[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 18 : The FIRST V

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    23 มิ.ย. 56



THE FIRST V



สายฝนทำให้ผมหนาว... และทรมานแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่จะโทษใครได้  ในเมื่อคนที่ทำให้ร่มคันนั้นหักสะบั้น

ก็คือตัวผมเอง

 


 

กูเชื่อมึง ...

แล้วก็เชื่อว่าจงอินรักมึงมากพอที่จะทำให้มึงคิดได้

ทำให้ได้ก็แล้วกัน

 

               

 

 

                “แพคฮยอน...” กลิ่นกาแฟลอยกรุ่นแตะจมูกราวกับกำลังพยายามเชื้อเชิญให้เขาลุกขึ้นไปสั่งมาเป็นของตัวเองสักแก้ว   หากสิ่งที่เหนี่ยวรั้งเขาไว้ คงเป็นไออุ่นเย็นเฉียบจากแหวนที่สอดอยู่ที่นิ้วนาง  และคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับใครบางคน

                ไม่หรอก... ความจริงแล้ว เขาไม่ได้ทำเพื่อใครเลย

                ทุกอย่าง...เพื่อตัวเขาเอง

                “รอนานหรือยัง”  เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูทำให้เจ้าของร่างบอบางเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง     ใบหน้าสดใสของอีกฝ่ายทำให้เขายิ้มบาง ตอบรับคำทักทายนั้นอย่างง่าย ๆ

 

                “ก็...สักพักแล้วล่ะครับ“

                “พี่ขอโทษ...พี่มาช้าไปหน่อย  เราไม่โกรธพี่ใช่ไหม” ชานยอลเอ่ยก่อนนั่งลงตรงกันข้าม   ดวงตาจับจ้องที่เขาราวกับสำรวจอะไรบางอย่าง   

                ทว่าคำถามนั้นกลับทำให้แพคฮยอนรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบให้เต้นแรงกว่าเดิม

            ช้า...  มาช้างั้นหรือ

                รอยยิ้มของเขาเจื่อนลง  มือที่วางประสานกันอยู่บนโต๊ะกระจกบีบแน่นอย่างลืมตัว ขณะตอบกลับไป 

“ไม่เป็นไรครับ ...ผมไม่เป็นไร   แค่เจอพี่ก็ดีใจแล้วครับ”

หลังจากเอ่ยประโยคนั้น ความเงียบก็เริ่มคลี่คลายลงปกคลุมรอบกายของทั้งคู่   ชานยอลไม่พูดอะไรนอกจากมองหน้าขาวซีดของคนที่กำลังก้มหน้ามองมือตัวเองอย่างพิจารณา   

บทสนทนาใด ๆ ที่ชายหนุ่มเตรียมมาล้วนแล้วแต่อันตรธานหายไปอย่างน่าประหลาด  

เหลือเพียงคำถาม  และข้อสงสัย

                “แพคฮยอน...”  มือใหญ่เคลื่อนไปยังมือเรียวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ  โอบประคองนิ้วเรียวสวยที่เย็นเยียบไม่เคยเปลี่ยนพร้อมกับถามขึ้น แม้จะรู้สึกถึงอาการเกร็งของอีกฝ่าย  หากชานยอลกลับไม่ยอมปล่อยมือง่าย ๆ

“โกรธอะไรพี่หรือเปล่า ”

                แพคฮยอนสบตาเขาจริงจังเป็นครั้งแรกตั้งแต่พบกันอีกครั้ง   สายตาวูบไหว  และสีหน้าลำบากใจทำให้เขาตัดสินใจเอ่ยประโยคนั้นออกไป   

“ผม... เปล่าครับ “ เสียงหวานปฏิเสธ   ริมฝีปากสั่นระริก....  “ผมไม่ได้โกรธพี่เลย  เพียง... ”

รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นที่มุมปาก  แววตาสดใสของชานยอลเฉิดฉายทันทีที่ได้ยิน   เขาบีบมือเรียวบางพร้อมกับพูดเร็วราวกับกำลังตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสพูดคุยอีกครั้ง          

                “ดีแล้ว ที่ไม่มีอะไร พี่ดีใจนะที่เรามาหาพี่อีกครั้ง  พี่มีเรื่องจะคุยเยอะเลย”

                แพคฮยอนขยับมือมาวางบนตักตัวเอง  ก่อนลอบถอนหายใจลึก ยาว

                ลมหายใจคล้ายจะสะดุด 

                รออีกนิดนะ....

            รอด้วยนะ  จงอิน

               

 

 

 

                 6 พฤษภาคม  สามปีที่แล้ว

 

                “นายชอบฉันเหรอ” เสียงใสเอ่ย ระหว่างที่อีกฝ่ายค่อยวางผ้าเช็ดตัวและเช็ดผมที่เปียกโชกของเขาให้อย่างเบามือ   วันนี้พายุฝนพัดเข้ากระหน่ำโซลอย่างบ้าคลั่ง   และเพราะความรีบร้อนตอนเช้าทำให้เขาไม่ได้เอาร่มติดตัวมาจากหอพัก เมื่อเขาออกจากห้องเรียนในตอนเย็นมากแล้ว    คนไร้ร่มอย่างเขาเลยต้องยืนแกร่วรอฝนหยุดจนกระทั่งรอไม่ไหว   เพราะพระอาทิตย์ใกล้ตกแล้ว   จึงตัดสินใจวิ่งตากฝนออกนอกอาคารเพื่อกลับที่พัก    ก่อนที่ร่างสูงของใครบางคนจะวิ่งตามและนำร่มมากางกั้นฝนให้เขาพร้อมยิ้มแฉ่ง

                คิม  จงอิน... ที่มักพาตัวเองเข้ามาผ่านสายตาของเขาเสมอ 

                เหตุการณ์คืนนั้นเกิดขึ้นเพราะเขาไร้สติ   และอีกฝ่ายเองก็ดูเหมือนไม่ได้คิดอะไรตอนที่หิ้วเขาเข้าม่านรูด

                หากเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้... กลับดูเหมือนผ่านการไตร่ตรองมาแล้ว

                แพคฮยอนแน่ใจมาหลายวันแล้วว่าจงอินกำลังพยายาม จีบ เขาอยู่จริง ๆ

                แต่เขากลับไม่แน่ใจตัวเองนัก ว่าเหตุใดจึงตอบรับคำชวนของคนตัวสูงที่ให้ขึ้นมาหลบฝนบนห้องพักของตนก่อน   เพราะหอพักของแพคฮยอนอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไปหลายสถานี

