[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 16 : The FIRST III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 พ.ค. 56

 

THE FIRST
 

ผมไม่เคยรู้คุณค่าของร่มในมือเขา

 กระทั่งวันที่สายฝนโหมกระหน่ำมาทำให้ผมสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

 

 

                วันนั้น.... ฝนตกหนักเหมือนวันนี้

                แพคฮยอนกำลังหยุดยืนข้ามถนน... และมีคนยืนอยู่เคียงข้างไม่ต่างจากตอนนี้

                “แค่ก ๆ... ” ร่างบอบบางไม่ถูกกับฝนเอาเสียเลย ฝนตกทีไรต้องมีไอหรือปวดหัวตลอดเวลา   อาการไข้ที่ทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่หลายวันทำให้เขารำคาญตัวเองไม่น้อย   ลำบากคนอยู่ด้วยแทบทั้งวันทั้งคืนอย่างจงอินทั้งต้องคอยปลอบคอยขู่ แถมยังต้องคอยดูแลตอนเขามาเรียนด้วย   ชายหนุ่มเดินไปส่งเขาที่ห้องเรียน และเดินกลับไปเรียนที่ตึกตัวเอง  ก่อนเดินมารับพาไปส่งอีกตึกเมื่อหมดคาบเรียน

                จงอินดูไม่เหนื่อยแม้แต่นิดเดียวที่ต้องดูแลเขา...  แต่กลับบ่นเรื่องที่เขาไม่ยอมไปหาหมอซ้ำแล้วซ้ำอีกจนแพคฮยอนเบื่อ 

            “ถ้าพรุ่งนี้ไม่หายต้องไปหาหมอแล้วนะ...”

                “ไม่ต้องเลยนะไอ้หมีหน้าบูด!  ยังไงก็ไม่ไป บอกแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไร ”

                “ไม่เป็นอะไรบ้าอะไรล่ะ ... ดื้อจริง ๆ ดื้อที่สุดในโลกเลยคนอะไรก็ไม่รู้”

                “ออกไปห่าง ๆ เลยไอ้หมีน่ารำคาญ บ่นอยู่ได้ ”  แพคฮยอนผลักคนที่กางร่มสีฟ้าคันใหญ่อยู่ข้าง ๆ ออกห่างในทันที  ทั้งสองไม่ได้อยู่ในร่มคันเดียวกัน จงอินบอกใครต่อใครว่าไม่อยากให้หัวของแพคฮยอนต้องถูกละอองฝนตอนที่เบียดกันอยู่ในร่มคันเดียวกัน เลยตัดปัญหาด้วยการพกร่มคันใหญ่สองคัน  แต่มีแค่แพคฮยอนเท่านั้นที่รู้...ว่าเขาเองนี่แหละ ที่เป็นคนบังคับให้จงอินพกร่มสองคัน   

จงอินชอบกางร่มให้เขา ... ชอบที่จะเบียดตัวเองอยู่ในร่มสีฟ้าคันเดียวกัน ... ชอบที่จะคอยโอบไหล่เขาเข้ามา และเอียงร่มไปอีกด้าน เพื่อไม่ให้ฝนตกลงมาต้องร่างของแพคฮยอนโดยปล่อยให้ตัวเองเปียกไปเกินครึ่งตัวอย่างไม่สนใจ  แพคฮยอนยื่นคำขาดให้จงอินพกร่มสองคัน .. เพราะรู้ดีว่า ต่อให้อยู่ในร่มคันเดียวกันก็ตาม  จงอินก็ไม่เคยยอมให้เขาเปียกเลยแม้แต่นิดเดียว

                เป็นครั้งแรก  และเรื่องแรกเลยก็ว่าได้...ที่แพคฮยอนคิดว่าได้ทำอะไรเพื่อจงอินบ้าง

                “ดื้ออะ ... อยู่ใกล้ ๆ หน่อยก็ไม่ได้ ”

                “ไปเลย ออกไปไกล ๆ เลยไอ้หมีกินผึ้ง บ่นงึมงำตลอด น่ารำคาญ” เท้าเล็ก ๆ เขี่ยเท้าใหญ่ ๆ และขายาว ๆ ที่พยายามยื่นเข้ามาใกล้เขาออกไปในรัศมีของร่ม

                แพคฮยอนบอกว่าลืมร่มคันเก่าไว้ที่ไหนซักแห่ง ...  จงอินเลยต้องซื้อร่มคันใหม่มาให้เขาในที่สุด แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ยังคงเป็นร่มสีฟ้าขนาดเดิม  แบบเดิม ... รายละเอียดเหมือนเดิมไม่ต่างจากคันที่หายไป

                 ร่มสีฟ้า ...  สีเหมือนฟ้าในยามที่ไม่มีพายุฝน

                สัญญาณไฟสำหรับคนเดินเปลี่ยนเป็นสีเขียว   แพคฮยอนกระชับร่มแน่น  เตรียมก้าวข้ามทางม้าลาย  ก่อนที่มือหนา ๆ จะเอื้อมมาคว้ามืออีกข้างเขาไปกุมไว้แน่น เตรียมพาเขาข้ามถนน

                หยดน้ำจากท่อนแขนที่เปียกชุ่มไหลลงมารวมกันอยู่ที่มือของแพคฮยอน  ปลายนิ้วที่ประสานกันโอบอุ้ม และเกาะเกี่ยวมือของแพคฮยอนไว้แน่น  ฝนเย็นฉ่ำ  ไม่ทำให้อุ้งมืออุ่น ๆ ของจงอินเย็นลงเลยแม้แต่นิดเดียว   

มือของจงอินอุ่น...  ขณะที่มือแพคฮยอนเย็น   เวลาจับกันทีไร ... ราวกับว่าจงอินจะถ่ายทอดอุ่นไอมาทำให้คียอุ่นไปด้วย

                เป็นความอบอุ่นที่แตกต่าง...  ต่างกันอยู่ไม่น้อย...

                กับมือของใครอีกคนที่เกาะกุมมือเขาไว้เมื่อหลายวันที่ผ่านมา

 

            ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ

                ‘เอ๊ะเขาตกใจ  ... ไม่แน่ใจว่า ไม่เปลี่ยนในความหมายของชานยอลนั้นหมายถึงอะไร 

                แอบร้อนไปถึงข้างในใจ... ที่มีแผลเป็นเก่าฝังลึกอยู่ และหวั่นเกรงว่าจะมีใครเผลอไปสะกิดมัน

ตอนแรกคิดว่าเราจะจำพี่ไม่ได้ซะอีก... ‘  หนุ่มรุ่นพี่แก้

                “ทำไมคิดว่าผมจะจำไม่ได้ล่ะครับ...” แพคฮยอนทวนคำถาม  “ผมต่างหากที่ต้องตกใจ ... ไม่คิดว่าพี่ยังจำผมได้ ”

                แพคฮยอนในตอนนั้น  เป็นเพียงแค่รุ่นน้องธรรมดาในชมรมอ่านหนังสือ ... เด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่ไม่โดดเด่นอะไรเลย  คอยเฝ้ามองรุ่นพี่ประธานชมรมอยู่เงียบ ๆ  เด็กชมรมเองก็มีอยู่เกือบยี่สิบคน แพคฮยอนจึงไม่แม้แต่จะคิดว่าพี่ชานยอลจะมองเห็นและจดจำเขาได้   แพคฮยอนจึงเก็บกักความรู้สึกหนึ่งเอาไว้ในใจเนิ่นนาน ด้วยความกลัว...

