[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 11 : *** ตอนที่ ๖ ท้าประลอง {๒} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ม.ค. 57

 

บทที่ ๖ ท้าประลอง {}

 

เจ้าของวรกายสูงใหญ่ ผึ่งผายลดคันธนูลงพลางหันกลับมามองเป้าฟางที่อยู่ห่างออกไปด้วยพระหทัยที่วูบโหวง... แม้พระพักตร์เรียบเฉยยังคงมีรอยแย้มโอษฐ์ประดับอยู่หากหัตถ์แกร่งที่ซ่อนอยู่ใต้ฉลองพระองค์กลับกำคันธนูจนสั่นสะท้านพระทนต์ขบแน่น...ดำริคร่ำครวญอยู่ภายในพระทัย  ด้วยจะทรงร่ำไห้ให้กับชะตากรรมอันแสนเลวร้ายนี้

            ฟ้า คงไม่โปรดพระองค์นัก... จึงได้ยื้อแย่งทุกสิ่งที่พระองค์เคยเป็นเจ้าของ  นำไปให้องค์ชายที่แสนโชคดีพระองค์นั้น

            หัตถ์บอบบาง... วรกายเพรียวผอมหรือแม้แต่...ความเชื่อใจนั้น  ก็ถูกแย่งไปอย่างไม่มีหนทางขวางกั้น

          แพคฮยอน  ...จะยังจำได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้...มีใครเคยกล่าวไว้เช่นนั้น

....ไม่ต่างกัน

          ไออุ่นของผู้เป็นพระสวามีจะครอบงำความทรงจำของเจ้าไปจนหมดหรือไม่

 

“ไม่ต้องห่วง....พี่จะอยู่ข้าง ๆ เจ้า  เชื่อใจพี่”

“ถ้าไม่เชื่อท่านพี่...ข้าจะเชื่อใครได้ล่ะ”

 

          ฤๅลบเลือน... หมดสิ้น

 

 

 

 

“สำเร็จแล้ว”

            คนที่หลับพระเนตรแน่นเมื่อครู่ลืมขึ้นมองรอบ ๆ ด้วยพักตร์ดีอกดีใจ  จนองค์ชายรัชทายาททรงแอบแย้มพระโอษฐ์บางกับพระองค์เอง... แต่เพราะกลัวว่าคนที่ขึ้นสายธนูยังไม่ได้จะหลงคิดไปว่าเก่งจึงรีบตรัสขึ้นมาขัดว่า

“ไหนว่ายิงได้ไง... นี่ถ้าข้าไม่ช่วยสงสัยขายหน้าทหารกันหมดแน่”

พระพักตร์ที่คลี่แย้มเมื่อครู่หุบลงทันทีเพราะกระแสรับสั่งนั้น พระโอษฐ์สีกุหลาบสั่นระริก  ขณะเดียวกับที่พระศอตั้งตรง เนตรงามเครียดขึงพระพักตร์เชิดขึ้นขณะมองไปยังบุรุษที่สามารถสร้างความเชื่อมั่น และทำลายทุกสิ่งเหล่านั้นลงภายในระยะเวลาชั่วลัดนิ้วมือ

“ทรงดูแคลนหม่อมฉันมากนะเพคะ”

“แพคฮยอน”

“ได้เพคะ ...ถ้างั้น... ทรงม้าตอนบ่ายนี้ หม่อมฉันจะทำให้ทอดพระเนตรว่า หม่อมฉันไม่แพ้ใครเช่นกัน”

“นี่เจ้ายังกล้าเหรอ”

“เพคะ... จะได้พิสูจน์ไงเพคะ ว่าหม่อมฉันไม่ได้แค่พูดเฉย ๆ  แต่หม่อมฉันมีความสามารถ  แล้วก็ไม่ได้แพ้ง่าย ๆ เหมือนที่พระองค์ดำริหยามอยู่ในพระทัย”

“แพคฮยอน...เจ้านี่....”พระพักตร์คมคายบิดเบี้ยว สุรเสียงติดขัด  ไม่กล้ารับสั่งใด ๆ ต่อ...ดวงพักตร์นวลบัดนี้ช่างเหมือนแก้วที่กำลังเปราะ พร้อมจะร้าวเป็นเสี่ยง ๆ หากมีแรงกระทบเพียงนิด

            นางอาจไม่รู้เลยด้วยซ้ำ....ว่าเนตรคู่นั้นกำลังแดงก่ำ  พร้อมจะทลายสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นให้ไหลบ่าออกมาได้ตลอดเวลา        

“หากไม่ปฏิเสธ แสดงว่าทรงอนุญาต ...บ่ายนี้หม่อมฉันจะทำให้ทอดพระเนตรว่าหม่อมฉันทำได้”

“องค์หญิง”  ฮวางซังกุงและจีเฮพยายามกราบทูล  หากพระทัยที่คุกรุ่นด้วยความกริ้วโกรธกลับไม่รับฟังสิ่งใด

“ฮวางซังกุง ไปเตรียมชุดแข่งม้ามา  เราจะแข่งม้าตอนบ่ายกับองค์ชายรัชทายาท!

“ก็ได้....ก็ได้”รับสั่งอย่างจำพระทัย  เพียงเพื่อต้องการยุติบทสนทนาที่แสนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ 

“ไปเตรียมตัวซะ อีกสองชั่วยามข้าจะรออยู่ที่คอก”

“ทูลลาเพคะ”

            วรกายเล็กบางถวายคำนับเร็ว ก่อนหมุนกลับไปยังทางเดิมที่มาในฉับพลัน  ขบวนเสด็จขององค์หญิงพระชายาเคลื่อนลิ่วไปรวดเร็วจนฝ่ายผู้เฝ้ามองทำได้เพียงถอนพระทัย

“ข้าผิดอีกแล้วใช่ไหมชิน...” ทรงกระซิบเบา โดยไม่ต้องหันไปมองด้วยซ้ำว่าราชองครักษ์คู่พระทัยจะอยู่เคียงข้างหรือไม่เพราะเสียงตอบรับแกมขบขันอย่างรู้ทันนั้นตอบกลับมาทันที

“ทรงรู้แก่พระทัยดี ไม่จำเป็นต้องถามกระหม่อม”

“นี่ข้าเป็นห่วงนะ เห็นหน้าก็ซีดขนาดนั้น อยากให้กลับตำหนักจะแย่ยังมาปากเก่งอีก”รับสั่งพร้อมเบี่ยงพระองค์มายังองครักษ์หนุ่ม และอธิบาย  หากยังไม่วายลงท้ายด้วยการค่อนขอด