                “ใช่” เจ้าของใบหน้าคมคายตอบทันใจ เสียงดังฟังชัดและหนักแน่น  จนเขาอดคิดไม่ได้ว่าหมอนี่จริงจังกับเขาแน่หรือ ถ้าไม่เงยหน้าเห็นหูและจมูกแดง ๆ ของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า              

                “ฉันน่ะ...ไม่ได้รักใครง่าย ๆ หรอกนะ”

                เขาพูดเบา  คล้ายต้องการบอกให้ตนเองรู้เท่านั้น   หาอีกฝ่ายกลับตอบกลับมาอย่างมั่นใจจนเขาหัวเราะลั่น

                “แต่ฉันมีดีพอจะให้นายรักก็แล้วกัน”

                มือของจงอินเรียว ยาว... และใหญ่กว่าเขาเกือบครึ่ง  หากน้ำหนักที่วางอยู่เหนือผ้าขนหนูที่กำลังซับเอาความเปียกชื้นไปกลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด

                อ่อนโยน... ไม่ต่างจากวันที่เขาถูกสัมผัสเลยแม้แต่น้อย

                “ทำไมถึงชอบฉันล่ะ” แพคฮยอนถามตรง ๆ  เพราะแทบไม่มีอะไรจะเสีย....  ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจงอินก้าวหน้ามาไกลขนาดนั้นแล้ว  มันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีก 

น่าจะเป็นอย่างนั้น....

                “ไม่รู้สิ...” ใบหน้าคร้ามแดดคลี่ยิ้ม   “แต่ตอนที่ตื่นมาแล้วไม่เจอนาย ...ก็คิดว่าจะไม่เจออีกเลย”

                “แล้ว?...  แพคฮยอนเอียงหน้ารอคำตอบ  คราวนี้  อีกฝ่ายกลับปล่อยมือจากผ้าเช็ดตัว  และเอื้อมมือหยิบเก้าอี้มานั่งบ้าง   ดวงตาสีนิลสนิททอประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงไฟ  สว่างไสวจนเขาแทบอยากเบือนหน้าหนี 

                “พอได้เจออีกครั้ง  ก็เลยคิดว่า... จะไม่ปล่อยมือไปอีกแล้ว” ร่างบอบบางตัวแข็งทื่อ  เมื่ออยู่ ๆ คนที่พูดอยู่คว้ามือไปกุมไว้อย่างรวดเร็ว  และบีบแน่นจนเขาชักกลับไม่ทัน  แถมยังถามกลับด้วยหน้าตากรุ้มกริ่มจนเขาอยากจะแยกเขี้ยวใส่

 “เหตุผลแค่นี้พอหรือเปล่า”

                “พอมั้ง”  แพคฮยอนสะบัดเสียง    หากอีกฝ่ายกลับยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม

                “นายต่างหากทำไม ตอนนั้นนายถึงมาขอให้ฉัน...เอ่อ” น้ำเสียงหนักแน่นเหมือนที่ผ่านมาคล้ายจะเบาลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องนี้   แต่แพคฮยอนก็พอเข้าใจ...

                พฤติกรรมสิ้นคิดแบบนั้น....จะอธิบายมันว่าอะไรดี

                 “ขอให้ฉันเป็นแฟนล่ะ”  และแล้วจงอินก็หาทางออกได้ดีไม่น้อย

                “เพราะว่าตอนนั้นฉันกำลังเสียใจ”  แพคฮยอนสารภาพ  ความทรงจำที่มีร่วมกับจงอิน  ถูกผูกพ่วงด้วยความเจ็บปวดที่เขายังไม่เคยคิดจะลืม 

                รักครั้งแรก...  กับความเจ็บปวดลึกเข้าไปถึงหัวใจเป็นครั้งแรก

                ใครล่ะ จะลืมได้ง่าย ๆ

                “แล้วฉันคิดว่า...นายจะทำให้ฉันลืมอะไรบางอย่างได้ ...ล่ะมั้ง”

                “แล้วตอนนี้... ลืมได้หรือยัง”

                หนุ่มร่างสูงถามเสียงใส   ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาใกล้จนทำให้แพคฮยอนเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง    ดวงตาของอีกฝ่ายลึกซึ้ง... จริงจังกว่าที่เคยคิดไว้

                “ยัง...”

คงไม่ต้องมีคำถาม ...ว่าจะเกิดอะไรหากเขาตอบรับมันไป

                “แล้วนายมีวิธีจะทำให้ฉันลืมได้ไหมล่ะ”

                สำหรับเขา  คง...ไม่มีอะไรเสียอีกแล้ว 

               

ได้... ฉันมั่นใจ

                ดวงตาคู่นี้...บอกแพคฮยอนเช่นนั้น

                แม้จะขัดเขินบ้าง... แต่เขาต่อต้านเมื่อริมฝีปากอุ่นแนบลงบนเนื้อนิ่มแผ่วเบา ก่อนบดเบียดหนักขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้กลีบปากบางเฉียบตอบรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว  แม้จะผ่านการจูบมาไม่กี่ครั้ง...หากแพคฮยอนเรียนรู้ที่จะปล่อยให้ร่างกายของตนถูกจับจูงไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ     แขนเรียวเล็กโอบรอบคอแกร่ง... เหนี่ยวรั้งร่างของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น   เพื่อไม่ให้ตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปเสียก่อน   จงอินบดขยี้และขบผิวบอบบางสีหวานนั้น  ก่อนเปิดกลีบปากนุ่มนิ่มนั้นด้วยลิ้นร้อนฉ่า

                ร่างโปร่งบางลอยลิ่วลงไปบนเตียง  ตามด้วยเจ้าของห้องที่ทาทาบลงมาเหนือผิวขาวนวลราบเรียบด้วยท่อนบนที่ถูกสะบัดทิ้งในวินาทีนั้นเอง   จนเห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นเรียงตัวกันอยู่ภายใต้ผิวสีบ่มแดดที่แสนเซ็กซี่ ร่างกายแข็งแรงได้สัดส่วนและร้อนรุ่มราวถ่านอ้น ๆ ราวกับจะหลอมละลายร่างของเขาเข้าไปเป็นเนื้อเดียวกัน  จงอินฝากตราประทับรอยแล้วรอยเล่าให้เขา 

