[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 7 : Midnight Fire [Part II]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 966
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    31 มี.ค. 56

 

Midnight fire

Fiction by y_prand

PART II


 

 

           

พูดใหม่อีกทีซิ  ช้า ๆ ก็ได้ ฉันฟังไม่ทัน

           

จงอินกระชับหนังสือในมือจนแน่น  ขณะที่ริมฝีปากยังคงยิ้มละไม มองเพื่อนร่วมก๊วนที่มายืนอยู่ต่อหน้า  ปกติแล้วหลังเลิกเรียนไม่ใช่เวลาที่จะพบกับชานยอลได้ เพราะอีกฝ่ายมักจะรีบตะลีตะลานกลับบ้านราวกับกลัวว่าบ้านจะหายไปไหน  ซึ่งจงอินก็พอจะรู้ว่าสมาชิกในห้องเกือบทั้งหมดก็มีอาการเดียวกัน  ยกเว้นแต่คนที่มีงานชมรม หรือมานั่งรอใครบางคนแบบเขา  อยู่ ๆ ชานยอลที่หน้าซีดเซียว และเหงื่อแตกพลั่กอยู่ ๆ ก็วิ่งเข้ามาหาและถามเขาอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน   จงอินมองดูเพื่อนอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งมองว่าร่างสูงใหญ่พร้อมแล้ว เขาจึงถามนิ่ง ๆ

 

            เอ้า...ว่ามา

 

            นายคิดยังไงกับแพคฮยอน..

 

            เอ๋??”

 

            “นายคงไม่ได้สนใจแพคฮยอนหรอกใช่ไหม

 

            ...หมายความว่ายังไง

 

            ฉัน...  มีคนลือกันมากไง  ฉันก็เลยมาถามให้แน่ใจ  ฉันไม่เชื่อว่าคนระดับอย่างนาย จะมาสนใจแพคฮยอน

 

            “…”

 

            สายตาจงอินมองผ่านเสี้ยวหน้าของชานยอลไปยังด้านหลัง  ไกลออกไป  แม้ว่าจะไกล แต่เขาก็จำได้คุ้นตา ร่างเล็กแทบปลิวลมของคนที่กำลังถูกพูดถึงกำลังเคลื่อนเข้ามาด้วยการกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดจนเหมือนกำลังบินได้   เสียงทุ้มที่ผ่านเข้าหูกำลังกลบรอยยิ้มที่เขาตั้งใจจะส่งไปให้คนที่กำลังใกล้เข้ามา

 

            คนเพอร์เฟ็คอย่างนายน่ะ คงไม่ได้คิดอะไรตื้น ๆ แบบนี้หรอกมั้ง เรียนก็เก่ง ฐานะดี อนาคตไกล หน้าตาก็ดี  คงไม่มาสนใจนักเรียนธรรมดา ๆ อย่างแพคฮยอนหรอก ขืนคบกันไป ยังไงก็ไม่รอดแน่ ๆ  เป็นเพื่อนน่ะ ฉันคิดว่าได้...แต่ ถ้าอย่างอื่น

 

            อืม  แล้วยังไง

 

            ฉันก็แค่อยากมาถามให้แน่ใจ  ว่า... ว่ามันใช่หรือเปล่า 

 

            .....

 

            นายอาจจะไม่คิดอะไรนะจงอิน...  แต่ถ้านายมองในมุมของฉันบ้าง  นายก็จะ...  นายไม่รู้หรอกว่าเวลานายยืนอยู่กับใครซักคนที...ต่ำต้อย  ใช่ ต่ำต้อยกว่านาย  คนข้าง ๆ นายจะถูกมองด้วยสายตายังไง

 

            หมายความว่ายังไง...ชานยอล

 

            ฉันต้องรีบคุยกับนาย...ก่อนที่แพคฮยอนจะกลับมา  เมื่อวานแพคฮยอนโดนทำร้าย  ...แขนขวาเจ็บ

 

            “เอ๊ะ

 

            ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ  สมองประมวลผลคำพูดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว  แขนขวา... ทำไมเขาถึงไม่สังเกตนะ  ทั้ง ๆ ที่เป็นข้างถนัด แต่วันนี้แพคฮยอนแทบไม่ได้ใช้แขนข้างนั้นเลย แม้กระทั่งวิชาวรรณคดีที่แพคฮยอนชอบนักหนาก็ไม่ได้จดเล็คเชอร์อย่างที่เคยเป็น  พอถามก็อ้างว่าขี้เกียจอย่างเดียว...

 

            ทำไม...  เขาถึงไม่รู้  ไม่รู้เลยสักนิด

 

            แพคฮยอนไม่ให้บอก   แล้วนี่...ก็ไม่ใช่ครั้งแรก

 

            “..พวกมันเป็นใคร

 

            ถ้าจะถามว่าใครบ้าง  ฉันคงตอบให้ไม่ได้  เพราะว่ามันไม่ใช่มีเพียงคนเดียว...หรือกลุ่มเดียว  ลองสังเกตดูแล้วกัน  นอกจากเพื่อนห้องเราแล้ว...ยังมีใครอีกบ้างที่ กล้าคบกับแพคฮยอน  วันไหนที่นาย หรือพวกเพื่อน ๆ กลุ่มเราไม่อยู่ แพคฮยอนก็...