                เพราะคิดว่าหากเขาพูดมันออกไป... คงไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ยืนอยู่ข้าง ๆ อีกแล้ว  

                “ก็... จะมีกี่คนในโรงเรียนล่ะที่ถูกเรียกว่าเบค่อน   พี่จำได้ไม่ลืมเลย...เบค่อน แพคฮยอน 

                เสียงทุ้มนุ่มอธิบายจนทำให้แพคฮยอนยิ้มกว้าง  หัวใจเต้นแรงขึ้น  

                แต่ยังไง เราก็คงไม่ตกใจมากไปกว่าที่พี่ตกใจที่ได้เจอเราอีกครั้งหรอก’  ชายหนุ่มบอกนิ่ง ๆ  จนแพคฮยอนเอียงคอด้วยความประหลาดใจ

                “ผม... ดูลึกลับขนาดเจอแล้วต้องตกใจเลยเหรอครับ”

                “อือ... ลึกลับสิ  ตั้งแต่จบมา... พี่ก็ไม่เคยเจอเราอีกเลย... อย่างงานศิษย์เก่า เราก็ไม่กลับไปเลย... ถามเพื่อน ๆ .ก็ไม่มีใครยอมบอกพี่สักคน“

คำอธิบายนั้นทำให้แพคฮยอนรู้สึกวูบโหวงอยู่ในช่องท้อง

“เหมือนกับว่า...เราไม่อยากให้พี่รู้”

                หัวใจของแพคฮยอนเต้นไม่เป็นจังหวะนัก ...  เพราะรู้ดีว่าเหตุผลของเรื่องที่รุ่นพี่ชานยอลพูดถึงคืออะไร...

                ความรักที่ไม่สมหวัง... ยากนะ ที่จะเผชิญหน้ากับมันได้อย่างหน้าชื่นตาบาน       

                โดยเฉพาะความรักที่ฝังใจไม่เคยลืม

                พี่...  อยากเจอผมเหรอครับ’  แพคฮยอนถามอย่างไม่มั่นใจนัก ....หากรอยยิ้มของอีกฝ่ายยืนยันคำพูดของตัวเองได้ดีจนหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา 

                ‘อือ... อยากเจอสิ  อยากเจอมาตลอดเลย

ผมดีใจจัง

                พี่ก็ดีใจ ที่เรายังไม่ลืมพี่เหมือนกัน

เหมือนกัน ...   ทั้ง ๆ เป็นแค่คำพูดธรรมดา ๆ  แต่กลับทำให้แพคฮยอนรู้สึกดีใจจริง ๆ

เราต้องข้ามไปฝั่งโน้นนะ...  เปียกฝนได้ใช่ไหม?’

คำถามนั้นทำให้แพคฮยอนสะดุ้ง ....  ฝนทำให้เขาประสาทหลอนยิ่งกว่าเรื่องอื่น ๆ  เพราะมีใครบางคนชอบพูดกรอกหูเรื่องนี้ให้ฟังอยู่บ่อย ๆ

            ห้ามโดนฝนเด็ดขาด  ดื้อหัวเปียกทีไรเป็นไข้ทุกที

             แต่โอกาสแบบนี้... ใครจะสนล่ะ

ได้ครับ...ไม่เป็นอะไร  แพคฮยอนเลือกที่จะปฏิเสธ   

พร้อมกันนั้น รอยยิ้ม และมือเย็น ๆ ก็เอื้อมมาคว้าเขาไป

                มือที่เย็นกว่าอากาศรอบตัว  เย็นกว่ามือของเขาด้วยซ้ำ...  จับจูงหลวม ๆ เพื่อพาแพคฮยอนวิ่งผ่านหยาดฝนชุ่มฉ่ำ ...

 

“ดื้อ!!!แพคฮยอนสะดุ้งสุดตัวกับเสียงทุ้มห้าวของคนที่อยู่ตรงหน้า  มือเล็กถูกเขย่าแรงจนรู้สึกตัว “เหม่ออะไรอยู่ ข้ามเร็ว เดี๋ยวไฟแดงแล้วข้ามไม่ได้นะ” 

“ไอ้บ้า.. พูดเสียงดังทำไม  ตกใจหมด” เขาบ่นงึมงำ  หน้างอ  แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจนัก  เพราะจงอินกระตุกมือแรง  ก่อนลากกึ่งจูบพาข้ามถนนแข่งสัญญาณไฟจราจร

 “ข้ามเร็ว ”

เป็นเหตุการณ์คล้ายกัน แต่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

                ฝ่ามือของจงอินอุ่น... ร้อนผ่าว  มือแกร่งกระชับนิ้วของเขาแน่นหนา แน่นเสียจนทำให้แพคฮยอนเจ็บในบางครั้ง

            “จับไม่แน่นเดี๋ยวหาย”  ทุกครั้งที่ท้วง  จงอินต้องหันมาบอกหน้าตายแบบนั้น จนแพคฮยอนได้แต่ขำ...

                ที่ขำ  เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจ  ว่าจงอินพูดด้วยความจริงจัง และรักเขามากแค่ไหน

 

 

 

 

                 แพคฮยอนวางแก้วกาแฟลง พร้อมหลับตาลง ขณะรับรู้ถึงกาแฟขม ๆ อุ่น ๆ ที่กำลังไหลลงคอ คาเฟอีนที่จะค่อย ๆ ซึมซาบเข้าไปในกระแสเลือด...  รสชาติที่แพคฮยอนโหยหา  แต่ไม่มีโอกาสสัมผัสมานานแล้ว  กาแฟ...ที่จงอินห้ามนักห้ามหนาว่าห้ามแตะต้องอีก

                เขาติดกาแฟ...เสพติดความรู้สึกที่มีคาเฟอีนอยู่ในกระแสเลือดจนกลายเป็นผลเสีย   ไมเกรนเข้ามาถามหาเขาทุกครั้งที่ไม่ได้แตะต้องมัน   จนจงอินต้องเข้ามาหักดิบด้วยตัวเอง   หลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนอีกเลย

                “อร่อยขนาดนั้นเลย?  แพคฮยอนเพิ่งรู้ตัวว่าจมดิ่งกับรสชาติกาแฟจนคนตรงหน้ายิ้มกว้าง และถามด้วยเสียงปนหัวเราะ    เจ้าของร่างบอบบางเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับจับแก้มที่ร้อน ๆ และตอบเสียงเบา 

                “ก็.... พี่ชานยอลอุตส่าห์ลงมือเองเลยนี่ครับ สมกับเป็นเจ้าของร้านจริง ๆ   สุดยอด!” แพคฮยอนชม  ก่อนยกนิ้วโป้งให้และยิ้มเขิน ๆ 

                คนตัวเล็กกวาดตามองไปรอบ ๆ ร้านกาแฟขนาดเล็ก ตกแต่งเรียบ ๆ  แต่ดูกว้างขวาง และไม่มีส่วนใดเกะกะสายตา  ดูเป็นผู้ใหญ่ไม่ต่างจากเจ้าของร้านเลยแม้แต่นิดเดียว หนุ่มรุ่นพี่จัดร้านตามใจชอบ  ของตกแต่งทุกอย่างมาจากรสนิยมของตัวเอง  มุมที่แพคฮยอนชอบที่สุดคงเป็นชั้นหนังสือสารพัดที่วางหนังสือแทบทุกประเภทที่ชานยอลชอบ  ทำให้แพคฮยอนรู้สึกเหมือนเข้ามานั่งในห้องสมุดเงียบ ๆ  จิบกาแฟอ่านหนังสือ และฟังเสียงโมบายกระดิ่งดังทุกครั้งที่มีสายลมพัดผ่าน  รอบ ๆ ร้านคือสวนสีเขียว มองจากข้างในร้านดูสบายตา   