                น่าแปลก

แค่ครั้งที่สอง...กับคนเดิม แถมยังผ่านมาหลายเดือนมาแล้ว  หากแพคฮยอนกลับคุ้นเคยกับทุกสัมผัสของฝ่ามือที่เลื่อนไปทั่วทุกพื้นที่บนร่างของเขา                    

คุ้นเคยจน... ปล่อยตัวเองให้ลอยไปกับความหวานฟุ้งที่อีกฝ่ายสร้างขึ้นอย่างง่ายดาย

                “ฉันไม่ได้รักใครง่าย ๆ หรอกนะ” 

                “ไม่... ไม่เป็นไร”

                สายฟ้าสว่างวาบ   ทำให้ริมฝีปากสั่นระริก...เขาหลับตาลง  พร้อมกับซุกหน้าและกอดร่างกายใหญ่โตแน่น

                “กอด...กอดฉัน”

                เสียงฟ้าร้องฟาดเปรี้ยง...  วินาทีเดียวกับที่หัวใจแทบหยุดเต้นเพราะความร้อนรุ่มที่แทรกผ่านเข้ามาหลังต้นขาเรียวเล็ก จูบหนักกดแน่นและขบเม้มผิวเรียบลื่นแทบทุกบริเวณที่ทำได้          

“คบกันนะ”             

                จงอินหอบสะท้าน ขณะเบียดกายลึกสู่พื้นที่ที่เขาเท่านั้นได้เป็นเจ้าของ  เสียงตอบรับดังแผ่วหวิว... ก่อนที่ร่างทั้งสองจะถูกกลืนกินด้วยความมืด  และการทำความรู้จักกันอีกครั้งด้วยร่างกายที่หยัดเข้าหากันท่ามกลางพายุฝนที่พัดกรรโชกอยู่ภายนอกหน้าต่างไม่ต่างจากวันนั้น

                วันแห่งสายฝน...ที่เคยนำให้เขารู้จักกับแพคฮยอน

                “อือ...”

 

                 6 พฤษภาคม... สามปีที่แล้ว

                ความรักของเขา...เริ่มต้น

 

 

                ไม่ต้องรักก็ได้...

                แค่อยู่ให้รักก็พอแล้ว

                ตั้งแต่รู้ตัวว่ารักแพคฮยอนมากแค่ไหน  จงอินก็คิดเช่นนั้นมาตลอด .....และพยายามห้ามใจไม่ให้คาดหวังให้อีกฝ่ายรู้สึกแบบเดียวกับที่เขารู้สึก

                ทว่าภาพตรงหน้า...กลับทำให้ทุกสิ่งที่เขาพยายามสร้างมาพังทลายไปทั้งหมด

                และเป็นครั้งแรก... ที่ทำให้เขารู้ว่า  

ความรักที่ไม่หวังอะไร

....ไม่มีอยู่จริง

               

               

 

 

 

                รถยนต์ส่วนบุคคลขนาดกะทัดรัดจอดเทียบบาทวิถีอย่างเงียบเชียบ  เสียงทอดถอนหายใจของคนขับดังแรง เมื่อมองไปยังอากาศข้างนอกที่มีแต่เม็ดฝนโปรยปราย    ท้องฟ้ามืดครึ้ม  ไม้ยืนต้นที่ปลูกไว้เรียงรายสองข้างทางถูกลมพัดหอบพากิ่งก้านแกว่งไกวไหวแรง  แม้แต่ป้ายรถโดยสารประจำทางมีคนยืนอยู่แค่ไม่กี่คน 

“น่าจะให้พี่ไปส่งถึงหอ  พายุเข้าขนาดนี้พี่ไม่อยากให้เรากางร่มไปคนเดียวเลย ...แพคฮยอน... แพคฮยอน”

                “อ... เอ๊ะ”

                แพคฮยอนสะดุ้งกับเสียงนั้น  เขาปล่อยความคิดให้ลอยหายไปไกลกับสายฝน  กระทั่งกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของหนุ่มรุ่นพี่   มือเล็กเรียวกำโทรศัพท์ที่เพิ่งส่งข้อความไปถึงอีกคนแน่น   

                “คะ...ครับ” 

                “ง่วนแต่กับโทรศัพท์เชียวนะ...  สนใจพี่บ้างสิ ”

                “ก...ก็ ขอโทษครับ”  แพคฮยอนยิ้มเจื่อน   รีบหย่อนอุปกรณ์สื่อสารลงกระเป๋าอย่างว่าง่าย “อ้าว...ถึงแล้วนี่ครับ  ขอบคุณพี่ชานยอลมากนะครับ”

                “ใช่...แต่แน่ใจเหรอว่าจะกลับเองได้   พี่ไปส่งเอาไหม จะได้ไม่เปียก...เดี๋ยวไม่สบายนะ”  น้ำเสียงของชายหนุ่มบ่งบอกถึงความห่วงใยลึกซึ้ง  แต่แพคฮยอนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะปฏิเสธ

                ริมฝีปากบางเฉียบคลี่หวาน ... ดวงตาเรียวพิจารณาใบหน้าจริงจังของคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยความรู้สึกที่นิ่งสงบมากขึ้น

                แต่ถึงกระนั้น...เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าควรพูดออกไปอย่างไร

                “ไม่ดีกว่าครับ.... หอของผมต้องเดินเข้าไปในซอยน่ะครับ รถเข้าไม่ได้”

                “พายุขนาดนี้ นั่งรอให้ฝนหยุดตกก่อนไหม...”

                ข้อเสนอของอีกฝ่ายกลับทำให้เขานึกถึงอีกคนที่เพิ่งส่งข้อความไป สั่ง

            รอที่ป้ายรถเมล์นะ...  เอาร่มมาด้วย

            “ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เดี๋ยว...เดี๋ยวฝนก็หยุดตกแล้ว” แพคฮยอนยิ้มร่าเริง ก่อนกวาดสายตาไปรอบ ๆ เพื่อดูอากาศภายนอกคล้ายจะพยายามรวบรวมความกล้าจากบรรยากาศรอบตัว  โดยพยายามไม่เปลี่ยนสีหน้าให้อีกฝ่ายจับได้

                “คราวหน้าพี่จะไปส่งให้ถึงหอเลยคอยดู...” ชานยอลมุ่งมั่น    แต่นั่นกลับทำให้ลมหายใจของแพคฮยอนกระตุกวูบ

“ผมคง...ไม่มาหาพี่อีก”  เสียงหวานเอ่ยเบา...

