[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 13 : *** ตอนที่ ๗ หน้าที่ {๒} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 563
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ม.ค. 57


 

ตอนที่  ๗ หน้าที่ {}

|

 

หากคิดว่าทั้งหมดเป็นเพียงหน้าที่

ก็ขอให้คิดเสียว่า...

ความห่วงใยนี้ คือหน้าที่ที่ข้าพึงกระทำ

 

“อย่าเรียกชื่อนั้น เจ้าไม่มีสิทธิเรียกหาผู้อื่น...นอกจากข้า!

พระวรกายอ่อนแรงสั่นระริกพร้อมกับสะอื้นแรง    พระเนตรเรียวงามฉายแววตระหนก  

องค์หญิงแพคฮยอนไม่เข้าพระทัยแม้แต่นิดเดียว... ว่าเหตุใด...จึงต้องทำร้ายกัน

เกลียดหม่อมฉันมากหรือ.... เกลียดมากหรือเพคะ”  ถ้อยรับสั่งร้าวราน... ดังก้องในพระหทัย  หากแท้จริงแล้วเบายิ่งนัก  ทรงหันพระพักตร์ไปยังทิศทางที่พักตร์คมอยู่ห่างไม่ถึงคืบ  พร้อมกับพระปรางนวลเนียนที่อาบชุ่มด้วยอัสสุชลใส   ความข้องขุ่นในพระทัยทบทวีขึ้นจนทำให้พระพาหาเล็กเรียวสะบัดแรง ไม่สนพระทัยว่าจะทำให้เกิดอันตรายหรือไม่

แพคฮยอน...อย่า!!

อาชาทรงสะบัดเล็กน้อย  ก่อนที่ฝ่าพระหัตถ์แกร่งจะดึงบังเหียนให้หยุด พร้อมเป่าพระโอษฐ์กำชับอีกครั้ง   ป๋ายจึงยืนนิ่งในที่สุด แต่หากมีอีกครั้ง  ป๋ายอาจจะเตลิดจนควบคุมไม่ได้อีก 

            “ถ้าไม่หยุด...อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ

เนตรคมจัดอ่อนแสงลง  องค์ชายรัชทายาทคว้าหัตถ์ทั้งสองข้างไว้แน่น  ด้วยเกรงว่าครั้งนี้ป๋ายอาจจะสลัดทั้งสองลงจากตัวได้  ป๋ายแรงมากเพราะเป็นม้าสายพันธุ์ทหาร และอากาศค่อนข้างร้อน หากอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาอาจเกิดเรื่องได้ 

หงุดหงิด และโกรธกริ้วเหมือนที่พระองค์เป็นอยู่ในขณะนี้

แค่ได้ยินนามนั้น...พระหทัยก็ไม่อาจควบคุมได้

 “ปล่อยเพคะทรงโคลงพระเศียรให้กับกระแสเสียงอ่อนแรง   แรงดิ้นและสะบัดนั้นก็หย่อนกำลังลงไม่ต่างจากม้าที่ถูกไล่ต้อนจนหมดแรง  ทว่ายังเหลือแรงเฮือกสุดท้ายที่จะใช้ต่อต้านพระองค์ 

            “ข้าเตือนแล้วนะสิ้นกระแสรับสั่ง  เท่ากับทรงอนุญาตให้องค์หญิงแพคฮยอนดิ้นรนได้เป็นครั้งสุดท้าย 

            แม้จะขืนวรกายอยู่... แต่องค์ชายรัชทายาทไม่ครั่นคร้ามต่อการต่อต้านนั้น

            ให้รู้ไปว่าปราบคนดื้อ... ยากกว่าปราบม้าพยศ   

            “ชะ...ชอ... ฮา

ฝ่าพระหัตถ์รวบข้อพระกรเล็กบางลงและโอบวรกายระหงแน่นจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีก  หัตถ์อีกข้างประคองเชยปรางนวลขึ้น   จุมพิตนุ่มนวลประทับบนกลีบโอษฐ์นิ่มทันที หาใช่บดขยี้รุนแรงเช่นเมื่อครู่ 

อ... อึก

            สัมผัสเบา เกลี่ยสัมผัสส่วนบอบบางอ่อนโยน ทรงทิ้งน้ำหนักลงบนกลีบพระโอษฐ์ทีละน้อย แล้วจึงค่อยบดเบียดชักชวนให้พระโอษฐ์ช้ำค่อยแย้มรับสัมผัสที่ลึกซึ้งกว่า ทรงถ่ายทอดอัสสาสะร้อนรุ่มแผ่วหวิวลงบนพระฉวีนวลเนียนอย่างไม่รีบร้อน ครอบครองความหอมหวานเย้ายวน  กระทั่งแรงขัดขืนของผู้ที่อยู่ในอ้อมพระพาหาค่อยอ่อนลงเรื่อย ๆ  มีเพียงนิ้วพระหัตถ์เรียวงามยึดพระกรแกร่งไว้  

            พระชิวหาอุ่นส่งผ่านความชุ่มฉ่ำเข้ามายังพระโอษฐ์นุ่มหวาน  ทรงกล่าวทักทายผ่านการเคลื่อนไหวที่วาบหวาม แปลกใหม่ จนผู้ที่อยู่ในอ้อมพระพาหาสั่นระริก  ด้วยขลาดกลัวกับการถูกรุกรานในลักษณะนี้

            แม้จะตระหนักดีว่าพระชายายังเยาว์วัยนัก...   แต่องค์ชายจงอินก็ไม่อาจห้ามพระทัยได้    

ข้าเสียใจที่ทำให้เจ้าร้องไห้  แต่เจ้า... ผิดเองที่ไม่ฟังข้า” 

            องค์หญิงแพคฮยอนปล่อยพระวรกายอ่อนระโหยให้ทิ้งลงบนอ้อมพระอุระกว้าง  ด้วยไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านและผลักไส  แค่พระกำลังที่มากกว่าของบุรุษเพศพระองค์ก็ไม่อาจทัดทานได้   ไม่นับรวมกับสถานะที่ต้องทรงยอมรับ... 

ชีวิตของพระชายา ย่อมเป็นขององค์ชายรัชทายาท   พระองค์ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

เป็นสิทธิ์ขององค์ชาย...ที่จะทำสิ่งใดกับพระองค์ก็ได้

            หน้าที่ของพระองค์คือต้องยอมรับ และปล่อยให้เจ้าของชีวิตลงพระอาญาของความเกลียดชังแต่โดยดี

            จุมพิตไร้เมตตา...  ฉกชิงทุกสิ่งที่ปรารถนาไปอย่างไม่สนพระทัยสิ่งใด   แม้ว่าผู้ที่ถูกตักตวงนั้นจะร่ำไห้แทบขาดใจอยู่เบื้องพระพักตร์ก็ตาม  

            รวดร้าว ไปทั้งพระวรกายและพระหฤทัย

 

            “หยุดร้องไห้ได้แล้ว”

ดวงพักตร์อาบชุ่มอัสสุชลเบือนหลบพระดัชนีที่ยกขึ้นเกลี่ยปรางนุ่ม  พระเนตรงามรีบปิดสนิท เพราะไม่อาจสู้สายพระเนตรคมเข้มที่ทอดมองลงมาได้  แม้กระทั่งพระบัญชาก็ยังปราศจากความปรานี 

เจ็บ... เหลือเกิน

            “โกรธข้าหรือ.... เซจาบิน” กระแสรับสั่งขุ่นเคือง หากไม่มีคำตอบจากผู้ที่ปิดเนตรนิ่งสนิทอยู่ในขณะนี้   “หรือจะให้ข้าจูบอีกครั้งถึงจะตอบได้”

            เสียงสะอื้นจางลงกว่าเมื่อครู่   ทว่า  พระองค์ก็ยังไม่อาจได้รับคำตอบจากวรกายบางได้   จนรู้สึกถึงอาการเกร็งและขดลงของผู้ที่ประทับอยู่เบื้องหน้า  ยิ่งมองดวงพักตร์ที่บัดนี้ขาวซีดยิ่งกว่าเดิมกำลังมีเสโทเม็ดใหญ่ผุดขึ้นมาอย่างน่าตกใจ  พระหทัยยิ่งกระตุกวูบ

            “ทำไมเหงื่อเจ้าออกมากขนาดนี้” ถ้อยรับสั่งร้อนรน เมื่อไม่มีการตอบรับใด ๆ นอกเสียจากพักตร์ที่ยู่ยี่คล้ายกำลังทรมานแสนสาหัส และแนวโอษฐ์ช้ำที่สั่นระริกพระองค์ก็ยิ่งร้อนพระทัย  “แพคฮยอน! ไม่สบายตรงไหนอีก.. บอกข้า”