                “ผมบอกแล้วใช่ไหม ว่าชอบร้านนี้จัง”

                “บอกแล้ว... แต่บอกอีกหลาย ๆ ครั้งพี่ก็ไม่ว่าหรอก ” ชานยอลบอกพร้อมยิ้มกว้างขวางเหมือนเคย  ตาของชายหนุ่มระยิบระยับและเต็มไปด้วยประกายสดใส   “รู้ไหมว่าตั้งแต่พาเรามา ลูกค้าเข้าร้านพี่เพียบเลย”

                “พี่พูดเหมือนผมเป็นนางกวัก”   

“ธิดานำโชคมากกว่า”

                “พูดอย่างนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นธิดาไร่กาแฟอะไรแบบนั้นมากกว่า” แพคฮยอนแย้งพร้อมกับหัวเราะ จนชานยอลหัวเราะตาม  

                 “แต่ผมว่า ร้านนี้ทำเลดีนะครับ ...เครื่องดื่มก็อร่อยทุกอย่างด้วย  ถ้าเป็นผมเอง ผมก็ยอมเสียเงินเข้าร้านทุกวันเหมือนกัน”  แพคฮยอนพูดด้วยความจริงใจ  แม้จะมีบางอย่างที่เขาไม่ถูกใจนัก อย่างรสชาติของเค้กหลายชนิด ... แต่แพคฮยอนเลือกที่จะไม่พูดออกไป  เพราะเขาถือว่าไม่ได้มาที่นี่เพื่อกินเค้ก

                เค้กอร่อยถูกใจของแพคฮยอนรออยู่ที่ห้องทุกวันอยู่แล้ว...ไม่จำเป็นต้องหาจากที่อื่น ยกเว้นวันที่เบื่อเสียงหมีขี้บ่นของคนทำ

                “อันที่จริง ...พี่ก็อยากให้เราเข้าร้านทุกวันเหมือนกันนะ” เสียงทุ้มเอ่ยเบา  คล้ายพูดกับตัวเอง จนแพคฮยอนเลิกคิ้วเล็กน้อย เพราะฟังไม่ถนัด  

                “คะ..ครับ”

                “เปล่า ... พี่จะบอกว่าถ้าเป็นเรา ก็ไม่ต้องเสียเงินเข้าร้านเลย  ฟรีหมดทุกอย่าง... จริง ๆ นะ”  เจ้าของร้านพูดอย่างใจป้ำ แต่แพคฮยอนกลับส่ายหน้า

                “อย่าเลยครับ  เดี๋ยวพี่ขาดทุนแย่ พี่เลี้ยงผมจะครบอาทิตย์แล้วนะครับ  ร่มของผมไม่ได้แพงขนาดนั้นซะหน่อย” แพคฮยอนพูดด้วยความรู้สึกผิด ... ทั้งกับตัวเอง และทุก ๆ คน   แม้ว่าชานยอลเป็นฝ่ายเสนอตัวที่จะเลี้ยงเขาเอง  แต่แพคฮยอนก็เลือกที่จะไม่ละทิ้งโอกาสนี้ด้วยการเข้ามาตามคำชวนนั้นอย่างสม่ำเสมอทุกครั้งที่มีโอกาส

                โชคดีที่ระยะหลังมานี้จงอินยุ่งเรื่องโรงเรียนสอนทำอาหารจนเขามีเวลาอย่างน้อย ๆ ก็วันละสามชั่วโมง...  ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโอกาสแบบนี้

แม้จะรู้สึกกระดากใจอยู่บ้างก็ตามที่ต้องใช้คำนี้ ...  โอกาส...  โอกาสในการทำผิด?  

                “ก็พี่อยากไถ่โทษที่ทำร่มเราหายไปนี่นา ...  อุตส่าห์ให้พี่ยืมแท้ ๆ แต่พี่กลับดูแลไม่ได้”  ชานยอลยิ้มเจื่อน เมื่อพูดถึงร่มคันเก่าที่เขาให้ยืม   และพบว่าหายไปในวันที่ตั้งใจจะนำมาคืน   จนชายหนุ่มต้องแสดงความรู้สึกผิดด้วยการเลี้ยงกาแฟเขา 

                “อย่าคิดมากเลยครับ  ร่มหายไปคันเดียวผมไม่เป็นอะไรหรอก  แถมตอนนี้ผมก็มีร่มคันใหม่แล้วด้วย”  แพคฮยอนยิ้มกว้าง และชี้ไปที่ร่มสีฟ้าคันใหม่ที่อยู่ข้างตัว 

                 “ไม่หรอก...  ไมได้หรอก  พี่ทำหายเอง ดังนั้นพี่ก็ต้องชดใช้  อีกอย่าง.. พี่ก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร  กาแฟแก้วละไม่กี่วอน    อยากทานอะไรสั่งได้เลยนะ  พี่เลี้ยงเอง”

                “ผมกินจุนะครับ” แพคฮยอนแย้ง

            “ตัวแค่นี้คงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งพี่ร่วงหรอก

                แพคฮยอนหัวเราะไปพร้อมกับชายหนุ่ม ... บางทีอาจเป็นเพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนก็ได้ที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น   ช่องท้องของเขาวูบวาบทุกครั้งที่อีกฝ่ายยิ้มให้  จนทำให้ต้องหวนกลับไปคิดถึงเมื่อหลายปีก่อน 

                “เดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะ  เผอิญสั่งเบเกอรี่ลอตใหม่ไว้ ต้องไปเช็คก่อน  ถ้าอยากได้อะไรสั่งเด็กในร้านได้เลย  พี่บอกทุกคนเอาไว้แล้วว่าพิเศษสำหรับเรา”

                “พี่ชานยอล... อย่างนี้ทุกคนก็รู้ว่าผมมากินฟรีสิครับ” แพคฮยอนช็อค  มิน่าล่ะ... พนักงานในร้านถึงได้มองเขาแปลก ๆ ทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในร้าน ... แถมยังชอบซุบซิบแปลก ๆ ทุกครั้งที่รุ่นพี่เดินเข้ามาคุยกับเขา

                ทว่า ชานยอลกลับไม่สนใจนัก  ชายหนุ่มขยี้เขาเบา ๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มหวาน

                “ก็พี่อยากให้ทุกคนรู้นี่นา....”

                “พี่ชานยอล...”

                แพคฮยอนกัดริมฝีปาก และทำหน้าเบ้ ขณะมองตามแผ่นหลังกว้างของชานยอลไปและลอบยิ้มกับตัวเอง  

                ก็เขารักรุ่นพี่ชานยอลมาตั้งนานแล้วนี่นา ... จะผิดอะไรล่ะ  หากเขาจะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชายหนุ่ม

                รักครั้งแรกนี่นา... มีใครบ้างที่ไม่รู้สึกดีเวลาได้มีโอกาสดี ๆ แบบนี้กับคนที่เป็นรักครั้งแรก

                ใช่ ...เขาไม่ได้ทำผิด...  ไม่ได้ผิดอะไรแม้แต่น้อย

ไม่สิ...ผิด ผิดหรือเปล่าแพคฮยอนเองก็ยังไม่แน่ใจ ... อาจดูไม่ยุติธรรมนักหากจงอินรู้ว่าเขากำลังทำอะไร ... แต่แพคฮยอนก็คิดว่าเขามีสิทธิที่จะพบปะใครก็ตามที่เขาต้องการได้เช่นกัน

เขาไม่ได้ทำผิดศีลธรรม ... ไม่ได้พบปะชานยอลในฐานะอื่น  แพคฮยอนพบกับชานยอลในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง  ก็เท่านั้น...

