[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 14 : The FIRST I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 พ.ค. 56

 

THE FIRST

 

รักครั้งแรก...

แฟนคนแรก ...






 

เขาอีกคน...

เป็นเหมือนร่มที่คอยปกป้องผมจากละอองฝนมาตลอด





 

                “จงอิน  ปิดไฟ...  ปิด... “

            แพคฮยอนขยับตัวอย่างหงุดหงิดทันทีที่รู้สึกตัว  เปลือกตากระตุกตุบเมื่อแสงสว่างสาดส่องลงมากระทบ  ร่างเล็กบางพลิกตัวกลับพร้อมควานหาผ้าห่มมาคลุมโปง  เสียงหวานพึมพำงัวเงียอย่างอารมณ์ไม่ค่อยดีนักบอกกับอีกคนที่น่าจะอยู่ในห้อง 

            “จงอิน... จงอิน...อยู่หนาย”          

                ตาคู่สวยลืมขึ้นทีละข้าง  ครู่ใหญ่กว่าที่จะปรับสายตาให้ชินกับความสว่างได้  แพคฮยอนยกหัวขึ้นมาจากหมอน ก่อนมองไปรอบ ๆ ตัวเพื่อหาต้นตอที่ทำให้ตัวเองตื่น...

                “อ้าว...”

                ไม่ใช่แสงไฟ.. หากเป็นแสงแดดที่ส่องผ่านผ้าม่านเนื้อบางโปร่งใสแบบที่แพคฮยอนชอบและยืนยันกับจงอินอย่างมั่นอกมั่นใจว่าจะใช้มัน  แม้จงอินจะรูดม่านปิดไว้จนหมดแล้วก็ตาม หากสายลมบางเบากลับทำให้ม่านพัดพลิ้วจนเปิดให้แสงสว่างเข้ามาปลุกแพคฮยอนจนได้

                ห้องพักเงียบสงบไม่มีแม้แต่เสียงใดที่บ่งบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากเขา  แพคฮยอนหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนหันไปมองนาฬิกาปลุกที่อยู่หัวเตียง  ร่างเล็กหาวปากกว้างพลางบิดขี้เกียจ  อาการอ่อนเพลียยังตามรุมเร้าในหัวอยู่ไม่น้อย

                “เก้าโมง... ตายล่ะ ไอ้หมีบ้าไม่ยอมปลุกเลย”

                ก่อนที่แพคฮยอนจะตะลีตะลานลุกออกจากเตียงไป สายตาเฉี่ยวคมก็หันไปพบกับโพสอิทลายการ์ตูนสีชมพูสี่แผ่น ที่ติดไว้ใกล้ ๆ กับนาฬิกาปลุก  ลายมือหวัด ๆ ที่คุ้นเคย เป็นประโยคบอกเล่ากึ่ง ๆ คำสั่งให้เขาปฏิบัติตาม 

                แพคฮยอนแยกเขี้ยวใส่ลายมือยุ่ง ๆ นั้น ขณะดึงมาอ่านทีละแผ่น

                ‘วันนี้ดื้อนอนพักอยู่ในห้องนะ  เมื่อเช้ามีไข้ต่ำ ๆ   ไม่จำเป็นไม่ต้องออกไปไหนนะ โดนฝนอีกจะไม่สบาย

               

                แพคฮยอนขมวดคิ้วจนหน้ายุ่ง  ที่มีไข้ก็เพราะใครล่ะ บอกแล้วว่าป่วย ๆ ยัง.... .ชิ...ทำมาได้เกือบค่อนคืน

               

                ‘จะแอบเช็คชื่อคลาสเรียนรวมให้นะครับ  ส่วนคลาสเล็กก็จะเข้าไปเก็บเล็คเชอร์ให้คลาสไหนเข้าไม่ได้จริง ๆ จะพยายามขโมยชีทกับเลคเชอร์มาให้ได้  ไม่ต้องห่วง

 

            ทำนิสัยไม่ดีอีกแล้วหมีบ้านี่... ชอบมายุ่งวุ่นวายกับเขาดีนัก  เข้าไปจดเลคเชอร์ให้คนอื่นแล้วตัวเองไม่เรียนนี่เข้าท่าซะที่ไหน  คราวหน้าจะแอบไปฟ้องแอดไวเซอร์ให้ลงโทษซะให้เข็ด

 

            ‘ข้าวต้มอยู่บนโต๊ะ ถึงเวลาก็ยกเข้าไมโครเวฟนะครับ  จัดยาไว้ให้แล้วในกล่อง ทานให้ตรงเวลาด้วย  ไม่อนุญาตให้ดื่มน้ำเย็นเป็นอันขาด ถ้าดื้อไม่ฟังจะกลับมาสั่งสอนให้หายดื้อเลย

                ป.ล. 1 เจ็บคอมีน้ำผึ้งมะนาวหวานเจี๊ยบเปรี้ยวจี๊ดอยู่ในตู้เย็นนะครับคนดี

                ป.ล. 2 วันนี้หมีของดื้อสอนทำเค้ก ถ้าวันนี้ไม่ดื้อจะเอาเก็บมาฝากทั้งชิ้นเลย

                หมีบ้า!!!... เห็นเขาเป็นพวกเห็นแก่กินหรือไงเล่าชอบเอาของกินมาล่อตลอด

 

            ป.ล. 3 คิดถึงหมีบ้า ก็กอดหมียักษ์บนเตียงนะครับ จะรีบกลับมากอดดื้อของหมีให้เร็วที่สุดเลย

 

                ไอ้หมีนี่....

แพคฮยอนสะดุ้งกับข้อความนั้นเล็กน้อย  ก่อนจะส่ายหน้าให้กับหมีตัวยักษ์ที่ชอบทำตัวหวานเลี่ยนอยู่เรื่อย ...

 แอบรับจ๊อบไปเป็นพระเอกลิเกหรือไงวะ  เขียนมาแต่ละคำน่าขนลุกทั้งนั้น 

                เขาบ่นอยู่ในใจอย่างหงุดหงิดกับพฤติกรรมหวานเลี่ยนเสี่ยวปัญญาอ่อนของแฟนตัวเอง  ยิ่งนานวันก็ยิ่งทำตัวเหมือนคนบ้าโรคจิตขึ้นทุกที ...  ทั้งบ้าทั้งวุ่นวายอย่างน่าหมั่นไส้

                “ไอ้หมีบ้า…”

                เจ้าของร่างเล็กย่นจมูกให้กับกระดาษในมือ และใช้แขนยาว ๆ เอื้อมดึงกล่องกระดาษที่อยู่ในลิ้นชักข้างเตียงขึ้นมาเปิดและโยนโพสอิททั้งหมดลงไปราวกับไม่ใส่ใจนัก    

                “ก็ไม่ได้อยากเก็บไว้หรอกนะหมียักษ์”

                แพคฮยอนพูดเสียงดังก่อนหันไปมองตุ๊กตาสีขาวหมีตัวใหญ่เกือบเท่าเขาเองที่นั่งอยู่ที่อีกมุม     ภายในกล่องเต็มไปด้วยกระดาษโน้ตและการ์ดสารพัดที่ได้รับจากคน ๆ เดียวมาตลอดสองกว่าปี    

                จะว่านาน ...ก็ไม่ได้นานมากในความคิดของเขา   แพคฮยอนเคยเห็นเพื่อนหลายคนที่คบกับแฟนคนเดียวไปตั้งห้าหกปี  สำหรับเขากับจงอินอาจจะอยู่ในช่วงเริ่มแรกก็ได้มั้ง  ...

                ถึงไม่ได้นานมาก... แต่มันก็พอสมควรสำหรับแพคฮยอนล่ะนะ

                แพคฮยอนไม่เคยคิดฝันว่าจะคบกับใครสักคนมาได้ยาวนานถึงขั้นนี้...

                อาจเป็นเพราะความสม่ำเสมอและใส่ใจทุกอย่างในตัวเขาของอีกฝ่ายก็อาจเป็นไปได้  ที่ทำให้เขาไม่สามารถไปไหนได้ ... จงอินรู้จักเขาทุกมุม... เข้าใจเขาไม่ว่าเรื่องอะไร  แม้ว่าหมียักษ์คนนั้นจะปากเสีย และชอบพูดยั่วโมโหให้เขาต้องโกรธบ่อย ๆ ก็เถอะ... แต่จงอินก็เป็นที่พึ่งให้เขาได้เสมอ

                เป็นเพียงคนเดียว... ที่แพคฮยอนมั่นใจว่าจะตามหาเขาพบเสมอทุกครั้งที่เขาหลงทาง

                ความสัมพันธ์ของเขาและจงอินไม่ได้หวานเชื่อม เหมือนคู่รักทั่วไป บางครั้งมันก็ราบเรียบ  และธรรมดาเสียจนแพคฮยอนเองก็อดรู้สึกเบื่ออย่างช่วยไม่ได้

                “หมีบ้า...”

                แพคฮยอนกอดขาตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ที่ได้เป็นของขวัญวันครบรอบการคบกันครบหนึ่งปีจากหมียักษ์แฟนเขา  พลางซุกหน้างัวเงียเมาขี้ตาบนขนสีขาวนุ่มนิ่มด้วยความรู้สึกปลอดภัยราวกับอยู่ในอ้อมกอดของจงอิน

แพคฮยอนยอมรับ..ว่าถึงแม้จะเคยเบื่อความสัมพันธ์นี้  แต่แพคฮยอนกลับนึกถึงวันที่ไม่มีอีกคนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ออก  โดยเฉพาะวันที่ไออุ่นและกลิ่นกายเฉพาะของจงอินหายไปจากการรับรู้ของเขา

 


 




 

                แพคฮยอนใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวอย่างไม่รีบร้อนนัก  ก่อนเดินออกมาอุ่นข้าวต้มกิน และตามด้วยยาลดไข้อย่างที่จงอินสั่งจนเรียบร้อย  แม้จะรู้สึกว่าร่างกายปกติดีกว่าเมื่อวานแล้วก็ตาม   แพคฮยอนรู้ดีว่าหมอนั่นกลายเป็นหมีขี้บ่นเสมอเวลาที่เขาป่วย   แล้วเขาก็มักจะอ่อนเพลียเกินกว่าจะออกคำสั่งให้อีกฝ่ายหยุดได้  ดังนั้น สิ่งที่ควรจะทำก็คือ  จัดการทุกอย่างตามที่จงอินสั่งทั้งหมด  หากมีอะไรหลงหูหลงตาก็ต้องรีบเก็บไม่ให้หมอนั่นเห็น 

                แพคฮยอนถือคติ  ไม่รู้แปลว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น!!!

                ตาคู่สวยมองตารางเรียนของจงอินพลางขมวดคิ้ว 

                “เลิกเรียนบ่ายสาม... สอนทำเค้กสองชั่วโมงครึ่ง... กลับหกโมงสินะ”

                เจ้าของร่างเล็กยิ้มกริ่ม  ก่อนยกชามข้าวต้มไปวางในอ่างล้างจานเพื่อรอจงอินมาจัดการ ... ตั้งแต่คบกันมาจนกระทั่งย้ายมาอยู่ด้วยกัน แพคฮยอนแทบไม่ต้องทำอะไรแม้แต่นิดเดียว... วางไว้เฉย ๆ จงอินก็จะทำทุกอย่างให้เรียบร้อยตั้งแต่พรมหน้าห้องยันฝุ่นบนหลังตู้เสื้อผ้า   นอกจากเรื่องทำอาหารที่เก่งขนาดรับจ๊อบสอนทำอาหารทั่วราชอาณาจักรเกาหลีใต้... นิสัยของจงอินก็ยิ่งกว่าแม่บ้าน เห็นอะไรผิดที่ผิดทางก็ต้องรีบไปจัดระเบียบทันทีจนแพคฮยอนเคยชินกับการที่อีกฝ่ายมาทำอะไรต่อมิอะไรให้...

                ไม่สิ ....แพคฮยอนชินกับการที่ไม่ต้องทำอะไรด้วยตัวเองเลยมากกว่า

            คิดเพลินจนเลยไปถึงบทสนทนาเมื่อคืน....  ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาเกิดนึกอยากถามออกไป  

            “ถ้าฉันไม่อยู่ล่ะ นายจะเป็นยังไง”

            จงอินพลิกตัวหันมายังเตียงข้างที่เขานอนกึ่งนั่งอยู่ระหว่างขาทั้งสองของหมียักษ์   หน้าคมเข้มยิ้มยียวนแบบที่แพคฮยอนต้องแยกเขี้ยวให้ด้วยความหมั่นไส้ 

            “คงเหงาหูมั้ง  ไม่มีคนมาบ่นโน่นบ่นนี่ให้ฟัง ไม่มีคนให้คอยล้างจานให้ .. ”

            “ถามดี ๆ ตอบดี ๆ เหมือนชาวบ้านบ้างได้ไหมไอ้หมียักษ์แพคฮยอนใช้ปลายเท้าเขี่ยแผ่นหลังเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายอย่างหาเรื่อง “ตัวเองนั่นแหละขี้บ่นจะตาย อย่ามาว่าคนอื่นเลย“

            “เอ้า ก็จริงนี่ ถ้าดื้ออยู่คนเดียว จะทำอะไรเป็นบ้างไหม  หือ..

            “นั่งอยู่เฉย ๆ”ร่างบางพลิกตัวกอดขาหมี พร้อมกับพูดหน้าตาเฉย

            “เห็นไหม  เดี๋ยวสักวันจะเป็นง่อยตาย  หายป่วยแล้วเอาจานไปล้างด้วยนะ กินอะไรไม่เคยล้างเอง หมักหมมมาก

            “อี๊ ไม่เอา เดี๋ยวมือเสีย”  แพคฮยอนถูมือตัวเองไปมา ก่อนเอาไปซ่อนไว้ใต้ขาตัวเองอย่างหวง ๆ

            “เห็นไหม เป็นแบบนี้จะอยู่กับใครได้หึ

            “ก็หาแฟนใหม่มาทำให้ ไม่เห็นยาก

            จงอินทำตาโตเมื่อได้ยินประโยคนั้น  ร่างสูงใหญ่สะดุ้งและลุกพรวดขึ้นมานั่งขัดสมาธิต่อหน้าเขาทันที โชคดีที่มีบอกเซอร์ตัวเก่งติดตัวกายไว้ ไม่งั้นแพคฮยอนคงต้องเบือนหน้าหนี 

            “หนอย... ”

            “ว่าไงหมี... คนอย่างพยอน แพคฮยอนไม่ตกอับง่าย ๆ หรอก” ยักคิ้วใส่

                “อย่างแพคฮยอนน่ะ คบใครไม่รอดหรอก”เสียงทุ้มเอ่ยหนักแน่น

            “ว่าไงนะ!!!”

            “จริงไหมล่ะ”

            “เดี๋ยวเหอะ ไอ้หมียักษ์”แพคฮยอนยกนิ้วชี้หน้าคนที่กำลังทำหน้าตายียวนกวนประสาทเขาในขณะนี้

            “เอาแต่ใจก็เท่านั้น พูดมาก   นัดทีไรก็มาสาย  บอกอะไรเตือนอะไรก็ไม่ได้ ”

            “ คิม จงอิน  อย่าให้ไม่ง้อนะ!!! ” แพคฮยอนกรีดร้องและยกเท้าขึ้นเตะอีกฝ่ายอย่างจงใจกว่าเดิม

            “ทำไม   บอกแล้วไงว่าอย่างแพคฮยอน  ใครจะเอา”

            “ถ้ามีคนเอาขึ้นมาจะว่าไง”

            “ไม่มีทาง”

            “คอยดูนะ!!”

            “เดี๋ยวอ้วนเดี๋ยวผอม  เดี๋ยวหงุดหงิด เดี๋ยวอารมณ์ดี  คนอื่นทนไม่ได้หรอก”

            “ไอ้หมี!!  วันนี้ไปนอนหน้าห้องเลย ”

            “วุ้ย ดุชะมัด”

            “ไปเดี๋ยวนี้เลย ไปเลย ” คราวนี้แพคฮยอนลุกขึ้นนั่ง พร้อมยกเท้าทั้งถีบและเตะคนปากเสียอย่างแรง  หากคนถูกทำร้ายกลับหัวเราะลั่น  ก่อนคว้าข้อเท้าทั้งสองของเขาไว้   และลากเขาออกมานอนแผ่อยู่กลางเตียง

            “ปล่อยนะโว้ย”

            “เคยเห็นแต่ตบแล้วจูบ...วันนี้เตะแล้วปล้ำแล้วกันนะแพคฮยอน”

            “ไอ้หมีบ้า!!!”

                ปัง!!

                แพคฮยอนตบโต๊ะอย่างแรงเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ... ไอร้อนผ่าวราวกับจะพวยพุ่งขึ้นมาจากผิวหน้า  เขาส่ายหน้าแรงพร้อมตบแก้มเพื่อไล่ความคิดดังกล่าวออกไป      

            “คิดเหรอว่าคนอย่างแพคฮยอนจะไม่มีใครคบ... คิดผิดคิดใหม่ได้แล้วไอ้น้อง หึหึ”

            แพคฮยอนควักโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มข้อความหยุกหยิกถึงคนที่ป่านนี้คงนั่งจดจ่อกับการเลคเชอร์วิชาที่ไม่คุ้นเคย  รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพรายอยู่ที่ริมฝีปาก 

            หมียักษ์  ฉันคิดได้แล้วล่ะว่าจะเลือกใคร...

