[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 17 : The FIRST IV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 พ.ค. 56

 THE FIRST

ทั้ง ๆ ที่อยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่ที่มั่นคง... 

แต่ไม่รู้ว่าทำไม  ผมถึงได้รู้สึกอ่อนแอเหลือเกิน

 

 

 

                ดวงตาเรียวสวยปิดสนิท  ทว่ามือเล็กที่สั่นระริกและริมฝีปากเม้มเน้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังพยายามทำทุกวิถีทางให้ตัวเองยังคงหลับต่อไปได้   แพคฮยอนขยับตัวเคลื่อนไปรับไออุ่นบางเบาที่ยังเหลืออยู่บนพื้นเตียงพร้อมกลั้นสะอื้น  เขาสะดุ้งตื่นตั้งแต่ร่างสูงใหญ่ขยับออกจากเตียง  หากยังแกล้งหลับตาพริ้มปล่อยให้อีกฝ่ายคิดว่าเขายังคงหลับสนิทอยู่... จงอินโอบรอบกายเขาแผ่วเบา และบรรจงจูบที่แก้มอย่างที่เคยทำเสมอทุกครั้งที่คิดว่าเขาหลับก่อนลุกไปอาบน้ำแต่งตัว  ลมหายใจอุ่นของจงอินยังคงคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม  ไอร้อนผ่าวทำให้หัวใจวาบโหวง และหนักหน่วงจนรู้สึกเหนื่อย      

แพคฮยอนยังคงจมอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่มและขดตัวซุกกับขาใหญ่ยักษ์ของตุ๊กตาหมีตัวโต   ขณะเดียวกันโทรศัพท์ในมือก็ยังคงสว่างวาบส่งสัญญาณให้เขาคว้าขึ้นมาดูข้อความที่ใครบางคนส่งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน  

            แพคฮยอนข่มใจทุกครั้งที่เห็นตัวอักษรบนหน้าจอ   ลมหายใจของเขากระตุก... พอ ๆ กับที่ก้อนสะอื้นพร้อมจะพุ่งเข้ามาจุกอยู่ที่คอทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

            โกรธพี่หรือเปล่า

            พี่ทำอะไรผิดใช่ไหม...

            ‘ขอโทษครับ

                เปล่าเลย... ไม่มีใครทำผิดเลย  ไม่มีใครเลยที่ทำผิด

                คน ๆ เดียวที่ผิด... ก็คือเขา

                คนที่ต้องขอโทษ...ก็คือแพคฮยอนต่างหาก

            แพคฮยอนรู้ดีว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นไม่เหมาะสมกับวุฒิภาวะของตัวเองเอาเสียเลย ... การเดินหนีจากเรื่องที่ทำให้ตัวเองเจ็บปวดโดยไม่ยอมบอกเหตุผลหรือชี้แจงใด ๆ ให้กับใครทั้งสิ้นนั้นเป็นการหนีปัญหาที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

                รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งหนี... ก็ยิ่งเจ็บ  ทั้ง ๆ ที่รู้ดีแก่ใจว่าการทำแบบนี้ยิ่งจะทำให้ทุกคนต้องเจ็บปวดแต่ก็ยังทำ

                ...ไม่สิ... ไม่ใช่ทุกคน

                แพคฮยอนขดตัวเองยิ่งกว่าเดิมภายใต้ผ้าห่ม และความมืดมิด พลางปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา   ....

                ป่านนี้รุ่นพี่คงกังวลอยู่ไม่น้อยที่เขาหายไป ... อาจไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมรับสายหรือตอบข้อความใด ๆ  ช่องทางการสื่อสารทั้งหมดระหว่างเขากับชานยอลถูกตัดขาดตลอดสามวันที่ผ่านมา     แพคฮยอนไม่รู้เลยว่าทำแบบนี้สมควรหรือไม่ ... แต่อย่างน้อยก็เพื่อให้เรื่องนี้จบให้สวยที่สุด

                แม้จะเจ็บ... แต่ก็ดีกว่าเป็นแผลเรื้อรัง

                โชคดีแค่ไหนที่จงอินยังไม่รู้ ...  โชคดีแค่ไหนที่คนเจ็บปวดเป็นแค่เขา กับพี่ชานยอล

            แค่สองคน...

            “ดื้อ...” แพคฮยอนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ  อยู่ ๆ เสียงทุ้มนุ่มก็ดังขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว พร้อม ๆ กับอ้อมกอดอุ่นหนาที่โอบล้อมร่างเล็กใต้ผ้าห่มไว้หลวม ๆ  เสียงกระซิบแผ่วหวิวเอ่ยพร้อมกับแรงกดน้อย ๆ เหนือผ้าห่มบริเวณหน้าเขา“ตื่นหรือยัง...หืม”

            “อะ... อื้อ” แสร้งตอบเสียงงัวเงีย  ก่อนรีบกลืนก้อนขม ๆ ที่ติดอยู่ใกล้โคนลิ้นลงคอไปอย่างทุลักทุเล   

            “ไม่ไปเรียนแน่นะ?

                “ปะ... ปวดหัว ”

                “ยังปวดหัวอีกเหรอ”  จงอินทวนคำเสียงเครียด   “ไหน ขอดูหน่อยซิ”

            ผ้าห่มถูกดึงออกแทบจะในทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยปาก  จนแพคฮยอนไม่มีเวลาพอที่จะดึงผ้าผืนหนาไว้ปกปิดใบหน้าและดวงตาที่บอบช้ำเลยแม้แต่นิดเดียว ...แม้ว่าจะเช้าพอที่แสงสว่างจะส่องผ่านเข้ามาให้ความสว่างในห้องให้พอเห็นหน้ากันได้  แต่ก็ไม่ชัดเจนพอที่จะเห็นรายละเอียดของทุกอย่าง โชคดีที่จงอินไม่ได้เปิดไฟเพิ่มจนบังคับให้เขาต้องแสดงสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของตัวเองภายใต้แสงเจิดจ้า  

                แพคฮยอนสูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ ขณะมองคิ้วของจงอินขมวดยุ่งเล็กน้อยในเสี้ยววินาที แต่กลับเป็นเหมือนเดิมอย่างรวดเร็วราวกับไม่รู้สึกอะไร  สีหน้าของจงอินปกติเสียจนแพคฮยอนไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ

                หากความปกตินี้ ...ก็ทำให้แพคฮยอนไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าสีหน้าของตัวเองบอกอะไรออกไปบ้าง

                “จงอิน...”

