[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 8 : Midnight Fire [Part III]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 990
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    4 เม.ย. 56

 

Midnight fire

Fiction by y_prand

PART III

 

 
 

 ความรัก...

ปราศจากเหตุผล

 

การกระทำที่เกิดจากความรัก

ก็ปราศจากเหตุผลเช่นเดียวกัน

 

 

            สองแขนเกาะเกี่ยวร่างหนาแน่นยามที่แผ่นหลังบอบบางแนบลงบนพื้นเตียง   จูบหนักหน่วงบดขยี้ริมฝีปากบางเฉียบจนช้ำ  ทว่าไม่มีสักวินาทีเดียวทีแพคฮยอนคิดจะเบือนหน้าหนีและปฏิเสธทุกสัมผัสที่จงอินหยิบยื่นลงมา

 

            เรียวลิ้นชื้นแฉะรุกคืบแทรกผ่านกลีบปากหวานนุ่ม   ถ่ายทอดอุณหภูมิร้อนรุ่มลงไปในทุกพื้นที่ที่เข้าถึง   ลมหายใจของแพคฮยอนขาดห้วง  แผ่นอกเรียบสะท้านขึ้นลง  เขาหอบลึก   หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากที่อยู่เดิม

 

            “จง... จงอิน ”

 

            ร่างทั้งสองถลาเข้าหาโดยปราศจากเหตุและผลใด ๆ    หลงเหลือเพียงความปรารถนา สันชาตญาณและความโหยหาต่อกันเท่านั้น  จุมพิตร้อนแรงถ่ายทอดความรู้สึกที่กดเก็บไว้มานานของทั้งสองได้อย่างลึกซึ้ง   เสียงของจงอินแหบพร่า ยามที่กระซิบแผ่วหวิว

 

            “ตอนนั้น... นายยังจูบไม่เป็นด้วยซ้ำ”  

 

            ประโยคนั้นเรียกให้น้ำที่เอ่ออยู่ในตาร้อนผ่าวหลั่งรินเป็นสาย  แพคฮยอนไม่สะอื้น... หากจุกแน่นไปทั้งอก  เมื่อคิดถึงความทรงจำที่มีเพียงเขา และจงอินเท่านั้นที่รับรู้

 

            ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ออก  ก่อนที่แพคฮยอนจะยืดตัวขึ้นจูบปลายคางของจงอิน  หัวเราะบาง... ด้วยสีหน้าที่ทำให้คนมองแทบอยากร้องไห้

 

            “ส่วนนาย...ก็ไม่กล้าแม้แต่จะถอดเสื้อผ้าฉัน”

 

            ดวงตาเรียวสวยทอประกายเศร้า  ขณะที่มือเรียวบางเคลื่อนไหวอยู่เหนือขอบกางเกงของอีกฝ่าย 

 

            “จงอินนา...  ”

 

            แพคฮยอนเรียกร้องผ่านเสียงหวาน... และร่างกายที่หยัดขึ้นหาอกหนาอย่างไม่อาย รสจูบที่แสนเย้ายวนกำลังถูกตอบโต้ด้วยร่างใหญ่ที่บดเบียดแนบชิดยิ่งขึ้น    นิ้วเรียวยาวไต่ไปบนเนื้อผ้าที่ตึงเครียดจนแทบระเบิด และเลื่อนไปปลดซิปให้อย่างเบามือ

 

            จนทำให้หวนคิดไปถึงครั้งนั้น

 

            ตอนที่มือของทั้งคู่...ยังสั่นระริก  ขณะช่วยปลดกระดุมเสื้อให้อีกฝ่าย

 

            อ้อมกอดที่แสนบริสุทธิ์... หากเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลอง

 

                คืนนั้น... แพคฮยอนเพลิดเพลินกับการเตรียมละครเวทีของตนจนลืมว่าดึกมากแล้ว   ส่วนจงอินก็เฝ้ามองอีกฝ่ายขยับไปทางโน้นทางนี้ อย่างเผลอไผล

 

                รู้ตัวอีกที... ฝนก็ตกหนัก  หนักจนทำให้ทั้งสองตัดสินใจอยู่ต่อ ภายในห้องชมรมแคบ ๆ เย็นเฉียบ  มีเพียงโซฟาเก่า ๆ หนึ่งตัว  และข้าวของเกะกะ รกรุงรัง แทบไม่มีพื้นที่พอให้ร่างทั้งสองห่างกันมากนัก

 

                จูบแรกผ่านไปแล้วเกือบเดือน เป็นเพียงจูบบางเบา ที่แสนบริสุทธิ์  แต่จงอินกลับกลัวที่จะมีครั้งที่สอง

 

                เพราะเขารู้ดี...ว่าคงห้ามใจตัวเองไม่ได้นัก  หากมีแพคฮยอนในอ้อมแขนอีกครั้ง

               

                น่าแปลก...

               

                จงอิน...ผู้ไม่เคยครั่นคร้ามต่อเหตุการณ์ใด ๆ   กลับไม่มั่นใจเลยสักนิดเดียว  ยามที่ขยับตัวไปแนบชิดเจ้าของร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าอยู่

               

            กระทั่งแพคฮยอนเป็นฝ่ายเคลื่อนมาซุกร่างอยู่ข้าง ๆ และกอดแขนเขาไว้แน่น

 

 

            “หนาวเหรอ”

 

                “เปล่า... “

 

 

                เจ้าของร่างบอบบางที่กำลังสั่นไปทั้งตัวส่ายหน้าปฏิเสธ ...

 

                “แค่อยากอยู่ใกล้ ๆ นาย”

 

ดวงหน้าขาวซีด ปรากฏต่อสายตาของเด็กหนุ่มผิวเข้ม  ตาคมจ้องมองด้วยประกายหวาน  ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนจะประทับลงบนพวงแก้มนุ่มนิ่ม และเคลื่อนไปประกบลงบนกลีบปากสีหวาน

 

                อ้อมกอดอบอุ่นนั้น... แปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาร้อนแรงได้เพียงไม่นาน เสียงฟ้าร้องทำให้แพคฮยอนสะดุ้งได้ทุกครั้ง  หากท่อนแขนของจงอินเอง...ก็โอบร่างเล็กแน่นเรื่อย ๆ เช่นกัน

 

                “เดี๋ยวก็อุ่น...”

