[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 12 : *** ตอนที่ ๗ หน้าที่ {๑} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ม.ค. 57

 

 

ตอนที่  ๗ หน้าที่ {}

|

 

หากคิดว่าทั้งหมดเป็นเพียงหน้าที่

ก็ขอให้คิดเสียว่า...

 

 

            วรองค์บางระหงประทับตรงบนหลังม้าทรง ที่ดีที่สุดในโชซอน ด้วยพระพักตร์นิ่งสงบ  สายพระเนตรจับจ้องไปยังหนทางวิบากข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น  เด็ดเดี่ยว แม้จะไม่อาจควบม้าวิ่งห้อตะบึงไปได้อย่างรวดเร็วราวพายุเหมือนเนกึมวีนายอื่น ๆ ที่ควบแซงไป หากความเร็วที่ป๋ายกำลังทำอยู่ในขณะนี้ก็ถือว่าเร็วมากสำหรับพระองค์แล้ว

องค์หญิงแพคฮยอนทรงม้าถนัดกว่าทรงธนู  คงเพราะอ้อนให้ท่านพ่อสอนพร้อม ๆ กับท่านพี่ชางมินตั้งแต่พระชันษาได้เจ็ดขวบ  และฝึกเคียงคู่กับท่านพี่มาตลอดกระทั่งท่านพี่ออกไปเรียนต่อที่ฮักดัง[1]ในเมืองหลวง   แต่ถึงอย่างไรก็คงเทียบกับทหารทั้งหลายไม่ได้

โดยเฉพาะท่านผู้นั้น... เจ้าเหนือหัวของเนกึมวีทุกนาย ที่ป่านนี้คงควบม้านำลิ่วไปไกลแล้ว

หลังจากเสด็จออกมาจากจุดเริ่มต้นได้ครู่ใหญ่ พื้นที่รอบ ๆ ก็กลายเป็นป่าแห้ง  มีทหารหลายนายที่ควบม้าผ่านไป หากด้วยหน้าที่และอยู่ในระหว่างการแข่งขันจึงไม่มีใครกล้ากล่าวทักทาย  พระเนตรเรียวกะพริบถี่ ก่อนยกหัตถ์ข้างหนึ่งขึ้นปาดพระเสโทที่ไหลซึมจากพระนลาฏออก  หัตถ์บางที่กุมบังเหียนม้าแน่นก็อาบชุ่ม  ป๋ายดูเหมือนจะรับรู้ได้ว่าผู้ที่ควบคุมอยู่เริ่มอ่อนกำลังลง  ฝีเท้าที่สม่ำเสมอของมันจึงค่อยหย่อนลง  แม้ว่าพระเพลาบอบบางจะยังคอยกระตุ้นป๋ายให้เร่งไปยังทิศทางที่ต้องการอยู่ก็ตาม

            เปลวแดดจัดอาบไล้วรกายรุนแรง แม้จะทรงฉลองพระองค์มามิดชิดก็ตาม  หากไอร้อนกลับยิ่งส่งให้อาการเวียนพระเศียรที่รุมเร้ามาตั้งแต่เช้าตรู่เริ่มทำให้พระองค์ไม่อาจประทับตั้งตรงได้อีก  วรกายจึงขดลงเล็กน้อย  ความเจ็บปวดคล้ายจะแผ่ซ่านออกมาจากกึ่งกลางพระองค์  และค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะจิต   หากทิฐิที่ยังอยู่ในพระทัยเตือนว่าพระองค์จะแสดงความอ่อนแอในระหว่างการแข่งขันไม่ได้  เพราะหากไม่สามารถเสด็จไปให้ถึงเส้นชัย และคว้าธงมาให้ได้  องค์ชาย คงค่อนขอดพระองค์ไม่ยอมเลิกราไปอีกนาน

            แค่นี้...ก็มากมายแค่ไหนแล้ว   การถูกดูแคลน และถูกมองว่าได้เข้ามาอยู่ในฐานะนี้ได้ เพราะถูกแทรกแซงจากครอบครัวของนางก็ทำให้พระองค์เจ็บปวดมาตลอดหลายปี    ได้แต่ตั้งคำถาม...ว่าเหตุใดจึงไม่ได้รับความรัก ความเมตตาจากองค์ชายที่เป็นคู่ชีวิตของพระองค์เลยสักครั้ง

            องค์หญิงแพคฮยอนไม่คาดหวังว่าจะได้รับการยอมรับในฐานะสตรีคู่พระทัย  แค่ไม่แสดงท่าทีรังเกียจ และต่อว่าดังที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็ดีแค่ไหนแล้ว

            แต่ไม่เคย... น้ำพระทัยขององค์ชายจงอินแห้งแล้งนัก   พระองค์เองก็เป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องอะไร แต่ก็ทรงหาเรื่องวิวาท  และค่อนขอดทุกพฤติกรรมของพระองค์อยู่เสมอ   แตกต่างจากที่เคยได้รับจากท่านพี่ชางมินและท่านพี่ชานยอลนัก   เพราะแม้ว่าพระองค์จะทำสิ่งใดผิด... ก็มักได้รับคำสั่งสอนที่เต็มไปด้วยความห่วงใย  และคำพูดหวานหู

            นึกย้อนไปถึงหนึ่งปีก่อน...   ตอนที่พระองค์หาหนทางออกไปเที่ยวเล่นนอกวังได้เป็นครั้งแรกกับนางกำนัลสองนาง

ตลาดนอกพระราชวังทำให้พระองค์รู้สึกตื่นเต้นบ้าง  หากการพบกับองค์ชายรัชทายาทที่เสด็จมาพร้อมกับราชองครักษ์คู่พระทัย  คือเรื่องที่ทำให้แปลกพระทัยยิ่งกว่า  ฉลองพระองค์ชุดทั่วไปทำให้ทรงกลมกลืนกับผู้คนทั่วไปไม่น้อย.. เหมาะสมกับสถานที่ที่ทั้งสองเข้าไปยิ่งนัก

กว่าที่องค์หญิงแพคฮยอนจะรับรู้ว่าที่แห่งนั้นคือ ชุนฮวากัน ...สำนักนางคณิกาประจำเมือง ก็ตอนที่พระองค์เสด็จเข้าไป  และพบกับการต้อนรับที่ไม่เหมาะสม...จนทำให้ทั้งองค์ชายและชินเห็นว่าพระองค์เสด็จตามมาด้วย

กิริยาราวกับ... หญิงหึงหวง ไร้ความคิดอ่าน  

ข้าคิดมาตลอดว่าเจ้าจะเป็นคนที่มีความคิดความอ่าน  เป็นสตรีที่มีค่ามากกว่าหญิงทั่วไป

แทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวันนั้นพระองค์กำลังเสด็จไปที่ใด   และกำลังทำสิ่งใดอยู่   หากดำรัสทุกคำที่ตรัสออกมาราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนหัวใจพระองค์  และฝังรอยลึกมาจนถึงทุกวันนี้   สุรเสียงเกรี้ยวกราดตวาดลั่น พร้อมกับพักตร์บึ้งตึง ราวกับนั่นกำลังลงโทษสิ่งที่ได้กระทำลงไป