                จงอินสบตาเขานิ่งครู่หนึ่ง... ดวงตาสีเข้มวาววับและทอประกายด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่างที่แพคฮยอนเองก็อธิบายไม่ได้  ริมฝีปากของชายหนุ่มเหยียดตรง ก่อนคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้

                “ขอคุณหมอวัดไข้หน่อยซิ”

                “อ๊ะ... นะ นี่...“

                ใบหน้าคมคายของจงอินเคลื่อนมาอย่างรวดเร็วโดยที่แพคฮยอนไม่ทันตั้งตัว  หน้าผากอุ่น ๆ จรดลงมาบนหน้าผากของเขาไม่แรงนัก  ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่เหนือริมฝีปากแผ่วเบาทำให้แพคฮยอนกลั้นลมหายใจของตัวเอง ...  

                “ไข้ไม่สูงมาก... แต่ถ้าปวดหัวจริง ๆ ก็นอนพักได้ ...  ว่าแต่ปวดแบบไหน... แบบไข้หรือไมเกรน  ”

                แพคฮยอนกัดริมฝีปากเล็กน้อยกับน้ำเสียงของจงอิน ...  ก่อนเบนสายตาไปยังผนังห้อง

                “ไม่รู้เหมือนกัน”

                แม้ปกติจงอินจะเป็นคนยียวนกวนประสาท และชอบยั่วยวนให้เขาโกรธอยู่เสมอ ...แต่ทุกครั้งเวลาที่แพคฮยอนป่วยหนัก หรือสีหน้าแย่ลง คนที่คอยดูแลและโอบประคองเขาไว้เสมอด้วยความอ่อนโยนก็คือจงอิน ... จงอินรู้ทุกครั้งว่าตอนไหนที่แพคฮยอนต้องการให้กอด    รู้ทุกครั้งที่เขาอยากให้อยู่ใกล้ ๆ 

                เป็นคนแรกและคนเดียวที่ทำให้แพคฮยอนรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กเล็กที่จะได้รับการตามใจทุกครั้งที่ป่วย

                เขารู้สึกเกลียดตัวเองในเวลานี้   ทุกครั้งที่รู้ว่าจงอินกำลังอ่อนโยนมากแค่ไหน ...เขาก็อยากได้รับมันมากยิ่งขึ้นไปอีก

            จงอินทำให้เขาได้ทุกอย่าง... แต่ในขณะเดียวกัน ...เขากลับไม่เคยทำอะไรให้จงอินเลยแม้แต่นิดเดียว

                “หลังเลิกเรียนออกไปข้างนอกกันนะ นอนอุดอู้อยู่ในห้องแบบนี้ไม่ดีเลย” จงอินชวน  หากแพคฮยอนกลับส่ายหน้าและขยับตัวคว่ำหน้าลงกับหมอนใบใหญ่

                “ไม่... ไม่อยากไปไหน” เพียงแค่คิดถึง...ก้อนเนื้อในอกก็หนักขึ้นราวกับมีอะไรบางอย่างกดทับไว้อยู่เบื้องบน  น้ำเสียงและสีหน้าของเพื่อนอีกคนตามหลอกหลอนเขาทุกวัน

                ไม่อยากเจอใคร...

                โดยเฉพาะ... จงแด

            “มึงไม่สงสารจงอินเหรอ”

            “เหนื่อย เบื่อ... กลัวฝน” บอกเสียงอู้อี้ในคอ  แพคฮยอนปิดตาลง และลอบถอนหายใจแผ่วเบา

                “กลัวฝน?” จงอินทวนคำ ... ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทาทาบลงมาเหนือร่างบอบบาง ลำแขนแกร่งคร้ามแดดยาววางบนท่อนแขนเรียวเล็ก พร้อม ๆ กับที่นิ้วเรียวยาวประสานกับนิ้วที่วางอยู่เบื้องล่างอย่างหลวม ๆ   จงอินซุกหน้าลงบนเรือนผมนุ่มสลวย และหัวเราะ  “เหมียวน้อยกลัวน้ำเหรอ” 

                “อื้อ...หนักนะ หมีบ้า ” แพคฮยอนขึ้นเสียง หากคนที่อยู่เบื้องบนหาได้สนใจแม้แต่น้อย  คนตัวเล็กหน้ายุ่ง  แต่ก็ยอมรับน้ำหนักของคนตัวโตแต่โดยดี เพราะอ่อนแรงเกินกว่าจะผลักไส  “แล้วเวลาเปียกฝนมาใครล่ะที่บ่นอยู่ได้ทั้งวัน ... ”

            เสียงทุ้มหัวเราะเบา   ก่อนจะกระซิบข้างหูคล้ายจะน้อยใจ  “งั้นร้านที่จองไว้พรุ่งนี้ก็เป็นหมันสิ”

                “พรุ่งนี้มีอะไร” คนตัวเล็กถามเสียงเนือย ๆ ลมหายใจผ่าวร้อนที่รินรดอยู่เหนือต้นคอทำให้แพคฮยอนรู้สึกสบายอย่างน่าประหลาด ไออุ่นและกลิ่นกายที่คุ้นเคยทำให้เขาเกือบเคลิ้มหลับไปได้อีกครั้ง    “หือ.... ”

                “นั่นน่ะสิ... มีอะไรน้า” จงอินทวนคำ  ก่อนที่มือใหญ่จะค่อย ๆ ประคองมือเล็กขึ้นและจูบเบาบนนิ้วเรียวสวยทีละนิ้ว... และหยุดลงบนแหวนเงินเนื้อเกลี้ยงที่นิ้วชี้   แพคฮยอนขมวดคิ้วยุ่งกับการกระทำนั้น...  ก่อนเบิกตากว้าง และพลิกตัวกลับทันที  จงอินใช้มือยันกายขึ้นเล็กน้อย ก่อนยิ้มกริ่มเมื่อพบกับความตกใจบนใบหน้าสวย

            “เฮ้ย!!!!  สามปีแล้วเหรอ!ร่างบอบบางลุกพรวดขึ้นด้วยหน้าตื่น ๆ  

                “หือ”  จงอินเอียงหน้าเล็กน้อย ... มุมปากยกขึ้นพร้อมด้วยสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน   คนตัวเล็กกระสับกระส่ายและเบิกตากว้างระหว่างบ่นพึมพำถึงเรื่องที่ถูกจุดประกายขึ้นมา

“นะ...นี่เราคบกันมาจะสามปีแล้วเหรอ  อะ... อื้อ... ”