“หากตรัสเช่นนี้กับพระชายาไป  คงไม่เสด็จกลับไปทั้งที่กริ้วขนาดนั้น”

“พอ... หยุดเลย... บ่ายนี้ฝากเจ้าเตรียมม้าให้พระชายาด้วยแล้วกัน”

“จะให้ทรงป๋ายหรือไค กระหม่อม... ”ชินเสนอตัวเลือกให้อย่างรู้พระทัย

“เอาตัวที่พยศที่สุดให้นาง จะได้รู้ว่าบนโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตที่ดื้อขนาดนี้อยู่ด้วย”   

            ราชองครักษ์หนุ่มกลั้นหัวเราะ... แล้วกล่าวโดยไม่เกรงกลัวพระอาญาเลยแม้แต่น้อย

            “จะมีอะไรที่พยศได้มากกว่าพระชายาอีกหรือกระหม่อม”

            คำตอบนั้นแทบจะทำให้ผู้ที่เพิ่งทำให้คนอื่นกริ้ว   เกิดกริ้วหนักขึ้นอีก  

“ไปแข่งธนูซะ ข้าไม่อยากคุยกับเจ้าแล้ว” สุรเสียงเคร่งขรึมมีพระบัญชาหนักแน่น    หัตถ์แกร่งส่งธนูคันใหญ่ไปให้คนที่ยิ้มไม่หุบด้วยพระเนตรขวางแล้วเสด็จกระแทกส้นพระบาทลงปะรำพิธีไปด้วยพระอารมณ์ฉุนเฉียวไม่แพ้พระชายาของพระองค์เอง

“ถ้าขืนแพ้ขึ้นมาข้าจะให้เจ้าล้างคอกม้าทั้งเดือน!!

 

ชินส่ายหน้ากับพระอารมณ์ของเจ้าเหนือหัวของตน บางคราวเขาก็ไม่เข้าใจพระองค์นัก  องค์ชายจงอินหาใช่หนุ่มน้อยไร้ประสบการณ์และไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตนต่อสตรีเพศ แต่กับพระชายาของพระองค์เองกลับไม่เคยที่จะห้ามพระทัยที่จะประชดประชันได้เลยไม่แปลกสักนิดที่องค์หญิงพระชายาจะกริ้วถึงเพียงนั้น

“ทรงวิวาทกันเช่นนี้บ่อยหรือ”สุรเสียงนุ่มนวลของผู้ดำรงตำแหน่งพระเชษฐาขององค์รัชทายาทตรัสขึ้นคล้ายสนพระทัยกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หากไม่มีวี่แววของการกระหายอยากได้คำตอบจนเดาออกว่าต้องการอะไรจากการถามคำถามนั้น

“ค่อนข้างบ่อยกระหม่อม...” ชินค้อมศีรษะก่อนตอบ“ในความคิดของข้าน้อยผู้ต่ำต้อย  น่าจะเป็นปกติธรรมดาของคู่สมรสวัยหนุ่มสาวกระหม่อม”

พระพักตร์ขาว คลี่รอยแย้มพระสรวลสดใส หากสายพระเนตรที่จ้องมองมาที่เขากลับแฝงเร้นด้วยอะไรบางอย่างที่เขาไม่อาจเข้าใจได้

“คู่สมรสวัยหนุ่มสาว....งั้นหรือ” ตรัสทวนคำ

“กระหม่อม...”ชินตอบรับง่าย ๆ สมองพยายามประมวลคำตอบไว้สำหรับคำถามต่อไปที่อาจจะมีขึ้น หากกระแสรับสั่งต่อมากลับทำให้เขาตกใจไม่น้อย

“ข้าชักอยากแข่งธนูกับเจ้าซะแล้วสิ... ชิน”

|

 

            ฮวางซังกุงยืนก้มหน้ากระสับกระส่ายหลังจากได้รับพระบัญชาที่ตรัสด้วยสุรเสียงไม่พอพระทัยนักจากองค์หญิงพระชายาขบวนเสด็จกลับพระตำหนักมูกุงฮวาเพื่อให้องค์หญิงทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ทรงม้าและเสด็จกลับมาลานประลองด้วยความรวดเร็วจนนางผู้รับใช้ทั้งขบวนตามแทบไม่ทัน พระหทัยรุนแรงราวพายุทำให้พระอภิบาลไม่กล้ากราบทูลใด ๆ พระพักตร์ซับสีแดงจัดสลับขาวซีดเป็นสัญญาณบอกว่าคงยังไม่หายจากการกริ้วหากทูลสิ่งใดไม่ถูกพระโสตพระกรรณไป อาจจะเกิดกรณี ตำหนักแตก ได้

“เจ้าขี่ม้าเป็นไหมจีเฮ”พระอภิบาลกระซิบถามนางวังที่ยืนอยู่แถวหน้าและกำลังก้มหน้างุดอยู่เช่นเดียวกัน  หากนางกลับส่ายหน้าเบา สีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย และปฏิเสธ

“ไม่เป็นค่ะ ท่านซังกุง”

ฮวางซังกุงถอนหายใจยาว ระหว่างมองวรกายผอมเพรียวที่กำลังทรงสำรวจคอกม้าทรงอย่างสนพระทัย พระเนตรจับจ้องที่ม้ารูปร่างปราดเปรียวทีละตัว กล้ามเนื้อสมบูรณ์แข็งแรง และขนเป็นมันวาวบอกว่าทุกตัวล้วนได้รับการดูแลเป็นอย่างดีม้าทุกตัวมีลักษณะดี สมแล้วที่เป็นม้าของพระราชา

            “ตายล่ะ...ข้าอยากตายจริง ๆ ...จะทำยังไงดี  ทำไมถึงไม่ทรงเชื่อเลยนะ องค์หญิง” พระอภิบาลบ่นกับนางวังคนสนิทด้วยความร้อนใจ

            “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะท่านซังกุง ชอฮาคงไม่ทิ้งให้องค์หญิงทรงมีอันตราย ท่านราชองครักษ์ก็อยู่ด้วย ไม่ต้องห่วง”น้ำเสียงอ่อนหวานของจีเฮบอกแก่ซังกุงติดตาม      

            “เจ้าแน่ใจได้อย่างไร...”