                “หือ... ว่าไงนะ”      

                “ผม....ผม.. เอ่อ ” แพคฮยอนพูดตะกุกตะกักโดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย...   ตาของเขาไปหยุดอยู่ที่กระจกมองหลังแบบไม่ได้ตั้งใจ  หากอะไรบางอย่างกลับทำให้เขาขมวดคิ้วยุ่ง  แทบลืมว่ากำลังพูดอะไรอยู่ 

                ร่ม...

                สีฟ้า...

แม้ว่าจะมองผ่าน ๆ แต่แพคฮยอนกลับจำได้อย่างแม่นยำ...  ทุกรายละเอียดบนร่มที่จงอินเป็นคนหามาให้    

                เสียงหัวใจของเขาดังแรงขึ้น... ขณะเอี้ยวตัวไปยังร่มที่วางแอบอิงอยู่บนเบาะหลัง  มือสัมผัสความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในรถที่ห่อหุ้มร่มที่คิดว่าหายไปแล้ว   

                คล้ายกับว่า... มีอะไรบางอย่างที่พุ่งเข้ามาตัวเขาให้ล้มคว่ำลงไปในฉับพลัน

                ริมฝีปากของเขาสั่นระริก   รู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบกายจะลดลงอย่างที่อธิบายไม่ถูก

                “ทำไมพี่บอกผมล่ะครับว่าร่มหายไป”  แพคฮยอนถาม ....ทั้ง ๆ ที่ก้มหน้านิ่ง   อยู่ ๆ .... ก็ไม่มีความกล้าแม้แต่จะมองสีหน้าของอีกฝ่ายเสียง่าย ๆ

                ทำไมนะ...

                แพคฮยอนตั้งคำถามให้กับตัวเองอยู่ในใจ....  ทำไม.... 

                ทั้ง ๆ ที่เขาต้องการสิ่งนี้มาตลอดไม่ใช่หรือ            

                “ไม่งั้น... พี่ก็ไม่ได้เจอเราน่ะสิครับ” คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเอ่ย หลังทอดถอนหายใจยาว    

                “พี่ชานยอล....”

                “พี่แค่... อยากให้เราสองคน....” หนุ่มรุ่นพี่พยายามพูด   แต่แพคฮยอนไม่ปล่อยให้มีโอกาสนั้น

“ผมขอร่มคืนได้ไหม”  เขาพูดตัดบท 

                เขาไม่ควรลังเลอีกต่อไป.... การยื้อเวลาต่อไป  ก็รังแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง

                ทุกอย่าง...อาจแย่ลงกว่านี้   หากเขาตัดสินใจช้า

                แพคฮยอนเงยหน้ามองชานยอลที่ยังคงมองเขานิ่ง   สีหน้าและแววตาของอีกฝ่ายคล้ายจะตั้งคำถามให้กับการกระทำของเขา 

หนุ่มรุ่นพี่ไม่ตอบคำถามของเขา  แต่กลับขยับตัวมากางแขนกั้นร่างบอบบางไว้   เขามองตามวงแขนที่พาดไปยังคอนโซลรถ  และก้มหน้าหลบสายตาที่ทอดมองลงมา 

“เราเคยชอบพี่ใช่ไหม”

แพคฮยอนชะงักกับน้อเสียงคาดคั้น    ความจริงในใจทำให้เขาไม่กล้าตอบอะไรไป     

“ผม....  ไม่.... ” เขาส่ายหน้า หากอีกฝ่ายกลับหัวเราะ ก่อนยื่นมาเชยคางมน พร้อมกับเสียงหนักแน่น  จริงจังเกินกว่าจะคาดเดา

“พี่รู้ว่าเราเคยชอบพี่...  แล้วก็รู้ว่าเรายังชอบพี่อยู่”  ชานยอลแย้ง... โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาแก้ตัวเลยแม้แต่น้อย  “จะปฏิเสธพี่...ทั้ง ๆ ที่เราใจตรงกันน่ะเหรอ”

                “พี่... ผม”

“ที่พี่ทำทุกอย่าง... ก็เพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ เรานะ  ทุกสิ่งทุกอย่าง...เพื่อเราสองคนนะ”

                น้ำเสียงนุ่มนวลทำให้แพคฮยอนอ่อนไปทั้งตัว....  ใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มเสมอของหนุ่มรุ่นพี่เคลื่อนเข้ามาใกล้   ลมหายใจของเขาขาดห้วง...  เมื่อได้กลิ่นกาแฟอ่อน ๆ  ลอยเข้ามาแตะจมูก

                แพคฮยอนปวดหัว...  ปวดจนแทบทนไม่ไหว    ปวดจนไม่สามารถห้ามน้ำตาร้อนผ่าวที่รินไหลลงมาอาบแก้ม... ขณะที่ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงช้า

                พร้อมกับเสียงกระซิบเบา  และสัมผัสแผ่วหวิวที่ริมฝีปาก

            “พี่รักแพคฮยอนนะ”

                ครั้งแรก....

จูบ... กับรักแรกของชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางสายฝน...

ร่มในมือร่วงหล่น

 

ฝนตกกระหน่ำลงมาจนเปียกชุ่ม

หนาวเย็น.. ทำให้สั่นสะท้าน

แต่คงดีกว่านี้...หากสายน้ำจะทำให้เขามองไม่เห็นอะไรเลย

 

 

            “รอนะ...จงอิน”       

                ถ้าเพียงแต่เขาไม่เห็นทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น....

            ถ้าเพียงแต่.... เขาไม่ตั้งใจมองหาคนรักของเขาจนพบ...

