[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 15 : The FIRST II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 พ.ค. 56

 THE FIRST

 

ผมเคยคิดไม่ตก...

ว่าระหว่างสายฝนฉ่ำเย็นกับมือที่แสนอบอุ่น

ผมควรเลือกอะไร



 

                “เป็นไรมึง...  ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ  ”

                จงแดเอ่ยขณะเคี้ยวข้าวตุ่ย ๆ เต็มปาก เพื่อนตัวสูงข้างหน้าดูหน้าตาสดชื่นแจ่มใส และอารมณ์ดีเสียจนเขาหมั่นไส้  ปกติมันก็หน้าหล่ออยู่แล้ว  แถมหุ่นก็เหมือนพระเอกหนัง  ขนาดที่ทุกคนในคณะรู้ว่าจงอินเป็นเกย์และรักแฟนมากแค่ไหน แถมด้วยหน้าที่ไม่ค่อยยิ้มและมนุษยสัมพันธ์เข้าขั้นแย่ ก็ยังไม่วายมีสาว ๆ มาตามอ่อยอยู่เรื่อย ๆ 

                “คนไม่มีแฟนไม่รู้หรอก” จงอินบอกเสียงเรียบ  ระหว่างตักสปาเกตตี้เข้าปากราวกับอร่อยเสียเต็มประดา  ตาคมเข้มของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับจนจงแดอยากยกเท้าถีบให้เพื่อนรักตกเก้าอี้ลงไป

                “อารมณ์ดีแบบนี้  แพคฮยอนมันยอมบอกรักมึงแล้วเหรอวะ” จงแดถามตรงประเด็น ...  เขารู้จักแพคฮยอนมาตั้งแต่ไฮสคูล เพราะมาจากโรงเรียนเดียวกัน  แต่ไม่ได้สนิทมากจนเล่นหัวได้เหมือนจงอินที่แม้จะรู้จักกันได้แค่สามปี  แต่ก็หยอกล้อหรือพูดคุยกันได้แทบทุกเรื่อง  เขาจึงรู้ปัญหาและจุดอ่อนของจงอินดี  

                จงแดไม่แน่ใจว่าแพคฮยอนปากแข็ง หรือซื่อสัตย์กับตัวเองมากเกินไปกันแน่  ตลอดระยะเวลาที่คบกันมา เขาจึงมักได้ยินเสียงคนตรงหน้าบ่นอุบเรื่องนี้อยู่ร่ำไป

                “ไม่ใช่ แต่ก็เกือบแล้วว่ะ...”

เหมือนจงแดที่คิดไว้... จงอินหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด   แต่ก็ยังไม่วายรักษามาดนิ่ง ๆ ของตัวเองเอาไว้ได้   เสียงทุ้มนุ่มราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ของเพื่อนสนิททำให้จงแดแทบจะหลุดขำออกมา

“แค่แพคฮยอนบอกกูว่าจะไม่ทำให้กูเสียใจ กูก็ดีใจแล้ว...”

“เออ... พ่อพระเอก  รักจริ๊ง หมั่นไส้ว่ะ”

                “ก็กูรักของกู  มีปัญหาเหรอมึง”

                สีหน้าของจงอินจริงจังจนทำให้จงแดหลุดขำ   เรื่องแพคฮยอนเป็นเรื่องเดียวที่จงแดสามารถหยิบมายั่วพ่อหนุ่มมาดเข้มให้หลุดเก็กได้ทุกสถานการณ์  

                “ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่หว่า  กูออกจะเชื่อมึง...”    จงแดส่ายหน้าอย่างปลง ๆ กับเพื่อน  ก่อนดีดนิ้วเปาะ เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้    “เออ... วันก่อนกูเจอพี่ชานยอลด้วยว่ะมึง   บังเอิญโคตร    กูว่าจะบอกแพคฮยอนตั้งหลายวันแล้ว ไม่ได้บอกซักที  ฝากมึงไปบอกมันได้ป่ะ” 

“ชานยอล? ... ใครวะ”จงอินเลิกคิ้ว

                “ก็พี่ชานยอลไงมึง ไม่รู้จักเหรอ ปาร์ค ชานยอล คนที่แพคฮยอนแอบชอบมาตั้งแต่อยู่ไฮสคูลไง”

                จงแดละสายตาขึ้นมาจากจานอาหารกลางวัน ...  ดวงตากลมโตกระพริบปริบ ๆ มองสีหน้างุนงงของเพื่อนด้วยความงงไม่แพ้กัน

“แพคฮยอนไม่เล่าให้ฟังเหรอ”

                “แฟนเหรอ?”  สีหน้าของจงอินเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด  ...  ชายหนุ่มวางช้อน ส้อมลง และนั่งตัวตรงรอฟังข้อมูลจากเขาด้วยท่าทางจริงจัง  จงแดขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า

                “เปล่า...  แต่ก็เกือบใช่นะ  ตอนแรกกูยังคิดว่าสองคนนี้ต้องลงเอยกันแน่ ๆ  สุดท้ายกลับไม่ใช่วุ้ย อยู่ ๆ  พี่เค้าก็ควงใครก็ไม่รู้มาเฉยเลย  แพคฮยอนมันก็เลยแห้ว”

                “อกหัก...เหรอ”

                “เออ...  มันเล็งของมันไว้ตั้งนานนี่หว่า   พอจะไปสารภาพ  ดันเอาแฟนมาเปิดตัว  อกหักไปตามระเบียบ  มึงต้องเห็นสภาพมันตอนอกหักใหม่ ๆ ตากฝนกระเซอะกระเซิง หนีเตลิดหายตัวไปตั้งเป็นวัน  กูยังกลัวเลยว่ามันจะคิดสั้นหรือเปล่า ”

                จงอินรู้สึกเหมือนลมหายใจกำลังติดขัด... อะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนขึ้นมาขวางทางเดินหายใจของเขา ... มือสองข้างกำแน่นอยู่บนตัก

                จงแดพยายามขุดความทรงจำที่เกี่ยวกับคนในบทสนทนาออกมาให้มากที่สุด  ... ถ้าไม่เจอรุ่นพี่คนนั้น  เขาก็คงจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยเกิดเรื่องแบบนั้นด้วย  เพราะสมัยนั้นแพคฮยอนกับเขาแทบไม่ได้คุยกันมากเท่าตอนนี้  ที่รู้เรื่องก็เพราะเพื่อนสนิทของเขาเอามาเล่าให้ฟังอีกที

                เขามัวแต่ครุ่นคิด...จนลืมมองสีหน้าและแววตาของเพื่อนคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม

                “เออ... แต่แปลกดีเนอะที่มันไม่ยอมบอกมึง”จงแดตั้งข้อสงสัย                      

                “คงไม่อยากให้กูคิดมากมากกว่าล่ะมั้ง”อีกฝ่ายบอกเสียงแห้ง  ดวงตาหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด 

                “โอ๊ย  ไหนบอกว่ายิ่งมึงคิดมาก แพคฮยอนมันยิ่งชอบไง  ”หนุ่มร่างเล็กยักคิ้วอย่างอารมณ์ดี ... รู้สึกสนุกอยู่ไม่น้อยที่ได้เป็นฝ่ายเหนือกว่าอีกฝ่ายบ้าง “ตอนที่กูเจอเค้า  เค้าถามหาแพคฮยอนด้วยล่ะ   พอกูบอกว่าแพคฮยอนก็เรียนอยู่แถวนี้ ทำท่าตื่นเต้นใหญ่  กูล่ะคันปากยิบ ๆ อยากบอกว่าแพคฮยอนมันมีแฟนแล้ว” 

                “แล้วมึงไม่ได้บอกเหรอ”

                “อ้าว...ไม่ใช่เรื่องของกูนี่  ถ้าแพคฮยอนเจอ เดี๋ยวมันก็บอกเองล่ะ  ” จงแดยิ้มกว้าง สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังสนุกที่ได้แกล้งเขา แถมเอ่ยประโยคต่อไปได้อย่างหน้าตาเฉย
“อีกอย่าง...บอกไปก็ไม่สนุกสิ”
                                                                                                              

                “หุบปากไปเลยไอ้เตี้ย!!! ” จงอินทุบโต๊ะแรง... มืออีกข้างส่งไปผลักหัวคนชอบเสี้ยมอย่างแรงจนจงแดแทบหน้าทิ่ม

                “ไอ้นี่ ... เดี๋ยวเหอะมึง”

                “มึงจะทำอะไรกู” คนตัวโตกว่ายักคิ้วกวนให้ ก่อนทำท่าหักนิ้วด้วยท่าทีเหนือกว่า  จงแดฮึดฮัด แต่ก็กอดอกตัวเองและลอยหน้าลอยตาพูดต่อไปราวกับไม่กลัวว่าจะถูกอัดคาโรงอาหาร

                “มึงคอยดูนะ เดี๋ยวกูจะหันไปเชียร์รุ่นพี่หน้าหยกคนนั้นซะเลย  นี่อย่าให้กูพูดนะ หน้านี่ยังกะนายแบบ สูงกว่ามึงอีก  แถมยิ้มที...โอ๊ย กูเป็นแพคฮยอนคงถลากลับไปหาทันทีเลย ”

                “อยากสนับสนุนให้เพื่อนนอกใจแฟนก็ตามใจ  ไอ้บาปหนัก ชาติหน้าได้เกิดมาขาสั้นหน้าตาอุบาวท์กว่าเดิมแน่มึง”จงอินพูดเสียงต่ำลอดไรฟัน....

                “เออ ๆๆ มึงระวังเอาไว้อย่างนะ...  ไอ้นั่นมันเรียกแพคฮยอนเต็มปากเลยล่ะ”  จงแดเสี้ยมต่อ   “มึงก็รู้ ว่าแพคฮยอนยอมให้คนเรียกว่าแพคฮยอนแค่ไม่กี่คน  กว่ามันจะยอมให้กูเรียกได้นี่ก็ตอนมหาลัยแล้วนะโว้ย”

                “นั่นมันมึงนี่หว่า... ”

                “ถ่านไฟเก่ามันร้อนรอวันรื้อฟื้น”  จงแดแหกปากเป็นเสียงเพลงดังลั่น  จนฝ่ายถูกยั่วทนไม่ไหว  ร่างสูงใหญ่ทุบโต๊ะดังลั่น ก่อนลุกพรวดขึ้นทันที

                “เก็บจานให้ด้วย! หมดอารมณ์กิน กูไปแล้ว”                                                                                                         

                “อ้าว ไอ้นี่!!!”  จงแดเตรียมจะโวยลั่น หากสีหน้าราวกับจะบีบคอเขาได้ก็ทำให้จงแดหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย   หากอะไรบางอย่างที่ยังค้างอยู่ในใจ จนทำให้หนุ่มร่างเล็กรู้สึกคันปากยิบ ๆ   “เออ เหมือนกูจะยังไม่ได้บอกอีกเรื่องนะ”

                “กูไม่อยากฟัง”จงอินคว้ากระเป๋า เตรียมหันหลังทันทีที่จงแดเปิดปาก

                “แต่พี่ชานยอลน่ะ....รักครั้งแรกของแพคฮยอนนะมึง”จงแดหัวเราะหึหึประกอบคำพูด

                จงอินชะงักกึก

                “ว่าไงมึง... อึ้งไปเลยอะดิ๊”

                ประโยคนั้นทำให้ร่างสูงยืนนิ่งอยู่กับที่ แผ่นหลังกว้างยืดตรงดูมั่นคงก็จริง... หากจงอินกลับรู้สึกถึงขาที่กำลังอ่อนลงของตัวเอง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เมื่อจงแดเอ่ยประโยคถัดมา

“มึงไม่เคยได้ยินเหรอ...  รักครั้งแรกน่ะ ต่อให้มีแฟนอีกกี่คนยังไงก็ลืมไม่ได้หรอก ”

                ชั่ววินาทีนั้น... จงอินรู้สึกโกรธจงแดจนพูดไม่ออกก่อนที่จะตามมาด้วยความรู้สึกโกรธตัวเอง

                “กูไม่....กูไม่รู้”

            แฟนคนแรก...รักครั้งแรก

ถ้าเป็นหมี...หมีเลือกอะไร

                ริมฝีปากของเขาสั่นระริก... จงอินสั่นเทิ้มไปทั้งตัวด้วยความรู้สึกมากมายที่กำลังถาโถมเข้ามาทับเขาจนแทบยืนไม่ไหว

            “กูรู้แค่ว่า...แพคฮยอนเป็นคนเดียวที่กูรัก... “

จงอินรู้ว่าจงแดชอบยั่วอารมณ์ของเขาพอ ๆ กับแพคฮยอน...แต่เขาสามารถโต้กลับอีกฝ่ายไปได้อย่างเจ็บแสบได้ทุกครั้ง

 “เฮ้ย...มึง.. โกรธเหรอ ”  

มีเพียงวันนี้...ที่แค่จะก้าวเดิน  ก็ยังทำได้อย่างยากลำบาก

“เปล่า...  กูไปล่ะ” จงอินปฏิเสธ ...  หากจะโกรธ...คงเป็นตัวเองมากกว่า               

โกรธ....ที่ปล่อยให้ความไม่มั่นใจเข้ามาครอบงำหัวใจอีกครั้ง 

ฉันเอง...ก็ไม่อยากให้นายเสียใจเหมือนกัน

                อย่างน้อย...เขาก็ควรเชื่อใจแฟนตัวเอง เชื่อสิ่งที่แพคฮยอนพูด

                แม้ว่าวินาทีนั้น   จงอินอยากจะเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองแค่ไหนก็ตามที

