ต้นหนึ่งกำลังเติบโตในสวนที่พระองค์ไม่อาจมองเห็น
    #300
    0