            ถ้าเป็นนาย ..นายจะเลือกอะไร

                ‘แต่ยังไงก็ไม่บอกนายหรอก แบร่ ;p ’

                แพคฮยอนยั่ว... เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ทำให้จงอินมีปฏิกิริยาได้  เพราะแพคฮยอนรู้ดี... จงอินไม่ชอบให้ล้อเล่นเรื่องแบบนี้ซะเท่าไหร่  

                ‘อย่าให้รู้ว่าคบชู้นะแพคฮยอน!!’

                แพคฮยอนหัวเราะดังลั่น  เมื่อหน้าจอสัมผัสปรากฏข้อความของอีกฝ่ายขึ้นมาแทบจะในทันที

                ‘ถึงคบจริงก็ไม่ให้รู้หรอก แบร่ ;p เรียนไปเลยไป๊ㅋㅋㅋ’  

                ‘ห้ามนอกใจนะ... ห้ามนอกใจด้วย  ถ้าทำจะโกรธจริง ๆ ด้วยㅠㅠ ’

                แพคฮยอนขำแทบตกเก้าอี้  ขณะจินตนาการถึงหมีตัวโตที่นั่งกระสับกระส่ายอยู่ในห้องเรียน พร้อมทำหน้ายุ่งและขมวดคิ้วจนยุ่งเหยิงขณะมองโทรศัพท์ที่ซุกซ่อนอยู่บนตัก

             เขารู้ดีเลยล่ะ... จุดอ่อนของจงอิน

                ‘เสียใจจริง ๆ นะดื้อ... เสียใจแล้วนะดื้อㅠㅠ  ㅠㅠ ’

                เรื่องเดียวที่ยั่วกี่ครั้ง  จงอินก็ยังลนลานและหงุดหงิดได้ทุกครั้ง...

                แพคฮยอนรู้สึกถึงรอยยิ้มกว้างที่อยู่บนหน้าของตัวเอง.. บางครั้ง.. จงอินก็เหมือนเด็กชายที่ร้องงอแงอยากได้ของเล่น  แต่คงจะน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย หากเด็กคนนี้อายุสิบขวบ...ไม่ใช่ยี่สิบอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

                “ โธ่ หมียักษ์  โธ่... ㅋㅋ

                “คนใจร้าย  อย่าล้อเล่นแบบนี้นะดื้อㅠㅠ  ㅠㅠ ”

                แล้วทำไมจงอินจะไม่หงุดหงิดล่ะ….

            ก็หมีบ้าคนนั้น...รักแพคฮยอนขนาดนี้นี่นา

            ตึ๊ง!

                เสียงเตือนทำให้แพคฮยอนส่ายหน้าอ่อนใจกับคนยั่วง่าย ทว่า... ข้อความที่ปรากฏกลับทำให้เขาตกใจแทบตกเก้าอี้

                ลมหายใจของแพคฮยอนกระตุก  พร้อมๆ  กับที่หัวใจของแพคฮยอนเต้นแรงขึ้นมาในทันที ...   มือที่สั่นเทาประคองอุปกรณ์สื่อสารบนโต๊ะกินข้าวขึ้นมามองราวกับพบสิ่งประหลาด

                แพคฮยอนลืมบทสนทนาของจงอินไปจนสนิทใจ

                แทบไม่น่าเชื่อ...

                ‘ขอบคุณสำหรับเมื่อวานนะครับ

                ดวงตาของแพคฮยอนกวาดมองทุกตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนหน้าจออย่างพิจารณา  เขาจับจ้องมันเพื่อพยายามค้นหาว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นคือสิ่งที่เขาคิดไปเองหรือไม่ ...

                ไม่ใช่เลย... ไม่ใช่  

                “พี่...”

                แพคฮยอนเกือบจะร้องไห้ออกมา   ความรู้สึกที่เอ่อท้นอยู่ในหัวใจตอนนี้รุนแรงจนเขาอธิบายมันออกมาไม่ได้

                เขาไม่เสียใจเลยแม้แต่นิดเดียวที่เมื่อวานก่อนยอมเดินตากฝนกลับหอจนเป็นหวัดแบบนี้

                ‘ถ้าแพคฮยอนสะดวก  พี่ขอเลี้ยงข้าวสักมื้อตอบแทนได้ไหมครับ

                ความอึดอัดและตื้นตันที่สุมอยู่ในใจ แต่ทำให้เขามีความสุขได้ขนาดนี้...

                มันมาจากอะไรกันนะ

 

  
 

 

                ‘ตั้งใจเรียนนะหมีบ้า

                จงอินนั่งหน้ามุ่ยมองโทรศัพท์จนกระทั่งหมดชั่วโมง  ป่านนี้คนป่วยที่นอนพักอยู่ที่ห้องคงยิ้มกริ่มด้วยความสะใจที่หาเรื่องแกล้งเขาได้ ...แถมยังชนะใส ๆ แบบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว...

                “ระวังตัวไว้นะดื้อ!”

                หนุ่มร่างสูงบ่นพึมพำ ก่อนยัดอุปกรณ์สื่อสารลงกระเป๋าอย่างหงุดหงิด จนเพื่อนสนิทที่นั่งข้างกันถึงกับเลิกคิ้ว และถามด้วยความสงสัย

                “เป็นอะไรของมึงวะ บ่นงุงิทั้งชั่วโมง  ไม่ยอมฟังอาจารย์อีก ทีวิชาไอ้แพคฮยอนมันนี่ทั้งจดและตั้งใจฟังเชียวนะมึง

                จงแดส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับเพื่อนสนิท  เมื่อเช้าเขาถูกเจ้าคนตัวสูงลากออกจากเตียงตั้งแต่หกโมง ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องไปเช็คชื่อและจดเลคเชอร์ให้แฟนมันที่นอนป่วยลุกไม่ไหวอยู่ห้อง...

                รักแฟนมากก็ไม่เคยว่า...แต่รักเพื่อนบ้างก็ได้นะไอ้เปรตนี่

                “แพคฮยอนจะนอกใจกู

                จงแดอ้าปากค้างกับคำตอบ ... ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น   มือหนาตบบนไหล่ของคนตัวสูงอย่างแรงด้วยความขบขัน           

                “มึงเป็นสาวน้อยอายุสิบสี่หรือไงวะ

                “มึงไม่ต้องมาหัวเราะกู  ถ้าแพคฮยอนนอกใจกูจริง ๆ กูจะโทษมึง จงอินกล่าวโทษพร้อมกับขมวดคิ้วใส่เพื่อน

                “ไอ้บ้า เรื่องอะไรมาโทษกูวะจงแดที่ยังไม่หยุดหัวเราะยกเท้าขึ้นเตะคนหน้ามุ่ย  “แล้วมึงกับแพคฮยอนนี่มันก็พ่อแง่แม่งอนจริง ๆ  ยั่วกันไป แหย่กันมา ไม่เบื่อบ้างหรือไงกูล่ะรำคาญจะแย่แล้ว ให้มันนอกใจจริง ๆ ก่อนแล้วค่อยพูดได้ไหม

                “คนไม่มีแฟนไม่รู้หรอก”

                “เอ้าไอ้นี่ ... เดี๋ยวเหอะมึง อ้าว แล้วจะไปไหนวะ”

                จงอินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมคว้ากระเป๋าเดินฉับ ๆ ทิ้งเพื่อนปากเสียไว้เบื้องหลังทันทีที่พูดจบ  จนจงแดต้องวิ่งตามมาโวยวายเสียงดังอยู่ข้างหลัง

                หนุ่มร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่  พยายามไม่ให้ความสนใจกับคนที่กำลังรีบพาขาสั้น ๆ เดินตามมาหาเรื่องเขาให้ได้   หากจงอินเดินออกจากอาคารมาไม่กี่ก้าว  เขาก็จำเป็นต้องหยุดชะงัก เพียงเพราะละอองฝนที่ตกลงมากระทบร่าง   ฝนเม็ดโตเทลงมาไม่ใช่น้อย  หากข้างนอกยังเต็มไปด้วยผู้คนที่สมัครใจเดินฝ่าพายุตรงหน้าเพื่อไปยังอาคารเรียนอื่นกันอยู่  คนส่วนใหญ่กางร่มเพื่อป้องกันตัวเองจากสายฝน   น้อยคนนักที่จะยอมวิ่งฝ่าสายฝนไปโดยไม่มีอุปกรณ์กันฝน

                ร่มหลากสีที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้าทำให้จงอินล้วงกระเป๋าเพื่อหยิบร่มของตัวเองขึ้นมากางบ้าง   ส่วนจงแดที่สาวเท้ายิก ๆ ตามมาทันก็รีบสะกิดเขาทันทีที่เห็นร่มสีฟ้าอยู่ในมือเขา

                “ขอกูคันนึงสิ”

                “เสียใจ ”จงอินส่ายหน้า พร้อมยักคิ้วแบบกวน ๆ ให้ “กูมีคันเดียว”

                “เฮ้ย  อะไรวะ “ จงแดเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวัง ก่อนพยายามสอดส่ายสายตาหาร่มอีกคันที่มักจะซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้ของเพื่อนตัวสูงเป็นประจำ   จนจงอินต้องเปิดปากกระเป๋าให้กว้างออก เพื่อให้เขาพิสูจน์ว่าข้างในนั้นไม่มีสิ่งที่เขาต้องการ “ก็ปกติมึงพกร่มสองคันไม่ใช่เหรอ?