 

                ฝ่ามือที่ปะป่ายไปอย่างไร้จุดหมาย.... แตะต้องทุกสิ่งที่เอื้อมคว้าได้ ขณะเดียวกับที่สั่นสะท้านทุกครั้งที่ร่างกายตอบรับความรู้สึกแปลกใหม่ที่แทรกเข้ามาให้เขาได้เรียนรู้

 

                “อะ.. อ้า”

 

                ละอองสายฝนตกกระทบสองร่างที่เกาะเกี่ยวกันอยู่บนพื้นห้องชมรมที่เย็นเฉียบ  มีเพียงผ้ากั้นฉากผืนบางที่หาได้ใกล้มือปูไว้เป็นพิธี  จงอินป้องกันร่างน้อยจากสายฝนด้วยการโอบแพคฮยอนไว้ในอกจนแทบจมหายไปกับมักกล้ามเนื้อแน่น  

 

                ชุดนักเรียนหลุดออกจากร่าง .. ทีละชิ้นส่วน จูบประทับเร่าร้อน หากอ่อนโยนกลับโอบกอดร่างเล็กบางไว้จนแทบไม่รู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า

 

                “จงอิน... จงอิน.. อื้อ”

 

                แพคฮยอนเรียกชื่อเขา  ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า    หน้าสวยซบลงบนบ่ากว้างขณะที่เรียวขาทั้งสองถูกแยกออกโดยอัตโนมัติ... สะโพกเย็นเฉียบแนบอยู่บนต้นขาของเขา  และกำลังเพิ่มความร้อนรุ่มให้กับจงอินอยู่ทุกวินาที

 

                ไม่ใช่ครั้งแรกของร่างสูงกับการแตะต้องร่างคนอื่น ... หากครั้งนี้  กลับทำให้จงอินแทบ ไปไม่เป็น เมื่อต้องรับรู้ว่ากำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับแพคฮยอนอยู่ไม่น้อย 

 

                มือของเขาสั่น... สั่นพอ ๆ กับริมฝีปากของคนในอ้อมกอด...   เพียงแค่เห็นจ้องมองผิวกายขาวละเอียดโดยไม่มีสิ่งใดกั้นขวาง .... เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กประถมที่ไม่รู้ประสีประสาใด ๆ อีกครั้ง

 

                หัวใจของเขาเต้นแรง...จนแทบระเบิด ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงครางหวิว และสีหน้าที่เปลี่ยนไปของแพคฮยอน 

 

                แตกต่าง

 

                แพคฮยอนเป็นคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง  และส่วนที่เว้าแหว่งรอให้ใครสักคนมาเติมเต็ม

 

                เด็กหนุ่มร่างเล็กให้เขาทุกอย่าง  แม้กระทั่งจังหวะหัวใจที่ผิดปกติไป

 

                “แพคฮยอน”

 

 

                แม้เขาไม่เคยพูดอะไร

            แต่เขารู้  ว่าแพคฮยอนรับรู้ได้

 

 

 

 

            เสียงหอบคราง... ช่วยให้สิ่งกั้นขวางทั้งสองร่างร่นลงไปจากมัดกล้ามเนื้อเรียบลื่นได้เร็วขึ้น  ลมหายใจไม่เป็นจังหวะ ช่วยเร่งเร้าให้ทั้งคู่สอดประสานกลมกลืนกันอย่างน่าประหลาด

 

แม้รสชาติความปรารถนาอันหอมหวาน  จะไม่อาจทำให้ความเจ็บปวดเจือจางลงได้   ทำได้เพียงเป็นยาบรรเทาไม่ให้บาดแผลเรื้อรังอักเสบรุนแรงมากไปกว่านี้เท่านั้น  

 

หากแพคฮยอนก็สมัครใจที่จะใช้มัน

 

ถึงช่วยบรรเทาได้เพียงชั่วคราว... แต่เขาก็ยอม

 

            เพราะตั้งแต่วันนั้น....จนถึงวันนี้

 

                จงอิน...คือทุกอย่าง

           

 

 

 

 

แมลงจ้อยหอบหัวใจกลับมา

 

 

 

 

            คิดอะไรอยู่เหรอ

 

 

            เสียงหวานดังอู้อี้อยู่ในอก จงอินคลายวงแขนเล็กน้อยเพื่อให้แพคฮยอนไม่อึดอัดจนเกินไป ใบหน้าหวานเงยขึ้นมาส่งยิ้มและสายตาที่ตั้งคำถามให้กับเขา

 

            คิดถึงนายไง

 

            ปากหวาน...

 

            แล้วหวานไหมล่ะ

 

            ขม

 

            แพคฮยอนตอบพร้อมทำหน้าย่น แต่เพียงครู่เดียวก็คลายกลับไปยิ้มเหมือนเดิม และโอบลำแขนกลมกลึงรอบเอวของเขา

 

            รู้ไหม...ฉันก็คิดถึงนาย

 

            รู้

 

            ฉันกำลังคิดถึงตอนที่เจอนายครั้งแรก... ตอนที่ฉันเข้าไปพูดกับนาย  ตอนที่นายทำหน้าเย็นชาใส่ฉัน  ตอนที่ฉันบังคับให้นายยิ้ม  ตอนที่เราซ้อมละครด้วยกัน  ตอนที่เราจูบกัน  แล้วก็ตอนที่เรา...

 

            จากลา  และไม่ได้เจอกันอีก...

 

            เช่นเดียวกัน...จงอินรู้  เหมือนที่แพคฮยอนรู้ว่ากำลังจะพูดอะไรต่อไป ภาพเหตุการณ์ฉายซ้ำในความทรงจำเจ็บปวดเกินกว่าที่จะเอ่ยมันออกมา 

 

            แต่ฉันกำลังคิดถึงนายตอนนี้... นายที่ตัวอุ่น ๆ  ผอมเหมือนหนังหุ้มกระดูก   นายที่ฉันจูบ...นายที่ฉันกำลังกอดตอนนี้  นายที่กลับมาหาฉัน  แมลงตัวน้อย...ที่อุตส่าห์บินกลับมาหากองไฟ

 

            ยังเล่นอีกหรือเนี่ย

 

            น้ำเสียงล้อเลียนทำให้จงอินหัวเราะอีกครั้ง  ไม่รู้ทำไมเขาถึงอารมณ์ดีมากนัก... หรือธรรมชาติสร้างให้คนเราหัวเราะมากขึ้นเมื่อได้โอบกอดหัวใจของตัวเองแบบนี้

 

            อย่าไล่ฉันอีกนะจงอิน...

 

            หือ

 

            รู้ไหมว่าฉันอ่อนแอมากแค่ไหน สองปีที่ผ่านมา ...ฉันเอาแต่ถามตัวเองว่า ฉันทำอะไรอยู่

 

            แพคฮยอน...

 

            มันมากกว่าคำว่าเหงา มากกว่าคำว่าไม่มีใคร... นายรู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน  ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันเอาแต่ถามตัวเองว่า ทำไม  มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา นาย... กองไฟของฉัน หายไปไหน

 

            หือ...

 

            ได้แต่เพียงส่งเสียงตอบรับออกไป  เสียงแผ่วเบาราวกับกำลังพูดในสิ่งที่เขาคิดอยู่ในขณะนี้ ความเหงา... ความเจ็บปวด  ทรมาน

 

            และคำถาม...

 

                ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร... กำลังหายใจอยู่ เพื่อใคร….”

 

            จงอินกระชับอ้อมกอด รู้สึกถึงรอยชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงแผ่นอก ริมฝีปากหนากดจูบหนัก ๆ บนผมเส้นเล็กละเอียด และตอบคำถามนั้นไป

 

            แพคฮยอนหัวเราะ...ทั้งน้ำตา  ตลอดเวลาที่ผ่านมา ใช่ว่าเขาจะปิดกั้นตัวเอง  ความสัมพันธ์กับคนมากหน้าหลายตาสอนให้เขารู้จักตัวเอง  ร่างกายของเขาโหยหาไออุ่น  หัวใจของเขาโหยหาความรัก

 

            แต่เขากลับไม่เคยได้... ไม่เคยได้รับจากใคร ทั้ง ๆ ที่หลายต่อหลายคนพร้อมที่จะหยิบยื่นสิ่งเหล่านั้นให้เขา  แต่แพคฮยอนก็ไม่รู้ว่าทำไมกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาจะต้องปฏิเสธอ้อมกอดและคำบอกรักจากคนที่หยิบยื่นความรักให้เขา เพื่อกลับมากอดตัวเองอย่างเดียวดายเช่นเดิม

 

            เขากำลังรออะไรบางอย่าง... กำลังออกตามหาบางอย่าง

 

            และวันนี้ เขาก็พบแล้ว

 

            ฉันคิดถึงนาย...