            ครั้งนี้องค์ชายรัชทายาทไม่ทรงรอคำตอบ  หากพิจารณาไล่เรื่อยตั้งแต่ส่วนบนสุด    กระทั่งพบหัตถ์เล็กที่กุมอยู่เหนือพระอุทร

            “ปวดท้องหรือ... ”

“.... ”

“บอกข้าสิ” กระแสรับสั่งดุดัน หนักแน่น และคงไม่ยินยอมหากผู้ที่ประทับอยู่ในอ้อมพระพาหาถวายคำตอบที่ไม่พึงพระทัยทว่า อีกฝ่ายกลับส่ายพักตร์แรงสวนทางกับความเจ็บปวดที่ฉายอยู่บนพระพักตร์

            “ข้าต้องพาเจ้ากลับ”  เจ้าของวรกายแกร่งกว่าตรัสบอก หากไม่รอการตอบรับใด ๆ อีก ฝ่าพระหัตถ์ใหญ่กระตุกอาชาทรงให้ขยับ   ป๋ายส่งเสียงรับ และหมุนร่างตามการกระตุ้นบังเหียนของผู้บังคับ

            วรองค์เล็กเพรียวไม่ต่อต้านสิ่งใดอีกต่อไป ...  ทุกอย่างนิ่งสงบราวท้องทะเลที่ไร้คลื่นลมใด ๆ

            “ถ้าเจ้าทนไม่ไหว...หลับก่อนก็ได้”  ถ้อยรับสั่งอ่อนลง... พระโอษฐ์กระซิบใกล้  ขณะทรงกระตุ้นให้ป๋ายควบเร็วขึ้นเพื่อให้ถึงจุดเริ่มต้นให้เร็วที่สุด    แม้เนตรงามปิดสนิท  หากยังคงมีหยาดน้ำตาหยดลงมาเปรอะปรางเนียนเป็นระยะ   ทำให้ทรงทราบดีว่าอีกพระองค์ยังไม่หลับตามพระบัญชา...     

            ป๋ายวิ่งห้อเร็วปานพายุ   สายลมแรงปะทะพระพักตร์เข้มไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไร เพราะคุ้นเคยดีอยู่แล้ว   แต่ร่างที่อยู่ในอ้อมพระพาหากลับยิ่งห่อลง พระองค์ยังสังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ... รวมไปถึงแรงสะอื้นหวิวที่ยังคงไม่หายไป

            เสียใจ.... โกรธข้าหรือแพคฮยอน

            เนตรคมหลุบมองดวงพักตร์ที่อยู่ใกล้เพียงอัสสาสะรินรดได้  พระหฤทัยครุ่นวิตกไม่น้อยว่าได้เผลอปล่อยสัตว์ร้ายออกไปทำร้ายนางอีกครั้ง ...

            หากพระทิฐิและความละอายในพระทัยกลับไม่สามารถเปล่งออกไปเป็นรับสั่งใด ๆ ได้... ทำได้เพียงดำริอยู่กับพระองค์เอง  ด้วยความรู้สึกผิด

แพคฮยอน.....เราจะพูดดี ๆ กันได้ไหม

ข้าไม่ได้อยากให้เจ้าโกรธ...ถ้าทำให้เจ้าเข้าใจผิด  ข้าก็ไม่รู้จะทำเช่นไร

          ......

            “จะโกรธก็ได้....ข้าไม่ว่า  ด่าทอข้าก็ได้” ทรงกระซิบด้วยสุรเสียงหนักแน่น แม้จะไม่แน่ใจสักนิดว่าพระดำรัสนั้นจะลอยหายไปพร้อมกับสายลมหรือไม่... เพราะอีกฝ่ายเองไม่แสดงการตอบรับกับถ้อยรับสั่งนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

          ข้าขอโทษ...ข้าเอง ก็ไม่รู้จะทำยังไงให้เจ้าพอใจ     

          หัตถ์แกร่งข้างหนึ่งปล่อยสายบังเหียนที่ยึดไว้แน่น และเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลไปวางเหนือหัตถ์บอบบางที่ขยุ้มฉลองพระองค์บริเวณพระอุทรอยู่    ทรงกระชับนิ้วพระหัตถ์เล็กเรียว...ทั้งยังสั่นระริกและกดแนบลงด้วยหวังจะช่วยให้ความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายกำลังได้รับนั้นจางหายไปบ้างแทนคำขอโทษ

....แต่อย่าเกลียดข้ามากไปกว่านี้เลย

            องค์หญิงแพคฮยอนขืนวรกายเล็กน้อย.... ก่อนจะปล่อยให้ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ใต้การบัญชาของพระองค์อย่างจำนน

            ป๋ายเป็นม้าทรงที่รู้พระทัยพระองค์อย่างดี    องค์ชายรัชทายาทจึงวางใจพอที่จะก้มลงมาสนพระทัยกับวรกายอ่อนแรงแทน  องค์หญิงพระชายาทิ้งพระปฤษฎางค์บอบบางลงบนพระอุระอุ่นกลิ่นกุหลาบหอมฟุ้งลอยขึ้นตามลมแรง จนอดพระทัยที่จะเคลื่อนเข้าไปใกล้พระฉวีนวลไม่ได้   ทอดพระเนตรพักตร์เซียว และก้มลงจูบประทับหนักที่พระปรางนิ่ม   ขณะเดียวกับที่ค่อย ๆ ดึงบังเหียนของป๋ายให้เปลี่ยนเป็นก้าวเหยาะช้า ๆ แทน....

            ทรงทราบทุกสิ่งผ่านความนิ่งสงบนั้น  ว่าอีกฝ่ายกำลังเจ็บปวด และเสียพระทัยเพียงไร 

            ไอร้อนอันน่าจะมาจากพิษไข้ที่รุมเร้านางอยู่ทำให้ทรงตระหนักถึงความหยาบกระด้างของพระองค์เองยิ่งนัก  ความกริ้วโกรธแบบไม่คิดทำให้ทรงหยามเกียรติของบุรุษชาติทหารด้วยการกระทำของพระองค์เอง ... ทั้ง ๆ ที่ทอดพระเนตรแล้วว่านางอ่อนแอเพียงใด ก็ยังใช้พละกำลังที่แข็งแรงกว่าข่มเหงทำร้ายให้นางต้องเจ็บปวด

“ข้าขอโทษ...”

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมื่อครั้งนั้น...หรือครั้งนี้

พระองค์ก็ยังเป็นต้นเหตุของน้ำตาของนาง...

“หม่อมฉันเจ็บ ....เจ็บมากนะเพคะ” สุรเสียงอ่อนระโหยร่ำร้องไม่แรงนักดังขึ้นเป็นครั้งแรก พระทรวงหอบสะท้านเพราะทรงสะอื้นหนัก  บอกถึงผลของการกระทำอันไม่ทันคิดของพระองค์ได้อย่างชัดเจน “...ทรงเกลียดหม่อมฉันมากหรือเพคะ”

“แพคฮยอน...” สุรเสียงเบา แหบพร่า... ตรัสช้า  พร้อม ๆ กับที่ทรงกระชับอ้อมพระกรให้โอบวรกายเล็กยิ่งด้วยพระอาการอ่อนโยน   ราวกับต้องการไถ่ความผิดของเมื่อครู่  

“ยังคิดว่าข้าเกลียดเจ้างั้นหรือ...”

“แล้วไม่ใช่หรือเพคะ....” ทูลถามทั้งพระอาการสะอื้น  คงไม่มั่นพระทัยนัก...ว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด   

“พระชายา...” รับสั่งหนัก  พักตร์เข้มเคลื่อนไปใกล้ชิดปรางนวล และทอดถอนพระทัย ขณะอาชาทรงหยุดนิ่ง ณ ตำแหน่งที่สายลมพากลิ่นเกสรดอกไม้อ่อน ๆ พลิ้วผ่านพระพักตร์อย่างอ่อนโยน  สรรพเสียงเงียบลงราวต้องการรับฟังเพียงแค่เสียงร่ำไห้อันอ่อนแรงของพระชายา 

“คิดว่าคนที่เกลียดกัน...จะจูบกันแบบนั้นหรือ”

            พระศอขาวระหงแข็งขึ้น  หากพระพักตร์กลับแสดงความยุ่งยาก...สับสน 

            “ไม่ทราบเพคะ”

            ความน้อยพระทัยที่สะสมรุมเร้ามาตลอดแปรเปลี่ยนไปด้วย ก่อนทุกอย่างจะลงเอยไม่ต่างจากครู่ใหญ่ที่ผ่านมา

            ด้วยหน้าที่... องค์หญิงแพคฮยอนทรงรู้ดีว่าไม่อาจปฏิเสธสิ่งใดที่ผู้เป็นเจ้าชีวิตประทานให้ได้    แม้จะรุนแรงและทำร้ายพระทัยเพียงใด...ก็ไม่อาจต่อต้าน

            ทว่า... น้ำหนักอันอ่อนโยนกลับเคลื่อนลงมาแตะบนเปลือกพระเนตร   และพระโอษฐ์ที่แตะไล่เรื่อยตั้งแต่สันพระนาสิกกลมกลึง  ซับพระอัสสุชลที่ตกค้างอยู่บนพระปรางนวล แล้วจึงวางประทับบนแนวพระโอษฐ์สั่นระริกอีกครั้ง...