เท่านั้น... เพียงเท่านั้น

แพคฮยอนแย้งความรู้สึกไม่ดีเหล่านั้นด้วยความคิดนี้... แต่จนแล้วจนรอดที่ไม่เข้าใจเช่นเดียวกันว่าทำไมหาเหตุผลมาโต้แย้งการกระทำของตัวเองทุกครั้ง

ความสัมพันธ์ของเขากับจงอินยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย แพคฮยอนยังรู้สึกดีกับจงอินเหมือนเดิม ... ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  แต่บ่อยครั้งที่แพคฮยอนรู้สึกผิดเหมือนตอนนี้... จนต้องถามตัวเองว่ากำลังทำอะไร

                และกำลังหวังอะไรอยู่...

                “มีความสุขจริง ๆ เลยนะมึง....”

                แพคฮยอนสะดุ้งเฮือก ความคิดที่ลอยวนเวียนอยู่ในหัวกระจัดกระจายไปในทันทีที่ได้ยินเสียงกวน ๆ คุ้นหู  ยิ่งเงยหน้าขึ้นมาพบกับเพื่อนก็ยิ่งตกใจ

                “จงแด” 

                “ทำหน้าเหมือนเห็นผี ...”  เสียงทุ้มลึกเอ่ย  ก่อนที่เจ้าตัวจะถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พร้อมกับวางกาแฟร้อน ๆ ที่พร่องไปแค่ครึ่งถ้วยลงตรงหน้า  “นั่งด้วยนะ”

                “เออ... นั่งสิ”  แพคฮยอนกระพริบตาปริบ ๆ  ...  อยู่ ๆ ก็รู้สึกราวกับมีก้อนอะไรบางอย่างมากดทับอยู่บนอก จนทำให้หายใจลำบากกว่าที่เคย  “บังเอิญจริง ๆ นะ” 

                “อาทิตย์ก่อนกูเจอพี่ชานยอลไง เค้าบอกว่าเพิ่งเปิดร้าน ...แถมบอกให้กูมากินฟรี กูเลยมา  ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเจอมึงอยู่ที่นี่ด้วย” จงแดเอ่ยยิ้ม ๆ  ทว่าแพคฮยอนรู้สึกได้ว่าตาคู่นั้นกลับไม่ได้ยิ้มเหมือนปาก  ริมฝีปากของแพคฮยอนเม้มสนิท  ก่อนจะตอบไปด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก

                “เออ... ก็... กูก็เหมือนมึงไง  พี่ชานยอลก็บอกให้กูมากินฟรีด้วยเหมือนกัน” 

                “เหรอ” เจ้าของร่างหนาพยักหน้า จงแดเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้จักเขามาตั้งแต่ไฮสคูล  จึงไม่แปลกที่จะรู้จักชานยอลด้วย   หนุ่มรุ่นพี่โดดเด่นและมีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยเรียน  ... “ตอนแรกกูก็นึกว่ามึงยังไม่เจอพี่เค้า เห็นพี่ชานยอลถามหามึงอยู่... เจอกันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นบอกกูเลย”

                “กูก็...  เพิ่งเจอพี่เค้านี่แหละ ”

                “โกหกไม่ดีนะเพื่อน...” จงแดหัวเราะเบา  ก่อนยกกาแฟขึ้นจิบ  แพคฮยอนหน้าตึงทันทีที่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย  “มึงได้บอกจงอินเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า”

                “บอกทำไม ... จงอินไม่รู้จักพี่ชานยอล”  แพคฮยอนกระแทกเสียง ...มือที่อยู่บนตักกำแน่น 

                “แต่ขอโทษ.. กูเผลอบอกมันไปแล้วว่าพี่เค้าเป็นคนที่มึงเคยชอบ”

                “จงแด... มึง...” หน้าสวยมองคนตรงข้ามด้วยความตกใจ  “ว่าไงนะ...”

                “ เออ กูผิด...  กูขอโทษ  กูนึกว่ามึงจะบอกมันแล้ว....”

                “จงอินไม่เห็นจำเป็นต้องรู้ว่ากูรักใคร”  แพคฮยอนพูดแทรกทันที ....ความโกรธพุ่งเข้ามาแทนที่ทุกความคิดจนทำให้แพคฮยอนแทบไร้สติ  .... 

                “กูว่าจำเป็นนะ... อย่างน้อยมันจะได้รู้ว่าที่มึงยังไม่ยอมรักมันซะทีเพราะว่ามึงยังรักใครอยู่”

                “แล้วไง...” แพคฮยอนกระแทกเสียง  “กูไม่ได้ทำอะไรผิด  กูก็แค่เจอพี่เค้า...กูก็แค่...  ”

                “แค่?...”  ร่างบอบบบางรู้สึกเหมือนจงแดพยายามยั่วโมโห...  น้ำเสียงและสีหน้าของคนที่เป็นเพื่อนทำให้เขารู้สึกไม่ดีเลยแม้แต่นิดเดียว ...

                “กูจะกลับล่ะ ... ” มือเรียวเอื้อมไปคว้ากระเป๋าและร่มด้วยความรวดเร็ว  หากน้ำเสียงจริงจังที่อีกฝ่ายพูดกลับทำให้เขาชะงัก  ...

                “มึงไม่สงสารจงอินเหรอ”

                “กูจะบอกอีกครั้งว่ากูไม่ได้ทำอะไรผิด!!!” แพคฮยอนกระซิบเสียงลอดไรฟันพร้อมกำหมัดแน่น  สั่นระริกไปทั้งตัว “กูก็แค่อยากทำเหมือนที่กูไม่เคยมีโอกาสได้ทำ... อยากใกล้ชิดเค้าเหมือนที่กูไม่เคยมีโอกาส  กูทำแค่นี้กูผิดเหรอ”

                “แพคฮยอน....”

                “กูรักเค้ามาตลอด...แต่กูไม่มีโอกาส  วันนี้กูได้โอกาส .... กูก็อยากทำในสิ่งที่กูไม่เคยได้ทำ  แต่กูไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น... มึงคิดว่าที่กูทำมันคือความผิดเหรอ”

                “แล้วที่นอกใจจงอินมึงคิดว่ามันไม่ผิดเหรอ ...”

                บทสนทนาของทั้งคู่เป็นไปด้วยเสียงแผ่วเบา ... หากทุกคำกลับเชือดเฉือนและชัดเจนในความรู้สึกราวกับกำลังตะโกนใส่กัน   แพคฮยอนกัดริมฝีปากตัวเองจนแทบห้อเลือด

                “ถ้ามึงพูดแบบนี้...กูจะไม่พูดกับมึงอีก   กูบอกแล้วไงว่าไม่ได้นอกใจ”

                “แล้วเค้าเรียกว่าอะไร  กูเห็นมึงมาที่ร้านนี่เป็นอาทิตย์แล้ว เด็กที่ร้านรู้จักมึงทุกคน... แถมทุกคนทำเหมือนมึงเป็นแฟนพี่ชานยอล... มึงจะให้กูคิดยังไง”

                จงแดถอนหายใจ... และเอ่ยเสียงหนัก

                “มึงก็รู้ว่าจงอินรักมึง”

            “แต่กูรักเค้ามาก่อนจงอิน...”