 

            ชานยอลพูดไม่ออกเมื่อนึกถึงสิ่งที่จะพูดต่อไป  เขาเองก็เป็นเพียงแค่นักเรียนธรรมดา ฐานะครอบครัวแม้จะไม่ได้ยากจน แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยและมีอิทธิพลเหมือนอย่างที่จงอินเป็น  ครอบครัวนักดนตรีแบบเขามีปัญญาแค่ส่งเขามาเรียนที่โรงเรียนที่ได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงที่สุดในเมืองก็ดีเท่าไหร่แล้ว คงไม่มีปัญญาไปต่อกรกับลูกสาวลูกชายเศรษฐี นักธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านที่ต่างมุ่งหวังในการคบหากับ คิม จงอิน ผู้ที่เพรียบพร้อมในทุก ๆ ด้านจนเป็นความหวังของครอบครัวและโรงเรียน 

 

นอกจากเขาและเพื่อน ๆ อีกไม่กี่คนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก  จงอินก็ไม่ได้เปิดใจรับมิตรภาพจากใครง่าย ๆ  สายตาลึกล้ำ ความเงียบเฉย และรอยยิ้มบาง ๆ ที่มักปรากฏอยู่บนหน้าเสมอ ปิดกั้นให้ทุกคนที่คิดจะมาตีสนิทให้ห่างออกไปได้อย่างน่ามหัศจรรย์

           

ไม่แปลกนักที่ใครต่อใครจะประหลาดใจกับการที่แพคฮยอนได้เข้าใกล้กับจงอินโดยปราศจากสายตาเย็นชาเหล่านั้น นักเรียนที่ถือว่าธรรมดา ๆ ในทุก ๆ ด้าน และเพิ่งเข้ามาเรียนได้ไม่ถึงปี แต่กลับสามารถกุมหัวใจ และรอยยิ้มจริงใจของจงอินได้อย่างน่าประหลาด

 

            อาจเพราะคนเราเป็นสัตว์ที่มีมันสมองมากกว่าสัตว์ทั่วไปหรือไม่อย่างไร  ความรู้สึกอิจฉา ริษยา จึงมักติดตามเป็นเงาตามตัวแก่มนุษย์ทุกคน เมื่อตนเองไมได้  ก็อย่าหวังให้คนอื่นได้  ทำทุกวิถีทางที่จะต่อต้าน และทำร้ายคนที่ ข้ามหน้าข้ามตา ตนเอง

 

            จงอินรับฟังน้ำเสียงทุ้มของเพื่อนที่บอกเล่าเรื่องราวที่เขาไม่เคยรับรู้นิ่ง ๆ   อดนึกสมเพชให้กับความโง่เง่าของตัวเองไม่ได้  นี่ถ้าเป็นงู เขาคงถูกฉกตายไปนาน  เพราะเรื่องของคนที่อยู่ใกล้ตัว... คนที่รู้สึกพิเศษยิ่งกว่าใคร ๆ  เขาก็ยังไม่เคยรับรู้   เหมือนไอ้โง่ที่ถูกปิดหูปิดตาไม่ได้รับรู้สิ่งใด

           

เขาคบกับชานยอลมานานปี ไม่แน่ใจว่าตั้งแต่กี่ขวบ...แปด หรือเก้า  เกือบสิบปีแล้วที่เป็นเพื่อนกันมา ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามั่นใจว่าเพื่อนเขาคนนี้ไม่เคยขอสิ่งใด   เสียงทอดถอนหายใจของเพื่อนสนิทและประโยคที่เอ่ยต่อมาจึงแทบจะทำให้เขาหยุดหายใจ

           

ยังไงซะ  ถือว่าฉันขอได้ไหม...ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกันมานาน...แล้วฉัน...”

 

ชานยอลเป็นคนร่าเริง... แจ่มใส  ไม่ค่อยคิดมากกับเรื่องใดนัก

 

นาน ๆ ครั้ง... จงอินจึงจะเห็นว่าเพื่อนร่างสูงเคร่งเครียด และจริงจัง 

 

 

“ฉันก็รักแพคฮยอน

 

                และครั้งนี้... เป็นครั้งแรกที่ชานยอลขอร้องเขา 

 

           

 

 

แมลงตัวจ้อยรับคำ

เปิดใจรับเปลวไฟสว่างไสว

อุ่นไอห่อล้อมดวงใจ

ราตรีแห่งรอยยิ้มกลับคืนมา

กองไฟเอ๋ย

ท่านช่างมีน้ำใจ

 

 

            จงอิน~~  อ้าว ชานยอล อยู่ด้วยเหรอ

 

            เสียงหวานทักเมื่อขยับมาอยู่ใกล้ในระดับที่เสียงดังมาถึง  ชานยอลสะดุ้งสุดตัว และหมุนตัวไปมองผู้เข้ามาใหม่ด้วยใบหน้าซีดเซียว  ขณะที่จงอินยังคงสีหน้าเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