 

                                                                                                                                                                                                               

 

 

 

                กว่าจงอินจะได้กลับที่พัก  ก็เลยเวลาที่ตั้งใจไว้เกือบหนึ่งชั่วโมง   วันนี้อาจจะไม่ใช่วันของเขา  ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นจึงไม่มีอะไรที่พอจะทำให้เขาสบายใจเลย  โทรศัพท์ก็แบตหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เรื่อง  แถมฝนยังตกทั้งวันจนรู้สึกหงุดหงิด   ชายหนุ่มหิ้วเค้กครึ่งก้อนกลับมาให้คนป่วยด้วยตามสัญญา  หวังจะได้รอยยิ้มจากแพคฮยอนมาทำให้หายเหนื่อย...

แต่ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องและเปิดไฟ สิ่งที่พบกลับเป็นร่างบอบบางที่นอนตะแคงอยู่บนโซฟา... จงอินแทบโยนทุกสิ่งออกจากตัว  และสาวเท้าอย่างรวดเร็วไปหาคนป่วย

                “แพคฮยอน... ไหวไหม ”

                “อือ...”

                เสียงครางแผ่วหวิวทำให้จงอินตกใจ ... ยิ่งเห็นสีหน้าซีดเซียว และไอร้อนผ่าวที่ออกมาจากร่างจงอินก็ยิ่งร้อนรน  โชคดีที่แพคฮยอนไม่ได้หมดสติ และยังพูดคุยได้รู้เรื่อง  หน้าสวยบิดเบี้ยวและขาวเผือด ปากได้รูปแทบไม่มีสี   

                จงอินขยับฝ่ามือไปวัดไข้คร่าว  ๆ ก่อนขมวดคิ้วยุ่งด้วยความเคร่งเครียด

                “เป็นแบบนี้ไม่ไหวแล้ว   ไปหาหมอดีกว่านะ... ลุกไหวไหม ไม่งั้นเราจะเรียกรถพยาบาล ”

                “ไม่เอา... ”คนป่วยเบือนหน้าหนี พร้อมแบะปาก “ไม่ไป”

                “ดื้อ!!”เขาดุเสียงดัง อยากจะหยิกแก้มแดงเรื่อเพราะพิษไข้ให้รู้สำนึกเสียที

                “ไม่ได้ดื้อ... กินยาก็หาย” เสียงแหบพร่าฟังดูไม่พอใจนัก  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่พอใจอยู่แค่ฝ่ายเดียว  จงอินพ่นลมหายใจแรง และดุแบบไม่สนใจคนป่วย

                “แล้วทำไมไม่กิน”

                “ก็ไม่รู้ว่ายาอยู่ไหน!!!”แพคฮยอนกระแทกเสียง

                “ไม่รู้แล้วทำไมไม่โทรหา”

                “ก็โทรหาแล้วไม่รับเอาจะมีโทรศัพท์ไปหาพระแสงอะไรเล่า... ดุทำไม.. ทำไมต้องดุด้วย ไอ้หมีบ้า ไปไหนก็ไปเลย ไปเลย”

                คนป่วยลุกขึ้นนั่งคว้าหมอนข้างและตุ๊กตาตัวเล็กตัวใหญ่ที่อยู่รอบตัวขว้างปาอีกฝ่ายอย่างแรง  หน้าซีดเซียวแดงก่ำและยับยู่ยี่  ก่อนที่น้ำตาจะไหลทะลักออกมาเปื้อนสองแก้ม  “ไอ้หมีบ้า ฉันเกลียดแก!!! ฮือ”

                “แพคฮยอน...”

                “ไปเลย ไปไกล ๆ เลยไอ้บ้า... ไอ้บ้า ฮึก... ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว”

                เสียงสะอื้นแทบขาดใจทำให้จงอินยอมสงบปากสงบคำคนตัวสูงถอนหายใจเบา .. ก่อนขยับรวดเดียวพุ่งไปกอดร่างบอบบางแน่น   แพคฮยอนที่สะอื้นจนตัวโยน และหายใจแทบไม่ทันดิ้นรนอยู่ครู่เดียวก็หมดฤทธิ์อยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขา   อุ่นไอร้อนรุ่มทำให้จงอินยิ่งกอดแน่นขึ้นอีกมือเล็ก ๆ กำลังทุบตีเขา  หากเรี่ยวแรงที่น้อยนิดก็แทบทำให้เขาไม่รู้สึกอะไรเลย

“ขอโทษ”

                “ดุทำไม...  ปวดหัวนะ ปวดมากด้วย ... ไอ้หมีบ้า  ”

                “ขอโทษครับ  ขอโทษ..  ”

                “หมีบ้า...หมีหมาบ้า”

                “ขอโทษครับ ...ผิดไปแล้วครับ... ”  ฝ่ามืออุ่นหนาลูบแผ่นหลังบอบบางช้า... น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเบาปลอบประโลมคนตัวเล็กราวกับกำลังกล่อมทารกให้หลับ 

เพียงไม่นานคนป่วยก็หลับตาพริ้ม แพคฮยอนซบหน้าลงบนไหล่ของเขาด้วยพิษไข้ ลมหายใจสม่ำเสมอบอกว่าอาการไข้และความเหนื่อยจากการร้องไห้เมื่อครู่กำลังฉุดให้แพคฮยอนจมลึกอยู่ในห้วงนิทรา    จงอินขยับด้วยความระมัดระวัง ก่อนอุ้มตัวเด็กน้อยในอ้อมกอดขึ้น  ร่างเบาหวิวทำให้เขาแทบไม่ต้องออกแรงขณะก้าวตรงไปที่ห้องนอน

                จงอินชินเสียแล้วกับการดูแลคนป่วยง่าย  ร่างเล็กบอบบางและผอมจนแทบจะเหลือแต่กระดูกทำให้จงอินต้องคอยหลอกล่อด้วยขนมและอาหารสารพัด  ไม่รวมวิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ ที่สรรหามาประเคนจนถึงปาก เพียงเพื่อจะทำให้แพคฮยอนไม่ป่วยไข้อย่างที่มักเป็นอยู่เสมอ 

                ร่างสูงวางคนป่วยไว้บนเตียง พร้อมจัดท่าทางให้สบายที่สุด  มือหนาขยับตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาใกล้มือคนตัวเล็ก  จงอินส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อวัดอุณหภูมิบนหน้าผากมนอีกครั้ง

                “บอกแล้วไงว่าอย่าดื้อ... ไข้กลับเลยเห็นไหม?

