[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 9 : Midnight Fire [Part IV]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    17 เม.ย. 56

 Midnight fire

 

Fiction by y_prand

PART IV

 




 

                แมลงน้อยกำลังมีความสุขมากก x1000000 *.* V ฮิฮิ~~’

 

            เสียงกุกกักจากห้องครัวทำให้แพคฮยอนยิ้มกริ่ม  มือจรดดินสอลงบนพื้นที่สีขาวของหน้ากระดาษ และวาดกรอบคำพูดให้ตัวละครในหนังสือ  ตัวอักษรขยุกขยิกจากลายมือของคนสองคนเขียนละเลงไว้จนแทบเต็มหน้ากระดาษขนาด A5 นั่นคือกระดาษขนาด A4 พับครึ่ง  ปากกาสีชมพูจากประโยคเดียวของเขาเรียกร้องให้จงอินคว้าปากกาอีกด้ามมาเขียนข้อความต่อไปเพื่อบ่งบอกความรู้สึกตนเองบ้าง  เขียนเล่นอยู่พักใหญ่จนแพคฮยอนต้องไล่ให้อีกฝ่ายไปทำหน้าที่ของตนเอง

            เขาวาดกรอบให้แผ่นกระดาษ ตกแต่งตามที่ใจต้องการจนสวยงาม แล้วก็สอดสายตาหาอุปกรณ์ที่ต้องการ  การทำหนังสือทำมือเป็นสิ่งที่แพคฮยอนถนัดมาตั้งแต่อยู่ม.ปลาย  นิทานเล่มเล็กที่มอบให้จงอินในวันสุดท้ายของการศึกษานั่นก็เช่นกัน ฝีมือศิลปะที่มีอยู่ วาดประกอบเรื่องราวของกองไฟกับแมลงผุ้โง่เขลาที่เขาเคยตั้งใจให้เป็นบทละครเวทีของห้อง  ถูกถ่ายทอดลงบนหนังสือที่มีเพียงเล่มเดียวในโลก  

            อยากถ่ายทอดความรักของเขาลงบนแผ่นกระดาษ...คนรักหนังสืออย่างเขาคงเข้าใจ ว่าเมื่อความรักถูกถ่ายทอดลงเป็นตัวอักษร หรือลายเส้นใด ๆ   ความรักนั้นจะกลายเป็นความรักที่สามารถหยิบมันขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ แม้กระทั่งในวันที่เจ้าของความรักไม่อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม 

            จงอิน

             แพคฮยอนส่ายหน้าเพื่อไล่ความคิดตนเอง และตะโกนเรียกเจ้าของห้องที่อยู่ในครัว

            หืม

            มีกรรไกร  กาว แล้วก็ไม้บรรทัดไหม 

            อยู่ในลิ้นชักข้างโซฟาน่ะ ชั้นที่สองด้านซ้ายมือ...ว่าแต่เอาไปทำอะไรเหรอ

            เดี๋ยวก็รู้

            วางมือจากกระดาษแผ่นนั้น แล้วก้าวไปหาสิ่งที่ต้องการ เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นของจงอินบ่งบอกรสนิยมและนิสัยได้อย่างดี ความเป็นระเบียบของจงอินนั้นไม่มีใครเกิน แม้กระทั่งองศาการวางกรรไกร?  แพคฮยอนมองของภายใต้ลิ้นชักอดไม่ได้ที่จะขำออกมา  ดูท่าทางเขาจะต้องมาป่วนชีวิตที่ระเบียบจัดของจงอินเสียแล้ว 

            คิดอย่างสนุกสนานได้ไม่นาน  การขยับกายผิดจังหวะก็ทำให้ศอกที่วางอยู่บนโต๊ะเหนือลิ้นชักเลื่อนไปยังกรอบรูปที่วางอยู่  เสียงวัตถุกระทบพื้นและเศษกระจกที่กระเด็นเพราะแรงกระแทกมายังผิวกายก็ทำให้แพคฮยอนหลับตาปี๋ยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ด้วยความตกใจ  ก่อนจะพบกับเสียงร้องอุทานของจงอิน

            แพคฮยอน!! เป็นอะไรหรือเปล่า

            คะ...คะ คือ..  

            ดวงตาคู่ใสลืมขึ้นมาทีละข้าง ก่อนจะพบว่าตัวเองถูกยกขึ้นลอยทั้งตัว  และถูกนำไปวางแหมะอยู่บนโซฟาคนละด้านกับที่มีเศษซากของกรอบรูป

            นายนี่นะ...ซุ่มซ่ามไม่มีใครเกินจริง ๆ  

            อะไรแตกอะ จงอิน

             คนทำแตกคลานไปบนโซฟาเพื่อมองสสารที่ตนเพิ่งทำให้เปลี่ยนรูปไปด้วยความรู้สึกผิด

             กรอบรูปน่ะ...ไม่มีอะไรหรอก  แล้วนี่เป็นอะไรหรือเปล่า 

            แพคฮยอนมองขาของตนแล้วส่ายหน้า  ผิวของเขาหนาแข็งแรงใช้ได้เหมือนกัน

            ไม่เป็นไรหรอก แล้วนั่นรูปของใครอ่ะ   ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ 

            ถามแล้วก็มองตามคนที่ทรุดตัวลงพื้นเพื่อก้มเก็บเศษกระจกชิ้นใหญ่ ๆ ไปรวมกัน ก่อนจะพลิกอดีตกรอบรูปที่คว่ำอยู่ขึ้นมา  ภาพที่ปรากฏสะกดให้หัวใจสองดวงแทบหยุดลงพร้อม ๆ กัน

 

            .... คะ คยองซูใช่หรือเปล่า

 

            ดวงตาคมเงยขึ้นมาสบตากับเขา   ชั่วครู่นั้นแพคฮยอนเห็นแวววูบไหวและความสับสนที่ปรากฏอยู่ข้างใน  หัวใจของเขากระตุก   

          ไปทำอย่างอื่นเถอะ เดี๋ยวฉันจะเก็บกวาดเอง  ให้นายทำเดี๋ยวได้เลือดแน่ ๆ  

            เรือนกายสูงใหญ่ยืนขึ้นเต็มความสูง  เพราะสายตาพร่ามัว หรือว่าแผ่นหลังกว้างที่แพคฮยอนเห็นกำลังสั่น เขาเองก็ไม่แน่ใจ สิ่งที่เอื้อมเข้ามาเกาะกุมอยู่ในใจกะทันหันทำให้แพคฮยอนร้องถามออกไป 

            คงไม่ได้...ทิ้งมันใช่ไหม

            วินาทีนั้น แพคฮยอนไม่แน่ใจว่าตนกำลังคิดอะไร เขาก้มหน้างุดมองพื้นกระเบื้องเงาวับ มองพรมนุ่มนิ่มที่อยู่ที่ปลายเท้า  มองเศษกระจกที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น  สมองตื้อจนไม่สามารถคิดอะไรได้อีกแล้ว

            ของมันแตกไปแล้ว  จะเก็บเอาไว้...เพื่ออะไร

            จงอิน

            ถ้าเก็บไว้  เดี๋ยวก็บาดมือนายเปล่า ๆ   ทิ้งมันซะเถอะ

            ลมหายของเขาแทบหยุดลงในวินาทีนั้น   น้ำเสียงของจงอินทำให้เขายิ่งโกรธตัวเอง

            ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันวางมันผิดที่  มันก็เลยตกลงมาแตก  ความจริงแล้ว มัน...ไม่ควรอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้วล่ะ

            ....จงอิน

            แพคฮยอนพูดไม่ถูก  เมื่อฝ่ามือแกร่งเอื้อมมาจับที่ข้อมือ   ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านผิวกาย ไม่ได้สร้างความอุ่นให้หัวใจเหมือนทุกครั้ง... สายตาของจงอินมั่นคง  พอ ๆ กับคำพูดมั่นใจที่ดังขึ้น

            เดี๋ยวฉัน  จะเอามันไปทิ้ง  ฉันจะทิ้งมันด้วยตัวของฉันเอง ไม่เป็นไร

            เสียงปลอบโยนไม่ได้ทำให้แพคฮยอนสบายใจอย่างที่ควรจะเป็น ร่างกายของเขากำลังสั่นเทา หมดแรงแม้แต่จะควบคุมตัวเอง ดวงตาร้อนผ่าว  มือเขาเยียบเย็น

ฉันเป็นคนทำมันแตก  ฉันเป็นคนทำมันตกลงมา 

แพคฮยอน...

 มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ถ้านายทิ้ง ... จงอิน เขาอยู่เฉย ๆ  ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ทำไม...แล้วทำไมเขาจะต้องเจ็บด้วยล่ะ

น้ำตาของเขาหลั่งรินลงมา พร้อม ๆ กับอ้อมกอดที่โอบร่างของเขาไปแนบอก  เสียงกระซิบทุ้มดังอยู่ข้างหู           

แต่ถ้าไม่ทิ้ง.... เราสองคนนั่นแหละที่จะต้องเจ็บที่สุด!!!”

 

           

 

 

ทว่าเปลวไฟ  ร้อน...แรง

ผะผ่าว เผาผลาญ...

แมลงโง่เหลือเพียงเถ้า

 

           

 

            วันนี้แพคฮยอนอาสาไปหาวัตถุดิบมาประกอบอาหารด้วยตัวเอง  ร่างเล็กเดินลับตาไปพร้อมเสียงบ่นว่าเขาช่วยอะไรไม่ได้เลยสักเรื่อง จนจงอินต้องยักไหล่ให้ตัวเอง ก่อนจะเดินกลับมาเก็บกวาดห้อง  รวมถึงจัดเรียงกองกระดาษและอุปกรณ์ต่าง ๆ นา ๆ ที่แพคฮยอนวางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะให้เป็นระเบียบ จงอินไม่ทิ้งโอกาสที่จะแอบดูสมุดทำมือเล่มใหม่ที่แพคฮยอนนั่งประดิดประดอยมาเกือบสองวันเต็ม ๆ   ปกสีขาวทำจากกระดาษปอนด์แข็ง พร้อมสันกาวที่เจ้าตัวลงทุนไสเองกับมือ  ข้างในเล่มยังว่างเปล่า กระดาษสีขาวสะอาดราวกับกำลังเรียกร้องให้เขาเขียนอะไรลงไป

            จงอินมองสมุดนั้นก่อนทำหน้าเจ้าเล่ห์ และเอื้อมมือไปคว้าปากกาหลากสีขึ้นมา ตั้งใจจะจรดปลายปากกาลงไปบนแผ่นกระดาษ

เสียงริงโทนด้วยเพลงยอดนิยมดังลั่นจนร่างสูงสะดุ้ง  แต่ตกใจได้ครู่เดียวก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อเห็นแสงสว่างวาบขึ้นจากโทรศัพท์ของเขา  ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าแพคฮยอนถือวิสาสะมาเปลี่ยนให้โดยที่ไม่ถามไถ่  จงอินก้าวช้า ๆ ไปหยิบเจ้าต้นเสียงที่ดังขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะในคอ

                เปลี่ยนบ้างก็ดีเหมือนกัน

            ชื่อที่ปรากฏอยู่ที่หน้าจอทำให้รอยยิ้มกว้างคลายลงอย่างรวดเร็ว  สมองที่เคยเฉียบคมกลับอ่อนล้าจนคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ    

            คยองซู

            หลายวันที่ผ่านมา  เขาปิดหู ปิดตา ปิดทุกอย่างเอาไว้เพียงเขากับแพคฮยอน  ภายในห้องแคบ ๆ  แต่อบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้มจากคนรัก  จงอินไม่ต้องการติดต่อใคร  พอ ๆ กับที่ไม่อยากรับการติดต่อจากใครเลยเช่นกัน โทรศัพท์ถูกปิดมาตลอดจนกระทั่งวันนี้ 

            เขาทิ้งกรอบรูปแตกละเอียดลงถังไปพร้อม ๆ กับน้ำตาของแพคฮยอน  แล้วก็ลืม....ว่าในชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

            “ครับ

            [พี่จงอิน  พี่ไมได้เป็นอะไรใช่ไหมครับ คยองซูพยายามติดต่อพี่มาหลายวันแล้ว แต่ก็ติดต่อไมได้ พี่จงอินอยู่ที่ห้องใช่ไหมครับ พี่จงอิน...]

 

            น้ำเสียงละล่ำละลักที่ผ่านลำโพงเต็มไปด้วยความกังวลและความห่วงใยเปี่ยมล้นจนจงอินแทบหายใจไม่ออก   เสียงของคยองซูดังก้องอยู่ในหัว  แต่ความคิดของเขากลับฉายไปที่ใบหน้าของแพคฮยอน ...รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ  ท่าทางหาเรื่อง  และรสสัมผัสโหยหานั้น  จนเขาอดตั้งคำถามให้กับตัวเองไม่ได้

            [พี่จงอิน  ฟังคยองซูอยู่หรือเปล่าครับ]

            เขา...กำลังทำอะไรอยู่

            อ้อ...โทรศํพท์พี่เสียน่ะครับ เพิ่งซ่อมได้วันนี้ ไม่ต้องห่วงนะครับ พี่ไม่ได้เป็นอะไร

            เสียงทุ้มเอ่ยปลอบ  และอธิบายจนกระทั่งน้ำเสียงของคยองซูลดความกังวลลง  จงอินได้ยินเสียงหวานเอ่ยกลับมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

            [พี่จงอินอยู่ที่ห้องใช่ไหมครับ ]

            “เอ่อ...

[คยองซูเป็นห่วง... กลัวว่าพี่จะเป็นอะไรไป   ขอโทษนะครับที่ไมได้ขออนุญาตก่อน  คยองซูติดต่อพี่ไม่ได้เลย  ก็เลย... ก็เลยมาโดยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า]

            “คยองซู

            [ขอโทษครับ... ตอนนี้คยองซูอยู่หน้าห้องพี่แล้ว ]

 

 

 

หัวใจ

ละลิ่วล่อง...

ตามควันไฟ

 

 

----------------------------------30%----------------------------





 

ครับ

แพคฮยอนตอบรับเสียงจากปลายสายแผ่วเบา   แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายห่วงมากแค่ไหน  แต่แพคฮยอนก็เอาแต่ทำให้พี่ชายคนนี้ต้องห่วงอยู่ทุกวันไม่จบไม่สิ้น คำเตือนซ้ำ ๆ ถูกเอ่ยออกมายาวเหยียดเมื่อรู้ว่าเขาคงไม่กลับไปแน่ ๆ

ขอเวลาซักพัก  รอแพคฮยอนนะครับ...

แพคฮยอนเอ่ยได้เพียงเท่านั้น กระทั่งเสียงถอนหายใจหนักและประโยคสุดท้ายของลู่หานหายไป  เขาจึงตัดสินใจกดวางและหย่อนเครื่องมือสื่อสารลงในกระเป๋า
           
เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก   เท้าเล็กก้าวเข้าไปข้างในและทอดถอนหายใจ

            ขอเวลาอีกนิดนะพี่ลู่หาน... 