 

 

            จงอินนึกถึงกองไฟกองนั้น  ความรู้สึกในยามที่ต้องเอ่ยปากไล่เจ้าแมลงน้อยออกไปจากชีวิตทรมานเพียงใด เขาเข้าใจความรู้สึกของมันดี  และตอนนี้ เขาก็กำลังเข้าใจความรู้สึกของกองไฟในยามที่พบกับแมลงนั้นอีกครั้ง

 


            “... ฉันก็เหมือนกัน
 

            ใช่มีเพียงแต่เจ้าแมลงที่หลงรักกองไฟ

 

                แต่กองไฟนั้นเล่า...ก็หลงรักแมลงน้อยไม่ต่างกัน

 

                ฉันรักนาย แพคฮยอน

 

 

 

 

 

 

เพียงเพื่อความรัก

 

 

 

 

 

            ก๊อก ก๊อก...

 

 

            “ไหวไหม

 

 

            แทนการตอบรับ  เสียงโอ้กอ้ากที่อยู่ข้างหลังประตูก็ดังขึ้นติดต่อกัน  จงอินยิ้มน้อย ๆ ก่อนส่ายหัว และก้าวเท้าไปทรุดนั่งบนเตียงเงียบ ๆ   ป่านนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่กินเข้าไปเมื่อคืนคงหายลับไปในท่อน้ำจนหมดแล้ว  เรื่องคอแข็งของแพคฮยอนเขาเองก็ยอมรับ แพคฮยอนกับเหล้าเหมือนของที่คู่กัน  กินไปเท่าไหร่ก็เหมือนไม่เมา  แต่เป็นที่รู้กันแน่นอนในหมู่เพื่อนฝูงว่า ยิ่งกินไปมากแค่ไหนพอถึงเช้าเมื่อไหร่  อาการ ก็ออกมากแค่นั้น  เขานึกถึงคำเตือนของคนที่รู้จักแพคฮยอนดีอย่างเทาและจงแดที่เอ่ยก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านแล้วก็อดขำไม่ได้

 

                เชื่อขนมกินเถอะ  คอยสมน้ำหน้ามันพรุ่งนี้เช้าได้เลย

 

                ‘อวดเก่งดีนัก ซัดมันเข้าไป  ตอนเช้าได้นอนตายทั้งวันแน่

 

            ไม่นานนัก  ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมร่างอ่อนแรงที่กำลัง คลาน ออกมา  จงอินส่งยิ้มบางให้ และรีบก้าวเร็ว ๆ ไปหา

 

            โอเคหรือยัง

 

            ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำ  ใบหน้าซีดเซียวพอ ๆ กับกระดาษ และริมฝีปากแตกแห้งทำให้เขานึกสงสาร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากช่วยพยุงเอาร่างเล็กไปที่เตียง  พอหลังได้สัมผัสที่นอนนุ่ม ๆ   จงอินก็ได้ยินเสียงอ่อนระโหยที่ดังขึ้นมาว่า

 

            น้ำ

 

            เพราะเตรียมมาหมดแล้ว จงอินจึงไม่ต้องเสียเวลากับการออกไปหามาให้คนตัวเล็ก  แก้วน้ำพร้อมหลอดถูกยื่นให้อย่างระมัดระวัง 

 

            ช้า ๆ นะ...

 

            อืม

 

 จะกินข้าวเลยไหม

 

            ...อื้อ...ไม่หิว

 

            จงอินมองคนที่กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดพร้อมสายหน้า  เขาส่งปลายนิ้วไปคลึงระหว่างคิ้วให้อย่างเบามือ  สายตาปฏิเสธพร้อมเสียงอ่อน ๆ ที่ฟังแล้วดูน่าสงสารนั่น ไม่ได้ทำให้เขาล้มเลิกสิ่งที่คิดไว้  เสียงทุ้มเอ่ยปฏิเสธ

 

            ไมได้.. กินข้าวแล้วจะได้กินยา ไม่อยากหายหรือไง

 

            ก็... มัน... มันขม ไม่อยากกิน

 

            โจ๊กร้อน ๆ นี่ ไม่เป็นอะไรหรอก จะได้มีแรงไง

 

            นอนเฉย ๆ ไม่ได้เหรอ

 

            ไม่ได้

 

            กว่าที่โจ๊กหมูร้อน ๆ ถ้วยเล็กจะหมดไปกว่าครึ่งถ้วย จงอินก็ใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง  ขู่สลับขอร้องให้ปากซีด ๆ อ้ารับอาหารเช้าของตัวเองเข้าไปรองท้อง  กระทั่งหน้าซีดเซียวเบ้จนเกือบจะร้องไห้ จงอินจึงวางมือ ก่อนจะยื่นหลังมือไปแตะที่หน้าผากมนเพื่อวัดไข้

 

            นอนพักอย่างเดียวก็พอแล้ว

 

            จงอินรอให้เวลาผ่านไปซักพัก จนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องการ  มือเรียวก็ยื่นไปหยิบถ้วยใสใบเล็กที่บรรจุเม็ดยาหลากสีอยู่ในนั้นขึ้นมาจากโต๊ะเล็กข้างเตียง แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดการกินยาแค่ไหน แต่เรื่องดื้อของแพคฮยอนนั้นก็ไม่เคยแพ้ใคร เพียงแค่กินยาลอยมาแตะจมูก แพคฮยอนก็ทำหน้าราวกับจะร้องไห้เสียแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเมื่อคนป่วยได้เห็น เพราะหน้าหวานรีบเบือนหน้าหนีทันที 

 

            ไม่เอา... ไม่กิน เกลียดยา

 

            ไม่ขมหรอก  ดื่มน้ำตามมาก ๆ ก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว  กินทีละเม็ดก็ได้

 

            ทนการคะยั้นคะยอได้เพียงไม่นาน ในที่สุดยาทั้งห้าเม็ดก็หายลับไปในร่างกายของแพคฮยอนพร้อม ๆ กัน ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากทรมานหลายครั้ง  จมูกย่น ๆ พร้อมกับการหลับตาปี๋ทำให้จงอินอดยิ้มไม่ได้

 

            นอนพักนะ จะได้หายเร็ว ๆ

 

            อื้อ

 

            ช่วยประคองและจัดที่นอนให้อีกฝ่ายนอนลงอย่างสบายได้แล้ว จงอินก็คว้าเอามือน้อยขาวซีดขึ้นมากุมไว้อย่างสบายใจ 

 

            ผอมเกินไปแล้วนะ...ได้กินข้าวบ้างหรือเปล่าเนี่ย หรือกินแต่เหล้า

 

            บ้า...