เสียงนุ่มหายไปแทบจะในทันทีที่ริมฝีปากอุ่นร้อนแนบลงมาบนเนื้อนิ่ม ไออุ่นผ่าวร้อนส่งผ่านลมหายใจและปลายลิ้นชื้นแฉะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แผ่นหลังบอบบางถูกผลักติดกับหัวเตียง ... ขณะที่ปลายเท้าจิกลงบนพื้นเตียง  มือเล็กเคลื่อนไปยึดเหนือบ่ากว้างไว้  จูบร้อนแรงหากนุ่มนวลทำให้แพคฮยอนแทบลืมทุกอย่างอีกครั้ง   กลีบปากบางเผยอรับจุมพิตไปพร้อม ๆ  กับท้าทายไปด้วยในตัว  

จงอินพบว่าหน้าของแพคฮยอนแดงก่ำ หลังจากถอนริมฝีปากออกมา  นานเนิ่นพอดูกว่าที่เขาจะตัดสินใจดึงตัวเองออกมาก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปไกลกว่าที่ตั้งใจไว้   ร่างกายของเขาตื่นตัว  ...หากภาระที่รออยู่ทำให้ต้องตัดใจออกมาอย่างไม่เต็มใจนัก  

“อะ... อะไรเล่า  ไอ้บ้า.. คึกแต่เช้าเลยหรือไง” 

ร่างเล็กหอบเล็กน้อย ริมฝีปากบวมช้ำ  น้ำเสียงหอบหวิวถามอย่างเคือง ๆ  พร้อมกระชากผ้าห่มขึ้นมากางกั้นร่างกายของอีกฝ่ายไม่ให้ใกล้เขาอีก  แพคฮยอนคุ้นเคยกับมันจนรู้ดีว่าหากไม่หยุดตอนนี้ คนตรงหน้านั่นแหละที่จะไม่ยอมปล่อย 

            “ดีใจ...”

            “เอ๊ะ.. ”

            เป็นครั้งแรกของวันที่แพคฮยอนกล้าสบตาจงอินตรง ๆ  สีหน้าของอีกฝ่ายสดชื่น และเต็มไปด้วยความสุขอย่างบอกไม่ถูก  ตาคมเข้มทอดที่กำลังมองเขาเปล่งประกายลึกซึ้ง..  

                “จำได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร”

                “ก็ 5 พฤษภา ... ใช่ไหม? ” แพคฮยอนขมวดคิ้วถามอย่างไม่แน่ใจ ... จนต้องเหลียวกลับไปดูปฏิทินที่วางอยู่บนหัวเตียง  แต่ไม่ทันที่จะเอื้อมมือไปคว้า  คนตัวโตก็รวบตัวเขาไปกอดแน่น

                “.. นะ นี่”

                “พรุ่งนี้น่ะ... มันวันเกิดดื้อนี่นา”

                “หือ...” แพคฮยอนรับฟังประโยคนั้นพร้อมคิ้วที่ขมวดยุ่ง... “วัน... เกิด”  

                “เฮ้ย!!!” เจ้าของวันเกิดที่เพิ่งนึกขึ้นได้ผลักร่างสูงใหญ่ออกในทันที พร้อมกับทวนคำอย่างตกใจ “วันเกิดฉันด้วยนี่... ลืมไปเลย”

               6 พฤษภาคม...แพคฮยอนอยากจะตีหัวตัวเอง ... ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ ก็ลืม... ลืมไปว่าวันนี้ของทุก ๆ ปีคือวันเกิดของตัวเอง

                น่าแปลก...ที่แพคฮยอนกลับไม่ลืมว่าเป็นวันเดียวกับเมื่อสามปีก่อนที่ตัดสินใจคบกับคนตรงหน้า

            “ไม่ต้องมายิ้มเลย หมียักษ์...  พลาดนิดพลาดหน่อยอย่ามาทำเป็นดีใจจะตายแบบนั้นนะ” 

            แพคฮยอนกัดริมฝีปากแน่น เพื่อพยายามห้ามไม่ให้ตัวเองยิ้มตอนที่มองสีหน้าดีอกดีใจของหมียักษ์ที่กำลังกลายร่างเป็นหมายักษ์ครางหงิง ๆ กระดิกหางดีใจเหมือนกำลังได้รับอาหาร 

                “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยนะหมายักษ์!

                คนถูกเรียกเป็นสัตว์หลายสายพันธุ์ไม่ถือสาอะไร  ชายหนุ่มพุ่งไปหอมแก้มนิ่มหนัก ๆ และยิ้มกว้างอวดฟันขาวเป็นระเบียบให้เขาดูใกล้ ๆ  

                “เอ้า... ก็คนมันดีใจนี่ ... ดื้อจำวันครบรอบของเราได้ก่อนวันเกิดตัวเองซะอีก”

                “นี่.. อย่ามานะ...”  แพคฮยอนผลักคนตัวใหญ่ออก และเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายจะไม่ใส่ใจ  “ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ  หมียักษ์นี่ก็เป็นของขวัญครบรอบ  แหวนนี่ก็ใช่...   มีแต่ของขวัญแบบนี้ติดตัว ใครจะจำไม่ได้ล่ะ”

                “แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าที่ให้น่ะมันเป็นของขวัญวันเกิด”

                “ก... ก็... ก็ ” เป็นคำถามที่ทำให้แพคฮยอนหน้าร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู  ... เขากัดริมฝีปาก  ก่อนเบี่ยงกายไปซุกหน้าลงบนหมียักษ์ 

            “ก็ของพรรค์นี้ใครเค้ามาให้เป็นของขวัญวันเกิดเล่า”

            “เอ้า ผิดตรงไหน  ใคร ๆ ก็ให้หมีเป็นของขวัญวันเกิดกันทั้งนั้น  ผิดเหรอดื้อ?

                “ไม่รู้วุ้ย  ไอ้บ้า  รีบแต่งตัวไปเรียนเลยไป๊” แพคฮยอนใช้แรงทั้งหมดยกตุ๊กตาหมีใหญ่ทุ่มใส่หมีตัวยักษ์แทบจะในทันทีที่พูดจบ  แต่จงอินเคยชินจนหลบทัน เขาระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น  และพุ่งไปตะครุบร่างเล็กที่กำลังขยับหนีเอาไว้อย่างรวดเร็ว   

“หมีบ้า... ไอ้บ้า ”

แพคฮยอนตะโกนลั่น  และดิ้นขลุกขลักอยู่ข้างใต้ผ้าห่มที่ถูกรวบเอาไว้แน่นด้วยฝ่ามือของคนข้างบนจนเหนื่อย   จึงยอมสลบลง   เสียงหัวเราะหายไป พร้อมกับอ้อมกอดหลวม ๆ ของจงอิน...