            คะ แพคฮยอน...มาตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

            เมื่อกี้นี้แหละ ชานยอล เพิ่งไปตกลงกับฝ่ายคอสตูม แล้วก็พวกเวที  ต้องแก้บทนิดหน่อย  เพราะสองฝ่ายนั้นเค้าทำงานลำบาก  แต่ตอนนี้บทโอเคเรียบร้อยแล้วล่ะ  ในที่สุดบทละครเวทีโดยพยอน แพคฮยอนก็เสร็จเรียบร้อยโรงเรียนเกาหลี ฉันมั่นใจนะว่านิทานกองไฟของพวกเราจะต้องชนะเลิศการประกวดครั้งนี้แน่นอน  ใช่ไหมท่านจงอิน

 

 

            ประโยคยาวเหยียดถูกเอ่ยอย่างรวดเร็วพร้อมกับรอยยิ้มกว้างทั้งปากและตา ร่างเล็กขยับเข้าไปใกล้ผู้ที่หมายมั่นปั้นมือไว้มานานแล้วว่าจะรับบทนำของละครเวทีเรื่องนี้และยื่นกระดาษปึกใหญ่ให้

 

 

            นี่บทที่ฉันแก้เสร็จเรียบร้อย

 

 

            อืม

 

 

            แพคฮยอนมองใบหน้าที่กำลัง ยิ้มของอีกฝ่าย ก่อนทำหน้าย่น  มือเล็กยื่นขึ้นไปหยิบมุมปากของอีกฝ่ายเพื่อยกขึ้นอย่างที่ตนพอใจ

 

 

            เลิกยิ้มการตลาดได้แล้วคุณคิม ไหนสัญญากันแล้วไงว่าจะเลิกยิ้มแบบนี้กับฉัน...ยิ้มกว้าง ๆ สิ

 

 

            ฝ่ายถูกบังคับให้ยิ้มมองแพคฮยอนนิ่ง ๆ   ดวงตาเรียวใสที่มองตรงมากระตุกลมหายใจของเขา

 

 

            “มาก็ดีแล้ว ฉันมีเรื่องจะพูดด้วยอยู่พอดี

 

 

            หือ

 

 

            จงอินคว้าข้อมือเล็กลงจากใบหน้าของตน  หางตามองไปที่ใบหน้าซีดเซียวของชานยอล ก่อนเอ่ยพร้อม ๆ กับการตัดสินใจในเรื่องที่ถูก เอ่ยขอ

 

 

            “ฉันคงเป็นกองไฟให้นายไม่ได้แล้วล่ะ...

 

 

            จงอิน

 

 

 

            เสียงสั่น ๆ ที่เอ่ยขึ้นไม่ทำให้จงอินล้มเลิกความตั้งใจ  แววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของเพื่อนสนิททำให้จงอินยิ้มอีกครั้ง

 

 

            เพราะอะไร  เพราะอะไรล่ะจงอิน...

 

 

 

           

 

'โอ  กองไฟ...

เหตุใดเจ้าจึงอยู่เดียวดาย'

แมลงน้อยเอ่ยถาม

 

เปลวไฟเงียบงัน

เสียงปะทุแตกดัง

ราวหัวใจของกองเพลิง

 

 

 

            จงอินมองดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามและสับสนของคนตัวเล็กสลับกับมองชานยอล  เสียงที่ตอบออกมาแหบพร่าอย่างที่เขาเองก็ควบคุมไม่ได้

 

 

            เพราะ... เพราะว่าฉันไม่อยากเป็นแล้วน่ะสิ

 

 

 

            ริมฝีปากยังคงปรากฏรอยยิ้ม ขณะที่มือสองข้างที่กำลังกระชับหนังสืออยู่กำลังเย็นเฉียบ เย็นราวหิมะแรกของค่ำคืนที่ไร้ผ้าห่มนวมที่อบอุ่น  เย็นไปทั้งร่างกาย...และหัวใจ

 

 

            แม้กระทั่งเสียงที่พูดออกไป เขาก็รู้สึกว่ามันช่างเย็นชา

 

 

            “นายเคยเป็นคนบอกให้ฉันสละสิทธิ์ถ้าฉันเล่นไม่ได้ไม่ใช่เหรอ....แพคฮยอน

 

 

            เย็นขนาดนี้...เขาจะเป็นกองไฟได้อย่างไร

 

 

 

 

'โปรดอย่าถาม

เพราะเจ้าจะไม่มีวันได้คำตอบ'

 

 

แมลงน้อยนึกถึงคำของเปลวไฟ

เสียงเศร้าสร้อยตอบ

และผลักไสไล่แมลงออกมา

 

 

'หากอุ่นพอแล้ว จงกลับไปเสียเถิด'

           

 

 

            จงอินปิดห้องนอนลง  ทว่าไม่สามารถปิดประตูความคิดได้  ถนนสายที่เขาก้าวเดินกำลังกร่อนพัง  กำแพงใหญ่ที่กักกั้นความรู้สึกมหาศาลในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมากำลังค่อย ๆ สะเทือน

 

 

            ....ลืมซะ  ลืมให้หมด ทุกอย่างมันผ่านมาหมดแล้ว มันจบลงไปแล้ว

 