 

            ผอมอย่างกับคนขี้โรค  ต่อไปต้องกินข้าวให้มาก ๆ นะรู้ไหม ผิวก็ซีด หน้าก็ตอบ ตัวก็เล็ก

 

            บ่นพร้อมกับแตะตรงโน้น ตรงนี้อย่างพิจารณา เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่คลุมร่างเล็กอยู่ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนร่างกายของแพคฮยอนเหลือเพียงแต่กระดูก  ที่เหมือนเดิมคงมีเพียงดวงตาคู่ใสที่จ้องเขาปริบ ๆ และท่าทางหาเรื่องตลอดเวลาเท่านั้น

 

            บ่นเป็นตาแก่ขี้บ่นอยู่ได้ ไหนบอกว่าให้พักผ่อนไงล่ะ

 

            ก็พักไปสิ ปิดหู ปิดตา ปิดปาก แล้วก็หลับไปเลย

 

            ชิ

 

            จงอินหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกมือเรียวขึ้นจรดปลายจมูกทั้ง ๆ ที่สายตาคมไม่ได้ละจากดวงหน้าซูบซีดนั้นเลย  คนตัวเล็กมองอยู่ครู่ ก่อนหัวเราะและเอ่ยออกมา

 

            เหม็นไหม

 

            แทนคำตอบ  จงอินแกล้งสูดลมหายใจเข้าพร้อมจุมพิตลงบนข้อมือเล็ก ไล่ไปตามลำแขนเรียว ก่อนก้มลงกดจูบหนัก ๆ ที่ไหล่มนที่เปล่าเปลือยจากเนื้อผ้า  ลมหายใจอุ่นและคางสาก ๆ ทำให้แพคฮยอนดิ้นน้อย ๆ อย่างอารมณ์ดี

 

            หอมจะตาย

 

            จั๊กจี้

 

            รอยยิ้มกว้างขวางและดวงตาใสดึงดูดให้จงอินก้มลงไปสำรวจทั่วใบหน้าสวย  จมูกโด่งจรดลงข้างสันจมูกได้รูป แตะริมฝีปากลงบนเนื้อนิ่ม ๆ บนแก้ม วนแตะสัมผัสจนทั่ว ก่อนวกลงมาทักทายกับริมฝีปากบางเฉียบ

 

ฝ่ามือหนาโอบประคองเรียวหน้าไว้อย่างอ่อนโยน พร้อม ๆ กับที่แขนเรียวโอบรัดมาที่ลำคอแกร่ง  ผิวแห้งแตก และซีดเซียวทำให้จงอินส่งเสียงจิ๊จ๊ะในคอ  ริมฝีปากหนาค่อยสัมผัสเนื้อนิ่ม ก่อนบดเบียดเชื่องช้าจนผิวเนื้อขึ้นสีแดงเข้ม เสียงครางอื้อเบาหวิวเร่งให้ปลายลิ้นเรียวค่อยลากไล้ถ่ายทอดความชุ่มชื้นเพื่อไล่ร่องรอยแตกแห้งจางหายไป  ชั่วครู่ปลายเนื้อนิ่มก็หยอกล้อทักทายกันพัลวัลภายใต้โพรงปากชื้นฉ่ำ เสียงลมหายใจสอดประสานกันกระตุ้นร่างกายและความปรารถนาในใจได้อย่างดี จนเจ้าของร่างกายบอบบางต้องรีบเตือน

 

ไหนบอกให้พัก

           

ฝ่ายคนที่อ่อนแรงกว่าเอ่ยเมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ เพราะอีกฝ่ายเริ่มไล่ต่ำลงไปผ่านลำคอระหงเพื่อฝากร่องรอยสีกุหลาบซ้ำรอยเดิมที่ประทับไว้เมื่อคืน  ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาก่อนที่จะพบว่าริมฝีปากหนาเลื่อนกลับมาจูบหนัก ๆ เพื่อปิดเสียงหวานเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าของร่างกายสูงใหญ่เอ่ยด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่น่าหมั่นไส้จนแพคฮยอนต้องทุบไปที่อกกว้างไม่เบานัก

 

            นั่นสิ ต้องพักนี่นา

 

            ลามก

 

            ยิ่งมองดวงตาสีนิลสนิทที่จ้องมองมา แพคฮยอนก็ยิ้มอย่างรู้ทัน ประสบการณ์ที่เรียนรู้จากเมื่อคืนหนักหนาจนเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้จูบอีกครั้ง...นั่นหมายความว่าเรื่องมันไม่ได้จบง่าย ๆ อย่างแน่นอน

 

            ใครกันแน่

 

            ปล่อยให้ยิ้มใส่ตาได้ไม่นาน แพคฮยอนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น อ้อมกอดอุ่นโอบรัดแน่นหนาพร้อมกับทิ้งกายลงข้าง ๆ  พอให้ร่างน้อยกลิ้งไปซุกอยู่ใต้อกอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้   อุ่นไอและความอ่อนเพลียจากร่างกายทำให้แพคฮยอนไม่ปฏิเสธที่จะเลื่อนกายเข้าไปใกล้ร่างกายอบอุ่นนี้อีกนิด

 

            กองไฟเอ๋ย...ทำไมอุ่นจังเลยเนี่ย

 

            ฮะฮ่า  ยังเล่นอีกหรือเนี่ย

 

            ลำแขนหนาโอบกระชับร่างเล็กและรัดจนแน่น จงอินยิ้มบางเมื่อยังได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ จากอกของตัวเอง ความสุขที่เอ่อจนแทบล้นดวงใจราวกับต้องการจะทดแทนช่องว่างในหัวใจที่แห้งแล้งว่างเปล่ามาตลอดสองปี  คิดแล้วก็แทบตกใจ  เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ตัวเองหัวเราะเต็มเสียงแบบนี้มันตั้งแต่เมื่อไหร่  รอยยิ้มกว้าง ๆ   ดวงตาที่มีความสุข  ไม่นับรวมกับความสุขเล็ก ๆ ข้างในอกเมื่อได้โอบกอดร่างเล็กนี้

 

            หายไปเมื่อไหร่เขาจำไม่ได้แล้ว... 

 

            รู้แค่ว่าตอนนี้... เวลานี้ วินาทีนี้  มันกำลังกลับมาอีกครั้ง

 

 

 

xxxxxx

 

 

            ลุกขึ้นมานี่หายแล้ว?..