            ทุกสิ่ง...แตกต่างจากสองครั้งแรกโดยสิ้นเชิง

            จูบเบายิ่งกว่าเบา...  สัมผัสบดคลึงและหยอกเย้าราวผีเสื้อที่แตะลงบนกลีบบุปผาอันอ่อนบาง  นุ่มนวลกว่าสายลมที่ไล้เรี่ยดวงพักตร์ 

            “ชอฮา...” 

            สุรเสียงกระซิบครางอยู่ในพระศอ พระวรกายเบาหวิวจนแทบลืมว่ากำลังทรงพระประชวร  นิ้วพระหัตถ์ที่วางอยู่เหนือพระอุทรที่ปวดร้าวถูกสอดประสานจากพระหัตถ์ที่ใหญ่กว่า  หัตถ์อุ่น...ที่แนบลงราวกับจะช่วยปัดเป่าความเจ็บปวดที่มีให้หายไป

            จุมพิตที่ทำให้พระหทัยเต้นไม่เป็นจังหวะ

          “ข้าเกลียดพระชายาของข้าไม่ได้หรอก... แพคฮยอน”

 

 

 

|

 

“จะเสด็จกลับไหมกระหม่อม....”

            ชางมินทูลถามขึ้น  เมื่อพบว่าตะวันที่สาดแสงแรงกล้ากำลังเคลื่อนคล้อยลงไปทุกที   เกือบสองชั่วยามแล้ว ที่เขายังนั่งอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม พร้อม ๆ กับสหายผู้สูงศักดิ์ผู้ที่ประทับนิ่งอยู่บนศิลาสีดำเรียบและทอดสายพระเนตรไปเบื้องพระพักตร์อย่างว่างเปล่า ราวกับกำลังใคร่ครวญถึงภาพที่ได้เห็น  และสมานรอยแผลในพระหทัยด้วยกาลเวลา  

            ทุกอย่างหยุดลงตั้งแต่อาชาทรงสีขาวนวลอันมีองค์ชายรัชทายาทและองค์หญิงพระชายาประทับอยู่ได้หยุดลง ไม่ห่างจากจุดที่ม้าของเขาและองค์ชายชานยอลยืนพัก และเฝ้ามองอยู่

            ราชบัณฑิตหนุ่มแทบสะกดใจตัวเองไม่ได้เมื่อพระพักตร์สดใสนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นเคร่งเครียด  และบิดเบี้ยวจนไม่อาจจินตนาการไปถึงพระหทัยที่ปวดร้าวได้    ความกลัวในใจเขาเพิ่มทวีขึ้นเมื่อไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าอีกพริบตาหนึ่งข้างหน้า   ม้าที่องค์ชายชานยอลประทับอยู่จะพุ่งทะยานไปขัดขวางการพลอดรักของทั้งสองพระองค์เมื่อใด

“ข้าควร....กลับงั้นหรือ”

“องค์ชาย.... ”

“สหายของข้า.... ตอบที  ทำไมข้าต้องมีชีวิตแบบนี้... ทำไม  ต้องเป็นข้าที่สูญเสียทุกอย่าง” สุรเสียงแหบพร่า  อ่อนกำลัง คล้ายกำลังตัดพ้อโชคชะตาที่เล่นตลกกับพระองค์

          “เหตุใด.... จึงไม่ใช่ข้า   ที่อยู่ตรงนั้น”

            ชางมินนิ่งอึ้ง เพราะไม่มีคำใดจะมาอธิบายคำถามนั้นได้อย่างเหมาะสม  

            ในฐานะราชบัณฑิตคนหนึ่ง ผู้สืบตระกูลราชบัณฑิตประจำราชสำนักมาหลายชั่วอายุคน  ชายหนุ่มกลับไม่มั่นใจกับการตัดสินใจที่ผ่านมาของตนเลย   

หากวันนั้น... เขาออกปากค้านความคิดของบิดาและมารดา  ทั้งยืนยันหนักแน่นถึงความรักของสหายร่วมสาบานที่มีต่อน้องสาวคนเดียวของตนให้ชัดเจนกว่านี้    

เรื่องที่กลัวที่สุด...  ก็คงไม่เกิดขึ้น    

“ข้ารู้ว่านางไม่ลืมข้า  เหมือนที่ข้า... พยายามแค่ไหนก็ลืมไม่ได้”

“ทรงรักน้องสาวกระหม่อมถึงเพียงนี้เลยหรือ”

“ถ้าเจ้ารู้จักข้าดี  เจ้าก็ควรรู้ว่าคำตอบนั้น มันไม่เคยเปลี่ยน”

รักมากแค่ไหน   เจ้าเองก็รู้

“ทางเลือกของกระหม่อม...ช่างน้อยเหลือเกิน”

ชางมินรู้ดี...ว่าอีกฝ่ายไม่เคยทวงสัญญา  หากเขาละอายเกินกว่าที่จะหลงลืมว่าเคยพูดสิ่งใดไป  

ต่อไปนี้ชีวิตของข้าเป็นของเจ้า  ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ

คำสาบานนี้  เกิดขึ้นในวันที่สหายผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาเพื่อช่วยเขาจากปากของหมาป่าร้ายในป่าลึกโดยใช้เพียงมีดประจำตัว และสองมือเท่านั้น  หลังจากเขาฝ่าฝืนคำสั่งของบิดาชวนเพื่อนสนิทเข้าไปในป่าด้วยความคึกคะนองและไม่ระวังตน  จนเข้าไปใกล้หมาป่าแม่ลูกอ่อนโดยไม่รู้ตัว   ชานยอลช่วยเขาจากเขี้ยวเล็บของมันได้อย่างหวุดหวิด  โดยที่ตัวเองต้องเจ็บหนักแทน เนื่องจากร่างสูงผอมเกร็งเลือกที่จะไม่ใช้มีด  เพียงเพราะไม่ต้องการฆ่าแม่หมาป่าที่มีลูก ๆ อีกหลายตัวรอคอยอยู่ที่บ้านของมัน    

            บาดแผลฉกรรจ์นั้นน่าจะยังคงอยู่บนพระวรกายสูงใหญ่ภายใต้ฉลองพระองค์สง่างามนั้น  เช่นเดียวกับรอยแผลเป็นของคมเขี้ยวหมาป่าที่ปรากฏบนท่อนแขนของเขา   และยังคงสะกิดให้เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดอยู่ร่ำไป

            เขาทรยศกับคำสาบานนั้นไปครั้งหนึ่งแล้ว  ตอนที่ส่งน้องสาวคนเดียวเข้าวังในฐานะพระชายาองค์รัชทายาท   แม้จะรู้ว่า... เพื่อนตายผู้นั้น  ตกหลุมรักนางอยู่เช่นกัน

“เจ้าจะช่วยข้าหรือไม่.... ข้าไม่รู้”

ถ้อยรับสั่งนั้นทำให้เขาสะท้อนใจ  อันที่จริง เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องขอความเห็นใจ  เพราะผู้ที่ผลักไสให้องค์ชายชานยอลทำเช่นนี้ก็คือเขา 

            เพียงเพราะเขาเลือก.... ที่จะอยู่ข้างการตัดสินใจเพื่อครอบครัวและน้องสาว  มากกว่าคำสาบานที่เคยให้ไว้

 “แต่ข้า...  จะกลับมาทวงสิ่งที่เคยเป็นของข้าคืนกลับมา”

            “องค์ชาย”

 “ต่อให้เป็นหนทางเดียวที่จะได้นางคืนกลับมา....ข้าก็จะทำ”

           ชางมินทรุดตัวลงคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์อดีตองค์รัชทายาทด้วยสีหน้าสิ้นหวัง 

          เขาคงไม่อาจ...แก้ไขสิ่งใดได้แล้ว  

“เจ้าจะหยุดข้าไม่ได้อีกแล้ว.... ชางมิน”

 

           

|

 

 

 

            วรกายสูงใหญ่ประทับนิ่งอย่างไม่สงบนักอยู่หน้าบานทวาร พระพักตร์เคร่งเครียดทำให้ไม่มีผู้ใดกล้ากราบทูลสิ่งใดตลอดระยะเวลาที่แพทย์หลวงพร้อมทั้งอึยนยอ..แพทย์หญิงผู้ช่วยเข้าไปตรวจพระอาการของพระชายาในห้องพระบรรทม  และถูกกีดกันให้เสด็จออกมารออยู่หน้าห้องแทนอย่างไม่มีเหตุผล  มีเพียงฮวางซังกุง และซังกุงรับใช้ประจำตัวของแพคฮยอนเท่านั้นที่ได้มีโอกาสติดตามเข้าไปถวายการดูแล