            “หมีบ้า!!!

            จงอินหน้ายุ่ง เมื่อมือเขาถูกปัดออกอย่างแรง  น้ำเสียงหงุดหงิดและมือที่ปัดป่ายไปมาขัดกับดวงตาที่ปิดสนิทจนทำให้เขานึกขำ

                ชายหนุ่มส่ายหน้าอ่อนใจ   ก่อนใช้เวลาเพียงไม่นานในการเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชุ่มเหงื่อ และเช็ดตัวให้แพคฮยอนอย่างใจเย็น  จานข้าวต้มที่พร่องไปไม่ถึงครึ่งถ้วยยังวางอยู่บนโต๊ะ ทำให้เขาวางใจปลุกคนป่วยขึ้นมากินยาเพียงเท่านั้น  แต่แพคฮยอนก็งอแงพอควรเมื่อต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง  จงอินเฝ้าดูอาการอยู่เกือบชั่วโมงจึงค่อยวางใจ ทิ้งคนไข้ไปจัดการเก็บกวาดห้อง และทำความสะอาดหน้าประตูที่เลอะเทอะเพราะรองเท้าผ้าใบที่เปียกฝนของเขา  

                จงอินมองรองเท้าของคนป่วยที่วางเกะกะอยู่กับพื้นแบบปลง ๆ ผ้ารองเท้าใบคู่เก่งของแพคฮยอนเน่าไม่แพ้ของเขา พื้นบริเวณหน้าห้องเองก็เปรอะเปื้อนไปโคลน ทั้งเก่าและใหม่...

                เจ้าของร่างสูงใหญ่หรี่ตาเล็กน้อยเมื่ออะไรบางอย่างสะกิดใจจนต้องกวาดสายตาอีกครั้ง

                “เฮ้อ... ดื้อ...” จงอินยิ้ม... หากเป็นยิ้มที่ว่างเปล่า และปราศจากความยินดีใด ๆ

“เพราะดื้อแบบนี้ไง... จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง” ถอนหายใจพลางก้มลงหิ้วรองเท้าเน่า ๆ สองคู่ตรงไปที่ห้องน้ำ

                “จะมีใครรักดื้อเท่าเราอีก... ”

จงอินบ่นพึมพำ  ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเฉียบของรองเท้าทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน ... ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวตั้งแต่เมื่อกลางวันนี้ทำให้เขาหงุดหงิด

มือหนาปิดประตูห้องน้ำ...  ก่อนวางของในมือลงบนพื้น  ดวงตาคมจ้องมองมันด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า

รองเท้าที่เปรอะเปื้อน เปียกชุ่ม... และสภาพย่ำแย่ไม่ต่างจากเจ้าของ...

                “ไม่มีหรอก... ก็เรารักดื้อขนาดนี้นี่นา”

                รองเท้าที่ลุยฝนมาทั้งวัน

                กว่าจะซักให้สะอาด... ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่นะ

                ...

                จงอินชักรำคาญความคิดของตนขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะรักใครได้มากเท่านี้ ... ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะทำทุกอย่างได้ขนาดนี้แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่เพื่อคนเพียงคนเดียว

                อยู่ ๆ ก็นึกไปถึงเกือบสามปีแล้ว

                วันที่เขาเดินสวนกับร่างบอบบางที่กำลังเดินเข้าห้องเรียน ...ความบังเอิญที่จงอินไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมี

                ความบังเอิญที่อาจจะเป็นหนึ่งในร้อย ...หรือหนึ่งในล้าน คือเหตุผลข้อสำคัญ...ที่ทำให้เขาเลือกที่จะหันกลับไปหาคนที่แม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้จักต่อหน้าผู้คนมากมาย   จงอินเลือกที่จะทำใจยอมรับกับความรู้สึกไม่ดีของอีกฝ่ายที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์นั้น 

                ก่อนเลือกที่จะยอมเป็นคนบอกรัก...

                ยอมเป็นคนที่รัก ...แค่เพียงฝ่ายเดียว                                                                                                                                                     

                ‘"ไม่ว่ายังไง ดื้อก็ยังจะเลือกเราใช่ไหม”

                .

มึงไม่เคยได้ยินเหรอ...  รักครั้งแรกน่ะ ต่อให้มีแฟนอีกกี่คนยังไงก็ลืมไม่ได้หรอก

                .

เรื่องบางเรื่อง...ก็ไม่น่าเผลอเข้าไปรู้เลยแม้แต่น้อย

                โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ความเชื่อมั่นที่เขาพยายามสร้างมาตลอดต้องพังทลาย...

                จงอินถอนหายใจแรง..

                วันนี้ไม่ใช่วันของเขาจริง ๆ ซะด้วยสิ

 

 

 

 

                ฝันร้าย...

                แพคฮยอนตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความมืด ... มือสองข้างปะป่ายไปรอบ ๆ กายเมื่อไม่พบอุ่นไอที่คุ้นเคย   คิ้วเข้มขมวดยุ่ง ริมฝีปากแบะออก เขารู้สึกถึงใบหน้ายู่ยี่ของตัวเองที่จงอินมักบอกเสมอว่าเหมือนเด็กอนุบาลถูกขัดใจ   แพคฮยอนกลิ้งไปอีกฝั่งของเตียงเพื่อสำรวจร่างของคนที่เคยอยู่ข้างกันเสมอ  หากพบเพียงขาขนาดใหญ่ของตุ๊กตาหมียักษ์ไร้ชีวิต ดวงตาเรียวสวยเปิดกว้างและมองผ่านความมืดดำไปรอบ ๆ  กาย  ความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งมาจุกอยู่ที่คอ  แพคฮยอนขยับตัวลุกขึ้น แม้จะรู้สึกหนักหัวราวกับมีอะไรมาถ่วงเอาไว้ไม่ให้เขาขึ้นมาจากหมอนได้ก็ตามที    

                “จงอิน...”