 

            เย็นมากแล้ว  จงอินก้าวออกมาจากห้องนอนพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่บนผมเปียกชื้น แพคฮยอนหันไปมองเรือนร่างสูงใหญ่และตอบรับด้วยใบหน้ายียวน

 

            ไม่หายแล้วจะลุกได้เหรอ

 

            คนถูกกวนประสาทชี้นิ้วพร้อมปากที่พึมพำเดี๋ยวเถอะ ๆ มือหนาขยับผ้าขนหนูซับความชื้นออกจากเส้นผมและเดินไปทรุดนั่งข้างคนตัวเล็กที่สายตาจอจ่ออยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยม

 

            สนุกเหรอ

 

            เปล่า ไม่มีอะไรทำ เลยนั่งดูไปงั้นแหละ  อยากดูซีรีส์น่ะ แต่มันจบตอนที่ฉันออกมาพอดี เศร้าชะมัด อุตส่าห์ตามทุกวัน วันนี้ลืมซะได้

 

            “ อยากดูเรื่องอะไร เดี๋ยวหาให้ จะได้ดูตั้งแต่ต้นจนจบรวดเดียวเลย

 

            แพคฮยอนย่นจมูก

 

            ก็อยากดูในนี้อ่ะ ขี้เกียจดูยาว ๆ  ปวดตา

 

            เรื่องมาก

 

            เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับผลักคนตัวเล็กเบา ๆ    แต่กำลังเบา ๆ ของอีกฝ่ายก็ทำให้แพคฮยอนล้มตัวเอนราวตุ๊กตาล้มลุก

 

            เดี๋ยวเหอะ

 

            ว่าแล้วก็ผลักกลับ หากคนตัวใหญ่กลับไม่มีท่าทางจะล้มไปตามที่ตนต้องการ พยายามดันฟึดฟัดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเป็นฝ่ายกระฟัดกระเฟียดสะบัดหน้าจนแทบหลุดมาจ้องที่หน้าจอโทรทัศน์ตามเดิม

 

            อ๊ะ ๆ   ล้มให้ก็ได้

 

            อีกฝ่ายเอ่ยอย่างเอาใจ ก่อนทำท่าล้มให้ดู แต่แทนที่จะดีใจ แพคฮยอนกลับแยกเขี้ยวให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์เสียก่อนจะกอดอกและถอนหายใจแรง ๆ ออกมาด้วยความไม่พอใจ ท่ามกลางเสียงหัวเราะดังลั่นของคนตัวโต

 

            ถ้าไม่ดูก็ปิดซะ เปลืองไฟ มาเช็ดผมให้หน่อยเร็ว

 

            เรื่อง??”

 

            อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย.. เข้าใจ๊

 

            พูดแล้วก็คว้ารีโมทขึ้นมาดับเครื่องตามต้องการ และหันแผ่นหลังกว้างให้ จนแพคฮยอนต้องแกล้งทุบกล้ามเนื้อแน่นแรง ๆ  ก่อนเอ่ยอย่างหมั่นไส้

 

            อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย แล้วมาเล่นหัววัวควายลูกของท่านแทน

 

            แพคฮยอนมองอีกฝ่ายหน้าหงิก แม้จะมีเสียงจิ๊จ๊ะในปากของอีกฝ่าย แต่แผ่นหลังที่ยังตรงแน่วก็เหมือนจะยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมคือให้เขาเช็ดผมให้ 

 

            ตัวอย่างกะยักษ์ จะให้เช็ดอย่างไรไม่ทราบครับ ลงมานั่งที่พื้นสิ

 

            แค่เอ่ยปาก จงอินก็รีบลงมาจากโซฟาด้วยท่าทาง กระดี๊กระด๊าเป็นพิเศษ  แพคฮยอนมองแล้วแอบขำ และเมื่ออีกฝ่ายมานั่งเรียบร้อยสะดวกทุกอย่าง เขาจึงเริ่มบรรเลงความแค้นบนผมเปียกชื้นอย่างสะใจจนจงอินต้องร้องออกมา

 

            นั่นมือหรือเท้าครับ เบา ๆ หน่อยสิ

 

            อยากให้ใช้เท้าเหรอ...ด๊ายยย

 

            เกือบจะยกตามคำขอ?  แต่เสียงโวยวายกึ่งร้องขอลั่นก็ทำให้แพคฮยอนหยุดเสียก่อน และเริ่มเช็ด ดี ๆ ตามที่อีกฝ่ายต้องการ

 

            หิวหรือยัง

 

            มากก

 

            พอพูดถึงเรื่องหิว  ท้องของแพคฮยอนก็เหมือนจะตอบรับคำนั้นอย่างมั่นใจ เมื่อเช้าก็กินไปแค่โจ๊ก กับน้ำผลไม้ไม่เท่าไหร่  แล้วก็นอนยาวมาถึงเย็นเลย ไม่หิวก็ไม่ใช่คนแล้ว

 

            อยากสั่งอะไรมากินที่นี่  ออกไปกินข้างนอก หรือว่าหาซื้อของมาทำอาหารกินกันเองล่ะ

 

            จงอินเสนอทางเลือก

 

            อยากทำเองมากกว่า  ไม่ค่อยชอบอาหารฝีมือคนอื่นซักเท่าไหร่สิ

 

            “อืม...งั้นทนหิวไหวไหม ใต้คอนโดนี่มีมินิมาร์ทของสดอยู่ ลงไปซื้อกัน

 

            หิวอ่ะ  พอมีขนมปังอะไรให้กินรองท้องก่อนไหม แล้วค่อยลงไปซื้อของ  เดี๋ยววันนี้เชฟแพคฮยอนจะแสดงฝีมือเอง

 

            จัดไปเลยคร้าบ

 

 

 

 

 

 

 

 

            ในขณะที่แมลงน้อยบินกลับไปหากองไฟ  อาจมีกองไฟอีกกองที่กำลังรอคอยแมลงอยู่

                เช่นเดียวกับกองไฟที่มองการกลับมาของแมลงน้อย  แมลงอีกตัว...อาจกำลังรอที่จะบินเข้าไปหาไออุ่นจากกองไฟนั้นก็ได้

 

 

คนสองคน ที่กำลังหายใจอยู่เพื่อหัวใจของกันและกัน 

                อาจไม่เคยรู้

ว่ามีใครบางคน ก็กำลังหายใจอย่างอ่อนแรง เพื่อรอหัวใจดวงนั้นอยู่ด้วยความเศร้าสร้อย

 

 

 

 

                ... หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้  กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ

 

            พี่จงอิน...

 

            สายลมหนาวยะเยือกเย็นพัดผ่านเข้ามาบนผิวกายทื่โผล่พ้นเนื้อผ้า อากาศเย็นจัด  เหตุใดคยองซูจึงไม่รู้สึกหนาวเย็นเท่าที่ควรเลย

 

            หรือว่าเขาชินชากับหัวใจที่เยียบเย็นของใครบางคน จนหลงลืมความหนาวเย็นทางกายไปแล้ว

 

            ปลายนิ้วแดงจัดเพราะฤทธิ์ของลมหนาวกดปุ่มเพื่อวางสายอย่างยากเย็น  ความหนาวเย็นที่ได้รับมาเกือบชั่วโมงพอจะทำให้นิ้วของเขาแข็งจนแทบขยับไม่ได้  ลมหายใจสีขาวพ่นออกมาพร้อมเสียงถอนหายใจ  สายตามองขึ้นไปบนคอนโดหรูที่คนรักอาศัยอยู่ด้วยความลำบากใจ

 

            เขาไม่ได้นัดพี่จงอินไว้... และก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบคนที่เสียมารยาท  การที่อยู่ ๆ เขาจะเดินขึ้นไปกดกริ่งบนห้องเลยคงไม่ได้ทำให้พี่จงอินชอบใจนัก

 

             ความตั้งใจในวันนี้ของเขาคือการนำอาหารที่ฝึกทำมากว่าครึ่งค่อนเดือนมาให้คนรักช่วยชิม  แม้ว่าเขารู้ว่ามันเป็นเพียงอาหารง่าย ๆ  แต่ถ้าพี่จงอินรู้ว่าเขาตั้งใจจริงขนาดไหนก็คงต้องเอ่ยชมเขาบ้างสักนิด