ขอเวลาให้เขาเห็นแก่ตัวอีกสักนิด

            แล้วเขาจะกลับไปเอง

กลับไปหาพี่....

พี่น่ะ...รอได้  แต่พี่กลัวว่าอย่างอื่น มันจะไม่รอเรา

 

 

 

 

 

                แพคฮยอนเดินออกจากลิฟท์พร้อมด้วยสองมือที่เต็มไปด้วยถุงอาหารพะรุงพะรัง  มือข้างหนึ่งพยายามล้วงเอากุญแจห้องที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกอย่างยากลำบาก เก้ ๆ กัง ๆ อยู่พักใหญ่จนกระทั่งปลายนิ้วเกี่ยวเอาพวงกุญแจขึ้นมาได้

            อ๊ะ

            อาจเป็นพรสวรรค์เฉพาะตัวอย่างที่จงอินเคยบอก  ไม่ว่าเรื่องอะไร แพคฮยอนก็สามารถซุ่มซ่ามทำโน่นนี่ตก หรือสะดุดขาตัวเองล้มได้ทุกเวลา แพคฮยอนจิ๊ปากเมื่อของที่เคยถือไว้เมื่อครู่ตกกระจัดกระจายเต็มพื้น พึมพำด่าตัวเองขณะก้มลงเก็บของใส่ถุง

            ซุ่มซ่ามได้ตลอดเลยนะฉันเนี่ย

            ช่วยไหมครับ

            เสียงหวาน ๆ ดังขึ้นพร้อมกับมือเล็กที่ยื่นหัวแครอทมาให้  แพคฮยอนเงยหน้ายิ้มกว้างพร้อมหัวใจที่พองโต คนสมัยนี้ใช่แต่ไร้น้ำใจเสียเมื่อไหร่

            ขอบคุณ...ครับ

             เพียงเงยหน้าขึ้นมา แพคฮยอนก็รู้สึกว่าหากว่าฟ้าถล่มลงมาในวินาทีนั้น  เขาคงจะไม่แปลกใจเท่าใดนัก  มือชื้นไปด้วยเหงื่อเมื่อมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรของคนมีน้ำใจ  แม้ว่าจะเห็นเพียงแค่สองครั้ง  แต่แพคฮยอนกลับจำได้ขึ้นใจ

            ใบหน้า แฟนของจงอิน

            คยองซู!”

 

            แพคฮยอนได้ยินเสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น  ร่างเล็กตรงหน้าของเขาหันไปข้างหลังและส่งเสียงทัก

            พี่จงอิน

            ดวงตาคมจับจ้องมาที่เขา  แพคฮยอนมองหน้าตาซีดเผือดของจงอินแล้วรีบก้มหน้างุด  หากไม่ทันกับที่เสียงร้องของคยองซูที่กำลังอธิบายให้คนที่มาใหม่ฟัง

            คยองซูกำลังช่วยคุณคนนี้เก็บของน่ะครับ  แป๊บนึงนะครับ

            แพคฮยอน....

            “เอ๊ะพี่จงอิน...รู้จัก?”

            แพคฮยอนนึกถึงคำพูดของตัวเองในวันนั้น  ...ภาพกรอบรูปที่เขาเผลอทำตกแตกในวันนั้นยังติดตา กระจกแหลกละเอียดที่กองอยู่กับพื้นราวกับรอเวลาลงโทษผู้ที่ก้าวไปเหยียบมัน 

                ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเพียงไรกับความเงียบงันที่โรยตัวมาปกคลุมร่างทั้งสาม จวบจนกระทั่งรู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นหน่าที่ทรุดลงมาประคองร่างของเขาให้ลุกขึ้น

            อ่อนโยน...ทะนุถนอม

            หากเป็นเวลาอื่น หัวใจของเขาคงพองโต  รอยยิ้มของเขาคงกว้างจนถึงใบหู  สายตาของเขาคงเงยขึ้นไปสบตาคมเข้มนั้น  และแพคฮยอนคงพร้อมที่จะยินยอมซุกร่างตัวเองอยู่ภายใต้อกกว้างอย่างง่ายดาย

                พี่ขอโทษ

                เขาไม่ผิดอะไรเลย ไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว

                ไอ้บ้า!! มากงมากอดอะไรชั้นเนี่ย แค่แนะนำแฟนให้เพื่อนรู้จักนี่มันต้องเป็นทางการมากนักเหรอไงวะ

            สะบัดกายออกจากร่างสูงก่อนจะส่งยิ้มกว้างไปให้เจ้าของใบหน้าซีดเซียวและดวงตากังวล   แพคฮยอนเอื้อมมือไปคว้าเอามือเรียวมาเกาะกุมไว้ด้วยท่าทางดีใจ

            คยองซูใช่ไหมครับ  พี่ชื่อแพคฮยอนนะ  พยอน แพคฮยอน เป็นเพื่อนกับจงอินมาตั้งแต่สมัยม.ปลายแล้วล่ะ  เห็นจากรูปมาตั้งนานแล้ว เพิ่งได้เจอตัวจริงก็คราวนี้แหละ

            อะ เอ๋?”

            แหม ๆ   ก็ไอ้จงอินน่ะ มันชอบมาเล่าให้ฟังว่าแฟนมันน่ารักอย่างนั้น อย่างนี้  แต่พอจะให้พามาเจอก็เอาแต่บ่ายเบี่ยง พี่เห็นแบบนี้ก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมหวงจัง

            แม้สีหน้าจะยังงุนงงอยู่บ้าง  แต่ดวงตาใสซื่อด้วยความโล่งอกและเขินอายก็ทำให้แพคฮยอนยิ้มกว้างไม่ยอมหุบ  พอสบโอกาสก็รีบส่งมือไปเกาะไหล่มนไว้ด้วยความสนิทสนม

            เข้าห้องกันดีกว่า  พี่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลยทีเดียวนะคยองซู  ขอเรียกแบบนี้ได้ไหมฮะ

            อ้อ...ได้ครับพี่แพคฮยอน

            น่ารักที่สุดเลย!!  วันนี้น้า  พี่ซื้อของมาเยอะแยะเลย คยองซูทำกับข้าวเป็นหรือเปล่าเอ่ย เดี๋ยวเราเข้าครัวไปทำอาหารเย็นกันดีกว่าเนอะ

            แพคฮยอน!!!!”

            เสียงทุ้มเอ่ยดังลั่นจนแพคฮยอนต้องหยุดก้าวเดิน  บางอย่างในเสียงนั้นสะท้อนความรู้สึกในใจออกมาชัดจนเขาเกือบห้ามตัวเองไม่ไหว  มือข้างที่ว่างกำชายเสื้อแน่นจนเส้นเลือดแทบจะปูดโปนออกมา

            ฉันไม่จีบแฟนนายหรอกน่า  แล้วก็เก็บพวกผักหน้าห้องเข้ามาด้วยนะ ฉันจะคุยกับคยองซู!”