            “ข้ารู้จักท่านชินดี...ท่านราชองครักษ์ไม่มีวันปล่อยให้องค์หญิงเป็นอันตรายแน่ท่านซังกุง”

            นางยืนยันเสียงหนักแน่น  ขณะกระหวัดถึงชายหนุ่มที่กล่าวถึงด้วยรอยยิ้ม

            เมื่อครู่  จีเฮแอบหลบไปหลังคอกม้าใหญ่ ซึ่งเป็นม้าหลวงที่อยู่ในส่วนรับผิดชอบของเหล่าเนกึมวี ทุกตัวจึงถูกดูแลเป็นอย่างดี พร้อมสำหรับการใช้งานได้ทุกเมื่อ นางวังวัยแรกรุ่นกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อค้นหาบุคคลที่ต้องการ กระทั่งพบกับร่างสูงใหญ่ แข็งแรงปราดเปรียวกำลังส่งหญ้าให้กับม้าพ่วงพีสองตัวอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่ไม่ไกล  จึงรีบสาวเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

            แม้ว่านางจะพยายามลดเสียงฝีเท้าลง  กระนั้น บุรุษผู้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์ประจำพระองค์ก็ หูไว ตาไวอยู่ไม่น้อย  ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มเงยขึ้นพร้อมตั้งท่าระวังตัวไม่ต่างจากที่เคย ก่อนที่รอยยิ้มจะผุดขึ้นบนใบหน้าสีคร้ามแดดในเวลาต่อมา

            “จีเฮ...”

“ท่านราชองครักษ์ถูกขับไล่มาเป็นคนให้อาหารม้าเสียแล้วหรือ”นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส ดวงหน้าขาวแม้จะไร้การแต่งเติมจากเครื่องสำอางใด ๆ หากความงดงามกลับยิ่งเพิ่มทวีขึ้นทุก ๆ ครั้งที่เขาได้พบ      

            “เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่าองครักษ์ขององค์ชายจงอินทำได้ทุกอย่าง”

            ชินตอบหญิงสาวที่โตมาพร้อม ๆ กันและหัวเราะเบาแม้จะไม่ได้สนิทสนมใกล้ชิดกันเหมือนเคยหลังจากเข้ามาทำหน้าที่ภายในพระราชวัง  แต่เพราะความผูกพันที่มีมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทำให้เขาและจีเฮไม่เคยรู้สึกเหินห่างโชคดีที่จีเฮได้เข้ามาเป็นนางวังรับใช้ใกล้ชิดขององค์หญิงรัชทายาท จึงยังได้มีโอกาสพบปะกับสหายในวัยเด็กอย่างเขาบ้างโดยไม่ถือว่ามีความผิดเพราะไม่อย่างนั้นแล้ว... นางอาจได้รับพระอาญาเพราะนางวังทุกคนในพระราชวังถือว่าเป็นสตรีของพระราชา  การพบปะพูดคุยกับบุรุษอื่นอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด หรือสุ่มเสี่ยงกับการถูกใส่ร้ายได้

“ม้าสองตัวนี้หรือ ที่องค์หญิงจะทรงใช้แข่ง”

“ใช่... ”ชินมองม้าทั้งสองตัวสลับกัน ก่อนเลิกคิ้วด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือ”

“ข้าห่วงองค์หญิง...เกรงว่าจะเกิดอันตรายตอนนี้พระองค์ต้องรักษาพระวรกายให้สมบูรณ์”  นางสารภาพ

“ข้าก็เลยจะฝากเจ้าช่วยดูแลองค์หญิงด้วย”

            “หน้าที่ของข้าคือราชองครักษ์ประจำองค์ชายรัชทายาท  คนที่ข้าต้องดูแลคือองค์ชาย”

            “เจ้านี่!...”หญิงสาวหน้าเง้ากับคำตอบของอีกฝ่าย “หรือจะให้ข้าขี่ม้าตาม”

            “เจ้าขี่ม้าเป็นซะที่ไหนล่ะจีเฮ” ชินหัวเราะ ก่อนเอ่ยอย่างรู้ทัน “ข้ามีหน้าที่ขี่ตามองค์หญิงพระชายาอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องห่วง... องค์ชาย...ทรงห่วงพระชายาของพระองค์ไม่น้อยเลย”

            “งั้นหรือ....” นางยิ้มรับ ทว่าแววตากลับหม่นลงเล็กน้อย  “ข้ามีเรื่องแค่นี้แหละ”

           

 

|

 

            เหล่าเนกึมวีผู้จงรักภักดียืนก้มหน้านิ่งโดยพร้อมเพรียงหลังได้ยินสุรเสียงขุ่นตะโกนลั่นหน้าคอกม้าหลวงหากแทบทุกคนกลับพยายามซ่อนสีหน้าสนุกสนานเอาไว้ไม่น้อย ... เป็นเรื่องปกติที่พระองค์มักจะมีเรื่องต้องปะทะฝีพระโอษฐ์กับพระชายาอยู่เนืองนิตย์ตามสถานที่ต่าง ๆ ในพระราชวัง...เรียกได้ว่าแทบทุกฝ่ายในวังหลวงล้วนแล้วแต่ต้องเคยได้ยินและได้เห็นด้วยกันทั้งสิ้น  หากไม่เคยมีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง จะมีก็แต่เหตุการณ์ที่องค์หญิงพระชายาเสด็จตกจากบันไดหินและมีพระประชวรหนักก่อนองค์ชายจงอินต้องเสด็จไปชายแดนไม่กี่วันเท่านั้น ที่ดูจะหนักหนาจนอาจสร้างความแตกหักให้กับทั้งสองพระองค์ได้อย่างรุนแรง 

            หลังจากนั้นมา... วังหลวงก็เงียบเหงาลงไปมาก  คล้ายกับขาดอะไรบางอย่างให้แอบอมยิ้มและเก็บเอามาเป็นหัวข้อสนทนาเหมือนเช่นที่เคย 

            “อย่าบอกนะว่าเจ้าจะเลือกเอง!!!