 

            ตอนนี้เขากำลังมีความรักครั้งใหม่   ความรักที่เขาคิดว่ามันคงจะยืนยาวต่อไปในอนาคต    ชีวิตการเรียนของเขาเป็นไปด้วยดี   คณะที่มีชื่อเสียง ในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเกาหลี  พร้อมด้วยอันดับการเรียนที่ติดท็อปมาโดยตลอด  บริษัทผู้ทรงอิทธิพลหลายแห่งติดต่อจองตัวเขาไว้ไปทำงานทันทีที่เรียนจบ ทุกอย่างถูกวางเอาไว้แล้ว และเขาก็พร้อมที่จะก้าวต่อไปบนถนนที่เขาวางแผนเอาไว้อย่างดี

 

            สิ่งที่เขาตัดสินใจทำลงไปแล้วไม่เคยมีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงได้

 

 

            คนอย่างเขา...ไม่มีทางหันหลังกลับไปจมปลักกับอดีตที่หาอนาคตไม่ได้อย่างแน่นอน

 

 

            เขามั่นใจตัวเอง

 

 

 

 

 

'ข้าเสียใจ

เพราะฟ้าใจร้าย

ข้าจึงไม่อาจมีความรัก

หากผู้ใดรักข้า

ผู้นั้นอาจไม่เหลือชีวิต'

 

เปลวไฟคิดถึงแมลงผู้จากไป

 

 

 

 

 

            อาบน้ำได้แล้ว

 

            ผ่านมาครู่ใหญ่  จงอินเดินออกมาจากห้องพร้อมกวาดสายตาไปยังทั่วห้องรับแขกขนาดเล็ก และเมื่อเห็นว่าร่างเล็กยืนอยู่ที่มุมห้องนิ่งเงียบไม่มีทีท่าว่าจะได้ยินในสิ่งที่เขาพูด  เสียงทุ้มจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

            แพคฮยอน... ไม่ได้ยินหรือไง

 

            “ได้ยิน

 

            ตอบพร้อมกับที่ดวงตาสวยมองเขาแว้บหนึ่ง ก่อนที่จะไปจดจ้องอยู่กับกรอบรูปที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่บนตู้โชว์

 

            ได้ยินแล้วทำไมไม่ตอบ

 

            เห็นไม่เรียกชื่อ ก็เลยนึกว่าคุยกับคนอื่น

 

 

            แพคฮยอน

 

            เสียงทุ้มกดเสียงหนัก จนได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ จากอีกฝ่าย จงอินเหลือบตามองเพดานก่อนถอนหายใจเบา ๆ   

 

            นี่แฟนนายเหรอ... ตัวเล็กเชียว

 

            “ฉันเตรียมผ้าขนหนูแล้วก็เสื้อผ้าไว้แล้ว ไปอาบน้ำซะจะได้สร่างเมา

 

            น่ารักดีนะ  ชื่ออะไรเหรอ

 

จงใจหรืออย่างไรจงอินก็ไม่แน่ใจ  แต่ดูเหมือนแพคฮยอนตั้งใจยียวนให้เขาโมโห  ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรไปก็ทำเหมือนไม่ได้ยินไปซะทุกเรื่อง  จนในที่สุดเขาก็ต้องยอมแพ้

           

คยองซู.. คยองซู

 

            อืม...คบกันมานานแล้วเหรอ

 

            หนึ่งปี

 

            ก็นานเหมือนกันนะเนี่ย คงน่ารักน่าดู  ฉันอยากเจอจัง

 

            แพคฮยอน!! หยุดพูดเรื่องคนอื่นได้แล้ว

 

            ไม่ให้พูดเรื่องคนอื่นแล้วจะให้พูดเรื่องของใคร...ของเรา งั้นเหรอ

 

            แพคฮยอนวางกรอบรูปบานนั้นลงที่เดิม ก่อนหยิบหนังสือเล่มเล็กเท่าฝ่ามือที่วางอยู่ข้างกันขึ้นมา

 

            ไม่น่าเชื่อ...ว่านายจะยังเก็บมันไว้

 

            จงอินมองร่างบอบบางที่ขยับเข้ามาใกล้  ของที่อยู่ในมือทำให้เขาหายใจกระตุก หนังสือทำมือเล่มเล็ก หน้าปกสีขาว ข้างในเขียนเรื่องราวของแมลงโง่ ๆ  กับกองไฟผู้อาภัพไว้พร้อมภาพประกอบ 

 

            ขอโทษที่ถือวิสาสะหยิบมาจากบนรถ... แต่ในฐานะที่ฉันเป็นคนทำหนังสือเล่มนี้ ฉันก็อยากอ่านมันอีกสักครั้งเหมือนกัน ฉันนี่แย่จัง เขียนเองแท้ ๆ  แต่ลืมไปหมดแล้ว

 

            ใช่...แย่

 

            แย่พอ ๆ กับการตั้งใจที่จะลืม แต่ลืมไม่ได้นั่นแหละ

 

            จงอินไม่ได้ถอย  เมื่ออีกฝ่ายก้าวเท้าช้า ๆ มาหา พร้อมกับพลิกหน้ากระดาษเพื่ออ่านสิ่งที่อยู่ในนั้น  

 

            กาลครั้งหนึ่ง... นานมาแล้ว  เจ้าแมลงน้อยปีกบางสดใส... อ๊ะ ตรงนี้จำได้ ๆ  ๆ   เดี๋ยวอ่านที่อื่นดีกว่า  ตรงที่จำไม่ได้

 

            แพคฮยอน!!!”