                “ของแพคฮยอน” จงอินเฉลย   หากเพื่อนสนิทกลับเลิกคิ้ว  เขาจึงอธิบายเพิ่ม “ช่วงนี้ฝนตก แล้วแพคฮยอนก็ชอบลืมร่มอยู่เรื่อย”

                “เออ ..”   

“เมื่อวานก่อนหนีไปดูหนังมา ก็ลืมร่มไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ กลับห้องมาเปียกโชก  ป่วยจนถึงตอนนี้” 

“ไอ้แฟนที่แสนดี แพคฮยอนมันทำบุญมาด้วยอะไรวะได้มึงเป็นแฟนนี่”  

“แน่นอน...” จงอินยักไหล่ มือขยับร่มในมืออย่างไม่รีบร้อน  พร้อมเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แยกกันตรงนี้นะมึง กูต้องไปอีกไกล  ส่วนมึงหาติดร่มไปกับสาว ๆ แถวนี้แล้วกัน  หน้าตาอย่างมึงคงหาได้ไม่ยาก”

                ขาดคำ  หนุ่มร่างสูงก็เดินละลิ่วไปพร้อมกับร่มสีฟ้าในมือ  ทิ้งให้จงแดมองตามตาปริบ ๆ  ก่อนบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความหมั่นไส้เจ้าเพื่อนที่แสนดี

“ส่วนกูคงทำบุญมาน้อย มีเพื่อนที่ดีแต่กับแฟน แล้วเลวกับเพื่อนตลอดแบบมึง”

 

 

 

            “นาย ...นายคนนั้นน่ะ  นายคนหน้าหล่อ ๆ นั่นน่ะ”

                เหลือเวลาอีกสิบนาทีสำหรับคลาสเรียนต่อไปของเขา  จงอินจึงเดินอย่างไม่รีบร้อนนักเมื่ออาคารเรียนอยู่ตรงหน้าแล้ว  เขาหยุดอยู่หน้าทางม้าลายเพื่อเตรียมข้ามถนน  หากป้ายรถประจำทางที่อยู่ไม่ห่างนักทำให้ภาพบางอย่างผุดขึ้นมาจากความทรงจำ  

                วันนั้นเป็นวันที่สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายเช่นเดียวกับวันนี้

            จงอินยังจำประโยคแรกที่แพคฮยอนเรียกเขาได้ ...                             

ทันทีที่เขาหันกลับไป  นักเรียนชายต่างโรงเรียน ท่าทางบอบบางเสียจนเขากลัวว่าจะปลิวไปกับลมแรง ๆ ที่กำลังพัดอยู่รอบตัว ชุดนักเรียนเปียกแฉะ  แต่เจ้าของร่างบางกลับไม่สนใจแม้แต่จะหลบฝน  เด็กหนุ่มคนนั้นมองนิ่งราวกับรู้จักเขาเป็นอย่างดี

                แต่ไม่เลย...

                คนที่จงอินพบ เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้า ....

            “เป็นแฟนกับฉันไหม?”

            ทุกอย่างเริ่มต้นจากประโยคเดียว...

            “ช่วยเป็นแฟนกับฉันเถอะ นะ... สักวันก็ได้”

            คงดีกว่านี้ หากจุดเริ่มต้นในวันนั้น เริ่มมาจากความประทับใจของคนสองคนมากกว่าความผิดพลาด  และอารมณ์ชั่ววูบแบบเด็ก ๆ ของเขา

            “เอาสิ... ”

                อาจเพราะหน้าสวยหวาน  ผิวขาวละเอียดและรูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นนั้นก็เป็นไปได้ที่ทำให้เขารู้สึกสนุก  และรับคำขอร้องของอีกฝ่ายโดยไม่ได้คิดอะไร

                จงอินไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าดวงตาคู่นั้นบอบช้ำมากแค่ไหน

                สัญญาณไฟเขียวสำหรับข้ามทางม้าลายดังขึ้น  หากจงอินยังคงหยุดอยู่ตรงนั้นพร้อมกับมือเรียวยาวที่กระชับร่มสีฟ้าไว้แน่น ... ภาพความทรงจำสีจาง หากแจ่มชัดจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานยังคงตามมาฉายอยู่ในหัวเขาเหมือนนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์

จงอินในตอนนั้นไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มที่มาเสนอตัวให้เขาด้วยตัวเองนั้นกำลังรู้สึกอย่างไร อันที่จริงเขาไม่ได้สนใจมากกว่าว่าเหตุผลใดที่ทำให้นักเรียนแปลกหน้าต่างโรงเรียนพูดแบบนั้นกับเขา  อาจเป็นเด็กใจแตกสักคนคนที่อยากได้ใครสักคนมาให้กอดในวันเหงา ๆ   แม้จะกลัวเรื่องโรคอยู่บ้าง เพราะคนสมัยนี้ค่อนข้างมั่วและไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย   หากร่างกายที่เปียกโชกจนชุดนักเรียนสีขาวบางแนบชิดไปแทบทุกส่วนของอีกฝ่ายต่างหากที่เขาสนใจ

เขายอมรับ ว่าถูกตาต้องใจมากกว่าอะไรทั้งสิ้น

                จงอินยอมเสี่ยง และเชื่อว่าตัวเองป้องกันตัวเองได้  เด็กหนุ่มจึงพา แฟนที่เพิ่งพบกันไม่ถึงยี่สิบนาทีไปที่ร้านเสื้อผ้าเพื่อเลือกชุดใหม่แทนเสื้อผ้าที่เปียกโชกนั้น และจูงมือไปที่ร้านคาราโอเกะในเวลาต่อมา

                ท่าทางตื่นกลัว และดูไม่ประสีประสาต่อการแตะเนื้อต้องตัวทำให้เขานึกขำถึงอาการไว้เนื้อไว้ตัว ทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายมาเสนอตัวให้เขาเอง

                จงอินสาบานว่าเขาไม่รู้เคยรู้สึกเช่นนี้กับใคร  ความรู้สึกที่อยากเอาชนะ... และสนุกที่ได้เห็นปฏิกิริยาตอบรับที่มีต่อการกระทำของเขา

“ทำอย่างกับว่าไม่เคย”

จงอินเอ่ยประโยคนี้   ก่อนที่ ริมฝีปากสั่นระริกของเจ้าของร่างบอบบางที่เขายังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อจะตกอยู่ใต้การครอบครองของเขา  อาการต่อต้านและฝ่ามือน้อย ๆ ที่พยายามผลักไสเขาออก ทำให้เด็กหนุ่มยิ่งบดขยี้ริมฝีปากตัวเองและตักตวงความซื่อบริสุทธิ์ออกไปด้วยอารมณ์รุนแรง  กว่าจงอินจะรู้ตัวเอง กลีบปากสีหวานก็บวมช้ำจนแทบห้อเลือด  

“นายคิดว่าการเป็นแฟนมันจบลงที่การเดทในคาราโอเกะเท่านั้นเหรอ?

เด็กหนุ่มร่างสูงยืนยันคำพูดของตัวเองด้วยการจบทุกอย่างลงที่โรงแรมม่านรูดที่อยู่ไม่ห่างร้านคาราโอเกะนัก...

จงอินรู้ในวินาทีนั้นว่าอีกฝ่ายไม่เต็มใจที่จะอยู่ภายในห้องนั้นกับเขาเลยแม้แต่น้อย ... หากเขารู้วิธีที่จะกำราบอาการตื่นตระหนกและขัดขืนนั้นได้ภายในไม่กี่นาที   เรือนกายเปลือยเปล่าและอ่อนแรงตกอยู่ภายใต้ร่างของเขาอย่างพ่ายแพ้  แม้จะสั่นสะท้าน และแสดงอาการต่อต้านอยู่เป็นระยะ แต่เรียวขาที่พาดเหนือบ่าของจงอินก็กระตุกวูบรับการทักทายของเขาในเวลาต่อมา   เสียงหวีดร้องราวกับกำลังตกใจกลัวทำให้เด็กหนุ่มแทบชะงักกึก ... หากเขารู้ตัวดีว่าห้ามความต้องการของตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป   ใบหน้าสวยแสดงความเจ็บปวดยามที่จงอินแทรกร่างผ่านเข้าไปอย่างยากลำบาก  คิ้วเข้มขมวดยุ่ง พร้อม ๆ กับดวงตาที่ปิดสนิท  เด็กหนุ่มผู้อยู่เบื้องล่างเกร็งไปทุกส่วน  ลมหายใจหอบสะท้านขาดห้วงเมื่อจงอินเริ่มเคลื่อนไหว

ร่างกายของแฟนชั่วครู่ของเขามีเสน่ห์และดึงดูดเสียจนจงอินแทบคลั่ง... มือเล็กที่พยายามปิดกลั้นเสียงครางไว้ทำให้เขารู้สึกมากกว่าที่เคยรู้สึกกับคู่นอนคนใด  เรือนร่างกลมกลึงและขาวเนียนสั่นสะท้านไปตามการเคลื่อนไหวของเขา ทุกจังหวะการขยับถูกส่งต่อไปถึงมัดกล้ามเนื้อน้อย ๆ บนร่างกายแทบทุกส่วนกระตุกเร่า   

เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นมาจากผิวกายที่ร้อนฉ่าของคนทั้งคู่ ... จงอินหอบแฮ่กเมื่อก้าวผ่านสรวงสวรรค์ที่ไม่เคยพบมาก่อน  และเขามั่นใจว่าคนในอ้อมกอดเองก็เช่นกัน...