ทว่า... ในวันนั้นพระองค์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเรื่องใดขึ้น    ไม่รู้ด้วยซ้ำ...ว่านางในสองคนที่ตามเสด็จไปด้วย นำข่าวเหล่านี้ไปขยายต่อจนล่วงรู้ถึงพระกรรณของพระมเหสี  

ไม่รู้ด้วยซ้ำ...ว่าถูกเข้าพระทัยผิด  ว่าผู้ที่นำเรื่องไปกราบทูล คือพระองค์เอง

คิดว่าเป็นคนโปรดของเสด็จแม่  ก็เลยคิดว่าจะกราบทูลอะไรก็ได้  แล้วเสด็จแม่ก็เข้าข้างทุกเรื่องหรือไง   แม้ว่าเจ้าจะเป็นพระชายาแต่นั่นก็แค่หน้าที่...หน้าที่ที่ข้าไม่ต้องการแม้แต่นิดเดียว!!! แพคฮยอน

พระองค์ตรัสถึงเรื่องใด.... เพคะ

เรื่องใดรึ...พระสุรเสียงหยันขึ้นพระนาสิก และสายพระเนตรที่มองตรงมาราวกับต้องการประหัตประหารพระองค์ให้สิ้นชีวิตลงไปต่อหน้า  ก็เรื่องที่ข้าอยู่ในชุนฮวากันนั่นยังไง  เจ้ารู้ไหมว่าเรื่องนี้ทำให้เกิดอะไรขึ้น...ข้าเฝ้าติดตามสืบสวนคดีนี้มานานมากแค่ไหน คดีที่จะเอาผิดขุนนางพวกนั้น   แล้วเจ้า... เจ้ามาทำให้ทุกอย่างพังไปหมด  ตอนนี้ทุกคนรู้กันหมดทั้งพระราชวัง แถมคนพวกนั้นยังปกปิดหลักฐานได้... ทุกอย่างเป็นเพราะเจ้า  รู้เอาไว้ด้วย

ชอฮา...

ต่อไป ไม่ต้องจุ้นจ้านเรื่องแบบนี้อีก...  เพราะข้าจะไม่อาจให้อภัยเจ้าได้อีกแล้ว  หน้าที่ของเจ้า...คือเป็นพระชายา   ไม่ใช่เจ้าของชีวิตเรา... มีอะไรไม่ต้องยุ่ง!!’

          ขอพระราชทานอภัยเพคะ....ต่อไป...หม่อมฉันจะ...

แม้จะไม่สามารถเข้าใจเรื่องทั้งหมดได้   หากพระดำรัสเหล่านั้นก็ล้วนแล้วแต่ทำให้พระองค์แทบประทับยืนอยู่ไม่ได้   ทรงปรารถนาที่จะออกไปจากที่แห่งนั้นให้เร็วที่สุด  โชคดีที่อีกพระองค์หมุนวรกายเพรียวสูงกลับทันใด

          ทำแค่หน้าที่ที่เจ้าได้รับก็พอ  ไม่ต้องวุ่นวายกับข้าอีก...มิเช่นนั้น ข้าจะไม่อภัยให้เจ้า

          เพคะ...  ได้เพคะ ทรงค้อมพระเศียรรับพระบัญชาอย่างว่าง่าย...  สุรเสียงแหบหวิว  พระเนตรร้อนผ่าวจนไม่อาจห้ามอัสสุชลที่ทะลักออกมาได้

          พระอาการประชวรที่รุมเร้ามาตลอดทั้งวันยิ่งทวีขึ้นไปอีกจนไม่อาจทรงพระองค์อยู่ได้อย่างมั่นคง ...  

ชอฮา.. ได้โปรดฟังพระชายา เรื่องทั้งหมดไม่ใช่เลยนะเพคะ  องค์หญิงเพิ่งทรงฟื้นไข้  จะไปกราบทูลได้อย่างไรเพคะ....  

ฮวางซังกุง ...กลับเถอะ  ข้า... อยากกลับ

ทรงห้ามฮวางซังกุงที่ต้องการจะตามไปอธิบายกับองค์ชายผู้กราดเกรี้ยว     และตัดสินพระทัยที่จะเสด็จกลับพระตำหนักมากกว่าแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น

          เรา.. จะกลับ  เดี๋ยวนี้

          ทรงมีพระบัญชากับผู้ติดตามและก้าวเพื่อตรงไปยังที่พำนักของพระองค์เองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  พระโสตอื้อและดับสนิท  กระทั่งพระเนตรก็ไม่สามารถใช้มองทางเบื้องหน้าได้เลยแม้แต่น้อย   

          ชั่วขณะที่พระบาทก้าวยาวและพบกับอากาศว่างเปล่า   ทรงสดับเสียงกรีดร้องแหลมสูงของหญิงสาวที่ประสานกันลั่น   ก่อนที่พระองค์จะลอยคว้างกลางอากาศ  สุรเสียงกริ้วโกรธตามมาสำเร็จโทษพระองค์แม้กระทั่งขณะที่พระวรกายหล่นลงมากระแทกกับบันไดหิน 

             ร่วงคว้าง.. ทุกอย่างดับสิ้น...

 

                       

 

                                                                                            

“แพคฮยอน!!!

            สุรเสียงเป่าปาก สั้น ยาวสลับกันเป็นจังหวะ ทำให้พระวรกายขดงอที่ประทับอยู่บนหลังม้าหยัดขึ้นมาอีกครั้ง ป๋ายค่อย ๆ ลดกำลังลงกลายเป็นเดินเหยาะ ๆ แทนการวิ่ง  กระทั่งหยุดนิ่งราวกับถูกสะกดไว้   ไม่ว่าหัตถ์บางและพระเพลาจะกระตุกเตือนเช่นไร ก็ไม่มีการขยับใด ๆ

            ราวกับว่าป๋าย ฟังแค่เจ้าของเสียงนั้น 

            พระพักตร์ซีดเซียวหม่นจัด  เหลียวกลับไปยังเสียงกีบม้าที่ควบเข้ามาใกล้รวดเร็ว  

            “เจ้าเป็น.... อะไรหรือเปล่า” พระดำรัสดังคล้ายจะถามถึงอะไรบางอย่าง  หากองค์หญิงพระชายากลับไม่สนพระทัยนัก  เพราะสิ่งที่ติดค้างอยู่ข้างในกำลังพร้อมที่จะระเบิดออกมา

            “ไม่พอพระทัยหม่อมฉันอีกแล้วหรือเพคะ” สุรเสียงหวิว  สั่น  แหบจัดเพราะพระศอแห้งผาก 

            “ว่าไงนะ”

            “เหตุใดจึงหยุดป๋าย ... นี่อยู่ระหว่างการแข่งขันไม่ใช่หรือเพคะ”

            “จะให้ข้าบอกไหมว่าสภาพเจ้าตอนนี้   ให้เวลาจนถึงตะวันตกดินก็ไม่รู้จะถึงธงชัยหรือเปล่าเลย  ดูกำลังตัวเองบ้าง”

            “หม่อมฉันดูไร้ความสามารถขนาดนั้นเลยหรือเพคะ  ไร้ความสามารถจนต้องเสด็จตามมาคอยทอดพระเนตรเลยหรือเพคะ” ตรัสตัดพ้อ 