                จงแดนิ่งไปในทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น...  เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าคำ  ๆนี้จะหลุดออกมาจากปากแพคฮยอน 

            “กูไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ”

เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าคำ  ๆ  นี้จะหลุดออกมาจากปากแพคฮยอน

                “เพราะงั้น ....มึงก็เลยตอบแทนความรักของจงอินด้วยวิธีนี้เหรอ”

                “.....”

                จงแดกระแทกแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดัง  ชายหนุ่มโกรธจัดจนไม่อยากรับฟังอะไรอีก... 

                แม้จะบอกว่าเป็นเพื่อนของทั้งสองคน  ...แต่เขาก็ยอมรับว่าสนิทกับจงอินมากกว่า  สิ่งที่ได้รับรู้มาตลอดเวลาที่อยู่กับเพื่อนตัวสูงทำให้เขาเลือกเข้าข้างจงอินมากกว่า

                โกรธแทน... ผิดหวังแทน... และเจ็บแทน

                “พูดจริง ๆ   กูสงสารจงอินว่ะ”

                แพคฮยอนนั่งนิ่ง ... ก้อนอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาจุกอยู่ที่คอ    ... ฤทธิ์ของคาเฟอีนกำลังเล่นงานเขาอีกครั้งด้วยการกระตุ้นให้หัวใจของเขาเต้นรัวจนทรมาน    ไมเกรนที่คืบคลานเข้ามาเล่นงานก็ราวกับจะรู้ว่าเขากำลังอ่อนแอมากแค่ไหน

                “เชี่ย จงแด” เขาสบถ ... ถึงอยากจะร้องไห้  แต่กลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวออกมา “มึงคิดว่ากูอยากทำแบบนี้หรือไงเล่า”

                แพคฮยอนซบหน้าลงกับโต๊ะ ...

            รักครั้งแรก... แฟนคนแรก

                ประโยคหนึ่งในภาพยนตร์ที่ไปดูเมื่ออาทิตย์ก่อนดังลั่นอยู่ในหัว  

                “กูก็แค่อยากทำให้กูมั่นใจ... ว่ากูเลือกไม่ผิดคน ”

                ถึงจะดูเห็นแก่ตัว... แต่ก็ภาวนาขอให้จงแดไม่พูดอะไรไปจนกว่าเขาจะหาทางเลือกให้ตัวเองได้

                ตึ่ง!

                เสียงเตือนจากโทรศัพท์เรียกสติของแพคฮยอนอีกครั้ง ...นิ้วเรียวที่สั่นระริกเอื้อมไปเลื่อนหามันอย่างเชื่องช้า 

                ‘กำลังจะกลับ ...มีเค้กบลูเบอร์รี่ไปฝากด้วย..

ตึ่ง!

แพคฮยอนซบหน้าลงอีกครั้ง ...หลังจากอ่านข้อความที่สอง

แม้จงอินจะลงท้ายด้วยประโยคทำนองนี้ทุกครั้งก็ตาม .... แต่กลับทำให้น้ำตาระลอกใหญ่ไหลออกมาจากดวงตาที่กำลังบอบช้ำทันทีที่อ่านจบ

รักดื้อนะ    รักมาก  J

 
 

 

 

 

                ร่างสูงใหญ่เดินไปเปิดประตู  และพบกับร่างเล็กที่เปียกโชกไปทั้งตัว  ใบหน้าซีดเซียวทำให้จงอินถอนหายใจเบา ...  และขยับไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนักมาม้วนตัวคนที่เพิ่งตากฝนมา  ก่อนจูงเข้ามาในห้องและปิดประตู 

                “เอาร่มไปทิ้งที่ไหนอีกแล้วล่ะ...เด็กหนีเที่ยว  ดูสิเปียกหมดเลย”

                จงอินไม่ได้ดุเหมือนทุกครั้ง  เสียงทุ้มต่ำพูดเหมือนกำลังปลอบเด็กขี้แย .. มือหนาบรรจงเช็ดผมเปียก ๆ ให้อย่างนุ่มนวล

                “ไม่รู้... ว่ามันไปอยู่ที่ไหน”

                “ดื้อนะดื้อ... เดี๋ยวก็ป่วยอีกหรอก...ป่วยอีกรอบจับเข้าโรงพยาบาลเลยนะ”  จงอินขู่ทั้งที่ยังคงยิ้ม    หน้าสวยเงยขึ้นมอง ก่อนซุกตัวเข้ากับอกกว้าง   แพคฮยอนซบหน้าลงบนมัดกล้ามเนื้อแน่น หลับตาพริ้มและสูดกลิ่นกายที่คุ้นเคยเข้าไปจนเต็มปอด  ไอร้อนที่แสนอบอุ่นห่อล้อมร่างเล็กเอาไว้  มือเล็กเรียวยึดชายเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่น ...

                “หนาว....”

                “ยังไม่ได้ดุเลยนะ...อ้อนอีกแล้ว...”

                “อือ... ”

                “เหมียวเปียกน้ำ”   

            เปรี้ยง!!!

                โดยไม่ทันตั้งตัวเสียงดังลั่นปานฟ้าถล่มก็ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว   แพคฮยอนหวีดร้อง  และกระโดดกอดคอร่างสูงใหญ่ไว้เพื่อหาที่พึ่ง... พริบตาเดียวกันนั้น  รอบกายก็ถูกล้อมด้วยความมืดมิด

                พรึ่บ!!

                “ฮื้อ... ”

                “ไม่เป็นไรนะ... ไม่เป็นอะไร”

                แพคฮยอนสั่นไปทั้งตัวด้วยความตกใจ  หากอ้อมกอดที่กระชับแน่นกว่าเดิมค่อยทำให้เขาคลายตัวลง    ลมหายใจผ่าวร้อนที่รินรดอยู่เหนือซอกคอทำให้แพคฮยอนเงยหน้าขึ้น  

                “จงอิน... ”

                แพคฮยอนมองโครงหน้าเด่นชัดภายใต้เงาสลัวด้วยความรู้สึกอยากร้องไห้ ... มือเรียวขยับขึ้นไปประคองดวงหน้าที่สูงกว่า  ก่อนเขย่งขึ้นจูบหนักที่ปลายคางสาก ๆ  และลากขึ้นไปแนบริมฝีปากเย็นชืดกับแก้มอุ่น      

                “เหมียว... ”

                จงอินหัวเราะเบากับเสียงของลูกแมวน้อยในอ้อมกอด ...ท่อนแขนแข็งแรงตะหวัดรอบเอวคอด  พร้อมกับดึงผ้าขนหนูออกในทันที  มือหนาเคลื่อนไปบนร่างกายเปียกชื้นและแทรกเข้าไปควานหาผิวกายเนียนนุ่มที่เย็นจัดก่อนกระชากทุกการขวางกั้นออกในเวลาไม่นาน   หุ่นผอมบางไร้การปกคลุมจากทุกสิ่งโดดเด่นอยู่ในความมืดมิด  หากแพคฮยอนรับรู้ว่าจงอินกำลังกวาดสายตามองทั่วร่างเขา  ร่างเล็กเบียดกายแนบชิดอกกว้าง... ก่อนเลื่อนมือไปปลดตะขอกางแกงให้อีกฝ่ายอย่างไม่ต้องเรียกร้อง