            “ไม่ได้หรือเพคะ...”ผู้เป็นเจ้าของดวงพักตร์หวานละมุนถวายคำตอบให้กับพระคำถามนั้น

“ไหนพระองค์ตรัสว่าจะให้หม่อมฉันแข่งม้าด้วย  ถ้าผู้อื่นเลือกให้ แล้วได้ม้าไม่ดี....หม่อมฉันอาจแพ้การแข่งขันได้เพคะ”แม้พระวรกายจะเล็กกว่า หากพระศอที่ตั้งตรงนั้นคล้ายจะยืดให้สูงเพื่อต่อกร กับอีกพระองค์ให้ได้

            “เจ้ากำลังกล่าวหาว่าข้าจะแกล้งเลือกม้าไม่ดีให้เจ้าใช่ไหม”

            “หม่อมฉันไม่เคยแม้แต่จะคิด...แต่หากพระองค์จะดำริเช่นนั้น...หม่อมฉันก็ไม่อาจขัดแย้งได้เพคะ”  ทูลตอบพร้อมพระเนตรเรียวเล็กที่ขุ่นเขียว ก่อนที่พระพักตร์ผ่องจะเบือนไปยังบริเวณหน้าคอกหลวงที่ราชองครักษ์หนุ่มกำลังก้าวตรงมา  เบื้องหลังมีทหารสองนายจูงม้าพ่วงพีรูปร่างปราดเปรียว ลักษณะสมบูรณ์ตรงตามตำราหลวงทุกประการจำนวนสองตัว

            ชินโค้งบังคมเล็กน้อย และยืดตัวตรงพร้อมยิ้มบางให้กับพระสุรเสียงดุดันขององค์ชายรัชทายาทผู้ที่มักควบคุมพระทัยไม่ได้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้กับพระชายาของพระองค์เอง

            “มาพอดี...ชินเจ้าเลือกม้าให้พระชายาหน่อยซิ  เอาตัวที่ดีที่สุดในโชซอนนะ  จะได้ไม่บ่นว่าข้าหาเรื่องแกล้งเลือกม้าไม่ดีให้แข่ง”

            “หม่อมฉันบ่นตอนไหนเหรอเพคะชอฮา”ตรัสแก้ด้วยพระโอษฐ์คว่ำ พักตร์ย่นยู่...บูดบึ้ง

            “ทุกตอนนั่นแหละ” ทรงบ่นงึมงำกับพระองค์เองในพระศอด้วยเกรงว่าหากตรัสดังพอให้เจ้าของวรกายเล็กบางสดับด้วย จะเป็นการโหมลมให้กองไฟลุกโหมเสียมากกว่า                                                               

            ราชองครักษ์หนุ่มเบี่ยงกายและผายมือไปที่ม้ารูปร่างสูงใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง เขาเปล่งเสียงดังก้องหนักแน่นเมื่อแนะนำม้าทรงที่ใส่บังเหียนพร้อมสำหรับการแข่งขันในวันนี้ให้กับเจ้าเหนือหัวทั้งสองพระองค์

            “กระหม่อมนำมาถวายแล้ว... ทรงเลือกได้กระหม่อม  ขาวนวลคือป๋าย  ส่วนสีนิลคือไค ทั้งสองได้มาจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ดีที่สุดของกรมทหารม้าเป็นม้าที่ดีที่สุดในคอกหลวง  รับรองว่าไม่มีม้าอื่นใดในแผ่นดินจะเทียบเท่าได้”

            พระพักตร์ของพระชายาสดใสขึ้นเมื่อได้มองม้าทั้งคู่เต็มตา  ทรงละความสนพระทัยจากพระคู่วิวาทและเคลื่อนพระบาทไปใกล้สัตว์ทรงทั้งสองด้วยสายพระเนตรทึ่งจัด

            “ป๋าย ไค  ชื่อเพราะจริงสองตัวนี้คล้ายกันจริงนะท่านชิน  เป็นพี่น้องกันหรือ?

            ชินอมยิ้มให้กับคำถาม   เขาส่ายหน้าและถวายคำตอบเสียงดัง 

            “เป็นคู่หมายกันกระหม่อม”

            “คู่หมาย ? สองตัวนี้กำลังจะแต่งงานกันหรือ” ทรงผินพระพักตร์มาเพื่อให้เขายืนยันคำตอบ“ลักษณะดีอย่างนี้ลูกคงออกมาดีมากแน่ ๆ ”

            “กระหม่อมเองก็คาดว่าจะเป็นเช่นนั้น  แต่ช่วงนี้  ไคเอง...ก็ออกจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย”

            “ทำไมล่ะ...”

            “ไคกำลังรอให้ป๋ายพร้อม กระหม่อม...แต่คงอีกไม่นานนี้”

            “ฮึ่ม!!”ชินยิ้มกว้างขึ้นอีกเมื่ออีกพระองค์ทรงกระแอมเสียงดังลั่น ด้วยทรงรู้เท่าทันว่าเขากำลังกล่าวพาดพิงไปถึงเรื่องใด  หากเขาเองก็รู้เช่นกันว่าพระองค์คงไม่ตรัสขึ้นมาให้พระชายาข้องพระทัยสงสัยเป็นแน่

“ทรงโปรดตัวไหนมากกว่ากันหรือกระหม่อม”

            คำถามนั้นเรียกรอยแย้มพระสรวลหวานล้ำ  เนตรเรียวสดใสจับจ้องขนสีขาวนวลอย่างหลงใหล   ก่อนจะทรงเสด็จเข้าไปใกล้และตรัสถามขึ้น

            “ข้าแตะได้ไหม”

            “ได้กระหม่อม... ทหาร” ชินกระตุ้นเตือนให้ทหารม้าพา ป๋าย เข้ามาใกล้ และกระตุกส่วนหัวของมันลงมาในระดับที่พระกรบอบบางจะทรงเอื้อมถึง

            “ป๋ายรึ...ข้าชอบเจ้า  แต่... ไคก็น่าเสียดาย” ตรัสคล้ายลำบากพระทัยไม่น้อยที่ต้องเลือกแม้ว่ารูปลักษณ์ของป๋ายจะสะดุดพระเนตรตั้งแต่แรกเห็น  หากความสง่างาม และกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งของไคก็ดูเหมาะกับการแข่งขันมากกว่า

            ขณะที่กำลังเลือกไม่ได้นั้น... ผู้มีอิทธิพลกับการตัดสินพระทัยก็ได้ดำรัสขึ้นดัง  ด้วยสุรเสียงที่เข้ามากวนตะกอนขุ่น ๆ ในพระหทัย

            “ป๋ายเป็นม้าเพศเมียก็จริง  แต่แรงมากกว่าไคมากนัก เจ้าคุมไม่อยู่หรอก”

            “ตรัสเช่นนี้ ...หมายความว่าหม่อมฉันไม่มีความสามารถหรือเพคะ!!”ทูลถามกลับ

            “ป๋ายเป็นม้าทหาร   คุ้นเคยกับการฝึกแบบทหาร  สตรีตัวเล็ก ๆ จะคุมได้อย่างไร  คิดบ้างสิ”

            “หม่อมฉันก็ฝึกม้ามาแบบทหาร... สหายของท่านพ่อก็เป็นอดีตนายทหาร ม้าที่เคยฝึกก็เป็นแบบทหาร เหตุใดพระองค์จึงคิดว่าหม่อมฉันจะไม่สามารถควบคุมป๋ายได้!!!