            ซังกุงสาวหน้าแฉล้มเดินเข้าออกห้องพระบรรทมหลายต่อหลายครั้งเพื่อสั่งงานนางวังคนอื่น ๆ  ให้นำผ้าสะอาดและของฉลองพระองค์ใหม่ของพระชายาเข้ามาผลัดเปลี่ยน   หากไม่ว่าพระองค์จะถามสิ่งใด นางก็เอาแต่ก้มหน้างุดและส่ายหน้าราวกับไม่อาจบอกถึงพระอาการของผู้ที่อยู่ในห้องได้

          ทรงรอแพทย์หลวงเถิดเพคะ

          พระทัยที่ร้อนรุ่มอยู่แล้วยิ่งร้อนไปใหญ่   พักตร์งามที่ขาวซีดราวกับดอกฝ้าย และวรกายไร้สติของนางไม่อาจทำให้พระองค์สงบลงได้ง่ายนัก   เพราะไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า สาเหตุที่นางเป็นเช่นนี้  เพราะความเอาแต่พระทัยของพระองค์

            นานเนิ่นกว่าที่ฮวางซังกุงจะออกมาเชิญเสด็จให้เข้าไปภายใน 

            คนป่วย บรรทมนิ่งภายในฉลองพระองค์ลำลองสีขาวสะอาด เนตรงามหลับพริ้ม สีพระพักตร์ดีขึ้นกว่าที่เห็นเมื่อครู่    

            “นางเป็นเช่นไรบ้าง  เหตุใดจึงตรวจนานนัก  ป่วยหนักหรือ” สุรเสียงร้อนรนทำให้แพทย์หลวงก้มหน้าลงแทบพื้นห้อง  และรีบกราบทูล           

            “ไม่หนักกระหม่อม... แต่องค์หญิงประชวรเป็นพระโรคหวัดและพระอาการแห่งสตรีพร้อมกัน จึงเกิดพระอาการแทรกซ้อน จึงทำให้ประชวรหนักขึ้นไปอีก ระยะนี้ควรให้องค์หญิงทรงบรรทมและเสวยพระสุธารสให้มากที่สุด เกล้ากระหม่อมจะถวายพระโอสถทุก ๆ สามชั่วยาม”

            “นางจะไม่เป็นอะไรมากกว่านี้ใช่ไหม”

            “เซจาบินอาจมีพระไข้ขึ้นสูงบ้างภายในระยะสองถึงสามวันนี้ และอาจมีพระอาการเจ็บพระอุทรบ้าง  แต่ไม่เป็นอันตราย ถือเป็นเรื่องปกติของสตรีเพศกระหม่อม”

            คำกราบทูลนั้นทำให้ทรงทอดถอนพระทัยด้วยโล่งพระอุระไปเปราะหนึ่ง  โชคดีที่นางไม่ประชวรหนัก  มิเช่นนั้นคงจะไม่ให้อภัยพระองค์เองเป็นแน่

            “ข้าไม่ไว้ใจจริง ๆ เพื่อความปลอดภัย เจ้าควรพักอยู่ที่นี่  ข้าจะจัดห้องพิเศษให้”

            “เป็นพระกรุณาล้นเกล้ากระหม่อม   อ้อ เกล้ากระหม่อมมีอีกหนึ่งเรื่องที่จะกราบทูลด้วยกระหม่อม”

            “ว่ามา”

            “องค์หญิงพระชายาทรงมีระดูแรกแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง” 

            “ระดูแรก...งั้นหรือ”  รับสั่งทวนด้วยสีพระพักตร์ตื่นตะลึง   สุรเสียงเข้มย้ำด้วยความตกพระทัย   “นาง... พร้อมแล้วรึ”

            “กระหม่อม” แพทย์หลวงรับคำ  และแถลงต่อไปว่า “หากรักษาให้พระพลานามัยแข็งแรงขึ้น เซจาบินจะทรงพร้อมที่จะมีพระโอรสพระธิดาทันทีหลังหายจากพระประชวรครั้งนี้อย่างแน่นอน กระหม่อม”

            “นี่เรื่องจริงหรือ”  ตรัสกับพระองค์เองราวกับไม่ทรงเชื่อนัก

            “องค์หญิงพระชายาทรงเจริญพระชันษาเป็นสตรีที่สมบูรณ์แล้ว  อีกไม่นานองค์หญิงพระชายาแพคฮยอน จะต้องถวายพระโอรสให้แผ่นดินโชซอนเป็นแน่แท้กระหม่อม!!” แพทย์หลวงตะโกนกึกก้องส่งผลให้ข้ารับใช้ทั้งหมดที่ได้ยินล้วนแล้วแต่นั่งลงและก้มศีรษะจรดพื้นเพื่อถวายพระพรพร้อมกันทั้งพระตำหนัก

          “ยินดีด้วยเพคะ ชอฮา ขอให้พระชายาทรงประสูติพระโอรสเพคะ”

           

            พระพักตร์คมคายประดับรอยแย้มพระโอษฐ์บาง  เมื่อได้ยินคำถวายพระพรรับกันมา  แต่เมื่อทอดพระเนตรลงมาที่ผู้ที่ประชวรอยู่จึงรับสั่งแกมดุกับข้าราชบริพาร     

            “เสียงดังขนาดนี้เดี๋ยวนางก็ไม่หายซักทีหรอก”

            ทรงประทับนั่งขัดสมาธิลงเคียงข้างพระยี่ภู่หนา  แล้วจึงค่อยเคลื่อนไปประคองหัตถ์บอบบางร้อนระอุขึ้นมาในอุ้งพระหัตถ์   ก่อนตรัสกับซังกุงติดตามที่นั่งอมยิ้มอยู่ไม่ห่างโดยที่ไม่ละสายพระเนตรออกจากพระชายา

            “ฮวางซังกุง วานเจ้าไปกราบทูลพระมเหสีเรื่องนี้  แล้วก็ทูลว่า  เซจาบินจะพำนักที่พระตำหนักตะวันออกจนกว่าจะหายดี ...กราบทูลด้วยว่า  ข้าจะดูแลชายาของข้าเป็นอย่างดี อย่าทรงพระกังวล

            “เพคะ ชอฮา”

                                                                                                                    

 

|

 

 

            “กลับเถอะ ...ข้าเชื่อแล้วว่าพระโอรสของข้า จะดูแลดอกไม้ของตัวเองได้”

            รอยแย้มพระสรวลวาดบนพระพักตร์สดใสของพระมเหสี ทันทีที่ได้ยินคำบัญชาของพระโอรสที่อยู่ภายในห้องพระบรรทม  ทรงมีพระเสาวนีย์ห้ามมิให้ผู้ใดประกาศการเสด็จของพระองค์  ก่อนจะทรงหมุนพระวรกายกลับไปด้วยความสบายพระทัย

            พระมเหสีอึนฮีเสด็จออกจากพระตำหนักตะวันออกพร้อมถ้อยรับสั่งกับคิมซังกุง

            “วังเซจาทรงเจริญพระชันษาขึ้นมากจริง ๆ นะเพคะมามา”

            “ใช่... โตขึ้นทั้งสองพระองค์เลยล่ะ   ถึงเวลาแล้วสินะที่ข้าคงต้องเหนื่อยอีกแล้ว”

            “แม้จะทรงเหนื่อยแต่ก็ทรงชื่นพระทัยนะเพคะ”  คำกราบทูลของคิมซังกุงทำให้พระนางมีพระสรวลดัง  

“ต้องขอแรงเจ้าช่วยจัดพระตำหนักสำหรับทั้งสองพระองค์แล้วล่ะ  ข้าคิดว่าพระตำหนักขาวแสงรัตติกาลน่าจะใช้ได้นะ”

ทรงตรัสถึงพระตำหนักใหญ่ที่อยู่ระหว่างตำหนักตะวันออกและตำหนักขาวและเคยใช้สำหรับพระราชพิธีมงคลหลายพิธี  แต่ยังว่างอยู่  รอบพระตำหนักปลูกต้นโบตั๋นพันธุ์ขาวแสงรัตติกาลรายล้อมไว้อย่างงดงาม  ส่งกลิ่นหอมรัญจวนกรุ่นกำจายดังที่พระสุณิสาทรงโปรด  หากใช้พระตำหนักนั้นสำหรับพระราชพิธีสำคัญก็เหมาะอยู่ไม่น้อย

            “สมุหพระราชพิธีคงได้หาฤกษ์วุ่นกันอีกแล้วนะเพคะ”