 

            พี่จงอินชอบคนตั้งใจ... ชอบคนที่รับผิดชอบ และมีมารยาท  คยองซูกำลังพยายามทำอย่างที่คนที่เขารักต้องการ

 

 

เขากำลังทำตัวเป็นคนรักที่ดี

 

            เจ้าของห้องที่เขากำลังมองอยู่ไม่รับโทรศัพท์    และนั่นก็หมายความว่าอาหารทั้งหมดคงต้องเทลงถัง

 

            ไม่เป็นไร... คนรักที่ดีไม่ควรทำให้คนที่รักไม่สบายใจ

 

            คยองซูยิ้มให้ของที่อยู่ในถุงใบใหญ่ ต่อให้พี่จงอินรับโทรศัพท์ก็คงไม่ได้กินอาหารพวกนี้ เพราะป่านนี้มันคงเย็นชืดหมดแล้ว  ตั้งใจจะมาเซอร์ไพร์สพี่จงอินแท้ ๆ   แต่เขากลับต้องมาเซอร์ไพร์สตัวเองเพราะพี่จงอินไม่รับโทรศัพท์

 

            วันนี้ควรกลับได้แล้ว  คราวหน้าเขาค่อยซื้อวัตถุดิบมาทำที่ห้องพี่จงอินจะดีกว่า 

 

บางที...  โชคคงไม่เข้าข้างเขา

 

            บางที...  วันนี้พี่จงอินอาจจะกำลังติดธุระ

 

            บางที... 

 

 

 

 

            นิ้วเย็นเฉียบยกขึ้นปาดน้ำอุ่น ๆ ที่ไหลออกมาจากดวงตา 

 

 

                บางที...  การเสียใจบ่อย ๆ  อาจจะทำให้เขาเข้มแข็งสมกับเป็นแฟนพี่จงอินขึ้นมาบ้างก็ได้

 

 

 

 

กาลครั้งนั้น

แมลงน้อย...ผู้หลงรักกองไฟ

ขยับไหวปีกบาง  หวัง...ระบำเพลิง

พุ่งใส่อย่างโง่เขลา

เปลวไฟเอ่ยร้อง

'กรุณาอย่าใกล้ข้า   กรุณาอย่ารักข้า'





TBC.


 




ชอบฟิคเรื่องนี้ไหมคะ??
อยากอ่านฟิคเรื่องนี้ต่อไปไหมเอ่ย
ให้กำลังใจกันบ้างก็ได้นะคะ
เม้นท์ โหวต หรือทวิตไปหาก็ได้...  ที่ @ykyprand

หรือจะช่วยแชร์ด้วยก็ได้นะคะ ;)  วป.จะได้รู้ว่ามีคนติดตามอยู่  

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามเสมอค่ะ -/\-   

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #412 ppp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 00:35
    OMG............... คายองของพี่สาวววววววววววววววววววววววววววววววววว

    ฮือออออออออออออออออออออออออออออออ ไม่ร้องนะคนดี ไม่ร้องงงงงงงงงงง T^T

    เหนื่อยมั๊ยลูก? ข้อจำกัดมากมายขนาดนั้น เป็นแฟนหรือเป็นพนักงานบริษัทคะลูก???

    พักดีมั๊ยคยองซู???? ถ้าอยู่ใกล้แล้วยังไกลไม่ต่างจากเดิม... หรือไม่เคยได้ใกล้เลย....

    ลองถอยออกมาจากจงอินดูมั๊ยลูก? มันไม่ใช่เพื่อจงอิน แต่เพื่อตัวเองนะคยองซู

    บางทีหนูอาจจะหายใจคล่องขึ้น สบายเนื้อสบายตัวมากขึ้น ได้เห็นอะไรมากขึ้น....

    มันนานเกินไปแล้ว.... ต่างคนต่างหลอกหัวใจตัวเองมานานเกินไปแล้ว...



    ไคแบคนี่แม่ง.... แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

    ทีตอนนั้นละเมินกันแทบตาย แต่ได้กันอีกรอบนี่หวานลื้มมมมมมมมมมมมมมมม เลยนะเว้ยยยยยยยย

    หมั่นไส้ได้ปะ? แง๊ยยยยยยยยยยยยย >///////< 555555555555555555555555555555+

    ก็ขอบคุณนะที่หากันจนเจอ แล้วก็ขอบคุณที่จงอินซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเองสักที

    แต่แกสุขจนลืมอีกคนไปรึเปล่า? นี่อยู่กับอิแบค บอกรักกัน จนลืมไปรึเปล่าว่ามีแฟน??? ;w;

    เอายังไง? อย่าลืมไปเคลียร์กับน้องมันนะเว้ยยยยยย อย่าปล่อยให้มันเจ็บนานไปกว่านี้ สงสาร T^T
    #412
    0
  2. #395 BACON_BAEK (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 16:59
    รักสามเศร้ามันช่างหน่วงเหลือเกิน
    #395
    0
  3. #326 !!~...kihae...~!! (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 / 04:17
    อ่อยยยยยยยยยย...พาร์ทนี้มันเป็นอะไรที่แบบละมุนมากอ่ะ
    อยากจะไปเป็นจิ้งจกในห้องของจงอินมันที่สุดอ่ะตอนนี้ 5555
    อ่านไปยิ้มไปซึ้งไปอินไป มีความสุขกับพาร์ทนี้ที่สุด กิกิ >w<
    ภาษามันสื่ออกมาได้แบบ ยังไงอ่ะ พูดไม่ถูกแต่อ่านแล้วไหลลื่นมาก
    แล้วยิ่งมาสวีทกันแบบนี้นะ ชั้นอิจฉานะรู้บ้างปะยะ ชิส์
    ขอพูดถึงซีนเอ็นซีหน่อย แบบ ชอบอ่ะ คือมันไม่หวือหวาเลยนะแต่ชอบมาก
    คือมันสื่อออกมาแล้วรู้ถึงความรักความคิดถึงของสองคนนี้เลยอ่า...ฟิน
    อ้อ...ถึงพาร์ทนี้จะฟินและมีความสุขมากแต่นี่พูดเลยว่าสงสารหนูคยองที่สุดอ่ะ
    คือแบบ คยองซูไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยไง แต่ต้องมาเจออะไรแบบนี้
    อยากจะรู้ว่าจงอินมันจะทำยังไงกับคยองซูอ่าหรือมันลืมไปแล้วว่ามีแฟนอยู่แล้ว 555555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 กรกฎาคม 2556 / 04:18
    #326
    0
  4. #184 my angle_teuk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2556 / 12:39
    ชอบพาร์ทนี้มาก ละมุนดี น่ารัก

    ชอบภาษาเรื่องนี้มาก
    #184
    0
  5. #149 ป๋ายคือของข้า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 21:14
    โฮร่ยยยยยยยยยย!! ขอบคุณมากที่ไรท์แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา แถมยังเป็นไคแบคด้วย *ก้มกราบ*