                “อะ... อื้อ... ”

                เสียงทุ้มครางหวิว ... เมื่อริมฝีปากนุ่มนิ่มลากผ่านซอกคอแข็งแกร่ง พลางประทับร่องรอยบางเบาไว้  มือน้อยช่วยดึงเสื้อยืดตัวใหญ่ออกให้พ้นกาย   และผลักร่างสูงใหญ่ลงบนโซฟา ...  เสียงหอบครางประสานกันปลุกเร้าร่างกายให้ตื่นขึ้นโดยไม่ต้องวุ่นวาย ... แพคฮยอนแนบสะโพกเปลือยเปล่าลงบนท่อนขาใหญ่อันร้อนรุ่ม พร้อม ๆ กับปล่อยให้ริมฝีปากถูกครอบครองอย่างหนักหน่วง  เรียวลิ้นแทรกสอดและรุกเร้าแทบจะทำให้เขาขาดใจ   

                “... จงอิน... “     

                แพคฮยอนปล่อยทุกความคิด และเรื่องราวหนักหัวไปพร้อม ๆ กับร่างกาย  ลมหายใจและกล้ามเนื้อทุกมัดตกเป็นของจงอิน... ปล่อยให้ร่างกายถูกขับเคลื่อนด้วยอุ่นไอและร่างกายใหญ่โต 

                ร่างกายของแพคฮยอน.... เป็นของจงอิน

                “อา. ... ”

                ใช่แล้ว...

                “ดื้อ... ”   

                ทุกสิ่งทุกอย่าง...

                จงอินจูบทั่วทุกพื้นที่ที่ทำได้ ...ผิวเย็นเฉียบสว่างไสวอยู่ภายใต้เงามืด ทุกซอกทุกมุมบนร่างกายแพคฮยอนคือพื้นที่ของเขา...   ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าแพคฮยอนพร้อมจะให้ทุกอย่างที่เขาต้องการ

                ราวกับ.. ต้องการทดแทนบางสิ่งที่เขาไม่ได้รับ

                “แพคฮยอน...”       

                โชคดีที่ไฟดับ

                เพราะความมืด... ทำให้จงอินซุกซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่คงจะฉายชัดผ่านดวงตาอันปวดร้าวเอาไว้ได้อย่างดีตลอดทั้งคืน

                “รัก... รัก”

            รู้ใช่ไหมว่ารักมากแค่ไหน....

                จงอินกระซิบแผ่วเบาอยู่ในอกเพียงลำพัง...

 





 

 

 

 















 

 

                “โธ่โว้ย!!

                จงแดเดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกโกรธ ... โกรธจนแทบอยากจะเข้าไปเขย่าตัวแพคฮยอนแรง ๆ และถามแทนเพื่อนรักว่าทำไมถึงไม่คิดถึงจงอินบ้าง...

                “ไอ้แพคฮยอนเอ้ย!!!

                ชายหนุ่มเตะอากาศระบายอารมณ์ ก่อนหันกลับไปหวังจะสบถแรง ๆ ให้ส่งไปถึงคนที่ยังคงอยู่ในร้านกาแฟ  หากทันทีที่หันหลัง  จงแดกลับรู้สึกราวกับถูกใครสักคนจับแช่แข็ง

                “มะ....จงอิน.... มึง....”

                ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ห่างไปไม่เกินสามก้าว ...ราวกับเพิ่งเดินตามเขามาติด ๆ  หน้าคมคร้ามประดับด้วยรอยยิ้ม    

                “ตกใจอะไรวะ.... ”

                “เปล่า....กู...แค่” จงแดมองรอยยิ้มนั้นและกำหมัดแน่น..  เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก  “มึง....ทำไม อยู่ที่นี่”

                “กูมาส่งเค้ก... บังเอิญน่ะ...”

จงอินยิ้มให้เขา... ทั้ง ๆ ที่ดวงตาของมันแดงก่ำจนดูเหมือนเส้นเลือดในนั้นกำลังจะปริแตก

                จงแดพูดอะไรไม่ออก   ใบหน้ายิ้มละไมของมันอาจจะหลอกคนอื่นได้ ... แต่สำหรับเขานั้นมันไม่ใช่  เขามองมันอยู่นาน   จนจงอินเองก็คงรับรู้ถึงสีหน้าที่ผิดปกติของตัวเองอยู่ไม่น้อย    เห็นแล้วอยากจะคว้าคอเพื่อนสนิทมาแล้วบอกให้มันร้องไห้ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด

                อย่างน้อย...ก็คงดีกว่าทำหน้าเหมือนกำลังจะตายอย่างตอนนี้

                “ช่วย...ทำเหมือนว่ามึงไม่เคยรู้เรื่องนี้ได้ไหม   จงแด”

                “ว่าไงนะ...”จงแดทวนคำ  

ไม่จำเป็นต้องถามเลยแม้แต่น้อยว่าจงอินได้ยินหรือเปล่า  ถึงเขาและแพคฮยอนจะพูดกันเบาแค่ไหน   แต่สำหรับจงอินคงชัดเจนอยู่ไม่น้อย  

                เขาอยากจะหัวเราะดัง ๆ  ต่อไปจงจะไม่อารมณ์เสียเลยแม้แต่นิดเดียว  ถ้าจงอินพูดว่า คนไม่มีแฟนไม่รู้หรอก

                เพราะเขาไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าจงอินทนได้อย่างไร... ทนแบกรับความรู้สึกที่ถูกหักหลังแบบนี้

                ทนได้ยังไงนะ...

            “ไม่ต้องพูดอะไรนะ ....กูกลัวแพคฮยอนเสียใจ” 

จงแดอึ้ง...  รับฟังประโยคนั้นด้วยความรู้สึกที่อยากจะชกหน้าคนพูดแทน....

                ทั้ง ๆ ที่ตัวเองแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ... แต่กลับบอกว่าไม่อยากให้แพคฮยอนเสียใจ

                ความรัก...

                จงแดไม่เข้าใจมันเลยจริง ๆ   

“เป็นอะไรก็บอกกูแล้วกัน... กูอยู่ข้างมึงเสมอ” ในฐานะคนนอกที่บังเอิญไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย... จงแดก็รู้กาลเทศะมากพอว่าคงพูดอะไรไม่ได้                  

“มึงไม่ต้องห่วง...  กูทนได้” มันยิ้มให้เขาอีกครั้ง  แต่เป็นยิ้มที่รับรู้ได้ว่าหัวใจของคนยิ้มกำลังทรมานมากแค่ไหน “ไม่ต้องห่วง... ถ้า...มันไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว  ถ้า....”

                จงอินหยุดครู่หนึ่ง.. เหมือนกำลังกลืนก้อนบางอย่างลงคอ  และพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า... แผ่วหวิวปนสะอื้น

                ถึงเขาจะไม่ชอบการกระทำของแพคฮยอนนักก็ตาม แต่จงแดก็นึกภาวนา

                อย่างน้อย...ขอให้แพคฮยอนกลับตัวก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

           

ถ้าเป็นอย่างนั้น...กูก็จะไม่ฝืนมันอีกแล้ว..