            “วุ่นแค่ไหนไม่รู้  ขอให้เร็วที่สุดก็พอ  ข้าอยากอุ้มหลานเต็มทนแล้ว” ถ้อยรับสั่งหนักแน่น ทำให้คิมซังกุงพยักหน้ารับพร้อมด้วยใบหน้ายิ้มละไม 

นับตั้งแต่พระมเหสีทรงตัดสินพระทัยที่จะเลือกธิดาของท่านราชบัณฑิตพยอน ผู้มีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับราชวงศ์ฝ่ายพระองค์ยาวนาน  พระองค์ก็มั่นพระทัยไม่น้อย ว่าดอกไม้ดอกนี้ จะคู่ควรกับราชบัลลังก์ที่สุด

            พระมเหสีเสด็จไปพร้อมมีพระดำริถึงแผนการในอนาคตอย่างถี่ถ้วน  ในที่สุดก็ถึงเวลาที่พระชายาจะได้สลัดกลีบเลี้ยงแห่งความเป็นเด็กทิ้ง  และเรียนรู้วิถีแห่งดอกไม้ผู้สูงศักดิ์เสียที บุปผาบางดอกแม้จะงดงามยิ่ง แต่ก็หาใช่มีไว้เพียงเพื่อเป็นไม้ประดับ  หากมีหน้าที่ที่จำเป็นต้องคลี่งามเพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุด

วังเซจาบิน ดอกไม้ของวังเซจาก็เช่นกัน

องค์หญิงพระชายาจักต้องงดงามและสูงศักดิ์เฉกเช่นดอกโบตั๋นอันควรค่าแก่การเคารพ ยกย่อง  ขณะเดียวกันก็ต้องทนทาน และกล้าแกร่งไม่ต่างจากดอกมูกุงฮวา ที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อสภาพแวดล้อมใด ๆ

ดอกไม้ที่งามที่สุดในแผ่นดิน ต้องมีลักษณะเช่นนั้น

จึงจะคู่ควรกับว่าที่กษัตริย์แห่งราชบัลลังก์โชซอน!

 

 

 

|

 

          แสงสีขาวนวลตา นำพาให้ร่างบอบบางเลื่อนลอยลงมายังสถานที่อันคุ้นตา   ผืนป่าอันเขียวชะอุ่ม ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาทอดรับกันอยู่เบื้องบน  แดดจางส่องผ่านใบไม้ปรกหนาเบื้องบนลงมาพอให้ผืนป่าสว่างสดใส

โอ๊ย  เสียงหวานร้องดัง เมื่อสะดุดรากไม้ใหญ่จนล้มลงไปส่งผลให้ขาเรียวเล็กร้าวระบม  เด็กหนุ่มอีกคนที่เดินนำหน้าหันหลังกลับมาหานางทันที   

เจ็บ

ไม่เป็นอะไรนะ องค์หญิงน้อย เสียงปลอบประโลมและฝ่ามือนุ่มนวลยื่นมาโอบประคองร่างเล็กขึ้น และเมื่อพบว่านางลุกไม่ไหว  ร่างสูง ผอมเกร็งก็อุ้มเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดขวบขึ้นทันที  

          ไม่เจ็บนะ... ไม่เจ็บเลยสักนิด

          ยังคงจดจำเสียงที่แสนอ่อนโยน และรอยยิ้มสดใสที่ช่วยให้ลืมความเจ็บปวดได้  ไม่ว่าครั้งใดที่เกิดปัญหา  ฝ่ามืออุ่นหนาจะคอยประคองนางเอาไว้  พร้อมกับคำปลอบโยนที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

          จนเด็กหญิงมั่นใจว่า  นอกจากท่านพี่และท่านพ่อแล้ว ก็คงไม่มีใครในโลกอีกที่ใจดีเท่านี้ ....ไม่มีใครอีกแล้ว ที่ใจดีเท่าท่านพี่ชานยอล

          แพคฮยอนไม่เข้าใจโลกของผู้ใหญ่นัก  แต่นางรู้ว่าการเกิดเป็นหญิง เมื่อโตขึ้นในวัยหนึ่งแล้ว จะต้องมีชายที่รัก และมีลูกที่น่ารักเป็นยอดดวงใจของทุกคนครอบครัว

แต่ตอนนี้  นางไม่เห็นใครเลยที่จะฝากชีวิตไว้ได้   นอกจากคนตรงหน้า

หากต้องมอบชีวิตให้ใคร คนแรกที่นางเลือกก็คงเป็นท่านพี่ชานยอล ใช่.... แพคฮยอนในวัยเด็กคิดเช่นนั้นมาตลอด  

ข้ารู้...ว่าข้าในตอนนี้ไม่อาจคู่ควรกับฐานะของเจ้า แม้กระทั่งในวันที่ท่านพี่ชานยอลสวมแหวนดอกไม้ให้กับนางพร้อมคำสัญญา

คำสัญญา...ที่เกือบหลงลืมไปแล้ว

แต่ขอให้รู้ว่า....สักวันหนึ่ง   ข้าจะทำให้ทุกคนเห็น  ว่าข้า...เหมาะสมกับเจ้าเพียงใด เสียงทุ้มต่ำที่บ่งบอกถึงการเจริญวัยขึ้นของอีกฝ่ายกล่าวหนักแน่น

หากถึงวันนั้น...ช่วยอยู่เคียงข้างข้าได้หรือไม่    ช่วย...อยู่ข้าง ๆ ข้าชั่วชีวิตได้หรือไม่

นี่ท่านพี่ขอข้าแต่งงานหรือ  เด็กหญิงวัยสิบเอ็ดกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มละไม คล้ายไม่คิดสิ่งใด   หากเด็กชายร่างสูงกลับทอดมองด้วยสีหน้าจริงจังยิ่งกว่าที่นางเคยเห็นมา 

แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น  เจ้าจะว่ายังไง

ท่านแม่บอกว่าจะให้ข้าแต่งงานตอนอายุ ๑๕ ปี... เด็กหญิงตอบตามจริง ดวงตาครุ่นคิดและบอกทางเลือกให้กับเด็กหนุ่ม ที่กำลังยืนรอคำตอบอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

อีกสี่ปี ท่านถามข้าใหม่สิ...

แล้วเจ้าจะรอข้าไหม....จะรอข้าถึงตอนนั้นใช่ไหม  เด็กหนุ่มร้อนรน 

แพคฮยอนก้มมองมือที่กุมมือเล็กไว้หลวม ๆ  มือที่อบอุ่น และอยู่เคียงข้างมาตลอด ... มือที่สอนให้เด็กหญิงตัวน้อยทำเรื่องต่าง ๆ มือที่จับจูงนางไปเล่นแบบที่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำ   มือที่...ไม่เคยมีสักครั้งที่จะทำร้ายแพคฮยอน  

ได้ .... ข้าจะรอท่าน

            แสงสว่างวูบวาบเปล่งประกายชัดภายในดวงตาของชานยอล   เด็กหญิงมอง ท่านพี่พร้อมยิ้มร่าเริง   ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดผอมเกร็ง   หากอบอุ่นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            ท่านพี่

            แพคฮยอนไม่รู้ว่าหลังจากนั้น  ตนเองคิดสิ่งใดอยู่  แม้กระทั่งปล่อยให้คนที่สูงกว่ากอดแน่นอยู่อย่างนั้นไปจนถึงเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ

          รู้ตัวอีกครั้ง  ก็ตอนที่ลมหายใจอุ่นรินรดอยู่เหนือริมฝีปาก  ... กลิ่นเหงื่อชื้น ๆ ของเด็กหนุ่มใกล้ชิดจนแทบหายใจไม่ออก

          ‘ท่านพี่... ชานยอล

          เด็กหญิงเอ่ยได้เพียงเท่านั้น  ริมฝีปากบอบบางก็ถูกประทับนุ่มนวลด้วยริมฝีปากอิ่ม นุ่มนวล... และบริสุทธิ์ยิ่ง

          แพคฮยอนจำไม่ได้เลยแม้แต่น้อยว่าได้ปัดป้อง หรือคล้อยตามรสสัมผัสนั้น    จำได้เพียงว่านั่นเป็นจูบแรกในชีวิต ที่ทั้งสั่นระริกอย่างขลาดกลัว ไม่รู้ประสีประสา

....แต่หวานกว่าน้ำผึ้งที่เคยลิ้มลองเสียอีก

            ข้ารักเจ้า... แพคฮยอน และจะรักเจ้าเพียงคนเดียว เสียงกระซิบนั้นคลายความหวาดกลัวลงไป เพื่อให้นางสัมผัสรสจูบที่แท้จริง

          จูบที่เป็นดั่งคำสัญญา...

          ว่าจะรอ....