            ทรงยกเหตุผลมาอ้าง... พระพักตร์ขาวซับสีเลือดจนเข้มขึ้นเพราะความกริ้วโกรธที่ทวีขึ้นทุกขณะ พระโสตอื้ออึงแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากพระสุรเสียงหยามแกมเยาะ

          “เพราะดื้ออย่างนี้ไงเล่า! ม้าก็ดื้อ คนก็ดื้อ... ดื้อแบบนี้เดี๋ยวได้เจ็บตัวกันเปล่า ๆ สงสารแพทย์หลวงบ้างเถอะ เซ...จา..บิน”

           

 

|

 

 

            “ม้าก็ดื้อ...คนก็ดื้อ  เดี๋ยวคอยดู”

ชินได้ยินกระแสรับสั่งดังลั่น จึงหันไปหาผู้ที่ประทับอยู่บนหลัง ไค ด้วยพระอิริยาบทอันผ่อนคลาย  พระโอษฐ์ไม่มีรอยแย้มพระสรวล หากพระเนตรกลับพราวระยับราวกับสมพระทัยกับภาพที่วรองค์เล็กบางค่อย ๆ ขึ้นไปประทับบนบังเหียนม้าตัวใหญ่ที่อยู่บริเวณจุดเริ่มต้นการแข่งขัน  ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของเหล่านางในพระตำหนักที่เฝ้าอ้อนวอนขอให้เสด็จลงมา โดยเฉพาะฮวางซังกุงที่แทบจะขอตามเสด็จไปบนหลังม้าด้วยความเป็นห่วง

“ทรงทราบหรือไม่ว่า การที่เจ้านายสองพระองค์เสด็จเข้าร่วมการแข่งขันด้วยทำให้กำลังใจเหล่าเนกึมวีฮึกเหิมแค่ไหนตอนนี้ทหารแทบทุกนายอยากจะคว้าธงชัยมาถวายพระองค์หญิง”

“สรุปตอนนี้ คนที่อยู่ข้างข้าก็มีแค่เจ้าสินะ”

“เกล้ากระหม่อมก็ต้องทำตามหน้าที่ ...”  ชินกราบทูลหน้าตาเฉย จนผู้มีศักดิ์เป็นเจ้าเหนือหัวแสดงพระพักตร์ที่บ่งบอกว่าแทบจะสั่งเนรเทศกลับชายแดนอีกครา ถ้าไม่ติดว่าไม่มีใครเป็นสหายใกล้ชิด และรู้พระทัยพระองค์มากเท่าเขาแล้วในแผ่นดินนี้

“ก็นางเป็นขวัญใจทหารมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นา”

ตรัสพร้อมพระสรวลเบาการแข่งขันขี่ม้าครั้งนี้เป็นการแข่งขี่ม้าแบบทหารแท้  ผู้เข้าแข่งขันต้องควบม้าผ่านเส้นทางวิบาก อาทิข้ามต้นไม้ที่ขวางทาง ผ่านช่องทางคับแคบ หรือขวากหนาม ไปจนถึงจุดที่กำหนดและคว้าธงชัยกลับมายังจุดเริ่มต้นให้ได้ ธงชัยมีทั้งหมดสามผืน ผู้เข้าแข่งขันที่เข้าถึงเส้นชัยสามอันดับแรกจะได้รับพระราชทานรางวัลจากพระราชามยองอินเป็นการส่วนพระองค์แต่เขาเริ่มได้ยินทหารหลายนายแล้วที่มุ่งมั่นจะนำธงชัยมาถวายให้กับพระชายาของพระองค์แทนที่จะต้องการของรางวัลพระราชทาน  ด้วยนางประกาศคำท้าประลองต่อหน้ากองกำลังเนกึมวีในความควบคุมขององค์ชายรัชทายาทว่าจะเป็นฝ่ายเอาชนะให้ได้เนกึมวีแต่ละนายจึงพร้อมกันสมัครใจ เข้าข้าง องค์หญิงพระชายาแทนผู้บัญชาการทันใด

องค์รัชทายาทจงอินไม่ได้จริงจังอะไรกับคำประกาศนั้นมากนัก   เพราะทรงทราบดีว่า พระชายาของพระองค์ไม่หวังที่จะแข่งขันชิงตำแหน่งใด ๆ ...หากต้องการแค่แสดงให้พระองค์ทราบต่างหากว่า นางหาใช่สตรีอ่อนแอทั่วไป

ก็แค่ต้องการอวดเก่ง... ไม่ต่างจากวันแรกที่พบกัน

“สตรีที่ดื้อกับพระองค์แค่ผู้เดียว  กับป๋ายที่ดื้อกับทุกคนยกเว้นพระองค์ ก็เหมาะกันแล้วไม่ใช่หรือกระหม่อม”

“ม้าดื้อ...จัดการง่ายกว่าคนดื้อ ยิ่งคนดื้อแล้วเถียงคอเป็นเอ็นยิ่งจัดการยาก แต่โชคดีที่นางโกรธจนคิดไม่ทันว่าข้าแกล้งท้านางเพราะอะไร”

“หากพระนางทรงรู้เข้า คงจะกริ้วไม่น้อยที่พลาดให้กับพระองค์เข้าแล้ว”

องค์รัชทายาทจงอินยักพระอังสากับคำท้วงของผู้เป็นราชองครักษ์และสหายคู่พระทัยเนื่องด้วยทรงรู้จักชายาของตนดี

“ช่วยไม่ได้  ข้าก็มัวแต่กลัวว่านางจะหันไปเลือกไค เพราะไคดุเกินกำลังสตรี อันตรายนัก  อีกอย่างนางก็โกรธทุกคนที่เป็นห่วงนางนั่นแหละคนเก่ง... เก่งจนไม่ดูตัวเอง”

            “กระหม่อมจะคอยถวายความปลอดภัยให้กับพระชายาเอง”

            “ไม่ต้อง...ปีนี้เจ้าไปแข่งแทนข้าแล้วกัน”

            “กระหม่อมคิดว่าพระองค์กลัวแพ้ให้กับพระชายาเสียอีก” ชินกราบทูลด้วยสีหน้าจริงจัง... หากดวงตาพราวระยับบอกว่าเขารู้ทันพระองค์อีกตามเคย

            “เรื่องอะไร...ข้าจะปล่อยให้คนดื้ออยู่กับม้าดื้อตามลำพังเล่า”