            “ลงมาให้ข้าดูอาการเดี๋ยวนี้” พระขนงดำขมวดมุ่น สุรเสียงดุดัน   “นั่งแทบไม่ได้ขนาดนี้ยังจะอยากแข่งอีกหรือ  ข้าไม่เคยเจอใครที่ดื้อด้านเท่าเจ้าเลยจริง ๆ”

            พระเนตรคมพิจารณาดวงพักตร์ซีดขาวแทบไม่มีสีเลือดอย่างร้อนพระทัย  วรกายที่โอนเอนคล้ายจะร่วงหล่นลงมาจากหลังม้าได้ทุกขณะ แทบจะทำให้ทรงคลั่งด้วยความเป็นห่วง   หากนางกลับแปลเจตนาของพระองค์ผิดไปอย่างน่าน้อยพระทัย

“หม่อมฉันไม่เป็นอะไร” ยังคงดึงดัน  จนผู้ที่ประทับยืนอยู่เบื้องล่างปล่อยหัตถ์จากม้าสีนิล และก้าวพระบาทยาวไปหา  หัตถ์ใหญ่คว้าสายบังเหียนของป๋ายไว้  ทรงเป่าพระโอษฐ์ พร้อมกระตุกสายเบา ส่งให้ป๋ายก้าวตามอย่างว่าง่าย

“ไม่เป็นอะไร!!! เจ้าพูดว่าไม่เป็นอะไร    นี่... รู้หรือเปล่าว่าตัวเจ้าตอนนี้เป็นยังไง”

“แต่พระองค์ไม่ใช่แพทย์หลวง ... หม่อมฉันยังไหว  และจะแข่งต่อ”

“ไม่ใช่แพทย์ก็ทำอะไรได้มากกว่าที่เจ้าคิดแล้วกัน  ลงมาเดี๋ยวนี้... นี่เป็นคำสั่ง!!!” ตรัสด้วยสุรเสียงห้าว ดุดัน พระเนตรคมจัดตวัดมองวรกายบอบบางที่ไม่อาจประทับนั่งให้ตรงได้ และมีพระบัญชา “ได้ยินไหม  เซ จา บิน

พักตร์ขาว ซีดเผือด... โอษฐ์บางเม้มสนิท  องค์หญิงพระชายาไม่ทูลตอบ หากหัตถ์บอบบางกลับพยายามที่จะดึงสายบังเหียนกลับ และใช้พระเพลาพระชงฆ์กระตุ้นให้ป๋ายออกเดินต่อ

แม้จะรู้...ว่าหมดหนทางแล้วก็ตาม 

เมื่อเจ้าของที่แท้จริงของป๋ายมาหยุดอยู่ตรงหน้า.... เจ้าชีวิตของป๋าย  ป๋าย ฤๅ จะกล้าขัดพระบัญชา

แต่พระองค์ไม่ใช่ม้า ... องค์หญิงแพคฮยอนมีความคิด  ความรู้สึก   มีพระหทัยรับรู้  เหตุใดจึงต้องฟัง...และปฏิบัติตามพระบัญชาที่ไม่มีเหตุผลของคนพาล!

“เซจาบิน!!!จะดื้อไปถึงไหน”

“ทรงปล่อยม้าสิเพคะ  หม่อมฉันจะได้พิสูจน์ว่าหม่อมฉันไม่ได้เป็นอะไร ” ตอบแล้วยืดพระองค์ตรง  สง่างาม... แม้จะไม่มั่นคงก็ตามที

“ได้....ได้ ข้าปล่อยก็ได้”  ทรงผิวพระโอษฐ์หวิวยาว  ทันทีที่ม้าสีนิลได้ยิน มันก็ยกขาทั้งสองขึ้นและส่งเสียงร้องลั่น  ก่อนวิ่งกลับไปยังทิศทางที่จากมาอย่างรวดเร็ว “อยากรู้จริง ว่าจะดื้อได้ถึงไหน”

ทุกอย่างฉับไวจนไม่อาจเข้าใจได้....

เจ้าของวรกายบางระหงทอดพระเนตรตามไคไปด้วยพระทัยหวั่นวิตก  บัดนี้เหลือเพียงป๋าย...และทั้งสองพระองค์เท่านั้น

เดาไม่ออกเลยแม้แต่นิด...ว่าดำริสิ่งใดอยู่ในพระทัย

“ชอฮา...”

“อย่าลืม...ว่าเจ้าเป็นพระชายา   หน้าที่ของพระชายา  ก็คือฟังข้า... คนที่เป็นสวามีของเจ้า  ได้ยินไหม!!!

พระหทัยกระตุกกับกระแสรับสั่งนั้น   ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วพระวรกายเพิ่มทวีพร้อมกับพระเนตรที่ร้อนขึ้นจนไม่อาจห้ามได้ 

หน้าที่....ทุกอย่างล้วนเป็นหน้าที่

            “ดื้อ!...” องค์ชายรัชทายาทตรัสเพียงคำเดียว พร้อมพระเนตรฉายวูบที่ทำให้พระองค์ปั้นพระพักตร์ไม่ถูก    องค์หญิงแพคฮยอนกลั้นพระอัสสาสะวูบหนึ่ง เมื่อพระบาทของอีกพระองค์เหยียบโกลนและตวัดพระเพลาขึ้นมาคร่อมบนหลังป๋ายโดยฉับไว

          “ชอฮา!!

            ไอระอุอุ่นจากวรกายแข็งแกร่งโอบล้อมลงมารอบพระวรกายบอบบางที่แทบจะกลืนเข้าไปอยู่ในพระอุระ  พระพาหาใหญ่โอบพาดพระอังสาบอบบางมากุมสายบังเหียนม้าไว้

            องค์หญิงพระชายาประทับนั่งตรง  แข็งราวศิลาหิน พยายามหยัดพระองค์ไม่ให้เอียงไปชิดกับผู้ที่อยู่เบื้องพระปฤษฎางค์ หากพื้นที่แคบ ๆ บนหลังอาชาทรง กลับไม่อาจทำให้พระองค์ทำได้เท่าพระหทัยหวัง  อัสสาสะร้อนรุ่มรินรดอยู่หลังพระศอขาวละออ  สุรเสียงห้าวดุดันตรัสขึ้นอยู่ใกล้พระกรรณจนไม่อาจห้ามให้พระหทัยเต้นอยู่ในจังหวะที่เป็นปกติได้ 

            “นี่เจ้าไม่สบายหรือ”

            “ชอฮา... ขึ้นมาทำไมเพคะ”         

“ตอบคำถามข้าก่อน ....บ้าที่สุด”  ทรงสบถลั่น  ขนงดำขมวดมุ่นเมื่อพระหัตถ์สัมผัสกับข้อพระกรเล็กของพระองค์เล็ก  “ตัวร้อนขนาดนี้แล้วยังขี่ม้ากลางแดดอีก  เกิดเป็นลมตกลงจากหลังม้าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้ารู้ไหมว่าทางข้างหน้าคือเหวแคบ!!!

“ทราบเพคะ... แต่ปล่อยหม่อมฉันได้ไหมเพคะ”

“ชอฮา...”