 

 

 

          พระโอษฐ์หนาถอนจากโอษฐ์ร้อนระอุด้วยพิษไข้  หากยังคงรสหวานที่น่าหลงใหลอยู่ครบถ้วน  สุรเสียงหวานฉ่ำแหบพร่าอยู่ในพระศอ  คล้ายกำลังละเมอไม่รู้สติเช่นที่เคย  นิ้วพระหัตถ์เกลี่ยปรางนวลช้า และเลื่อนลงมาแตะบนกลีบพระโอษฐ์นุ่มแผ่วหวิว   รสจูบบนหลังอาชายังมิลบเลือนไปอย่างง่ายดายนัก   องค์ชายจงอินจึงไม่อาจห้ามพระทัยที่จะก้มลงประทับ และตักตวงความสุขจากความเย้ายวนนี้ได้โดยไม่อาจหยุดยั้งได้ง่าย ๆ

“หากทั้งหมดนี่ไม่ใช่หน้าที่...  เจ้าจะยังต่อต้านข้าไหม เซจาบิน” สุรเสียงเข้มตรัสถาม ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าว่านางคงไม่อาจตอบคำถามใด ๆ ได้ในเวลานี้  

ทว่า... คำตอบที่ได้รับ กลับทำให้พระวรกายนิ่งขึงราวถูกสาป

“จูบของท่าน... น... ”

คำตอบ...ที่คล้ายจะหลุดออกมาจากห้วงความทรงจำขององค์หญิงผู้ทรงพระประชวรหนัก

“นุ่มนวลกว่าองค์ชายใจร้ายนัก”

“แพคฮยอน”

          “...ท่านพี่...”

 

           

|

 

 
 
 
:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #384 lavani (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 23:53
     (=_=;))) ชอฮาเจ็บปวดกว่ามาก... 
    จูบแรกก็ไม่ใช่แล้ว แถมได้ยินชัดแจ๋วทุกคำพูดเลยสินะ.. /จุกแทน
    มันเป็นอดีตที่ชอฮาไปแตะต้องไม่ได้เลย... เห้อ...
    /จุกแทนอีกรอบ
     
    #384
    0
  2. #353 uuika (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 23:52
    โอ๊ยยยยยยยยยยยย จะสงสารใครดี ต้นตอนสงสารชานยอล พอมาท้ายตอนกลับสงสารจงอิน



    แงงงงงงงงงงงงงงงง ;0;
    #353
    0
  3. #335 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 18:06
    องค์ชายชานยอล อย่าาาาาาาาาาาาาาาาาา ค่ะ อย่าาาาาาาาาาา ฮืออออออออออ ออออออ องค์หญิงเพคะ พลาดแล้ว OTL
    #335
    0
  4. #295 oommyhippyty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 17:45
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยเข้มข้นๆๆๆๆ

    ละเมอตอนไหนไม่ละเมอค่ะแพคฮยอน ความจริงก็แอบสะใจเล็กๆนะ เจอซะบ้างเป็นไงล่ะองค์ชาย

    ต้องไฝว้กันละจริงๆ ไม่รูว่าชานยอลจะได้อะไรแล้วสินะ อย่าเลวร้ายเลย TT

    อยากจะตบโต๊ะคอมมากตอนที่รู้ว่าจูบแรกของแพคฮยอนคือท่านพี่ โอ้ยยยยยยยยยย

    เข้าใจว่าคงเจ็บปวดมากๆ ยิ่งมาเห็นฉากอะไรแบบนี้ เดวิลด้านร้ายจะครอบงำท่านพี่แล้วนะคะ

    ขอให้อย่าได้เคียดแค้นอะไรมากเลย จะมีพิธีแล้ว อย่ามาขัดขวางอะไรน๊าา TTTTT

    แต่ดูท่าทางอดีตพร้อมคุมากจริงๆ แพคฮยอนคงรักท่านพี่เหมือนกันแล้วมาเข้าใจผิดอะไรกับจงอินอีก

    ยิ่งอยากจะกลับไปรักกับท่านพี่เข้าไปใหญ่เลยมั้ย แต่คงเป็นหน้าที่ไง เลยทำไม่ได้

    ถ้าใครซักคนเอาคำนี้มาอ้างอีกรอบนี่จะโมโหแล้วนะะะ ทำกันแต่หน้าที่ เมื่อไหร่จะรู้ใจตัวเองกันซะทีเล่าา!!



    ตกใจตอนที่บอกว่าคนเกลียดกันเขาจูบกันแบบนี้เหรอมากๆ

    คือเพิ่งเม้นไปใช่ป้ะ เมื่อตอนที่แล้วว่างี้ จงอินก็คิดเหมือนกันสินะคะ มีแต่องค์หญิงนี่แหละ

    โตเป็นสาวได้แล้วนะะะ มาตอบว่าไม่ทราบเพคะอะไรกันอีก !!

    คือเชียร์ไคแพคมากนะ แต่ให้จงอินเจออะไรแบบนี้บ้าง เอาให้ตั๊นมาก เผื่อจะรู้ตัวเองชัดเจนซักที

    จะได้ไม่ปล่อยแพคฮยอนไปปป อย่าคิดว่ามันเป็นแค่หน้าที่ที่ต้องปกป้องนางจากคนอื่นอีกล่ะะ!!?

    #295
    0
  5. #267 รับผ่าหมาออกจากปาก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 02:09
    ถึงแม้ว่าท่านปาร์คทนเห็นภาพบาดตาบาดใจ...
    ที่ทำให้เจ็บปวดหัวใจแค่ไหน..
    ก็ยังไม่เจ็บและทรมานเท่าองค์หญิงพูดแบบนั้น
    กับองค์ชายจงอินเลย..TwT โฮววววว
    สงสารองค์ชาย... บอกเลย..
    ฮือออออ  เจ็บปวดแทนจริงๆเลยอ่ะ..
    งานเข้า !!!
     
     
    อย่าเพิ่งกลับมาทวงของคืนตอนนี้ได้ไหม?
    ท่านปาร์คชานยอล
     
    :(
    #267
    0
  6. #217 Windy Boy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 18:12
    คุณพระ!!! *อ้าปากค้างพลางเอามือทาบอก* อั่น...กะเว่อตลอดดดด 5555555555 เงิบกับตอนท้าย กำลังจะฟินอยู่แล้วเชียว กำลังคิดว่าองค์ชายขี้เอาแต่ใจ(ในเรื่องแบบนี้)จะแอบจูบนางตอนหลับไปกี่รอบแล้วนะ ทั้งได้บอกกับเสด็จแม่ว่าจะดูแลน้องให้ดีที่ตำหนักนี้เองจนกว่าจะหายป่วย องค์ชายกำลังสารภาพความในใจอยู่นะ "หากทั้งหมดนี่ไม่ใช่หน้าที่ เจ้าจะยังต่อต้านข้าไหม เซจาบิน" < กำลังปริ่มกับองค์ชายอยู่เลย แต่นางละเมอ แม้นางจะไม่รู้ตัวก็ตามองค์ชายคงเสียใจอะ ฮืออออ ใครกันแน่ที่ใจร้ายเพคะองค์หญิง
    ภาพความฝันขององค์หญิง คำสัญญาของท่านพี่ชานยอลทำไมมันลึกซึ้งอย่างนี้นะ ภาพความฝันมันสวยงามนะเพคะองค์หญิง ฝันบริสุทธิ์ทั้งคู่เลย ในตอนนั้นองค์หญิงคงรู้สึกดีมากๆ ที่มีเพื่อนเล่นอย่างท่านพี่ คงไม่ได้คิดอะไรหรอก(มั้ง) ชานยอลก็โอ๊ยยยย ด่วนบอกรัก ด่วนขอแต่งงานทั้งที่น้องยังเด็กอยู่มาก ที่สำคัญชิงจูบแรกไปก่อนพระเอกเรียบร้อยแล้วนี่สิ ฉากนี้คือเงิบเบาๆ จากตอนที่แล้วองค์ชายจูบองค์หญิงบนหลังม้านึกว่าจะเป็นจูบแรกของนาง ที่ไหนได้ มันไม่ใช่ซะแล้ว ง่อว์ เงิบบบบบ ละองค์หญิงก็ได้เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ด้วยแล้วนี่สิจึงทำให้องค์ชายชานยอลไม่ยอมปล่อยมือนางไปง่ายๆ แอบกลัวชานยอลตอนที่คุยกับชางมินนะคะ ชานยอลจะทำอะไรอะ โอ๊ยยยย เราจะได้เห็น(?)องค์ชายทั้งสองปะทะกันอีกแล้วใช่ไหม อันนี้คือฟินไว้ก่อนนนน
    ฉากที่องค์ชายจงอินพาองค์หญิงมาตำหนัก(ตอนต้นเรื่อง)ทำหน่วงและฟินไปพร้อมๆ กัน คนอะร้ายยยย พอถึงตอนปากร้ายก็แทบจะเอามีดมาแทง พอรู้สึกผิดแล้วขอโทษก็น่าเห็นใจและน่าสงสารจับใจ(ไบแอสชอฮาสุดพลัง)
    ป.ล.ยินีด้วยที่เซจาบินมีระดูแรกแล้ว พร้อมแล้วเย่ๆ หืมมมม 555555555
    #217
    0
  7. #203 u_turn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 01:30
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    ละเมอ ออกมาแบบนั้นได้ยังไง แบคฮยอนนนนนนนนน