                “สามปีแล้ว... เร็วเหมือนกันเนอะ”

                คนตัวเล็กดึงแขนออกจากผ้าห่ม และพลิกกายมากอดคนข้าง ๆ บ้าง ...  แพคฮยอนซุกหน้าลงบนอกอุ่นพร้อมด้วยความรู้สึกที่อยากจะร้องไห้

 อยู่ ๆ ก็นึกอยากอ้อนให้จงอินอยู่ด้วยตลอดวัน  และฉลองวันเกิดพร้อมกับวันครบรอบสามปีพร้อมกันโดยไม่ต้องออกไปไหน  อยากให้จงอินอยู่ด้วย... อยากอยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ  อยากสูดกลิ่นอาฟเตอร์เชฟบางเบา  อยากอยู่ในอ้อมกอดอุ่นหนา และนอนฟังเสียงทุ้มนุ่มนี้ไปเรื่อย ๆ ทั้งวัน

                “อือ... เร็วเนอะ”   อยากให้จงอินกอดไปเรื่อย ๆ จนกว่าที่แพคฮยอนจะลืมทุกเรื่องที่วุ่นวายใจ แพคฮยอนเชื่อ ...ว่าถ้าเพียงแต่จงอิน กอดเขาไว้   แพคฮยอนคงลืมทุกอย่างได้ในสักวัน

                ” รู้อะไรไหม”

                “หือ...”

“ดื้อเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในวันที่ 6 พฤษภาของเราเลยนะ”  น้ำเสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหู  แพคฮยอนชะงัก  หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล  

“อ.. ไอ้บ้า เสี่ยวเป็นบ้า” แพคฮยอนต่อว่า พร้อมซุกซ่อนใบหน้าที่ผ่าวร้อนกับอกกว้าง   ปล่อยให้แขนของจงอินโอบเขาแน่นขึ้นอีก แม้จะขัดกับประโยคต่อมาของตัวเองก็ตามที “ปล่อยได้แล้ว ...เดี๋ยวไปเรียนสาย”

“ขออีกนิดนะ...” เสียงทุ้มต่อรอง  พลางโยกตัวไปมาราวกำลังปลอบทารกตัวน้อยในอ้อมแขนให้หลับ  แพคฮยอนซ่อนรอยยิ้มบางไว้มิดชิด และหลับตาอยู่ภายใต้กอดที่แสนอุ่นอย่างสบายใจ

พื้นที่ของเขา... อ้อมกอดที่เป็นของแพคฮยอนแค่คนเดียว  

“หมีบ้า...” 

“ดื้อ”

“ไม่ไปไหนได้ไหม?”  

“หือ...” จงอินเลิกคิ้ว ประโยคลอย ๆ นั้นเอ่ยราวกับไม่จริงจังนัก ... แต่แพคฮยอนที่ปกติจะแก้คำพูดของตัวเองในทันทีที่รู้ว่าเพลี่ยงพล้ำด้วยการพูดทำนองที่ว่า ไอ้บ้า... พูดเล่นต่างหากล่ะ ใครจะอยากให้อยู่ด้วย  หากคราวนี้แพคฮยอนกลับนิ่งเสีย... และสอดแขนมากอดเขาแน่นกว่าเดิมราวกับอยากให้เขาอยู่ด้วยจริง ๆ

หัวใจของจงอินลิงโลดขึ้นมาในทันทีที่รู้สึกได้ถึงความหมายของแพคฮยอน   ถ้าเป็นวันปกติที่ไม่ใช่วันนี้จงอินคงไม่ละโอกาสแบบนี้ไปแน่ ๆ เจ้าของร่างสูงถอนหายใจ และเอ่ยเสียงอ่อน

“วันนี้มีเทสต์ย่อย... คงไม่ได้”

“....”

“แพคฮยอน...เป็นอะไรหรือเปล่า”

                คนที่เงียบเสียงไปสะดุ้งเล็กน้อย  ก่อนถูหน้าไปมาบนกล้ามเนื้อแน่น ๆ บนอกกว้าง มือเล็กกระตุกแขนเสื้อที่เริ่มจะยับยู่ยี่และเอ่ยเสียงอู้อี้

                “วันนี้มีของขวัญอะไรให้ไหม?"

“อยากได้ของขวัญขนาดนั้นเลย...”

“ไม่รู้สิ...  ไม่รู้เหมือนกัน“

จงอินแปลกใจกับท่าทีเงียบขรึมราวกับตกอยู่ในภวังค์นั้น  ... ลมหายใจของเขากระตุกเล็กน้อย   เรื่องราวบางอย่างที่เข้ามาในความคิดกำลังสะกิดหัวใจของเขาให้เจ็บ ๆ คัน ๆ  และทับถมลงจนหนักอึ้ง  

มือหนาคว้ามือเรียวบางมากุมไว้ ... ก่อนค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นเมื่อพบว่าเวลากำลังเคลื่อนไปเรื่อย ๆ  หากไม่รีบออกจากห้องตั้งแต่ตอนนี้ เขาคงไม่ทันเทสต์ย่อยของวิชาสุดโหดอย่างแน่นอน

จงอินเตรียมที่จะลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าใหม่   หากปลายนิ้วเล็กที่เกาะเกี่ยวมือเขาแน่นกลับไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น  ... โดยเฉพาะน้ำเสียงอ่อนหวานที่เอ่ยขึ้น 

“รักฉันไหม”

“ทำไมอยู่ ๆ ....” คำถามที่ตั้งใจถูกกลืนลงคอในทันทีที่มองหน้าคนตัวเล็ก ... สีหน้าราวกับจะร้องไห้ของแพคฮยอนทำให้จงอินแทบไม่ต้องคิดว่าจะพูดอะไรออกไป   “รักสิ...”

“จริงนะ... ”

                “ไม่ว่ายังไง... ก็รักดื้ออยู่แล้ว...”