                ร่างเล็กบางก้าวขาลงจากเตียง ก่อนทรงตัวลุกขึ้น  อาการเวียนหัวพุ่งขึ้นมาเล่นงานจนเขาแทบจะก้าวไปไม่ได้  ...หากด้วยอะไรบางอย่างที่ติดค้างอยู่ในใจ  ทำให้แพคฮยอนตัดสินใจก้าวตรงไปที่ประตูทั้ง ๆ ที่แทบจะทรงตัวไม่ไหว

                มือเรียวคว้าลูกบิดและกระชากออกอย่างยากลำบาก  แสงสว่างจ้าจากนอกห้องทำให้แพคฮยอนหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับสายตา  อาการปวดหัวพุ่งมาเล่นงานเขาอีกครั้งจนแทบจะทรุดลงในทันที    แพคฮยอนยึดผนังห้องไว้เป็นหลัก  ขณะมองแผ่นหลังกว้างผึ่งผายบนเก้าอี้ทำงาน  จงอินกำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือที่อยู่ตรงหน้า  หากชายหนุ่มประสาทสัมผัสไวพอที่จะได้ยินแม้กระทั่งเสียงประตูที่ถูกเปิดออก  ร่างสูงใหญหันมาทันทีด้วยสีหน้าตกใจ

                “หมี... ”น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นแผ่วเบา  ก่อนที่ร่างบอบบางจะโผเข้าไปหาคนที่กำลังลุกยืนขึ้นด้วยความรวดเร็วเกินกว่าจะทันได้ตั้งตัว   จงอินขยับพรวดเดียว  ขายาว ๆ ก็พาร่างสูงมารับคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดโดยไว  ท่าทางราวกับไม่มีสติทำให้เขาเกือบคิดว่าแพคฮยอนละเมอเดิน  แพคฮยอนเรียกชื่อเขาอีกครั้ง พร้อม ๆ กับแขนเล็กเรียวที่โอบรอบแผ่นหลัง และซบหน้าอยู่บนอกกว้าง

                “หมีทิ้งฉันทำไม ... อย่าทิ้งนะ...ห้ามทิ้งนะ”

                “หือ... ว่าไงนะ  “  จงอินขมวดคิ้วยุ่ง น้ำเสียงของแพคฮยอนสั่นและดังอู้อี้อยู่ในคอจนเขาแทบจับศัพท์เสียงไม่ได้   “ตื่นอยู่หรือเปล่าเนี่ยแพคฮยอน ”

มือหนาลูบเรือนผมสลวยอ่อนโยน  ก่อนค่อย ๆ คลายวงแขนออก เพื่อมองหน้าคนป่วยให้ชัด ๆ   สีหน้าของแพคฮยอนแทบไม่ต่างจากก่อนเข้านอน  ทั้งซีดเซียวและยับยู่ยี่ราวกับกระดาษที่ถูกขยำ  คนตัวเล็กส่ายหน้าก่อนซุกลงบนอกเขาอีกครั้งพร้อมกับกอดแน่น

                “ปวดหัว...” 

                “ปวดอีกแล้วเหรอ ... ” 

                “อือ...”

                “ปวดแบบไหน”      

                “ปวดข้างนี้...”

                “ไมเกรน?

                “อือ” คนป่วยสารภาพ ...จนคุณหมอจำเป็นต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่กับอาการป่วยที่รุมเร้าของแพคฮยอนตลอดหลายวันที่ผ่านมาไม่ยอมหยุด  แม้ว่าใจอยากจะบ่นและตักเตือนคนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองมากเท่าไหร่  แต่ชายหนุ่มจำเป็นต้องข่มใจไว้ เพราะไม่อยากให้แพคฮยอนต้องงอแงอีก  แค่ตอนนี้ก็เชื่องเป็นแมวหงอยจะแย่แล้ว    

                “ถ้าปวดหัวก็ต้องนอนพักนะ ...รู้ไหม  นอนพักแป๊บเดียวก็หาย... ปะ เดี๋ยวพาไปนอน”

                “ไม่เอา...” แพคฮยอนส่ายหน้าพรืดอยู่บนอกเขา  เสียงอู้อี้แผ่วหวิวครางงุ้งงิ้งเหมือนลูกแมวอย่างน่าสงสาร “หนาว... ”

                “หนาวก็ห่มผ้าไงครับ  เดี๋ยวหมีห่มผ้าให้นะครับ”  จงอินกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้อย่างเต็มที่ ก่อนจูบเบา ๆ กลางกระหม่อมคนตัวเล็กและกระชับอ้อมกอดแน่น  หากแพคฮยอนดูจะยังไม่พอใจนัก

                “ไม่เอา...ไม่อุ่น”

                “หือ... ” จงอินยิ้มกว้าง  และส่ายหน้าด้วยความรู้ทัน   แมวน้อยของเขาขี้อ้อนเสียจนไม่อยากปล่อยให้นอนนิ่ง ๆ เลย  ...“อ้อน...”

                “อื้อ... ” แพคฮยอนไม่ตอบโต้เมื่อถูกอีกฝ่ายว่าให้   หน้าสวยเงยขึ้นมามองคนสูงกว่าด้วยดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำใส ๆ ที่ไหลออกมาเองเพราะพิษไข้  ฝ่ามืออุ่นเลื่อนมาคลึงเบา ๆ ที่โหนกแก้ม   ก่อนที่หน้าคมจะค่อย ๆ ก้มลงต่ำ

 แพคฮยอนได้แต่ครางเสียงหวิวอยู่ในคอ เมื่อริมฝีปากหนาแนบลงมาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า  มือเล็กเกี่ยวคอเสื้ออีกฝ่ายไว้เพื่อหาหลักยึด  ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะลอยพ้นพื้นกระเบื้อง   เรียวแขนเล็กเกาะกอดที่คอแข็งแรงไว้แน่นหนาขณะที่ริมฝีปากทั้งสองบดเบียดแนบชิดและค่อย ๆ ดื่มด่ำกับรสชาติที่ผิดแผกไปจากตอนที่ร่างกายปกติ   ร่างบอบบางแทบหายใจไม่ออกเมื่อเรียวลิ้นรุ่มร้อนชื้นแฉะแทรกผ่านเข้ามาในโพรงปาก   จูบของจงอินรุนแรงดุดัน หากอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด   แพคฮยอนอ่อนปวกเปียกอยู่ในวงแขนแกร่งที่ช้อนกายเขาไว้ จนร่างเล็กชักไม่แน่ใจ...ว่าอาการร้อนวูบวาบตั้งแต่ปลายเท้านี้มาจากพิษไข้หรือเพราะจูบนี้กันแน่

“หมี... ”

                จงอินตัดสินใจทิ้งกองหนังสือทั้งหมดไว้ข้างนอก และพาเหมียวน้อยขี้อ้อนกลับไปนอนในห้องอย่างอารมณ์ดี  คนตัวเล็กน่ารักผิดปกติจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าป่วยบ่อย ๆ แล้วเป็นแบบนี้จะดีแค่ไหน   

 ทันทีที่พาทั้งตัวเองและร่างบอบบางขึ้นไปอยู่บนเตียง  เจ้าตัวเล็กก็เบียดเข้ามากอดเขาแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป  แม้แต่ตุ๊กตาหมียักษ์ตัวใหญ่ที่เคยชอบ ก็ถูกผลักกระเด็นลงไปนอนเอ้งเม้งอยู่บนพื้นอย่างน่าสงสาร    จงอินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ และกอดตอบพร้อมกับดึงผ้าห่มมาคลุมสองร่างไว้

“ครับ...”