    เราเป็นแม่ยกชานแบคนะ แต่เราก็อ่านออลแบค ไคแบคนี่คู่รองเลยล่ะ



    ฮรือออ T^T ปริ่มมากที่มีฟิคเรื่องนี้



    ไคแบคมันมีน้อย แล้วดีใจมากที่ไรท์เขียนให้เป็นไคแบค *ขอสกรีมแพพ*



    ภาษาของไรท์สละสลวย แล้วก็อ่อนหวานมาก ฮรือออ ชอบมากกกก



    ชอบโดยไม่มีข้อแม้ ชอบโดยไม่มีข้อกังขา คือ เอาอ่ะตัวเธอ TTOTT *กระโดดจูบไรท์รัวๆ* /เจอไรท์เอายันยอดหน้า



    ปริ่มกับพาร์ทนี้มากบ่องตง แต่สงสารคยองกะชานมาก คือได้แต่แอบรัก อร่อกกกก... ดราม่าแท้



    ยังไงก็สู้ๆ นะคะไรท์ เราชอบภาษาที่ไรท์เขียนมาก รอเรื่องต่อไปด้วย



    *เอาพู่ปอมปอมมาเต้นฮาเร็มเช็คเชียร์* //กำลังจะซึ้งแล้วเชียวเมิงงงงง = ="



    ปอลิง. รักไรท์ จุ๊ฟๆ >3< แอร๊กกกกกกกกกก!! เขิน *เจอไรท์เอากระทะฟาด //อินี่มุงมาทำอะไรเนี่ย กร๊ากกกก!! อย่าถือาเรานะไรท์ เราป่วงแบบนี้แหละ
    #149
    0
  6. #128 layla (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 18:23
    เพิ่งสอบเสร็จ เลยได้มาอ่านสักที > < ขออนุญาตเม้นท์รวดเดียวนะคะ~

    พี่นิ่มรู้ไหมว่าตั้งแต่อ่านมา เห็นการประดิษฐ์คำ การใช้ภาษา

    หนูก็รู้เลยว่านี่แหละ คนเขียนคนเดียวกันกับชานไคเรื่องนั้น #ผิด

    แค่เห็นการใช้คำแล้วก็รู้เลยว่า..พี่นิ่ม!!!!



    ชอบตอนที่จงอินกับแบคฮยอนกลับมาเจอกันอีกครั้งจังค่ะ

    คำถามที่แบคถามกับจงอิน ว่าถ้าไม่ได้รู้สึกอะไร ให้บอก แล้วจะไป มันฟังดูเจ็บปวดนะ

    แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าก็คือ คำพูดที่จงอินบอกว่า กลับมาทำไม ฟังดูมันเจ็บปวดมาก T T

    จงอินดูเจ็บปวดมากจริงๆ..การปฏิเสธหัวใจตัวเองมันทำไม่ได้ง่ายๆ มันเหมือนกับการหลอกตัวเอง

    แผลของจงอินยังไม่แห้งดี แต่ในขณะที่มันเหมือนเริ่มจะดีขึ้น

    ก็มีอะไรกลับมาสะกิดให้แผลมันเปิดออกอีกครั้ง..

    และก็ตู้มมมมมมมมมม กลายเป็นโกโก้ครั้นซ์! #ผิด 555555555555555

    บทอัศจรรย์ของพี่ก็ยังละมุน และสวยงามเหมือนเคยเลยค่ะ

    ทั้งในปัจจุบัน และตอนที่ยังเด็กอยู่ อ่านแล้วมันละมุนนะ สวยงาม รับรู้ได้ถึงความบริสุทธิ์จริงๆ

    กำลังดีใจกับแมลงน้อยที่ได้กองไฟที่แสนอบอุ่นกลับมา



    แต่พอนึกถึงคยองซูแล้ว.. T T โฮ่ววววววววววว

    ตั้งแต่พาร์ทแรกที่อ่าน ..เค้าสงสารคยองซูนะ สงสารมาก T T

    ดูเป็นคนรักที่ต้องยอมทุกอย่าง อยู่ในโอวาทมากๆ

    คยองซูก็รู้ตัวนะกับการกระทำที่เย็นชาของจงอิน แต่ก็หวังว่าสักวันจะได้รับความรักตอบแทนบ้าง

    แต่ก็ไม่ได้โกรธจงอินนะ เพราะเรื่องของความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้

    แต่.. แต่ โฮ่วววววว ไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไงจริงๆค่ะ T T

    จงอินเองก็หวังว่าสักวัน เค้าคงจะรักคยองซูได้ .. แต่จงอินจะรู้ไหมว่า อะไรที่มันไม่ใช่ มันก็คือไม่ใช่นะ

    และยิ่งตอนนี้ แบคฮยอนกลับมาแล้ว..อะไรๆมันจะเป็นยังไงต่อไปละเนี่ย T T



    ส่วนชานยอล.. คนนี้ไม่พูดถึงไม่ได้ ถึงจะเป็นตัวประกอบเล็กๆก็เถอะ 5555555 #พี่นิ่มฟาดดดด

    ไคแบคของพี่เวลามีชานยอลเข้ามาด้วยหนูหวั่นใจทุกที 555555 หวั่นใจว่าชานยอลจะมาสอยบทพระเอกไปรึเปล่า

    แต่ดูท่าว่าเรื่องนี้คงไม่

    จริงๆชานยอลเนี่ยบทน้อยนะคะ แต่ก็เป็นตัวเด่นของเรื่องเลยเถอะ..

    คือถ้าไม่มีชานยอล ก็จะไม่มีฟิคเรื่องนี้จริงๆ เพราะถ้าไม่มีชานยอล จงอินกับแบคฮยอนก็คงไม่ห่างกันไป



    จบพาร์ทนี้แล้วก็สงสัยว่า 2คนที่จะลงมาซื้อของเพื่อทำอาหาร

    จะป๊ะเข้ากับคยองซูที่ยืนหิ้วปิ่นโตมารอรึเปล่านะ T T

    #128
    0
  7. #126 *Aphorist* (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 14:01
    คยองซู ขอโทษนะ แต่นี่มันไคแบค T_T
    ขอให้ไคแบคมีความสุขบ้างเถอะ
    คยองซูกับชานยอลอย่ารอเลย
    #126
    0
  8. #124 `HtPAtJOnGiN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 08:21
    พวืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    อ่านไปเขินไป -/- ไรเตอร์ใช้ภาษาได้สละสลวยมากค่ะอ่านแล้วลื่นเลย
    ชอบประโยคนี้ "อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย แล้วหันมาเล่นหัววัวหัวควายของลูกท่านแทน" 555555555 แบคแรงนะเนี่ย -..-
    ฉาก nc ละมุนมากกกกกกปริ่มเวอร์มันไม่ใช่เปิดมาแล้วเอ-ากัน -,.-
    สงสารหนูคยองซือมากกกกกหาคนใหม่เถอะนะลูก.. ;-;
    โดยรวมแล้วชอบฟิคของไรเตอร์มากค่ะ~
    แต่งรอเร็วๆ นะคะเป็นไปได้ลงต่อวันนี้เลยค่าาารีดเดอร์ค้าง -w-