                หน้าสวยเงยขึ้นมองเขา... ริมฝีปากได้รูปเม้มสนิท  ก่อนก้มหน้าลงและปล่อยมือเขาแทบจะในทันที

                “อื้อ... ”

                “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ... ป่วยทีไรชอบอ้อนทุกทีเลย  เดี๋ยวจะรีบกลับนะ” จงอินจิ๊ปาก  และขยับไปฝังจมูกโด่งสวยบนแก้มนิ่มแรง ๆ  จนคนขี้อ้อนเป็นฝ่ายผลักเขาออกมาเอง

                “ไปเลย...  ”

                จงอินยิ้มกว้าง  มองคนที่หน้าแดงก่ำด้วยความรู้สึกที่แปลกไป  หัวใจพองโตขึ้น... ความสุขอาบล้นเมื่อพบว่าสิ่งที่เขากังวลและซุกซ่อนมันไว้มาตลอดสามวันที่ผ่านมาอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

                “ไปแล้วนะ”

                ชายหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อยและจัดคอปกเสื้อให้เข้าที่  แพคฮยอนก้มหน้างุด นิ่งเงียบไปนาน จนกระทั่งจงอินจัดเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เตรียมที่จะหันหลังออกไปจากห้อง   เสียงทุ้มต่ำจึงดังขึ้น    

                “ฉันก็มีของขวัญจะให้เหมือนกันนะ”

                ร่างสูงใหญ่นิ่งอยู่กับที่ ... ริ้วแดงฉานบนแก้มขาว ๆ และน้ำเสียงอ่อนหวานแทบจะทำให้เขาทิ้งการสอบที่สำคัญไปได้ในวินาทีนั้น...

                “ยังไม่บอกหรอก....ความลับ”

                “หือ...”

                “ตะ...แต่รอฉันนะ....”

                หน้าสวยเงยขึ้นมองเขา  ริมฝีปากบางเฉียบเผยอขึ้นเล็กน้อยเหมือนทุกครั้งที่แพคฮยอนกลายร่างเป็นแมวเหมียวขี้อ้อน ...  สายตาอ้อนวอนและมือที่ประสานกันแน่นอยู่บนตักทำให้จงอินแทบก้าวออกไปจากห้องไม่ได้

                “อีกนิดเดียว...ช่วยรอฉันด้วยนะ”

                จงอินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแพคฮยอนให้เขารออะไร ... แต่นั่นก็มากเพียงพอแล้ว

                มากเพียงพอสำหรับความหวัง....

            “รอนะ...จงอิน”

                “อือ...รออยู่แล้ว” เสียงเขาสั่น...

               

               

 

 

                แพคฮยอนนั่งนิ่งอยู่บนเตียงโดยแทบไม่ได้ขยับไปไหน  เสียงที่บ่งบอกความเคลื่อนไหวของเพื่อนร่วมห้องหายเงียบไปพร้อมกับเสียงปิดประตู     เขากัดฟันกรอดอย่างที่เป็นทุกครั้งเวลาเครียด... และถูกจงอินดุอยู่บ่อยครั้ง 

มือเล็กขยับแหวนบนนิ้วไปมา  ก่อนที่น้ำตาจะร่วงหล่นลง

            ความรู้สึกอึดอัด...เจ็บปวด ถาโถมเข้ามาอัดกันอยู่ในหัวใจ  ...สิ่งที่แบกรับเอาไว้ หนักหน่วงเกินกว่าจะรับไหว ...

                “สามปีแล้วเหรอ... ”

                แพคฮยอนปล่อยเสียงสะอื้นออกมา  น้ำตาหยดแผละลงบนแหวนที่กำลังค่อย ๆ เลื่อนออกมาจากนิ้วชี้

                “ขอโทษ... ขอโทษ   จงอิน”

 

            รักครั้งแรก ... แฟนคนแรก

                แพคฮยอนมั่นใจ...ว่านี่คือการเลือกที่ดีที่สุด

อย่างน้อยก็สำหรับทุกคน

 

            ข้อความถูกส่งออกไป ...

                พร้อมกับแหวนเงินเนื้อเกลี้ยงที่ถูกสวมเข้าที่นิ้วนาง

 

เพียงเท่านี้...ทุกอย่างก็จะกลับไปเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น....

แค่จงอินไม่รู้ก็เพียงพอแล้ว

 

 

            ‘กูจะเลิกยุ่งกับเค้าแล้ว...

ขอบคุณนะ ที่ไม่บอกจงอิน

 

 

 

                “เป็นไงมึง... หน้าบานเชียว“

                เขาส่งเสียงทักเมื่อพบว่าจงอินเดินมาพร้อมกระเป๋าใบเก่งด้วยมาดนายแบบ  หน้าหล่อเหลาของมันประดับรอยยิ้มน้อย ๆ  เสื้อผ้ายับยู่ยี่เล็กน้อยผิดวิสัยหมีเจ้าระเบียบ  หากเจ้าตัวดูจะไม่ใส่ใจนัก  ตากลมโตสดใสและดูมีความสุขกว่าที่เห็นเมื่อหลายวันก่อนจนเกือบเป็นปกติ  

                ถ้าไม่ได้ข้อความจากแพคฮยอนมาก่อน  เขาก็คงตกใจที่สีหน้าของจงอินดีกว่าที่เคยจินตนาการไว้มาก  

                “ก็ไม่เป็นไง ... โอเค”

                คนตัวสูงเอ่ยเสียงเรียบ ...  หากดวงตากลับวิบวับอย่างน่าประหลาด   จงแดส่ายหน้าอย่างรู้ทัน  แต่เพราะตั้งใจว่าจะไม่พูดถึงสิ่งที่รู้มาจนกว่าแพคฮยอนจะจัดการอะไรต่อมิอะไรของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเสียก่อน   เขาจึงทำได้เพียงยักไหล่เล็กน้อย

                “ดีแล้ว ...เฮ้ย!”  อยู่ ๆ เจ้าคนตัวสูงก็เซถลามาหาพร้อมกับเหวี่ยงแขนขึ้นพาดบนไหล่เขา    จงแดสะดุ้งโหยง ขณะเอียงคอมองคนที่เดินมากอดไหล่ “อะไรของมึงวะ ”   

                “กูรักแพคฮยอนว่ะ”   จงอินระเบิดเสียงออกมาในที่สุด  ท่าทางนิ่ง ๆ ที่จงแดเห็นแต่แรกนั้นเก็บกักความรู้สึกมากมายเอาไว้จนไม่สามารถควบคุมได้แล้ว  

                หนุ่มร่างเล็กหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยย้ำด้วยความจริงจัง

            “กูรักแพคฮยอนมากจริง ๆ นะมึง... ”

                “เออ กูรู้ ”  จงแดเตะขาเพื่อน และผลักร่างสูงใหญ่ออกด้วยความหมั่นไส้   เห็นท่าทีของเพื่อนสนิทแล้วจงแดก็อ่อนใจ  ทั้งขำ และสงสารไปในคราวเดียวกัน