                “รักแพคฮยอนไหม”   โชคร้ายที่จงอินตัดสินใจไม่เปิดไฟ  เพราะเขาสงสัยเหลือเกินว่าแพคฮยอนพูดประโยคนี้ออกมาด้วยสีหน้าแบบไหน   ชายหนุ่มหัวเราะเบา  ลำแขนใหญ่โอบตระหวัดเอวบางเข้ามาแนบชิดกับกล้ามเนื้อแน่นของตัวเอง  ก่อนเคลื่อนริมฝีปากไปกระซิบเบาข้างใบหู  

                “รักสิ”

                “แล้วรักมานานหรือยัง...”

                “นานแล้ว.... ” เสียงทุ้มดังชัดถ้อยชัดคำ  หากคนถามกลับแสดงความไม่มั่นใจของตัวเองด้วยการเอ่ยตะกุกตะกักในประโยคต่อมา

                “ละ...แล้ว...จะรักอีกนานแค่ไหน”

                “ถามแปลก ๆ”

“ฉันก็แค่อยากรู้ว่า...” เสียงหวานแผ่วลงเรื่อย ๆ  “ คนเราจะรักคน ๆ นึงไปได้นานแค่ไหนกันแน่”

                “ไม่รู้เหมือนกัน... จนกว่าจะรู้สึกว่ารักไม่ได้แล้วล่ะมั้ง”

                “ยังไง?

                “ก็...จนกว่าที่จะรู้สึกว่า  ต่อให้ทำยังไงดื้อก็ไม่มีทางรักเราล่ะมั้ง”

                “......”

                “เข้าใจไหม”

                “ถ้างั้น...ถ้ายังเห็นว่าต่อไปฉันจะรักนายได้...ห้ามทิ้งฉันนะ”

                จงอินชะงักกึกกับประโยคที่ได้ยิน ... เขาลอบสูดลมหายใจเขาด้วยความผิดหวัง ...    แม้จะรู้มาตลอดว่าแพคฮยอนซื่อสัตย์กับใจตัวเองมากกว่าที่ใคร ๆ คิดก็ตาม....

                ถ้าแพคฮยอนไม่มั่นใจ...เขาคงไม่มีวันได้ยินคำ ๆ นั้นจากปากแพคฮยอน...

            ‘ถ้ายังเห็นว่าต่อไปฉันจะรักนายได้

                แม้ประโยคนี้จะฟังดูแปลก ๆ ไปบ้าง   แต่อย่างไรก็ตาม... มันบอกเขาว่า  เขายังคงมีหวังอยู่

                ….หวังที่จะให้แพคฮยอนรักในสักวัน

                “ดื้อต่างหากล่ะ...”  

                แพคฮยอนต่างหาก ...ที่อย่าปล่อยให้เขารักอยู่แค่ฝ่ายเดียว

            “ถ้าดื้อไม่ทิ้งเราก่อน...เราจะทิ้งดื้อได้ไง”              

                เสียงทุ้มต่ำบอกชัดเจน  แพคฮยอนได้ยินแล้วจึงยิ้มกว้าง  ร่างเล็กซุกกายเบียดชิดอีกฝ่ายด้วยความอุ่นใจ  ถึงอย่างไรฝันร้ายเมื่อครู่คงไม่มีทางเกิดขึ้น ... อาการป่วย และความเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวันคงจะทำให้เขาเก็บเอาไปคิดวุ่นวายจนออกมาเป็นฝันที่แสนเลวร้ายนั้น

                ฝันว่าจงอินหันหลังให้เขา... แม้จะร่ำร้องเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหันกลับมา

                “หมี...”

                คงเพราะความกลัวว่าจงอินจะรู้เรื่องที่แอบหนีไปวันนี้ ... กลัวว่าจงอินจะรู้ว่าแอบไปดื่มกาแฟ ทั้ง ๆ ที่ถูกสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้แตะต้อง  ... กลัวว่าจงอินจะรู้จักกับคนที่ขโมยหัวใจเขาไปตั้งแต่หลายปีที่แล้ว และกลัวว่าจงอินจะรู้...ว่าแพคฮยอนรู้สึกอย่างไรกับการพบกันครั้งนี้

                วัวสันหลังหวะ... คงจะหวาดระแวงอย่างที่แพคฮยอนเป็นอยู่ล่ะมั้ง

                “ห้ามทิ้งนะ... สัญญาแล้วนะ”

                ถึงจะดูเห็นแก่ตัว ..

                แต่แพคฮยอนทนไม่ได้ ...หากจะกลายเป็นฝ่ายถูกทิ้งอีกครั้ง...

                ก็จงอินรักเขาขนาดนี้นี่นา 

                ต่อให้จงอินรู้ว่าเขารักคนอื่นมาตลอด.... ต่อให้รู้ว่าแพคฮยอนกำลังพาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดความรักครั้งนั้นอีกครั้ง...   จงอินก็คงให้อภัย 

ไม่มีทาง...ที่จงอินจะทิ้งเขาไป  

ไม่มีวัน

 

 

 

TBC.


 

ฮิฮิ ... ใครก็ไม่รู้ทำให้เราลงฟิคเฉยเลย  

อ่านแล้วชอบ  ฝากเม้นท์ กดเรตติ้ง หรือส่งฟีดแบคมาให้ไรท์เตอร์ด้วยนะคะ 
รออยู่น้า


ป.ล. คืนวันศุกร์ลง Flower of the REALM นะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #435 ลูกแพร์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 18:01
    ใจร้ายยยยยยยย ดื้อใจร้ายกับหมีมากกกกก สงสารจงอินนนนนนน
    #435
    0
  2. #422 Ppp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 01:33
    โอียแก พี่ไม่ทน สงสารจุงงินแบบขั้นสุด ไม่ไหวอ่ะ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    คือทำไมแสนดีขนาดนี้ละ ทำไมรักและทนได้ขนาดนี้ ทำม้ายยยยยยยยยยยยยยย

    นี่อยุ่กินกันมาแบบนานปีดีดัก ใช้คำว่าแฟนแล้ว แต่ไม่เคยได้รักไม่เคยได้หัวใจ

    อยุ่กันมาแบบคู่รักทั้งๆ ที่หัวใจของคนรักนั้นอยุ่ที่คนอื่น รุ้ทั้งรุ้ .......