            พระเนตรคมจับจ้องไปที่วรกายบอบบางที่ประทับหยัดตรงอยู่บนหลังม้าแถมเกร็งไปแทบทุกส่วน  หัตถ์ที่ใช้บังคับบังเหียนม้าก็ดูบอบบางจนไม่น่าจะปลอดภัยนัก

            ป๋ายเป็นม้าเฉื่อย... ไม่โลดโผน และไม่ชอบการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วนัก เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากพระองค์ผู้เดียวที่ป๋ายเชื่อฟัง   และสามารถบังคับให้ป๋ายกลายเป็นม้าแข่งได้

            นั่นคือเหตุผลที่ทรงตั้งพระทัยให้คนดื้อเลือกม้าขนขาวนวลสวย รูปลักษณ์งดงาม ไม่อันตรายมากกว่าม้าสีนิลแข็งแกร่งที่เป็นม้าทหารของแท้

            “แน่ใจหรือกระหม่อม”

          “นางเป็นชายาของข้า  ดังนั้นผู้ที่จะดูแลนาง ก็ควรจะเป็นข้าไม่ใช่หรือ”

           

           

|

 

 




 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #382 lavani (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 23:37
    (〇´∀`〇) 55555555 
    ชอบแฮะ เซจาบินแบบว่าดื้ออ่ะ ดื้อมาก
    แต่ก็มีชอฮามาคอยเป็นห่วงเนี่ยเเหละ -//- มันน่ารักตรงเน้ !! 
    #382
    0
  2. #351 uuika (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 22:58
    โอ๊ยยยยยยยย ประโยคสุดท้ายนี่จะให้ทนมั้ยเพคะ? ><

    แบคจะไม่เป็นไรขณะแข่งใช่มั้ย?
    #351
    0
  3. #293 oommyhippyty (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 15:32
    โง้ยยยยยยยยยยยยยยอ่านยาวในมือถือตั้งแต่ตอนสามเลยไม่ได้เม้นเลย

    บางตอนก็สั้นไป แต่เข้าใจว่าคงเป็นเนื้อเรื่องจะได้ตัดไปเป็นฉากๆได้ง่าย

    ตอนแรกไม่ได้คิดถึงเรื่ององค์ชายชานยอลเลย เดาไม่ถูก แต่เรียกคะแนนสงสารได้ท่วมท้นมากจริงๆ

    พระรองยังไงก็คือพระรองนะคะ 55555555555555555 โชคชะตาฟ้าลิขิตให้มาเป็นแบบนี้

    ไม่ใช่แค่ท่านพี่หรอกที่ถูกลิขิต ... ทั้งสองพระองค์ก็เหมือนกัน กริ๊ดดดดดดดดดด

    ตั้งแต่อ่านมาองค์หญิงลิงน้อยก็ยังเป็นลิงเหมือนเดิม นี่อย่าให้นางรู้นะ ไม่งั้นคงกริ้วเราพอๆกับที่กริ้วองค์ชายอยู่ตอนนี้เลย แงงงงงงงงงงง

    อ่านแล้วเพลินมากเลยอะ หยุดอ่านไม่ได้ ไม่ได้มาเม้นแบบรวดเดียว ไม่รู้จะเม้นยังไงดี TT

    แต่ตอนนี้น่ารักมากนะ ยิ่งตอนที่ยิงธนูเปิดเป็นพิธี จะกริ๊ดลั่นบ้านมาก องค์ชายบ้า ทำไมชอบทำให้เขินด้วยก็ไม่รู้

    ปากแข็งจริงจังนักนะ ชอบแต่ไปดุว่าองค์หญิง แต่พอนางดื้อก็จะคอยดูแลอยู่ไม่ห่างอยู่ดีนั่นแหละ โง้ยยยยยยยยยย

    มันต้องมีเรื่องอะไรป่วนๆอีกแน่เลยย อยู่ในวังมาตั้งนานใช่ว่าจะขี่ม้าบ่อยๆนี่นา สิ่งที่นางจะทำล้วนแต่เคยทำมาก่อนนู้นแล้วทั้งนั้น

    นี่ยิ่งป่วยอีก จะเป็นลมล้มกลางสนามให้องค์ชายต้องดุอีกมั้ยนะะ



    เริ่มจะชอบองค์รักษ์ชินอีกคนแล้วสิ พูดอะไรถูกใจคนอ่านไปซะหมดเลย อิอิ

    เม้นอะไรอีกแล้วป่วงมาก TT
    #293
    0
  4. #265 รับผ่าหมาออกจากปาก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 01:39
    คนก็ดื้อ ม้าก็ดื้อ..
    คู่ควรแก่การให้องค์ชายจงอินปราบพยศซะเหลือเกิน
    ;)
    ฮ่าฮ่าฮ่า
     
     
     