เป็นครั้งแรกที่จงอินมองลึกเข้าไปถึงนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของคู่นอนตัวเอง  และรับรู้ได้ว่า เจ้าของใบหน้าเกลี้ยงเกลานี้ ไม่เคยจริง ๆ

“นายชื่ออะไร”

                ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ...ความรู้สึกของเขาเอง...

            “อยากรู้ทำไมตอนนี้”

            “ก็แค่... อยากรู้”

            “......”

                จงอินไม่แน่ใจว่าได้รับคำตอบหรือไม่ เพราะเขาหลับไปโดยที่ไม่รู้ตัว  ประโยคสุดท้ายที่เขาจำได้ก็คือ  

“ไม่จำเป็น ...ให้มันจบลงตรงนี้ก็พอ..”

                เช้าวันต่อมา  เด็กหนุ่มตื่นมาพร้อมความตกใจ เมื่อเตียงที่ยังมีไออุ่นอยู่ไร้ร่องรอยใครอีกคน              

                ไม่ได้ตกใจแค่เจ้าของร่างบางหายไป...  แต่เสียงหัวใจตัวเองที่เต้นประหลาดไปจนเขารู้สึกแปลกใจ

                ...ตกใจกระทั่งความคิดที่ว้าวุ่นขณะแต่งตัวอย่างรีบเร่ง  เพียงเพื่อหวังจะพบกับคนตัวเล็กที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อระหว่างทางอีกสักครั้ง

                จงอินได้ยินเสียงตัวเองบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในอก

เขาไม่ต้องการให้มันจบลงแค่นั้น

               

ถ้าเป็นไปได้...

จงอินอยากเริ่มต้นใหม่... เริ่มทุกอย่างใหม่ด้วยความประทับใจ

มากกว่าเริ่มต้นที่ความผิดพลาดและความเข้าใจผิดอย่างที่เป็นมา...

.                                                                            

 

.

 

.

แพคฮยอนสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงจากอุปกรณ์สื่อสารของตัวเอง  มือเรียวสวยควานหาต้นเสียงจากในกระเป๋า  ก่อนที่ชื่อที่แสดงอยู่บนหน้าจอจะทำให้เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่    แพคฮยอนมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความหวาดระแวง ก่อนใช้มือป้องโทรศัพท์พร้อมกับรับสายที่คุ้นเคย

“ดื้อ”  น้ำเสียงดุดันทำให้แพคฮยอนอดตกใจไม่ได้ ...

                “หือ... อะ.. อะไร”

                “เราเลือกดื้อนะ... ดื้อรู้ใช่ไหม”

                แพคฮยอนขมวดคิ้วจนยุ่งเหยิง  สมองประมวลผลคำพูดที่ได้ยินด้วยความงุนงง ...

                ผีเข้าอีกล่ะมั้งคิม จงอิน...

                “ไอ้หมีบ้า... เป็นบ้าอะไร หือ”

                “เรารักดื้อ”อีกฝ่ายบอกมาดื้อ ๆ ...

                “หมี... จงอิน”แพคฮยอนตะลึงไปครู่ใหญ่  ก่อนที่จะหลุดขำออกมา“กลัวฉันนอกใจขนาดนั้นเหรอ  ไอ้บ้าเอ้ย”

                “ไม่ได้กลัวซะหน่อย...บอกแล้วไงว่าอย่างแพคฮยอนใครจะเอา”

                “ชิ  ไอ้หมีปากแข็ง” แพคฮยอนกัดฟันกรอด

                “ดังนั้น...ห้ามนอกใจนะ...ได้ไหม...ได้นะ”

                “ไหนบอกว่าทนฉันได้ทุกอย่างยังไงล่ะ ...หมี~ ”แพคฮยอนเอ่ยล้อเลียน

                “ตอบมาเร็ว...”

                “แล้วที่บอกว่าคนอย่างฉันไม่มีใครเอาล่ะ ... จะได้พิสูจน์ไปเลยไงว่าคนอย่างแพคฮยอนจะมีคนอยากได้หรือเปล่า”แพคฮยอนยักคิ้ว พร้อมโยกตัวอย่างสนุก น้ำเสียงท้าทายคนปลายสายที่อยู่ปลายสาย จนอีกฝ่ายเงียบไปครูหนึ่ง

 “ว่าไง...ป๊อดเหรอ”

                แพคฮยอนหัวเราะลั่น รีบตอกกลับจงอินไปเสียงดัง  จนไม่ทันรู้ตัวว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่จงอินตอบกลับมาพร้อมกัน

                “เรายังจะทำให้แพคฮยอนรักได้บ้างหรือเปล่า...”   

“หือ...”  แพคฮยอนหยุดหัวเราะ...  คิ้วขมวดจนยุ่ง เพราะได้ยินไม่ชัด “เอ๊ะ  ว่าอะไรนะ”

                “เฮ้อ...” ปลายสายถอนหายใจเฮือกใหญ่จนได้ยินชัดเจน... แพคฮยอนหน้ามุ่ยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ “... เปล่า ไม่มีอะไร ”

            “ไอ้หมีบ้า!!!

                “นอนพักไปนะ... ถ้าเป็นเด็กดี  เย็นนี้จะเอาเค้กไปฝาก...”

                จงอินหัวเราะลั่นกลับมาบ้าง หากคราวนี้แพคฮยอนจับได้ว่ามีร่องรอยความกังวลและน้อยใจไม่ผิดจากเมื่อคืน ตอนที่แพคฮยอนแกล้งไม่ยอมตอบคำถาม  จนคนร่างสูง หน้าเข้มแสดงอาการงอนแบบที่ทำให้แพคฮยอนอดขำไม่ได้

            “ถ้าไม่เลือกเราแล้วจะเสียใจ

            “ไม่เสียใจหรอก ...หึ”

            “เสียใจหน่อยเหอะ...เสียใจหน่อยน้า

                “หมีบ้า... ” แพคฮยอนเอ่ย... แม้จะเบา... หาแน่ใจว่าปลายสายยังคงรอฟังอยู่เสมอ“ไม่ทำหรอก...”     

                “หืม...”

            “ถ้าดื้อไม่เสียใจ... เราก็เสียใจอยู่คนเดียวน่ะสิ”

                “ฉันเอง....” เขากระซิบ... รอยยิ้มผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้า

 “ก็ไม่อยากให้นายเสียใจเหมือนกัน”

เหมือนที่แพคฮยอนแน่ใจ...ว่าอีกฝ่ายก็คงกำลังยิ้มอยู่ไม่ต่างกัน

 



 

 





 

                สายฝนโปรยปรายมาอย่างไม่ขาดสาย ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับกลายเป็นสีดำมืดครึ้ม  คนตัวเล็กยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ตัวเอง  ไอร้อนวูบวาบที่กระจายอยู่บนผิวหน้าทำให้เขายกหลังมือเรียวสวยแนบลงบนหน้าผากของมนครู่หนึ่ง  ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย ... แพคฮยอนพยักหน้ากับตัวเองก่อนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ร่างกายจะยังรู้สึกรุม ๆ ด้วยพิษไข้อยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าเมื่อวานมากทีเดียว

                “ยาดีแฮะ”  

                เสียงทุ้มหวานพึมพำกับตัวเอง  ดวงตาคู่ใสหรี่ลงขณะมองภาพตรงหน้า และถอนหายใจเฮือกใหญ่   ฝนมาพร้อมกับลมแรงพอสมควร  ละอองฝนเม็ดโตสาดเข้ามากระทบร่างจนต้องขยับถอยหลังไปจนชิดกำแพงหนา   แม้จะหงุดหงิดอยู่บ้างเพราะกลัวว่าอาการไข้ที่ถูกฤทธิ์ยากดทับไว้อยู่นี้จะแสดงอาการหนักขึ้นเพราะอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อย ๆ  จงอินรู้ดีว่าเขาป่วยง่าย  หมียักษ์ตัวโตจึงระวังให้เขาทุกอย่างตั้งแต่เตรียมร่ม เสื้อกันฝน หรือแม้กระทั่งยาประจำตัวติดกระเป๋าอยู่เสมอ   ถ้าคนตัวสูงอยู่ด้วยในเวลานี้  แพคฮยอนมั่นใจเลยว่าเขาคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะถูกละอองฝน

                ไม่สิ... ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งออกมาจากชายคาตึกเลยด้วยซ้ำ

                แพคฮยอนส่ายหน้า พลางคลึงแหวนสีเงินเนื้อเกลี้ยงที่นิ้วชี้อย่างเผลอไผล  ป่านนี้เจ้าของแหวนคงกำลังเดินเข้าตึกโน้นออกห้องเรียนนี้ เพื่อเข้าไปเช็คชื่อให้เขาสลับกับของตัวเองอย่างแน่นอน   แม้จะเรียนอยู่คณะเดียวกัน แต่สาขาวิชาและวิชาโทที่แยกย่อยต่างกันทำให้มีแค่บางวิชาเท่านั้นที่เขาและจงอินได้เรียนด้วยกัน   หลายครั้ง ในวิชาเรียนของแพคฮยอน จงอินเองก็มักจะเข้าไปนั่งเรียนด้วยจนเป็นที่รู้กันของทั้งอาจารย์และเพื่อน ๆ  การที่จงอินเข้าไปเช็คชื่อแทนเขาในบางครั้ง จึงไม่เป็นที่ผิดสังเกตนัก 

                คิดแล้วแพคฮยอนก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย ... ปล่อยแฟนไปนั่งเรียนแทน แต่ตัวเองกลับออกมาเริงร่าอยู่ข้างนอกแบบนี้

                แต่ก็ช่วยไม่ได้... โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ  นี่นา    

                แพคฮยอนผ่อนลมหายใจอุ่นร้อนออกมาพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้น

นานมาแล้วที่ความรู้สึกเช่นนี้หายไปจากความคิด  แต่แพคฮยอนรู้ดี ว่ามันแค่พร่าเลือนไปเพียงเท่านั้น  เหมือนไอน้ำที่เกาะอยู่บนกระจกใสมาระยะเวลาหนึ่ง... แต่เพียงแค่ใช้มือเช็ดออกเบา ๆ ภาพที่รางเลือนก็กลับมาแจ่มชัดดังเดิม

มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ...  ตาเรียวจับจ้องไปยังสายฝนข้างหน้าพร้อมความคิดคำนึง 

จนถึงตอนนี้...วินาทีนี้  เขาก็ยังไม่ลืม                                     

แพคฮยอนจำความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อวานก่อนได้ดี...  ลมหายใจแรง และหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะในวินาทีนั้นทำให้เขาแทบลืมว่าตัวเองอยู่ที่ไหน  

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหนีแฟนมาดูหนัง และเดินหนีจากร้านเค้กที่รสชาติธรรมดาจนไม่รู้สึกเสียดายเงินที่จ่ายไป แม้ว่าจะตักเข้าปากไปได้แค่คำเดียวก็ตาม  แพคฮยอนก็เดินตรงไปที่ร้านหนังสือหน้าสถานีเพื่อเลือกหาหนังสือเบเกอรี่เล่มใหม่  หวังจะให้เชพประจำตัวแสดงฝีมือในวันสำคัญที่อีกไม่นานจะมาถึง  

ไม่ว่าอย่างไร ฝีมือจงอินก็สุดยอดที่สุด ถึงจะทำให้อ้วนพุงพลุ้ย แพคฮยอนก็ยอม

แพคฮยอนได้หนังสือมาสามเล่ม ... หากไม่ทันที่จะได้หยิบหนังสือไปจ่ายเงิน... สายตาเขาก็พบกับแผ่นหลังกว้างของใครบางคน

น่าแปลก...  เพียงแค่นั้น   ตะกอนขุ่นข้นที่ตกอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดก็ถูกกวนขึ้นมาจนขยายเต็มพื้นที่หัวใจ  แพคฮยอนรู้สึกเหมือนมีลูกโป่งนับล้าน ๆ ลูกกำลังทยอยระเบิดอยู่ในช่องท้อง 

                โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมา...

            “แพคฮยอน....”

ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว  พร้อม ๆ กับที่ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง ลมหายใจของแพคฮยอนแทบหยุด เมื่อหันกลับไปยังต้นเสียง  สติที่เหลือน้อยนิดอยู่แล้ว  แทบจะหายไปในทันที แพคฮยอนกระพริบตาถี่    มือกำแน่นอยู่ข้างตัว เล็บที่ไม่ได้ตัดมาหลายวันจิกเข้าเนื้อจนรู้สึกเจ็บ 

ราวกับภาพซ้อนของเมื่อวานก่อน  เจ้าของร่างสูงใหญ่ในความคิดพร่าเลือนไป  และถูกแทนที่ด้วยคนตรงหน้าแทน...  รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้ารูปไข่  คิ้วหนาสีดำ และดวงตาอ่อนโยนลึกซึ้งแทบจะฉุดกระชากวิญญาณของแพคฮยอนออกไป

“รอนานไหม...”

“พ..พี่.. ชานยอล”

หนุ่มร่างใหญ่ยิ้มกว้างรับเมื่อได้ยินชื่อของตน  ก่อนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“ทำไมต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีล่ะ”

แพคฮยอนยืนตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะรู้ตัวว่ามองคนข้างหน้าด้วยความรู้สึกแบบไหน ก็ตอนที่ชานยอลหัวเราะเบา   คนตัวเล็กก้มหน้างุด พร้อมแก้ตัวเสียงงึมงำ “ผมแค่ตกใจเท่านั้นเอง ”

                ชานยอลคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม  เจ้าของร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองฝนและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

                “พี่มาสายใช่ไหม”

                “แพคฮยอนก็เพิ่งมาถึงเหมือนกันครับ”เขาลอบไขว้นิ้วไว้ข้างหลัง ระหว่างส่ายหน้าปฏิเสธ  

                ความจริงแพคฮยอนมาถึงนานแล้ว    แต่จงอินชอบว่าเขาเสมอเรื่องการมาไม่ตรงเวลา  ร่างเล็กที่ทานยาป้องกันพิษไข้เรียบร้อยแล้วจึงรีบออกเดินทางมาก่อนเวลานัด แพคฮยอนไม่ค่อยชินกับการยืนมองสายฝนกว่ายี่สิบนาทีเท่าไรนัก เพราะจงอินแทบไม่เคยปล่อยให้เขารอ... มีแต่แพคฮยอนที่เป็นฝ่ายมาช้าประจำจนฝ่ายนั้นบ่นอุบ

                แต่ในกรณีนี้...แพคฮยอนถือว่าเป็นการรอคอยที่คุ้มค่า          

                “แย่จริง ๆ” อีกฝ่ายบ่นเบา ๆ “... พี่ลืมเอาร่มมาคืนแพคฮยอนได้ยังไงนะ  สะเพร่าจริง ๆ  ตั้งใจว่าจะเลี้ยงขอบคุณพร้อมกับคืนร่มด้วย... ”

                แพคฮยอนฟังแล้วเลิกคิ้ว...เมื่อนึกไปถึงร่มสีฟ้าที่มักพกติดตัวไว้เสมอ เขาก็ยิ้มกว้าง

                “ไม่เป็นอะไรครับ...  ว่าแต่หนังสือไม่เปียกใช่ไหมครับ... แพคฮยอนห่วงอยู่ เพราะวันก่อนฝนตกหนักมาก”

                บทสนทนากล่าวย้อนไปเมื่อสองวันที่แล้ว  แพคฮยอนแทบซ่อนสีหน้าตกตะลึงเอาไว้ไม่มิด เมื่อพบชายหนุ่มยื่นจ่ายเงินค่าหนังสืออยู่ตรงหน้า  บุรุษในความทรงจำที่เคยคิดว่าอาจลืมไปแล้ว กลับฉายชัดอยู่ทุกพื้นที่ความคิดของเขาในขณะนั้น...

                ปาร์ค ชานยอล...  

“คราวหน้า  พี่จะพยายามไม่ลืมนะ...”

                “ไม่เป็นอะไรครับ    เดี๋ยวยืมของเพื่อนใช้ก็ได้ครับ”

                ไม่เป็นไรหรอกครับ ...