“เสด็จลงไปได้ไหมเพคะ... หม่อมฉันอึดอัด” 

“บังอาจ” ถ้อยรับสั่งเข้ม  ตรัสเตือน  “เจ้าเป็นใครฮึ...ข้าเป็นเจ้าของประเทศนี้  เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาไล่ให้ข้าลงจากหลังม้า...ม้าที่เป็นของข้าด้วย”

“ถ้าเช่นนั้น...ทรงปล่อยให้หม่อมฉันลงเถอะเพคะ ”  วรกายเล็กในอ้อมพระพาหาขยับเล็กน้อยจนอาชาทรงสีขาวนวลส่งเสียงร้องลั่น ป๋ายสะบัดสะโพกอย่างหงุดหงิด  เป็นเหตุให้พระพาหาแกร่งเอื้อมมาโอบล้อมพระองค์แน่นขึ้นอีก  

“อย่าดิ้น!! แพคฮยอน”  ตรัสขานนามด้วยสุรเสียงขุ่น   “เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์.... เพราะเจ้าก็เป็นชายาของข้าด้วย  ถ้าข้าไม่อนุญาตเจ้าก็ทำไม่ได้”

“หม่อมฉันจะลงเพคะ”

“อยู่นิ่ง ๆ  !แล้วก็เงียบ ๆ ”

“หม่อมฉันไม่ใช่ม้า...ไม่ใช่ป๋ายที่แค่พระองค์สั่งก็จะหยุด” ถ้อยรับสั่งโต้ทันควัน  ทรงสะบัดพระหัตถ์แรงเพื่อที่จะให้หลุดจากการเกาะกุม  หากพระกรแกร่งข้างซ้ายกลับใช้เวลาไม่มากในการรวบข้อพระกรเล็กบางทั้งสองเข้าด้วยกัน และบีบกระชับไว้แน่น...จนไม่อาจขยับดิ้นรนได้อีก

“ใช่ เพราะเจ้าดื้อกว่าม้า”

“ชอฮา.. เจ็บนะเพคะ” แรงบีบไม่ได้ทำให้พระองค์เจ็บมากไปกว่าอาการเจ็บที่รุมเร้าอยู่ทั้งพระวรกาย  หากพระทัยที่รวดร้าวกลับทำให้พระองค์ต้องการที่จะหนีไปให้ห่างจากผู้มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะทำร้ายพระหทัยครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างเลือดเย็น  “ปล่อยเพคะ... ปล่อย”

“เจ้าอยากตกม้าหรือไง!! ถึงป๋ายจะเป็นม้าเฉื่อย  แต่ถ้าทำให้มันตกใจก็เตลิดได้นะ”

“พระองค์ก็เลยจงใจเลือกป๋ายให้หม่อมฉันสินะเพคะ”

องค์ชายรัชทายาทไม่ตอบคำถามนั้น   พักตร์คม คร้ามแดดก้มมองดวงพักตร์รูปไข่ที่เปลือยผิวกระจ่างให้พระองค์เห็นชัดในระยะประชิด  ทว่า...นอกจากไอร้อนที่ระอุอุ่นออกมาจากฉวีขาวเนียนแล้ว  แนวพระโอษฐ์ก็ยังซีดเผือด ปรางนวลที่เคยซับสีเลือดก็ขาวซีดราวหิมะ เนตรเรียวงามโรยล้า และแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดนั้นยิ่งทำให้พระองค์ประจักษ์ชัดว่าพระชายากำลังประชวรหนัก และทั้ง ๆ ที่พลานามัยไม่สมบูรณ์นัก...  คนดื้อ ก็ยังดึงดันที่จะต่อต้านพระองค์อยู่ร่ำไป  

เป็นครั้งแรกที่พระองค์ได้รู้ถึงคำกล่าวที่ว่า...คนป่วยมักจะงอแงกว่าคนปกติ   

ปกติพูดไม่กี่คำก็หน้าบูดบึ้ง หยุดตอบโต้ และกระฟัดกระเฟียดจากไป  หากครั้งนี้...กลับไม่มีทีท่าว่าจะลดราวาศอกง่าย ๆ

“หม่อมฉันจะลง ” กระแสสำเนียงแหบหวิว ขุ่นจัด คล้ายจะร่ำไห้ “หากไม่เช่นนั้น หม่อมฉันจะเรียกคนอื่นมาช่วย...”

            “เรียกใคร...  ที่นี่มีใครอีกนอกจากเราสองคน  ฮวางซังกุง หรือใคร” ถ้อยรับสั่งนั้นทำให้อีกพระองค์รู้สึกไม่ต่างจากครั้งที่ได้รับพระวาจาเชือดเฉือนทำร้ายพระหทัย ก่อนที่จะทรงตกจากบันไดหินหน้าพระตำหนัก

            พระวรกายภายใต้พระพาหาที่โอบรัดแน่นหนา และหัตถ์ที่ถูกพันธนาการไว้ ทำให้ไม่อาจขยับได้เลยแม้แต่น้อย   มีเพียงพระพักตร์ขาวซีดที่หันซ้ายขวา ก่อนจะใช้พระกำลังที่เหลืออยู่ร่ำร้องออกไป

            “ท่าน..”

            พระหทัยที่ฝังอยู่ใต้พระทรวงกระตุกแรง  ความเจ็บปวดที่อยู่ใต้พระอุทรยิ่งขมวดเขม็งหนักขึ้นทุกที   หากเป็นท่านผู้นั้น  คงจะรับรู้ได้ไม่ช้าว่าพระองค์กำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน และต้องการสิ่งใดมากกว่าพระบัญชาดุดันเช่นนี้

สุรเสียงนุ่มนวล  ตรัสปลอบ  หัตถ์บางเบาที่คอยโอบตระกองไม่ให้ระคาย  หาใช่อ้อมกอดหยาบกระด้าง  ไร้ความอ่อนโยน  

“...พี่... ท่านพี่”

            คงจะดี...หากผู้เป็นเจ้าชีวิต  อ่อนโยนและกระทำกับพระองค์เช่นท่านพี่ชานยอลทำให้มาตลอด

มีเสียงของขลุ่ยใบไม้...  เสียงเพลงที่ปลอบประโลมให้หัวใจคลายเศร้า

          “ช่วยด้วย  พี่ชา... ”

            พริบตาเดียวกับที่นามนั้นหลุดออกมาจากพระโอษฐ์  พระวรกายก็ถูกกระชากขึ้นแรง  พระกรแกร่งบังคับดวงพักตร์ให้เชิดขึ้น แรงบีบที่ข้อพระกรทวีความรุนแรงขึ้น พร้อม ๆ กับที่พักตร์คมดุประกบลงมารวดเร็วราวอสรพิษร้าย

            เพียงชั่วพริบตาเดียว สรรพสำเนียงดับสิ้น....พร้อม ๆ กับพระอัสสาสะที่หยุดลงคล้ายถูกสะกดจากสัมผัสหนักหน่วงที่พุ่งเข้ามา  พระโอษฐ์อิ่มงามถูกแรงบดขยี้หนักหน่วง  จุมพิตรุนแรงคล้ายลมกรรโชกพัดหอบให้กลีบบุปผาบอบช้ำ และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอีกเมื่อวรกายบอบบางเริ่มรู้สึกพระองค์และใช้พระกำลังเฮือกสุดท้ายต่อสู้กับพายุแห่งความเกรี้ยวโกรธที่กำลังลงทัณฑ์ความผิดของพระองค์อย่างโหดเหี้ยม  พระโอษฐ์ถูกบีบบังคับให้เผยอออกอย่างไม่เต็มพระทัย  และบดเบียดแทบทุกผิวสัมผัสอันบอบบางให้ห้อพระโลหิต 

            เนิ่นนาน... ราวชั่วกัปกัลป์ กว่าที่พระพักตร์คร้ามแดดจะถอนพระโอษฐ์ออก   อัสสุชลแห่งความรวดร้าวหลั่งออกมาแทนคำตัดพ้อ

“อย่าเรียกชื่อนั้น เจ้าไม่มีสิทธิเรียกหาผู้อื่น...นอกจากข้า!