และเห็นภาพที่แพคฮยอนกำลังจูบกับใครอีกคนภายในรถคันนั้น          

               

“บ้าที่สุด”

                ถ้าเขาเพียง....เข้มแข็งกว่านี้

                ก็คง...มองผ่านเลยไป 

                แล้วกลับไปทำเหมือนว่า...ไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

 

 

แต่  6 พฤษภา... ในปีนี้

            ทุกอย่าง...จบสิ้นแล้ว

 

                มือของแพคฮยอนสั่นระริกขณะพยายามดึงร่มให้คลี่กางออก  ขาเรียวเล็กก้าวยาวด้วยความพยายามที่จะออกไปให้ห่างจากที่ ๆ เขาจากมา กว่าที่เขาจะกางร่มได้  สายฝนฉ่ำเย็นที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ก็ผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้าไปสร้างความเยียบเย็นให้กับผิวกายได้อย่างรวดเร็ว    

                แพคฮยอนถอนสะอื้น  มือกระชับคันร่มสีฟ้าของตัวเองแน่น  แม้จะพยายามปาดน้ำตา... หากสิ่งที่คั่งค้างอยู่จนล้นปรี่ก็ไม่อาจทำให้เขาหยุดร้องไห้ได้

                ร่างบอบบางที่สั่นไปทั้งตัวก้าวเท้าถี่ โดยแทบไม่ได้มองทาง   ผลก็คือการปะทะแรงจากผู้ที่ยืนอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วจนเซแทบล้ม   โชคดีที่มือแกร่งคว้าแขนเขาไว้แน่น

                “ขอโทษครับ ขอบคุณครับ ” แพคฮยอนเงยหน้าขึ้นกล่าวขอบคุณ...  หากคนข้างหน้าไม่ช่วย ป่านนี้เขาลงล้มจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นแต่แพคฮยอนกลับตกใจยี่งกว่า   เมื่อเงยหน้ามาพบกับคนที่ทำให้เขาแทบปล่อยร่มในมือ

                “จงอิน!!!”  แพคฮยอนเอ่ยคล้ายไม่เชื่อสายตาตัวเองนัก  และรีบยื่นร่มไปกางกั้นหยาดฝนที่กำลังทำให้ร่างสูงใหญ่เปียกโชก  สีหน้านิ่งสงบที่ซีดขาวคล้ายคนป่วยของคนรักทำให้เขางุนงง

                “ทำไม...ถึงมายืนอยู่ตรงนี้  แล้ว... ทำไมถึงไม่กางร่ม”  แพคฮยอนควานหาผ้าเช็ดหน้าแห้งจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมา โชคดีที่เมื่อครู่เขาโดนฝนไม่มาก  ผ้าเช็ดหน้านั้นจึงยังแห้งสนิท    มือเรียวข้างที่ว่างยกขึ้นไปซับน้ำฝนที่อาบชุ่มหน้าคมคาย  ก่อนที่จะมือแกร่งยึดไว้

                “หมี....”

                เป็นครั้งแรกที่เห็นจงอินเป็นแบบนี้.....

                ครั้งแรกที่... สายตาคู่นั้น ไม่ได้มองมาที่เขา                           

“เรารอดื้อ...นานแล้ว” เสียงสั่นครือทำให้เขาใจหายวาบ ...  จงอินไม่ได้บอกอะไรเลย  แต่ราวกับเขากำลังถูกทุบตีด้วยน้ำเสียงนั้น

                “ดื้อ... ก็รู้ใช่ไหมว่าเรารอ”

แพคฮยอนสูดลมหายใจเข้าลึก...พลางหันหลังไปยังเป้าหมายของสายตาคู่นั้น  พิจารณา..จนมั่นใจ และหันกลับมาพร้อมกับร่างกายที่ชาวูบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

                “นายเห็น....ใช่ไหม”

                สีหน้าของคนถูกถามไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ...   แม้แต่ตอนที่ดวงตาคมสีดำสนิทเลื่อนลงมามองเขา  และเอ่ยเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก

                “ควรตอบว่าอะไรดีล่ะ”

                ทว่า.. แพคฮยอนรู้สึกดี ว่าคนที่มองเขาอยู่ในขณะนี้  ไม่ใช่จงอินคนที่เขารู้จักเลยแม้แต่น้อย

                “เรื่องนั้นฉันอธิบายได้นะ. จงอิน... ฉันไม่รู้ว่าเค้าจะทำแบบนี้... ฉัน..ไม่ได้ตั้งใจ” เขาพูดละล่ำละลักแข่งสายฝนที่ตกแรงขึ้นทุกที...  สายลมแรงจัดส่งให้เม็ดฝนตกกระทบบนร่างจนชุ่มโชกในระยะเวลาไม่กี่วินาที

                แพคฮยอนรู้สึกหนาว.... และสั่นสะท้านไปทั้งตัว ขณะที่จงอินยังคงนิ่ง ...สงบ  ไม่คาดคั้นสิ่งใด   ไม่สิ...  ราวกับ  ไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ

มีเพียงสายตาตัดพ้อ..  

                “นายคิดว่าฉันโกหกเหรอ....มันคือเรื่องเข้าใจผิดนะ...มันก็แค่..ความผิดพลาด   เชื่อฉันสิ”

                เหมือนที่พลาดกับเราเมื่อหลายปีก่อนเหรอ....”

 “จงอิน..ฟังฉันก่อนนะ..ฉัน”

                ดวงตาของแพคฮยอนกะพริบถี่  น้ำเสียงของคนที่อยู่ตรงหน้าราวกับเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจ  หากสิ่งที่ทำให้เขาเจ็บยิ่งกว่า...คือท่าทีนั้น

                ให้ต่อว่าจะยังดีกว่า  ให้ดุว่าเขา.... 

                “พูดมาสิ...”

                ให้ด่าเขาเจ็บ ๆ ให้โกรธ....ให้ทำร้ายเขา  ยังดีกว่า 

                “รอฟังอยู่”

                ร่มในมือร่วงหล่นทันทีที่แพคฮยอนโผเข้ากอดร่างที่เอาแต่ยืนนิ่งแน่นเต็มสองแขน    ไม่หวาดกลัวแม้ว่าฝนจะตกแรงขึ้น  ความเย็นเยียบจากร่างสูงใหญ่นั้นทำให้แพคฮยอนสะอื้นแรง   อกกว้างที่เคยอุ่นอาบชุ่มด้วยน้ำ

                ทั้งน้ำฝน...และน้ำตา

            “ฉันรักนาย... ได้ยินไหม....ฉันรักนาย”

            เสียงตะโกนนั้น...ดังลั่นพอ ๆ กับเสียงฟ้าร้องครืนไกล ๆ   

                “ฉันรักนาย”

            คนรักของเขา....  ตะโกนซ้ำ ๆ  ขณะที่ฝนยังคงตกกระหน่ำลงมาเรื่อย ๆ

                ตาของจงอินผ่าวร้อน  มือที่ตั้งใจยกขึ้นเพื่อโอบกอดคนตัวเล็กกว่ากลับตกลงไปอย่างไร้เรี่ยวแรง

                หัวใจที่เคยเต้นถี่ และตัดพ้อทุกครั้งที่แพคฮยอนเลือกไม่พูดคำว่า รัก

                รัก ...ที่เขาอยากได้ยินมานาน

                แต่ไม่รู้ทำไม....