                “แพคฮยอนมันอ้อนอะไรมาอีกล่ะวันนี้ ... ระวังถูกหน้าซื่อ  ๆ หลอกอีกนะมึง” จงแดพูดเพราะต้องการแซวเล่นตามประสาคนปากไว  แต่ทันทีที่พูดจบ  หน้าบาน ๆ ก็หุบลง  กลายเป็นหน้าเจื่อน ๆ และแววตาเศร้าเข้ามาอยู่แทนที่ พอหันไปมองอีกครั้ง  คนพูดก็แทบจะตบปากตัวเอง

                “เฮ้ย...กูไม่ได้ตั้งใจ ” 

                “เออ ๆ ไม่เป็นไร ...กูก็...  ชินแล้ว  จงอินตบไหล่เพื่อน  พลางยิ้มขื่นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ต่อให้พยายามลืมแค่ไหน ก็ไม่ง่ายเลยสักนิดเดียว

                “แพคฮยอนมันไม่อะไรหรอก อย่าคิดมากเลย เดี๋ยวมันก็กลับมาตายรังอยู่กับมึงเหมือนเดิมนั่นแหละ”  จงแดพูดต่อ  วันนี้เขามาเร็วเกือบยี่สิบนาที  ห้องเลคเชอร์จึงยังไม่ว่าง  จึงตัดสินใจยืนคุยกับเพื่อนอยู่ที่หน้าห้องอย่างสบายใจ  “น้ำหน้าอย่างมันจะอยู่กับใครได้  ว่าแต่มึงนั่นแหละที่ใจอ่อนกับมันทุกที มันถึงได้เอาแต่ใจแบบนี้ไง  อย่าปล่อยให้มันอ้อนจนเคยตัวนักสิ ...

            “อือ” จงอินยิ้มบาง พลางก้มหน้ามองรองเท้าตัวเองราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

            “กูถามมึงหน่อยสิ ...”

                “อะไร”

                “ทำไมถึงรักแพคฮยอนนักล่ะ ... กูเห็นตั้งแต่มึงตามจีบมันตอนปีหนึ่งแล้ว  ไปชอบมันตอนไหนวะ”

                “..... ก็... นิดหน่อย ”

                “นิดหน่อยอะไรของมึง”

                “อธิบายไม่ถูกว่ะ” จงอินสารภาพ  ... เขาไม่เคยบอกใครเกี่ยวกับเรื่องตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกับแพคฮยอน  ... และไม่เคยพูดถึงมันอีก ตั้งแต่คบกับแพคฮยอนมา “ทำไมวะ... แค่กูรักแฟนตัวเองมันดูแปลกขนาดนั้นเลย”   

            แพคฮยอนอาจลืมไปแล้ว... เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ควรจำเลยแม้แต่น้อย

                “กูสงสัยเฉย ๆ ... กูจำได้ว่าครั้งแรกที่มึงเจอแพคฮยอน กูก็อยู่กับมึง มึงยังถามกูอยู่เลยว่ามันชื่ออะไร กูเลยสงสัยไงว่าแพคฮยอนมันมีดีขนาดให้มึงรักมึงหลงขนาดนั้นเลยเหรอ ”

                “มึงคิดงั้นเหรอ”

                “ก็เออน่ะสิ... คนอย่างแพคฮยอนมีดีอะไรให้มึงรักขนาดนั้นวะ  อย่าบอกนะมึงว่ารักแท้ไม่มีเหตุผล กูจะอ้วก”จงแดพูดแบบไม่เกรงใจเพื่อน   จนคนถูกถามยิ้มหวาน และเอ่ยกวน ๆ

                “ รู้แล้วนี่ จะถามทำไม ”

                “โอ๊ย   อย่าบอกนะว่ามึงรักมันแบบไม่มีเหตุผลจริง ๆ  ... เรื่องของพวกมึงสองคนนี่มันจะเน่ายิ่งกว่าดาวพระศุกร์อีกนะ” จงแดทำท่าจะอาเจียนจริง ๆ ขณะพูด  จงอินเตะขาสั้น ๆ ของเพื่อน  และหัวเราะออกมา 

                “ผิดเหรอ” 

                “เออ ผิดมาก” จงแดเตะกลับ  หากคราวนี้ เจ้าของร่างสูงกลับยืนนิ่งไม่ตอบโต้  แผ่นหลังกว้างพิงเข้ากับผนังคอนกรีตเฉียบเย็น  สองมือล้วงกระเป๋า ... ดวงตาเหม่อลอยไปไกลราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง

            “กูก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหน...   ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มจากอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยเบา ...  “แต่กูเคยทำผิดกับแพคฮยอน... ตั้งแต่ยังไม่รู้จักชื่อเลยด้วยซ้ำ”

                “ทำผิด?  อะไรวะ” เขาสนใจ

                “เรื่องนี้กูขอนะ ..  ถึงยังไงกูก็ไม่พูด  “  คำตอบนั้นทำให้จงแดเบ้ปาก   หนุ่มร่างเล็กบ่นพึมพำอย่างเซ็ง ๆ

“เอาเป็นว่าสิ่งที่กูทำครั้งนั้นกับแพคฮยอนมันทำให้กูรู้สึกผิด   แต่มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว    เป็นครั้งแรกที่กูรู้สึกว่ากูพลาดที่ทำแบบนั้นลงไป   เพราะหลังจากนั้น กูคงไม่มีวันได้พบคน ๆ นี้อีกแล้ว”

                จงอินนึกไปถึงวันที่วิ่งออกมาจากโรงแรม   ร่างเล็กไม่ทิ้งอะไรไว้เลย    ไม่มีเบอร์ติดต่อหรือแม้กระทั่งชื่อ  เว้นแต่ภาพชุดนักเรียนในความทรงจำ ...  เขาพอรู้ว่าโรงเรียนนั้นอยู่ที่ไหน  แต่โชคร้ายที่หลังจากนั้นเป็นช่วงที่โรงเรียนปิดเทอม  ที่สำคัญก็คือเขาต้องย้ายไปอยู่ญาติที่อยู่อีกเมืองเพื่อเรียนต่อในเดือนนั้นเอง

            ก่อนที่จะย้ายออกมา  จงอินไปที่หน้าโรงเรียนนั้นเกือบทุกวัน   แม้จะรู้ว่าไม่มีนักเรียนคนไหนไปโรงเรียนในช่วงปิดเทอมก็ตาม