 

            พยายามใช้เสียงที่ดังกว่า เพื่อกลบเสียงบางอย่างที่ดังแผ่วเบาอยู่ในอก  จงอินไม่รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าของเขาขาวซีดเพียงใด  หากยิ่งมองเสี้ยวหน้าที่ก้มลง อ่านหนังสือที่อยู่ตรงหน้าเขา เขาก็รู้สึกราวกับร่างกายกำลังถูกสาป  ราวกับเสียงหวานใสนั้น กำลังจะสะกดจิตเขา

 

            ท่านเคยมีความรักหรือไม่?...”

 

            คนตัวเล็กอ่านช้า ๆ   พร้อม ๆ กับเงยหน้าขึ้นมามองเขา  ดวงตาเศร้าสร้อย และน้ำเสียงสั่นครือทั้ง ๆ ที่หน้าหวานนั้นยังยิ้มกว้างอยู่ทำให้เขาต้องเบือนหน้าไปยังทิศทางอื่น  ...  ลิ้นชัก  ถังขยะ กระเบื้องเงาวับ 

 

            ฝ่ามือหนาชื้นไปด้วยเหงื่อ...พอ ๆ กับดวงตาที่กำลังพร่ามัว ไม่ว่าจับจ้องไปยังทิศทางใดก็มองไม่ชัด...นี่เขากำลังจ้องมองอะไรอยู่นะ

 

 โปรดอย่าถาม  เพราะเจ้าไม่มีวันจะไม่มีวันได้รับคำตอบ... กองไฟนี่ใจร้ายเนอะ คนถามดี ๆ แล้วยังไม่ตอบอีก

 

            แพคฮยอน... พอเถอะ อย่าทำแบบนี้

 

            ต่อ ๆ   แมลงน้อยนึกคำของเปลวไฟ   เสียงเศร้าสร้อยตอบ  และผลักไสเจ้าแมลงออกมา...หากอุ่นพอแล้ว  จงกลับไป...เสียเถิด

 

            ยิ่งเสียงนั้นดังผ่านโสตประสาทมากเท่าไหร่  ภายใต้อกกว้างก็เหมือนกับถูกมือที่มองไม่เห็นเข้าไปบีบรัดแน่นหนา  ราวกับว่าจะทำให้ก้อนเนื้ออุ่น ๆ นั้นหยุดเต้น...  ราวกับจะกระชากลมหายใจของเขาออกไป

 

            .....หยุด

 

            ข้าเสียใจ...เพราะฟ้าใจร้าย  ข้าจึงไม่อาจมีความรัก เพราะหากผู้ใดรักข้า  ผู้นั้นอาจไม่เหลือชีวิต เปลวไฟคิด....

 

                บอกให้หยุดไงเล่า!!!!!”

 

            ไม่รู้ว่าปีศาจหรือสัตว์นรกตนใดที่เข้ามาสิงในร่างของเขาในขณะนี้  ฝ่ามือหนาจึงคว้าเอาหนังสือเล่มน้อยออกจากมือของแพคฮยอนโดยไม่มีคำอธิบาย  ก่อนที่มันจะถูกขว้างออกไปโดยที่แพคฮยอนไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเลยนอกจากการยืนนิ่ง

 

            ต้องการอะไร  นายต้องการอะไร

 

            “...

 

            นายต้องการอะไรนะแพคฮยอน....นายจะทำแบบนี้ทำไม  อยากให้ฉัน... อยากให้ฉันเป็นบ้าหรือไง หา!!!”

 

              จงอินมองร่างบอบบางด้วยแววตาคำถาม  ดวงตาแดงวาวโรจน์เพราะอารมณ์รุนแรงคุกรุ่นในใจ  ฝ่ามือหนาจับที่ต้นแขนทั้งสองของคนตัวเล็กกว่าและส่งเสียงตะคอกดังลั่น

 

            ....เปลวไฟคิดถึงแมลงผู้จากไป....

 

            สายน้ำหยดใสค่อยเอ่อออกมาจากดวงตาเศร้าสร้อย  ร่างที่ถูกจับเขย่าไม่ได้ทำอะไรนอกจากส่งเสียงสั่นที่แหบพร่า ...เบาหวิวออกมา    

 

            ปีกบางอ่อนไหวบินกลับมา….ครั้งนี้... มิใช่สายลมพัดไป ฮึก...หาก...คือสายใจพัดมา

 

            ใบหน้าคุ้นตาอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ  ดวงตาคู่นั้นฉายความรู้สึกมากมายออกมาจนเขาอยากจะเอื้อมมือไปปิดมันไว้  แพคฮยอนไม่ตอบโต้ หรือห้ามปรามกับการกระทำของเขา  อาจเพราะรู้ว่าไม่มีกำลังพอที่จะต่อต้านความโกรธเกรี้ยวครั้งนี้ได้...