    สงสารจงอิน

    สงสารชานยอลด้วย


    โอ๊ยยตอนนี้หน่วงไม่รู้จะสงสารใครดี


    แต่สงสารตัวเองก่อนดีกว่าเสด็จแม่บอกว่าให้บรรทมได้แล้ว พรุ่งนี้วันจันทร์ 5555


    เรายังยืนยันคำเดิมว่า ฟิคเรื่องนี้ ภาษาสวยงามมาก

    #203
    0
  8. #154 ShawolBB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 20:16
    กรีดร้องได้ทุกตอนแหละฟิคเรื่องนี้ เว้นช่วงไปสแงอาทิตย์กลับมาอ่านก็ยังอินจัดชัดจริงเหมือนเดิม คิมจงอิน คิมจงอิน ฮรืออออสงสารเหมือนโดนตบหน้า ชอฮาของอิแม่ TT แรกๆกำลังอ่อนระทวยไปกับบทจูบ แสนหวาน หวานสุด หวานมาก ชอบมาก เลิกทิงนองนอยใส่กันเมื่อไหร่จะวิ่งไปกรี้ดใส่หน้าพี่ชาน 5555 ชานยอลก็น่าสงสารโดนเอาทุกอย่างไปหมด ที่เคยเป็นเจ้าในทีแรกตอนนี้หายแซ่บ คนรักก็หายไปด้วย น่าสงสารและตอนนี้กำลังน่ากลัว ท่านต้องรุกหนักแน่ๆเหมือนสัมผัสถึงได้ ดูจากท่าทางของท่านพี่ชางมินแล้วก็กดดันอยู่ไม่น้อย พี่ชานคะ อย่ารุนแรงนะคะ เบาๆนะ เข้าป่ามั้ยคะ(นี่ตลอดอะ) บทในความคิดความฝันของแพคฮยอนมันเป็นอะไรที่ลึกซึ้งกินใจมาก รู้เลยว่าชานรักแพคมากแค่ไหน คำมั่นสัญญาโรแมนติกล้ำ ชอบนะคะแต่ชอฮาล่ะ กรี้ดดดดดดดดดด อิชอฮาหน้ามึนซึนสามสิบโลกนี่ก็น่าเอ็นดู อยากกอดปลอบให้หายซึน โถพระเอกของแม่~ กำลังชื่นชม กำลังอิ๊อ๊ะเขินอายว้ายมันแอบจุ๊บอีกรอบ เซจาบินมาพร้อมกับ 'ท่านพี่' ตีแสกหน้าชอฮาอย่างรุนแรง ละเมออย่างอื่นก็ได้นะป๋าย 'ระดูเรามาแล้วหรือ' อะไรอย่างงี้ก็ละเมอสิเราไม่ว่า มากับท่านพี่เราเจ็บแทนองค์ดำ อ่านแล้วจิกเกร็งค่ะ555 เป็นพระเอกต้องเท่ห์นะ ต้องหล่อนะ ต้องไฝว้นะ เชียร์นะคะชอฮา วิ่งไปปรึกษากูรูเรื่องความรักแฟนคลับอันดับหนึ่งอย่างชินโอป้าให้ด่วนนะชอฮา รักษาแผลใจแล้ววิ่งกลับมาไฝว้กับพี่ชานใหม่นะ เราเชียร์เธอนะจงอิน ;-; คอมเม้นติดกันเป็นแพ ไม่เว้นไม่วรรคพิมพ์ในโทรศัพท์ไม่มันส์เลย ขอโทษนะคะที่มันอาจอ่านยาก ขอบคุณค่ะสำหรับฟิคสนุก อ่านแล้วบิดร่างพังได้แทบทุกตอน ^^
    #154
    0
  9. #152 BB_Yok (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 21:22
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    ทำไมละเมออะไรแบบนี้ล๊าวววว
    ระเบิดลงแน่เล๊ยยยยยยยย

    องค์ชายชานยอลถ้าพระองค์กล้าแย่งแพคฮยอนไปละก็ เค้าจะโกรธ
    เค้าสงสารจงอิน T T
    จงอินจะรู้สึกยังไงนะ ตอนที่จูบแพคฮยอนแล้วนางละเมอว่าจูบของท่านพี่ชานยอลดีกว่าองค์ชายใจร้ายนั่น
    ร้องไห้แทนจงอินเลยอ่าาาาา
    จงอินคงจะเสียใจน่าดู
    แต่ก็มีเรื่องน่ายินดีตรงที่สามารถ มีลูกได้แล้วนี่แหละ ><
    ขอร้องละ ชานยอล อย่ามาขัดขวางเลยนะ PLEASE!!!
    ให้ไคแพคได้รักกันเหอะ

    มันเริ่มหน่วงมากขึ้นไปทุกทีแล้ววววว
    นี่ขนาดแรกๆยังร้องไห้แล้วอะ
    หลังๆคงแบบตาบวมแน่ๆอะ

    ขอซูฮกท่านไรท์
    แต่งเก่งมากกกกก
    ภาษาของไรท์โคตรสวยอะ
    อินทุกตอนจริงๆ

    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ^_^
    #152
    0
  10. #140 NAMMKANG (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 23:20

    ชอบฟิคเรื่องนี้มากเลยค่ะ มันสนุกจังเลย เราลุ้นคู่พระนางมากเลยนะคะ ลุ้นองค์ชายจงอินกับองค์หญิงแพคฮยอนมาก

    ถามว่าอ่านแล้วหน่วงมั๊ย เริ่มหน่วงล่ะ 55555555 ตอนแรกอ่านแล้วไม่รู้สึกหน่วงเลย รู้สึกว่าน่ารักดี พ่อแง่แม่งอนใส่กันน่ารักน่าหยิกดีนะ

    แต่พอปาร์คชานยอลเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อะโหยยย เท่านั้นแหละ เริ่มหนึบใจละ

    คือพอเราอ่านมาถึงตอนเจ็ดล่าสุดเนี่ยนะคะ เราไม่รู้จะสงสารใครดี เราชอบคู่เมนอย่างไคแพค แน่อยู่แล้วว่าต้องเชียร์คู่นี้อยู่แล้ว แต่ตัวชานยอลก็น่าสงสาร ชานยอลเป็นคนที่มาก่อน และเป็นมาก่อนจงอินทุกอย่าง แต่โดนพรากไปเสียทุกอย่างเลย อ่านแล้วก็สงสารนะคะ มันหน่วงตรงนี้แหละ ตัวแม่หญิงก็ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ตัวแพคฮยอนก็น่าสงสารนะคะ สงสารเค้าในส่วนที่ยอมเพื่อหน้าที่ ดูเป็นนกที่ถูกจับมาอยู่ในกรงไม่พอ แล้วยังโดนปิดหูปิดตาให้รู้ในสิ่งที่ควรรู้เป็นพอ มันอึดอัดแทนนะ

    ต้องขอโทษนะคะ ที่อ่านรวบแล้วมาคอมเม้นท์ทีเดียว แต่ขอบอกเลยว่าเราอ่านรวดเดียวทั้งวันเลย หายไปจากทามไลน์ทวิต เพราะมานั่งอ่านเรื่องนี้ทั้งวัน มันสนุกมากวางไม่ลงเลย

    อ่านแล้วไม่ได้รู้สึกขัดใจแต่อย่างใดนะคะ เรื่องที่ว่าไม่ใช่ฟิควายเนี่ย เราว่ามันโอเค มันสมเหตุสมผล แล้วมันก็ทำให้สนุกไม่ต่างจากฟิควาย แต่ก็จะมีบางช่วงที่อ่านแล้วรู้สึกติดขัดไม่สมูทบ้างบางช่วงนะคะ อาจจะเป็นเพราะการเรียบเรียง ตัดบทไรงี้ บางครั้งเรางงนะ รึเป็นที่ตัวเราเองหว่า 555555555 แต่โดยรวมแล้วดีค่ะ ภาษาสวย เนื้อเรื่องสนุก ชวนให้ติดตามต่อในแต่ละตอนจนวางไม่ลงกันเลยทีเดียว

    ถ้าถามว่าชอบตัวละครตัวไหนมากที่สุด คงบอกว่าชอบแพคฮยอนมากที่สุด ไม่ใช่เพราะความไบแอสเพราะเมนน้องแพคนะคะ ไม่ใช่ๆ 5555555 แต่ชอบความซื่อของนาง มันทำให้นางดูน่ารัก ทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมดเลยจริงๆ อ่านแล้วอยากจะเป็นจงอินนะเออ เพราะอ่านแล้วเราไม่ทนกับความน่ารักของนาง