                แค่พี่ไม่เปียก ... แค่พี่ไม่เป็นอะไร  ฝนตกหนักแค่ไหนแพคฮยอนก็ไหว

                ฝนตกแรงแค่ไหน... ก็ทำให้แพคฮยอนรู้สึกเย็นฉ่ำไปทั้งหัวใจ

                เจ้าของร่างบอบบางจำไม่ได้ว่าเอ่ยทักคนที่ไม่ได้พบกันนานไปว่าอย่างไร ... ความรู้สึกตื่นเต้น ผสมปนเปไปกับความเขินอาย จนทำให้แพคฮยอนแทบจะทำอะไรไม่ถูก   จำได้เพียงประโยคบอกเล่าสิ้นคิดที่ว่า ไม่ได้เจอกันนานนะครับ เท่านั้นที่แพคฮยอนกล้าเอื้อนเอ่ยมันออกไปกระทั่งเสียงหัวเราะจากลำคอของอีกฝ่ายดังขึ้น พร้อมกับประโยคที่สิ้นคิดพอ ๆ กัน

                ไม่ได้เจอกันเลยนะ ...แพคฮยอน

                มีคำถาม และความรู้สึกมากมายที่อยากพูดออกไป แต่แพคฮยอนกลับไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะขยับปาก  แม้ว่าดวงตาคมเข้มคู่นั้นจะทอดมองมาที่เขาราวกับพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง... หากท้ายที่สุดแล้ว  ความเงียบคือสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง  หลังจากทักทายพอเป็นมารยาท  ก็ไม่มีการสนทนาอะไรมากไปกว่านั้น 

                ความอึดอัดโรยตัวลงระหว่างคนทั้งสองจนแพคฮยอนเป็นฝ่ายทนไม่ไหว  คนตัวเล็กยิ้มเจื่อน ก่อนขออนุญาตไปต่อคิวเพื่อจ่ายเงินค่าหนังสือ  ทันทีที่หนุ่มรุ่นพี่พยักหน้ารับคำ  แพคฮยอนรีบเดินลิ่วมาต่อแถวเพื่อจ่ายเงินค่าหนังสือ

แถวจ่ายเงินยาวมากกว่าที่คิดไว้   แพคฮยอนจึงทำได้เพียงพยายามระงับหัวใจที่เต้นแรงเอาไว้อย่างสุดความสามารถ  ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกค้างคาใจ และว้าวุ่น  ดวงตาเรียวสวยแอบมองร่างสูงโดดเด่นที่เคลื่อนกายไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูร้าน และ กำลังยืนกอดอกมองสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก  ทั้งไม่มีทีท่าว่าจะหยุดในเวลาอันใกล้   

แพคฮยอนพอเดาได้ว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงยังคงยืนคว้างอยู่เช่นนั้น   เขาเห็นอีกฝ่ายซื้อหนังสือเล่มหนาไว้เกือบห้าเล่ม  และถุงพลาสติกที่ได้จากทางร้านคงไม่สามารถป้องกันหนังสือจากหยาดฝนได้ดีนัก 

แถวจ่ายเงินสั้นลงเรื่อย ๆ  หากหนุ่มรุ่นพี่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเดินออกจากร้าน    แพคฮยอนมองชานยอลยกแขนข้างที่สวมนาฬิกาขึ้นมามองสลับกับถอนหายใจ      

ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าลึก  มือกำหนังสือเบเกอรี่ในมือเอาไว้แน่น  ก่อนตัดสินใจ...

ผมให้ยืมครับ..ร่มสีฟ้าถูกส่งพร้อมกับน้ำเสียงหนักแน่น   

                ‘เอ๊ะ

                เดี๋ยว... หนังสือของพี่เปียกเสียงทุ้มหวานเอ่ยตะกุกตะกัก ...  ผมจำได้ว่า...พี่ห่วงหนังสือยิ่งกว่าอะไร              

                แล้วเราล่ะ?’ หนุ่มรุ่นพี่แสดงความลำบากใจ  

                ‘ ...ผมมากับเพื่อนครับ ไม่เป็นอะไร... ไม่เปียกพี่เอาไปเถอะครับ’  แพคฮยอนส่ายหน้าพร้อมชี้มือไปที่ใครสักคนที่กำลังยืนถือร่มคันใหญ่อยู่ไม่ไกลนักด้วยรอยยิ้มสดใส

                สีหน้าหนักใจของชานยอลคลายลง

                ‘ขอบใจนะเบค่อน..

ชายหนุ่มรับร่มไป พร้อมกล่าวคำขอบคุณที่ทำให้เขาต้องเงยหน้ามองด้วยความตกใจ    ชานยอลยิ้มบางให้กับเขา ก่อนที่น้ำเสียงแผ่วเบาจะทำให้แพคฮยอนรู้สึกราวกับถูกโยนลงมาจากตึกสูง 

                ‘พี่จำได้ว่า...เมื่อก่อน เพื่อน ๆ เราชอบเรียกแบบนี้

                เป็นครั้งแรกในรอบสองปึกว่าที่แพคฮยอนเดินตากฝน พายุที่พัดกระหน่ำอยู่ข้างบนส่งให้สายฝนเทลงมาอย่างหนัก  ไม่มีส่วนไหนบนร่างที่ไม่เปียกชุ่ม หากแพคฮยอนกลับไม่ได้รู้สึกหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย... 

อาจเพราะหัวใจที่เต้นแรงของเขาทำงานหนักจนแก้มผ่าวร้อน  อุ่นไอแผ่ซ่านออกมาจากก้อนเนื้อในอกได้อย่างน่าประหลาด 

                ทำไมถึงจำได้ล่ะครับ...

                รอยยิ้มของอีกฝ่ายติดตรึง...และจับใจของแพคฮยอนเหมือนเช่นทุกครั้ง  แผ่นหลังกว้างใหญ่ที่เดินจากไปทำให้เขารู้สึกว่าอยากร้องไห้เหมือนเด็ก ๆ ...

                หากเป็นการร้องไห้เพราะความสุข...ไม่ใช่ความเจ็บปวดเหมือนเคย

                ดีแล้วที่ชานยอลไม่รู้....

                ‘ก็เพราะพี่... ไม่ได้อยากลืมน่ะสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 TBC.




 

ผิดสัญญา... ไม่ได้ลงตอนจบวันนี้ TT _ TT

เสียใจ..ยกโทษให้เค้านะคะ  *กอดผู้อ่านทุกคน* 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #434 ลูกแพร์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 17:52
    งื้ออออออ จงอินเป็นผู้ชายที่อ่อนโยน ละมุนมากอะะะะ มีแฟนแบบนี้รักตายเลยยยยย สงสารจงอินนน แพคฮยอนอย่านอกใจเลยนะ จงอินที่แสนดีช่างน่าสงสารรรรร
    #434
    0
  2. #421 Ppp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 00:34
    ขุ่นพระ!!!!!! แฟนแบบจุงงินนี่หาได้ที่ไหนคะ????

    อะไรจะเริ่ดเลอเพอร์เฟ็คขนาดนี้!!!!!! คือรักมากกกกกกก ㅠㅠㅠㅠㅠ

    นิสัยเสีย ปากไม่ดี ขี้แกล้ง ขี้เกียจ แต่ก็ยังรักมากกกกกกกกกกก

    โอ้ยยยยยยยย ตะไมแสนดีจนพี่ละอายใจแทนอิแบคอย่างนี้

    ละแบบนางกลัวมากนะว่าอิแบคจะนอกใจเนี่ย ทำไมถึงได้กลัวขนาดนั้นคะจุงงิน?

    จุงงินเป็นคนแรกของอิแบค แต่ไม่ใช่รักแรกสินะ พี่ชานสินะ สินะ

    โลกกลมจริง อิแบคก็ดันไปหวั่นไหวใจเต้นกับพี่ชานอีก ยอมไม่สบายเพื่อเขา

    แล้วใครละที่คอยเปนห่วงคอยทำให้ทุกอย่างอ่ะทีนี้ ก็ไม่พ้นจุงงินคนดีปะค้าาาาาา

    ละอิพี่ชานนี่มาทำตัวเหมือนให้ความหวังอิแบค ตรบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

    ว่าแต่อิเด็กที่มาเสนอตัวให้จุงงินเปนแฟนนี่มันคืออิแบคปะ???? -0-

    หมาดื้อ รักหมียักษ์ให้มากๆ นะ นายอยุ่ไม่ได้หรอกถ้าขาดหมียักษ์น่ะ

    #421
    0
  3. #401 BACON_BAEK (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 18:10
    แบคนอกใจจงอินเหรอ
    #401
    0
  4. #380 ϟ ทาสรักเสี่ยไค . (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 22:32
    ในชีวิตขอได้แฟนแบบเสี่ยอ่ะ T/////T
    เอาแต่หน้าและรูปร่างก็ยังดี 5555555555
    แบคอย่าทำร้ายเสี่ยแบบนี้นะเว้ย
    เราอยากให้เสี่ยเชิดใส่แบคมั่งอ่ะ
    ดื้อมั่งดิเสี่ย ดื้อมั่ง งื้ออออออ
    #380
    0
  5. #370 ชนม~ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 17:26
    คือจงอินรักน้องพยอนมากเลยอ่ะลูก รักมากจริง ๆ ถึงจะกวนยังไง แต่รักมาก