                “อยู่ ๆ ...ก็พูดได้ง่าย ๆ อย่างนั้นเลยเหรอ ”

พอได้ยินในตอนนี้...จงอินกลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว

                “จงอิน”

                ชายหนุ่มร่างสูงสั่นไปทั้งตัว   บางทีอาจเพราะสายฝนที่อาบชุ่มร่างของเขาและสายลมที่พัดมาทำให้หนาวขึ้นกว่าเดิม

                เขาตั้งคำถามให้กับสิ่งที่แพคฮยอนบอกเขา     แต่ในขณะเดียวกัน จงอินก็ได้รับคำตอบทั้งหมดจากเรื่องทั้งหมดที่รู้มาก่อน  ในเมื่อ.... ความสัมพันธ์นี้มาจากความรักของเขาแค่ฝ่ายเดียว 

ในทางกลับกัน...แพคฮยอนก็ไม่เคยลืมคน ๆ นั้นได้เลย

                “อยู่ ๆ ...ก็รู้สึกรัก  ในวันนี้เหรอ ไม่สิ..รักแค่ในตอนนี้  เหรอ?

            กลัวอะไรหรือเปล่า.... กลัวอยู่ใช่ไหมแพคฮยอน...

                “นายไม่เชื่อฉันเหรอ”   เสียงของแพคฮยอนกลืนไปกับเสียงฝน  

            ชายร่างสูงไม่กล้าตอบคำถามนั้น   ไม่กล้าแม้แต่จะจับจ้องดวงหน้าหวานที่มองมาที่เขา   มีคำพูดมากมายที่เขาอยากจะพูด ...หากจงอินกลับอ่อนแอเกินกว่าจะเอ่ยมันออกไป   

            กลัวว่า...เราจะทิ้งไปใช่ไหม

            ทำให้เราเชื่อสิดื้อ.... ทำให้เราเชื่อว่าดื้อเลือกเรา....

เพราะความรัก

                “ในเมื่อ... ดื้อเองก็รู้ตัวอยู่แล้ว...ว่าไม่เคยรู้สึกแบบนั้นกับเราเลย”

                “อะไรนะ...”  ร่างเล็กคลายอ้อมกอดเล็กน้อย....   แพคฮยอนไม่สามารถมองสีหน้าจงอินได้ชัดเพราะสายฝน  ทว่า.... ประโยคเมื่อครู่เจ็บยิ่งกว่าฝนแรง ๆ ที่ตกลงมากระทบผิวหน้า

                แล้วถ้าเป็นดื้อ....  ถ้าต้องเป็นดื้อ...ที่ยืนอยู่ตรงนี้  มองทุกอย่างจากมุมเดียวกันนี้...จะเชื่อแบบที่เชื่อมาตลอดไหม” 

                จงอินคิดมาตลอดว่าเขาจะทนได้... ทนกับการรอคอยที่ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดอยู่ตรงไหน   ทนเพื่อให้แพคฮยอนตัดใจจากคนที่เป็นรักแรกได้ แล้วกลับมาหาเขาทั้งหัวใจ

                “เราเคยบอกว่า...จะรักดื้อไปเรื่อย ๆ จนกว่า... จะเชื่อว่าดื้อไม่มีทางจะรักเราจริง ๆ”

                หากสิ่งที่คิดว่าเคยทำได้  กลับเลือนหายไปทันทีที่เห็นภาพนั้น

ทำไมเขาจะไม่รู้...ว่าสายตาของผู้ชายคนนั้นต้องการอะไร  แล้วเขาจะยังโง่หลอกตัวเองให้ยังเชื่อได้อีกหรือ... ว่าความรักที่หวัง...จะมีวันเป็นจริง           

                “ฉันบอกรักนายอยู่นี่ไง... ฉันรักนาย!! รักนายได้ยินไหม”

                “แล้วถ้า...เราไม่เห็นดื้อจูบกับเขา   เราจะได้ยินแบบนี้ไหม”  เสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้น พร้อม ๆ กับที่จงอินปิดตาลง  เพราะไม่อาจต่อต้านสายฝนที่กระหน่ำลงมาได้   “รักเราเพราะกลัวเราทิ้ง.... หรือรักเราเพราะตัวเรากันแน่”

“จงอิน....”

 “ถ้ามันเป็นอย่างแรก.. เราก็เสียใจอยู่แค่คนเดียวน่ะสิ”

“ไม่ใช่...ไม่”

                วงแขนเล็กพยายามกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้น ....  กอด  และยึดเหนี่ยวอีกคนให้อยู่กับเขาให้นานที่สุด   ร่างที่สั่นระริกไม่อาจถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการอธิบายได้  ทำได้เพียงห้ามไม่ให้จงอินไปไหน  แพคฮยอนสะอื้นปานขาดใจ   เมื่อรับรู้ความจริงที่แสนเจ็บปวด

            “เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ คนที่เสียใจก็คือเราคนเดียว  ดื้อไม่เคยคิดถึงเราเลยสักนิดเดียว

เขาทอดทิ้งจงอินไว้นานแค่ไหนแล้ว.... ละเลยมาขนาดไหนแล้ว

                “อย่าไปไหนนะ....  อย่า...”

                จงอินแกร่งกว่าเขา....    ฝ่ามือที่แข็งแรงกว่า  แกะมือเขาออกโดยไม่มีคำพูดใด ๆ เอ่ยออกมา  ไม่ว่าแพคฮยอนจะพยายามเกาะกอดเอาไว้แค่ไหน  ก็ไม่อาจเป็นไปได้ 

แพคฮยอนไม่ได้รับโอกาสนั้นอีกแล้ว

                “ขอโทษ...  ฉันขอโทษ  จงอิน...ขอโทษ”

                เขาคร่ำครวญ  ร่างเล็กบางทรุดเข่าลงกับพื้น    สะอื้นไห้จนตัวโยน  สายฝนโอบล้อมกายเขา   หนาวจนสั่นระริกไปทั้งตัว

                หนาวถึงหัวใจ

                “ความรักของเรา... มันไม่มีค่าขนาดนั้นจริง ๆ”

                แผ่นหลังกว้างหายไปในห้วงพายุที่กระหน่ำลงมา  สายตาของเขาพร่ามัวจนไม่อาจรับรู้ถึงหแผ่นหลังที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ นั้นได้อย่างชัดเจน   ขาของเขาเองก็อ่อนแรงจนไม่อาจวิ่งตามไปได้

                ความสัมพันธ์ที่สร้างมาหลายปีถูกทิ้งคว้าง  ร่วงหล่น....    