    ปล. ชินกับจีเฮ ,, แอบเชียร์เบาๆ
    คิคิคิคิ
     
    #265
    0
  5. #215 Windy Boy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 12:04
    เปิดตอนมาก็เรียกคะแนนสงสารให้กับองค์ชายชานยอลเลย องค์ชายคะ ทำใจเถิด อยากให้เดินออกมาจากงานแต่องค์ชายทำอย่างนั้นไม่ได้สินะ ยิ่งเห็นก็ยิ่งเจ็บนะเพคะ ฮืออออ ตอนแรกคิดว่าแพคฮยอนมีใจให้กับท่านพี่ชานยอล พอคิดไปคิดมา ถ้ามีใจให้พี่ชานยอลตั้งแต่แรกคงดูออกแล้วว่าอีกฝ่ายคิดกับตนเช่นไร ที่นางนึกถึงท่านพี่ชานยอลไม่ใช่ความรักแต่คงเป็นความอบอุ่นใจและวางใจองค์ชายในฐานะท่านพี่มากกว่า เพราะกับพระสวามีนั้นนางไม่เคยได้รับความรู้สึกแบบนี้เลย สงสัยจัง ตอนองค์ชายชานยอลพูดกับชินแล้วบอกว่าอยากแข่งธนูด้วย มันมีอะไรเหรอ
    พอถึงฉากเล็กๆ ของชินกับจินเฮ น่ารักมาก สองคนนี้เขาโตมาด้วยกัน แอบชอบพอกันอยู่ใช่ไหม เชียร์ๆ แต่แบบ...ก่อนจบฉากที่คอกม้าทำให้อดสงสัยไม่ได้อีกแล้ว ทำไมแววตาจีเฮหม่นหลังจากที่ได้ยินชินบอกว่าองค์ชายจงอินทรงห่วงองค์หญิงแพคฮยอน จีเฮกำลังคิดอะไรอยู่
    ฉากเลือกม้า ฉากนี้อยากจะถวายพระเพียะให้กับองค์หญิงมากเลยเพคะ ดื้อมาก ดื้อสุดๆ เราว่าฉากนี้องค์ชายไม่แข็งกระด้างเหมือนที่ผ่านมาแล้วนะ อ่อนโยนและแสดงออกว่าห่วงมากกว่าที่ผ่านมา แต่องค์หญิงน่ะดื้อและติดที่มีอคติกับองค์ชายล่ะมั้งถึงคิดว่าเขาแกล้ง ถ้ายอมเปิดใจฟังสักนิดคงรู้ว่าเขาห่วงจริงๆ ก็ห่วงจริงๆ นั่นแหละ องค์ชายคือรู้ใจจริงๆ หลอกองค์หญิงสองเด้ง โอ๊ยยยย ณ จุดนี้หม่อมพี่ซึ้งจนอยากจะครายเพคะชอฮา ละตอนที่ชินแนะนำม้าสองตัวนี่อ่านไปยิ้มไปนะเพคะ ป๋ายกับไคเป็นคู่หมายกัน คือกรี๊ดดดดมากกก ชินเป็นคนอารมณ์ดีอะ ชอบตอนที่บอกว่าไคกำลังรอให้ป๋ายพร้อม แบบ แอร๊ยยยยย นั่นแซวเจ้านายเหรอ วรั้ยยยยยย เวลาที่องค์ชายจงอินพูดกับชินนี่ชอบจริงๆ นะคะ ชินชอบแซว ชอบชงตามประสาเพื่อนที่สนิทและรู้ใจกันมากๆ เลิ้บค่ะะะ
    #215
    0
  6. #201 u_turn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 00:45
    ชอบชื่อม้าจัง องค์หญิงสู้ๆ
    #201
    0
  7. #194 Ma-A-Queen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 15:39
    บรรทัดสุดท้าย  เขิน>//<
    #194
    0
  8. #150 BB_Yok (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 20:45
    สีขาวนวลชื่อป๋าย สีนิลชื่อไค
    ขนาดม้ายังเป็นคู่กันอะ 555
    อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเป็นไคแพค!!!

    ถ้ามีให้กดไลค์นะ  เราจะกดให้แป้นพิมพ์พังเลยยยย
    ชอบมากกกกกกกกกกก
    #150
    0
  9. #125 32fds (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 12:31
    มาต่อที่น้องเซ็กซี่ตอนที่ตื่นนอน คิดแล้วถ้าเป็นผช.คงกามขึ้นแทนรัชทายาลหากได้เห็นเจ้าลิงน้อยยามงัวเงียตื่นขึ้นมา
    โอ้ยยย ตอนนี้จิ้นไปไกลแล้ววววว พี่ทำให้หนูจิเป็นลมมมม อยากต่อๆๆๆ
    แล้วนะ เรื่องงานประลองที่น้องพยายามจะเอาชนะ ทั้งยิงธนู ทั้งขี่ม้า เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆๆๆๆ
    แอบเชียร์ทั้งคู่ อิ_อิ 
    มาเรื่องที่ทำให้เราขำมาที่สุดให้ฟิคดอกไม้คือ ที่พี่ชินบอกเรื่องของ ไคกับป๋าย
    เป็นคู่หมายกัน แต่ไคดูหงุดหงิดนิดหน่อย 5555555 เป็นอะไรที่ทำให้เราอมยิ้ม
    อ่านแล้วคิดถึง "ดั่งดวงหฤทัย" เป็นละครที่เราชอบมากกกกก T^T 
    มันให้ความอบอุ่นร่องลอยไปทั่วทุกบริเวณ แต่ใยแม่หนูน้อยของรัชทายาลจึงไม่สัมผัสได้นะ UU
    #125
    0
  10. #111 whoever (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 00:21
    เซจาบินจอมดื้อกับซอฮาจอมปากแข็ง น่าตีทั้งคู่เลย 55555555555555

    ชอบประโยคสุดท้ายของตอนนี้จัง อ่านแล้วยิ้มแก้มแทบปริ :D
    #111
    0
  11. #110 bacon~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 12:10
    ชอบมากกกกก >.< สนุกจริงๆ ไรเตอร์มาต่อเร็วๆน้าาา ^__^
    #110
    0
  12. #109 ShawolBB (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 11:15
    เอาอีก!! ทำไมจบแล้ววววววววววววววววววววววววววว ;-;
    เซจาบินต้องเข้าใจให้มากๆมันคือองค์ชายจงอินสไตล์นะเพคะ เป็นห่วงแบบฮาร์ดคอร์
    แสดงความรู้สึกแบบกระด้างหต่ถ้ามองถึงเหตุผลจริงๆที่โคตรลึกซึ้งนะเพคะ ดื้อกับนิ่งเจอกันเป็นอะไรที่เหมาะสม
    น่ารักอะ น่ารักทุกครั้งที่เค้าทำงอน อีกคนนี่ก็ถามเนอะว่า ทำผิดอีกแล้วเหรอ 5555555
    เอ่อะ ไม่ผิดค่ะองค์ชาย มันคือสไตล์ เชียร์องค์ชายสุดใจขาดดิ้น หล่ออลังมาก เรื่องนี้จงอินหล่อมากกกกกกกก
    โซเวรี่แมนแอนด์แฮนซั่มค่ะ ขอบคุณพี่นิ่มมา ณ ที่นี่ ที่มอบบทหล่อให้น้องนีนี่ แม้มีพี่ชานเข้ามาหล่อแข่งแต่ก็ยังหล่อนะเออ
    พี่ชานคือหล่อละลายเหมือนพระรองในละคร พระเอกจะเป็นแบบหล่อดุมานิ่งๆแต่ตอนสุดท้ายก็ต้องมีมุมิบ้างล่ะน่า
    ต้องมีสิต้องมี นี้ดมาก อยากหวานๆ รอคอยฉากที่อ่านแล้วนั่งบิดๆๆๆๆๆ แอร้กกกกกกกกกก >w< 
    ตอนนี้องค์พี่ชานยอลมาน้อยๆแต่ก็แปลบๆอยู่คนเดียว ตอนหน้าจะมาอีกไหม จะแข่งม้ากับเขาไหม?
    เป็นงั้นขอขี่มอไซค์ตามได้มั้ยเราอยากได้แฟนแคมตอนขี่ม้า #เก็บค่ะเก็บ
    อยากไปอยู่แถวนั้นจัง อยากสะบัดผ้าเชียร์โชว์ป้ายไป ตะโกนร้องเรียก ชอฮาเพค้าาาาาา
    ไอแอมอะ ชอฮาเซจาบินชิพเปอร์!!!! อยากประกาศตัวเป็นติ่งมาก

    นี่แอบนั่งหัวเราะเบาๆตอนชินแซวม้าไคป๋าย เค้าทำหน้าที่ได้ดีจัง ชงรัวๆแซวรัวๆ เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮอ
    แอบมีความลับใช่ไหมจีเฮกับชินโอป้า ห๋าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!???