พระวรกายอ่อนแรงสั่นระริกพร้อมกับสะอื้นแรง    พระเนตรเรียวงามฉายแววตระหนก  

องค์หญิงแพคฮยอนไม่เข้าพระทัยแม้แต่นิดเดียว... ว่าเหตุใด...จึงต้องทำร้ายกัน

“เกลียดหม่อมฉันมากหรือ.... เกลียดมากหรือเพคะ”  ถ้อยรับสั่งร้าวราน... ดังก้องในพระหทัย  หากแท้จริงแล้วเบายิ่งนัก  ทรงหันพระพักตร์ไปยังทิศทางที่พักตร์คมอยู่ห่างไม่ถึงคืบ  พร้อมกับพระปรางนวลเนียนที่อาบชุ่มด้วยอัสสุชลใส   ความข้องขุ่นในพระทัยทบทวีขึ้นจนทำให้พระพาหาเล็กเรียวสะบัดแรง ไม่สนพระทัยว่าจะทำให้เกิดอันตรายหรือไม่

“แพคฮยอน...อย่า!!

อาชาทรงสะบัดเล็กน้อย  ก่อนที่ฝ่าพระหัตถ์แกร่งจะดึงบังเหียนให้หยุด พร้อมเป่าพระโอษฐ์กำชับอีกครั้ง   ป๋ายจึงยืนนิ่งในที่สุด แต่หากมีอีกครั้ง  ป๋ายอาจจะเตลิดจนควบคุมไม่ได้อีก 

            “ถ้าไม่หยุด...อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ”

เนตรคมจัดอ่อนแสงลง  องค์ชายรัชทายาทคว้าหัตถ์ทั้งสองข้างไว้แน่น  ด้วยเกรงว่าครั้งนี้ป๋ายอาจจะสลัดทั้งสองลงจากตัวได้  ป๋ายแรงมากเพราะเป็นม้าสายพันธุ์ทหาร และอากาศค่อนข้างร้อน หากอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาอาจเกิดเรื่องได้ 

หงุดหงิด และโกรธกริ้วเหมือนที่พระองค์เป็นอยู่ในขณะนี้

แค่ได้ยินนามนั้น...พระหทัยก็ไม่อาจควบคุมได้

“ปล่อยเพคะ” ทรงโคลงพระเศียรให้กับกระแสเสียงอ่อนแรง   แรงดิ้นและสะบัดนั้นก็หย่อนกำลังลงไม่ต่างจากม้าที่ถูกไล่ต้อนจนหมดแรง  ทว่ายังเหลือแรงเฮือกสุดท้ายที่จะใช้ต่อต้านพระองค์ 

            “ข้าเตือนแล้วนะ” สิ้นกระแสรับสั่ง  เท่ากับทรงอนุญาตให้องค์หญิงแพคฮยอนดิ้นรนได้เป็นครั้งสุดท้าย 

            แม้จะขืนวรกายอยู่... แต่องค์ชายรัชทายาทไม่ครั่นคร้ามต่อการต่อต้านนั้น

            ให้รู้ไปว่าปราบคนดื้อ... ยากกว่าปราบม้าพยศ   

            “ชะ...ชอ... ฮา”

ฝ่าพระหัตถ์รวบข้อพระกรเล็กบางลงและโอบวรกายระหงแน่นจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีก  หัตถ์อีกข้างประคองเชยปรางนวลขึ้น   จุมพิตนุ่มนวลประทับบนกลีบโอษฐ์นิ่มทันที หาใช่บดขยี้รุนแรงเช่นเมื่อครู่ 

“อ... อึก”

            สัมผัสเบา เกลี่ยสัมผัสส่วนบอบบางอ่อนโยน ทรงทิ้งน้ำหนักลงบนกลีบพระโอษฐ์ทีละน้อย แล้วจึงค่อยบดเบียดชักชวนให้พระโอษฐ์ช้ำค่อยแย้มรับสัมผัสที่ลึกซึ้งกว่า ทรงถ่ายทอดอัสสาสะร้อนรุ่มแผ่วหวิวลงบนพระฉวีนวลเนียนอย่างไม่รีบร้อน ครอบครองความหอมหวานเย้ายวน  กระทั่งแรงขัดขืนของผู้ที่อยู่ในอ้อมพระพาหาค่อยอ่อนลงเรื่อย ๆ  มีเพียงนิ้วพระหัตถ์เรียวงามยึดพระกรแกร่งไว้  

            พระชิวหาอุ่นส่งผ่านความชุ่มฉ่ำเข้ามายังพระโอษฐ์นุ่มหวาน  ทรงกล่าวทักทายผ่านการเคลื่อนไหวที่วาบหวาม แปลกใหม่ จนผู้ที่อยู่ในอ้อมพระพาหาสั่นระริก  ด้วยขลาดกลัวกับการถูกรุกรานในลักษณะนี้

            แม้จะตระหนักดีว่าพระชายายังเยาว์วัยนัก...   แต่องค์ชายจงอินก็ไม่อาจห้ามพระทัยได้    

“ข้าเสียใจที่ทำให้เจ้าร้องไห้  แต่เจ้า... ผิดเองที่ไม่ฟังข้า” 

            องค์หญิงแพคฮยอนปล่อยพระวรกายอ่อนระโหยให้ทิ้งลงบนอ้อมพระอุระกว้าง  ด้วยไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านและผลักไส  แค่พระกำลังที่มากกว่าของบุรุษเพศพระองค์ก็ไม่อาจทัดทานได้   ไม่นับรวมกับสถานะที่ต้องทรงยอมรับ... 