               

ก่อนที่เพื่อนของเขา...จะตายทั้งเป็นมากไปกว่านี้

 
 

TBC. 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #436 ลูกแพร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 18:12
    แบคฮยอนทำแบบนี้ได้ไง!!!!! สงสารจงอินมากกกกก แบคฮยอนคนใจร้ายยยยยย
    #436
    0
  2. #424 .fytkkb (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 21:15
    บีบหัวใจเกินไปแล้วกรี๊ด T____________________T 

    คืออ่านตอนปวดฉี่แล้วติดขี้เกียจลุกไปเข้าห้องน้ำ

    แล้วแบบ เจ็บปวดอ่ะ บีบหัวใจมากฉี่ก็จะราดฮือ 

    ทำไมเม้นนี้มันอนาถจังฟร้ะ ...................

    คือแบบ แบคฮยอนแกจะเอายังไงกรี๊ดดดดดดดอีบ้า 

    พูดมาได้ว่าตัวเองไม่ผิดแกอ่ะผิดเต็มๆ โอ้ยถ้าได้แฟนแบบจงอินนี่ 

    ยอมทุกอย่างแล้วอ่ะจะไม่มีวันนอกใจเลยอ่ะ นี่ชอบคนเลวๆหรอวะ 

    โอ้ยนี่ขึ้นแล้วนะ ฉี่ก็จะราดแม่งเง้ย T_____________T
    #424
    0
  3. #423 Ppp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 23:11
    ขุ่นพระ..... พระเจ้า.... โอ้ยยยยยยยย พี่ไม่ทน ร้องไห้แม่งงงงงง ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    คิมจงอินนนนนนนนนนนนนนนน โอ้ยยยยยยยยยยยยย ฮือออออออออออออออออออออ

    ไอ่หล่ออออออ ไปแสนดี ไอ่บร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    โคต รเจ็บ บบบบบบ โอ้ยยยยย เจ็บแทนนนนนน ไม่ไหว ร้องไห้รัวๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    คืออยากเป็นพี่จงแดมาก ณ จุดนี้ ขึ้นแทนเพื่อน อยากเขกกบาลอิแบคสักห้าพันครั้ง

    ปากบอกแค่เจอ ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่สิ่งที่รุ้สึกอยุ่ในใจน่ะมันขนาดนั้นไหนแล้ว

    ยอมเปียกเพื่อให้ได้ไปกับเขา ยอมกินกาแฟที่ตัวเองกินไม่ได้เพราะเขา เอาใจเขา

    แล้วสุดท้ายเป็นใครที่ต้องดูแล ใครที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีมาตลอด ใคร!!!!?????????

    โอ้ยโกรธอ่ะ โกรธอิแบคมากอ่ะบอกเลย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด #ทึ้งหัว ㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    ยังต้องพิสูจน์อะไรอีกหรอแบค? เลือกคนไม่ผิดคืออะไร? แสนดีขนาดนี้จะเอาอะไรอีก!!!!

    บางทีก็อยากจะเชียร์ให้จุงงินเลิกพยายามสักที....

    บางทีได้ให้เวลาตัวเอง ได้หยุดพักมาดูแลตัวเองบ้าง.... มันก็อาจจะดีเหมือนกันนะ...

    ลองปล่อยเขาให้ได้ไปอยุ่กับสิ่งที่ใจเขาเรียกร้องมาตลอด.... ก็ดีนะ...



    #423
    0
  4. #403 BACON_BAEK (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 20:50
    จงแดพูดถูกนะแบคแกไม่สงสารจงอินเหรอจงอินรักแกมากเลยนะ
    #403
    0
  5. #382 ϟ ทาสรักเสี่ยไค . (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 22:57
    ตอนนี้ทำน้ำตาเราไหลอ่ะ โดยเฉพาะคำพูดจงอินตอนท้าย ..
    เหนื่อยนักก็พอเถอะนะจงอิน
    จะทนไปทำไมอ่ะ T T
    แล้วทำไมน้ำตาเราไหลไม่หยุดเลยอ่ะ 

    #382
    0
  6. #372 ชนม~ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 18:40
    อยากจะกรีดร้องแทนจงอินนนนนนนนนนน

    ฮึ่ยยยยยยยยย น้องพยอน ฮึ่ยยยยยย

    จงแดเป็นเพื่อนที่ดีมากนะ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร พยอนอ่า พี่เข้าใจนะว่าอิพี่ชานคือรักแรกน่ะ

    แต่ว่านะ ตอนนี้หนูมีจงอินอยู่ข้างกายแล้วไม่ใช่หรอ หนูยังจะต้องการอะไรอีก

    หนูก็รู้นี่ว่าสิ่งที่หนูทำน่ะ มันทำให้หนูไม่สบายใจ ถ้าสบายใจจริง หนูไม่มานั่งแย้งตัวเองในใจแบบนี้หรอก

    ฮือออออออ คิดดูดี ๆ นะลูกกกกก ว่าเวลาไหนหนูมีความสุขที่สุดน่ะ

    เวลาที่หนูอยู่กับจงอินน่ะ หนูเป็นตัวของตัวเองมากนะ ไม่ต้องมานั่งระมัดระวังคำพูด อยากทำอะไรก็ทำได้



    อ่านมาถึงตอนที่กลับมาห้องแล้วมีอะไรกันกับจงอินแล้วแบบ น้องพยอนรู้สึกผิดซินะ

    สิ่งที่โต้เถียงไปกับจงแดวันนี้ทำให้หนูคิดได้ใช่ไหมว่าเผลอทำร้ายจงอินไปน่ะ ถึงมาตอบแทนแบบนี้

    แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่จงอินอยากได้ที่สุดไหมมมมมม โอยยยยย น้องจย๋าาาาาา รู้ตัวซักทีเถอะะะะะะะ

    คือพี่เนี่ยสงสารจงอินจับใจมากกกกกก ยิ่งอ่านมาเจอตอนที่จงแดออกมาร้านแล้วมาเจอจงอิน

    แบบอิเฟี้ยยยยยยยยยยยยย (ขออนุญาตสบถนะจ้ะ) คือไม่ไหววววววว บอกเลยว่าไม่ไหวววววว

    จิตใจจงอินทำด้วยอะไร ทำด้วยพยอนแพคฮยอนหรอ ถึงได้กลัวว่าว่าเค้าจะเสียใจขนาดนั้น

    ถึงแม้ว่าหมีจะเสียใจขนาดนั้นน่ะนะ โอยยยยยยย จงอินอ่าาาาาา อย่าเป็นคนดีมากได้ไหมมมมม

    ช่วยทำอะไรให้น้องพยอนรู้ตัวซักนิดเถอะว่าตัวเองเจ็บไม่ไหวแล้ว



    น้องพยอนหนูมีคนที่รักหนูมากขนาดนี้อยู่ทั้งคน อย่าไปสนใจเลยจ่ะรักครั้งแรกน่ะ ปล่อยไปเถอะ

    หนูอยากทำอะไรกับรักครั้งแรกของหนู มาทำกับจงอินนี่มา (คือเชียร์จงอินออกนอกหน้ามาก)



    #372
    0
  7. #351 ลีเนส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 04:40
    จงอินแกหล่อวะะะะะะะะะะะะะะะะะ มาเป็นแฟนกับพี่เถอะน้อง
    #351
    0
  8. #307 :maiiest (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 16:09
    ตบคว่ำ อิแบค แกกล้ามากนะ
    ทิ้งเสี่ยเมื่อไหร่ บ้านบึ๋ม !!!!!