    ขอบคุณค่ะ รอตอนต่อไป อะฮิ้งงง >www<
    ไฟท์ติ้งค่ะ
    เลิ้บฟิคเรื่องนี้ค่ะ จากใจชอฮาเซจาบินชิพเปอร์
    #109
    0
  13. #108 UrngnyKim (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 05:05
    โอ้ยอีพรี่จงอินคนบร่าบา้าที่สึดฮือ
    #108
    0
  14. #107 Renoir92 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 01:50
    ออมอออออออออออ บทพระรองสุดดดดดดดด ฮืออออออ องค์ชายชานยอลเจอฉากช้ำใจแง
    บอกแล้วว่าถ้าไม่ได้น้องก็ให้ไปเอาพี่แทนค่ะ (?) 555555555

    ซึน ! องค์ชายเหมาะกับคำนี้สุดๆ ปากคอเราะร้ายจริงๆ ทำเอาองค์หญิงน้อยใจเลยเห็นมั้ยยยย
    ไม่เอานะองค์หญิง อย่าน้อยใจสิ องค์ชายแค่พูดเล่นน้า โอ๋ๆ ; - ;
    องค์ชายนี่นะ ต้องให้ชินคอยเตือนคอยสอนอยู่เรื่อยเลย เดี๋ยวก็ยกองค์หญิงให้ชินซะเลย #ไม่ใช่ละ 5555
    เอ.. องค์ชายตอนอยู่กับชินก็น่ารักไม่หยอกนะคะ มีกระแทกส้น?งอนใส่ด้วย 55555555555
    แต่เห็นด้วยกับชินจริงๆว่าไม่มีอะไรจะพยศได้มากกว่าพระชายาอีกแล้ว น่ารักกก ♥

    พี่ชานคะ คิดอะไรอยู่ถึงอยากแข่งธนูเพคะ? น้องงงง ; - ;?? 55555555

    ว่าจะจิ้นคู่ชินกับองค์ชายจงอิน(?) .. แต่ดูท่าจะเป็นชินกับจีเฮซะแล้วล่ะมั้ง
    แต่ทำไมตอนจีเฮยิ้มรับตาต้องหม่นแสงลงด้วยล่ะ มีอะไรอะะะ นี่สงสัยทุกอย่าง ถึงจะเล็กน้อยเราปล่อยไปไม่ได้ค่ะ 5555

    โอยยยย ขำชินมาก 5555555555555555 ชอบตอนแนะนำไคกับป๋าย 55555555555555555
    ขำเป็นบ้าอะ น่ารักกกกก 5555555555 แงงงงงงง ช่วงนี้ไคเองก็ออกจะหงุดหงิดไม่น้อย 5555555
    ไคกำลังรอให้ป๋ายพร้อม 55555 กรี๊ดดดดดดด น่ารักจะบ้าาาาา รอจริงอ๊ะป่าวคะองค์ชายยยยย เราก็รอออ 5555555

    นี่ถ้าเราเป็นฮวางซังกุงไมเกรนคงขึ้นวันละหลายรอบ องค์หญิงดื้อมากกกกกกกกก โอยๆ ปวดต่อมใต้สมองจี๊ดๆ
    ลงมาจากม้าเถอะเพคุ ลงม๊าาาา #อินจัด #มโนว่าตัวเองเป็นฮวางซังกุง

    พี่ชานน้องขอโทษ ถึงท่านจะน่าสงสารเพียงใด แต่ซึนๆปากร้ายใจดีแบบองค์ชายจงอินเร้าใจกว่า (?)
    อยากจะอัดเทปไปให้องค์หญิงฟังจริงๆ ! แต่ละคำพูดคือห่วงมากๆ แต่ก็เป็นในแบบขององค์ชายเค้าล่ะนะ
    นี่กลัวว่าตอนหน้าจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น องค์หญิงยิ่งไม่สบายอยู่ด้วย จะตกจากม้ารึเปล่า? องค์ชายต้องช่วยให้ทันนะ ; - ;
    นี่มโนไปไกลแล้ววววว ฮืออออ อยากอ่านต่อออ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 กรกฎาคม 2556 / 01:51
    #107
    0
  15. #106 geejajaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 00:39
    กะแล้วเชียวว่ารัชทายาทต้องมาแกล้งมุขนี้ ที่แท้ ป๋ายก็ เป็นแบบนี้นี่เอง

    อยากให้รัชทายาทปกป้องดูแลองค์หญิงแล้ว อยากเห็นๆ

    แต่อีกใจก็สงสารชานอ่ะ ไม่นะ รักกันทั้งสามคนเลยได้ไหม?
    #106
    0
  16. #103 miikii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 21:05
    กาลังมันส์เรยเพคะไรเตอร์ แบบอยากอ่านตอนชอฮาดูแลองค์หญิง

    องค์หญิงแบบรั้นและดื้อมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ปวดหัวแทนชอฮาและซังกุง
    #103
    0
  17. #100 bam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 20:35
    กรี๊ด ตอนนี้มันสั้นไปนะคะ กำลังอ่านเพลินๆเลยอ่า จบแล้วเหรอ

    อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว องค์ชายจะทรงม้ากับองค์หญิงใช่ไหมเพคะ กรี๊ดร้องๆ

    แม้แต่ม้าก็ยังชื่อคู่กันเลย ไคกับป๋าย น่ารักอ่า

    แต่ตอนต้นสงสารพี่ชานยอลอ่ะ โชคชะตาช่างเล่นตลก อยากเชียร์พี่ชานจริงๆนะเนี่ย

    ต่อไปแข่งขี่ม้า พี่ชานอย่าไปดูนะ เดี๋ยวจะช้ำกว่าเดิม แต่เราขอฟินไคแพคก่อน# อ้าวตกลงเชียร์ใครเนี่ย
    #100
    0