 

รู้...เช่นเดียวกับที่เขารู้ว่าไม่สามารถหยุดข้อความที่แพคฮยอนกำลังเอ่ยมันออกมาได้

 

            บ้า...  บ้าที่สุด บ้าที่สุด!!!!!”

 

            สมองสั่งให้เขาเดินหนีออกไปจากตรงนี้  ออกไปจากการร่ำไห้นี้  ออกไปจากเสียงหวานที่พร่ำเอ่ยประโยคที่เขาจำได้ขึ้นใจ... ออกไปจากตะกอนขุ่นดำของความทรงจำที่กำลังล้นทะลักออกมาจากซอกหลืบของหัวใจ

 

            ฮึก กอง ฟะ   กองไฟเอย....ข้า...

           

            แพคฮยอนเอ่ยร้องด้วยสะอื้น... ปานขาดใจ

 

            กำแพงกว้างใหญ่ที่กักขังหัวใจของเขามาตลอดสองปีพังทลายลง พร้อม ๆ กับการทิ้งร่างลงเพื่อโอบกอดคนที่กำลังสะอื้นไห้แทบขาดใจไว้แน่นแนบอก  ริมฝีปากปิดเนื้อนุ่มที่ชุ่มด้วยน้ำตาหลังจากเสียงหวานได้เอ่ยประโยคสุดท้ายออกมา

 

            ข้าคิดถึงท่าน...สุดหัวใจของข้า

 

            การปฏิเสธสิ่งใดจะทรมานกว่าการปฏิเสธลมหายใจตนเอง  ทำนบของความรู้สึกพังครืนลงมาปลดปล่อยทุกสิ่งอย่างที่เคยจงใจที่จะลืมให้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

            จงอินถอนริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้า เขาไม่สามารถผลักไสเจ้าของใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตานี้ออกไปได้  เรี่ยวแรง และเสียงตะโกนที่มีราวกับละลายหายไปพร้อมกับหยาดน้ำตา  แรงสะอื้นหนักและเสียงสั่นครือกำลังบีบให้หัวใจของเขาเต้นช้าลง

 

            ถ้าไมได้รักกัน  ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไร บอกฉันอีกคำเดียว...  แค่คำเดียว แล้วฉันจะไป ถ้า... ถ้าไม่ได้รักกันแล้ว ฉันก็จะไป

 

            ไม่ได้อีกแล้ว...

 

           

            “กลับมาทำไม.... กลับมาทำไม แพคฮยอน” 

 

 

 

                จงอินปฏิเสธหัวใจตัวเองไม่ได้ต่อไปแล้ว

 

 

 

 

 

ปีกบางอ่อนไหวบินกลับมา

ครั้งนี้...มิใช่สายลมพัดไป

หากคือสายใจที่พัดมา

 

 

'กองไฟเอย....

ข้าคิดถึงท่าน

สุดหัวใจของข้า'

 

 

 

xxxxxxxx

 

 

            “บทแค่นี้...พูดไม่ได้หรือไงวะ

 

            เสียงหวานเอ่ยหาเรื่อง  จนคนที่กำลังทำความเข้าใจบทด้วยสีหน้าเคร่งเครียดต้องเงยหน้าขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา  ได้บทมาหลายวันแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าใจบทของกองไฟผู้อาภัพที่คนตัวเล็กเขียนขึ้นมาได้...

 

            ทำยังไงได้...เคยอาภัพอย่างนั้นซะที่ไหนเล่า

 

            “ลองมาเล่นเองไหมล่ะ

 

            “เล่นเองได้ เล่นไปแล้วโว้ย  ไม่อยากให้ใครเอาบทที่ฉันอุตส่าห์เขียนดิบดีมาทำเละตุ้มเปะหรอก แต่หน้าฉันมันไม่ให้กับบทพระเอกนี่นา

 

            “งั้นก็หยุดบ่นได้แล้ว...รำคาญ

 

            แพคฮยอนมองคนที่หน้าตา เหมาะกับบทพระเอก แล้วทำหน้าเบ้  มองท่อนขายาว ๆ ที่เหยียดตรงแล้วยิ้มกริ่ม

 

            “รำคาญฉันเหรอ... เหอะ ไอ้พระเอก ไอ้คนเพอร์เฟ็ค  อะไรนิดหน่อยก็รำคาญ หมั่นไส้โว้ย

 

            แพคฮยอนตอบแทนความหมั่นไส้ของตนเองด้วยการที่หัวทุยสวยล้มตัวลงบนต้นขาอีกฝ่ายไม่เบานัก  รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยชอบให้ใครมายุ่งกับขาของตนเพราะอาการ จักจี้   แต่แพคฮยอนก็รู้เช่นกัน...ว่าจงอินไม่เคยทำอะไรได้นอกจากถลึงตาทำท่าคาริสม่าอย่างที่เจ้าตัวถนัดใส่เขา

 

            แพคฮยอน!!!”