    สงสารเสี่ยง่าาาาา เอาหยอยไปเก็บเลยน้า ฮรือออออ
    #307
    0
  9. #286 !!~...kihae...~!! (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 03:19
    อ๊ากกกกกกกกกกกกก...จะไม่ทนแล้วนะ !!!
    ทำไมแบคทำแบบนี้อ่ะ พูดออกมาแบบนั้นได้ยังไง
    อ่านไปอึดอัดไป โคดเจ็บอ่ะ รู้สึกจุกเหมือนโดนอะไรซักอย่าง
    โคดรักจงแดเลยตอนนี้อ่ะ เป็นเพื่อนที่แสนดีจริงๆ
    ตอนคุยกับแบคนี่อยากจะบอกว่าลุ้นยิ่งกว่าหวยอีก - -*
    อ่านไปก็ไม่เข้าใจว่าใจตัวเองจะเต้นแรงไปด้วยทำไม
    สงสัยจะอินมากไปหน่อย แต่แบบมันอึดอัดจริงๆนะ

    แล้วจงอินก็รู้เรื่องแบคหมดแล้ว แบบนี้จะเป็นยังไงต่ออ่ะเนี่ย
    เจ็บมากมั้ยลูก มาให้เจ๊กอดปลอบซักทีสองทีมา กิกิ
    ตอนนี้เป็นอะไรที่อ่านแล้วอยากร้องไห้มากแต่ไม่ร้อง
    ความรู้สึกคงจะเหมือนจงอินตอนนี้มั้งเนอะ เจ็บไปหมดจนร้องไม่ออก #อินไป TT
    โอยยยยยยยยย...รู้สึกเหมือนตัวเองเม้นท์วนไปวนมาไงก็ไม่รู้ พอดีกว่า 5555555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 มิถุนายน 2556 / 03:20
    #286
    0
  10. #256 เมนคริส ฟินชานแบค (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 21:02
    นังแบคขอร้องอย่าเยอะลูก สักคนนะสักคน

    เลือกมาโว้ยยย สงสาร จงอินอะ โหยยลูกชายย

    น่าเศร้ามากอะ TT มาต่อเร็วๆนะคะ
    #256
    0
  11. #255 .: bowlingz :. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 00:42
    โอ้ยยยยยย ไม่ไหวแล้วววววววว มันจุกอก แบบ..พูดไม่ออกอ่ะ ฮือออออ ㅠㅠㅠㅠㅠ
    คิมจงอิน ทนมาได้ยังไง ตั้งขนาดนี้ เป็นเราคงไปนานแล้วอ่ะ เอาจริงๆ ฮือออออ
    แต่เหมือนแพคฮยอนก็มีคำตอบอยู่แล้วนะ แต่ทำแบบนี้มัน..เสี่ยงเกินไป
    ถ้ามันสายไปแล้ว จะทำยังไงเนี่ย โอ้ยยย พ่อพระเอกคิมจงอินเอ้ยยย
    อย่าเพิ่งถอดใจนะ ถึงจะเจ็บปวดมากขนาดนี้ แต่ช่วยรออีกนิดนึงเถอะ ㅠㅠㅠㅠㅠ
    แพคฮยอน อย่ามัวแต่พิสูจน์ให้นานกว่านี้เลยนะ ขอร้องงงง โฮรวววว 
    อินมาก บอกเลย 5555 ไรท์เตอร์สู้ๆ นะคะ ฮรึกก ㅜㅜ
    #255
    0
  12. #254 netnapa"bhy. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 21:15
    TTTTTTTTTT 
    เราว่าแบคมีคำตอบในใจอยู่แล้ว
    แล้วทำไม่ถึงยังไม่เลือก
    ก็มือของจงอินมันอุ่นขนาดนี้ TTT 
    แงงงงงง แบคพูดแบบนี้ออกมาได้ไง  พูดแบบนี้ได้ไงงงงง 
    เราคนนึงก็ผิดหวังเหมือนจงแด ฮือออไม่สงสารจงอินหรอ

    เป็นแฟนแล้ว จูบแล้ว มีอะไรกันแล้ว แต่ว่า... ยังไม่รัก

    จริงๆแล้วหมีได้ยินหมดสินะ 
    จงอินร้องไห้ออกมาได้ไหม เราร้องแทนขี้มูกโป่งหมดแล้ววนะ
    ฮืออออ TTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTT

    โครตอิน 555555ชอบฟิคของไรท์ทุกเรื่องเลย ไรท์แต่งเก่งอ่ะ
    หรือเราเข้าถึงเกินไปรึป่าว อย่าว่าเราบ้านะ 555555
    เมนไคแบคค่าา เลยชอบให้สองเมนใกล้กัน
    ไรท์สู้ๆนะ อย่าหายไปไหนนะ ติดตามเรื่อยๆค่าา 

    #254
    0
  13. #253 Chefee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 20:23
    ฮืออออออ ทำไมมันเศร้าอย่างนี้ T^T

    สงสารจงอิน ทำไมเป็นคนดีได้ขนาดนี้ห้ะ T^T

    #saddddddddddddd T^T

    รักพี่เฉินขึ้นมาทันทีเลย

    แบคแหม เลิกรักยอลซะ

    หันกลับมามองจงอินสักทีเถอะ T^T



    #253
    0
  14. #252 /zh.save-ํ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 10:53
    ฮรื่ออออออสงสารกัมจงดำ
    #252
    0
  15. #251 ป๋ายคือของข้า (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 08:13
    โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!



    สงสารจงอิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!! TTOTT / แง้ๆๆๆๆ



    โอ้ยจงอิน คุณพ่อพระ คุณสุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณหล่อมากกกกกกกกกกกก!! *เอาใจดาวไป*



    หน่วงไปมั้ยพาร์ทนี้ YoY



    แบค.. ร่างกายแกเป็นของอินนี่ แต่ใจแกเป็นของใคร!!! #ตอบ!!!!!



    เดี๋ยววันที่อินนี่จากไปแกจะรู้เองแบค



    ไม่ไหวแล้วพาร์ทนี้ ไปปลอบจงอินแพพ *ดึงอินนี่มากอด*



    อัพทีเดียว 2 เรื่องเลยอาเจ้ นู๋ปริ่ม ;_; *ซับน้ำตา*



    เลิ๊ฟๆ ค่ะเจ้ *โปรยจูบ*



    Fighting นะฮ้าลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล!!!! *ปาใจรัวๆ*
    #251
    0
  16. #250 LittleP (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 08:04
    ฮืออออออออออ ฮืออออ

    ภาวนาให้แบครัดจงอินเร็วๆ

    รู้ว่ารักแรกมันลืมยาก

    อต่กับจงอิน .... เค้าเป็นคนที่ดี ที่รักแบคมาก

    แบคฮยอนอ่าาาา ฮือออออ



    อ่านแล้วอินมาก

    สงสารจงอิน รู้สึกโกรธเหมือนจงแดเลยค่ะ
    #250
    0
  17. #249 *Aphorist* (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 01:56
    แบค แกไม่รักจงอินบ้างเลยเหรอไง T^T
    สงสารจงอินว่ะ
    #249
    0
  18. #248 absolute_jingle (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2556 / 23:20
    อ่านแล้วน้ำตาจะร่วง
    สงสารจงอิน อิน้องเเบคเอ้ย
    เค้าจะไม่รอแกแล้วนะเว้ย อีกนิดเดียวจริงๆนะ
    คนเราความอดทนมีขีดจำกัดนะ
    #248
    0
  19. #247 beer (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2556 / 21:37
    เเบคเเม่งเเรด!!! เห็นเเกตัวไไปไหนก็ไปให้มันอยู่กะอิหูกางหน้าเอเลี่ยนต่อไปเลย เยอะนักอินี่
    #247
    0