    จริงๆ ชอบเวลาที่เป็นซีนของพระนางมากเลย ไม่ชอบซีนที่มีชานยอลเข้ามาเลย นี่บอกตรงๆ เลยนะคะ ดูเหมือนเราโลกสวยนะ แต่แบบพอชานยอลเข้ามาแล้วมันหน่วงมันดราม่า กำลังโลกชมพูกับสองคนนี้ พอตัดมาชานยอลแล้วใจเหี่ยวง่ะ 5555555

    นี่รอลุ้นตอนต่อไปมากเลยนะคะ พระชายาจะมีโอรสกับพระธิดาให้ได้แล้ว ไอกูววววววว ตอนหน้าจะเป็นยังไงหน้า จะโรแมนติกขนาดไหนหนอ อ่อๆๆๆๆ ลืมบอก เราชอบตอนที่สองคนนี้เค้าอยู่บนหลังม้ามากเลยนะเออ มันโรแมนติกสำหรับเรามากเลยงิ๊ >< อ่านไปมือหงิกมืองอไปกับความดื้อดึงของตัวนางเอก และพระเอกผู้ที่เอะอะจูบจ้า ไอกูวววว ชอบเวลาที่จงอินเริ่มแสดงออกให้เห็นว่ารักนะ แต่แม่หญิงของเราจะรู้ตัวมั๊ยอันนี้ก็รออ่านกันต่อไป ว่าตอนหน้าๆ นางจะรู้ตัวเมื่อไหร่ว่าคุณจงอินเค้ารักเธอ

    สู้ๆ นะคะ ไรท์เตอร์ ติดตามเรื่องนี้จนจบแน่นอน เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ >w<

    #140
    0
  11. #136 Praploy Teppara (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 00:18
    คือไม่ได้เว่อได้อย่างใด แต่ทำไมเราอ่านตอนนี้แล้วร้องไห้ อืมมมม....
    คงจะเป็นตอนที่ชานยอลจูบแบคมั้ง มันอินมากที่สุด ชานยอลรักแบค
    มากจริงๆนะ รักแบบผู้ชายคนนึงจะรักได้เลย แน่วแน่กับความรักมาก
    จริงๆแล้วเราไม่ค่อยจะจิ้นชานแบคซักเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ทำไมเราถึง
    จิ้นชานแบคได้กันนะ ชานยอลถูกแย่งเป็นทุกอย่างจริงๆ ถ้าไม่โดน
    กบฏมันคงจะไม่เป็นอย่างนี้สินะ(เชียร์ชานออกนอกหน้า) สงสารจงอิน
    เหมือนกันนะ แบคชอบพูดถึงชานยอลตลอดเลยอ่ะ คงจะเจ็บมากสินะ
    ชอฮาต้องแสดงความรู้สึกต่อองค์หญิงให้มากกว่านี้สิเพคะ อย่านิ่งเฉย
    เราว่าส่วนลึกของใจแบคคงจะรักชานยอลอยู่เหมือนกัน เหมือนกับว่า
    ชานยอลคือครั้งแรกในทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะหลับฝันหรืออะไรก็จะชานยอล
    เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเสมอ เฮ้ออออ แต่นางก็หวั่นไหวกับจงอินแล้ว ^^
    รักสามเศร้าเข้าใจยาก TT
    #136
    0
  12. #134 bam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 15:30
    กรี๊ด จูบแรกของแพคเป็นของท่านพี่ชานยอลแหละเธอ ฟินๆ#ฉันเชียร์พี่ยอลจริงๆนะ

    เอาแล้วๆ พี่ยอลจะกลับมาทวงน้องแพคคืนแล้ว แย่งให้ได้นะ เราเชียร์อยู่55 ยอลสู้ๆ

    แอบเขินองค์ชายจงอิน แหม พอรู้ว่าแพคพร้อมแล้ว ยิ้มเลยนะ

    แล้วน้องแพคละเมออกมาแบบนั้น องค์ชายจะทรงพระกริ้วไหมนั่น โอ๊ย อย่าทำอะไรพระชายารุนแรงนะเพคะนางบอบบาง
    #134
    0
  13. #133 whoever (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 14:33
    แพคฮยอนพร้อมมีพระโอรสแล้ว ถ้าชานยอลรู้จะเป็นไงนะ

    ใจนึงก็สงสารชานยอล แต่บางครั้งก็สงสารจงอินอ่ะ

    แบคฮยอนก็ยังเด็ก ยังไม่ค่อยเข้าใจความคิดความรู้สึกของตัวเองหรือยังไม่รู้ใจตัวเองมากนัก(รึเปล่า?)55555555555555555555555

    แต่เราเริ่มเห็นเค้าลางความทุกข์ของรักสามเศร้านี้ชัดเจนขึ้นมากเลยล่ะ

    เป็นกำลังใจให้ผู้แต่งค่ะ :D
    #133
    0
  14. #132 miikii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 14:30
    กรี๊ดสิบตลบ~ องค์หญิงแบคทิ้งระเบิดไว้ให้ชอฮาซะแล่วๆๆๆ

    จูฟแรกของพี่ชานยอลนี่เอง รักวัยเด็กใสๆแท้ๆ

    พี่ชายชานยอลจะเอาจริงแล้วมะคะ ชอฮาคงจะต้องหนาวๆร้อนๆแน่

    พี่ชายชางมินก่าพี่ชายชานยอลนี่ยังไงๆอยู่นะคู่นี้

    ชอฮานี่ติดใจรสจูฟของหญิงแบคนะ จูฟเอาๆๆๆๆแบบนี้ คงอยากเข้าหอเต็มแก่แล้ว

    พระมเหสีพูดถึงแบคได้ดีมาก อ่านแล้วมีความหวังเรย รักสุกหอม หอมหวานของชอฮาก่าเซจาบิน

    #132
    0
  15. #130 Renoir92 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 14:11
    โอย องค์ชายยยย ต้องรอให้เกดเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นก่อนรึเปล่าถึงจะยอมพูดจาดีๆกะเค้าเนี่ยห๊าาา
    แล้วอะไรตอนหยุดม้าแล้วจูบทำไมโรแมนติก ฮืออออออออ เขินนนนน T//////T
    เห็นพระชายาน้อยใจแบบนี้ก็ควรจะชัดเจนซักทีนะเพคะชอฮาาาาา

    สงสารชานยอล แงงงงง ไปเห็นฉากบาดตาถึงกับทนไม่ได้
    จะทวงสิ่งที่เคยเป็นของตัวเองคืนอีก โอ้มายย ทั้งศึกชิงนาง ศึกของราชสำนักที่อาจจะตามมาอีก
    เตรียมซื้อทิชชู่ไว้โหลนึงละค่ะ T_T

    กรี๊ดดดดดด ระดูแรกมาแล้วววววว โตเป็นสาวแล้วววว โถ ที่ดูป่วยหนักเพราะเป็นไข้ทับระดูนี่เอง
    ชอฮาตกใจเลย ดีใจมากมั้ยเพคะะะะะ แหม่ ไม่ค่อยแสดงออกเลย อั้ยยย 555555555
    แค่คิดถึงตอนที่ต้องร่วมหอกันก็เขินแล้ว แงงงง ตื่นเต้นแทนองค์ชาย 55555
    อ่านที่พระมเหสีคิดแล้วแบบ รู้สึกว่าแพคฮยอนงามมากค่ะ เลอค่ามาก อยากได้น้องงง (?) ;/////;

    ปัดโธ่ นึกว่าองค์ชายจงอินเป็นจูบแรกของแพคฮยอนซะอีก จูบแรกเสียให้ท่านพี่ชานยอลไปแล้วหรอกเหรอเนี่ย
    แต่ไม่เป็นไร ความรักแบบเด็กๆบริสุทธิ์มากเลย ฮือ ชอบบบบบ
    กรี๊ดดดด ฝันว่าจูบกับท่าพี่ในอดีต แต่องค์ชายกำลังแอบจูบอยู่ แถมมาทิ้งระเบิดไว้ตอนท้ายอีก
    อมกกกกกก. เจ็บแทนเลออออ องค์ชายจะคิดยังไงกันล่ะเนี่ย ToT โอยตายๆๆ อกอีแป้นจะแตก


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 สิงหาคม 2556 / 14:13
    #130
    0
  16. #129 นางฟ้าของพี่ฟ่าน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 13:34
    บ๊ะแล่ววววว .......... แพคฮยอนละเมออย่างนี้ได้ยังไงลูก
    งานจะงอกมั๊ยเนี่ย องค์ชายจงอินเอ๊ยยยยย งานหนักแล้วล่ะ
    องค์ชายชานยอลไม่ยอถอยด้วย ศึกชิงนางแน่ๆ

    #129
    0