 

            พอได้หมอนมนุษย์นุ่ม ๆ สบายตัว ดวงตาคู่สวยก็หลับลงพร้อมรอยยิ้มกว้าง  ไม่ลืมปิดหูทั้งสองข้างเพื่อป้องกันคำสาปจากน้ำเสียงทุ้ม ๆ นั้น

 

            “สบายดีจัง  พื้นหญ้าก็นุ้มนุ่ม...

 

            “หนักนะ... แล้วนอนลงไปแบบนั้นเดี๋ยวก็คันตาย

 

            ไม่เห็นเป็นไรเลย  เสื้อแขนยาว ขายาวอย่างนี้ให้มันคันสิ

 

            แพคฮยอนตอกกลับพร้อมเสียงหัวเราะ ก่อนลืมตาขึ้นมองใบหน้าระอาที่อยู่ข้างบน รอยยิ้มกว้างขวางส่งให้คนที่ชอบทำหน้ายุ่งเสมอจนจงอินอดยิ้มตามไม่ได้

 

ถ้าทำไม่ได้ แน่จริงก็สละสิทธิ์ไปเลยดิ

 

            “ไม่มีทาง

 

            “ทำไมวะ

 

                “ฉันไม่ชอบผิดสัญญา

 

            เสียงแน่นหนักและดวงตาจริงจังที่มองสบตาทำให้แพคฮยอนยิ่งยิ้มกว้าง

 

            ฉันรู้...

 

            แพคฮยอน

 

            หือ...

 

            เปล่า

 

            คิ้วของแพคฮยอนขมวดยุ่งจนทำให้คนที่จ้องมองอยู่ต้องหัวเราะดังลั่น  ริมฝีปากบางเฉียบเบ้อย่างอารมณ์เสีย ก่อนที่จะแกล้งทำเสียงขึงขัง

 

            จงอิน

 

            ...หือ

 

            เสียงทุ้มเอ่ยรับคำเบา ๆ  โดยไม่ลืมยิ้มหวานใส่ดวงตาคู่สวยจนแพคฮยอนอดหมั่นไส้ไม่ได้ ต้องตีมือหนาแรง ๆ สักทีเป็นการดับอารมณ์ของตัวเอง

 

            มือหนักชะมัด

 

            เมื่อถึงคราวที่แพคฮยอนต้องหัวเราะลั่นแทน เสียงหวานก็ระเบิดมันออกมาอย่างไม่เกรงใจ จนจงอินที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าต้องแกล้งเอามือปิดปากอีกฝ่ายไม่ให้ส่งเสียงอะไรออกมา

 

            เสียงดังเกินไปแล้วนะแพคฮยอน

 

            อื้อ...

 

            ใบหน้าคร้ามแดดก้มลงไปจุ๊ปาก เป็นสัญลักษณ์ที่บอกให้อีกฝ่ายเลิกดิ้นและเสียงดัง หากความใกล้ที่เกิดขึ้น กลับมีฤทธิ์มากกว่าเสียงห้ามปรามใด ๆ

 

            ตา..สบตา

 

            จงอิน...

 

            หือ

 

            เป็นกองไฟให้ฉันคนเดียวนะ

 

            แพคฮยอนไม่ต้องการคำตอบรับใด ๆ ... เพราะรู้ว่าสายตาของจงอิน มั่นคงกว่าคำสัญญาทุกคำ

 

            ลมหายใจผ่าวร้อนรินรดผิวเนื้อ ราวกับเครื่องกระตุ้นหัวใจชั้นดี  ก้อนเนื้อใต้อกราวกับผ่านการวิ่งมาราธอนมาเนิ่นนาน ร่างกายบอบบางแทบจะละลายไปกับเสียงกระซิบข้างหูพร้อมกับบทพูดที่พูดอย่างสมบทบาท พระเอกเป็นครั้งแรก...

 

ทั้ง ๆ ที่แพคฮยอนคิดว่าเนื้อความมันช่างตรงข้ามกับสิ่งที่ร่างกายจงอินกำลังทำ และสายตาที่จงอินกำลังบอกเสียเหลือเกิน

 

            “กรุณาอย่าใกล้ข้า...กรุณา  อย่ารักข้า

 

ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ใช่แมลงน้อยตัวนั้นซักหน่อย

               

แต่ทำไมแพคฮยอนถึงใจเต้นรัวอย่างนี้นะ...

 

           

 

ความรัก...

ปราศจากเหตุผล




การกระทำที่เกิดจากความรัก

ก็ปราศจากเหตุผลเช่นกัน

                

TBC.

 




ขอบคุณ...ขอบคุณทุกคอมเมนท์  ทุกวิว ทุกครั้งที่คลิกเข้ามาอ่านนะคะ -/\-
ฟิคเรื่องนี้อาจไม่ใช่ฟิคที่ดีที่สุด...แต่เป็นฟิคที่รักมากที่สุดตั้งแต่เขียนมา
ขอบคุณที่อ่านมันนะคะ 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #447 kuychai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 23:52
    เศร้าาา TT
    #447
    0
  2. #410 ppp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 / 22:06
    โอ้ยตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย จะร้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    น้องแพคของแม่ต้องมาตกหลุมอากาศเมื่อเจอจุงงินไม่เป็นกองไฟให้

    จุงงินใจร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    รู้ว่าน้องแพคต้องเจ็บ ก็ทั้งที่รักมาก แต่กลับผลักไสยกให้เพื่อน

    แล้วที่ผ่านมามันเรียกว่าอะร๊ายยยยยยยยยยย ไอบ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา

    การที่ตัวเองปฏิเสธน้องแพคแบบนั้นมันเจ็บมากกว่าการที่น้องแพคโดนตบตีอีกนะ

    ที่อิน้องแพคมันยอมทนอยู่ข้างแกยอมเจ็บเพื่ออะไรละ? เพื่อให้แกถอยห่างจากมันหรอ?

    กลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพราะลมพัดมา... ฉะนั้นก็อย่าปล่อยให้ลมพัดไปอีก...

    มันไม่ต้องทนต้องฝืนอะไรอีกแล้ว มันถึงเวลาที่จะต้องทำหน้าที่ของกองไฟแล้วละจุงงิน

    เพราะนายน่ะเป็นกองไฟของแพคฮยอนคนเดียว อันเดอร์สะแต๊นนนนนนนนนนน???
    #410
    0
  3. #394 BACON_BAEK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 16:50
    เศร้าจังเลยอ่ะ ต่างคนก้อต่างรักกันแต่ก้อมีเหตุให้ต้องฝืนใจตัวเอง
    #394
    0
  4. #378 ϟ ทาสรักเสี่ยไค . (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 21:32
    เป็นการบรรยายที่กลมกล่อมมากๆ เลยล่ะค่ะ T T
    เราชอบจังเลย 
    #378
    0
  5. #325 !!~...kihae...~!! (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 / 03:51
    โอยยยยยยยย...สงสารแบคอ่า TT
    คิดถึงมากใช่มั้ยลูก ก็นะอยู่ดีดีก็ทิ้งกันไปแบบนั้น
    แต่อิจงอิน แกก็ยังรักอยู่ ปฏิเสธใจตัวเองไม่ได้หรอก ชิส์
    หนังสือเล่มนี้มีจริงๆหรือเปล่าอ่า อยากอ่านจัง
    แค่อ่านจากฟิคแค่นี้ก็แบบ โอ๊ยยยยยย..มันอึดอัดแทนอ่ะ
    กองไฟแม่มนิสัยไม่ดี ทำแมลงตัวน้อยๆของเจ๊เสียใจ !!
    ความรักปราศจากเหตุผล การกระทำที่เกิดจากความรักก็ปราศจากเหตุผลเช่นกัน
    งื้ออออออ...ประโยคนี้มันแบบ ใช่อ่ะ ชอบจัง ><
    #325
    0
  6. #218 YKH_L (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 17:47
    อ่านแล้วอึดอัด น้ำตาคลอ คืออะไร ไคแบคอยู่ด้วยกันดีที่สุด แต่สงสารคยอง
    #218
    0
  7. #159 cookielullaby (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 01:20
    ❤ความรัก.....ปราศจากเหตุผล

    การกระทำที่เกิดจากความรักก็ปราศจากเหตุผลเช่นกัน

    อยากให้อินนี่กลับมาเป็นกองไฟให้บยอนน้อยเหมือนเดิมจัง

    ㅠ ㅅ ㅠ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 เมษายน 2556 / 01:21
    #159
    0
  8. #129 embyunbaek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 20:44
    แบคTT^TT กัมจงแกยังรักแบคอยู่ใช่ไหม กลิ่นดราม่าฟุ้งเลย TT
    #129
    0
  9. #125 *Aphorist* (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 13:49
    โอ๊ยยย น้องแบคของพี่ T^T
    #125
    0
  10. #115 LittleP (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 00:29
    โอ้ยโอย ทำไม

    ทำไมมันเศร้าได้ขนาดนี้นะ

    ฮืออออออออออออออออ

    อดีต ปัจจุบัน สลับกันไปมา

    อ่านตอนที่แบคฮยอนพูดถึงนิทานนั้นอีกครั้ง น้ำตาจะไหลตาม

    ถ้าทนไม่ไหว ถ้ากลับมาเพื่อรักกัน

    ก็รักกันเถอะนะ ฮืออออออออ



    ชอบมากเลยค่า
    #115
    0
  11. #114 คนอ่าน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 21:10
    ฟิคเรื่องนี้มันโดนใจอ่ะไรเตอร์ รีบมาต่อนะ
    #114
    0
  12. #113 MySummer (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 21:04
    กรีี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อย่างบ้าๆคลั่งๆๆๆๆๆๆ
    โอยยยแบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ มันปวดใจอ่ะ แบบโง้ยยยยยยย
    เหมือนแบบ แตกต่าง แต่รักกันป่ะ แบบเจ็บอ่ะ
    ตรงที่ กองไฟเอย ข้าคิดถึงท่าน สุดหัวใจของข้า นี่คือแบบ ดิ้นอะ่ แบบ ดิ้นปานจะหลอมรวมกับพื้นแล้วกรี๊ดดดดดดด
    ตายๆๆๆๆๆๆๆ ตายแปปปปปป
    ชอบมากกกกกกก
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ร่ำรอตอนต่อไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
    #113
    0