“แต่มึงเชื่อไหม  ว่าอยู่ ๆ ...กูก็ได้เจอเค้าอีกครั้ง”

                ร่างบอบบางแทบไม่ต่างจากวันแรกที่เจอเลยแม้แต่น้อย คนตัวเล็กเพิ่งก้าวห้องเรียนรวมที่ปกติจะมีแต่นักศึกษาปีหนึ่งเรียนเท่านั้น  จงอินมองใบหน้าเรียบเฉย  ดวงตาเรียวเล็ก  ริมฝีปากสีชมพูสวยโดดเด่น อย่างไม่แน่ใจนัก  และตัดสินใจก้าวเข้าไปหาแทบจะในทันทีที่มั่นใจ   

                “ตั้งแต่วันนั้น... กูก็รู้ว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้น  กูจะไม่ปล่อยให้แพคฮยอนหนีไปอีก”

                จงอินมั่นใจว่า  ถ้าเขาปล่อยให้แพคฮยอนหลุดมือไปอีกครั้ง... เขาคงไม่มีวันคว้าตัวแพคฮยอนมาได้อีกแล้ว

                “ขนาดนั้นเลยเหรอ”

                จงอินพยักน้ารับ... ก่อนสารภาพ “แต่ความจริงกูก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่ารักแพคฮยอนไปตั้งแต่เมื่อไหร่”    

                “อ้าว...” 

“ตอนแรกกูรู้แต่ว่ากูไม่อยากปล่อยมือจากแพคฮยอนไปอีก    แต่พอรู้ตัวอีกที....” เขาพึมพำคล้ายจะพูดกับตัวเอง ...  ใช่ว่าเขาจะไม่เคยถามตัวเองถึงเรื่องนี้   แต่ความรู้สึกของคนเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย 

จงแดเกาหัวแกรก ชักสับสนกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง  ไม่นับรวมเรื่องที่ไปรู้มาอีก

“เรื่องของพวกมึงสองคนนี่มันวุ่นวายจริง ๆ ว่ะ” 

เอาเป็นว่า...ความรักนี่มันช่างทำให้วุ่นวายเสียเหลือเกิน

จงอินหัวเราะหึหึ   ไม่พูดอะไรต่อ

                “เอาวะ ...ยังไงซะ ...มึงก็รอมันหน่อยแล้วกัน... ” จงแดพูดเสียงอ่อน... เหมือนกำลังพูดกับตัวเอง   หากประโยคคุ้นหู กลับทำให้จงอินได้ยินชัดราวกับอีกฝ่ายตะโกนอยู่ใกล้ ๆ  ชายหนุ่มทอดมองเพื่อนสนิทพร้อมกับคิ้วที่ขมวดยุ่ง...

                “มึง...” ริมฝีปากหนาขยับจะถาม  หากอาจารย์ที่เดินผ่านหน้าตรงดิ่งไปห้องเลคเชอร์เอ่ยเสียงเรียบบอกให้เขาห้ามตัวเองไว้ก่อน

“เข้าห้องได้แล้วค่ะ”

“คร้าบ  ... จงอิน .... เทสต์คราวนี้กูซวยแน่ ยังจำไม่ได้หมดเลย  บทนี้ยากชะมัด ”

“เออ”

จงอินถอนหายใจแรง ... ขณะเดินตามเพื่อนสนิทและอาจารย์สาวเข้าห้อง  บทเรียนครั้งนี้อยู่ในหัวหมดทุกเรื่องแล้ว จนจงอินมั่นใจว่าจะทำข้อสอบได้อย่างสบาย ๆ ก็จริงอยู่ ...

หากเรื่องที่อยู่ในหัวก็มากพอจะทำให้เขาอยู่กับเรื่องอื่นมากกว่าข้อสอบที่จะต้องทำ

คำพูดของจงแดทำให้จงอินคิด ...

อย่าปล่อยให้มันอ้อนมากจนเคยตัว...

 

หนุ่มร่างสูงส่ายหน้าและถอนหายใจอีกครั้ง...

คนที่เคยตัวน่าจะเป็นเขามากกว่า

เป็นเขา...ที่คงทนไม่ได้  หากต้องสูญเสียแพคฮยอนไป

 

 

 

และที่แย่ที่สุดก็คือ

คนที่ทนไม่ได้...อาจจะเป็นเขาอยู่แค่ฝ่ายเดียว
 

        TBC.



 

ใกล้จบล่ะ >//< ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์และเสียงก่นด่าพยอนของเรานะคะ
(ปกติเค้าต้องเข้าข้างเคะไม่ใช่เหรอ ฮือๆ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #439 Ppp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 23:20
    นี่ก้อยังโกรธแบคอยุ่นะ

    แต่ความรักแม่งก้อออกแบบไม่ได้ กำหนดไม่ได้

    เลือกได้ นางก้อคงไม่อยากจะเป็นแบบนี้

    แบคนางก่้อพยายามนะ นี่ก้อพยายามไปอีกขั้นแล้ว

    เป็นกำลังใจให้ความพยายามนี้ หวังว่ามันจะไม่สูญเปล่า

    เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว...

    เอาจงอินไปแนะนำว่านี่คนรัก เอาให้เคลียร์

    มีแฟนแบบจงอินมันสุดแสนจะภาคภูมิใจ น่าอวดมาก

    อยากได้ อยากได้ ฮอลลลลลลลลลลล
    #439
    0
  2. #404 BACON_BAEK (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 21:02
    ถึงจงแดจะปากไม่ค่อยดีแต่ก้อมีสาระนะคะ 555555555555555555555555555
    #404
    0
  3. #383 ϟ ทาสรักเสี่ยไค . (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 23:11
    สงสารจงอินจนวินาทีสุดท้ายอ่ะให้ตายเถอะ !
    เรื่องอื่นจงอินใจร้ายกับแบคนะ (ส่วนมาก)
    แต่มาเรื่องนี้แบบ ยกโทษให้ไม่ได้
    มันเจ็บจริงๆ นะ ไม่รักคือไม่รัก รักคือรัก
    แต่รั้งไว้แบบนี้ มันเจ็บกว่าอะไรทั้งหมด !! T T
    #ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นจงอิน 555
    #383
    0
  4. #373 ชนม~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 19:48
    น้องพยอนกำลังจะเลือกใช่ไหมมมมมมมมมมมมม เป็นสิ่งท่ีดีงามใช่ไหมจ้ะสิ่งที่หนูบอกให้รอน่ะ