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 เมษายน 2556 / 12:34
    #124
    0
  9. #122 .: bowlingz :. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 00:16
    โอยยย ชอบง่ะ ToT ภาษาละมุน นุ่มลึก มันได้อารมณ์แบบบอกไม่ถูกเลย 
    ฮืออออ ตอนที่แล้วก็เศร้าแบบ.. แงงง ฆ่ากันเถอะ บีบหัวใจมาก
    มาตอนนี้ ฉากเอนซีก็เป็นไปแบบละมุน ดูอ่อนโยนและเป็นไปด้วยความรัก ย้อนอดีตไปก็แบบ.. แอร๊ยยย
    จงอินทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจอแพคฮยอนแบบนี้ งื้อออ เขินนนน -////-
    ดีใจที่เหมือนจะกลับมาดีกัน(?) ถึงแม้ตอนที่เราอ่านมันจะตะหงิดๆ อยู่แล้วว่าจงอินยังมีคยองซูอยู่นี่นา
    แล้วน้องก็ต้องมาเสียใจในตอนท้าย โอยย..ไม่ได้นะ ยังไงมันก็เป็นไคแพค 555
    ฟิคไคแพคของไรท์เตอร์มันทำให้เราเชื่อโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยค่ะ
    อ่านแล้วภาษาะอารมณ์มาพาไปแบบ..ทำให้เราคิดว่ามันเกิดขึ้นจริง ไม่ได้มโน 
    อ๊ากกกก!!! เราอาจจะติ่งมากไป แต่ก็คิดแบบนั้นจริงๆ นะคะ TvT 
    ชอบมากจริงๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ แต่งต่อน้าา สู้ๆ ^^
    #122
    0
  10. #120 cutiepuppy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 00:11
    ขออนุญาตเม้นท์รวดเดียวเลยนะคะ ยอมรับอย่างไม่อายเลยค่ะว่า อ่านแล้วร้องไห้
    ร้องไห้จริงๆ โดยไม่ต้องพยายามบีบน้ำตาเลย พาร์ทสองที่แพคฮยอนอ่านนิทานกองไฟให้จงอินฟังอีกครั้ง
    คืออ่านแล้วน้ำตาค่อยๆ ซึม จนในที่สุดก็ไหลออกมา บรรยายความรู้สึกไม่ถูกค่ะ จะอธิบายยังไงดี
    งดงาม คงใช้ได้กับสำนวนการเขียนของคนแต่งคนนี้ ปกติไม่เคยอ่านฟิคไคแพคเลยค่ะ นี่เป็นเรื่องแรกที่อ่าน
    และก็พบว่ามันช่างเป็นฟิคที่สวยงามเหลือเกิน คนแต่งทำยังไงถึงเขียนได้จับใจอย่างนี้คะ

    เราฟังเพลงนี้ไปด้วยตอนที่อ่าน http://www.youtube.com/watch?v=gmmCdVzI_Jk
    น้ำตายิ่งไหลได้อย่างง่ายดาย แม้แต่บทอัศจรรย์ที่ไม่ต้องบรรยายหวือหวาจนเกือบกลายเป็นฮาวทู
    คนแต่งก็สามารถเขียนออกมาได้อย่างสละสลวยงดงาม รู้สึกถึงความรักความโหยหาที่อัดแน่นเปี่ยมล้น
    อยู่ภายใน คือตอนอ่านบทอัศจรรย์น้ำตาเราก็ยังไหลอยู่นะคะ เค้าคิดถึงและโหยหากันจนอดนึกสงสาร
    คยองซูที่เป็นคนรักในปัจจุบันของจงอินไม่ได้

    หลังจากบทอัศจรรย์ผ่านพ้นไป เราก็ยิ้มได้ทั้งน้ำตาเลยค่ะ กองไฟของแพคฮยอนช่างอบอุ่นและซุกซนร้ายกาจ
    จนอดยิ้มไม่ได้เลย ประโยคที่ว่า อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย แล้วหันมาเล่นหัววัวควายลูกของท่านแทน
    นี่ทำให้ยิ้มกว้างจนหลุดหัวเราะออกมาเลยค่ะ พยอนนี่น้า มันเขี้ยวเหลือเกิน>//<

    แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มและน้ำตาซึมอีกครั้ง คยองซูT_T แมลงเม่าตัวน้อยของนูน่า
    คือตอนนี้ไม่รู้จะสงสารใครดีเลยค่ะ ลูกรักทั้งคู่ ทั้งพยอนและคยองซู
    แต่อยากเป็นกำลังให้คนแต่งนะคะ แม้จะเป็นฟิคไคแพคเรื่องแรกที่เราอ่าน
    แต่มันทำให้เรารู้สึกประทับใจและอินเข้าไปกับความรู้สึกตัวละครได้เลยค่ะ

    เขียนฟิคใครๆ ก็อาจจะเขียนได้ แต่เขียนได้อย่างสละสลวยงดงามอย่างนี้มันยากมากนะคะ
    ปรบมือและขอชื่นชมคนแต่งจากใจจริง เป็นกำลังใจให้นะคะ
    ไม่อยากให้คนแต่งฝีมือดีๆ อย่างนี้ต้องหมดกำลังใจเลย เราจะรอติดตามฟิคเรื่องนี้ค่ะ
    จริงๆ อยากบรรยายความรู้สึกมากกว่านี้ แต่ติดที่ว่าเป็นคนที่บรรยายความรู้สึกตัวเองไม่เก่งค่ะ
    ขอให้คนแต่งมีกำลังใจในการเขียนมากขึ้น มากขึ้นและมากขึ้นนะคะ^^
    อยากอ่านตอนต่อไปค่ะ ยกมือสุดแขน^^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 เมษายน 2556 / 00:23
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 4 เมษายน 2556 / 00:25
    #120
    0
  11. #119 Rainy'Day (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 23:03
    อ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ เห็นด้วยกับความเห็นที่ผ่านมามาก ละมุนมากกค่ะ จงอินฟิคนี้ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมแมลงน้อยถึงหลงรักกองไฟได้ขนาดนี้ ภาษาสวยจนอยากกรีดร้อง ชอบฉากเลิฟซีนจังเลยค่ะ มันแบบว่าไม่ใช่แค่เอาๆกัน แต่เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกให้กันผ่านภาษากาย ในเมื่อกลับมาเข้าใจกันแล้วขออย่าให้มีอะไรมาพรากแมลงน้อยกับกองไฟจากกันอีกเลยนะคะ จงอินช่วยเป็นกองไฟที่แสนอบอุ่นให้พยอนไปตลอดเถอะ น้องคยองน่าสงสารมากค่ะ ไรท์อยากหาคนมาปลอบใจน้องหน่อยไหมคะ? 55555 ปล. 'กรุณาอย่าใกล้ข้า กรุณาอย่ารักข้า' ชอบประโยคนี้มากค่ะ ทำเราแดดิ้นตั้งแต่ย้อนอดีตบทที่เล้ว
    #119
    0
  12. #118 MySummer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 22:35
    เราชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบ เราแบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบโอ๊ยยยยยย
    ละมุนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกแบบบชอบมากก
    ชอบภาษาคือโอยยยยยไคแบคดูอ่อนหวานอ่ะ
    แบบอ่านไปนี่ดื้นพล่านอ่ะเอาไง
    เรากรีดร้องเมื่อเหนเรื่องนี้อัพ วรั้ยยยยยยยยย
    สงสารดีโด้ แต่ก็แบบ ปล่อยไคแบคนะลูกน้าาาาาา
    ติดตามเรื่องนี้ ฟิคนี้เสมออออออออออออ
    #118
    0