 

           

 

แมลงน้อยโง่เขลาหรือ

จึงไม่รู้ว่า

เปลวเพลิงร้อนแรงเพียงใด

 

               

            ตลอดมื้ออาหาร แพคฮยอนยึดครองบทสนทนาทั้งหลายไว้คนเดียวโดยที่เจ้าของห้องแทบไม่ได้เอ่ยความเห็นใด ๆ   เด็กหนุ่มนั่งฟังหนุ่มรุ่นพี่เล่าวีรกรรมป่วน ๆ ในวัยเรียนอย่างเพลิดเพลิน  คยองซูไม่ลืมขอบคุณรสอาหารฝีมือดีที่แพคฮยอนทำทั้งหมด โดยที่เขาเป็นเพียงผู้ช่วยอยู่ห่าง ๆ   ฝีมือระดับภัตตาคารไม่ได้ห่างไกลจากถ้อยคำโวที่คยองซูได้ยินจากปากเจ้าตัวเลยสักนิด  คยองซูหัวเราะไปกับมุขตลกที่อีกฝ่ายปล่อยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความสบายใจ เพียงรู้จักกันได้ไม่นานเขาก็รู้สึกเหมือนว่าเขารู้จักกับพี่ชายคนนี้มาเนิ่นนานเต็มที 

            เขาไม่ได้มีโอกาสได้เอ่ยขอโทษพี่จงอิน แต่ท่าทางเย็นชาและเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลานั้นก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ การที่เขาทำตัวไร้มารยาทด้วยการโผล่หน้ามาเงียบ ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ก็คงไม่แปลกที่จะถูกโกรธ  แต่ก็นับว่าเป็นความโชคดีที่ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถึงตอนที่เขาเอ่ยปากขอตัวกลับบ้าน  พี่แพคฮยอนก็ยังชวนเขาพูดคุยอย่างไม่หยุดปาก

            เดี๋ยวพี่ไปส่ง

            ได้ยินเสียงของคนรักดังเพียงเท่านั้น จวบจนกระทั่งประตูลิฟท์เปิดออกเมื่อมาถึงชั้นหนึ่งแล้ว คยองซูก็ไม่ได้ยินเสียงใด ๆ เอ่ยขึ้นจากจงอินเลยแม้แต่คำเดียว 

            คยองซูกลับเองก็ได้ครับ  พี่แพคฮยอน พี่จงอิน ขอบคุณนะครับที่มาส่ง

            ขอบคุณที่สุดก็คือแพคฮยอน ที่ไม่ปล่อยให้เขากับพี่จงอินลงมาจากตึกสูงเพียงสองคน  แม้ว่าต้องการที่จะอยู่ใกล้คนที่รักเพียงใด  แต่ใบหน้าและดวงตาที่ว่างเปล่าของพี่จงอิน ก็ทำให้คยองซูกลัวเสียยิ่งกว่ากลัว

            พี่จงอิน. คยองซูขอโทษนะครับ คราวหน้าคยองซูจะโทรมาบอกก่อน

            ... พี่ไมได้โกรธคยองซูหรอก  พี่มีเรื่อง...

            เหมือนดวงตาสีนิลคู่นั้นกำลังจะบอกอะไรบางอย่างแก่เขา  หากไม่ทันที่พี่จงอินจะเอ่ยมันขึ้นมา  เสียงของอีกคนก็ขัดขึ้นราวกับรู้จังหวะ

            ประจำเดือนมันมาผิดเวลามั้งคยองซู อย่าไปสนใจเลย  พี่นะ โดนประจำเลยล่ะ แต่เราต้องไม่สนใจ นิ่ง ๆ ไว้ เดี๋ยวมันก็จะทนไม่ไหวเองแหละ อย่าไปง้อมันมาก เข้าใจนะ

            ตึกชั้นหนึ่งเป็นเพียงชั้นมืด ๆ ที่ถูกใช้เป็นโรงจอดรถ  แพคฮยอนจึงยืนยันที่จะไปส่งเขาจนถึงถนนที่สว่างจ้า  ก่อนจะบอกลากันพร้อมแลกเบอร์โทรศัพท์ไว้ดิบดี

            มีปัญหาอะไรโทรมาได้ทุกเมื่อนะ สำหรับคยองซูแล้วพี่พร้อมเสมอ

            ครับ.. คยองซูไปก่อนนะครับ   พี่จงอิน...คยองซูไปแล้วนะครับ

            เอ่ยเบา ๆ  แต่ไม่ได้เงยขึ้นไปสบตาอีกเลยแม้แต่วินาทีเดียว  ปกติเขาก็กลัวจงอินอยู่แล้ว   นี่มีชนักติดหลังจากความผิดที่มาโดยไมได้นัด ก็ทำให้คยองซูไม่ค่อยกล้าที่จะพูดมากนัก 

            ...คงต้องรอให้พี่จงอินหายโกรธ  แล้วค่อยขอโทษทีหลัง

            ถึงเวลานั้น  พี่จงอินอาจจะจำได้

            กระดาษใบน้อยที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ตตัวหนายังอยู่ดี  กระดาษที่ตั้งใจเอามาเพื่อเตือนความจำใครอีกคนถึงวันสำคัญของวันนี้

            คยองซูมองแผ่นหลังทั้งสองเดินห่างออกไปภายในอาคารพร้อมกับถอนหายใจ

 
 

                1st Anniversary.

                Day of Us.

            ดวงตาคู่สวยมองการ์ดพร้อมหยาดน้ำตา

กล้า ๆ สิคยองซู...กล้าอีกนิด  พี่แพคฮยอนบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าให้กล้า

                ‘อย่าไปกลัวคยองซู...เห็นหน้าดุ ๆ อย่างนี้เหอะ ใจดีจะตาย อยากทำอะไรก็ทำ มันไม่โกรธจริง ๆ หรอก

            ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่เพื่อทบทวนบางสิ่งที่อยู่ในใจ  ก่อนทีปลายเท้าจะก้าวยาว ๆ ออกไปตามความคิด


คยองซูก็ได้แต่หวัง  ว่าพี่จงอินจะไม่โกรธเขาจริง ๆ

 

 

 xxxxxxxx

 

 

 

            นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป!!!”

            แม้จะรีบเดินมากเพียงใด  แต่สุดท้ายเพียงแค่เดินเข้ามาภายในตึกไม่กี่ก้าวแพคฮยอนก็หนีไม่พ้นฝ่ามือแกร่งที่เอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่นหนา   สายตาคมที่จับจ้องผ่านความมืดสลัวทำให้แพคฮยอนเบือนหน้าหลบ 

            หลบตาทำไมล่ะแพคฮยอน...หันมาคุยกันให้รู้เรื่องสิ

            ฉันไม่มีอะไรจะคุย ง่วงแล้ว..อยาก...อ๊ะ

            แผ่นหลังบอบบางถูกดันจนติดกับผนังเสาขนาดใหญ่  ใบหน้าคร้ามอยู่ห่างไม่ถึงคืบ แต่แพคฮยอนกลับมองมันอย่างไม่ชัดเจนเอาเสียเลย

            พรุ่งนี้ฉันจะกลับบ้าน  ไม่อยู่กวนนายอีกแล้วล่ะ

            “แพคฮยอน!!!”