                ไม่ต่างจากร่มที่คนสองคน ต่างจงใจปล่อยทิ้งไว้เบื้องล่าง....  และคงไม่มีใครกล้าที่จะหยิบมันขึ้นมาใช้อีก         

                “จงอิน......  เชื่อฉันเถอะ.. เชื่อฉันสิ”

                เขาร้องขอ ... อ้อนวอนกับสายฝนอันหนาวเหน็บ   ร่างกายไหวสะท้าน     ปวดร้าว และทรมานไปทั้งตัว

บางที นี่อาจเป็นบทลงโทษจากสายฝน ....ที่มีให้แก่คนที่จงใจละเลยร่มของตัวเอง และเห็นค่าของมัน...ในวันที่สายเกินไป               

            “ฉันรักนาย...”

                เสียงฟ้าร้องดังลั่นกลบทุกสรรพเสียง...   แม้กระทั่งเสียงหัวใจที่กำลังแตกสลาย และการร่ำร้องปานขาดใจของใครบางคน...

หากเขาไม่หวาดกลัวมันเหมือนทุกครั้ง

                สิ่งที่แพคฮยอนกลัวคือความเงียบ... และประโยคสุดท้ายของจงอินต่างหาก

            “ได้ยินไหม...ฉันรักนาย”

ไม่มีร่มอีกแล้ว....     ร่มสีฟ้า

                เหลือเพียงฟ้าสีครึ้ม

 

                และสายฝนที่อาบชุ่มไปทั้งตัว

 

            “ดูแลตัวเองด้วยนะ”

 

 

TBC.

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #440 Ppp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 23:41
    หลายครั้งที่อะไรอะไรมันช้าไปเนาะ

    ถถถถถถถถถ จงอินของพี่สาว โอ๋นะ

    ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    รู้ว่าแบคก้อพยายามอยู่

    แต่สามปีของจงอินที่พยายามก้อไม่น้อยเลยนะ

    ไม่รู้ว่ารอ รอ แล้วต้องรอไปจนเมื่อไหร่

    เปนใครก้อคงรุ้สึกไม่ต่างจากจงอินอ่ะ

    ร้กจนไม่รุ้จะรักยังไงแล้วแบค มันไม่มีอะไรให้แล้ว

    หยุดก่อนเนาะ ให้ต่างคนต่างได้พัก เอาให้ชัวร์เนาะ

    อย่าลืมไปง้อจงอินละแบค ไม่งั้นพี่แย่งนะบอกเลย
    #440
    0
  2. #437 ลูกแพร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 18:30
    รู้ตัวช้าไปมะแพคฮยอน!!!! ควรจะชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วสิ!!!!
    #437
    0
  3. #405 BACON_BAEK (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 21:10
    แบคแกทำลายหัวใจตัวเองแท้ๆเลยนะ
    #405
    0
  4. #384 ϟ ทาสรักเสี่ยไค . (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 23:22
    อยากให้จงอินใจร้ายกว่านี้อีกอ่ะ #อย่าตบเรา 555
    ไม่นะ จงอินรับกับความรู้สึกมาตลอด 3 ปี 
    คนที่เค้าตัดสินใจจะรักแบบนี้ มันเจ็บมากนะ
    น้ำตาไหลตอนที่จงอินตัดพ้อ ว่ามีแค่เราคนเดียวที่เสียใจ
    จงอินนายหล่อมากอ่ะ T T จริงๆ

    #384
    0
  5. #353 ลีเนส (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 04:57
    50%............ โหหหหหหหหห นึกว่าจะจบแบบนี้ พอเจอ 50% โล่งงงงงงงง
    #353
    0
  6. #331 netnapa"bhy. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 07:47
    แค่แพคฮยอนห้ามใจมากกว่านี้
    ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกได้ แค่บอกชานยอลออกไป
    แค่ทำให้เห็นว่ารักใคร
    แค่บอกเขา ว่ารักหมี ,____,

    ผิดที่นายเองแพคฮยอน

    ทุกคำที่จงอินพูดมันแทงใจมากอ่ะ
    จริงนะ ต่อว่ามาเลยดีกว่า พูดแรงๆใส่ โกรธเลยดีกว่า
    ที่จงอินรอฟังคำอธิบายทุกอย่าง เพราะไว้ใจมากนะ
    และก็ผิดที่ดื้อเองแหละ ที่ทำให้หมีเชื่อในความรักของตัวเองไม่ได้
    ㅠㅠ
    #331
    0
  7. #316 !!~...kihae...~!! (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2556 / 23:49
    ฮรืออออออออออ...น้ำตาร่วงเลยจริงๆ TT
    จะว่าสงสารแบคก็สงสารนะ แต่แบบจงอินก็เจ็บกว่าปะวะ
    รอมานานมากๆๆขนาดนี้ พอจะมีหวังขึ้นมาก็มาเจอแบบนี้อ่า
    ถึงคราวนี้อิแบคจะไม่ได้ตั้งใจก็เหอะ แต่แบบทำไมไม่ห้ามอิหยอยวะฮะ!!
    แล้วแต่ละคำที่จงอินมันพูดออกมา แบบ โอ๊ยยยย...เจ็บแทนอ่ะ
    เม้นท์ไม่ออกเลยจริงๆนะ มันหน่วงๆยังไงไม่รู้ เห้อ...อินไป TT
    #316
    0
  8. #309 :maiiest (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 16:28
    ซะใจมาก จริงๆนะ
    เอาตรงๆเลย ทนไม่ได้หรอกที่เห็นเสี่ยเจ็บอย฿่คนเดียวซ้ำๆซากๆแบบนี้
    มัน คือ แบบว่ามัน เออ นั้นหละ ........
    เสี่ยไม่ผิดหรอกที่เลือกเดินจากไปอะ ถ้าจบตอนนี้เราไม่มายเลย
    อยากให้แบคแม่มร้องไห้ เสียใจ แบบที่เสี่ยโดนอะ
    คนอะไร ร้ายมาก ฮรืออออออ เสี่ย ระวังเป็นไข้นะ
    ส่วนแบค ปล่อยตาย #ปลั่ก เสี่ยก้านคอ