ชีวิตของพระชายา ย่อมเป็นขององค์ชายรัชทายาท   พระองค์ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

เป็นสิทธิ์ขององค์ชาย...ที่จะทำสิ่งใดกับพระองค์ก็ได้

            หน้าที่ของพระองค์คือต้องยอมรับ และปล่อยให้เจ้าของชีวิตลงพระอาญาของความเกลียดชังแต่โดยดี

            จุมพิตไร้เมตตา...  ฉกชิงทุกสิ่งที่ปรารถนาไปอย่างไม่สนพระทัยสิ่งใด   แม้ว่าผู้ที่ถูกตักตวงนั้นจะร่ำไห้แทบขาดใจอยู่เบื้องพระพักตร์ก็ตาม  

            รวดร้าว ไปทั้งพระวรกายและพระหฤทัย

 



[1]สถานศึกษาระดับมัธยม ในสมัยโชซอน  หลังจากผู้เรียนศึกษาในระดับประถมเรียก”ซอดัง” เป็นเวลาแปดปี จะเข้าไปเรียนที่ฮักดัง  ซึ่งฮักดังในเมืองหลวงจะมีอยู่แค่สี่แห่ง หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถสอบเข้ารับราชการระดับล่าง หรือสอบคัดเลือกที่เรียกว่าแซงวอน หรือซินซาเพื่อเข้าสถาบันการศึกษาชั้นสูงแห่งชาน “ซอง-กยูน-กวาน” จึงจะสามารถสอบเข้ารับราชการในตำแหน่งที่สูงได้

 

 
 
 
:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #383 lavani (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 23:46
    (人゛ ∀゛)。;*
    เมื่อไหร่ชอฮาปากจะตรงกับใจเสียที
    แสดงออกมาตามความรู้สึกซักทีเสะะ  
    เซจาบินจะทำอะไรก็โดนดุตลอดเลยสินะ โถ่ถัง... ไม่แปลกนะที่นางจะน้อยใจน่ะ
    #383
    0
  2. #352 uuika (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 23:24
    อ่านตอนนี้แล้วน้ำตาคลอเลยเพคะ 

    ดีกันเร็วๆน้า ฮืออออออออ ;0;
    #352
    0
  3. #334 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 17:56
    สงสารองค์หญิงนะเพคะองค์รัชทายาท!!!!!! ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออ พระชายาน่าสงสารที่สุดฮืออออออออออ องค์ชายเป็นคนทำให้พระชายาเป็นคนขี้ใจน้อยแบบนี้เองนะคะ คิดว่าพระชายาจะลืมไปแล้ว แท้จริงแล้วพระชายายังจำเหตุการณ์ที่เป็นจุดแตกหักได้ดี น่าสงสาร
    #334
    0
  4. #294 oommyhippyty (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 16:30
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย คนเกลียดที่ไหนเขาจะบ้ามาจูบอย่างนี้ล่ะองค์หญิง!!!

    อีกคนก็ปากแข็งอีกคนก็ขี้น้อยใจ เมื่อไหร่จะลงเอยกันซักทีสินะ โอ้ย

    ได้รู้เหตุการณ์ตกบันไดหินแล้ว ชอบอะะะ เรื่องมันเป็นมาอย่างนี้มายาวนาน

    ความสัมพันธ์ถ้ามองไปอีกแง่มันก็คงดีขึ้นกว่าตอนนั้น ทะเลาะกันรุนแรง แต่ก็แอบไปเฝ้าเขาเนี่ย

    ไม่มีพระเอกเรื่องไหนจะซึนเดเระได้เท่านี้อีกแล้วมั้งคะ เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วเห็นมั้ย

    ตอนนี้การกระทำมันชักจะชัดเจนขึ้นแล้วนะชอฮา หน้าท่งหน้าที่อะไรนี่เอามาอ้างหรือว่ายังไงกันล่ะ

    ทั้งหมดทั้งมวลที่โมโหก็เพราะชื่อท่านพี่คนเดียวเลยสินะ แต่นางก็คิดมากไปอีก

    ลุ้นกันจนจะตายจริงๆคู่นี้ รู้สึกชนะมาก ฉากจูบ มันเป็นพระนางแบบซีรี่ย์เกาหลีปนละครไทยมากๆ

    เขินจะตายอยู่แล้วเนี่ย แพคฮยอนก็ดื้อจังเลยเนี่ย ดื้อไปถึงไหน ไม่เข็ดจริงๆใช่มั้ยยย



    เหตุการณ์ตอนนั้นมันทำร้ายจิตใจแพคฮยอนมาก เก็บมาคิดทุกวันนี้ จนกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด

    คิดไปเองว่าองค์ชายรู้สึกแบบนั้นถึงทำอย่างนี้กับนาง ไรงี้เหรอ แล้วเมื่อไหร่จะเข้าใจกันซักที !! *ล้มโต๊ะ*

    ชอฮาใจร้ายก็จริง แต่ที่ทำไปนี่เพราะห่วงและหวงล้วนๆเลยนะ ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่แค่หน้าที่หรอกนะ ฮิฮิ
    #294
    0
  5. #266 รับผ่าหมาออกจากปาก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 01:55
    บอกเลยว่าน้ำตาคลอ..สำหรับเรื่องราวในอดีต..
    โถ่ววววว องค์หญิง.. น่าเห็นใจอ่ะ..
    ถูกเข้าใจผิดสินะ..
    ถึงจะดื้อมาก มาก มาก .... แต่ก็น่ารักดีเนอะ
    ส่วนองค์ชายจงอินก็ปากแข็งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
    ซึนชะมัด ฮ่าฮ่าฮ่า ,, เป็นห่วงแต่ก็ทำได้แค่ดุเท่านั้นเเหละ..
    แอบสงสารที่องค์หญิงจะเรียกหาท่านปาร์ค
    โฮะๆ กะไว้แล้วเชียวว่าองค์ชาย..
    ต้องแสดงความเป็นเจ้าของ (จูบ) ๕๕๕๕
    #266
    0
  6. #216 Windy Boy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 15:18
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด *ปรบมือรัวและลุกขึ้นกรีดร้องอย่างโหยหวน* รู้สึกว่าตอนนี้พีคที่สุดตั้งแต่อ่านมา เพราะว่าตอนนี้ทั้งตอนอารมณ์ที่สื่อออกมามันเป็นหนึ่งเดียวมั้ง อ่านๆ ไปแทบจะหยุดหายใจ มันใช่มากกกก มันโอ๊ยยยยย มันแบบ ฮื้มมมมม จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไงดี อ่านจบเม้นไม่ถูกกันเลยทีเดียว เป็นฟิคที่คนอ่าน(อย่างเรา)ต้องค่อยๆ อ่านทีละคำๆ เพราะภาษางดงามเหลือเกิน ขอให้คะแนนเต็มนะคะสำหรับตอนนี้
    "องค์หญิงแพคฮยอนไม่คาดหวังว่าจะได้รับการยอมรับในฐานะสตรีคู่พระทัย แค่ไม่แสดงท่าทีรังเกียจและต่อว่าดังที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็ดีแค่ไหน" ^อย่าตัดพ้อได้ไหมเพคะ หม่อมพี่น้อยใจแทนจริงๆ แต่แหม ไม่ให้น้อยใจได้ยังกันเล่า อีกฝ่ายชอบพูดจาถากถางกันจัง ไม่ฟังเขาอธิบายก่อนเลย เอะอะก็หน้าที่ๆ ดุกันจัง อย่าบ้าอำนาจมากเกินไปได้ไหมเพคะชอฮา องค์ชายว่าน้องแรงอะ แม้จะเด็กแต่ก็มีหัวใจนะเออ #สวมรอยเป็นเซจาบินแป๊บบบบ
    ตอนที่ชอฮาขี่ม้าตามมาทัน เราว่าบรรยากาศมันขมๆ(อะไรคือบรรยากาศขม5555) แต่ก็อบอุ่นนะ องค์ชายแสดงออกไม่เก่งเลยจริงๆ น่าตีมาก ไม่คิดว่าองค์ชายจะใจร้อนชิงจูบก่อนจะได้ยินองค์หญิงเรียกชื้อนั้น แบบเฮ้ยยย ไม่น่าเลยองค์ชาย (นี่เชียร์องค์ชายอยู่ปะเนี่ย 555555) คิดว่าจูบแรกมันขมปนเฝื่อน แงงงงงง อธิบายไม่ถูก จงอินใจเย็นๆ สิลูก นั่นเขาเรียกว่าหึง หึงๆๆๆ เข้าใจไหม ถึงแม้จูบที่สองจะไม่แรงเท่าครั้งแรกแต่องค์หญิงจะรู้ไหมนั่นว่ามันหมายถึงอะไร น้องยังเด็กนะ ฮวืออออออออ ความจริงหม่อมพี่เองก็ไม่รู้เหมือนกันเพคะองค์หญิง 5555555555555555555555
    #216
    0
  7. #202 u_turn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 01:08
    จงอินใจร้ายจัง ไม่แปลกใจที่แบคฮยอนจะมีใจให้ชานยอลผู้แสนดี
    แบคฮยอนก้ดื้อเหลือเกิน
    #202
    0
  8. #168 fatipa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 17:38
    หน่วงอ่ะ เราจะร้องไห้กับแบคเลย จงอินใจร้ายแถมยังไม่อ่อนโยนด้วย ไม่แปลกที่แบคจะคิดถึงแต่ชานยอลเนาะ
    #168
    0
  9. #151 BB_Yok (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 20:58
    จูบกันแล้วววววววว
    องค์ชายเพคะ เลิกว่าองค์หญิงได้แล้วนะเพคะ
    ถ้าโดนว่าอีก หม่อมฉันเกรงว่าองค์หญิงจะเกลียดพระองค์แล้วนะคะ
    เราอยากให้รักกันแบบแฮปปี้นะ
    รักกันเร็วดิ
    เครียดนะเนี๊ย T T
    #151
    0
  10. #135 Praploy Teppara (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 23:55
    คือ.......ไม่คิดว่าแบคจะเรียกหาชานยอลเลยนะบอกตรงๆ ณ จุดนี้ฟินไปเรียบร้อยแล้ว