    คิมจุงงิน นายแน่มากกกกกกกกกกกกก เก่งมากกกกกกกกก อึดมากกกกกกกกก

    ไอ่ที่ว่าจนกว่าจะรักไม่ได้แล้วเนี่ย มันแบบ กินใจ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    คือไม่ใช่หมดรักนะ รักมาก มากจนมันมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วอ่ะ ให้ไปหมดแล้ว

    จุงงินของพี่สาววววววววววววววววววววว โอ้ยยยยยยยยย ฮือออออออ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    แล้วอิชานยอลมาถามหาแบคทำไม??? อยากจะรีเทิร์น??????

    คือการที่จงแดคิดว่าอิยอลกับอิแบคจะลงเอยกัน แสดงว่าอิยอลมันก็ต้องอะไรๆ กับอิแบคมากอยุ่นะ

    แต่วันนึ่งดันพาแฟนมาเปิดตัว แล้วคือที่อะไรๆ กับอิแบคมานี่มันคืออะไร???

    ไม่ได้คิดอะไรกับอิแบคเลย???? แค่เล่น??? คิดถึงความรุ้สึกมันบ้างปะ???

    คือเข้าใจนะว่ารักแรก แต่ยังไงดี คือพูดไม่ถูก

    อิแบคนี่ต้องการจุงงินจริงๆ หรือแค่กลัวว่าตัวเองจะไม่มีใครจะต้องโดดเดี่ยวเฉยๆ?

    แล้วถ้าอิยอลมาขอคบก็จะกลับไปหาอิยอลแล้วทิ้งจุงงินไว้อย่างนั้นหรอ???

    หรือจะรักอิยอลแต่อยุ่กับจุงงิน???

    แล้วถ้าไม่ได้รีเทิร์นกับอิยอล แต่ก็ยังจะให้จุงงินรอจนกว่าจะรักอย่างนี้ต่อไปน่ะหรอ??

    ทุกอย่างมีกำหนดเวลานะแก ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เมื่อมันถึงเวลาของมัน มันก็จะเดินไปตามทางของมัน

    ไม่เว้นแม้แต่จิตใจของคน ถ้าเต็มที่แล้วแต่ยังดูว่างเปล่า ก็คงต้องลองปล่อยมือ....

    อย่างที่บอก ไม่ใช่ไม่รัก แต่รักไปหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้แล้ว

    ฉันว่าเทอน่าจะเข้าใจความรู้สึกรักหมดใจอย่างนั้นดีนะแบคฮยอน

    การที่บอกว่าไม่อยากให้จุงงินเสียใจ แต่สิ่งที่ทำอยุ่ตอนนี้ มันอาจจะยิ่งกว่าเสียใจอีกนะ

    เฮ้อออออออออออออออออออิิิอออออออออออออออ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #422
    0
  3. #402 BACON_BAEK (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 20:32
    หมีแกเป็นผู้ชายที่แสนดีจัง ขอกอดหน่อยสิ
    #402
    0
  4. #381 ϟ ทาสรักเสี่ยไค . (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 22:46
    อยากจับจงอินมากอดแน่นๆอ่ะ T//////////T
    เหี้.ยเอ้ยสเป็กกูเลย
    แบคห้ามทำอะไรจงอินนะ ไม่งั้นเราแย่งจริงด้วย #ถูกตบ
    แบคเห็นแก่ตัวมากอ่ะ ไม่รักจงอินซักนิดเลยรึไง
    จงอินเข้มแข็งไว้ เชิดใส่มั่งดิ ไอหมีบ้า T,,T
    #381
    0
  5. #371 ชนม~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 18:04
    คือ............................



    น้องพยอนจ้ะ พี่ว่าเรามานั่งคุยกันดี ๆ แบบจับเข่าคุยกันเลยดีกว่ามา

    อร๊ากกกกกกกกก ตอนนี้เป็นตอนที่อึดอัดมากกกกกก มันหน่วงงงงงงงงง พี่หน่วงแทนจงอิน

    คือตอนที่เอารองเท้าเขาไปซักแล้วพึมพำน่ะ โอ๊ยยยยยย ใจพี่มันเข้าข้างเธอละเกิลลลลลลจงอินเอ๊ยยยย

    คือรู้อ่ะ รู้ว่าเขาออกไปข้างนอก รู้ว่าขัดคำสั่ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้ซิ ไม่อยากทำมากกว่า

    หมีจะแสนดีไปไหน ตอนที่รู้ว่าน้องพยอนไม่เคยบอกรักจงอิน อิพี่นี่ตาแทบถลน

    เป็นแฟนกันมาสองปีกว่า ๆ หนูไม่เคยบอกรักจงอินเลยหรอลูก จงอินน่ารักนะ ดูแลหนูดีด้วยนะลูก

    ทำกับข้าวเป็น กวาดบ้านถูบ้านเป็น ล้างจานได้ ทำเค้กอร่อย อย่าปล่อยจงอินให้หลุดมือน้าาาาาาา



    ดื้อไม่เคยบอก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รักใช่ไหมมมมมมม ใช่ไหมจ้ะน้องรักของพี่~~~~~

    อย่ากลับไปหาเลยนะรักแรกของหนูน่ะ ปล่อยมันไปเถอะ ให้เป็นรักแรกไป มาหารักสุดท้ายดีกว่า(ยัดเยียดสุด)

    ถึงตอนนี้น้องพี่จะทำตัวน่าหมั่นไส้ ออดอ้อนเอาใจคิมจงอินขนาดไหนก็เถอะ แต่ตอนนี้พี่ไม่พร้อมอวยค่ะ

    ไม่พร้อมอย่างแรงงงงงงงงงงงง นี่อินมากบอกเลยยยยยยยย

    นี่นั่งซึมตอนจงอินตอบน้องพยอนว่า "จนกว่าจะรู้สึกว่ารักไม่ได้แล้วล่ะมั้ง" คือรู้สึกได้เลยว่าไม่ได้อยากเลิกรัก

    แต่รักไม่ได้แล้ว คำนี้โคตรลึกซึ้งเลยอ่ะ ชอบคำนี้มากเลยยยยยย ติดใจมาก

    แล้วอะไรคือน้องพยอนตอบมาแบบนี้ "ถ้ายังเห็นว่าต่อไปฉันจะรักนายได้" โอ๊มายก๊าด ทำไมหนูพูดแบบนั้น

    อะไรทำให้หนูพูดแบบนั้นออกมา คือหนูคิดอะไรอยู่จ้ะทูนหัวของพี่ พูดแบบนี้ถ้าไม่คิดอะไรคือหมายความว่าไม่ได้รัก

    แต่ว่าคิดลึก ๆ คือรัก แต่ยังไม่พร้อมจะบอกว่ารัก เพราะตัวเองก็ไม่มั่นใจว่ารัก เลยต้องพูดแบบนี้