            ฉันทำไม่ได้...ฉันทำร้ายเขาไม่ได้ เขา...ไม่ผิดอะไรเลยสักนิดเดียว

            คยองซูก็เหมือนกรอบรูปบานนั้น ถูกวางไว้หมิ่นเหม่อยู่บนโต๊ะพอขยับเข้าไปโดนเพียงเล็กน้อย ก็คงตกลงมาแตกอย่างง่ายดายทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ผิดเลยสักนิดเดียว  และเขาไม่ได้ไร้เดียงสาจนมองสายตาที่เด็กคนนั้นมองจงอินไม่ออก รักแค่ไหน...ทำไมเขาถึงจะไม่รู้

            เขารักนาย...เขารักนายนะจงอิน

            แล้วนายล่ะ

            แพคฮยอนก้มหน้ามองพื้นที่มืดดำ หยาดน้ำตาหลั่งออกมาคลออยู่บนแก้มอย่างที่ห้ามไม่อยู่ มือเล็กกำชายเสื้อของตัวเองเอาไว้แน่น ก่อนที่จะพบกับสัมผัสอุ่นที่แนบลงมาบนฝีปาก

            นายไม่รักฉันเหรอ

            จูบแผ่วเบาและเสียงแหบพร่าที่เขาได้ยินต่อมาทำให้สายตาของเขาพร่ามัวยิ่งกว่าเดิม  อ้อมกอดใหญ่โตที่กำลังโอบรอบกายเขากำลังสั่นเทา  สั่นราวกับกลัวอะไรบางอย่าง

            เราสองคนทรมานมานานแค่ไหนนายเองก็รู้ แล้วถึงวันนี้...นายจะหนีหายไปจากฉันอีกเหรอ

            ทรมานแค่ไหน ทำไมแพคฮยอนจะไม่รู้  รวดร้าว เจ็บปวด  บอบช้ำจนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่

            แพคฮยอนผ่านมันมาหมดแล้ว... เขาเรียนรู้ทุกอย่างหมดแล้ว

            เขาจึงกลับมา...กลับมาหาคำตอบว่าเหตุใดจึงต้องเจ็บปวด

            จงอิน...ฉัน ...ฉัน

            แพคฮยอนต้องการแค่นั้น... ต้องการแค่ความรักครั้งเก่ากลับคืนมา

            แต่เขาก็ไม่ได้อยากกลับมาเพื่อทำร้ายคนอื่น

            แพคฮยอน  ฉันไม่อยากทำเพื่อใครอีกแล้ว

            อ้อมแขนอุ่นดันเขาออกมา ฝ่ามือหนาประคองที่หน้าเขา ราวกับดวงตาสีนิลคู่นั้นสะท้อนสิ่งที่อยู่ในใจของแพคฮยอนไปจนหมด แววตาที่เต็มไปด้วยเจ็บปวด

            “ฟังนะ แพคฮยอน...ฟังให้ชัด ๆ”

 เจ็บทั้งสองคน

                ฉันไม่เคยรักคยองซูเลย คนที่ฉันรักมาตลอดก็คือนาย นายคนเดียว

           

 

            เคยมีใครบางคนสอนเขาว่า อย่าเชื่ออะไรง่าย ๆ   หากไม่ได้ยินด้วยสองหู  และเห็นด้วยตาของตัวเอง

            อย่าเชื่อ....หากไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง

            พี่จงอิน

            คยองซูได้ยินคนสองคนเรียกชื่อเขา  แต่ตอนนี้เขากลับไม่ต้องการได้ยินอะไรเลยแม้แต่น้อย  คยองซูอยากหูหนวก  อยากตาบอด  อยากหายไปจากตรงนี้

            บางที....นี่อาจคือความฝัน

            ฝันที่ไม่มีวันตื่น

            วินาทีแรกที่เห็น  เขารู้สึกราวกับพื้นที่ยืนอยู่กำลังเอนเอียง  แต่เมื่อได้เข้ามาใกล้จนได้ยินประโยคที่คนทั้งสองพร่ำเรียกหากัน   เขาก็รู้สึกราวทุกสิ่งทุกอย่างจะถล่มลงมา

            คยองซูไม่รู้ว่าอะไรเจ็บปวดกว่ากัน  ระหว่างการเห็นคนรักของตัวเองโอบกอดแสดงความรักกับคนอื่น  กับการพบว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้รับความรักจากคนที่เรียกได้ว่าแฟนของตัวเองเลย

            เมื่อไม่กี่นาทีนี้  เขาถูกพาขึ้นบินบนฟ้า  เห็นรอยยิ้มและความจริงใจจากใครบางคน  แต่วินาทีนี้ คน ๆ เดียวกัน  กลับปล่อยมือให้เขาตกลงมากลางอากาศเวิ้งว้างอย่างไม่ไยดี 

 

                สนุกมากใช่ไหม  เห็นคยองซูโง่มากนักใช่ไหม

            สายตารวดร้าวมองตรงไปยังคนทั้งสอง  ที่แม้กระทั่งอยู่ต่อหน้าเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากกัน ฝ่ามืออุ่นที่เคยเป็นของเขา  บัดนี้ กลับถือครองปลายนิ้วของใครอีกคน..  คนที่หลอกให้เขาเชื่อจนเต็มหัวใจ

            ใจร้าย...ทำไมคนที่เขาไว้ใจ ถึงใจร้ายกับเขาเหลือเกิน

            “คยองซู...พี่  พี่ไม่ได้ตั้งใจ

            นี่ขนาดไม่ได้ตั้งใจ  ถ้าตั้งใจมันจะขนาดไหนครับ...คุณแพคฮยอน

            คยองซู... ขอโทษ

            ต่อให้ร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าเขาแค่ไหน  คยองซูก็ไม่หลงเชื่ออีกแล้ว  การเล่นละครหลอกคนโง่มันง่ายดายแค่ไหนเขาเรียนรู้มันมาเมื่อครู่นี้เอง 

เรียนรู้มันด้วยหัวใจบอบช้ำของตัวเอง

            คนอย่างคยองซูมันซื่อ  มันโง่  มันไม่ทันคน เค้าพูดอะไร  เค้าว่าอะไร ก็เชื่อหมด... ไม่รู้เลยซักนิดว่ากำลังจะถูกทำร้าย   มัวแต่โง่  มันก็เลยถูกหลอกแบบนี้

            คยองซู…” รุ่นพี่คนนั้น... เรียกเขา ด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังรู้สึกผิด

แต่คยองซูรู้ดี...อีกฝ่ายคงกำลังยิ้มเยาะเขาอยู่ในใจ! 

เขามันโง่...โง่เอง

            มันไม่ใช่ความผิดของแพคฮยอน  พี่ต่างหากล่ะคยองซู  ถ้าจะโทษ...ถ้าจะโกรธ  ก็โกรธที่พี่คนเดียว พี่รักแพคฮยอน

            คยองซูไม่ต่างจากคนที่ถูกผลักตกลงมากระแทกกับพื้น  แล้วพบว่ามีคนที่เขารักสุดหัวใจถือมีดรอกรีดซ้ำอยู่ตรงหน้าเลยสักนิดเดียว  คนรักของเขากำลังโอบกอดใครอีกคน  พยายามพร่ำบอกว่าเป็นความผิดของตน....มากกว่าชู้รัก!

            รัก...รักงั้นเหรอ

            บนถนนสายความรัก มีเพียงสองคนเท่านั้นที่จะได้จับมือกันไปจนสุดทางเดิน  แล้วส่วนเกินอย่างเขาจะไปอยู่ที่ไหน

            แล้วผมเป็นใคร...พี่จงอิน  ผมเป็นใคร!!!  ผมเป็นแฟนพี่นะ พี่บอกรักเค้า.... ทั้ง ๆ ที่ผ่านมา พี่ไม่เคยบอกรักผมซักคำ  พี่เห็นผมเป็นอะไร  หา

            คยองซู... พี่...  คยองซู  จงอินไม่ผิด  พี่ต่างหากล่ะที่ผิด

            ไม่เคยมีครั้งไหนในชีวิตที่พี่คยองซูเป็นเช่นนี้  คำว่าเลือดเข้าตาเป็นอย่างไรเขาเข้าใจแล้ว  สำหรับเขาตอนนี้ น้ำตามันกำลังไหลย้อนเข้ามาทำให้ดวงตาของเขามืดบอด ภาพที่พร่าเลือนตรงหน้าคือแมวขี้ขโมยที่หลอกให้เขาตายใจ แล้วก็ขโมยของที่เขารักไปต่อหน้าต่อตา

            บทลงโทษสำหรับขโมย ก็คือเสียงเกรี้ยวกราดและฝ่ามือที่ฟาดลงบนผิวเนื้อของอีกฝ่ายอย่างไม่คำนึงถึงสิ่งใด

            ใครเป็นน้องคุณ!! ไม่ต้องมาพูดดีกับผม  ไม่ต้องมายุ่งกับผม ไอ้คนขี้ขโมย ทำอย่างนี้ได้ยังไง  คุณทำได้ยังไง!!!”

            จงอินลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมว่าคนผิดคือใคร  ลืมว่าความสัมพันธ์ของเขากับคยองซูดำเนินมาเนิ่นนานเพียงใดแล้ว  ลืมว่าเขาเป็นคนทำร้ายคยองซูเองกับมือ

 

            เป็นบ้าอะไรน่ะคยองซู!!!”

            กำลังทั้งหมดที่มีถูกใช้กับการผลักร่างเล็กที่กำลังตบตีคนที่เขารัก   แสงสลัวภายในลานจอดรถทำให้เขาไม่ได้มองเห็นสีหน้าเจ็บปวดยามที่คยองซูถูกผลักจนล้มลงไปกับพื้นสุดแรง

            จงอินไม่รู้ว่าเพราะแรงสะอื้นหรือว่าความเจ็บปวดจากการถูกทำร้าย ร่างกายของแพคฮยอนสั่นเทาราวลูกนกที่ตกลงน้ำ   จนเขาต้องก้มลงไปโอบกอดร่างเล็กไว้อย่างแน่นหนาแนบอก

            ไม่เป็นอะไรใช่ไหมแพคฮยอน...เจ็บตรงไหนหรือเปล่า

            ผิวเนื้อครูดไถลลงมาบนพื้นคอนกรีตขรุขระทำให้คยองซูได้สติ ทั้งเจ็บและแสบ  ไม่มีร่างกายส่วนไหนที่ไม่รับรู้ถึงเรี่ยวแรงมหาศาลนั้น  ความมืดทำให้เขาไม่อาจสำรวจร่างกายของตัวเองได้ว่าบาดแผลเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง  มีเพียงอาการแสบ และชาที่รู้สึกทั่วทุกตารางนิ้วบนผิวกาย  หากเมื่อหันไปยันเสียงที่คุ้นเคยของคนที่เขารักยิ่งกว่ารัก  ก็เหมือนมีแสงจากสปอร์ตไลท์ส่องให้เขาเห็นรายละเอียดทุกอย่าง 

            เคยสงสัยมานานแล้ว   เหตุใดพี่จงอินจึงไม่เคยโอบกอดเขา  แม้ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาจะลึกซึ้งไปไกล หากไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะได้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนพี่จงอิน

            พี่จงอิน...

            หรือนี่...คือผลตอบแทนของความรักที่เขามีให้  ความซื่อสัตย์  ภักดี คำพูดใดที่พี่จงอินของเขาพูด เขาก็เชื่อ พี่จงอินให้ทำอะไรเขาก็ทำ   พี่จงอินชอบอะไร เขาก็ชอบ  พี่จงอินต้องการอะไร เขาก็พร้อมที่จะทำให้

            ผลของความพยายามทั้งหมดของเขามัน  ตอบแทนมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส

            คยองซูก็เจ็บนะ เจ็บมากกว่าเขาด้วย  คยองซูเจ็บตรงนี้นะพี่จงอิน...

            เจ็บจนหัวใจมันอยากจะหยุดเต้น 

            คยองซูค่อย ๆ ประคองร่างกายบอบช้ำขึ้นมา กวาดสายตาจับจ้องคนสองคนราวกับต้องการบันทึกความทรงจำเลวร้ายนี้เอาไว้ 

            ทำไม  ทำไม.....

            เสียงอะไรบางอย่างดังลั่นกลบถ้อยคำที่เขาต้องการเอ่ยจนหมด คยองซูหันตามสัญชาตญาณไปยังต้นเสียง เสียงหัวใจเต้นรัวดังไม่แพ้กับเสียงล้อบดถนนดังลั่นเข้ามาในโสตประสาท แสงไฟสว่างจ้าจนเขาต้องหรี่ตา  ก่อนเบิกตากว้างเมื่อพบกับวัตถุสีมืดดำขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            เอี๊ยดดด!!!!

            แรงปะทะรุนแรงที่พุ่งเข้าสู่ร่างหนักหนากว่าแรงผลักเมื่อครู่นัก จากแสงสว่างพร่างพราวเหลือเพียงเงามืดดำ

 

            “คยองซู!!!

 

 

เปลือกตาหนาหนักกำลังถูกปิดลง พร้อม ๆ กับร่างกายที่ขยับไม่ได้  หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ที่หยดอยู่บนแก้มเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ 

สติเลือนลางบ่งบอกว่าเขากำลังเจ็บ....           

เจ็บ... เจ็บยิ่งกว่าครั้งใด ๆ  เจ็บหนักจนกระทั่งอาการชาขยับไล่ไปทั่วร่างกาย  สมองสั่งการเชื่องช้า ความคิดสับสนวุ่นวายกำลังจะจบลง

...ถ้าไม่รู้สึกอะไรก็คงดี จะได้ไม่ต้องเจ็บ...ต้องปวดกับเรื่องอะไรอีก หากเป็นไปได้...เขาก็อยากปิดหู ปิดตาอยู่ในความมืดมิดตรงนี้ตลอดไป

 

                “แพค... แพคฮยอน!!

           

           

 

 

                                ฤๅแมลงน้อยผู้โง่เขลา

                                จะไม่รู้ว่าความรักครั้งนี้

                                ต้องแลกมาด้วยชีวิต... 

 

TBC.
 






หนูเชื่อคนง่าย....หนูเลยลงมันซะทุกวันเลย

พี่พัช...รับผิดชอบด้วยยยย

*3*  ปล้ำจูบทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ  *ฟัดรัววว*

ถ้าอ่านแล้ว มีเวลาว่างก็เม้นท์ให้ซักหน่อยนะคะ >w<   
หรือจะจิ้มจึ๊ก ๆ โหวตให้สักหนสองหน
-..- หรือถ้าเป็นไปได้กดวิจารณ์ให้หน่อยก็ได้นะคะ  ฮิ้วววว
ถ้ากระแสตอบรับดี อาจจะลงตอนต่อไปไม่เกินวันจันทร์ ฮ่า ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #448 kuychai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 11:32
    แบคเป็นไรมั๊ย????
    #448
    0
  2. #413 ppp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2556 / 00:24
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออ ร้องไห้แม่งงงงงงงงงงง T^T

    สงสารคายอง ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ T^T

    หนูไม่ผิดหรอกคายอง แค่ไม่ใช่คนที่ถูกรักเฉยๆ อ่ะลูก TT__________TT

    แต่ที่กรอบรูปแตกนี่คือแกก็เปลี่ยนกรอบได้จุงงิน จะทิ้งรูปไปด้วยทำไมฟระ!!!??? -*-

    ละอิแบคคือแก.... นางเอกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ก็นะ คายองไม่ผิดอะไรเลย แถมได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนแล้ว ละน้องก็รักจุงงินมาก

    ละน้องก็น่ารักแสนดี แล้วอยู่ดีๆ ต้องมาเสียใจ นะ... ใครจะกล้าใจร้ายได้ลงคอ

    ต่อให้รักมากแค่ไหน แต่ก็ทำร้ายไม่ลงหรอก ฮื้ออออออออออออออออออออออออ T^T

    แต่ก็อย่างที่จุงงินบอก ไม่เคยรักเลย ตลอดมาก็ทรมานหัวใจตัวเองมามากพอแล้ว

    จนถึงวันที่ได้เจอหัวใจตัวเองที่หายไป มันก็ควรทำให้ถูกที่ถูกทางสักที

    ถ้าน้องโด้ไม่หลอกตัวเองจนเกินไป น้องก็จะรู้ว่าที่ผ่านมา.. กับจุงงิน มันไม่ใช่เลย...