    แบคคิดถึงชานยอลมากกว่าที่คิดนะ 

    ชอฮา...อย่าใจร้ายกับเซจาบินสิเพค่ะ

    นางก็เป็นคนนะ มีหัวใจ เจ็บปวดเป็น

    สงสารแบคฮยอนนะ คือเข้าใจความรู้สึนางเลยล่ะ ตอนไคจูบแบคนี่แบบ

    โอ้ยยยยย ฟินไปไหน จูบแรกไม่เท่าไหร่ จูบที่สองเราสะท้าน 555
    #135
    0
  11. #127 bam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 20:29
    รู้สึกหลายอารมณ์มาก ตอนแรกสงสารแพคอ่า องค์ชายใจร้ายไปนะ น้องแพคเสียใจนะ

    แล้วทำให้แพค เข้าใจผิดว่าเกลียดอีก ชอฮาก็อย่าปากแข็งมากสิเพคะ พระชายายังเด็ก ไม่เข้าใจชอฮาหรอกนะ

    แม้จะรู็สึกว่าเรื่องนี้มันไคแพค แต่ก็ยังอยากเชียร์ ชานแพคอยู่อ่า ถึงไคแพคจะจูบกันแล้ว แต่จูบแบบนี้สงสารน้องนะ แพคเรียกหาท่านพี่ชานยอลด้วยอ่าเขิน>
    #127
    0
  12. #126 32fds (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 12:46
    และตอนที่สองพระองค์ทรงป๋ายด้วยกัน ยิ่งเชียร์ จูบเลยยยยยย ขยี้เลยค่าาาาาาา
    #เป็นพวกเข้าข้างจงอิน 5555 ทำร้ายน้องเลยยยย (อีนี่ =____=)
    แต่รู้ไหมหัวใจเรากระตุกวูบมากๆกับเรื่องในอดีตครั้งนั้น
    แค่หน้าที่...
    แม้ว่าเจ้าจะเป็นพระชายาแต่นั่นก็แค่หน้าที่... หน้าที่ที่ข้าไม่ต้องการแม้แต่นิดเดียว!!! แพคฮยอน
    สายพระเนตรที่มองตรงมาราวกับต้องการประหัตประหารพระองค์ให้สิ้นชีวิตลงไปต่อหน้า 
    (อย่าฆ่าน้องงงงงงงงง เค้ารู้กัมจงไม่กล้า 555 แต่ bad boy มาก กระชากใจ ถถถถถ)
    ต่อไป ไม่ต้องจุ้นจ้านเรื่องแบบนี้อีก...  เพราะข้าจะไม่อาจให้อภัยเจ้าได้อีกแล้ว  
    หน้าที่ของเจ้า...คือเป็นพระชายา   ไม่ใช่เจ้าของชีวิตเรา... มีอะไรไม่ต้องยุ่ง!!
    "ชอฮา..." <<<< น้องมีบทเยอะมากกกกกก 555555 แต่น่าสงสาร TT
    มันคับในอก...
    อ่อนโยนกับเซจาบินบ้างสิอิพี่กัมจง (อ้าวววว)
    จบแล้วค่าาาา ถึงตอนปัจจุบันนน เหนื่อยไหมที่ต้องทนอ่านของหนู T^T
     
    #จะมีชินxจีเฮไหมเพคะท่านพี่นิ่มมมม 
    มาต่อไวๆนะคะ Love U~
    ถึงหนูจะไม่ได้ติดตามบ่อยๆแต่รับรองอ่านทุกตอนแน่ๆนะคะ
    ...รวมเล่ม...บอกหนูได้ไหม...
    ช่วงนี้ต้องสอบโควต้า ยังจะ Gat Pat การเล่นคอมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย TOT
    รออัพต่อนะคะ 11 ราตรีด้วย ^O^
     
    #126
    0
  13. #116 miikii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 07:37
    เป็นคู่รักที่มีควาทเสี่ยงจริงๆ ต้นเหตุเป็นเพราะชอฮาเรยจริงๆปากแข็ง และชอบพูดจาทำร้ายจิตใจ เป็นใครก็ต้องเข้าใจเหมือนเซจาบิน

    หน่วงมากตอนนี้ ฟินแบบไม่สุด เป็นจูฟที่เหมือนจะหวานแต่เหมือนน้ำผึ้งขมซะนี่

    เซจาบินก็นะคงเก็บกดอัดอั้นมานาน พอไม่สบายก็เรยปล่อยออกมาหมด

    แต่ยอมกับความดื้อความรั้นและความอ่อนเดียงสาแบบที่องค์ชายว่าจริงๆ

    เพราะพี่ชานยอลอ่อนโยนและเข้าใจนางพูดกับนางด้วยความอ่อนหวาน

    แต่เพราะเซจาบินแค่ต้องการมันจากว่าที่สามมีที่ไม่ค่อยจะหวานเรย

    อยากให้ชอฮาก่าเซจาบินปรับความเข้าใจและหวานๆกันจัง รีดอยากอุ้มหลานเต็มแก่5555
    #116
    0
  14. #115 whoever (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 00:13
    ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี มันหวานปนเศร้าป่ะ เซจาบินคงเจ็บปวดกับสถานะตัวเองในความคิดของตนน่าดู ซอฮาก็ไม่ชัดเจน เฮ้อออออ มันบีบใจคนอ่านนะเนี่ย 55555555555555