    น้องวป.อ่าาาาาาาา เขียนมาให้คนอ่านต้องตีความจากตัวหนังสืออีกแล้ววววววว

    แต่ชอบนะ พี่ชอบมากกกกกก อินมากกกกกกกก T^T







    #371
    0
  6. #313 Malangzz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 14:25
    แบค แกยังรักยอลอยู่อีกเหรอ

    ไม่น๊ะ ถ้าแกไปกับยอลอีกจะงอนแล้วน๊ะ

    สงสารจงอินมากอ่า

    ตอนนี้ก็รู้ตัวแล้ว ว่าวันแรกที่เจอกันแบคเพิ่งอกหักมาแล้วประชดรัก

    แล้วยังรู้ว่าว่าแบคออกไปข้างนอก T^TTT
    #313
    0
  7. #306 :maiiest (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 15:59
    ถ้ามันทิ้งเสี่ยขึ้นมาจริงๆนะ ตามเอาเรื่องยันSMจ้า
    #306
    0
  8. #285 !!~...kihae...~!! (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 02:54
    โอยยยยยยยยยยยย...สงสารจงอินมากนะ #นี่พูดเลย
    น้ำตาไหลออกมาทำไมก็ไม่รู้ มันหน่วงๆแปลกๆ TT
    แบคอ่า จงอินดีมากๆขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้รักอีกหรอ??
    เป็นแฟนกันแต่ไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากอีกคนเลย นี่มันเจ็บนะเว่ย !!!
    ต้องทำให้อีกมาแค่ไหนอ่ะ ต้องดีอีกแค่ไหน แกถึงจะรักจงอินมันซะทีวะฮะ #อินไป
    แล้วชานยอล ไม่ทราบว่าแกจะมายุ่งกับลูกสาวชั้นทำไมยะ
    มาจากไหน กลับไปทางนั้นเลยนะ ไปๆๆ ชิ่วๆๆ 55555
    #285
    0
  9. #268 Mprang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 19:57
    ฮึกTTอย่าทำร้ายหมี อย่าทำ พยอนอย่าทำร้ายหมีเลย สงสารมากๆ

    ไม่รักแต่อย่าให้ความหวังกันสิ-^- จุกงะอ่านแล้วจะร้องไห้TOT
    #268
    0
  10. #267 Mprang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 19:56
    ฮึกTTอย่าทำร้ายหมี อย่าทำ พยอนอย่าทำร้ายหมีเลย สงสารมากๆ

    ไม่รักแต่อย่าให้ความหวังกันสิ-^- จุกงะอ่านแล้วจะร้องไห้TOT
    #267
    0
  11. #242 ponypony (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 16:14
    หน่วงงงงงง สงสารจงอินอะแต่แบบรักครั้งแรกมันก็ลืมไม่ได้ป่ะ

    ชานยอลกลับมาครั้งนี้มาดีรึป่าว จะทำให้แพคเสียใจป่าว

    ฮืออออออออสงสารทุกคนเลยจริงๆ

    อยู่ด้วยกัน2ปีแล้วยังไม่รักจงอินบ้างหรอแพค เศร้าาาา

    จงแดก็โคตรเสียมอะนะ
    #242
    0
  12. #241 qbAEKCHen (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 22:46
    แบคถ้าแกไม่รักจงอินแกก็ปล่อยจงอิน

    ฉันจะดามอกจงอินเอง ฮรืออออออกรี้ด
    #241
    0
  13. #239 Chefee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 16:44
    เศร้าใจ T^T ฮืออออ

    จงอินอ่า สงสารมากมาย

    ห้ามทิ้งกันทั้งสองคนนะ ต้องรักกันสิ แบบอื่นไม่เอา

    ชานยอลกลับมาทำไมห้ะ !!

    หน่วงงงงงงง



    ไรท์มาต่อไวๆนะคะ ^^ สู้ๆ
    #239
    0
  14. #238 absolute_jingle (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 14:14
    อื้อหือ ถ้าพี่หมีรู้เข้า น้ำตานองแน่
    น้องแพคคิดอะไรแบบนี้คะ เห็นแก่ตัวจัง
    อย่านางเอกมาก แล้วจะรู้คุณค่าของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเอาเมื่อสายนะคะ
    #238
    0
  15. #237 12190105 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 03:51
    ฮืออออออ ดื้ออย่าใจร้ายกับหมีเลยน้าาาาา สงสารหมีอะ แงงงงง ทำไมเป็นแบบนี้ ว๊ากกกกกกก ใจจิขาดดดด ~ 555555 >.< สงสารจงอิน ติดตามต่อไปค่า สู้ๆนะคะ เป็น กลจ. ให้ค่า ^^
    #237
    0
  16. #236 *Aphorist* (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 00:09
    แบค ถึงแกจะเป็นเมนชั้น และอีกฝ่ายคือชานยอลก็เถอะ
    แต่แกก็ควรสงสารจงอินบ้างนะเว้ย T[]T
    จงอิน ใจนายโคตรหล่ออ่ะ จริงๆ
    #236
    0
  17. #235 ป๋ายคือของข้า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 22:49
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย!! ไรท์ ปวดหัวใจฝุดๆ อร่อกกกก *ขูดจอรัวๆ*



    หน่วงเฟ่อออออออออออออ TTOTT /



    แบคกรี้!! ถึงนู๋ลืมชานยอลไม่ได้ นู๋ก็เก็บชานยอลไว้ในใจซะ แล้วเปิดรับอินนี่ซักที



    สงสารอินนี่จับใจ แต่ก็เข้าใจความรุสึกแบคอ่ะ



    จงอิน นายหล่อมาก เอาใจชั้นไป *ปาใจใส่รัวๆ*



    ดีใจวันนี้ไรท์มาอัพแล้ว ปริ่ม *กระโดดกอดรัวๆ*



    รอตอนต่อไป ฮรืออ อยากอ่านตอนต่อไปแย้ววว



    Fighting นะคะไรท์ *ฉีกพู่ปอมๆ มาเชียร์ไรท์รัวๆ* \^O^/
    #235
    0
  18. #234 เมนคริส ฟินชานแบค (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 21:59
    สงสารจงอินอ่ะ รักเขาข้างเดียว

    แบบ ยอมทุกอย่าง ทำให้ทุกอย่าง ประเสริฐมาก

    เป็นหมีท่ี่น่าสงารที่สุดในโลกเลยอะ เศร้าเลยยย

    ลูกแบคลูก ทำแบบนี้ไม่งามนะหนู ต้องรักจงอินเส่ะ

    จงอินน่าสงงสารจะตายไป เขารักหนูจริงๆนะ โหยย

    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #234
    0
  19. #232 1234 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 21:39
    โอยยย ปวดใจแทนจงอินอ่าาา

    แบคอย่าใจร้ายกับหมีเลยนะะะะ
    #232
    0