    ภาวนาให้หนูเข้าใจและปล่อยคนที่หนูรักได้มีความสุขกับคนรักที่เขาตามหามาตลอด

    นั่นอิแบคโดดเข้าไปช่วยคายองแน่เลยอ่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด T0T

    อย่าเป็นอะไรนะพี่แบคคนงาม ม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย TT________TT

    เดี๋ยวนะ... แล้วอิพี่หานนี่มาไง? เป็นอะไรกับแบค? ละอะไรที่จะไม่รอแบค? -*-
    #413
    0
  3. #396 BACON_BAEK (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 17:07
    ตกลงใครโดนรถชนแพคหรือคยอง
    #396
    0
  4. #327 !!~...kihae...~!! (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 / 04:45
    เห้ยๆ เดี๋ยวๆ เดี๋ยวนะ ใครอ่ะใครรรรรรรรรร????
    ใครถูกรถชนคยองหรือแบค โอยๆๆๆ จะบ้าตายละชั้น
    ตอนนี้เป็นอะที่หน่วงมากอ่ะ เหมือนเอาอะไรมาจิ้มจึกๆ?? 5555
    แล้วแต่ละประโยคของแต่ละคนนะ อ่านแล้วยิ่งอิน TT
    ของมันแตกไปแล้ว จะเก็บเอาไว้เพื่ออะไร...แล้วก็ประโยคต่อๆมาของจงอินที่พูดกับแบค
    ชั้นสงสารคยองซูเลยอ่ะ สงสารมากยิ่งมาได้ยินกับตัวเองแล้วด้วย
    ถ้าชั้นเป็นอิแบคชั้นก็คงรู้สึกผิดเหมือนกันนั่นแหละ
    ถึงจงอินมันจะมั่นคงกับความรักของตัวเองขนาดนี้ก็เถอะ เห้อ...
    แต่จะให้ทำยังไงล่ะเนอะ ถ้าไม่จบตอนนี้ปล่อยไว้ก็ยิ่งเจ็บ
    แล้วถ้าต้องเลิกรักคนที่เรารักมากขนาดนี้ ใครจะไปทำได้วะ #อินอ่ะ #อินไป TT

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 กรกฎาคม 2556 / 04:45
    #327
    0
  5. #203 mink (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 17:47
    ฮือๆๆๆ ตอนนี้เศร้ามากๆๆๆๆบ่องตง สงสารทุกคนเลย ไม่วาาจะเป็น แบคฮยอน จงอิน หรือ คยองซู ทุกคนล้วนแต่เจ็บปวดกันทั้งนั้น เฮ้อเจ็บนะถ้าตกอยู่ในสภาวะอย่างนี้ เข้าใจเลยอ่ะ ว่าแต่ละคนรู้สึกยังไง ไรเตอร์แต่งแบบเห็นภาพและรู้สึกอินตามมากๆๆๆ แล้วเรื่องมันเป็นยังไงต่อเนี่ย ใครโดนรถชนกันแน่ ระหว่าง แบคฮยอน กับ คยองซู ?
    #203
    0
  6. #183 my angle_teuk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2556 / 12:37
    พาร์ทนี้บีบหัวใจมากกกกกกกกกกสงสารทุกคน 
    #183
    0
  7. #150 ป๋ายคือของข้า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 21:34
    โอ่ยยยยๆๆๆ พาร์ทนี้บีบคั้นหัวใจสุดพี่น้องเอ้ย!!! *เป่าแตรรัวๆ*



    น้องคยองนี้ด่าเจ็บไม่เบาเลยนะ เห็นหนิมๆ แบบนี้



    ปล่อยไคแบคไปเหอะ เรื่องนี้มันไคแบคนะคยอง



    กลับมาหาแม่เถอะลูก เด่วแม่ชงนมให้กินนะลูกนะ *ลูบหัวคยอง*



    อิแพคคคคคคคคคคคคคคค!!! แกมันนางเอกชัดๆ *ปาดน้ำตา



    แกเข้าไปช่วยคยองลูกน้อยหอยสังข์(?)ของฉันใช่ม้อยยยยยยยยยยยย!!! #ตอบ



    แค่โคตรชอบอินนี่ คือแบบ ตรงๆ ไปเลย ไม่มีลังเล รักแบคก็บอกว่ารักแบคคนเดียว อร๊ายยยยยยยย!! ปลื้มค่ะปลื้ม



    ปกติฟิคเรื่องอื่นนี่แบบ คงทิ้งไม่ได้อ่ะ แต่ฟิคเรื่องนี้ไม่ค่ะ ชอบบบบบบบบบบบบบบบ!!! อิอิ



    ต่อไปแบคจะเป็นยังไง ติดตามคร่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!! *ปั่นจักรยานไปอ่านพาร์ทต่อไป*



    โอ๊ะลืมอย่างหนึ่ง!!!



    รักไรท์อ่ะ จุ๊ฟๆ อรั้ยยยย เขิลลลลล!! .////////.
    #150
    0
  8. #143 Mprang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 11:37
    TT ทำไมต้องเป็นแบบนี้แล้วตกลงใครแน่ที่โดนชน

    ทำไมเป็นแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นอีก อ่านแล้วมันหน่วงสุดๆTOTไม่ไหวแล้วจริงๆงะ

    ไม่อยากให้แพคฮยอนเสียใจ ไม่อยากให้คยองซูเป็นอะไร จงอินนายแหละผิด

    ถ้านายไม่คบคยองซูเพราะต้องการลืมแพคฮยอน เรื่องจะไม่เป็นแบบนี้!