    สงสารโว้ย #อินมากนะ นี่สารภาพ
    ยืนยันคำเดิม #ไรท์โหดจัด
    #309
    0
  9. #292 Kurousa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 22:06
    ถ้าจะจบตอนนี้ค้างแบบนี้ ฆ่ากันเถอะ น้ำตาท่วมจอแล้ว

    T^T



    ไม่ไหวนะ บีบหัวใจมากเกินไป สงสารจงอินที่สุดเลย

    แต่เราก็เข้าใจแบคนะ แต่ตอนนี้มันอาจจะสายไปแล้วก้อได้ T^T
    #292
    0
  10. #291 Chefee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 19:04
    ไม่เอาแบบนี้นะะะะะ! T^T

    ช้าไปแล้วจริงๆเหรอ

    ขอโอกาสให้แบคนะ T^T

    จงอินอย่าทิ้งแบคไปนะ ฮือออออ



    สงสารจงอิน เจ็บแทนอ่ะ T^T

    แบคแม่งก็นะ! หน่วงงงงง!



    ไรท์มาต่อนะ T^T
    #291
    0
  11. #290 *Aphorist* (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 23:25
    อิแบคแมร่ง! ฮรือออออ T^T
    #290
    0
  12. #281 qbAEKCHen (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 00:20
    หมีจะทิ้งดื้อไปจริงๆเหรอ TVT เครียดเศร้าหน่วง มากกก
    #281
    0
  13. #280 Solina (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 23:22
    คืออออออออออออออออออออออออออออออ น้ำตาท่วมมาก ทิชชู่หมดหอ *ขอซับพอร์ตกระดาษทิชชู่ด่วนๆ* 



    แล้วคืออออออออออออ สงสารน้องอินมากถึงมากที่สุด แต่คือแพคก็น่าสงสารไง... 

    แต่แพคก็ผิดเองที่ไม่ยอมจบป่ะะะ แต่คืออออ คือร้องไห้อ่ะ TTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTT 



    ชอบฟีลลิ่งที่สื่อผ่านมามากๆ เพราะมันมาถึงหมด... คือไม่ได้ร้องแบบน้ำตาหยดแหมะ แต่โบ้นี่ถึงขั้นสะอึกสะอื้น และตอนนี้แสบตามาก!! T_____________________T



    แต่ชอบฟิคเรื่องนี้จริงๆๆๆๆๆๆๆนะ ฮืออออออออออออออออออออ 



    รอนะคะะะ ขออีกกกกกกกกกกก T T w T T
    #280
    0
  14. #278 LittleP (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 23:07
    ฮืออออ อ่านจบตอนแล้วกรีดร้องกับตัวเอง

    ทำไม ทำไม ฮือออออ ผิดที่ผิดเวลาผิดตัวละคร

    มันเศร้า มันหน่วง



    จงอินนาาาา ได้โปรด รอดื้ออีกครั้ง เชื่อดื้ออีกครั้งเถอะนะ

    โอ้ย มันแบบ บีบหัวใจ

    ฮือออออ ไม่เอาาาาาานะ ไม่เอาแบบนี้



    รอตอนหน้าค่ะ ฮือ
    #278
    0
  15. #276 เมนคริส ฟินชานแบค (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:38
    เห้ยยย จงอินนนน อย่าเพิ่งไป ฮรืออออ

    แบคมันรักจริงๆนะตะเองงงงงง TT

    แบคมันบอกแล้ววนะเชื่อใจมันสักนิดดดเถอะ

    แล้วแบคไปตากฝนทำไมมม กลับเข้าร่มไปป

    มาต่อเร็วๆนะคะอยากอ่านมากกกกกกกก

    #276
    0
  16. #275 ป๋ายคือของข้า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:29
    พี่นิ่มคะ มารับผิดชอบนู๋ด่วนนนนนนนนนนนนนนน!!!



    ปาทิชชู่มาซัก 3 หลังใหญ่ๆ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



    โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!



    TTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTOTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTT /



    พาร์ทนี้หน่วงเกินไปร้าวววววววววววววววววว!! น้ำตาไหล T_T



    บีบหัวใจเหลือเกิน โอ้ยยยยยยยยๆๆ พูดไม่ออกแล้ว



    สงสารจงอิน ฮรืออออออออ สงสารป๋ายด้วย แง้งงงๆๆๆๆ



    พิมพ์ไปน้ำตาไหลไป โอ่ยๆๆ *เรื่องแรกครับพี่น้องที่น้ำตาไหลแบบนี้*



    พาร์ทแบคกอดจงอิน อื้อหือ พีคสุดๆ หน่วงสุดๆ ปวดใจสุดๆ



    TTTTTT____________TTTTTT *ปาดน้ำตารัวๆ*



    พาร์ทหน้าให้ หมีกะดื้อคืนดีกันเถอะ



    หน่วงบ่อยๆ ไม่ดี ไม่เอา งือ.........



    ชอบตอนหมีกะดื้อมุ้งมิ้งกัน *-*



    #เทคตัวไปอ่านฟิคดอกไม้ต่อ ฮรี่วววววววววว!! *เปลี่ยนอารมณ์เร็วเนอะ 5555*



    ...ได้ยินมั้ย ...ได้ยินมั้ยคะ ...รักคนแต่งอ่ะ.. ฮรี่วววววววววววว!! *โปรยจูบรัวๆ* #ทิ้งความเกรียนไปไม่ได้สินะอิป๋าย 55555
    #275
    0
  17. #274 fantastic_girl (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:26
    ในที่สุดไรท์ก็มา #จุดพลุฉลองงงงงง

    พาร์ทนี้หน่วงมาก สงสารอิเสี่ย มันคงทนมามากจริงๆ
    ทั้งสงสารแล้วก็หมั่นไส้นังแบค แกมันไม่ชัดเจน ทำให้เสี่ยเสียใจ TT

    รีบมาต่อนะไรท์ เค้าติดตามอยู่
    #274
    0
  18. #273 fantastic_girl (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:26
    ในที่สุดไรท์ก็มา #จุดพลุฉลองงงงงง

    พาร์ทนี้หน่วงมาก สงสารอิเสี่ย มันคงทนมามากจริงๆ
    ทั้งสงสารแล้วก็หมั่นไส้นังแบค แกมันไม่ชัดเจน ทำให้เสี่ยเสียใจ TT

    รีบมาต่อนะไรท์ เค้าติดตามอยู่
    #273
    0