    #115
    0
  15. #114 Renoir92 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 22:54
    เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วว แงๆ โทษองค์ชายเลย ปากแข็งอยู่ได้ ชอบเหน็บเซจาบิน
    เป็นไงนางน้อยใจจนเก็บไปคิดมาก แล้วก็ไม่เข้าใจกันซักทีแบบนี้ ฮือๆ
    สงสารเซจาบิน องค์ชายไม่ถามอะไรเลย ใส่อย่างเดียว เดี๋ยวไม่ยกให้ละนะ ! ให้ไปหาพี่ชานยอลเลอ ..
    ไม่ชอบที่องค์ชายเอาแต่พูดว่าทุกอย่างมันคือหน้าที่ สมควรแล้วที่เซจาบินจะทำตัวดื้อใส่แบบนี้
    พอป่วยแล้วยิ่งดื้อกว่าเดิมอย่างที่องค์ชายคิดเลย..
    ในที่สุดก็จูบกันนนนนนน แต่เป็นจูบที่ฟินไม่สุด มันหน่วงอะะะะะ
    เพราะยังรู้สึกว่าแพคฮยอนยังฝังใจกับความทรงจำครั้งนั้นอยู่ เจ็บแทนเซจาบิน ฮืออออออ 
    ทำไมรู้สึกยิ่งอ่านยิ่งเม้นสั้นลงไม่รู้ อยากเม้นให้ยาวกว่านี้แต่คิดอะไรไม่ออกเลย ฮืออออ พาร์ทนี้สงสารแพคฮยอนมากๆ
    ขอหนีไปร้องไห้ก่อนนะคะ u.u
    #114
    0
  16. #113 geejajaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 22:45
    เฮ้อออ เรื่องระหว่างไคแบคต้องค่อยเป็นค่อยไปอ่ะนะ

    ต้องแบบว่าจับไคแบคเปิดใจ (แต่สงสารชาน)
    ถ้าไคแบคเปิดใจกันใหม่ คงจะดี

    น้องแบค ตอนนี้อย่าดื้อเลย รักษาสุขภาพก่อนนะ
    #113
    0
  17. #112 ShawolBB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 21:50
    เซจา บิน...................................................................................... (มีจุดมากมายแทนคำพูดและความรู้สึก)
    เหมือนเรื่องก่อนๆเกิดจากการเข้าใจผิดแล้วก็ยังเข้าใจผิดมาตลอด บวกกับอีกคนหนึ่งที่แข็งกระด้าง
    อ่อนอยู่ข้างในแต่ทำอ่อนข้างนอกบ้างได้ไหมมมมมมมมมชอฮาเอ๋ย! อ่านแล้วสงสารแพคฮยอนมาก นาทีนั้นอยากตบตีชอฮา
    อ่านตอนนั้นแล้วอยากจับฟาดบันไดหิน ฟังหน่อยไม่ได้ไง๊!!! แล้วหลังจากนั้นก็เลยคิดมาตลอด
    ฝังอยู่ในใจมาตลอดคำพูดนั้นของจงอิน โฮยยยยย อิกั้มอิคนน่าสงสาร พ่อเมือง พ่อคนคนดีศรีโชซอน ;A;
    แล้วคนดื้อที่รักในศักดิ์ศรีมีหรือจะยอม รู้ตัวว่าป่วยก็ยังดื้อ อีกคนนี่ห่วงก็บอกว่าห่วงจะได้มั้ย อะไรมันติดปากคะคุณ
    อะไรมันหนีบปากแกกกกกกกกกกก ฉันจะเอาออกให้ บอกว่าข้าเป็นห่วงเจ้าแค่นี้เค้าก็อาจจะหยุดดื้อปะชอฮา
    เก่งรบก็เก่งรักด้วยเถอะพ่อ คนอ่านนี่หน่วงมาก ลุ้นจริงจังว่าเมื่อไหร่จะแสดงออกต่อกันโบ้มๆ ฮ่วย!
    แล้วตอนนี้เป็นตอนที่อ่านแล้วอยากขว้างปาข้าวของมาก จะบิดหมอนให้พัง จูบอย่างฮาร์ดคอร์
    คนดำเวลาดุแล้วน่ากลัวเช่นนี้...เอย (เจ้ยชอบจัง!) แล้วจากนั้นเค้าก็อ่อนโยนเป็น ฮรืออออออออ ปริ่มจัง ปริ่มมากจูบแล้ว
    จากนี้ไปคงคิดถึงสัมผัสนี้เรื่อยๆสิเซจาบิน จงหวั่นไหว จงหวั่นใจ จงใจอ่อน จงหวีทหวานแหววมาเรื่อยๆ
    ที่บอกว่า 'อย่าเรียกชื่อนั้น เจ้าไม่มีสิทธิเรียกหาผู้อื่น นอกจากข้า' ประกาศตัวอย่างพระเอก(เออ ก็มันพระเอกนี่หว่า)
    จริงๆบอกออกมาจากใจสินะ บอกว่าเป็นของของเรา เธอเป็นของเรา เจ้าของหัวใจเรา ไม่ใช่เพราะหน้าทีพระชายา
    บอกขยายความอีกนิดนะจงอินเพื่อความกระจ่าง จะได้ไม่กำกวม จะได้แฮปปี้ทูเก็ทเตอร์ โว้ยยยยยยยย!!!
    แล้วนี่ก็แอบเดาเองอีกแล้ว ว่าจะมีใครเห็นไหม เรียกแค่พี่ชา.. ไม่ใช่พี่ชานยอล ชานยอลคงไม่มาหรอกเนอะ เอ๊ะ หรือว่าจะแวะมา
    พี่ชาคือใครในโชซอน? เค้าเรียกพี่ชาไม่ใช่พี่ชานยอล ไม่ต้องมานะ เดี๋ยวเจ็บตา โอ้ย เจ็บใจ (โอ้ยตาย! นี่เวิ่นเว้อจังอะ เม้นอะไรไม่รู้ มือไปเอง ฟีลมา อินไป!)
    จากนี้ไปจะเป็นอย่างไรรอตอนต่อไป เฮฮฮฮฮฮ คิดเล่นๆถ้าชอฮาไม่มีชินคอยแนะนี่จะเป็นยังไง คงเป็นหิน คงเป็นใครก็ไม่รู้ที่แพคฮยอนอาจไม่แลเลย ขอขอบพระคุณท่านชินมา ณ ที่นี้

    เรารู้หรอกพี่ท่านเป็นประธานแฟนคลับเซจาบินกับชอฮา แอบตั้งเพจคัพเพิ้ลกันลับๆกับฮวางซังกุง ฮิ! 
    #112
    0