    #143
    0
  9. #140 .: bowlingz :. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 02:05
    พรากกกกกกกกกกก TT_______TT
    ไม่คิดว่าจะดราม่าขนาดนี้นะ ฮรึกกก ㅠㅠㅠ
    คือแบบ..เข้าใจแพคฮยอนอ่ะ ไม่อยากทำรัายคยองซู
    แต่คยองซูก็น่าสงสารเหมือนกัน คนที่โดนรถชนคือแพคฮยอนหรอ
    อ๊ากกกกกก!!! ไม่นะ!!!! TT_____TT ปวดใจเลยอ่าา
    ไรท์เตอร์จัดหนัดชกซะแล้วว แล้วอัลไลคือการที่แพคฮยอนคุยกับพี่ลู่ บอกว่าจะกลับไป?
    พี่ลู่เป็นแค่พี่ชายใช่มั้ย ไม่ใช่แฟนใช่มั้ย? แอบสงสัย หรือเราคิดมากไปเอง 5555
    กดโหวตรัวๆ TvT ไรท์เตอร์สู้ๆ นะค้าาา ชอบมากๆๆ ขอย้ำอีกหลายๆ ที อิอิ
    #140
    0
  10. #139 embyunbaek (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 19:50
    เอาแล้วไง ไรเตอร์เล่นกูแล้ว
    แบคฮยอนนนนนนนนนนนนนนนนน
    กรี้ดดดดดดด TT
    สงสารทั้งสามคน คยองมาหาเราเถอะ
    #139
    0
  11. #138 ByunAmateurMom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 19:34
    คนแต่งรับผิดชอบน้ำตาของพี่ที่เสียไปตอนอ่านพาร์ทนี้ด้วยนะคะT_T
    รับผิดชอบด้วยการมาต่อตอนไปเร็วๆ นะคะ ฮือT_T
    ทำไมอ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วคิดว่า คนที่ถูกรถชนไม่ใช่คยองซูหรอกT_T
    นี่อ่านไป แล้วก็ต้องหยุดพักไปใช้ทิชชู่เช็ดน้ำตาT_T ถ้าถ่ายคลิปตอนอ่านอยู่
    ส่งไปให้คนแต่งได้ก็อยากจะทำ ฮื่อ อยากจะบอกว่า ชอบเรื่องนี้มากจริงๆ
    และสะเทือนอารมณ์และอินมากT_T อาจจะเป็นเพราะว่านึกถึงเรื่องของตัวเองมั้งคะ
    เคยเป็นแมลงเม่าอยากเล่นกับกองไฟอยู่ช่วงนึง แต่มันผ่านไปแล้วล่ะ
    จะมาพูดเรื่องตัวเองทำไมเนี่ย เม้นท์เนื้อหาดีกว่าT_T

    อ่านแล้วร้องไห้หนักกว่าทุกพาร์ที่ผ่านมา ยิ่งน้องนิ่มเปลี่ยนเพลงหน้าบทความด้วย
    ฮื่อ เพลงนี้นี่มันเหมือนแต่งมาเพื่อมิดไนท์เลยนะคะ อ่านความหมายแล้วขนลุกมาก

    พยอนT_T คือเข้าใจในสิ่งที่พยอนทำนะ ถ้าเป็นเรา เราก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน
    ไม่ใช่ว่าเป็นคนดีอะไรมากหรอก แต่เข้าใจความรู้สึกคนที่เค้ารักใครมากๆ
    แล้วเราก็ไม่อยากทำร้ายเค้า เพราะเราก็รักคนคนนั้นเหมือนกัน
    พยอนรู้ว่าคยองซูรักจงอินมากแค่ไหนเลยไม่อยากทำร้าย
    พยอนคนดีของแม่T_T

    แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่สงสารคยองซูนะคะ น้องคงช็อคและเสียใจมาก
    มันเจ็บปวดมากนะกับการที่ได้รับรู้ว่าคนที่เรารักไม่เคยรักเราเลย
    ตลอดเวลาที่คบกันมามันคืออะไรก็ไม่รู้ เหมือนตัวเองโง่งมงายอยู่คนเดียว
    เพราะงั้นเลยไม่รู้สึกว่าคยองซูน่ารำคาญแต่น่าเห็นใจและน่าสงสารมากกว่าค่ะ

    พระเอกของเราก็เช่นกัน แต่ขอเห็นใจคุณพระเอกน้อยกว่านายเอกทั้งสองนะคะ
    (ความลำเอียงมีอยู่จริง)

    ไม่ได้ร้องไห้ทุกครั้งที่อ่านฟิคอย่างนี้มานานเท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว
    ปกติก็ไม่ค่อยได้อ่านฟิคด้วยค่ะ หลงรักการเขียนของน้องนิ่มแล้ว ทำยังไงดีT_T
    ย่อหน้าสุดท้ายนั่นมันอะไรกันT_T ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนต่อไปมันจะจบยังไง

    น้องนิ่มรับผิดชอบด้วยการมาต่อตอนต่อไปเร็วๆ นะคะT_T
    พี่พัชจะเตรียมทิชชู่รออยู่ที่ทางช้างเผือกค่ะ ฮึก
    #138
    0
  12. #136 *Aphorist* (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 00:50
    ลึกซึ้งมากอ่ะ TT
    คยองซูคนดี ไม่น่ามาตกหลุมรักคนอย่างจงอินเลย
    #136
    0
  13. #135 embyunbaek (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 23:15
    ชิบแล้วแกจงอินนน บอกคยองไปเลยว่าแกแบบมีแบคแล้วนะ
    รักแบคมากมาก เดี๋ยวฉันจะปลอบคยองเอง
    ละมุนกับไคแบคจริงจริง กรี้ดเขิน ><

    ไรท์สู้สู้!~
    #135
    0
  14. #134 ByunAmateurMom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 23:13
    ชอบประโยคนี้มากค่ะ "เมื่อความรักถูกถ่ายทอดลงเป็นตัวอักษรหรือลายเส้นใดๆ
    ความรักนั้นจะกลายเป็นความรักที่สามารถหยิบมันขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้
    แม้กระทั่งในวันที่เจ้าของความรักไม่อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม"

    คนแต่งช่างเป็นคนที่ละเอียดอ่อนและเล่นคำได้สวยจังค่ะ

    วางผิดที่ เลยตกลงมาแตก ความจริงไม่ควรอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกT_T
    เราฟังเพลงเดิมตอนที่อ่านครั้งแรกเมื่อวานคลอไปด้วยอีกแล้ว
    แล้วน้ำตาเราก็ซึมตอนอ่านมาถึงประโยคนั้นของจงอิน
    สงสารคยองซูT_T

    แต่ถ้ามองในอีกมุม ในความรู้สึกของเราเองเราว่าจงอินทำถูกแล้วค่ะ
    ความรักไม่ควรมีคนถึงสามคน หัวใจจงอินเป็นของแพคฮยอน
    คยองซูก็กลายเป็นคนที่อยู่นอกวงโคจรไปโดยปริยายT_T
    แต่ถ้าจงอินไม่ปล่อยคยองซูไป คนที่เจ็บก็จะไม่ใช่แค่คนคนเดียว
    ไม่ว่าใครจะเจ็บก็น่าสงสารอยู่ดีT_T

    คยองซูมาแล้วเหรอลูกT_T มารับรู้ความจริงอันเจ็บปวดแล้วใช่ไหม
    แม้จะเป็นเมนแพคฮยอน แต่อ่านมาถึงบทนี้แล้วอดสงสารคยองซูไม่ได้จริงๆ
    แต่สำหรับความรักไม่มีที่ว่างมากพอสำหรับคนสามคนจริงๆนะคะT_T
    เราดีใจที่จงอินสมหวังกับแพคฮยอนแต่ก็อดสงสารอีกคนที่เหลือไม่ได้

    ไม่เป็นไรนะคยองซู อะไรที่ไม่ใช่ของเรา ยังไงมันก็ไม่ใช่T_T

    คนแต่งคะ ฮื่อ เอาอีกเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์มาน้า
    ไม่งั้นเราจะ เราจะ เราจะ เราจะรอต่อไป #โด่ววววว

    ยังบีบหัวใจและงดงามเช่นเคยกับการเขียนของคนแต่งคนนี้
    รอส่วนที่เหลือนะคะ เป็นกำลังใจให้ ฮึกๆๆ
    #134
    0
  15. #133 `HtPAtJOnGiN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 23:06
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    ดราม่าแน่นอนอีก 70% ที่เหลือ
    สงสารคยองซือ..
    รออยู่นะคะไรเตอร์ -.-
    #133
    0