    เป็นห่วงมาก ไปนั่งเลคเชอร์แทนอ่ะ ทำไมจงอินน่ารักแบบนี้ล่ะ ไปเอาชีทให้ โอยยยยยยย

    แต่มันก็สมควรแล้วป่ะะะะะะ ตัวเองเป็นคนทำให้น้องพยอนของพี่มาเรียนไม่ไหวเอง ชิส์

    น้องพยอนนี่มีความสุขมากเลยซินะที่ได้แกล้งจงอิน แกล้งอีกเลยลูก อะไรคือความสุขหนู

    พี่พร้อมสนับสนุน (รักลูกในทางที่ผิดที่ไม่ควร 555555)



    แต่นั่นคืออะไรรรรรรรรรร ส่อแววดราม่ามาทักทายเราต้ังแต่ตอนแรก โฮววววว ไม่นะๆๆๆๆๆๆ

    อิพี่ชานยอลนี่มาทำมายยยยยยยย โผล่มาอะไรตอนนี้ น้องพยอนอ่าาาาาา หนู มี หมี แล้ว นะ

    ท่องไว้ ๆ หมีคือคนที่รักหนูมาก โอเคไหม คือพี่ก็แอบเห็นด้วยกับหมีนะ ที่ว่าถ้าไม่มีหมี ใครจะทนหนูได้

    คือไม่ทำอะไรเลย จานไม่ล้าง ห้องไม่เก็บ เอ่อะ น้องพี่คือคุณนายมากขร่าาา

    แต่ที่น้องไม่ทำเนี่ย เพราะมีจงอินทำให้ไง จงอินนี่คือจะดีไปไหนนนนนนนนน ดีจนดื้อได้ใจจจจ

    เป็นแฟนที่ดีมากจ้ะ พี่ให้ผ่านจ้ะให้ผ่าน ถือว่าดูแลน้องพี่ได้



    แต่ว่านะ ตอนที่เจอกันครั้งแรกของหมีกับดื้อนี่คืออะไรรรรรรรรร ทำไมไปเจอกันในสภาพนั้นได้

    น้องพี่เป็นอัลไลลลลลล ทำไมถึงเปียกปอนขนาดนั้น แล้วใครทำให้หนูต้องไปพูดแบบนั้นกับคนแปลกหน้า(ที่ตอนนี้โคดรักหนูเลย)

    จงอินตอนนั้นนี่คือแบดบอยนะฮะ รู้แม้กระทั่งว่าเดทไม่ได้จบที่คาราโอเกะ ป๊าดดดดดด เด็กดำรู้ดีรู้ลึก ใครสอนนนนนนนนน



    น้องวป.เขียนได้ดีมากเลยยยยยยย โอ๊ยยยยยยย อ่านแล้วลื่นไหล บทที่โยงไปอดีตกลับมาปัจจุบัน

    บอกเลยว่าอ่านไม่มีสะดุด นี่นึกว่ากำลังดูหนังอยู่ ปลื้มมากอ่าาาาาาาาา *กอดๆ*

    #370
    0
  6. #366 mook'sica (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2556 / 22:36
    เฮ้ย

    แบค!เราเมนเธอนะ

    ทำไมเธอทำแบบนี้อ่ะ

    ขอเกลียดเธอ 10 นาที
    #366
    0
  7. #350 ลีเนส (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 04:34
    แบคทำไม ทำแบบนี้ ย้ากกกกกกกกกกกกกกกก *เขวี้ยงหมอน* #เลิกเมนแบคแปป จงอินมาซบอกพี่มาอกพี่ว่างสำหรับเรานะ ฮืออออออ
    #350
    0
  8. #312 Malangzz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 13:51
    หยอยกลับมาทำไมตอนนี้
    วันนั้นทค่แบคไปขอเป็นแฟนจงอิน เพราะผิดหวังจากหยอยเหรอ

    แบคไม่คิดจะนอกใจจงอินใช่ไม๊
    แค่ปลื้มใช่ไม๊

    สงสารจงอินอ่า ดูรักแบคมากเลย
    #312
    0
  9. #305 :maiiest (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 15:43
    เป็นครั้งแรกที่อ่านฟิคแล้วรู้สึกว่าหยอยไม่เหมาะกับแบค

    เชียร์เสี่ยโว้ย!!!!!!!!
    #305
    0
  10. #303 BB_Yok (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 23:04
    จงอิน เหมาะมากกกกที่จะมาเป็นพ่อของลูก(?)
    แบคจ๋า ทำไมหนูมำอย่างนี้ละลูก??
    #303
    0
  11. #283 !!~...kihae...~!! (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 02:26
    เห้ย...อิแบคทำไมแกทำกับลูกเขยมามี๊แบบนี้อ่ะ?!!!
    จงอินมันดีกับหนูขนาดนี้เลยนะ ยังนอกใจลงอีกหรอ TT
    อย่านะ หยุดความคิดหนูไว้แค่นั้นเลยนะ ไม่งั้นเราตัดขาดความเป็นแม่ลูกกัน ชิชะ
    ว่าแต่จงอินอ่า แกนี่ไวไฟไปปะ เจอกันยี่สิบนาทีได้กันละ 5555
    ครั้งแรกของหนูแบคเป็นของจงอินแบบไม่เต็มใจสินะ กิกิ แอบปลื้มปริ่มนิดนึงนะ

    ปล.อยากได้แฟนแบบจงอินเว้ยเห้ย 55555555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 มิถุนายน 2556 / 02:27
    #283
    0
  12. #279 YKH_L (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 23:15
    สงสารจงอินนะ ทำไมแบคไม่นึกถึงจิใจจงอินบ้าง

    #279
    0
  13. #266 Mprang (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 19:36
    หมียักษ์เถอะขอร้อง สงสารพี่หมีนะๆๆๆอย่าทำร้ายจิตใจพี่หมีเลย
    #266
    0
  14. #246 /zh.save-ํ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 23:21
    อ๋าอัพไวๆนะคะไรท์ชอบเรื่องนี้จังเลย
    #246
    0
  15. #245 /zh.save-ํ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 23:11
    จงอินดูแลแบคที่มากเลย// จงอินละมุนมากเรื่องนี้(/////)
    #245
    0
  16. #244 KchiiSE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 21:54
    อิแบค!!!! ห้ามไปหาอิหยอยนะ!!! ห้ามทิ้งเด็กดำ!!!!
    #244
    0
  17. #230 qbAEKCHen (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 00:13
    อีแบคแกเลือกจงอินดิแกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    อีบ้า มันดูแลแกทุกอย่าง โอ้ยย หลงจงอินลุคนี้

    กรี้ดดดดดดดดดดดด
    #230
    0
  18. #229 Chefee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 23:10
    จงอินน่ารักมากกก มีแฟนงี้รักตายเลย

    ทำไมดีอย่างงี้ T^T สงสารเลยอ่ะ อืออ



    แบคทำงี้ได้ไง ต้องเลือกจงอินสิ จงอินยังเลือกแบคเลย T^T
    #229
    0
  19. #227 เมนคริส ฟินชานแบค (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 19:50
    โอยยย นังแบค หล่อนจะเลือกใคร

    เลือก อินนี่ เถอะนะ เเม่งดูแลอย่างดี

    พี่ชานมาทีหลังๆ 555
    #227
    0
  20. #226 Miso Seo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 02:43
    แบคต้องเลือกกั๊มดิ.. ไม่เอายอลนะ
    #226
    0
  21. #225 *Aphorist* (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 00:10
    สงสารจงอิน
    แบคจะเลือกใครกันแน่นะ
    #225
    0
  22. #224 ป๋ายคือของข้า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 00:06
    เกร้สสสสสสสสสสสสส!! เป็น 3P ที่ปวดร้าวสุดติ่งของอิชั้น



    แง้้้้้้้้ TTOTT ชานแบคไค เป็นอะไรที่หน่วงสุดแล้ว ฮรืออออ ชานแบคก็รัก ไคแบคก็ชอบบบบบบ



    แอร้!!!!!!!!!!!!!!



    แต่ชอบอินนี่จุง ทำเพื่อแบคทุกอย่างเลยยยย แบคสบายทุกอย่าง



    แต่แบคชอบยอลซะนี่ อร่อกกกกกก... ร้าว QAQ



    ขอให้จบลงด้วยดีนะ



    คิดถึงไรท์มาก *กอด* \ TT^TT /



    รอไรท์ยุหน้าคอมอย่างสุดซึ้ง ... Fighting นะไรท์ *ปาใจรัวๆ >
    #224
    0
  23. #223 1234 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 23:28
    เลือกหมียักษ์เถอะนะะะะะ

    จงอินเปนแฟนที่อบอุ่นมากอ่ะะะะ อยากได้แบบนี้ๆๆ
    #223
    0
  24. #222 absolute_jingle (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 22:50
    ตกลงน้องเเบคจะเลือกใครคะ
    หรือจริงๆไม่เคยรักหมีบ้าเลยเนี่ย
    #222
    0