    ตอนที่น้องพยอนบอกว่าสามปีแล้วหรอ คือแบบ เฮ๊ย ดีใจไปกับจงอินอ่ะ ดีใจมาก

    คือวันนั้นก็เป็นวันเกิดตัวเอง แต่จำว่าเป็นวันครบรอบได้ก่อนวันเกิดนี่ ก็สมควรนะที่จงอินจะดีใจอ่ะ



    จงอินคือคนที่ดีมากนะ จริง ๆ ตอนแรกที่บอกว่าทำผิดกับน้องพยอนไปน่ะ จะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้นะ

    จะปล่อยผ่านเลยไปเหมือนไม่เคยเจอกันก็ได้นะ แต่ไม่ทำอ่ะ จงอินอยากดูแล โอ๊ยยยยย จะดีไปไหนนนน

    รักเขามากขนาดนั้น น้องจงอินคนดีศรีสโมสรของพ่ี~~~ รอดื้อแป๊บนะ ดื้อกำลังจะมีของขวัญให้



    แต่ว่านะ ทำไมเรารู้สึกว่ามันกำลังจะมีอะไรตามมา เพราะประโยคสุดท้ายอ่ะ

    "คนที่ทนไม่ได้ อาจจะเป็นเขาอยู่แค่ฝ่ายเดียว" หมีอ่าาาาาาา อย่าคิดไรมากสิ ผ่อนคลาย ๆ

    กลับห้องไปนะ กลับไปเจอแพคฮยอนนะ อย่าคิดมากนะ (นี่ก็บอกตัวเองด้วย)

    กลัวโดนน้องวป.หลอกมากจ้ะ พี่หวั่นมากกกกกกกกกกกก ถถถถถถถถถถถ



    #373
    0
  5. #352 ลีเนส (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 04:46
    ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ แบคอ่ะ ฟหกด่าสว #ได้ข่าวว่าเมนแบค
    #352
    0
  6. #308 :maiiest (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 16:16
    ตบอิแบคสองทีจะมีใครว่าไหม
    ฮึ่ย มันขัดใจนะแก ดูดิแก ดูสภาพมันนะแก
    แล้วดูที่มันทำดิแก #ไรท์โหดแท้
    #308
    0
  7. #287 !!~...kihae...~!! (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 03:52
    ฮรืออออออออออออออออ...อะไรมันจะสับสนวุ่นวายขานดนี้เนี่ย
    อยากจะบอกว่าตอนแบคถอดแหวนออกนี่น้ำตาไหลไม่หยุดเลยอ่ะ หยุดอ่านไปแปปนึงเลย TT
    พออ่านต่อแค่นั้นแหละไหลมากกว่าเดิมอีก 5555 แต่ก็ยิ้มออกมาเฉยเลยอ่า #อิน #มีความสุข
    จงอินอ่า รออีกหน่อยนะ รอแค่นี้คงรอได้เนอะ รอมาตั้งสามปีแล้วนี่นา กิกิ
    ตอนนี้แบบรู้สึกว่าแบคน่ารักมากอ่า จำวันครบรอบได้ก่อนวันเกิดตัวเองอีก โอ๊ย ปลื้มปริ่มแทนจงอิน >_<
    หวังว่าต่อจากนี้จงอินจะไม่ต้องเจ็บอีกแล้วนะแบคนะ รีบๆทำอะไรซักทีเถอะนะ อิอิ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 มิถุนายน 2556 / 04:11
    #287
    0
  8. #264 nooaom_BBaek (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 00:40
    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ เราจิ้น ไคแบค ไรเตอร์ขา เรื่องนี้จะ happy ending ใช่มั้ยค่ะ อิอิ

    ชอบ จงอิน มากๆเลยค่ะ อ่านไปเขินไป อิแบค ก็เวิ่นเว้อเหลือเกิ๊น ไม่ตัดใจสักที

    หวังว่านางจะรักจงอินสักทีนะค่ะ 

     

    มาอัพต่อไวๆนะค่ะ รออยู่นะค่ะ ไรเตอร์สู้ๆค่ะ^^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 พฤษภาคม 2556 / 00:59
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 29 พฤษภาคม 2556 / 23:07
    #264
    0
  9. #263 ป๋ายคือของข้า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 23:37
    อ้าวลงตอนวันที่ 22 ตอนนั้นดาวทำอะไรยู๊วววววววววววววว!!



    อ่าน 3P จากฟิคดอกไม้มา มาต่อ 3P เฟิร์สอีก หน่วงกว่านี้มีอีกม้ายยยยยยยยยยย!!



    ยังไงก็ยังคิดว่าเรื่องนี้จงอินหล่อมาก เอาใจดาวไปเลย เอาไปเลยอินนี่ *ถวายพาน*



    ชายชานต้องการอะไรจากพยอนคะ??



    สุดท้ายแพคต้องเลือกอินนี่นะคะไรท์ ต้องเลือกนะ *ไม่งั้นวอนอูและชายชานเป็นของนู๋* //วิ่งหลบกระสุน



    เลิ้บบบบบบบบบบบบบบบบ u
    #263
    0
  10. #262 netnapa"bhy. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 18:26
    แหนะๆ ไรท์ happy ending ใช้ป้ะ 

    แอบกลัวนะ 5555555



    งือออออรอดูต่อไป ความดีจะเอาชนะใจแบคได้มั้ย TTT
    #262
    0
  11. #259 *Aphorist* (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2556 / 00:46
    แบคอย่ายุ่งกับชานยอลอีกเลยนะ ขอร้อง T^T
    #259
    0
  12. #258 Chefee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2556 / 22:15
    ใกล้แล้วสินะ อีกนิดเดียวนะจงอิน

    รอแบคหน่อย >< แบครักจงอินซะทีสิ



    หวังว่าจะจบสวยๆนะคะไรท์ 555

    สู้ๆนะคะไรท์ รอๆๆๆ
    #258
    0
  13. #257 LittleP (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2556 / 20:00
    ฮึ่ยยยยยย ในที่สุด ทางออกก็ส่องประกายอยู่ตรงหน้าแล้วววว

    ดีใจจังเลยค่าาาาา จงฮินอ่า แบคฮยอนอ่า

    ที่แท้จงอินก็มีปมในอดีตที่ทำให้รักแบคและไม่อยากปล่อยมือไป

    ดีใจที่ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง

    เหลือเพียงแค่พี่ชานยอลลลล ,....





    สนุกมากค่ะ ชอบบบบบ มันหน่วงๆนิดๆ

    รอตอนหน้านะคะ
    #257
    0